O . o รักปลอมๆ ของจอมเจ้าเล่ห์ o . O (แนว Yuri)

ตอนที่ 24 : พ่อขา. . .หนูขอโทษ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,690
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    31 ต.ค. 49

ตอนที่ 24

"ตกลงว่าผึ้งเข้าใจผิดไปเองทั้งหมดเลยงั้นเหรอ" ธรัตราเอ่ยออกมาเบาๆ เมษยาพยักหน้าหงึกๆ แทนคำตอบ พลางจ้องมองใบหน้าคนรักคล้ายจะเยาะเย้ย แต่คนตัวเล็กกว่ารีบซุกหน้าลงกับอกนุ่มของเธอ พลางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอู้อี้

"พูดว่าอะไรนะ เมไม่ได้ยินเลย" เมษยาแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน  ธรัตราจึงโพล่งออกมาเสียงดัง

"ก็บอกว่าขอโทษไงเล่า ผึ้งเข้าใจผิดไปเอง พอใจรึยังล่ะ" เมษยาหัวเราะชอบอกชอบใจ ที่คนรักยอมสำนึกผิดได้ พลางโอบกอดคนตัวเล็กเอาไว้ในอ้อมแขนอย่างแสนรัก ธรัตรากอดตอบเช่นกัน ก่อนจะผุดลุกขึ้นนั่ง เหมือนเพิ่งนึกอะไรได้

"เออ. . .จริงสิ ผึ้งลืมถามไป เมรู้หรือเปล่าว่าคุณวีน่ะ เป็นแฟนของดาอยู่นะ"

"อะไรนะ. . .คุณวี. . .เป็นแฟนดา. . .เดี๋ยวๆ เมไม่เข้าใจ ก็ดาเป็นทอมไม่ใช่เหรอ แล้วคุณวีก็เป็นทอม เฮ้ย. . .จะเป็นไปได้ยังไงกัน อีกอย่างคุณวีก็บอกเมเองนี่นาว่า แฟนคุณวีชื่อพริตตี้ เป็นนางแบบแล้วก็เป็นนางเอกละครเรื่องใหม่ที่กำลังจะฉายเร็วๆ นี่ด้วย"

เมษยาทำหน้ายุ่ง ธรัตราจึงเฉลยให้หายข้องใจ พลางเอื้อมมือไปหยิบหนังสือแฟชั่นเล่มหนึ่ง ที่แพรลดากับวีร์ธิราถ่ายคู่กันมาให้เมษยาดู หญิงสาวตกตะลึงกับภาพที่เห็น ด้วยไม่นึกว่าเพื่อนเก่าของเธอที่เคยมีท่าทางเป็นทอมเมื่อหลายปีก่อนจะกลายมาเป็นสาวสวยสุดเซ็กซี่ได้ขนาดนี้

"ก็พริตตี้นั่นแหละ คือ ดา เค้าเปลี่ยนจากทอมเป็นดี้แล้ว เมไม่รู้เหรอคะ"  หญิงสาวส่ายหน้า และพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะร้องอุทานออกมา

"ถึงว่า. . .คราวก่อนที่เมมาเห็นยายจ๋าพูดอยู่เหมือนกัน. . .เฮ้ย!!! ตายล่ะ แล้วดาเค้าเห็นข่าวนี้แล้วด้วยใช่มั้ย" ธรัตราพยักหน้า พลางมองหน้าคนรักด้วยความสงสัย

"ตายๆ คราวนี้เมตายแน่ๆ เลย คราวก่อนก็ไปแย่งผึ้งมาจากเค้า แล้วนี่ก็คุณวีอีกคน ตายแล้วผึ้ง เมจะทำยังไงดีล่ะเนี่ย ดาเค้าต้องโกรธแล้วก็เกลียดเมมากแน่ๆ เลย" เมษยาหน้าซีดเผือด ธรัตราเองก็มีสีหน้าหนักใจไม่แพ้กัน นึกสงสารแพรลดาขึ้นมาจับใจ แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำอย่างไรดี หากจะเข้าไปอธิบายตอนนี้ ก็ไม่แน่ใจว่านางแบบสาวจะยอมฟังที่เธอพูดหรือเปล่า ธรัตรากอดคนรักเอาไว้อย่างเห็นใจ และพยายามคิดหาวิธีที่จะอธิบายให้แพรลดาเข้าใจ

"เอาอย่างนี้ดีมั้ย ผึ้งว่าเราไปขอให้คุณวีช่วยพูดดีกว่า ยังไงถ้าดาเค้ารักคุณวีจริง ก็น่าจะยอมฟังคำอธิบายบ้างนะ" เมษยาพยักหน้าอย่างเห็นด้วย ก่อนจะรีบพาธรัตราไปที่คอนโดของกรอบแก้วด้วยกัน

เมื่อมาถึงที่คอนโดของกรอบแก้ว เมษยาไขกุญแจเข้าไปก็พบกับข้าวของที่วางระเกะระกะ แต่ไม่เห็นทั้งอ้น ทั้งวีร์ธิราหรือกรอบแก้วเลยสักคน นึกแปลกใจขึ้นมา จึงโทรเข้าโทรศัพท์มือถือของกรอบแก้ว

ระหว่างที่กรอบแก้วกำลังพยายามเกลี้ยกล่อมธนาชัย ให้ยอมปล่อยตัววีร์ธิราอยู่นั้น เสียงเรียกเข้าจากมือถือของเธอดังขึ้น สาวใหญ่หยิบขึ้นมาดูพอเห็นว่าเป็นเบอร์ที่คอนโดของเธอ จึงรู้ทันทีว่าคนที่โทรเข้ามาเป็นเมษยานั่นเอง สาวใหญ่ทำท่าจะขอตัวออกไปพูดนอกห้อง ธนาชัยเดาได้ในทันทีเช่นกันว่า คนที่โทรเข้ามาคงจะเป็นลูกสาวของเขา จึงสั่งว่าให้คุยในห้องนั้น กรอบแก้วจึงจำใจต้องกดรับสาย แต่ยังไม่ทันที่เธอจะอ้าปากพูด ก็ถูกธนาชัยคว้าโทรศัพท์ไปเสียก่อน

"อาแก้วเหรอคะ ไม่รู้ว่าอาอ้นพาคุณวีไปไหนค่ะ อาแก้วทราบมั้ยคะ พอดีเมมีเรื่องต้องคุยกับเค้าหน่อยนะค่ะ" เมษยากรอกเสียงลงไปด้วยน้ำเสียงร้อนรน ก่อนจะตกใจแทบสิ้นสติเมื่อได้ยินเสียงที่ตอบกลับมาจากปลายสาย

"ถ้ายังอยากเจอกับเจ้าทอมคนนั้นก็รีบกลับมาที่บ้านซะ" ธนาชัยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบ ทว่า หัวใจของคนรับสายนั้นหล่นตุ๊บลงไปกองกับพื้นเสียแล้ว ธรัตราเห็นสีหน้าไม่ดีของคนรักหลังจากวางสายแล้ว จึงรีบเข้ามาประคองเมื่อหญิงสาวทำท่าจะล้มลงไป พลางเอ่ยถาม

"เป็นอะไรหรือเปล่าเม อาแก้วว่ายังไงบ้าง"

"คุณวี. . .ถูกคุณพ่อพาตัวไปแล้ว" น้ำเสียงสั่นเครือเหมือนจะร้องไห้ ทำให้ธรัตราต้องกอดคนรักเอาไว้แนบอก ก่อนจะถามซ้ำ

"ใจเย็นๆ นะคะเม ทำไมคุณวีถึงถูกคุณพ่อเมพาตัวไป แล้วพาไปที่ไหน มันเรื่องอะไรกันเนี่ย" เมษยาส่ายหน้าช้าๆ อย่างหาคำตอบไม่ได้ แต่แล้วกลับเอ่ยอะไรบางอย่างออกมา

"คุณพ่อต้องการให้เมกลับไปที่บ้านแน่ๆ เลย ก็เลยจับตัวคุณวีไป ผึ้งจ๋า. . .เมไม่อยากกลับไปเลย เมกลัว. . .กลัวว่าถ้ากลับไปแล้วจะถูกสั่งห้ามไม่ให้พบกับผึ้งอีก เมจะทำยังไงดี" เมษยาได้แต่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ เมื่อรู้ตัวดีว่าคงจะขัดคำสั่งบิดาที่ต้องการให้เธอแต่งงานกับคู่หมั้นไม่ได้อีกแล้ว จึงตัดสินใจที่จะเผชิญหน้ากับปัญหานั้น

เพียงไม่กี่อึดใจ คู่รักจอมยุ่งก็มาปรากฏตัวที่คฤหาสน์ของธนาชัย หญิงสาวทั้งสองคนก้าวลงจากรถแท็กซี่ แล้วมองเข้าไปภายในบ้านหลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่หลังประตูอัลลอยสีน้ำเงินนั้น พอเห็นสีหน้าที่ไม่ค่อยดีของคนรัก ธรัตราก็รีบคว้ามือเ็นๆ ที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อของเมษยามากุมเอาไว้ พลางหันไปสบตาหญิงสาวอย่างให้กำลังใจ เมษยากระชับมือนุ่มนั้นเอาไว้ก่อนจะเอื้อมมือไปกดกริ่งที่หน้าประตู เพียงไม่นานประตูที่ถูกควบคุมด้วยระบบรีโมทก็เปิดออก สองสาวก้าวฉับๆ เข้าไปที่ตัวบ้านหลังงามนั้น โดยมีคนของธนาชัยคอยยืนรอต้อนรับอยู่ก่อนแล้ว

"เชิญทางนี้ครับคุณหนู ส่วนเพื่อนของคุณหนูเชิญรอที่ห้องรับแขกก่อนนะครับ"

"ไม่ค่ะคุณประสิทธิ์ เมจะพาเค้าไปพบคุณพ่อด้วย" หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดกับลูกน้องของบิดา พลางจูงมือของหญิงสาวที่ทำตัวไม่ถูกให้เดินขึ้นไปยังชั้นสองของบ้านซึ่งเป็นห้องทำงานของธนาชัยด้วยกัน

เสียงเคาะประตูดังขึ้น จากนั้นนายประสิทธิ์จึงรีบเข้าไปรายงานให้นายของตนทราบว่าบุคคลที่เขาต้องการพบมาถึงแล้ว ธนาชัยพยักหน้าแล้วจึงสั่งให้เข้ามา เมษยาจึงเดินนำเข้ามาในห้องก่อนและตามมาด้วยธรัตราที่เดินตัวเกร็ง เมื่อรู้สึกว่าบรรยากาศภายในห้องนั้น เหมือนกับภูเขาไฟที่กำลังก่อตัวอยู่ใต้ผืนน้ำรอเวลาที่จะปะทุขึ้นมาได้ทุกเมื่อ

"มาแล้วเหรอแม่ลูกสาวตัวดีของฉัน. . .รู้บ้างรึเปล่าว่าไปก่อเรื่องอะไรเอาไว้" น้ำเสียงที่ดุดัน ทำให้ธรัตราผวาหลบไปอยู่ด้านหลังของคนรักด้วยความตกใจ แต่เมษยานั้นยังคงยืนนิ่งด้วยท่าทางมาดมั่น ผิดกับเมื่อครู่ตอนอยู่ที่คอนโดของกรอบแก้วอย่างลิบลับ

"เรื่องนี้มันไม่เกี่ยวอะไรกับคุณวีเค้าเลยนะคะ จู่ๆ คุณพ่อก็ให้คนไปพาตัวเค้ามาแบบนี้ มันเข้าข่ายกักขังหน่วงเหนี่ยวผู้อื่น ถือเป็นคดีความได้นะคะ" หญิงสาวเอ่ยกับผู้เป็นพ่อ

"มาถึงก็ทำเป็นยกกฎหมายมาข่มขู่พ่อตัวเองเลยนะลูกคนนี้ ถ้าไม่จับเค้ามา แล้วแกจะยอมกลับมาบ้านมั้ยล่ะยัยเม  ทำเรื่องงามหน้านักแล้วทีนี้ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน เคยคิดถึงหัวอกคนเป็นพ่อบ้างมั้ย แล้วนี่ถ้าตาณัฐ คู่หมั้นของแกรู้เรื่องเข้าจะทำยังไง" ธนาชัยขึ้นเสียง เมษยาจึงสวนกลับไปทันที โพล่งออกมาอย่างหมดความอดทน

"ถ้าอย่างนั้นก็ยกเลิกงานหมั้นเสียสิคะคุณพ่อ มันหมดสมัยที่จะมาจับลูกคลุมถุงชนแล้วนะคะ อีกอย่างการแต่งงานเพื่อธุรกิจของคุณพ่อแบบนี้ เมก็รับไม่ได้หรอกนะคะ พี่ณัฐเองเค้าก็ลำบากใจเหมือนกันที่ต้องแต่งงานกับเม ทั้งๆ ที่เค้าก็มีคนรักของเค้าอยู่ก่อนแล้ว" หญิงสาวหยุดหายใจเล็กน้อย ก่อนจะร่ายยาวต่อไป

"เมไม่เข้าใจเลยนะคะ ว่าพวกผู้ใหญ่ทำไมถึงชอบทำอะไรตามใจตัวเองนัก ไม่ปรึกษาพวกลูกๆ บ้างเลย นี่คุณพ่อกำลังเลี้ยงลูกสาวหรือเล่นตุ๊กตาอยู่กันแน่คะ  ที่นึกจะให้เป็นแบบไหนก็เป็นตามใจคุณพ่อได้ เมก็เป็นมนุษย์คนหนึ่ง มีชีวิตจิตใจ มีสิทธิ์ที่จะคิดอะไรได้เอง เมไม่ใช่หุ่นยนต์ที่ต้องคอยแต่ทำตามคำสั่งของคุณพ่อนะคะ" เสียงของเมษยาเริ่มสั่นเครือในประโยคสุดท้าย ก่อนที่น้ำตาจะรินไหลลงมาเหมือนทำนบแตก ท่ามกลางความตกใจของกรอบแก้วและธรัตรา ที่หญิงสาวกล้าเปิดปากพูดกับผู้เป็นบิดาอย่างตรงไปตรงมา

"อีกเหตุผลนึงที่เมจะไม่แต่งงานกับใครทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นพี่ณัฐหรือว่าผู้ชายคนอื่นๆ ก็เพราะว่าเมรักผู้หญิงค่ะ. . .นี่คือธรัตรา เค้าเป็นผู้หญิงที่เมรักมากที่สุด และไม่คิดว่าจะรักใครได้มากเท่ากับเค้าอีกแล้ว" เมษยาเอ่ยขึ้นเบี่ยงตัวออกไปทางด้านข้าง เพื่อประกาศตัวธรัตราในฐานะคู่รักของเธอ

"เม. . ." ธรัตราครางออกมา เมื่อคนรักของเธอตัดสินใจบอกความจริงให้ผู้เป็นบิดาได้รับรู้ แม้ในใจแสนจะยินดีที่ได้ยินคำพูดนั้นจากปากของคนรัก แต่เมื่อได้เห็นท่าทางที่โกรธจัดของธนาชัย ก็ทำให้หญิงสาวนึกกลัวขึ้นมา

บิดาของเมษยานั้นโมโหจนใบหน้าแดงก่ำ ตรงเข้าไปหาลูกสาวของตัวเอง ก่อนจะตวัดฝ่ามือใหญ่ของเขากระทบเข้ากับแก้มของเมษยาจนหน้าหัน

เพียะ!!!

"รู้ตัวรึเปล่าว่าพูดอะไรออกมา บอกฉันสิว่าที่แกพูดเมื่อกี้เป็นแค่เรื่องโกหกเท่านั้น" ชายสูงวัยถลึงตาใส่ลูกสาว พลางตะคอกถามอย่างเอาเรื่อง ก่อนจะหันไปตวาดใส่กรอบแก้วที่ถลาเข้ามาประคองหลานสาวและคนรักที่ยืนตัวสั่นเป็นลูกนกเปียกฝน

"แกเองใช่มั้ยแก้ว. . .แกเป็นคนใส่ความคิดบ้าๆ แบบนี้ให้ลูกสาวฉัน พยายามจะล้างสมองมันให้เป็นเหมือนกับที่แกเป็นใช่มั้ย"

"ไม่ใช่ความผิดของอาแก้วหรอกค่ะ เมเป็นแบบนี้ก็เพราะเมเกิดมาเพื่อที่จะเป็นแบบนี้อยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าใครมาพูดเป่าหูก็จะเป็นกันได้ง่ายๆ หรอกค่ะ" เมษยาหันกลับมาตอบผู้เป็นพ่อ พลางยกมือขึ้นกุมใบหน้าด้านที่ถูกตบอย่างแรงจนรู้สึกชา แก้มขาวนั้นเป็นรอยฝ่ามือแดงขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

"แกว่าอะไรนะ" ธนาชัยตรงเข้ามาทำท่าว่าจะตบหน้าลูกสาวตัวเองอีกครั้ง เผื่อว่าจะเรียกสติสัมปชัญญะหรือความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของเมษยากลับคืนมาได้บ้าง แต่เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังขึ้นก่อน

"หยุดเดี๋ยวนี้นะคุณธนา ทำไมถึงได้ใช้กำลังกับลูกแบบนี้"

เนตรนภา มารดาของเมษยานั่นเองที่เข้ามายับยั้งธนาชัยเอาไว้ได้ทัน ชายสูงวัยได้แต่สบถออกมาอย่างหัวเสีย ก่อนจะหันไปกวาดข้าวของที่วางอยู่บนโต๊ะไม้สักนั้นหล่นเกลื่อนกลาด กระจายอยู่เต็มพื้นไปหมด ก่อนจะย่อตัวลงนั่งกับพื้น พลางใช้สองมือกุมศีรษะตัวเอง น้ำตารินไหลลงมาอาบสองแก้ม

เมษยาเองเมื่อได้เห็นน้ำตาของบิดาแล้วรู้สึกปวดร้าวในใจยิ่งนัก แม้จะรู้ดีว่าบิดาของเธอจะต้องเสียใจสักเพียงใด เมื่อรู้ว่าลูกสาวของตัวเองมีรสนิยมที่ผิดแผกไปจากคนอื่นๆ ในสังคม แต่เธอก็ไม่สามารถที่จะหักใจตัวเอง ทำตามที่บิดาของเธอคาดหวังเอาไว้ได้ ในเมื่อเธอเลือกที่จะเดินบนเส้นทางสายนี้แล้ว เธอก็ต้องก้าวเดินต่อไป ไม่มีวันที่จะหันหลังกลับไปบนเส้นทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ ที่บิดามารดาของเธอร่วมกันสร้างเอาไว้ให้ได้อีกแล้ว

"คุณพ่อคะ เมขอโทษ. . .ขอโทษที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่ต้องผิดหวัง. . .แต่เมรักผึ้งจริงๆ นะคะ" หญิงสาวเอ่ยทั้งน้ำตา ก่อนจะเข้าไปก้มกราบผู้เป็นบิดาลงกับพื้น

"ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้. . .ไม่ต้องกลับมาให้ฉันเห็นหน้าอีก. . .นับจากวันนี้ไปฉันไม่มีลูกสาวอย่างแกอีกแล้ว" ธนาชัยตวาดไล่ลูกสาวเสียงดัง เมษยาน้ำตาร่วงเผาะ พร่ำกล่าวคำขอโทษ  สะอื้นฮักๆ จนตัวโยน เนตรนภาเข้ามาประคองลูกสาวให้ยืนขึ้น แล้วพาเดินออกไปจากห้อง ธรัตราและกรอบแก้วมองภาพของธนาชัยด้วยความรู้สึกสะเทือนใจ ก่อนจะก้าวเดินตามสองแม่ลูกไป ทิ้งให้ชายสูงวัยนั่งร้องไห้อยู่ในห้องนั้นแต่เพียงลำพัง

"คุณแม่ขา เมขอโทษ. . .ฮือๆ. . .เมเสียใจที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่เสียใจ คุณพ่อคงโกรธเมมาก คุณแม่ก็โกรธเมเหมือนกันใช่มั้ยคะ" เมษยาเอ่ยขึ้น เมื่อถูกพาตัวออกมาที่ห้องรับแขก ซึ่งมีอ้นกับวีร์ธิรานั่งรออยู่ก่อนแล้ว เนตรนภากอดลูกสาวเอาไว้แนบอก น้ำตาหยดลงบนเรือนผมสีดำสนิทของลูกสาว แต่ยังคงฝืนยิ้มให้ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงห่วงใย

"แม่ไม่โกรธเมหรอกลูก. . .แม่อาจจะผิดหวังไปบ้างที่ลูกสาวของแม่เป็นแบบนี้ แต่แม่ก็ไม่ได้เสียใจอะไรมากมายนักหรอก ลูกสาวของแม่เป็นคนดีไม่ได้ทำอะไรให้ใครเดือดร้อนเสียหน่อย ถึงลูกจะเป็นยังไงก็ตาม ลูกก็ยังเป็นลูกของแม่เสมอนะเม"

"คุณแม่ขา เมขอโทษที่ทำให้คุณแม่ผิดหวังนะคะ"  หญิงสาวปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น เนตรนภาได้แต่ลูบศีรษะลูกสาวเบาๆ อย่างปลอบโยน ก่อนจะหันไปเรียกธรัตราที่นั่งน้ำตาซึมให้ขยับมาใกล้ๆ 

"ผึ้งใช่มั้ยลูก. . .แม่ฝากดูแลเมด้วยนะ มีเรื่องอะไรผิดใจกันก็ต้องคุยกันให้เข้าใจ ถ้ารักกันก็ต้องดูแลกันและกันให้ดีนะลูก"

ธรัตราน้ำตาไหลรินลงมา พลางก้มลงกราบมารดาของคนรักที่ตักด้วยความซาบซึ้งใจ ที่หญิงสาวสูงวัยยอมรับความรักในรูปแบบที่แตกต่างไปจากคนในสังคมของเธอและเมษยา เนตรนภาดึงตัวธรัตราให้ขึ้นมานั่งบนเก้าอี้ด้วยกัน พลางอ้าแขนรับหญิงสาวสองคนไว้ในอ้อมกอดอย่างแนบแน่น ก่อนจะคลายวงแขนออก  หันไปเอื้อนเอ่ยกับน้องสาวของสามี

"พี่ฝากดูแลลูกสาวสองคนนี้ด้วยนะแก้ว ถ้ามีอะไรขาดเหลือก็บอกมา พี่จะยินดีช่วยอย่างเต็มที่เลยล่ะ" กรอบแก้วพยักหน้ารับทั้งน้ำตา โดยมีอ้นคอยตบบ่าให้กำลังใจอยู่ข้างๆ วีร์ธิราเองก็พลอยน้ำตาซึมไปด้วยเช่นกัน

"ดูแลตัวเองให้ดีนะลูก" เนตรนภาหันกลับมาเอ่ยกับลูกสาวที่ยังคงกอดร่างเพรียวบางของผู้เป็นแม่เอาไว้แน่น ด้วยเสียงแหบพร่า

"ขอบคุณค่ะคุณแม่. . .ขอบคุณที่ยอมเข้าใจเม. . .เมรักคุณแม่นะคะ"

เมษยากล่าวตอบ ก่อนที่ทั้งหมดจะขอตัวกลับก่อน เนตรนภายืนส่งทั้งห้าคนขึ้นรถ พลางมองตามรถของอ้นที่แล่นออกไปไกลจนสุดตา แล้วจึงค่อยเดินกลับเข้ามาภายในบ้านด้วยความรู้สึกหดหู่ในหัวใจ ด้วยรู้ดีว่าธนาชัยคงไม่มีทางจะยอมให้อภัยกับลูกสาวได้อย่างง่ายดายเป็นแน่

 …………………………………………………………………………………………………………………………………
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,034 ความคิดเห็น

  1. #980 Number42 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2553 / 21:18
    วี หายยยย -0-
    #980
    0
  2. #942 ดับเครื่องชนไฮเปอร์ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 มีนาคม 2553 / 22:31
    อ้าว  แล้ววีล่ะ
    #942
    0