O . o รักปลอมๆ ของจอมเจ้าเล่ห์ o . O (แนว Yuri)

ตอนที่ 23 : ยุทธการชิงตัวประกัน...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,701
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    30 ต.ค. 49

ตอนที่ 23

ในขณะเดียวกันเมษยาก็นั่งแท็กซี่มาถึงที่หน้าบ้านของคนรัก เธอจ่ายเงินค่าโดยสารแล้วรีบลงจากรถตรงดิ่งไปยังหน้าบ้านของธรัตราทันที พลางยกมือกดออดซ้ำๆ ไม่นานนักหญิงชราก็ออกมาเปิดประตูให้ หญิงสาวรีบยกมือขึ้นไหว้พลางส่งยิ้มให้

"อ้าวหนูเม มาหายัยผึ้งมันเหรอ แม่คนนั้นน่ะยังไม่กลับหรอก วันนี้ไปถ่ายละครคงจะกลับเย็นสักหน่อยล่ะ เข้ามาข้างในดื่มน้ำดื่มท่าเสียก่อนสิ" เมษยาเดินตามหญิงชราเข้าไปในบ้าน พยายามภาวนาในใจว่าขออย่าเพิ่งให้คนรักของเธอรู้เรื่องข่าวนี้เลย

ทางด้านแพรลดา นางเอกสาวพยายามทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด จนกระทั่งการถ่ายทำสิ้นสุดลงไปได้ด้วยดีแม้ว่าจะต้องเสียเวลาไปมากกว่าที่ควรจะเป็นก็ตาม พอผู้กำกับสั่งเลิกกองปุ๊บ บรรดานักข่าวบันเทิงก็เข้ามารุมล้อมขอสัมภาษณ์นางเอกสาวคนสวยเต็มไปหมด แม้ว่าแพรลดาจะหงุดหงิดที่ติดต่อคนรักจอมปลอมของเธอไม่ได้เลย แต่ก็ต้องพยายามฝืนยิ้มให้กับบรรดานักข่าวเหล่านั้น จนกระทั่งมีคำถามของนักข่าวคนหนึ่งดังขึ้น

"ไม่ทราบว่าน้องพริตตี้เห็นข่าวในหนังสือซุบซิบสตาร์รึยังคะ ที่ลงเรื่องแฟนสาวหล่อของน้องพริตตี้น่ะค่ะ" นางเอกสาวหันขวับไปยังต้นตอของเสียง ก่อนจะเอ่ยถามด้วยใบหน้าแสร้งยิ้มนั้น

"ข่าวอะไรเหรอคะ ปกติพริตตี้ไม่ค่อยได้อ่านหนังสือพวกนี้เท่าไหร่น่ะค่ะ"

"ก็ข่าวที่ว่าแฟนน้องพริตตี้ไปจูบกับสาวน้อยคนนึงที่หน้าร้านอาหารนี่ไงคะ"

พูดจบนักข่าวสาวคนนั้นก็ชูนิตยสารเล่มนั้นขึ้นมาตรงหน้าแพรลดา นางเอกสาวคว้ามาดูแล้วก็ถึงกับตกตะลึงไปเมื่อภาพที่เห็นนั้นเป็นภาพคนรักจอมปลอมของเธอกำลังจุมพิตกับหญิงสาวคนหนึ่งที่มีหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกับคนที่เธอเคยรู้จัก เมื่อเพ่งดูให้ดีๆ ก็พบว่าหญิงสาวอีกคนในภาพนั้นช่างเหมือนกับเมษยา อดีตเพื่อนรักที่แย่งธรัตราไปจากเธอเหลือเกิน นางเอกสาวทำหน้าเครียดเผลอพึมพำออกมาอย่างลืมตัว

"ไอ้เม. . .นี่แกอีกแล้วเหรอ  จะต้องแย่งคนของฉันไปอีกซักกี่คนถึงจะพอใจกันนะ" ธรัตราเดินมายืนอยู่ข้างๆ เมื่อเห็นสีหน้าเครียดของอดีตคนรักก็อดเป็นห่วงไม่ได้ รีบเบนความสนใจของนักข่าวมาที่ตนทันที แพรลดาได้จังหวะจึงรีบเดินหนีไปทางด้านหลัง

"สวัสดีค่ะพี่ๆ นักข่าว ไม่ทราบว่ามีเรื่องอะไรกันเหรอคะ" เสียงหวานๆ ของธรัตรา ทำให้บรรดานักข่าวเฮโลมาที่เธอเมื่อนางเอกสาวชิ่งหนีไปแล้ว

"เรื่องนี้ไงคะ"

นักข่าวสาวคนเดิมพูดพลางชูนิตยสารเล่มนั้นตรงหน้าธรัตราเช่นกัน หญิงสาวหยิบมาดูก่อนจะแสดงสีหน้าบึ้งตึงออกมาเช่นเดียวกับแพรลดา เมื่อเห็นว่าหญิงสาวที่ยืนจูบอยู่กับสาวหล่อแฟนคนปัจจุบันของแพรลดานั้นคือ เมษยา มือที่ถือนั้นสั่นระริก ขอบตาร้อนผ่าวน้ำตาเอ่อคลอแทบจะล้นออกมา คนรักของเธอไปมีความสัมพันธ์กับแฟนของแพรลดาถึงขั้นนี้ได้อย่างไรกัน ก่อนจะส่งนิตยสารเล่มนั้นคืนแล้วหันหลังวิ่งออกไปจากกลุ่มนักข่าว ท่ามกลางความงุนงงของทุกคน ด้วยไม่เข้าใจว่าเหตุใดธรัตราจึงแสดงอาการคล้ายกับนางเอกสาวเช่นนี้

แพรลดานั้นรีบขับรถกลับไปที่คอนโดอย่างรวดเร็ว ขับปาดซ้ายแซงขวาพาลให้รถที่ขับตามๆ กันมาต้องหลีกทางให้เพราะกลัวว่าจะไปเฉี่ยวชนกับรถสปอร์ตคันงามเข้า แต่แล้วเมื่อถึงหน้าคอนโดของเธอนางเอกสาวที่ขับรถอยู่เลนขวาก็เลี้ยวซ้ายเข้าตึกคอนโดไปอย่างรวดเร็ว ทำให้รถที่แล่นมาเลนซ้ายต้องเบรคอย่างกระทันหัน ทั้งคนขับและคนที่นั่งคู่มาด้วยหัวทิ่มแทบจะกระแทกกับกระจก แต่ยังโชคดีที่คาดเข็มขัดนิรภัยเอาไว้ แต่ก็ทำเอาตกอกตกใจยกใหญ่

"ไอ้บ้าเอ๊ย. . .ขับรถประสาอะไรวะ สัญญาณไฟเลี้ยวก็ไม่เปิด นึกว่ารวยแล้วมีเงินจ่ายค่าซ่อมรถแพงๆ ได้หรือไง"

"ไม่เอาน่าแก้ว. . .ช่างเค้าเถอะ ไหนว่าจะรีบไปช่วยน้องวีไม่ใช่เหรอ"

กรอบแก้วตวาดแว้ดลั่นรถ และยังทำท่าจะเปิดประตูลงไปต่อว่าหญิงสาวเจ้าของรถสปอร์ตราคาแพงคันนั้นอีกด้วย ดีที่ว่าอ้นคว้าข้อมือของเธอเอาไว้เสียก่อน ด้วยไม่อยากให้มีเรื่องมีราวกันตอนนี้เพราะมีเรื่องที่สำคัญกว่ารออยู่ สาวใหญ่ปิดประตูรถกลับเข้ามา แต่ยังไม่วายบ่นอุบอิบด้วยความหัวเสีย ในขณะที่อ้นนั้นพอควบคุมสติได้ก็รีบขับรถต่อไป เพื่อให้ถึงจุดมุ่งหมายให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

ส่วนวีร์ธิรานั้น เมื่อถูกพาลงมาจากรถตู้สีดำสนิท ก็ต้องตกตะลึงกับภาพที่เห็นเบื้องหน้า คฤหาสน์หลังใหญ่บนเนื้อที่กว้างเกือบสองไร่ ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าเธอ ชายทั้งสามที่พาตัวเธอมา ปล่อยแขนเธอให้เป็นอิสระแต่ยังคงเดินล้อมกรอบเพื่อไม่ให้สาวหล่อหนีออกไปได้ และถูกนำตัวเข้ามาภายในห้องห้องหนึ่ง ที่ดูคล้ายกับว่าจะเป็นห้องทำงาน

"พวกผมหาตัวคุณหนูไม่เจอ เลยพาผู้หญิงคนนี้กลับมาแทนครับท่าน"

ชายที่เป็นหัวหน้าเอ่ยรายงานให้เจ้าของห้องที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หนังสีน้ำตาลตัวใหญ่ ด้านหลังโต๊ะไม้สักราคาแพง ได้รับทราบ พอเก้าอี้นั้นหันกลับมา เผยให้เห็นชายวัยห้าสิบกว่า ผมสีดำแซมด้วยสีขาวสลับกัน ใบหน้าเคร่งขรึมจ้องมองมายังเธอ จนรู้สึกเสียวสันหลังวาบ ผวาถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ชายสูงวัยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบแต่ก้องกังวานไปทั่วทั้งห้อง ดวงตาคมกริบที่มองมาทำเอาสาวหล่อร่างสูงนั้นรีบก้มหน้าหลบตาลงมองพื้น ไม่กล้าสบสายตานั้น

"เธอคือคนที่อยู่ในรูปกับลูกสาวของฉันใช่มั้ย" เมื่อเห็นว่าสาวหล่อยังคงยืนนิ่งไม่ยอมตอบคำถาม น้ำเสียงที่ทรงพลังนั้นก็ดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับเสียงตบโต๊ะดังปัง

"ฉันถามไม่ได้ยินหรือไง!!!"  วีร์ธิราสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ รีบละล่ำละลักตอบออกไปอย่างกลัวเกรง

"ชะ. . .ใช่ค่ะ. . .แต่เราสองคนไม่ได้มีอะไรกันนะคะ นะ. . .หนูสาบานได้ พวกเราเป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้น"

"ถ้าอย่างนั้น รูปบนปกหนังสือนั้นมาได้ยังไง ไหนลองบอกฉันมาซิ เธอรู้จักกับลูกสาวของฉันได้ยังไง แล้วเค้ากลับมาที่เมืองไทยนี่ตั้งแต่เมื่อไหร่"

น้ำเสียงของชายสูงวัยดูเหมือนจะอ่อนลงเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความกลัวของวีร์ธิราลดลงไปได้เลย ในใจของเธอมีแต่คำถามมากมายเต็มไปหมดว่านี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมเธอจะต้องถูกพาตัวมาที่นี่ ทำไมต้องถูกสอบสวนราวกับผู้กระทำผิดเช่นนี้ด้วย ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจเอาเสียเลย

"หนูรู้จักกับคุณเม เพราะคุณเมเป็นหลานของรุ่นพี่ที่ทำงาน เอ่อ. . .คุณกรอบแก้วน่ะค่ะ พี่แก้วเธอให้หนูไปรับคุณเมที่สนามบินเมื่ออาทิตย์ก่อนค่ะก็เลยรู้จักกัน ก็แค่นั้นไม่มีอะไรมากไปกว่านี้ค่ะ" วีร์ธิราตอบออกไป แล้วยืนนิ่งเหมือนเดิม ก่อนจะสะดุ้งอีกครั้งเมื่อธนาชัยโพล่งออกมาเสียงดัง ก่อนจะหันไปสั่งลูกน้องให้พาตัววีร์ธิราออกไปก่อน

"ฉันคิดไว้แล้วเชียวว่ายัยแก้วจะต้องเป็นคนเจ้ากี้เจ้าการเรื่องนี้ ชอบยุ่งไปซะทุกเรื่องเลยนะแม่น้องสาวคนนี้ พวกแกพาตัวแม่นี่ออกไปก่อน เดี๋ยวอีกไม่นานก็ต้องแห่กันมาทั้งอาทั้งหลานนั่นแหละ"  ชายสองคนตรงเข้ามาคว้าแขนของสาวหล่อคนละข้างและพาเดินออกไปจากห้องทำงานนั้น ท่ามกลางความงุนงงจับต้นชนปลายไม่ถูกของวีร์ธิรา

ข้างฝ่ายเมษยานั้น ยังคงไม่รู้เรื่องที่วีร์ธิราถูกลูกน้องของพ่อเธอจับตัวไป ได้แต่นั่งรอธรัตรากลับมาอย่างใจจดใจจ่อ เหลือบมองไปยังหญิงชราผู้เป็นยายของคนรักก็เห็นว่านอนเอนหลังหลับไปอยู่บนเก้าอี้ไม้โยก จึงค่อยๆ แอบเดินขึ้นไปยังห้องนอนของคนรัก ไม่กี่นาทีต่อมาเสียงเปิดประตูรั้วดังเอี๊ยดอ๊าดขึ้น เมษยาสะดุ้งพลางมองจากหน้าต่างในห้องนอนของธรัตราลงไปที่หน้าประตูบ้าน เห็นหญิงสาวคนรักเดินหน้าตาบูดบึ้งเข้ามา ก็ใจหายหล่นลงไปกองกับตาตุ่มด้วยแน่ใจว่าธรัตราคงรู้เรื่องข่าวที่ลงในหนังสือเล่มนั้นแล้ว รีบเดินไปหลบที่หลังประตูตู้เสื้อผ้าอย่างเงียบๆ

ธรัตราเปิดประตูเข้ามาในห้องนอนโดยไม่ได้เอะใจเลยว่ามีใครอีกคนหลบอยู่ที่หลังประตูตู้เสื้อผ้าบานนั้น ก่อนจะทิ้งตัวลงบนที่นอนแล้วร้องไห้ออกมา พร้อมกับพร่ำรำพันถึงคนที่ยืนแอบอยู่โดยไม่รู้ว่าเจ้าตัวนั้นอยู่ใกล้เธอเพียงแค่เอื้อมเท่านั้นเอง

"ทำไมเมถึงเป็นคนแบบนี้นะ ทำไมถึงทำอะไรแบบนั้นได้ ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ก็ได้หมดเลยรึไงกัน แล้วที่บอกว่ารักผึ้ง ลืมแล้วหรือไง คนใจร้าย" ธรัตราฟุบหน้าลงกับหมอน พลางกำมือทุบลงไปบนเตียงซ้ำๆ แต่แล้วเสียงของใครคนหนึ่งก็ดังขึ้นมา หญิงสาวผุดลุกขึ้นนั่งพรวด พลางหันหลังไปตามต้นเสียงนั้น

"เมไม่เคยมีอะไรกับคนอื่นนอกจากผึ้งนะ เพราะคนที่เมรักมีแค่ผึ้งคนเดียวเท่านั้น"

"เธอเข้ามาในห้องนี้ได้ยังไง ออกไปนะ!!!  ไปให้พ้นจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้เลยคนหลอกลวง" ธรัตราตะโกนเสียงดังไล่เมษยาออกไป พร้อมกับคว้าข้าวของเขวี้ยงปาใส่ แต่เมษยาก็หลบได้อย่างหวุดหวิด แล้วจึงรีบพุ่งตัวเข้าไปกอดคนที่กำลังออกฤทธิ์ออกเดชอยู่นั้น

"ใจเย็นๆ สิผึ้ง ฟังเมก่อนได้มั้ย เลิกคิดอะไรไปคนเดียวแบบนี้ซะที"

"ไม่ฟัง ไม่ฟังอะไรทั้งนั้นแหละ ผึ้งไม่อยากฟังคำแก้ตัวของคนหลอกลวงอีกแล้ว จะไปไหนกับใครก็ไปให้พ้นเลย"

ธรัตราออกปากไล่ พยายามทุบคนที่กอดอยู่เพื่อให้หลุดออกจากการเกาะกุมนั้น แม้จะเจ็บสักเพียงไหน แต่เมษยาก็ไม่ยอมปล่อยมือออกจากร่างบอบบางของคนรัก จนกระทั่งธรัตรายอมสงบลง เมษยาจึงค่อยคลายอ้อมกอดนั้นออก แล้วเปลี่ยนเป็นกดไหล่หญิงสาวให้ราบลงกับพื้นเตียง ก่อนจะประกบริมฝีปากของเธอลงไปที่ริมฝีปากแดงระเรื่อนั้น

แม้ในช่วงแรกคนตัวเล็กกว่าพยายามจะขัดขืน แต่แล้วก็ต้องยอมอ่อนให้กับจูบที่คุ้นเคยนั้นแต่โดยดี หญิงสาวสองคนจูบกันอย่างดูดดื่มคล้ายกับว่าโหยหามานาน เมษยาถอนริมฝีปากออก พลางมองใบหน้าคนที่อยู่ด้านล่างด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรัก ธรัตราปรือตาขึ้นมามอง แล้วจึงเบนหน้าไปทางด้านข้างเมื่อรู้สึกตัวว่าเผลอใจอ่อนไปกับจูบที่แสนหวานของคนรักเสียแล้ว เมษยาอมยิ้มนิดๆ เมื่อรู้ดีว่าอาการแบบนี้ของธรัตราแทนคำยกโทษได้เป็นอย่างดี เธอจึงก้มหน้าลงไปจุมพิตที่หน้าผากของคนตัวเล็กเบาๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้น

"ผึ้งยกโทษให้เมแล้วใช่มั้ย บอกมาสิคะ ว่าคนดีของเมหายโกรธแล้ว"

"ใครบอก. . .ผึ้งจะไม่ยกโทษให้หรอกนะ จนกว่าเมจะพูดความจริงทั้งหมดออกมา ทั้งเรื่องคู่หมั้นแล้วก็เรื่องเมกับคุณวีในหนังสือเล่มนั้นด้วย" ธรัตราหันกลับมาจ้องตาคนรัก ดูเหมือนว่าร่องรอยแห่งความเสียใจในแววตาของเธอจะเลือนหายไปแล้ว มีเพียงแต่ความสงสัยที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในดวงตาสีน้ำตาลอ่อนคู่นั้น

"จริงๆ นะ ถ้าเมเล่าแล้ว ผึ้งต้องยอมยกโทษให้เม ต้องกลับมาคบกับเมเหมือนเดิมนะ" ดวงตาของเมษยาเป็นประกายระยิบระยับ แต่แล้วกลับถูกมือเล็กๆ ของธรัตราดันใบหน้าให้ห่างออกไป เมื่อเจ้าตัวทำท่าว่าจะจุมพิตเธออีกครั้ง

"ไม่รู้ล่ะ เล่ามาก่อน ถ้าฟังไม่ขึ้น ผึ้งก็จะไม่ยกโทษให้"

"ก็ได้ๆ คนอะไรก็ไม่รู้ โกรธได้โกรธดีนักเชียว" เมษยาทำท่ากระเง้ากระงอด ก่อนจะยอมเปิดปากเล่าความจริงทั้งหมดให้คนรักของเธอฟัง

ไม่นานนักอ้นกับกรอบแก้วก็มาถึงที่หน้าบ้านของธนาชัย พี่ชายของกรอบแก้ว อ้นมองบ้านหลังใหญ่ก่อนจะอุทานออกมา

"โอ้โห. . .บ้านพี่ชายแกทำไมมันใหญ่อย่างนี้ล่ะ เป็นเพื่อนกันมาตั้งนานเพิ่งจะรู้นะว่าพี่แกรวยขนาดนี้เนี่ย" เมื่อเห็นว่าไม่มีใครมาเปิดประตูสักที กรอบแก้วจึงเอื้อมมือไปบีบแตรรถเสียงดังสนั่น ท่ามกลางความตกใจของอ้น

"เฮ้ย. . .ไอ้แก้ว เบาๆ สิ เดี๋ยวบ้านอื่นเค้าก็ออกมาเอาหินเขวี้ยงใส่รถฉันกันพอดี"

"อย่าโวยวายนักเลยน่า ไอ้บ้าเอ๊ย ทำเป็นหวงรถไม่เข้าเรื่อง นั่นไงเห็นมั้ยประตูเปิดแล้ว ขับเข้าไปเลยอ้น" กรอบแก้วหันไปตะคอกใส่เพื่อนรัก ก่อนจะทำลอยหน้าลอยตา เมื่อประตูอัลลอยสีน้ำเงินนั้น ค่อยๆ เปิดออกอย่างช้าๆ พลางเร่งให้อ้นรีบขับเข้าไปจอดภายในบ้านหลังนั้น

ทันทีที่กรอบแก้วเปิดประตูลงมาจากรถ ชายคนเดิมที่เคยเจอกับอ้นมาแล้วเมื่อก่อนหน้านี้ ก็ตรงเข้ามาหากรอบแก้ว พลางเอ่ยขึ้น

"คุณท่านรออยู่ในห้องแล้วครับ เชิญคุณแก้วที่ด้านบนเลย ส่วนคุณเชิญเข้าไปรอในห้องรับแขกก่อนนะครับ" ชายหนุ่มหันไปบอกกับอ้น ที่ทำหน้างงแต่ก็ยอมเดินตามไปที่ห้องรับแขกนั้น ส่วนกรอบแก้วเดินแยกไปที่อีกห้องหนึ่งบนชั้นสองของบ้าน

ทางด้านแพรลดา หญิงสาวกลับเข้ามาในห้องก็พบแต่เพียงความว่างเปล่า ด้วยความโมโหที่ถูกเพื่อนรักแย่งชิงคนของตัวเองไปอีกครั้ง ก็ได้แต่อาละวาดขว้างปาข้าวของเกลื่อนกลาด กระจายเต็มพื้น พลางกรีดร้องออกมาด้วยความอัดอั้นตันใจ ไหนจะโกรธเคืองเมษยา ไหนจะโกรธเคืองสาวหล่อคนรักจอมปลอมที่หนีหน้าไปไม่บอกไม่กล่าว ก่อนจะสรุปเอาเองว่าที่วีร์ธิราหายไปนั้น เป็นเพราะไปอยู่กับเมษยาเป็นแน่ ยิ่งเมื่อนึกไปถึงเมื่อวันก่อนที่สาวหล่อรีบปฏิเสธตอนที่เธอออกปากชวนว่าจะไปซื้อคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คเป็นเพื่อน แต่วีร์ธิรากลับขอไปคนเดียว ที่แท้ก็คงแอบนัดกับเมษยาไว้นั่นเอง น้ำตาไหลพร่างพรูลงมาจากดวงตาคู่สวยของแพรลดา ปากก็ตะโกนออกมาซ้ำๆ ด้วยความเสียใจ

"ทำไมถึงเป็นอย่างนี้นะ ทำไมแกต้องแย่งคนที่ฉันรักไปหมดเลย ไอ้เมแกมันเลว เลวที่สุดเลย ไอ้เพื่อนเลว" หญิงสาวฟุบหน้าลงกับเตียงร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่อย่างนั้นจนหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,034 ความคิดเห็น

  1. #1013 Meena_Sang (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2553 / 13:13
    *-*

    คนเราเน๊อะ

    คิดเอาเองหมดเลยวุ้ย

    #1,013
    0
  2. #979 Number42 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2553 / 21:11
    ใช่

    เข้าใจผิดกันไปใหญ่

    สงสารเม -.-
    #979
    0
  3. #925 My Angle (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2553 / 16:34
    ยิ่งเข้าใจกันผิดเปงเท่าตัวรุย - -
    #925
    0