รักซนๆ ของคนตัวเล็ก - My Little Lover (Yuri)

ตอนที่ 1 : ตอนที่ 1 : พ่อไม่เข้าใจนิว!!!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,783
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    12 ก.พ. 53

ตอนที่ 1 : พ่อไม่เข้าใจนิว!!!

 

                ภายในห้องนั่งเล่นของบ้านเดี่ยวสองชั้นบนเนื้อที่ราวห้าสิบตารางวา ซึ่งถูกออกแบบตกแต่งไว้อย่างสวยงามในสไตล์วินเทจที่เน้นสีขาวและดำเป็นหลัก บริเวณโดยรอบห้องประดับประดาไปด้วยเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่ให้กลิ่นอายแบบย้อนยุคนิดๆ ดูแล้วน่าจะทำให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลายและเป็นกันเองให้แก่ผู้ที่พักอาศัยในบ้านหลังนี้ได้เป็นอย่างดี  หากไม่มีเสียงทุ่มเถียงกันอย่างรุนแรงของคนสองคนที่ดังมาจากห้องนั้น

 

ฉันบอกว่าไม่ได้ก็คือไม่ได้ แกฟังที่ฉันพูดไม่รู้เรื่องรึไง

 

นพดล ชายวัยกลางคนผู้ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านลุกขึ้นยืนพรวดจากโซฟาสีแดงตัวโปรดของเขา และเป็นเฟอร์นิเจอร์เพียงชิ้นเดียวที่ดูขัดตากับบรรยากาศโดยรอบ ก่อนจะแผดเสียงดังกึกก้องใส่ผู้เป็นลูกสาวคนโตของตนด้วยความโมโห

 

ทำไมล่ะพ่อ บอกเหตุผลมาสิ ทำไมนิวถึงจะเป็นคนสืบทอดกิจการร้านอาหารของบ้านเราต่อจากพ่อไม่ได้

 

นวินดา ลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับผู้เป็นบิดา แล้วเอ่ยออกมาอย่างข้องใจ ในแววตาเต็มไปด้วยคำถามที่ต้องการได้รับคำตอบที่ชัดเจนกว่าแค่คำว่า ไม่

 

นพดลมองหน้าลูกสาวคนโตของตระกูลธนโชติพิทักษ์ อย่างคาดไม่ถึง ด้วยไม่คิดว่า นวินดาจะกล้าขึ้นเสียงกับเขา ทั้งที่ปกติแล้วถ้าหากไม่พอใจอะไร ก็เพียงแค่ทำท่าฮึดฮัดอย่างเด็กที่ถูกขัดใจ แต่นี่คงเป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขารู้สึกว่าคนตรงหน้านั้นเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนแล้วอย่างสิ้นเชิง ชายสูงวัยได้แต่เงยหน้าขึ้นมองตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าของลูกสาว พลางส่ายหัวอย่างไม่ชอบใจกับรูปลักษณ์ภายนอกที่ได้เห็น

 

 ผมสีน้ำตาลอ่อนที่ซอยเสียจนสั้นกุด ซ้ำยังตั้งชี้โด่ชี้เด่ราวกับสับปะรด คิ้วหนาและเข้มบวกกับดวงตากลมโตสีดำขลับยิ่งแลดูโดดเด่นเมื่ออยู่บนใบหน้าขาวเนียนใส รูปร่างที่สูงโปร่ง แต่มีกล้ามเนื้ออยู่บ้างทำให้ดูไม่ผอมเพรียวบางเกินไปนักเมื่ออยู่ภายใต้เสื้อเชิ้ตสีดำสนิท และกางเกงขายาวทรงกระบอกสีเดียวกัน หากใครไม่รู้ก็คงต้องคิดว่าคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้าของชายวัยกลางคนนี้ เป็นนายแบบหรือนักแสดงหนุ่มหล่อคนหนึ่งเป็นแน่ ทั้งที่ความจริงแล้ว ต้องเรียกว่าเป็นสาวหล่อเสียมากกว่า แล้วคนแบบนี้น่ะหรือที่จะทำให้ใครๆ ยอมรับนับถือได้ ขี้คร้านจะกลายเป็นเรื่องให้ชาวบ้านได้ซุบซิบนินทาหาว่าทายาทผู้สืบทอดกิจการเป็นพวกผิดปกติผิดธรรมชาติ แล้วก็พาลทำให้ชื่อเสียงกิจการของตระกูลที่สั่งสมมานานหลายสิบปี ต้องมาพังทลายลงด้วยมือของคนเพียงคนเดียวแบบนี้ เขายอมไม่ได้เด็ดขาด

 

คนที่จะได้เป็นผู้สืบทอดกิจการของฉัน มีเพียงคนเดียวคือเจ้านนท์ น้องชายของแกเท่านั้น

 

ทำไมล่ะพ่อ ทั้งที่นิวเองก็ชอบทำอาหารเหมือนกัน ทำไมจะดูแลกิจการไม่ได้ เจ้านนท์เสียอีกที่ไม่เคยชอบทำอาหารเลย แถมยัง...

 

คำตอบที่ได้รับจากบิดา ทำเอาความอดทนของนวินดาสิ้นสุดลงทันที เขาโพล่งออกมาอย่างเหลืออด ก่อนจะหยุดคำพูดสุดท้ายเอาไว้ด้วยกลัวว่าจะเผลอพลั้งปากบอกความจริงบางอย่างเกี่ยวกับนนทวัฒน์ ผู้เป็นน้องชายต่างมารดาออกไป แล้วพ่นลมหายใจออกมาทางจมูกอย่างแรงด้วยความโกรธ

 

นวินดาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมบิดาถึงได้พูดจาตัดรอนเช่นนี้ทุกครั้งที่เขาบอกว่าจะขอรับเป็นผู้สืบทอดกิจการภัตตาคารอาหารจีนชื่อดังในย่านใจกลางเมืองกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นกิจการที่สืบทอดต่อกันมาตั้งแต่สมัยรุ่นปู่ทวด จนกระทั่งบัดนี้ที่บิดาของเขาเป็นผู้ดูแลกิจการนี้อยู่เพียงลำพัง ทั้งที่เขาเองก็เพิ่งเรียนจบคณะบริหารธุรกิจ ของมหาวิทยาลัยเอกชนอันดับหนึ่งของเมืองไทยมาหมาดๆ ความหวังที่อยากจะสานต่อธุรกิจของครอบครัวเหมือนเปลวไฟที่กำลังลุกโชนอย่างเต็มที่ แต่คนที่บิดาของเขาอยากให้ดูแลกิจการนั้น กลับไม่เคยมีทีท่าสนใจในธุรกิจของครอบครัวเลยสักนิด

 

“จะต้องให้ฉันพูดอีกสักกี่ครั้ง แกถึงจะเข้าใจ หา ที่ฉันอยากให้เจ้านนท์เป็นคนดูแล ก็เพราะว่ามันเป็นลูกชายของฉัน ไม่ใช่คนที่เป็นครึ่งหญิงครึ่งชายอย่างแกไงเล่า”

 

นพดลตวาดเสียงกร้าว แล้วผลุนผลันทำท่าจะเดินออกจากห้องไป แต่ยังไม่ทันจะพ้นประตู เสียงของลูกสาวคนโตก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง

 

“นิวเป็นแบบนี้แล้วมันผิดมากนักหรือไง! ใช่สิ นิวไม่ใช่ลูกรักอย่างเจ้านนท์มันนี่ ก็แค่ลูกเมียเก่าที่พ่อไม่เคยคิดจะใส่ใจอยู่แล้ว จะไปเทียบอะไรกับลูกเมียใหม่อย่างนั้นได้ล่ะ”

 

นวินดาตะคอกเสียงใส่ พลางกำหมัดแน่นอย่างไม่พอใจที่บิดาให้ความสำคัญกับผู้เป็นน้องชายต่างแม่มากกว่าเขา ซ้ำยังเลือกที่จะมองเพียงแค่รูปลักษณ์ภายนอกที่เขาเป็นมากกว่าที่จะมองถึงความสามารถซึ่งซ่อนอยู่ภายใน

 

                “มันจะมากเกินไปแล้วนะ ทำไมแกต้องไปพาดพิงถึงอนงค์แบบนั้นด้วย ยังไงเขาก็เป็นคนเลี้ยงดูแกมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย ถึงแกจะไม่ชอบเขาแต่อย่างน้อยก็ควรจะสำนึกในบุญคุณของเขาบ้างสิ แล้วฉันก็ไม่ได้ห้ามแกทำงานที่ร้านเลยสักหน่อย ถ้าชอบทำอาหารนัก ก็ไปสมัครเป็นเชฟสิ ตอนนี้ยังขาดคนอยู่”

 

                ชายสูงวัยหันกลับมาตวาดลูกสาว พลางถลึงตาวาวมองคนตรงหน้าด้วยความโกรธ เขามองใบหน้าของนวินดาที่มีเค้าโครงใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับใบหน้าของใครบางคนที่ครั้งหนึ่งเขาเคยรักจนหมดหัวใจ พลันภาพความหลังเมื่อครั้งเก่าก็ผุดพรายขึ้นมาในความทรงจำของนภดลอีกครั้ง

 

เดิมทีเขากับนลินี ซึ่งเป็นแม่ของนวินดานั้น ถูกจับคลุมถุงชนให้แต่งงานกันเพราะเหตุผลทางธุรกิจ ตัวเขาเองเมื่อได้เห็นหน้าหญิงสาว ก็เกิดความพึงพอใจและตกหลุมรักอย่างรวดเร็วจนถอนตัวไม่ขึ้น แต่นลินีกลับไม่เคยมองเห็นเขาอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย ตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกันที่บ้านหลังนี้ เขารู้สึกเหมือนว่าครอบครองเธอได้แค่เพียงร่างกาย แต่ไม่เคยรู้เลยว่าหัวใจของเธออยู่ที่ใครกัน  

 

จนวันหนึ่งที่หญิงสาวนามว่านวลอนงค์เดินเข้ามาในชีวิตนพดล และช่วยเยียวยาหัวใจที่แห้งแล้งนั้นให้กลับมาสดชื่นขึ้นอีกครั้ง เขาแอบมีความสัมพันธ์กับนวลอนงค์จนกระทั่งเธอเริ่มตั้งครรภ์ได้สองเดือน เขาจึงตัดสินใจเข้ามาขอให้นลินียอมรับนวลอนงค์เข้ามาอยู่ในบ้านอีกคนในฐานะภรรยาคนที่สอง ซึ่งเธอเองนอกจากไม่ขัดข้องแล้ว ยังแสดงความยินดีอย่างออกนอกหน้าราวกับจะตอกย้ำให้เขาได้รู้สึกเจ็บปวดในหัวใจมากยิ่งขึ้นไปอีก

 

กระทั่ง นลินีได้ล้มป่วยและเสียชีวิตลงด้วยโรคที่แพทย์ไม่สามารถระบุได้ บอกเพียงว่าเป็นผลจากอาการทางจิตใจเท่านั้น ทำให้นวินดาเข้าใจผิดและคิดว่าสาเหตุที่มารดาของตัวเองต้องมาตายจากไปนั้น เป็นเพราะเสียใจที่บิดาพาหญิงอื่นเข้ามาอยู่ร่วมกันในบ้านมาตลอด แม้นพดลจะรู้ดีว่าสาเหตุที่แท้จริงนั้นไม่ได้มาจากการกระทำของเขา แต่เขาก็ไม่เคยยอมปริปากบอกความจริงข้อนี้ออกไป ได้แต่ยอมรับว่าเป็นความผิดของตัวเองมาตลอดเช่นเดียวกัน นานทีเดียวที่ชายวัยกลางคนจมดิ่งลึกอยู่ในห้วงแห่งความทรงจำนั้น กระทั่งเสียงของลูกสาวคนโตดังขัดขึ้นมาเสียก่อน ภาพความทรงจำครั้งวันวานจึงค่อยเลือนลางหายไป ทำให้สติของนพดลกลับมาจดจ่ออยู่กับปัจจุบันอีกครั้ง

 

“แต่นิวไม่ได้อยากเป็นแค่เชฟนี่ นิวอยากจะดูแลธุรกิจที่เป็นของครอบครัวเราไม่ใช่ให้คนอื่นเข้ามาถือสิทธิ์ครอบครองหน้าตาเฉยแบบนี้ แต่ก็อย่างที่พ่อว่าแหละ นิวมันไม่เคยมีอะไรดีในสายตาพ่ออยู่แล้วนี่ ถ้ารักเมียใหม่กับลูกชายมากนักก็อยู่ด้วยกันไปให้ตลอดรอดฝั่งแล้วกัน แต่นิวคงอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้แล้วล่ะ”

 

นวินดาพูดตัดพ้อต่อว่าผู้เป็นบิดาด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ ก่อนที่เขาจะเป็นฝ่ายผละถอยห่าง แล้วเดินออกไปจากห้องนั้นแทน โดยมีเสียงของนพดลตามไล่หลังมาติดๆ เขาถามด้วยใจที่อดเป็นห่วงไม่ได้ ถึงอย่างไรนวินดาก็เป็นลูกสาวของเขาทั้งคน แต่ทิฐิที่มีอยู่มากก็ทำให้เขาพูดในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับสิ่งที่คิดอยู่ในใจออกไป

 

“พูดอย่างนั้นได้ยังไง เจ้านนท์ไม่ใช่คนอื่น เขาก็เป็นน้องชายแท้ๆ ของแกเหมือนกันนะ เจ้านิว  นั่นแกจะไปไหนน่ะ กลับมานี่เดี๋ยวนี้นะ ก็ได้ ถ้าแกกล้าออกไปจากบ้านนี้ ก็ไม่ต้องกลับมาที่นี่อีกเลย”

 

สาวหล่อร่างสูงรู้สึกเสียใจกับคำพูดของบิดาเป็นอันมาก เขากลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้ไหลแล้วเดินกระแทกส้นเท้าปึงปังออกมาจากห้องนั่งเล่น ก่อนจะวิ่งขึ้นไปยังห้องนอนของตัวเองบนชั้นสองของบ้าน เขาคว้ากระเป๋าเป้ใบโตสำหรับเดินทางลงมาจากบนหลังตู้เสื้อผ้า วางไว้บนเตียง แล้วหันไปกวาดเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายจากในตู้เสื้อผ้ามาเท่าที่พอจะยัดใส่ลงในกระเป๋าใบนั้นได้  เมื่อเก็บของเรียบร้อยแล้ว เขาก็คว้าเป้ขึ้นมาสะพายหลังพลางรีบเดินลงมาชั้นล่างเพื่อจะออกไปจากบ้านนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่บังเอิญเจอกับนวลอนงค์ที่เพิ่งเดินออกมาจากครัวเสียก่อน

 

“ออกมาพอดีเลยนิว น้ากำลังว่าจะเข้าไปตามสองพ่อลูกออกมาทานข้าวเช้าอยู่เชียว อ้าว แล้วนี่หอบกระเป๋าใบโตมาด้วย จะไปไหนหรือจ๊ะ”

 

เธอเอ่ยทักทายเขาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอย่างจริงใจ แต่ในเวลานี้ร่างสูงไม่มีอารมณ์จะมารักษามารยาทที่ดีทางสังคมไว้เหมือนอย่างที่ผ่านๆ มาได้อีกแล้ว เขามองหญิงวัยกลางคนตาขวางอย่างไม่พอใจ ก่อนจะสะบัดหน้าเดินจากไป ทิ้งให้คนที่เพิ่งออกมาจากครัวได้แต่ยืนอึ้งมองตามหลังของนวินดาที่เดินดุ่มๆ ออกไปทางหน้าบ้านอย่างงุนงง

 

ติดตามตอนต่อไปได้เร็วๆ นี้จ้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

112 ความคิดเห็น

  1. #3 โคนัน (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2553 / 14:09
    กินยาแล้วตัวเล็กลงได้แรงบันดาลใจอะไรมาจากโคนันอ่ะเปล่าเอ่ย
    #3
    0
  2. #1 pnano (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2553 / 20:59
    สนุกมากกกกกก

    แต่ค้างงงงงงงงงงง

    มาต่อเร็วๆนะ
    #1
    0