รักซนๆ ของคนตัวเล็ก - My Little Lover (Yuri)

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 3 : ที่พึ่งสุดท้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,187
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    14 ก.พ. 53

ตอนที่ 3 : ที่พึ่งสุดท้าย

 

                ร่างสูงยังคงนั่งนิ่งราวกับรูปปั้น ไม่สนใจว่าคนที่ผ่านมาผ่านไปจะมองเขาอย่างไร ปล่อยให้น้ำตาที่ไหลรินลงมาอาบสองแก้มช่วยชะล้างความรู้สึกเศร้าเสียใจถึงจะไม่มากแต่ก็ยังดีกว่าทนเก็บกักมันเอาไว้ข้างใน เขานั่งอยู่ตรงนั้นอยู่นานเท่าใดไม่รู้ กระทั่งรู้สึกว่ามีรถแท็กซี่สีชมพูสดคันหนึ่งแล่นมาจอดตรงหน้าเขา พร้อมกับผู้โดยสารคนหนึ่งที่ก้าวลงมาจากรถพร้อมกับข้าวของพะรุงพะรังมากมายเต็มสองไม้สองมือ เขาเงยหน้าขึ้นมองคนที่ลงมาจากรถนั้นก็เห็นว่าเป็นสาวหล่อคนหนึ่ง ทำให้เขานึกถึงใครบางคนขึ้นมา

 

                ร่างสูงลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว สองเท้าก้าวฉับๆ มุ่งตรงไปยังรถแท็กซี่ที่กำลังจะออกตัวไปแล้ว พลางโบกมือเรียก คนขับรีบเบรกรถให้จอดนิ่งสนิททันที เขาเปิดประตูรถแล้วก้าวขึ้นไปนั่ง พลางบอกจุดหมายปลายทางที่จะไป แล้วได้แต่นั่งเงียบไปตลอดทาง

 

                นวินดานั่งมองออกไปนอกหน้าต่าง สายตาของเขาได้แต่เหม่อลอยออกไปไกลอย่างไร้จุดหมาย และไม่รู้สึกตัวเลยสักนิดว่ารถแท็กซี่สีชมพูสดแล่นมาจอดที่หน้าคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในซอยเล็กๆ แถบสุขุมวิทแล้ว จนคนขับรถต้องเรียกเสียงดังหลายครั้ง คนที่เหม่อลอยอยู่นั้นจึงเรียกสติของตัวเองกลับมาได้ เขาหยิบเงินจ่ายค่าโดยสาร แล้วเปิดประตูลงมาจากรถ พลางมองขึ้นไปยังอาคารชุดสูงราวสิบห้าชั้นที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างเนือยๆ แล้วจึงก้าวเข้าไปภายในอาคารหลังนั้น

 

                ดวงตากลมโตที่แดงช้ำเพราะเพิ่งผ่านการร้องไห้มาเมื่อครู่ ไล่สายตามองตามตัวเลขบอกชั้นภายในลิฟต์โดยสารที่ค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงชั้นสิบ เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก เขาก็ก้าวเดินไปยังห้องของใครบางคนที่คุ้นเคย ตัวเลข 1013 ที่ปรากฏอยู่บนบานประตูไม้โอ๊คสีน้ำตาลเข้ม ทำให้รู้ว่าเขามาถึงที่หมายปลายทางที่อาจจะเป็นเพียงที่พึ่งสุดท้ายในชีวิตของเขาแล้ว

 

มือข้างหนึ่งยกขึ้นมากดกริ่งที่อยู่บนผนังปูนข้างๆ กับลูกบิดประตู แล้วรอว่าเจ้าของห้องจะมาเปิดประตูให้เมื่อไร แต่หลังจากที่เขากดกริ่งไปแล้วสองสามครั้งก็ยังไม่มีทีว่าคนที่อยู่ข้างในจะเปิดประตูออกมารับเขาเสียที

 

“สงสัยไอ้วินมันจะไม่อยู่ รอหน้าห้องนี่แล้วกัน”

 

ร่างสูงยืนรีรออยู่นานจนเริ่มรู้สึกเมื่อย จึงตัดสินใจย่อตัวลงนั่งบนพื้นพรมสีแดงเลือดหมู เขาวางกระเป๋าเป้ไว้ข้างกาย แล้วเอนหลังพิงกับบานประตูไม้ พลางหลับตาลงอย่างอ่อนล้า ปล่อยให้ความคิดล่องลอยไปอย่างไร้จุดหมาย 

 

                เวลาผ่านไปราวสิบนาที กว่าที่เจ้าของห้องจะมาเปิดประตู ด้วยความที่ว่า นวินดาเผลอทิ้งน้ำหนักตัวลงนั่งเอนหลังพิงประตู จึงทำให้เขานอนหงายไปด้านหลังเมื่อประตูถูกเปิดออก

 

                อ้าว วิน แกอยู่ห้องเหรอ ทำไมเงียบจัง ฉันนึกว่าแกออกไปข้างนอกเสียอีก แล้วนี่ทำไมแกยืนตีลังกาหว่า แหะ แหะ แหะ

 

นวินดาพูดด้วยน้ำเสียงยานคาง พลางหัวเราะแห้งๆ ให้กับเพื่อนของตนที่กำลังยืนขยี้ตา พร้อมกับบิดกายไปมาเหมือนคนเพิ่งตื่นนอน แล้วเขาก็ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ก่อนจะก้าวเดินตามเข้าไปในห้อง เมื่อเจ้าของห้องผลุบหายเข้าไปภายในห้องแล้ว

 

                โทษที ฉันเพิ่งตื่น…แล้วนี่ แกมาทำอะไรตั้งแต่เช้าวะ

 

กวินทร์ เพื่อนซี้ของนวินดา เป็นสาวหล่อหน้าตี๋ รูปร่างผอมบาง แต่เตี้ยกว่านวินดาเล็กน้อย สวมชุดเสื้อยืดคอกลมสีขาวกับกางเกงบ็อกเซอร์สีดำสนิท เขาเอ่ยขึ้นพร้อมกับเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวที่ตากอยู่บนราวไม้ขึ้นมาพาดบ่า แล้วหันมาถามอย่างสงสัย แต่ไม่ทันได้สังเกตว่าดวงตากลมโตที่เคยแลดูสดใสระยิบระยับนั้นแดงก่ำราวดวงตากระต่ายก็ไม่ปาน

 

“วิน แกเป็นเพื่อนรักของฉันใช่ไหม”

 

อยู่ๆ นวินดาก็เปรยขึ้นมาลอยๆ คนที่กำลังจะเดินเข้าห้องน้ำถึงกับชะงักไป พลางหันมาเลิกคิ้วมองเพื่อนที่ทำท่าเหมือนกำลังเดินสำรวจห้องของเขาอย่างแปลกใจ

 

“ก็เออดิ ทำไมถามแปลกๆ ยังงั้นวะ แล้วนั่น หอบกระเป๋าใบเบ้อเร่อมาทำอะไรวะ จะไปเที่ยวที่ไหนเหรอ”

 

นวินดาไม่ตอบ เขาวางกระเป๋าเอาไว้ตรงข้างประตู ก่อนจะเดินพล่านไปทั่วห้องของเพื่อนสนิท ร่างสูงทำหน้าเบ้เมื่อเห็นเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ที่วางกองสุมกันอยู่บนเตียงนอนบ้าง บนโซฟาบ้าง แล้วยังไม่รวมถึงหนังสือการ์ตูนที่ซุกอยู่ตามมุมโน้นมุมนั้นเต็มไปหมด ราวกับว่าห้องนี้ไม่ได้มีการเก็บกวาดมานานแรมปี นี่ถ้าหากว่าเจ้าของห้องไม่อยู่ เขาอาจจะคิดไปว่ามีขโมยเข้ามารื้อค้นข้าวของภายในห้องของกวินทร์แล้วก็เป็นได้

 

                วิน แกเก็บห้องบ้างก็ได้นะ รกขนาดนี้ อึ๋ย. . .แกนอนเข้าไปได้ยังไงเนี่ย ไม่โดนแมลงสาบจับไปกินเหรอ

 

 คนที่รักความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยเป็นที่สุดอย่างนวินดา ทนรับสภาพความรกนั้นไม่ไหวจริง ๆ เขาจึงถือวิสาสะจัดแจงข้าวของที่วางกองเกลื่อนกลาดไปทั่วบนที่นอนของเพื่อนสนิทแยกให้เป็นหมวดหมู่ พวกเสื้อผ้าที่ใส่แล้วถูกจับยัดลงไปในตะกร้าหวายที่วางอยู่ตรงปลายเตียง หนังสือการ์ตูนที่วางระเกะระกะไม่เป็นที่ไม่เป็นทางนั้น ถูกหยิบมาจัดเรียงให้เป็นระเบียบแล้ววางไว้บนตู้เล็กๆ ตรงข้างเตียง ทำเอาคนที่เป็นเจ้าของห้องได้แต่มองตาปริบๆ อย่างไม่เข้าใจ

 

                ทำอะไรของแกน่ะนิว ไม่ต้องไปจัดหรอก ปล่อยมันไว้อย่างนั้นแหละ จัดเรียบร้อยยังไง เดี๋ยวมันก็เป็นเหมือนเดิม แล้วตกลงนี่แกจะไม่ตอบฉันใช่ไหม มีเรื่องอะไรกันแน่ ปกติแกไม่เคยมายุ่งกับข้าวของของฉันเลยนี่หว่า

 

                นวินดาวางมือเมื่อเห็นว่าห้องนั้นมีที่ว่างพอให้เขาได้หย่อนตัวลงนั่งแล้ว ก่อนจะตอบคำถามของเพื่อนแบบคลุมเครือ ทำให้คนถามทั้งงุนงงระคนตกใจสลับกัน    

 

เดี๋ยวฉันจะมาอยู่กับแกนะ แต่ห้องรกแบบนี้คงไม่ไหว ฉันขอจัดห้องสักหน่อยแล้วกัน

 

                หา! แกจะมาอยู่ที่นี่เหรอ ทำไมวะ ที่บ้านแกออกจะใหญ่โต จะมาอยู่คอนโดกระจิดริดของฉันทำไม

 

 กวินทร์ทำสีหน้าตกใจกับคำพูดของเพื่อนสนิท พลางรีบโวยวายด้วยเพราะนิสัยของเขานั้น ชอบที่จะอยู่คนเดียวมากกว่า จึงรู้สึกไม่เคยชินหากต้องมีใครมาอาศัยอยู่ในห้องอันแสนสุขของเขาเพิ่มอีกคน จะว่าไปแล้วที่สาวหล่อหน้าตี๋คุ้นเคยกับการใช้ชีวิตแบบตัวคนเดียวนั้นคงเป็นเพราะว่า ครอบครัวของเขามีกันอยู่เพียงสองคนคือตัวเขาและบิดาซึ่งมีอาชีพเป็นนักบินของสายการบินแห่งหนึ่งในประเทศไทย ทำให้ไม่ค่อยมีโอกาสได้อยู่ติดบ้านสักเท่าไรนัก และเมื่อราวสองปีก่อน บิดาของเขาประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกและเสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที ตั้งแต่นั้นมาเขาจึงขายบ้านที่อยู่แถบชานเมืองหลังนั้นไปและย้ายมาอาศัยอยู่ที่คอนโดมิเนียมแห่งนี้แทน

 

                ก็ฉันทะเลาะกับพ่อ คราวนี้แรงมากด้วย แล้วฉันก็เลยหนีออกจากบ้านมา แต่ไม่รู้ว่าจะไปอยู่ที่ไหน ก็เลยมาหาแกนี่ไง ไหนแกบอกว่าเป็นเพื่อนรักของฉันไม่ใช่เหรอ ขอฉันอยู่ที่นี่ด้วยคนนะวิน นะๆ

 

สาวหล่อร่างสูงพูดพร้อมกับปรี่เข้าไปคุกเข่า พลางกอดขาของกวินทร์เอาไว้ไม่ยอมปล่อย คนถูกเกาะขา พยายามจะดันร่างของเพื่อนออกไป แต่มือที่เหนียวแน่นราวตุ๊กแกยังคงเกาะติดหนึบอยู่กับขาของเขาอยู่ดี สาวหล่อหน้าตี๋ทำหน้าเบื่อหน่ายสุดชีวิต เขารีบหาทางเลี่ยงพลางนึกไปถึงพิมพ์ชนา แม่สาวเปรี้ยวสุดเซ็กซี่ที่มีตำแหน่งดาวเชียร์ของคณะการันตีความสวยและเป็นคู่รักของนวินดามาตั้งแต่สมัยที่ยังเรียนมหาวิทยาลัยด้วยกัน

 

“ไม่ล่ะ ฉันชอบอยู่คนเดียวมากกว่า เฮ้ย แกอย่ามาเกาะแบบนี้ดิ ออกไปห่างๆ เลย โน่นๆ ไปขอกบดานอยู่ห้องยายพิม แฟนแกแทนสิวะ จะมาอยู่กับฉันทำไม”

 

เพียงแค่นวินดาได้ยินชื่อของหญิงสาวที่เพิ่งหักอกเขามาหมาดๆ ก็เหมือนบ่อน้ำตาแตก เขาร้องไห้โฮอยู่กับขาของเพื่อนรักพลางสะอึกสะอื้นออกมาชุดใหญ่ราวกับเด็กๆ ทำเอากวินทร์ตกใจเป็นอันมากกับปฏิกิริยาของสาวหล่อร่างสูงที่นั่งจุ้มปุ๊กอยู่กับพื้นแต่ยังคงเกาะขาเขาเอาไว้แน่นเช่นเดิม

 

“วิน แกอย่าไล่ฉันไปเลยนะ ฉันไม่มีใครแล้ว เมื่อกี้พิมเขาเพิ่งขอเลิกกับฉัน ที่บ้านก็ไม่มีใครต้องการฉัน ทำไมโลกมันโหดร้ายอย่างนี้ ฮือๆ วิน ฉันเหลือแค่แกคนเดียวนะ ขอร้องล่ะ ให้ฉันอยู่ที่นี่เถอะ”

 

ว่าแล้วนวินดาก็ยอมเล่าความจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้เพื่อนรักฟัง กวินทร์ทำหน้าอึ้ง อยู่ๆ ก็รู้สึกสงสารเพื่อนรักขึ้นมาจับใจ เขากอดปลอบสาวหล่อร่างสูงที่ลุกขึ้นมานั่งอยู่บนเตียงข้างๆ กับเขาแล้ว พลางลูบหลังเบาๆ อย่างอ่อนโยน ที่ผ่านมาเขารู้ดีว่านวินดานั้นมีเรื่องขัดแย้งกับทางบ้านมาตลอด พอรู้ว่าเพื่อนหนีออกจากบ้านเพราะสาเหตุอะไรก็ไม่ได้แปลกใจนัก

 

แต่ที่ทำให้เขาเสียความรู้สึกมากที่สุด คงหนีไม่พ้นเรื่องของพิมพ์ชนา เขาไม่เคยคิดเลยว่าแฟนของเพื่อนจะกล้าพูดจาเชือดเฉือนจิตใจกันได้ถึงขนาดนี้ เสียงแรงที่เพื่อนของเขาอุตส่าห์ทุ่มเทให้กับแม่สาวคนนั้นไปตั้งมากมายทั้งหัวใจทั้งข้าวของเงินทอง ไม่นึกเลยว่าพอเพื่อนของเขามีทุกข์จะถูกตัดรอนความสัมพันธ์กันอย่างง่ายดายแบบนี้

 

                นิว ฉันขอโทษว่ะที่ยังไม่ทันฟังเหตุผลแกก็ไล่แกไปหาคนอื่นแบบนั้น ฉันนี่มันเป็นเพื่อนที่แย่จริงๆ เลย แก แต่ยายพิมนั่นก็สุดๆ เลยอะ เห็นไหมแก ฉันบอกตั้งแต่แรกแล้ว ว่ายายพิมเห็นแกเป็นถังเงินเดินได้ ไม่ได้คิดจริงจังกับแกหรอก แกก็ไม่ยอมเชื่อฉัน เออๆ ไม่ต้องร้องแล้ว เอาเป็นว่าระหว่างนี้แกก็อยู่ที่นี่ไปก่อนแล้วกัน เดี๋ยวฉันจะรีบหางานเงินดี ๆ ให้แกแล้วกันนะ แกจะได้ตั้งตัวได้ก่อน

 

สาวหล่อหน้าตี๋บอกขอโทษกับเพื่อนอย่างสำนึกผิด นวินดาเหลือเพียงเสียงสะอื้นเบาๆ เขาได้แต่ส่ายหน้าน้อยๆ อย่างไม่คิดจะถือโทษโกรธเคืองอะไร เท่านี้เขาก็รู้สึกว่ารบกวนเพื่อนมากโขอยู่แล้ว กวินทร์ลูบหัวเพื่อนรักพลางส่งยิ้มให้อย่างจริงใจ อีกฝ่ายเองก็ยิ้มตอบพร้อมกล่าวคำขอบคุณจากหัวใจ นวินดารู้สึกว่าตัวเองยังโชคดีเหลือเกิน ที่มีเพื่อนดีๆ แบบนี้

 

“แล้วนี่แกกินอะไรมาหรือยัง”

 

สาวหล่อร่างสูงส่ายหน้า พลันเสียงกระเพาะของเขาก็ดังขึ้นทันทีราวกับจะช่วยยืนยัน นวินดาส่งยิ้มแหยๆ ให้เพื่อนรักที่ยืนอมยิ้มพลางกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้อย่างสุดทน

 

“งั้นเดี๋ยวขอฉันไปอาบน้ำก่อน แล้วจะพาไปกินของอร่อยๆ นะ วันนี้เฮียเลี้ยงเอง โอเคไหมจ๊ะน้องสาว”

 

“ว้าว จริงเหรอคะเฮีย แหม หนูดีใจจริงๆ เลย จะขอกินให้เรียบเลยนะคะ”

 

กวินทร์บอกพลางยักคิ้วให้เพื่อน นวินดารีบรับมุกแกล้งทำท่าเหมือนสาวๆ อ้อนเสี่ยหนุ่มทันที สาวหล่อหน้าตี๋หุบยิ้มแทบไม่ทัน เขาทำท่าอยากจะอาเจียนเสียให้ได้กับท่าทางจีบปากจีบคอแบบดัดจริตสุดฤทธิ์ของเพื่อนซี้ ก่อนจะรีบชิ่งหนีเข้าห้องน้ำไป ทิ้งให้หนุ่มทอมที่ออกอาการสาวแตกนั้น ได้แต่นั่งขำหัวเราะชอบใจอยู่บนเตียงของเพื่อนรักเพียงลำพัง

 

ติดตามตอนต่อไปได้เร็วๆ นี้จ้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

112 ความคิดเห็น

  1. #58 ปีกแมลงปอ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 มีนาคม 2553 / 20:51

    ว่างปุ๊บ แวะมาอ่านปั๊บ 

    เหมือนจะรอให้ซื้อหนังสือไม่ไหว 

    เอาเป็นว่าอ่านเรียกน้ำย่อยก่อนแล้วกันนะคะ

    #58
    0
  2. #45 Sammael Sin (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 มีนาคม 2553 / 15:21
    ปูเสื่อชมดอกลิลิ่อีกครับครับ  เก็บเป็นแฟนพันธุ์แท้แล้วน้อ
    #45
    0
  3. #4 snow beaw (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2553 / 19:53
    ติดตามนะคะ

    น่าหนุกดี
    #4
    0