O . o รักปลอมๆ ของจอมเจ้าเล่ห์ o . O (แนว Yuri)

ตอนที่ 22 : ทำไมถึงทำกับฉันด้ายย. . .ย!!!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,954
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    26 ต.ค. 49

ตอนที่ 22

ไม่นานนักอ้นก็มาถึงที่คอนโดของกรอบแก้ว ยกมือขึ้นเคาะประตูสองสามที ประตูก็เปิดออกเผยให้เห็นใบหน้าจิ้มลิ้มของเมษยาผู้เป็นหลานสาวของเจ้าของห้อง ที่ยืนส่งยิ้มให้พลางเอ่ยถามด้วยท่าทีเป็นมิตร

"เพื่อนของอาแก้วใช่มั้ยคะ"

"ใช่แล้วจ้ะ นี่คงจะเป็นน้องเมสินะ ยินดีที่ได้รู้จักนะจ๊ะ พี่. . .เอ่อ. . .อาชื่ออ้นจ้ะ" สาวหล่อมองหน้าคนที่เปิดประตูให้อย่างพินิจพิเคราะห์ ลอบยิ้มมุมปากเล็กน้อย เมื่อรู้สึกว่าเค้าโครงใบหน้าของเด็กสาวนั้นช่างมีส่วนคล้ายส่วนเหมือนกับเพื่อนตัวเองเหลือเกิน แล้วจึงยกมือขึ้นรับไหว้เมื่อเด็กสาวยกมือขึ้นไหว้เธอก่อนด้วยท่าทีนอบน้อม พลางเอ่ยถามถึงสาวหล่อที่กรอบแก้ววานให้ช่วยมาดูอาการ

"แล้วเจ้าวีเป็นยังไงบ้างล่ะ ดีขึ้นบ้างรึยัง"  เมษยาส่ายหน้า พลางเชื้อเชิญให้อ้นเข้าไปในห้องก่อน แล้วจึงปิดประตูห้องลง

เมื่อสาวหล่อวัยสามสิบกว่าเดินเข้ามาภายในห้อง ก็หยุดยืนมองร่างสูงที่นอนนิ่งอยู่บนโซฟาไม่ขยับเขยื้อน มีเพียงหน้าอกแบนราบที่กระเพื่อมขึ้นลงเป็นจังหวะเท่านั้น บ่งบอกให้รู้ว่าเจ้าของร่างยังคงมีลมหายใจอยู่ พลางหันไปกระซิบถามเด็กสาวที่ยืนมองอยู่เคียงข้างกันเบาๆ

"เค้าเป็นแบบนี้มาตลอดเลยเหรอ" เมษยาพยักหน้า พลางยิ้มเจื่อนๆ ให้เพื่อนสาวหล่อของผู้เป็นอา อ้นส่ายหัวเล็กน้อยก่อนจะเดินตรงไปหยุดอยู่ที่หน้าโซฟาตัวนั้น เอ่ยทักคนที่นอนเหมือนหมดอาลัยตายอยากด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า

"ไงเรา ถูกน้องพริตตี้หักอกมารึไง ถึงได้นอนทำท่าเหมือนคนป่วยใกล้ตายขนาดนี้เนี่ย" สิ้นเสียงของอ้น คนที่นอนอยู่ก็ลืมตาขึ้นมา พลางลุกขึ้นนั่งพรวดด้วยความตกใจ อ้าปากจะทักแต่กลับนึกชื่อคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่ออก จึงทำได้เพียงแค่ส่งยิ้มแห้งๆ ให้

"พี่ชื่ออ้น. . .เป็นเพื่อนของแก้ว เราเคยเจอกันที่ผับเมื่อสองเดือนก่อนไง จำได้หรือเปล่า" อ้นเอ่ยปากแนะนำตัวเองอีกครั้ง วีร์ธิราพยักหน้า ก่อนจะรีบยกมือขึ้นไหว้ผู้ที่อายุมากกว่า เหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้

"อุ้ยวีลืมไป สวัสดีฮะพี่อ้น"

อ้นยกมือขึ้นรับไหว้ร่างสูง ก่อนจะหันไปเรียกเมษยาให้มานั่งรวมกันที่ตรงโซฟา พลางหยิบนิตยสารเล่มที่ลงข่าวของทั้งสองคน ออกมาจากกระเป๋าสะพายข้าง แล้ววางแปะลงไปบนโต๊ะกระจก วีร์ธิรามองหน้าแขกผู้มาเยือนด้วยความสงสัย อ้นจึงทำปากบุ้ยใบ้ว่าให้เธอลองดูเอาเอง สาวหล่อร่างสูงเอื้อมมือไปหยิบนิตยสารเล่มนั้นขึ้นมา ทันทีที่ได้เห็นภาพบนหน้าปก ก็ร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ

"เฮ้ย!!! นี่มันอะไรกันเนี่ย"  เสียงของวีร์ธิราเรียกความสนใจจากเมษยาได้ในทันที หญิงสาวเดินถือแก้วน้ำมาให้อ้น วางลงบนโต๊ะแล้วจึงพุ่งความสนใจไปที่นิตยสารฉบับนั้นในมือของร่างสูง เพียงแค่ได้เห็นภาพเท่านั้น ก็แสดงอาการตกใจออกมาไม่แตกต่างกับวีร์ธิราเมื่อครู่สักนิด

"ว้าย!!! ทำไมถึงมีรูปเมกับคุณวีลงหน้าปกได้ล่ะ แถมยังทำท่าเหมือน. . ." 

"เหมือนกำลังจูบกันอยู่ใช่มั้ยล่ะ เมื่อเช้าอาเห็นก็ตกใจเหมือนกัน ไหนทีนี้ลองบอกมาซิว่า รูปนี้มันมาได้ยังไง แล้วเราสองคนไปทำอะไรแบบนั้นจริงรึเปล่า" อ้นต่อให้พลางเอ่ยถามอย่างคาดคั้น

ทั้งวีร์ธิราและเมษยาต่างก็รีบปฏิเสธเป็นเสียงเดียวกัน โดยเฉพาะเมษยานั้น ถึงกับหน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้ม จะเป็นลมล้มพับลงไปเสียให้ได้ เมื่อนึกขึ้นมาว่าคนรักของตนจะยิ่งโกรธเคืองมากกว่าเดิมสักเพียงใดหากได้เห็นภาพนี้ อ้นหันไปสังเกตเห็นเข้าพอดี จึงเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

"อ้าวน้องเมเป็นอะไรไป หน้าซีดเชียว อายังไม่ทันได้ว่าอะไรซักหน่อย"

"เปล่าค่ะ. . .ไม่ใช่ค่ะ เอ่อ. . .อาอ้นคะ ถ้ายังไงรบกวนฝากดูแลคุณวีสักพักนะคะ เมขอตัวไปทำธุระก่อน ฝากบอกอาแก้วด้วยนะคะว่าเมคงจะกลับเย็นๆ หน่อย ขอตัวก่อนนะคะ"

เมษยาปฏิเสธ ก่อนจะรีบขอตัวไปข้างนอก เธอต้องรีบไปอธิบายให้ธรัตราเข้าใจเสียก่อนที่จะได้เห็นภาพข่าวนี้ ไม่อย่างนั้นทั้งเรื่องเข้าใจผิดกันที่ญี่ปุ่น รวมทั้งเรื่องนี้ด้วยคงจะทำให้คนรักของเธอตัดขาดเธอออกไปจากชีวิตอย่างถาวรแน่ๆ อ้นงุนงงเล็กน้อยที่จู่ๆ หลานสาวของเพื่อนก็ปุบปับขอตัวไปธุระ ได้แต่มองตามร่างบางของเมษยาที่ก้าวออกไปนอกประตูห้อง ก่อนจะหันกลับมาสนใจสาวหล่อร่างสูงที่กำลังทำท่าครุ่นคิดอย่างหนักนั่งอยู่ตรงหน้า วีร์ธิราพูดขึ้นมาลอยๆ แล้วก็ทำท่าเหมือนนึกขึ้นได้ พลางเล่าเหตุการณ์ในภาพให้อ้นฟัง

"วีกับคุณเมไม่ได้มีอะไรกันจริงๆ นะฮะ เออ. . .จริงสิ! วันนั้นที่ร้านอาหารตอนที่วีกำลังจะส่งคุณเมขึ้นรถ มีผู้ชายคนนึงวิ่งมาชนคุณเม วีก็เลยประคองคุณเมเอาไว้เพราะกลัวว่าจะล้ม คงจะเป็นช่วงนั้นแน่ๆ เลย ภาพนี่ก็มุมกล้องชัดๆ วีไม่มีทางทำอะไรอย่างนั้นกับผู้หญิงคนไหนได้หรอกฮะ"

 อ้นพยักหน้าช้าๆ เชื่อว่าที่สาวหล่อที่อ่อนวัยกว่าเธอ คงไม่ใช่เรื่องโกหก และรู้สึกสะดุดหูกับคำพูดประโยคสุดท้ายนั้น

"ที่บอกว่า วีไม่มีทางทำอะไรอย่างนั้นกับผู้หญิงคนไหนได้ เป็นเพราะวีรักคุณพริตตี้เค้ามากอย่างนั้นเหรอ"

คำพูดของอ้นทำให้ร่างสูงต้องหันขวับไปมองหน้าคนพูด ก่อนจะหลบสายตาที่มองมาเหมือนจะคาดคั้น ใบหน้าแดงระเรื่อด้วยความเขิน จริงอยู่ที่เธอรักแพรลดามาก แต่ถึงไม่มีแพรลดาสักคน เธอก็คงทำเรื่องแบบนั้นกับผู้หญิงคนอื่นไม่ได้อยู่ดี

"มันก็. . .ไม่เชิงหรอกฮะ อีกอย่างนึงที่วีทำไม่ได้ เป็นเพราะว่าความจริงแล้ว . . . วี . . .ไม่ได้เป็นทอม แต่วีเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาคนนึงเท่านั้นเอง" วีร์ธิราตัดสินใจที่จะเล่าความจริงที่อัดอั้นอยู่ในใจคนเดียวมานานเพื่อระบายให้ใครสักคนได้รับรู้ อ้นทำหน้าแปลกใจ เมื่อได้ยินว่าสาวหล่อที่นั่งอยู่ตรงหน้าเธอไม่ใช่ทอม แต่ก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงกลายมาเป็นแบบนี้ไปได้ ร่างสูงพอจะเดาจากสายตาของอ้นที่มองมายังเธอได้ จึงค่อยๆ เล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง

ระหว่างนั้นเองก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น สาวหล่อสองวัยมองหน้ากัน ก่อนที่อ้นจะอาสาเป็นคนไปเปิดประตูเอง เมื่อประตูถูกเปิดออกช้าๆ ก็เผยให้เห็นชายวัยฉกรรจ์ในชุดซาฟารีสีดำ ราว 3 – 4 คน ยืนจังก้าอยู่ที่หน้าประตู หนึ่งในนั้นที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้า เอ่ยถามขึ้น

"ขอโทษนะครับ ไม่ทราบว่าที่นี่ใช่ห้องของคุณกรอบแก้วหรือเปล่าครับ"  อ้นพยักหน้ารับ แล้วมองกลุ่มชายฉกรรจ์เหล่านั้นด้วยท่าทีไม่เป็นมิตร วีร์ธิราเดินเข้ามาสมทบพลางมองกลุ่มคนแปลกหน้าเหล่านั้นด้วยความสงสัย

"ผมได้รับคำสั่งจากคุณธนาชัยพ่อของคุณเมษยา ให้มารับตัวคุณหนูกลับบ้านครับ"

ชายคนเดิมตอบพลางสอดส่ายสายตามองหาเมษยา แล้วจึงสั่งให้ชายอีก 3 คนเข้าไปค้นในห้องนั้น อ้นกับวีร์ธิราพยายามช่วยกันห้ามปรามคนกลุ่มนั้นไม่ให้เข้ามาในห้อง แต่ก็ถูกผลักกระเด็นไปคนละทิศละทาง เมื่อไม่เจอตัวเมษยาจริงๆ ทั้ง 3 คนจึงกลับมารายงานหัวหน้าคนนั้น เขาพึมพำก่อนจะชี้มือไปยังวีร์ธิราที่นั่งกองอยู่กับพื้นเพราะถูกผลักไปกระแทกกับฝาผนัง พลางออกคำสั่งลูกน้องทั้งสามให้ควบคุมตัวสาวหล่อร่างสูงไปด้วยกัน

"หาไม่พบเหรอ ถ้าอย่างนั้นพาตัวคุณคนนี้กลับไปด้วยกันก่อน"

"อะไรกันเนี่ย!!! พวกนายจะพาฉันไปไหน ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ บอกให้ปล่อยไงเล่า"

วีร์ธิราทำหน้าเหรอหรา และพยายามสะบัดตัวให้หลุดออกจากการจับกุมของชายสามคนนั้น แม้ว่าอ้นจะยังคงงุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และพยายามจะเข้ามายื้อยุดฉุดแขนกลุ่มชายแปลกหน้าพวกนั้นให้ปล่อยตัวร่างสูง แต่ก็ถูกหัวหน้าของพวกเขากันตัวเอาไว้ ได้แต่มองชายสามคนนั้นคุมตัววีร์ธิราเดินออกจากห้องไปต่อหน้าต่อตา

"เฮ้ย. . .เดี๋ยวสิพวกแกเป็นใครกัน แล้วจะทำอะไรน้องวีน่ะ" อ้นตะโกนโหวกเหวกเสียงดังทั้งที่ยังคงถูกจับมือไพล่หลังทั้งสองข้างเอาไว้ เมื่อชายสามคนนั้นเดินหายเข้าไปในลิฟต์แล้ว ผู้ชายที่เป็นหัวหน้าจึงยอมปล่อยอ้นให้เป็นอิสระ พลางอธิบายเรื่องราวด้วยน้ำเสียงเรียบ

"ขอโทษนะครับที่พวกผมต้องทำแบบนี้ แต่นี่เป็นคำสั่งคุณพ่อของคุณเมษยาครับ ท่านบอกว่าไม่ว่าจะใช้วิธีไหนก็ตาม ต้องพาตัวคุณหนูกลับไปให้ได้ รบกวนคุณช่วยเรียนให้คุณหนูและคุณกรอบแก้วทราบด้วยนะครับว่า ท่านจะปล่อยตัวคุณคนนั้นเป็นอิสระก็ต่อเมื่อคุณหนูกลับถึงบ้านเรียบร้อยแล้วเท่านั้น"  พูดจบเขาก็โค้งศีรษะให้สาวหล่อวัยสามสิบกว่าด้วยท่าทางนอบน้อม ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้อ้นยืนงงอยู่กับเหตุการณ์เมื่อครู่ พอได้สติก็รีบกดโทรศัพท์ต่อไปหากรอบแก้วทันที

"ฮัลโหล. . .แก้วเหรอ น้องวีถูกพวกมันจับตัวไปแล้ว ทำยังไงดีล่ะ" น้ำเสียงที่ตื่นเต้นของอ้น พลอยทำให้กรอบแก้วตกอกตกใจไปด้วย

"เดี๋ยว แกว่าอะไรนะอ้น ใครจับตัวใคร พูดให้มันรู้เรื่องได้มั้ย"

"ก็น้องวีน่ะ น้องวีโดนคนของพ่อน้องเมจับตัวไปแล้ว เค้ามาตามหาน้องเมแต่ไม่เจอก็เลยพาตัวน้องวีไปแทน"

อ้นรีบละล่ำละลักบอกเพื่อนสาว กรอบแก้วแทบช็อคเมื่อได้ฟังที่อ้นพูด พลางถามถึงหลานสาวตัวดี พอได้รับคำตอบว่าออกไปข้างนอกก็รีบบอกให้อ้นมารับเธอที่สำนักพิมพ์ก่อน จากนั้นจึงวางสายแล้วรีบกดโทรศัพท์ไปหาเมษยาทันที ทว่าไม่มีสัญญาณตอบรับ เธอพยายามโทรแล้วโทรอีก แต่ก็ยังเหมือนเดิม ได้แต่หันรีหันขวางอย่างทำอะไรไม่ถูก ก่อนจะรีบเข้าไปขอบรรณาธิการลากลับก่อน ท่าทีที่ดูร้อนรนของกรอบแก้วทำให้บก. อนุญาตให้เธอกลับก่อนได้อย่างง่ายดายโดยไม่เอ่ยถามถึงเหตุผล เพราะปกติแล้วถ้าไม่มีเรื่องด่วนจริงๆ เลขาสาวใหญ่คนนี้จะไม่เคยขอลากลับก่อนเลยสักครั้ง

หลังจากนั้นเธอจึงรีบลงไปยืนรอที่หน้าตึกด้วยความกระวนกระวายใจ  ไม่นานนักอ้นก็ขับรถมาจอดที่หน้าตึกนั้น พอกรอบแก้วหันไปเห็นก็รีบวิ่งไปที่รถทันที

"ออกรถเลยอ้น รีบไปที่บ้านพี่ชายฉันเร็วเข้า" อ้นพยักหน้ารับคำสั่งเพื่อนสาวหน้าตาตื่น  พลางออกรถกระชากดังเอี๊ยด ก่อนจะแล่นทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว ระหว่างทางอ้นก็ถามขึ้นมา

"นี่แก้ว ฉันถามจริงๆ นะ พี่ชายแกนี่เค้าเป็นนักธุรกิจหรือเป็นพวกแก๊งค์มาเฟียกันแน่วะ ถึงได้มีลูกน้องโหดขนาดนั้นน่ะ"

"จะบ้าเหรอยะ เค้าก็เป็นแค่นักธุรกิจธรรมดาๆ เท่านั้นแหละ เพียงแต่เค้าเป็นพวกบ้าอำนาจไปหน่อยก็เท่านั้นแหละ ไม่รู้ป่านนี้น้องวีจะเป็นยังไงบ้าง หวังว่าพี่ธนาคงไม่อาละวาดหนักจนถึงขั้นลงไม้ลงมือกับน้องวีหรอกนะ" กรอบแก้วหันขวับไปตอบคำถาม พลางพึมพำกับตัวเอง ด้วยความเป็นห่วงสาวหล่อรุ่นน้อง จนอ้นอดบ่นออกมาไม่ได้

"เชอะ. . .ห่วงกันเข้าไป นี่ถ้าฉันถูกจับไปมั่ง แกจะห่วงฉันอย่างนี้มั่งมั้ยวะแก้ว"

"เฮอะ. . .อย่างแกเนี่ยเหรอ ฉันไม่มานั่งห่วงให้เสียเวลาทำมาหากินหรอก ฉันรู้ดีอย่างแกน่ะ เอาตัวรอดได้อยู่แล้ว ถามอะไรมากจังเลยแกเนี่ย รีบขับเข้าเถอะน่า เดี๋ยวเกิดพี่ธนาโมโหขึ้นมาจะไม่มีใครห้ามทัน"

สาวใหญ่หันไปตอบ ก่อนจะหันออกไปมองนอกหน้าต่าง ส่วนอ้นนั้นสะบัดหน้ากลับไปอย่างงอนๆ  พลางเร่งเครื่องให้เร็วยิ่งขึ้นไปอีก เพื่อที่ว่าจะได้ไปถึงบ้านของธนาชัยได้เร็วขึ้นตามความประสงค์ของเพื่อนรัก 

………………………………………………………………………………………………………………………………….

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,034 ความคิดเห็น

  1. #978 Number42 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2553 / 21:05
    มันเกี่ยวอารายกะวี ง่า
    #978
    0