Never 'Bamboo' แบมบูพี่ไม่รัก Markbam

ตอนที่ 16 : Never'bamboo : 13 คำขอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,463
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 924 ครั้ง
    21 มิ.ย. 63

13

..คำขอ..

***(มีการปรับเนื้อหาของ 50 เปอร์เซนแรกนิดหน่อยนะคะ เพื่ออรรถรสรบกวนอ่านวนใหม่นะคะ)***

 

............

 

 

 

เล่นชู้งั้นเหรอ? ไม่สิ..ความคิดอคติแบบนี้มันไม่ใช่หรอก

 

ความคิดวูบหนึ่งนั้นลอยเข้ามาให้ชายหนุ่มผู้เป็นสามีคนตัวเล็กนั้นได้เข้าใจและเริ่มวินิจฉัยอาการทางใจของตัวเองไปพลางๆกับที่การทะเลาะวิวาทกับตัวเองเริ่มขึ้น

 

มาร์คดึงสติไม่ยอมปล่อยให้ความหึงเข้าครอบครอบงำมีอิทธิพลจนอาจให้ทำสิ่งที่ผิดพลาดซ้ำซ้อน แต่ทว่าไอ้ใบหน้าที่ยียวนของคนที่ใจมาร์คกล่าวว่าเป็นชู้นั้น..

 

ช่างเถอะ! ปล่อยวาง...

 

"คุณแบมเจ็บรึเปล่าครับ" นายแบบหนุ่มพยุงร่างเล็กให้ค่อยๆทรงตัวลุกขึ้นเผชิญหน้ากับมาร์คอีกครั้งหนึ่ง

 

"ปล่อยตัวแบมบู" ..มาร์คคิดว่าควบคุมไม่ให้วู่วามได้เท่านี้จริงๆดวงตาคมจ้องดุกว่าครั้งไหนและเป็นแบมบูเองที่ขนลุกขนพองกับมันคนเดียว

 

"มาร์คเบลว่าพอได้แล้วเถอะ" คนต้นเรื่องอย่างเบลสิณีเองก็เพิ่งจะรู้ตัวว่าควรห้ามทัพ ก่อนที่ร่างของคนสองคนตรงหน้าจะถูกจับฉีกโดยซาตานอย่างมาร์ค มือเรียวยื้อตัวเพื่อนตัวสูงไว้และแน่ล่ะหล่อนคงไม่ได้คิดทิ้งระเบิดไว้โดยที่ไม่ได้กอบกู้

 

ดวงหน้าน่ารักของน้องแบมบูเผลอส่งสายตาไม่พอใจใส่แค่เสี้ยววิแต่นั่นก็ทำให้เบลสิณีกระจ่างอย่างชัดเจน หึงก็บอกว่าหึงสิ! ปากหนักทั้งผัวทั้งเมีย หากเป็นอย่างนี้ต่อไปก็ขอให้พนมมือภาวนาอย่างเดียวแล้วล่ะหวังว่ารักครั้งนี้ของทั้งสองจะลงเอยด้วยคำว่ารักจริงๆสักทีเถอะ

 

"เบลไม่เห็นหรอว่าไอ้หมอนี่มันตั้งใจจะเป็นชู้กับเมียมาร์ค"

 

มาร์คต้วนผู้ที่ยังคงงี่เง่า เผลอพลั้งปากสาดคำพูดกร่อนใจคนฟังซ้ำอีก หนทางกลีบกุหลาบของความรักทั้งคู่คงเป็นได้แค่คำภาพจินตนาการเสียแล้ว

 

"ความคิดนี้ไม่น่าเชื่อว่าจะหลุดออกมาจากคนอย่างคุณนะครับ อีกอย่างคุณควรให้เกียรติภรรยาคุณหน่อยสิครับ ไม่เห็นจำเป็นต้องนิสัยตัวเองมาตัดสินคนอื่นเลย"

 

"พอเถอะครับคุณแดน คนแบบนี้พูดอะไรไปเขาก็ไม่ฟัง" แบมบูบอกเสียงดังออกมาให้มาร์ครู้สึกหน้าชา แววตาครุ่นเคืองที่ส่อประสานกันอย่างไม่ยอมแพ้ส่งผลให้อารมณ์ร้อนควบคุมจิตใจมาร์คต้วนได้ง่ายกว่าเดิม

 

"แล้วทำไม! คนแบบฉันมันทำไม"

 

"พี่ก็ว่าแต่แบมชอบทำตัวน่ารำคาญ ไปเถอะครับคุณแดน"

 

ราวกับสัตว์พันธุ์ดุหลุดออกจากกรงมุ่งหาเหยื่อตัวน้อยที่คิดหนี ร่างสูงโปร่งของมาร์คสาวเข้าไปหวังยื้อแย่งคนตัวเล็กที่ปากดีไม่เลิกคืน แรงของมาร์คที่ไม่รู้ว่าไปเอามาจากไหนมากมายทำให้แรงยื้อของหญิงสาวคนเดียวนั้นฉุดไว้ไม่อยู่

 

"ก็ได้ๆ ฉันไม่เอาเรื่องพวกนายก็ได้ แต่แบมบูจะไม่ไปไหน.." มาร์คต้วนยืนดักหน้าพร้อมพูดกระแทกเสียงใส่ มือคว้าข้อมือเล็กได้ไม่นานก็ถูกบิดออก

 

"เลิกตัดสินใจแทนแบมสักทีพี่มาร์ค"

 

แบมบูเคยบอกแล้วว่าเขาจะสู้..นั่นหมายถึงการสู้รบกับหัวใจที่แสนดื้อด้าน แต่เพราะรักมาก ๆ มันก็เลยโง่และไม่กล้าทำร้ายมาร์คได้ลง สายตาที่มองมาเหมือนตกใจกับคำพูดนั้น ข..ขอโทษดีไหมนะ? แบมบูก็ไม่รู้ว่าพลั้งปากพูดแบบนั้นไปได้ยังไง..

 

โอ้ยย...อึดอัดจริง ๆ เลย

 

“นายอยากไปกับหมอนี่มากเหรอ..จะไปเป็นชู้กับ..”

 

"หยุดพูด! ถ้าพูดอะไรดี ๆไม่เป็นก็หยุดได้แล้ว...นิสัยเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เดี๋ยวรักเดี๋ยวทิ้งขว้าง เลิกสักทีนิสัยแบบนี้น่ะ หยุดสักที"

 

สุดท้ายแล้วความอึดอัดมันเป็นแรงส่งให้คำพูดที่ตันใจส่งผ่านถ้อยคำตัดพ้อออกมา แค่ทุกวันมันก็เหนื่อยที่เอาแต่แค่กร่นด่าหัวใจตัวเองพอแล้ว.. ทุกวันนี้ ใจแบมบูแทบไม่เหลือแรงจะมารับผลจากการกระทำของมาร์คหรอก เขาอ่อนแอเกินไป..

 

.........

 

แน่นอนว่าคนที่อยู่ในเหตุการณ์แทบไม่มีใครจะเคลื่อนไหว ความเงียบเป็นฉากประกอบที่สำคัญในตอนนี้คำพูดของมาร์คเองก็ถูกปิดสวิตซ์ไปด้วย มาร์คกำลังยืนมองหน้าแบมบูด้วยสีหน้าที่ไร้ทางคาด

 

"แบมเจ็บ.."

 

"อย่าแตะต้องคุณแบมบู"

 

ราวกับการแข่งขันดึงชักกะเย่อเริ่มต้นขึ้นโดยมีแบมบูที่เปรียบเสมือนเชือกเส้นเล็ก ข้อมือเรียวทั้งสองข้างที่ถูกฉุดรั้งไว้โดยชายสองคนภาพในจอภาพของแบมบูสั่นไหวไปมาเพราะแรงฉุดที่ผู้เข้าแข่งขันทั้งสองฝ่ายกลับไม่มีใครยอมแพ้ ในหูได้ยินเสียงถกเถียงกันไปมา สมองมันปล่อยให้ความคิดขาวโพลงและใจดวงน้อยรู้สึกบีบตัวเจ็บ....

 

เหมือนของที่มีค่าหากแต่ที่จริงเขาแค่อยากเอาชนะกันเท่านั้นแหละ..

 

"โอ้ยย!! หยุดสักทีทั้งสองคน! นี่ไม่เห็นรึไง แบมบูจะแย่เพราะพวกคุณอยู่แล้ว"

 

ราวกับก้อนหินที่โยนให้ศึกครั้งนี้สงบลง..มาร์คต้วนและแดนเนียลเบาแรงที่ยื้อให้หยุดลง นั่นเหมือนการปล่อยคนตัวเล็กให้ทิ้งตัวลงตามแรงโน้มถ่วง ดวงตากลมโตสีเข้มมันสะท้อนแค่เพียงภาพคลื่นทะเลตรงหน้า แบมบูนั่งคุกเข่าลงอย่างคนหมดแรงปากเอ่ยป้องตัวเองเมื่อเห็นว่ามาร์คจะเข้ามาใกล้

 

“หยุดตรงนั้นกันให้หมด..”

 

“แบม..”

 

“..พี่เบลมีอะไรพูดมาให้จบเลยนะ..” ใบหน้าน่ารักหันมาสนใจเบลสิณี ดวงตาบ่งบอกว่าเหนื่อยล้าเกินกว่าจะมาร่วมศึกอีกครั้ง

 

"งั้น..น้องแบมบูเชื่อพี่พูดสักครั้งนะคะ"

 

เจ้าของประโยคนั่งยอง ๆ ลงแม้จะเอ่ยขอร้องกับแบมบูทว่าสายตากลับมองไปยังหน้าเพื่อนตัวโตที่ทรุดตัวนั่งข้างแบมบู และเหมือนแดนเนียลจะรู้มารยาทในตอนนี้พอ ชายหนุ่มอีกคนเดินเลี่ยงออกไปรอไม่ไกลนัก ทว่ายังส่งสายตาเป็นห่วงมาให้คนทางนี้

 

“น้องแบมคะ” ใบหน้าจิ้มลิ้มถูกจับให้เป็นฝ่ายจ้องมองเบลสิณีชัดๆ ดวงตาหวานช้อนขึ้นสบกับคนตรงหน้าอย่างเลี่ยงไม่ได้ ไม่ได้ตอบกลับอะไรไปทว่าใจที่เจ็บปวดกำลังเตรียมพร้อมรับมือกับความเจ็บปวดยิ่งกว่านี้

 

"น้องแบมบูคะ ฟังนะคะมาร์คไม่ใช่พ่อของลูกพี่ ไม่สิเอาจริง ๆ พี่ไม่ได้ท้อง ตั้งใจจะบอกตั้งนานแล้วแต่ไม่มีใครฟังเลย พี่ขอโทษด้วยที่ทำให้เรื่องวุ่นวายขนาดนี้ พี่ไม่คิดว่าจะเจอน้องแบมบูที่นี่..” เบลสิณีลากสายตาไปมองมาร์คที่อ้าปากค้าง ใบหน้าหล่อเหมือนทั้งสับสนและมีอะไรมากมายในใจที่ต้องการถามมาเสียเดี๋ยวนั้น แต่ดาราสาวกลับยังไม่ปล่อยช่องโอกาสให้ถาม

 

“ถ้าแบมไม่มาที่นี่พี่ก็คงไม่ต้องโกหก อย่าโกหกเลยครับ” แบมบูพูดเสียงแผ่วน้ำเสียงไม่ได้ส่งแววใจดีเหมือนทุกครั้ง สายตาเบนต่ำไปมองหน้าท้องอีกคน “อย่างน้อยก็สงสารลูกพี่บ้าง”

 

“พี่ไม่ได้โกหกพี่สาบานได้ว่าพี่ไม่ได้ท้องและมาร์คก็ไม่ได้รู้เรื่องด้วยน้องแบมจะโกรธก็ขอให้โกรธพี่คนเดียวนะคะเพื่อนพี่ไม่ได้รู้เรื่องอะไร”

 

“งั้นเหรอครับ?”ในตอนที่แบมบูหันกลับมาถามเพื่อหาความมั่นใจ กลับเป็นมาร์คที่นิ่งไร้คำพูดในบทสนทนา ใบหน้าหล่อคมคายไม่ได้ให้ความสนใจกับแบมบูด้วยซ้ำทั้ง ๆ ที่ในสายตาแบมบูตอนนี้สะท้อนภาพมาร์คเต็มจอ..

 

"ด..เดี๋ยว เบล ไม่มีลูกในท้อง ไม่สิ..ทำไมถึงโกหกกันอย่างนี้...ไม่ได้ท้องเหรอ"

 

คำพูดที่เหมือนผิดหวังของสามีส่งทอไปให้หญิงสาวอีกคน แบมบูในตอนนี้ไม่ได้มีเวลามานั่งพิจารณาไตร่ตรองให้ดีหรอก ความผิดหวัง ความน้อยใจ ความริษยาในใจของเขาก็มีในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง

 

..ในฐานะภรรยาคนหนึ่ง..ที่รักและห่วงหวงเป็น...

 

"เบลโกหก ขอโทษนะมาร์ค..แต่เรื่องนี้เบลอธิบายได้จริง ๆ"

 

..แค่คิดว่าสามีกำลังให้ความสนใจคนอื่นมากกว่าเขาในสถานการณ์แบบนี้แล้ว..

 

“อธิบายมาสิมาร์คจะฟังเบลอย่าร้องหน่า..”

 

“ฮึกก..ก็เบลไม่ได้ตั้งใจ..”

 

คนตัวเล็กเบือนหน้าหนีกับการที่จะเห็นว่าฝ่ามือของสามีจะยกเกลี่ยน้ำตาให้คนอื่นที่ไม่ใช่เขาคนเดียวเหมือนที่เคยคิด แบมบูยันตัวลุกขึ้นอย่างเงียบงันผละตัวให้ห่างออกจากความหวังดีของนายแบบหนุ่มคนที่กำลังก้าวเดินมาหา

 

รอยยิ้มเจือจางความเศร้าเป็นครั้งแรกที่เห็นมันจากแดนเนียลผู้ที่คอยส่งแต่พลังบวกมาให้..

 

ขอโทษนะครับ..

 

สายตาคลอน้ำใสของแบมบูบอกไปแบบนั้น สีหน้าเหนื่อยล้าส่งสัญญาณให้นายแบบหนุ่มหยุดฝีเท้าที่จะเดินตาม ก่อนคนตัวเล็กจะปลีกตัวออกจากจุดนั้นเงียบๆ แบมบูเดินหันหลังออกมาอย่างเงียบๆโดยที่มาร์คไม่ได้ให้ความสนใจและยังซักถามความจริงกับเพื่อนไม่เลิก

 

ความน้อยใจของแบมบูมาจุกอกตั้งแต่ที่มาร์คทำทีเสียดายว่าเรื่องทั้งหมดคือการโกหก เรื่องที่ไม่มีเด็กน้อยในท้องของดาราสาว..มาร์คต้วนแสดงออกมาว่าเสียดายมากเสียกว่าตอนที่แสดงออกมาว่ารู้สึกผิดกับการพรากชีวิตหนึ่งไปจากแบมบูอย่างสิ้นเชิง..

 

"พวกคุณจะปลอบกันอีกนานไหมครับ คุณมาร์คผมยังยืนยันคำเดิมนะครับว่าให้เกียรติภรรยาคุณมากกว่านี้หน่อย"

 

เสียงของนายแบบหนุ่มที่แม้จะชิงชังสามีคนตัวเล็กมากแค่ไหนก็ยอมปริปากแทรกขึ้นมา มันทำใจลำบากเหลือเกินกับการที่เห็นแผ่นหลังเล็กที่เดินไปนั้นสั่นเทาโดยที่เข้าไปปลอบไม่ได้ที่น่าเจ็บใจกว่าคนที่ปลอบและโอบกอดได้กลับเป็นมาร์คต้วน

 

"ไว้มาร์คจะมาจัดการเบลทีหลัง" เรื่องราวที่เคลียร์ไม่จบถูกมาร์คต้วนพักเบรกไว้ก่อน ใบหน้าหล่อคาดโทษเพื่อนสาวจนอีกคนยิ้มแหยะไม่ได้สลดใด ๆ

 

"อย่าทำคุณแบมร้องไห้ล่ะ"

 

"ไม่รับปาก"

 

อารมณ์คุกรุ่นยังสุมที่อกมาร์คตอบประชดนายแบบหนุ่มที่ทำหน้าตาเหมือนเขาไปฆ่าใครตาย ไอ้อาการที่ทำเป็นหึงหวงเมียชาวบ้านไม่ต่อยให้ลงไปดิ้นก็บุญแค่ไหนแล้วหวะ..

 

 

* * * * * * * * * *



 

ความอ่อนแอที่ขึ้นมาจุกอยู่รอระบายออกมาถ้าขืนทนอยู่ตรงนั้นให้นานมากกว่านี้ เขื่อนน้ำตามันคงไม่กักเก็บสายน้ำแห่งความเจ็บใจไว้ได้อีกแล้ว..

 

แบมบูอยากร้องไห้ให้ดัง เขาไม่เข้าใจเลย.. ไม่เข้าใจพี่มาร์ค บางครั้งก็ทำเหมือนหึงหวง ทำเหมือนให้คิดเข้าข้างตัวเองว่ากำลัง..รัก ตัวเขาอยู่เรื่อย

 

อยากร้องไห้ที่คิดหาคำตอบง่ายๆพวกนี้ไม่ได้ อาการแย่ทุกครั้งที่เผลอคิดถึงบทสรุปว่าจริง ๆ แล้วความสัมพันธ์ของเรามันจะเป็นแบบไหน มันต้องเดินไปทางไหนกันแน่ แบมบูอาจเป็นเด็กเกินกว่าจะรักหรือจริง ๆ แล้วมัน..ไม่มีคำว่ารักในความสัมพันธ์ครั้งนี้กันนะ?

 

"ฮึกก.."

 

จะว่าไปแล้วแบมบูก็เพิ่งรู้ตัวว่าอากาศมันหนาว..แล้วยิ่งเวลาแบบนี้มันก็ยิ่งหนาวจนจับใจ มือเล็กยกขึ้นกอดตัวเองด้วยน้ำตาที่เปรอะหน้า เช็ดเท่าไหร่ก็ไม่ออก ไม่ได้ชอบหรอกนะที่ต้องมีแต่น้ำตา..

 

ดวงตาบวมช้ำจากการร้องไห้สอดส่องสายไปยังเบื้องหน้าที่มีแต่ทะเลกว้างสุดลูกหูลูกตากระทบกับแสงพระจันทร์แล้วยิ่งสวย ถ้าเกิดเขาไม่ได้เสียใจและกำลังร้องไห้สาบานว่าจะยกยิ้มกว้างๆให้กับความสวยตรงหน้านี้แน่ ๆ

 

เป็นเพราะแบมบูนั่งร้องไห้ตรงนี้มานานถึงเพิ่งรู้สึก..จะว่าไปแล้วความอ้างง้างในใจกลับทำให้หนาวเหน็บกว่าอากาศเย็น ๆ นี้เสียอีก..นั่นแหละถ้าหากได้ผ้าห่มสักผืนหรืออ้อมกอดใครสักคน..

 

"ตาบวมจนขี้เหร่ไปหมดแล้ว ยังไม่ยอมหยุดอีกเหรอ"

 

"พี่มาร์ค" เจ้าของเสียงหวานรีบปาดน้ำตาออกลวกๆอีกหน สะดุ้งสุดตัวที่สัมผัสได้ถึงอุณหภูมิร่างกายของอีกคนที่ทอดกายนั่งข้างๆ แขนยาวของมาร์คไม่ได้ลังเลที่จะยกโอบไหล่บาง เหมือนมาวิ่งวนในใจจนรู้ว่าแบมบูกำลังนึกถึงอะไร

 

"ปล่อยแบม.." แต่ปากก็แข็งยิ่งกว่าหินทั้ง ๆ ที่ใจเหลวเป็นน้ำ..

 

"มันหนาวนะขอฉันกอดแค่นี้ก็ไร้น้ำใจเหรอ อย่าดื้อน่า"

 

"มันไม่ได้หนาวขนาดนั้น"

 

“เรื่องของนายสิแต่ฉันหนาว”

 

“ปล่อยเดี๋ยวนี้”

คนน้องพูดเสียงเรียบมือพยายามปัดป้องทว่าอีกคนกลับทำตรงกันข้ามราวกับไม่ได้ใส่ใจในคำพูดนั้น แบมบูที่ตัวเล็กกว่ามาร์คไม่มากนักถูกดึงตัวให้นั่งตักแกร่งแทนและกดให้เข้ามาซุกอกแกร่งเป็นการบังคับให้นั่งนิ่งๆ

 

"นั่งฟังมานานแล้ว เลิกร้องสักทีรำคาญเสียงร้องน่ะ..ฉันอยากฟังเสียงคลื่นทะเล" มาร์คหรี่ตามามองคนตัวเล็กที่ดิ้นขลุกขลิกในอ้อมกอด แววตาหวานที่มาร์คไม่เคยสังเกตว่ามันที่ส่อแววเศร้าทุกทีที่ได้จับจ้องใบหน้าหล่อกลับ ปากอิ่มเบ้น้อย ๆ ที่โดนดุ

 

"แบมได้ขอให้พี่มาฟังไหม.."

 

“กลิ่นทะเลนี้มันดีจริง ๆ” เหมือนไม่ได้สนใจคำถากถางของภรรยา มาร์คต้วนทำทีเป็นชมกลิ่นธรรมชาติทั้ง ๆ ที่จมูกโด่งกลับฉกชิงความหอมจากเส้นผมแบมบู

 

"ขอโทษฉันหึงนาย ไม่คิดว่าจะหึงมากขนาดนั้น และขอโทษที่เมื่อกี้มัวแต่ตกใจเลยไม่ได้สนใจนายเลย"มาร์คต้วนไม่รีรออะไรทั้งนั้น เขาพูดทุกสิ่งที่คิดและตรงกับใจไปที่สุด จับใบหน้าสวยที่ไม่ได้ปริปากให้หันมารับฟังความจริงจากเขาต่อ

 

"นายจำได้ไหมที่เคยขอฉันเลี้ยงหมาตั้งแต่เด็กน่ะ แต่ฉันไม่ให้เลี้ยง รู้ไหมเพราะอะไร.."

 

"ก็เพราะพี่เกลียดลูกหมา" แบมบูก็ยังบ้าจี้ไปตอบคนแบบมาร์ค คนตัวเล็กฉายแววหงุนงงบนใบหน้าเมื่อคำตอบที่เขาเข้าใจนั้นถูกปฏิเสธโดยมาร์คต้วน

 

"อือใช่ แต่ฉันไม่ได้เกลียดหมาทุกตัวบนโลกหรอก..” มาร์คกำชับกอดนำริมฝีปากมาจ่อใบหูแดงของน้องก่อนจะส่งเสียงกระซิบลงไป “ฉันเกลียดลูกหมาที่นายกำลังให้ความรัก ถ้ามันจะมีคนบ้าที่ไหนหึงคนที่ชอบแม้กระทั่งหมาก็ไม่อยากให้เข้าใกล้ คนบ้านั่นก็คือฉันเอง..ฉันต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ เลย"

 

บ้า..แบมบูก็คิดแบบนั้น

"อือ ปล่อยได้แล้ว" ใบหน้าสวยนั้นเปลี่ยนเป็นหงุดหงิดได้ง่ายๆมันไม่ใช่เหตุผลที่สมควรที่มาร์คจะยกมาเป็นข้ออ้างในการทำร้ายจิตใจคนอื่นหรอก แม้จะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม

 

"ขอโทษนะแบมบู ฉันพยายามจะมีเหตุผลแล้ว แต่อาจจะเพราะชอบนายมาก.."

 

แบมบูไม่ได้พูดแทรกหูของเขายังรับรู้ทุกสิ่งที่สามีพูด ดวงตาละจากหน้าเจ้าของคำพูดมาชื่นชมวิวทะเลตอนกลางคืนทำทีสนใจมันหนักหนาเหมือนเป็นสิ่งที่หาดูยากทว่าในใจของแบมบูมันเหมือนจะเริ่มพากันทำงานหนัก ระบบฉุกเฉินในใจกำลังบอกให้แบมบูเป็นฝ่ายสร้างกำแพงกั้นขึ้นมาบ้าง..

 

กั้นให้สูงกว่าที่มาร์คต้วนเคยทำ..

 

“แบมบู” เสียงของมาร์คเรียกสติของแบมบูกลับเข้าที่ มาร์คยกมือกอดกำชับตัวเล็ก ๆ เมื่อสายลมโชยพัดผ่านมา

 

"เรา...เรากลับกันเถอะ จะพากลับบ้านไม่ใช่เหรอครับ..กลับกัน" แบมบูต่อท้ายประโยคด้วยเสียงเบาหวิวจำยอมกับสิ่งที่รู้อยู่แล้วว่ามาร์คต้องการจะพาเขากลับ

 

คิ้วสวยขมวดราวกับไม่พอใจที่มาร์คยังไม่ปล่อยเขาลงจากตักสักที แต่แบมบูขมวดคิ้วข่มใจให้หยุดการสร้างกำแพงสูงชันไปมากกว่านี้ไม่รู้ว่าช่วยได้หรือเปล่าแต่ก็ทำ เพราะตอนนี้มันคงจะดีกว่าให้มองใบหน้านิ่งๆของมาร์ค นานเกินไปที่เอาแต่จ้องกันแบบนี้มันนานพอจะทำให้แบมบูเลิกคิ้วถามว่าเขาทำอะไรขัดใจเจ้าตัวไปอีกหรือเปล่า

 

"ฉันชอบนาย.."

 

ประโยคที่มาร์คตั้งใจไม่กักเก็บมันไว้กับตัว เขาจะบอกย้ำอีกครั้งว่าไม่ได้ล้อเล่นและไม่ยอมให้น้องเมินเฉย

 

ก็แค่ชอบ..

 

“ทำไมกัน..”

 

ทำไมกำแพงในใจแบมบูที่เกือบจะเสร็จสมบูรณ์ต้องพังทลายแค่ประโยคจากปากของมาร์ค แล้วอย่างนี้คนฟังแบบเขาจะทำอย่างไรได้ ปล่อยใจให้เจ็บปวด? เดินต่อไปในทางที่เจ็บปวด? แยกไม่ออกเลยด้วยซ้ำว่าคำลวงหรือเปล่า แบมบูไม่มั่นใจในคำพูดนั้นเลยด้วยซ้ำ..

 

ทำไมถึงฉุดให้เขาไปไหนไม่ได้สักครั้ง..

 

ความสับสนในใจและประหท่าของทั้งคู่ถูกกลืนหายไปกับรสจูบที่ขมฝาดจากเด็กหนุ่มผู้ริเริ่มก่อประกายรักในใจชายหนุ่ม

 

แบมบูจูบมาร์ค..เพื่อหาคำตอบที่ว่างเปล่า

 

.........

 

ว่างเปล่าเพราะมันเป็นคำตอบเดิม คำตอบที่แบมบูนั้นรักคนๆ นี้

 

คนตัวเล็กบดจูบขยี้ปากหยักของสามี มันเป็นครั้งแรกที่มาร์คคิดว่าตัวเขากำลังลอยเหนือพื้นดิน..

 

ในโลกของมาร์คต้วนสิ่งที่หอมหวานมากที่สุดคือแบมบู..เด็กหนุ่มไร้เดียงสาแต่กลับไม่ได้อ่อนต่อโลก เด็กหนุ่มปีกกล้าที่พังทลายน้ำแข็งในใจของเขาให้หลอมละลาย..เด็กหนุ่มที่ทำให้มาร์คกลายเป็นคนขี้คลาดกลัวการยอมรับความจริงว่าแสนจะรักดวงใจดวงนี้..

 

..มาร์คต้วนแค่ขี้คลาดเกินจะรับรู้ไปอีกว่าแท้จริงแล้วเขาแค่กลัวความเจ็บจากการที่โดนหักอกที่เผลอรักน้องแผลนั้นเจ็บเพียงมดกัดเท่านั้น..

 

..ให้มีแบมคนเดียวที่รู้สึก ถ้าความรู้สึกเรามันไม่ได้เท่ากัน....ให้มีเขาแค่คนเดียวที่อยู่ในภวังค์นี้คนเดียว..ให้เขารักก็พอ

 

"อือ"

 

คนตัวเล็กที่ผละจูบออกมาจากมาร์คสองมือลูบใบหน้าเนียนละเอียดของสามี สบตาฉายแววท้อแท้เต็มทนกับใจแข็งๆของมาร์คเพราะไม่รู้จะตอบรับความรู้สึกที่ไม่เท่ากันยังไง อาจเหมือนคนโลภมาก ก็ใช่ไงถูกแล้ว..แบมบูอยากได้คำว่ารักให้มากพอกับความทุ่มเทที่เขาลงไป

 

มาร์คต้วนไม่เคยรู้ตัวจนมาถึงวันนี้ว่าแบมบูแบกรับความเจ็บที่มากกว่าสิบกี่เท่าจากการเป็นฝ่ายรักเขา มันเปรียบเสมือนดาบเล่มคมที่เขาเป็นคนปักลงกลางอกน้องเองด้วยการกระทำที่แสดงออกมันไม่ได้ส่งผลดีเลยมาร์ครู้มันติดเป็นบาปทางใจของเด็กน้อยคนหนึ่งที่ใจจะแสนบริสุทธิ์

 

กลับกลายเป็นว่าคำว่ารักหรือชอบมันน่ากลัวสำหรับคนๆนี้ไปเสียแล้ว..

 

"แบมเหนื่อยมาก ๆ เลยพี่รู้ไหม คำพูดพี่ทำร้ายจิตใจกันหนักแค่ไหนใจแบมก็ทนเพราะมันชาจนไม่ได้รู้สึกเจ็บมากเท่าไหร่ แต่สิ่งที่แบมรับไม่ไหว..พี่"

 

"ขอโทษนะ..ขอโทษได้ไหม" มาร์คต้วนเอ่ยเสียงแผ่วเขาไม่ชอบเห็นน้ำตาที่เหือดแห้งของน้องมันไหลออกมานิ่งๆ ไม่ชอบตอนที่แบมบูไม่ได้อารมณ์ร้อนแต่ก็ไม่ได้ชอบตอนที่อารมณ์น้องเย็นยะเยือกแบบนี้

 

"แบมให้อภัยพี่ได้ตลอดเลยนะ แต่ขอพูดอะไรหน่อยแบมไม่ได้พูดให้พี่รู้สึกผิดกับสิ่งที่แบมเสียไปไม่ได้ขอให้พี่มาเสียใจเหมือนที่แบมรู้สึก..แบมถามจริง ๆ พี่เคยเสียใจไหมกับการทำร้ายลูก”แบมบูเว้นประโยคมากลืนก้อนสะอื้นก้อนใหญ่ของตัวเองแทน แววตาอาวรณ์กับความเสียใจที่จมปรักอยู่คนเดียว

 

เหมือนชักความผิดมาลงที่มาร์ค ก็ในเมื่อตอนนี้น่าจะเป็นโอกาสให้ใจเขาได้เจ็บทีเดียว..เขาก็เพียงอยากถามคำถามที่ค้างคา

 

“ไม่สิ.. เขาไม่ใช่ลูกเรา” แบมบูเหมือนคนเสียสติไปแล้ว ทว่าปากก็ยังไม่เว้นช่องว่างให้มาร์คแทรก “แบมว่าจะไม่น้อยใจแล้ว ฮะๆ แต่ก็อดไม่ได้เนอะแบมนี้งี่เง่ามากเลย "

 

มาร์คอยากบอกว่าเขาเองก็เจ็บปวดที่ละเลยความรู้สึกเขาคิดว่าน้องจะไม่รู้สึกอะไรแล้วนั่นเป็นเพราะแบมบูเลือกที่จะแสดงให้เขาเห็นแบบนั้น

 

"ฉันขอโทษ ..ฉันเสียใจแบมบู ฉัน..ฉัน" พูดไปมาร์คต้วนก็ยิ่งเกิดความละอายใจ ไร้ซึ่งคำแก้ตัวปล่อยให้เสียงลมพัดผ่านก่อตัวความหนาวเหน็บและพัดผ่านความเสียใจของเราสองคนในตอนนี้

 

"อย่าทำเพื่อแบมขนาดนั้นเลยครับแบมไม่ชินเลย แบมอยากเห็นพี่ชนะเหมือนที่ผ่านมา..” แบมบูพูดความจริง ไม่ชินสักครั้งที่มาร์คต้วนทำเหมือนจะยอมพ่ายแพ้ให้กับคนที่แพ้มาแต่เริ่มเช่นเขา

 

ยินดีด้วยครับแบมแพ้แล้วครับ..ยอมแพ้แล้ว" สองมือเล็กยกขึ้นชูออกอย่างยอมจำนน เขาแพ้ทุกทางแพ้ทุกอย่างใจเขาสู้ต่อไม่ไหวแล้ว

 

“"ขอโทษ ฉันขอโทษ.." คำที่มาร์คพูดได้ดีที่สุด

 

"แบมแพ้ตั้งแต่รักพี่แล้ว.."

 

"ไม่จริงแบม.."

 

"ถ้าพี่เสียใจกับเรื่องนี้จริงๆ.. ให้อิสระแบมคืนได้ไหมครับ"

 

ไม่....

 

ฆ่าแกงมาร์คให้ตายเสียยังดีกว่า...

 

 

#แบมบูพี่ไม่รัก



 

 

"กับข้าวไม่อร่อยกันรึไง ทำหน้าอมทุกข์อะไรขนาดนั้นกัน..แบมบูไม่ถูกปากเหรอลูก" คุณพ่อสามีที่นั่งหัวโต๊ะทานข้าวตัวใหญ่เอ่ยขึ้น ขัดการรับประทานอาหารที่แสนอึมครึ้มครั้งนี้และครั้งแรกในรอบหลายอาทิตย์ที่สมาชิกในครอบครัวนั่งประจำตำแหน่งบนโต๊ะอาหารอย่างพร้อมหน้า

 

"อร่อยสิครับ แบมทานจนท้องจะแตกแล้วนะครับคุณพ่อ" ลูกสะใภ้หน้าหวานเอ่ยตอบคำถามด้วยสีหน้าสดใส สองมือน้อยทำทีลูบท้องตามคำบอกเล่าเรียกเสียงหัวเราะขบขันจากผู้ใหญ่ทั้งสองเพราะอาหารที่พร่องไปกว่าครึ่งนั้นเป็นฝีมือเจ้าตัวน่ารักนี่จริง ๆ เว้นก็แต่ใครบางคนที่นั่งยิ่งเขี่ยข้าวเล่นเป็นเด็ก ๆ

 

"เอ้อลูกแบมคะ หนูเตรียมรึยังเอ่ย?"

 

"ครับ? เตรียมตัว?" แบมบูทำทีใคร่สงสัยอย่างน่ารักทว่าในหัวประเมินผลถึงหัวข้อคำถามที่เกรงว่าพวกคนเหล่านี้จะยัดเยียดให้เขาทำอะไรที่ฝืนใจโดยไม่ตั้งตัวอีก

 

"เตรียมตัวอะไรเหรอครับคุณแม่"

 

"ตายจริง! พี่มาร์คไม่ได้บอกน้องเหรอคะ ไปวันนี้วันพรุ่งแล้วนะ" ความคาดหวังในคำตอบมาตกอยู่ที่ชายหนุ่มที่นั่งปากหนักมานาน ท่าทีอ้ำอึ้งเมื่อเผลอสบตากลมโตของภรรยาเด็กเกิดขึ้นในตอนที่มาร์คต้วนรวบช้อนซ้อมและชิงจะลุกหนี

 

"พี่มาร์คมีอะไรต้องบอกแบมรึเปล่าครับ?" คนน้องถามเสียงใสรั้งไว้

 

"ไม่สำคัญหรอกนายกินต่อเถอะ ขอตัวนะครับคุณพ่อคุณแม่" มาร์คต้วนบอกปัดเสียงเรียบท่ามกลางบบรยากาศไม่ดีที่เริ่มจุดประกายขึ้นอีกครั้ง

 

คนตัวสูงเดินเลี่ยงออกจากห้องอาหารมุ่งหน้าขึ้นชั้นสองที่ตั้งของห้องทำงานที่ยกมาไว้บ้านอีกห้อง มาร์คต้วนทิ้งกายลงบนเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ ร่างกายและจิตใจของหนุ่มเจ้าของบริษัทฯโทรทัศน์กำลังทำทีราวกับยุ่งหนักหนา ว่างเมื่อไหร่เป็นทีต้องหันหน้าเข้ากองงาน

 

มาร์คต้วนทำอย่างนี้วนลูปมาตั้งแต่เมื่อวานที่กลับจากทะเล เขาทำอย่างนี้เพื่อที่จิตใจจะได้ไม่ฟุ้งซ่านและก็เพื่อที่จะเลี่ยงการคุยไร้สาระกับแบมบู

 

เรื่องไร้สาระที่เขาปัดตกและพยายามไม่คิดถึง..

 

‘ถ้าพี่เสียใจกับเรื่องนี้จริงๆ.. ให้อิสระแบมคืนได้ไหมครับ’

 

ไม่อยากคิด..

 

'ให้อิสระแบมคืนได้ไหมครับ'

 

ไม่อยากทำ...

 

ขอแค่อิสระ..คำขอนั้นมันมากไปหรือเปล่า?

 

เด็กบ้ามาร์คทำไม่ได้ และแน่นอนมันไม่ได้รับคำตอบกลับจากผู้กุมชัยชนะ ความเงียบเกิดขึ้นที่เราสองคนเป็นปกติแต่ถ้าหาข้อที่ต่างออกไปมันคงจะเป็นใจของมาร์คที่เขาไม่ได้รู้สึกชนะเลยสักนิด..กลับกันรู้สึกเหมือนกำลังจะแพ้ย่อยยับเลยต่างหาก

 

"ขอเวลาคุยด้วยหน่อยสิครับพี่มาร์ค..อย่าหลบหน้ากันเลย เราไม่ใช่เด็ก ๆแล้วนะครับพี่"

 

นั่นสิ แทนที่มาร์คจะเป็นฝ่ายพูดคำนั้นกลับเป็นคนตัวเล็กที่พูดออกมาในตอนที่มาร์คกำลังจะหลบหลีกการพูดคุยด้วยการเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำแทน

 

"ฉันไม่มี.."

 

"มี เรามีเรื่องต้องคุยกันนะครับ" แบมบูไม่ได้ยอมปล่อยตัวสามีตัวสูงไป คนตัวเล็กยืนดักทุกทิศทางที่มาร์คจะก้าวหนี เสียงถอนหายใจดังออกมาจากคนตัวสูงที่แบมบูทำตัวดื้อรั้น

 

เด็กนี่มันพูดไม่รู้เรื่องรึไง

 

"หลีกไปแบมบู"

"แบมแค่อยากคุยกับพี่ มันมีเหตุผลอะไรที่ต้องหลบหน้ากันนักหนา" คนน้องเริ่มขึ้นปล่อยอารมณ์โมโหออกมาในเมื่อมาร์คเป็นอย่างนี้มันไม่ชินเอาเสียเลย เอ่ยปากด่าเขายังจะดีเสียกว่า

 

อย่าทำราวกับแบมบูเป็นคนผิดทั้งที่เขาไม่สิทธิรับรู้ความผิดตัวเองสิ..แต่ถึงอย่างนั้น

 

"แบมขอ.." แบมบูชะงักกะทันหันเมื่อได้สบตาดุๆของมาร์คที่มองมายังเขาจนทำเอาขนลุกซู่ อาการสั่นเริ่มเข้ามาแทนที่ ๆ นึกขึ้นได้ว่ายามนี้คงไม่เหมาะจะคุยกัน สีหน้าท่าทางขึงขังของมาร์คกี่ครั้งๆแบมบูก็ไม่ชินหรอก ทั้ง ๆ ที่คิดว่าได้รับคำดุยังดีกว่าความเงียบและเมินเฉย แต่ทว่าแบมบูก็กลัวว่าใจจะรับไม่ไหว

 

"พูดมาสิ แต่ฉันไม่ชอบฟังเรื่องไร้สาระรู้ใช่ไหมแบมบู"

 

เหมือนตอนนี้..

 

มาร์คชิงพูดแบบนั้นก่อนที่เสียงของแบมบูมันจะหายไปและความรู้สึกที่จมอยู่กับประโยคที่ไม่ทันตั้งตัว..แบมบูไม่รู้ว่าคำขอโทษจะบอกมันจัดอยู่ในโหมดไร้สาระของสามีรึเปล่า

 

เขาแค่ไม่ชอบบรรยากาศอึดอัด แค่ตั้งใจจะมาขอโทษพี่มาร์คที่วันนั้นพูดไปเพราะอารมณ์ที่ควบคุมไม่อยู่..เขาแค่จะมาขอโทษ

 

"คือ..คุณแม่พี่บอกว่าเรา.."

 

"เรื่องที่เราต้องไปฮันนีมูนกันนั่นเหรอ"

 

"ครับ" คนตัวเล็กก้มหน้าคางแทบชิดอกไม่ทันได้ตั้งตัวเมื่อเผลอสบตาคมของสามี กี่ทีใจเขาก็ยังสั่นเป็นระวิงแถมยังมีแววสั่นด้วยเหตุผลที่แม่พี่มาร์คบอก บอกว่าแท้จริงแล้วมาร์คต้วนเป็นคนเอ่ยปากว่าอยากพาเขาไปฮันนีมูนเองต่างหาก สิ่งที่ได้รับรู้ทำเอาใจคนตัวเล็กโลดเต้นจนหลงลืมคำประชดประชันตัวเองเสียสนิท

 

“พี่จะพาแบมไปจริงๆ เหรอครับ”

 

แต่ทว่ามาร์คไม่ได้ลืมมัน...

 

ให้อิสระแบมคืนได้ไหมครับ.... มันดังก้องในหัวมาร์คตลอดเวลา

 

"อือ แต่ไม่ต้องห่วง.."

 

คำเปรยของมาร์คทำเอาใบหน้าหวานที่เงยขึ้นมากำลังจะผุดยิ้มรับคำตอบพร้อมความการตั้งตารอคอยด้วยความตื่นเต้น

 

"ฉันคงไม่ฝืนใจถ้านายไม่อยากไป และฉันเองก็คงไม่ว่างจะไปแล้วสบายใจได้" ใบหน้าน่ารักของแบมบูที่หุบยิ้มลง ในตอนนี้คงชาอะไรไม่ต่างจากหัวใจ กี่ครั้งแล้วที่คนตรงหน้าทำทุกอย่างพัง..

 

“ไม่มีอะไรอีกใช่ไหม?” แบมบูส่ายหัวให้กับคำถามนั้น ดวงตาหวานทิ้งสายตาไว้ที่แผ่นอกสามีแทน รอยยิ้มแผ่วบางระบายออกมาแม้ตอนนี้ในใจเหมือนคนกำลังจมน้ำ..

 

"ฉันอยากอยู่คนเดียว.." มาร์คปัดตกสีหน้าไม่สู้ดีของแบมบูด้วยการประดิษฐ์วาจาทำร้ายจิตใจคนน้องใหม่

 

"อ..อือ งั้นแบมไม่กวนแล้ว"

 

“ก็ดี ไปให้พ้นหน้า..”

 

แต่ว่าเหมือนทุกครั้ง..ความห่างไกลที่แบมบูไม่เคยจะไปถึง สีหน้าเรียบนิ่งของคนหมดใจ ไม่สิ..คนที่ไม่เคยมีใจให้ พูดถ้อยคำธรรมดาที่กรีดใจแบมบูเป็นเสี่ยงทิ้งทาย

 

นานแล้วที่คนตัวเล็กเดินออกมาจากห้องนั้นด้วยความเงียบเชียบแต่ว่าเขากลับมาหยุดนิ่งที่ห้องนอนหลากความทรงจำ แบมบูนึกทวนหาความผิดของตนเองที่ทำให้สามีต้องมาตะคอกใส่และพูดจาทำร้ายจิตใจเขาไม่เลิก

 

ราวกับคนไร้ความรู้สึก..

 

นานพอสมควรที่เขาใช้เวลาประเมินหาความผิด แต่มันดันไม่เจออะไร นอกจากความปวดหนึบที่หน้าอก..อาการทางใจเพราะพิษคำพูดของมาร์คต้วน

 

จะทำแบมบูร้องไห้ได้ง่ายๆอีกแล้วงั้นหรอ..

 

เสียงสะอื้นเล็ก ๆ นั้นที่ได้ยินมาราวครึ่งชั่วโมงบ่งบอกว่ามาร์คกลับกลายเป็นคนใจร้ายอีกหน ความคิดตีกันในหัวส่งผลให้นอนไม่หลับทั้งคนบนเตียงและบนโซฟาตัวกว้างอย่างมาร์ค ถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้ร่วมเตียงกันนอกเสียจากตอนบรรเลงรักที่คล้าย ๆ ว่ากำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้งในตอนนี้..

 

“เงียบได้หรือเปล่า” มือใหญ่แตะลงยังแผ่นหลังสั่นเทาจนแบมบูสะดุ้ง

 

“หยุดร้อง..” นั่นเพราะไม่ใช่ความรู้สึกรำคาญใจ แต่ทว่าคนฟังเองก็เจ็บปวดจากเสียงที่ได้ยินเช่นกัน..

 

ทั้งๆความน้อยใจของมาร์คก็มี ดันมานึกได้ตอนเผลอพูดประโยคไม่น่าฟังไปแล้วไง..

 

“ฮึกก” ประเมินความหงุดหงิดในใจสามีได้ไม่นานนักสมองก็ขาวโพลนเมื่อสัมผัสอุ่นทาบทับลงมาที่ริมฝีปากอิ่มตัวการปล่อยเสียงสะอื้นให้รบกวนเพื่อนร่วมห้องให้หยุดส่งเสียงน่ารำคาญ ใจเต้นจนปวดหนึบทั้งที่กำลังมีแผลเหวอะเหมือนโดนน้ำชโลมใจที่เจ็บช้ำให้นิ่งสงบชั่วขณะ แค่ทุกอย่างที่เป็นมาร์คต้วนกำลังชักนำและดึงให้แบมบูเข้าสู่วังวนความเจ็บปวดที่ถอนตัวไม่ขึ้น..

 

แบมบูตกลงไปอีกครั้ง..ไปทั้งตัวและหัวใจที่ยอมให้มาร์คคนเดิม..

 

 

เหตุการณ์แทบกลับมาเป็นปกติตั้งแต่ตื่นขึ้นมาจากห้วงสัมพันธ์ลึกซึ้งของคืนนั้น ที่บอกว่าปกติ..คือปกติที่ความห่างเหินมันกลับมามีบทบาทในชีวิตของคนทั้งคู่ เหินห่างกันเหมือนเดิม...แม้แต่บทสนทนาแทบไม่มีเลยด้วยซ้ำ

 

เวลามันหมุนและเดินไปเรื่อย ๆจนไม่ทันรู้ตัวเลยว่าเหลืออีกไม่กี่เดือนแล้ว สัญญาที่ถูกตั้งไว้แต่แรกโดยมาร์คต้วนกำลังเดินทางมาถึงกำหนด..

 

ฮันนีมูนที่ทำเอาใจช้ำเพราะคิดมโนไปเองก็ถูกเลื่อนผ่านออกไปอย่างไม่มีกำหนด เกือบเดือนมาแล้วที่ต้องประคับประคองชีวิตไร้สีสันให้ย้ำเดินต่อจนสุดปลายทาง

 

ชีวิตวนลูปที่ต่างฝ่ายต่างทำงานกลับมาอีกครั้งแตกต่างก็เพียงครั้งนี้เรากลายเป็นคนแปลกหน้ากันยิ่งกว่าเดิม...

 

เสียใจ?

 

แน่นอนว่าแบมบูเสียใจ..

 

แต่ในเมื่อเขาตอนนี้ไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไร ไม่ได้มีใครมายุ่งวุ่นวายราวกับให้ดอกาสได้รักษาแผลใจ..ตอนนี้แบมบูได้ย้ายออกมาอยู่เรือนหอที่เพิ่งสร้างเสร็จกับมาร์คแค่สองคน..ไม่สิจะเรียกว่าอยู่คนเดียวเสียมากกว่า นาน ๆ ทีมาร์คถึงจะกลับมาให้เห็นหน้า..มันก็ดี..ดีแหละ

 

ดีที่สุดแล้ว..สำหรับตอนนี้

 

"แม่คิดว่าจะไม่มีปัญหาอะไรกันแล้วเสียอีก ไม่ชอบเลยที่ตามาร์คเป็นแบบนั้น..และแม่ก็ไม่ชอบเลยที่เห็นน้องแบมเป็นแบบนี้" เสียงอ่อนหวานของแม่สามีที่มาเยี่ยมเยียนลูกสะใภ้ถึงสถานที่ทำงานเอ่ยขึ้น

 

คนตัวเล็กที่นั่งกุมมือตัวเองบนตักไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าหญิงสาวคนเดียวในที่นี้ ในเมื่อเขาถูกกล่าวหาว่าเป็นเหตุที่ทำให้ลูกชายตระกูลต้วนต้องขลุกตัวอยู่แต่กับกองงานไม่ได้สนใจโลกภายนอก

 

แบมบูเองก็ไม่รู้เหมือนกัน..เขาบอกว่าอยากอยู่คนเดียว

 

จะให้ไปยุ่งได้ยังไง

 

"มีปัญหาอะไรกันคะ เผื่อแม่จะช่วยได้" ดวงตาที่จดจ้องมาแบมบูถูกบังคับโดยการถูกเชิดคางให้มองมัน ดวงตาที่ถอดแบบออกให้สามีนั่นกำลังมองมาที่เขาราวกับห่วงใยแต่แบมบูคิดว่ามันดูจะก้าวก่ายความเป็นส่วนตัวไปเสียหน่อย

 

"แม่รักน้องแบมบูเหมือนที่รักพี่มาร์คนะคะ แม่อยากให้เข้าใจกันได้แล้วพ่อแงแม่งอนมากว่าปีละนะ หรือน้องแบมรู้ไหมว่าลูกชายตัวดีของแม่เป็นอะไร"

 

"แบมไม่รู้ครับ.."

 

"แบมไม่รู้ว่าพี่มาร์คเป็นอะไรครับ" แบมบูพูดขึ้นหลังจากคิดทบทวนมานาน เขาจดจ้องใบหน้าหมดจดของแม่สามีพร้อมความคิดที่วนอยู่ในหัว..ที่บอกว่ารักแบมบูเท่ามาร์คน่ะ

 

อย่าได้โกหกเขาเลย..

 

"แม่ก็ไม่อยากจะมาพูดอะไรเยอะนะแบมบูลูก แต่ว่าอายุอานามพี่มาร์คมันก็ไม่ได้น้อย ๆ แล้ว เป็นวัยทองรึเปล่าคะ อารมณ์เสียใส่น้องแบมบ่อย ๆ ด้วยสินะ" แบมบูพยักหน้าตามคำพูดนั้นเขารู้ดีว่าสุดท้ายแล้วจะวกกลับมาเรื่องไหน

 

"ลองมีหลานให้แม่สักคนดีไหมคะ? ให้พี่มาร์คได้เป็นพ่อคนบ้างเผื่อจะใจเย็นลง"

 

ความคิดที่สวนทางกับความเป็นจริงถูกพูดออกมาล่อแบมบูที่ไม่ใช่เด็กอนุบาลจึงไม่หลงกล

 

"ครับคุณแม่ แบมจะพยายาม" แต่คนตัวเล็กตอบอย่างน้อบน้อมแม้ยังติดใจหนักหนาว่าเหตุใดที่ต้องการเพียงเรื่องอย่างนั้นจากตัวเขากัน แต่ทว่าพอเงยหน้าเห็นรอยยิ้มสวยของผู้มีพระคุณความรู้สึกผิดก็จ่อที่หัวใจเด็กหนุ่มทันที

 

"คุณแม่ครับ จริงๆ แบมอาจจะทำหน้าที่ตรงนี้ไม่ดีพอ ถ้ามีวันไหนที่คุณแม่ต้องการเปลี่ยนใจ.." แบมบูพูดข้ามเรื่องนั้นออกไปลองเชิงในหัวข้อใหม่ที่แม้จะรู้สึกปวดหนึบก็ยังกลั้นใจให้พูดไป

 

คนที่ต้องพิจารณาตัวเองอาจจะเป็นแบมบูคนโง่คนนี้..

 

"ไม่ต้องกลัวว่าแบมจะเสียใจ"

 

"จะบ้าเหรอคะลูกแบม! ทำไมคิดอย่างนั้น"

 

แบมบูคิดตามคำตื่นตระหนก..ก็จะไม่ให้คิดได้อย่างไร เวลาที่ผ่านมามันไม่มีอะไรดีขึ้นเลยแล้วอีกอย่างมันก็เหลือเวลาอีกไม่กี่เดือนที่พี่มาร์คเคยพูดไว้

 

จนถึงปานนี้จวนจะครบปีแบมบูก็ยังทำหน้าที่สะใภ้ตระกูลต้วนได้ไม่ดีพอ.. ไร้แม้แต่ความสามารถที่จะทำให้สามีคิดเห็นเป็นสิ่งเดียวกันกับเขา แต่ทว่าความละอายใจมันมีมากขึ้นทุกวันที่ใจลึกๆแบมบูดันคิดว่าอยากเป็นคนเห็นแก่ตัวที่จะอยู่ตรงนี้ให้นานที่สุดไม่ไปไหน

 

ต่อให้ไม่รักก็จะหน้าด้านอยู่ เขาอยากทำแบบนั้น..

 

"พี่มาร์ครักน้องแบมมากนะคะ นี่คือสิ่งที่บอกว่าน้องแบมเหมาะสมจะเป็นสะใภ้ของแม่ที่สุดแล้ว" คุณแม่พูดโกหกปลอบใจอันสั่นเทาของแบมบูให้ลดระดับความเจ็บปวดลง

 

"เมื่อไหร่ที่น้องพร้อมจริงๆ ค่อยมีหลานให้แม่ก็ได้เนอะ" คุณหญิงต้วนยอมถอยทัพเมื่อเห็นสีหน้าสะใภ้มีแววจะเป่าปี่ร้องไห้อยู่ลอมล่อ ยกมือลูบเส้นผมนุ่มของลูกอีกคนด้วยความเป็นห่วงปนสงสาร

 

"แม่ขอโทษนะที่ผ่านมา ต่อไปนี้น้องแบมไม่ต้องคิดมากแล้วนะคะดูแลตัวเองดีๆก็พอ ส่วนพี่มาร์คแม่จะจัดการให้เอาแต่ใจอยู่เรื่อยเลยใช่ไหมคะ?"

 

"คุณแม่อย่าดุพี่มาร์คเลยนะครับ..เขาไม่ผิดเลย"

 

แบมบูยังคงเป็นแบมบูที่มักห่วงมาร์คเสมอ ใบหน้าน่ารักที่คลายกังวลกว่าเก่าอ้อนวอนเสียงน่ารักจนคนฟังใจอ่อน แบมบูดูบริสุทธิ์เกินกว่าจะปล่อยให้เดินไปเพียงลำพังสิ่งที่ทำให้ได้สำหรับผู้ส่งเสียคนนี้คือการฝากฝังมือบางให้เดินเคียงข้างไปกับลูกชายคนเดียว

 

เพราะเชื่อว่ายังไงมาร์คจะปกป้องแบมบูได้ในสักวัน..

 

"แบม! เอ่อ..ขอโทษครับที่เข้ามาขัดจังหวะ"

 

"ไม่เป็นไรจ้ะ แม่จะกลับแล้วพอดี..ลูกแบมเดี๋ยวเจอกันนะคะ คุณแม่รักน้องแบมนะคะ"

 

ประโยคแรกคุณหญิงต้วนใช้น้ำเสียงอ่อนหวานพอๆกับยิ้มหวานๆส่งให้คนมาใหม่ที่เข้ามาแทรกอย่างยูยู่ หน้าผากเนียนหอมกลิ่นอ่อนๆถูกจูบด้วยความรักจากคุณหญิงต้วน

 

"แบมก็รักคุณแม่ รักษาสุขภาพด้วยนะครับ"

 

แก้มอวบถูกหอมอีกฟอดอย่างนึกเอ็นดู แม่สามีส่งยิ้มหวานให้อีกครั้ง ไม่นานร่างสง่างามนั้นก็เดินออกไปจากห้องรับรองแขกของห้องเสื้อแบมบู

 

"นึกว่ายูจะรู้เสียอีกว่าเรากำลังคุยกับคุณแม่" ได้จังหวะคนตัวเล็กก็หันมาเอะเพื่อนตัวโตใหญ่

 

"รู้ๆๆ แต่โทษทีเราตื่นเต้นไปหน่อยอะแบม" ไม่ว่าจะนานสักแค่ไหนแบมบูก็ยังคงมองว่าเพื่อนเขานั้นยังดีใจราวกับเด็กๆ คนตัวสูงกว่าร้อยแปดสิบโดดดึ๋ง ๆ เดินตามแบมบูที่ยังคงขมวดคิ้วสงสัย

 

"มีเรื่องน่าดีใจกว่ายอดขายเดือนนี้ด้วยเหรอ?" แบมบูก็ชักจะหุบยิ้มไปกับเพื่อนไม่ได้ทั้งๆ ที่ไม่ทันได้รู้เรื่องราว ทว่าอยู่ๆ อีกฝ่ายก็หยุดกระโดดก่อนจะหันมาทำหน้าจริงใจใส่ฉับพลันมือก็คว้าจับไหล่เพื่อนตัวเล็กให้จดจ่อกับสิ่งที่ตนจะเอ่ย

 

หากแบมบูได้ยินรับรองว่าแบมบูต้องดีใจมากแน่ ๆ

 

"อะไรเล่าทำไมไม่พูดสักที"

 

"แบม.."

 

"หื้อ" รอยยิ้มผุดออกมาประดับหน้าเพื่อนตัวสูงอีกครั้ง คนตัวเล็กได้แต่งวยงง..นี่เขายิ้มรอจนเหงือกมันเริ่มแห้งละนะ

 

"ถ้าไม่บอกเราจิ้มตาจริง ๆ นะยู ลีลาอ่ะ"

 

"โหดอ่าแบม งี้ก็ไม่ต้องห่วงตอนคุณมาร์คใจร้ายใส่แล้วอ่ะดิ" ชื่อบุคคลที่ถูกพาดพิงนั้นทำเอาแบมบูชะงัก รอยยิ้มหวานนั้นถูกหุบลงทันทีและแบมบูคงไม่รู้ว่าความหมองเศร้ามันทอออกมาผ่านดวงตากลมโตจนเพื่อนจับสังเกตได้ง่ายๆ

 

งั้นยูจะบอกข่าวดีเพื่อเปลี่ยนประกายในดวงตากลมนั้นแทน..

 

"ฟังนะที่ฝรั่งเศสน่ะ ทางนู้นติดต่อกลับมาแล้ว..ดีใจด้วย" เจ้าของคำพูดเผยยิ้มหวาน

 

คำว่าดีใจด้วยราวกับกำลังยืนยันว่าความสำเร็จของแบมบูก้าวกระโดดขึ้นมาอีกขั้น

 

"หื้อ จริงหรอ!?" บริษัทฯ แฟชั่นยักษ์ใหญ่ที่แบมบูฝันว่าอยากเป็นส่วนหนึ่งของดีไซเนอร์แนวหน้า

 

"จริงๆ แบม ยูดีใจด้วย" ดวงตาหวานส่งทอความสุขออกมาไม่ต่างกับคนยินดี แต่ทว่ารอยยิ้มหวานที่ยกยิ้มให้ไม่นานนักมันก็หุบลง

 

"ขอบคุณ แล้วยังไงต่อ..” แบมบูส่งยิ้มเจือจาง ไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่ามันมีผลต่อชีวิตเขาอย่างไร

 

"ถ้าเผื่อแบมอยากเริ่มต้นใหม่ไง..ความฝันแบมไม่ใช่หรอ” ยูมองที่เพื่อนตัวเล็กพร้อมทั้งลูบหัวเล็กเจ้าของสีหน้าสับสน

 

แน่ล่ะ..ถ้าเป็นเมื่อก่อนที่แบมบูไม่มีพันธการหัวใจเขาเองคงไม่ได้มาเสียเวลาลังเลเช่นนี้หรอก

 

ถ้าให้เลือกกับสิ่งที่แบมบูกำลังยึดติดอยู่ตอนนี้ หรือเขาจะปล่อยให้ความฝันเป็นแค่ความฝันต่อไป..

 

แบมบูที่มีแต่ความกังวลเต็มหน่วยตาคนตัวสูงมองมันด้วยคำถาม..เพื่อนของเขาพร้อมแววตาแสนซุกซนมันหายไปไหนกัน…ยิ่งได้เห็นอย่างนั้น ความเจ็บปวดจากคนที่ยืนข้างกันมาตลอดอย่างยูแน่นอนว่ามันต้องมีเป็นธรรมดา

 

ทำไมถึงทำให้แบมบูมีชีวิตที่สดใสไม่ได้..

 

“มีเวลาเก็บไปคิดอยู่ ยังไงยูก็อยากให้แบมมีความสุขนะ” เจ้าของคำพูดก็เหมือนคนน้ำท่วมปากชี้บอกทางได้เพียงเท่านี้ รอยยิ้มใจดีที่อบอุ่นยังคงส่งให้แบมบูคลายกังวลเสมอ กุมมือเจ้าของความบอบบางด้วยความละไมให้สนใจในสิ่งที่เขากำลังพูด

 

“เลือกสิ่งที่ดีให้กับตัวเองเถอะนะแบม”

 

ยูรู้ในสถานการณ์ตอนนี้ดี รู้ดีแก่ใจถึงการจัดฉากครั้งยิ่งใหญ่ รู้กระทั่งแม้ตัวคนแจ้งข่าวนั้น..เอาเป็นว่าแค่นี้ก็รู้สึกผิดมากเกินพอ หวังว่าแบมบูจะมีโอกาสในการเริ่มใหม่ในเส้นทางชีวิตที่สวยงามกว่าเดิม เขาก็แค่หวังว่าแบมบูจะตัดสินใจถูก..และไม่เสียใจกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้...

 

ขอโทษนะแบมบูยูเองก็เป็นคนที่รักและหวังดีอีกคนหนึ่งเหมือนกัน..

 

 

 

 

#Never’bamboo



 

"แม่เตือนแล้วว่าให้รีบๆมีลูกกันสักที เนี่ยแม่ไม่อยากจะบอกนะว่าน้องแบมบูเนี่ยเนื้อหอมแค่ไหน..รู้อะไรไหมคะพี่มาร์ค" คุณหญิงต้วนที่ยืนอวดโฉมอยู่ข้างกายประธานบริษัทฯ ในตอนแรกเอ่ยประโยคยาวเหยียดด้วยความออกรสออกชาติ ทว่าก็ต้องแปรเป็นเสียงเบาลงเรียกความสนใจจากลูกชายที่นั่งทำงานหน้านิ่ง

 

"แม่เห็นนะมีแต่หนุ่มๆทั่วร้านน้องเลย ไม่รู้ว่าแวะมาซื้อเสื้อผ้าหรือแวะมาขายขนมจีบเจ้าของร้านกัน เมียเราน่ารักน้อยที่ไหน ลูกก็รู้.."

 

"มันก็ดีแล้วไม่ใช่หรอครับ แบมบูชอบแบบนั้นก็ให้เขาทำไป"

 

ไหล่ของมาร์คถูกผู้เป็นแม่อ้อมมาบีบเบาๆทันทีที่พูดจบ สีหน้าราบเรียบของคนหล่อนั้นทำให้คุณหญิงต้วนต้องกระซิบลงอีกหน

 

"มาร์คก็รู้ว่าน้องยังเด็กเขามีโอกาสจะเจอใครใหม่ก็ได้ใช่ไหมล่ะ"

 

"แบมบูไม่ใช่คนแบบนั้นหรอกครับ" มาร์ครู้ว่าแม่จะพูดอะไรนั่นคือสิ่งที่เขารับไม่ได้ ถึงพูดไปแบบนั้นแต่เขากลับผ่อนเสียงเบาลงอย่างช่วยไม่ได้

 

เอกสารตรงหน้าถูกวางลงทั้งที่ยังทำไม่เสร็จ เขาไม่มีกระจิตกระใจจะทำอะไรแล้ว ใจลึกๆก็หวั่นๆว่าเมียเด็กจะแอบเล็งใครไว้ในใจ

 

ถ้ารู้นะมาร์คจะจับมาตีให้ก้นลายไปเลย..

 

"แม่ก็อุตส่าห์ดีใจเห็นลูกย้ายออกไปเรือนหอทั้งที นี่ถ้าไม่คาดคั้นเอากับน้องแบมก็ไม่รู้หรอกว่าลูกกำลังใจร้ายกับน้องอยู่"

 

ก็เพราะเย็นวันก่อนตั้งใจจะไปทานมื้อค่ำสุดพิเศษกับลูกๆเสียหน่อย แต่ก็ต้องผิดหวังแทนเพราะเรือนหอหลังใหม่ที่ราคาไม่น้อยนั้นมีเพียงลูกสะใภ้เศร้าซึมทานมื้อเย็นคนเดียว

 

"หมายถึงเรื่องอะไรครับ" มาร์คทำหน้าตายเหมือนไม่รู้ความผิดตัวเอง

 

"เรานี่ก็เหลือเกิน ทำไมปล่อยเมียอยู่บ้านมืดๆค่ำๆคนเดียวไม่ห่วงน้องรึไง สมัยแม่สาวๆนะพ่อนี่ติดแม่เป็นตังเมเลยดุยิ่งกว่าหมาอีก" คุณหญิงต้วนพูดไปทั้งช่วยเก็บงานตรงหน้าให้ลูกชายไปด้วยเพราะนี่มันก็เลยเวลาเลิกงานไปนานโขแล้ว

 

"แม่เองก็อยากให้รีบมีลูกกันได้แล้ว.."

 

"ถ้ามีก็มีไปนานแล้วนี่ครับ แต่เดี๋ยวจะมาก็คงมาเอง" มาร์คต้วนผ่อนเสียงท้ายประโยคลง เอาจริงๆ ก็ไม่ได้มั่นใจหรอกว่าจะมีไหม..ภาวนาได้ก็ภาวนาเอา

 

"เอ๊ะ! ตามาร์คแม่ก็บอกไปแล้วไงอยากอุ้มหลานเร็วๆอายุก็ปูนนี้"

 

คุณหญิงต้วนยังยืนหยัดกับความตั้งใจไม่แปรผัน บุคคลผู้ให้กำเนิดจ้องลึกไปยังดวงตาของมาร์คที่เงยหน้าขึ้นมามองพอดี

 

สำหรับมาร์คแล้วเขาคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ซ้ำซากพอสมควร..ฟังจนเบื่อถ้ามันจะมีมันก็มีไปนานแล้วไง

 

ก่อนจะเอ่ยประโยคหนึ่งที่ทำให้รอยยิ้มประดับใบหน้าของผู้เป็นแม่ลดเลือนหายไป

 

"ไม่อยากดับความฝันนะครับ แต่ผมกับน้องคงไปไม่รอดหรอก.." เสียงมาร์คเบาหวิวเมื่อนึกถึงอนาคตที่ทำนายไว้

 

"ห้ะ! อะไร จะไม่รอดได้ยังไง"

 

"ก็มันจริงเหมือนที่คุณแม่บอก..แบมบูยังเด็ก เขาคงได้ไปไกลกว่านี้ถ้าไม่มีผม.." มาร์คพูดประโยคที่ใจคิดด้วยน้ำเสียงไม่หนักแน่นพอ ดวงตาคมนัยน์ตากลับไม่ได้ยินดีที่สื่อความหมายนั้นออกมาเลย

 

"พี่มาร์ค..แล้วมันเกี่ยวอะไร"

 

"ก็คนเก่งแบบแบมบูเขายังไปได้อีกไกล ผมไม่อยากเป็นตัวถ่วง"

 

หลังจากจบประโยคนั้นก็ไม่มีคำพูดใดหลุดออกจากปากผู้รับฟังอีกคนในห้อง การพิจารณาเสร็จสิ้นเสียงถอนหายใจดังๆขึ้นมาตามอีกรอบนึง คราวนี้เป็นคุณหญิงต้วนที่ช้อนดวงหน้าลูกชายให้ทิ้งความสนใจมาที่ตนแทนที่จะเป็นทิศทางที่เหม่อลอยทำเอ็มวี

 

ลูกคนนี้หนิ..

 

"มาร์คฟังแม่ เราให้อิสระน้องเต็มที่ก็อย่างที่เห็น แม่เลี้ยงดูส่งเสียให้เรียนหนังสือไม่น้อยหน้ามาร์ค หมดไปตั้งเท่าไหร่.. แบมบูก็เต็มใจที่จะอยู่กับเราแต่แรกแล้วมีอะไรต้องกังวลอีก"

 

"เขาไม่เหมาะจะเป็นภรรยาผม.." มาร์คครางเสียงต่ำพูดปลดไปในสิ่งที่ตรงข้ามกับใจคิด แบมบูเป็นคนเดียวที่ใจเขาบอกว่าเหมาะสมกับคำว่าเมียที่สุดแล้ว

 

"ทำไมคิดอย่างนั้นกัน น้องแบมบูรักลูกของแม่นะ พูดแบบนี้เขาได้ยินเข้าจะเสียใจเอา"

 

"แบมบูยังเด็กอาจจะแยกแยะไม่ได้ จริงๆอาจจะไม่ได้รักผมขนาดนั้น" เป็นอีกครั้งที่ความรักของแบมบูโดนดูถูก มาร์คสลัดความรู้สึกผิดที่ทิ้งขว้างความรักของคนๆหนึ่งทิ้งไป เขามองผู้เป็นแม่ด้วยสายตาที่ฟ้องว่าเขาเป็นผู้ใหญ่ที่ต้องจัดการปัญหาที่ผูกเอง

 

"มันเป็นเพราะผม..ผมเริ่มและก็จะจบเอง" ..มันเริ่มตั้งแต่มาร์คคิดอยากเล่นกับใจแบมบู เป็นเขาเองที่เริ่มให้เรื่องเลยเถิด

 

สถานะพี่น้องในตอนนั้นมันน่าจะดีกว่าตอนนี้อยู่แล้ว..ถ้าไม่อยากเอาชนะ ถ้าวันนั้นเขาไม่บอกแม่ว่าอยากได้แบมบูเป็นเจ้าสาว..

 

"คิดอะไรกันมากมายทั้งผัวทั้งเมีย แล้วมาร์คคิดว่าตัวเองโตกว่าน้องนักรึไง?"

 

เป็นคำถามที่มาร์คเองก็ถามใจตัวเองบ่อยพอควร เขาเองในเรื่องความรักก็ไม่ได้เติบโตไปกว่าแบมบูเลย เผลอๆแบมบูอาจจะเก่งกว่าด้วยซ้ำ

 

..น้องเก่งที่กล้ามอบความรักมากมายให้คนที่เห็นแก่ตัวแบบเขา

 

"แม่ไม่รู้นะว่าลูกไปพูดหรือตกลงอะไรกันไว้ แต่ความรักนะลูกมันยากก็จริงแต่ไม่ได้ซับซ้อนขนาดนั้น แม่เอาใจช่วยอยู่นะ" ไหล่ของมาร์คถูกบีบให้กำลังใจอย่างคำว่า มาร์คต้วนยกมือกอดเอวมารดาหลวมๆ อย่างไม่เคยจะเป็นก็ตอนนี้เหนื่อยไปทั้งกายและใจ

 

"ถ้ามันไม่ซับซ้อนเหมือนแม่พูดก็คงดีสิครับ ผมไม่อยากเดินหลงทางแล้ว.."

 

"เขียนบทเยอะจนบ้าเหรอตามาร์ค แม่อยากหยิกให้แก้มเขียวตายเลย" ประโยคใจร้ายที่มาร์คคิดมาตลอดว่าคุณแม่ที่แสนดีจะไม่มีทางพูดวันนี้มันกลับพูดออกมาจนคนฟังแบบมาร์คหน้าชาวาบ แม่ไม่เคยดุเขาเลยไม่ว่าจะครั้งไหน

 

"อินบทพระเอกเสียเหลือเกิน.."

 

มือเรียวสวยของผู้เป็นแม่ยกแก้วไวน์ราคาแพงขึ้นดื่ม เมื่อหัวข้อสนทนาตั้งแต่บริษัทฯจนจบมื้อค่ำที่ร้านอาหารสุดหรูยังเป็นเรื่องเดิมและวกกลับมาเรื่องเดิม

 

"มาร์คจะหย่าดีไหมครับ"

 

"พูดอย่างนี้แม่เสียใจนะพี่มาร์ค"

 

ริมฝีปากเจ้าของใบหน้าหล่อถูกกัดอย่างกักเก็บความรู้สึกไว้ให้จบที่ในใจตัวเอง มาร์คพยายามไม่มองหน้าบุพการีในตอนนี้เพื่อควบคุมอารมณ์ให้คงที่เพราะเขาเองก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่เสียใจเหมือนกันที่มีความคิดแบบนี้เข้ามาในสมอง ยกแก้วไวน์ราคาแพงขึ้นดื่มต่อท้าย

 

"ถ้าพูดอีกแม่จะเอาขวดไวน์ตีหัวพี่มาร์คแน่ๆ"

 

"ก็แค่คิด.."

 

"เห้อออ! อาการหนักทั้งลูกทั้งสะใภ้ งั้นแม่ถามหน่อยถ้าวันนึงน้องมีผัวใหม่พี่มาร์คทำใจได้ไหมครับ?"

 

"คุณแม่พูดอะไรแบบนั้น.." มาร์คเลี่ยงตอบคำถามแม่ที่กำลังกริ่มๆจากการยกซดไวน์ได้ที่ ชายหนุ่มที่อายุล่วงเลยมาถึงเลขสาม แต่ทว่าในสายตาบุพการีมาร์คต้วนก็ยังเหมือนเด็กสิบสองที่กำลังสับสนในเส้นทางเดินและเอาแต่ถามว่าอย่างนู้นดีไหมอย่างนี้สมควรหรือไม่

 

"โตจนจะแก่อีกรอบอยู่แล้วนะพี่มาร์ค เอาอย่างงี้กลับไปคิดดี ๆ ก่อน มาร์คก็รู้ว่าแม่รักลูกรักน้องแบมบูมาก ๆ เรื่องหลานแม่ก็เริ่มปลงล่ะแต่ถ้าได้ก็ดี"

 

มือของผู้เป็นแม่เอื้อมมาแตะลงข้างแก้มตอบลูกชายตัวโตเหมือนเรียกสติที่เห็นความสับสนเต็มไปหมดจากดวงตาคู่คม

 

"เลิกคิดเองเออเอง เลิกเขียนบทให้ชีวิตตัวเองแล้วกลับบ้านไปนอนกอดเมียส่ะ และถ้าคิดจะทิ้งสะใภ้แม่เมื่อไหร่..แม่นี่แหละจะจับน้องมาขังไว้ไม่ให้มาร์คเจออีกตลอดไปเลยคอยดู!"

 

ผู้หญิงที่อุ้มชูมาร์คต้วนมาแต่เด็กปลุกปั้นให้มีตัวตนจนถึงวันนี้โบกมือสะบัดไล่ให้ลูกชายทำตามที่เธอพูด มาร์คจ้องผู้เป็นแม่ด้วยความคิดที่ตีวนในใจ ..วันนี้เขาอาจจะต้องถอยออกมาก่อน ถ้าวันนึงที่คุณแม่รู้ว่าเขาตัดสินใจอะไรไป หวังว่าจะเป็นอีกคนหนึ่งที่ไม่นึกโกรธเคืองกัน..

 

ก็แค่หวัง..

 

"ยังจะมามองอีก! หรือจะหย่าจริง ๆ งั้นก็หย่าตอนนี้เลยเรียกทนายสมชายมาจะได้จบๆไป"

 

"ไม่ต้องครับ..ผมจะกลับแล้ว"

 

ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งกระตือรือร้นในการห้ามปรามผู้เป็นแม่ที่ทำทีจะยกหูโทรศัพท์ต่อสายทนายประจำตระกูลจริง ๆ คำว่าหย่านั้นฟังกี่ทีใจมาร์คก็ยังรับมือไม่ได้

 

ถึงจะมีวันนั้นจริง ๆ แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่ไง..มาร์คก็แค่เกริ่นๆไว้ก่อนเผื่อวันนึงที่เขาหย่าแบบสายฟ้าฟาดจริง ๆ คุณแม่จะได้ไม่หัวใจวายซึ่งจริงๆแล้ววันนั้นมาร์คอาจจะหัวใจวายไปก่อนก็เถอะ

 

รายนั้นก็รู้ดีว่ารักมาร์คหรือแบมมากกว่ากัน..

 

"อย่าลืมที่แม่บอกล่ะ" เสียงพูดไล่หลังทำเอามาร์คต้วนแทบสะดุดล้ม เขาก็คิดถึงแบมบูนั่นแหละจะให้ทำยังไงได้ในเมื่อช่วงนี้โหมงานหนักจนแทบไม่ได้พัก

 

ถ้าได้กลับบ้านเติมพลังใจสักหน่อยก็คงดี..

 

 

#แบมบูพี่ไม่รัก

 

Talk :

21/6/2563

ชั้นชอบดองฟิค ตัวชั้นรู้ ทุกคนรู้ กราบขอโทษอีกครั้งค่ะ

ฟิลมาทุกครั้งที่ต้องเปิดเรียน ทำไมนะ..

พรุ่งนี้เจอกันได้มุ้ย? ได้แหละ555

ขอคอมเม้นสักคนละเม้นหน่อยนะคะ ไว้ฮีลใจเหี่ยวๆ

ยัง..ยังไม่จบจ้า55555

ขอคอมเม้นคนละหนึ่งคอมเม้นเป็นกำลังใจให้น้องแบมบูกันด้วยนะคะ

สงสารน้อง

 

ถึงคนที่ยังอ่านมาถึงนี่นะคะ รักษาสุขภาพด้วยนะคะ

 

...เจอกันตอนหน้าค่าาา...

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 924 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,167 ความคิดเห็น

  1. #3161 npnp2020 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2563 / 02:42
    เชียร์ให้น้องไปฝรั่งเศสปล่อยให้พี่มันงี่เง่าต่อไป เบื่ออิผี
    #3,161
    0
  2. #3074 Ttkkenyg (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2563 / 00:51
    ก็คือเชียร์น้องให้ไปฝรั่งเศสละนะ
    #3,074
    0
  3. #3028 kaespicy (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 08:56
    เบื่ออีพี่มากกกกกกกกปญอ เลิกไปเลยแบมแล้วไปฝรั่งเศสหาผัวฝรั่งหล่อไไปเลยจบ55555ให้อีพี่มันบ้าไปคนเดียวลำไย🙄🙄🙄
    #3,028
    0
  4. #3024 mineboominee (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2563 / 15:38
    อึดอัดไปหมดดดดด ทั้งพี่มาร์คเเละเเบมบู ทำไมความรักของสองคนนี่มันดูอยากไปหมด
    #3,024
    0
  5. #2984 oni (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2563 / 01:15

    พอกันทั้งคู่เหนื่อยใจแทน อึดอัดไปหมด แล้วจะทนไปเพื่อ น่าเบื่อกับความคิดเองเออเองแบบนี้ วนหลูบเดิมๆสักวันคงจะบ้าต้องหาหมอกันบ้าง

    บ้าบอพอกันทั่งคู่ ทำเหมือนม๊าว่าก็ดีนะหย่ากันถึงจะเจ็บก็ยังดีกว่าอยู่กันแบบนี้ ไม่มีอะไรดีสักอย่างมีแต่จะพังกับพัง

    เมื่อไหร่จะสำนึกได้ มาร์คจะยอมรับความจริงและจะปรับตัวได้ตอนอายุเท่าไหร่ พ่อแม่ก็ดี้ดี มีแต่ความรักและอบอุ่น ตาบอดจนมองไม่เห็นบ้างเลยหรือ


    #2,984
    0
  6. #2975 BamBear_BB (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2563 / 01:46
    อึดอัดมากจริงๆอยากให้แบมบูใจแข็ง-สักครั้งแต่ถ้าเอาในสถานการณ์ของใจคนจริงๆมันก็ประมาณนี้นั่นแหละ แต่แบบมันอึกอัดอะ ถ้านี่เป็นแบมบูแล้วต้องรู้สึกยังไงอะ แม่หลัวก็จะเอาแต่หลาน หลัวเองก็ดีแต่พูดยังดีที่แกกล้าที่จะยอมรับใจตัวเองแลเวพูดมันออกมาบ้างนะมาร์ค แต่การกระทำแกอะมันโครตสวนทางกันเลย เรื่องมันมาถึงขนาดนี้แล้ว พลาดซ้ำแล้วซ้ำอีก ความเชื่อใจมันควรจะหมดไปตั้งนานแล้ว
    #2,975
    0
  7. #2968 May (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2563 / 00:54

    สงสารน้องประชดกันไปกันมา แล้วเมื่อไหร่จะมีความสุขซักที

    #2,968
    0
  8. #2967 Winwin (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2563 / 00:53

    ไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีเลย แบมบูก็ยังเป็นคนที่ต้องเจ็บมากกว่ายุดี พระเอกคือแก่แล้ว แต่ทำตัวงี่เง่าเหมือนเด็กปัญญาอ่อน คือแบบกูทำผิดได้ พูดจาหมาๆได้ แต่พอแบมบูพูดไม่เข้าหูดันแค่นิดเดียว ทำเป็นรับไม่ได้ รำคาญคนแบบนี้โครตๆ ถ้าจะทำตัวปัญญาอ่อนขนาดนี้ก็หย่าๆไปกันสะ เด๋วดีได้แป๊ปเดียวก็คงดรามมาอีก น่ารำคาญ😏😏😏

    #2,967
    0
  9. #2956 M.melody (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 19:36
    ย่ำอยู่กับที่ ไม่เห็นดีขึ้นเลย อึดอัดแทน ไม่พูดให้ตรงๆซะที มีไรก็เครียเหอะ จากที่อ่านๆมาทำให้แบมเจ็บอ่า แล้วแบมก็ขี้กลัวไม่กล้าพูดเหมืนกันมาร์คด้วย แต่งให้แบมเหมือนจะฆ่าตัวตายซึมเศร้ามากอ่าโง่ด้วย มาร์คเหมือนกัน เพลียแทน
    #2,956
    0
  10. #2936 ploylaksi (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 15:28
    อึดอัดมากเลย ไม่มีอะไรที่จะดีขึ้นเลย ย่ำอยู่กับที่มาตลอดเลยนะมาร์คกับแบมบู
    #2,936
    0
  11. #2935 patt.19 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 15:04
    อ่านแล้วโครตเหนื่อยมันเป็นอึดอัดสงสารแบมมากกกพี่มาร์คก็ดูจัดการตัวเองไม่ได้เป็นอะไรที่โครตหน่วงแนะนำให้ยัยน้องแบมหาผู้ใหม่เบื่อพี่มาร์คแล้ว(ไรต์สู้ๆน้า)
    #2,935
    0
  12. #2934 KochakornAhgase (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 13:29
    13 ตอนแล้วมาร์คกับแบมบูก็ยังไม่โตสักที ไม่พัฒนาความคิดตัวเองเลย ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนไม่มีอะไรคืบหน้า คาราคาซังกันอยู่แบบนี้ เข้าใจผิดกันอยู่แบบนี้ ไม่ยอมพูดกันสักที พอจะคุยกันดีๆก็มีเรื่องให้เข้าใจผิดกัน(อีกแล้วแล้วก็อีกแล้ว) อ่านแล้วเหนื่อยแทนตัวละคร
    #2,934
    1
    • #2934-1 M.melody(จากตอนที่ 16)
      22 มิถุนายน 2563 / 19:37
      ++++++
      #2934-1
  13. #2933 taratass7765k (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 12:26
    อยากให้เเบมทิ้งมาร์คไปให้จบๆมีผัวใหม่มาร์คร้องไห้เสียใจ จบเฮเลยค่ะ55555
    #2,933
    0
  14. #2932 Onnibieber (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 12:17
    มันอึดอัดไปหมดเลยเเม่
    #2,932
    0
  15. #2931 Indy. Inthira (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 11:20
    ปัญหาครอบครัวแบบนี้ แก้ได้ด้วยการ มีผัวใหม่คะลูก ให้มันจบๆไป อิแม่ทนไม่ไหวแล้ว ไม่รู้แบมบูทนได้ยังไง
    #2,931
    0
  16. #2930 tinytinyT (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 11:19

    ไรท์คะ สปอยล์ทีว่าแฮปปี้เอนด์ ....
    #2,930
    0
  17. #2929 XCIIIXCVII (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 11:16
    ม้าคปากแข็งอยู่คนเดียว เรื่องจะไม่ยุ่งยากเลยถ้าพระเอกไม่มโนเก่งแบบนี้ อยากจะให้น้องหนีไปไกลๆจริงๆ หมั่นไส้อิพระเอก
    #2,929
    0
  18. #2928 Icely'Real (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 08:39
    สงสารน้อง อิพี่ก็คิดเองเออเองเก่ง ทำน้องซึมเก่ง คนอ่านน้ำตาซึมไปหมดแล้ว

    กลับมาต่อเร็วๆนะคะไรท์ รอลุ้นอยู่นะคะ
    #2,928
    0
  19. #2927 MTBB_COLD_Tim (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 08:25

    คิดถึงคร่าาา ในเมื่ออิพี่อยากหย่าก็หย่าไปเลยลูก ก่อนหย่าเอาหลานแฝดมาซักคนหน่อยให้อิพี่อิจฉาไปเลย ง้อให้ตายเลยลูก
    #2,927
    0
  20. #2926 liy.m (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 07:45

    ปาดดดดน้ามตามรอบที่ร้อยยยยยแล้วว บวกกับคิดถึงไรท์มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆปิ้วๆๆๆ นึกว่าไม่มาต่อแล้ววว

    ขอบคุณที่กลับมานะคะ

    รอเสมอออนะค่าาาาาาาาาาาาา
    #2,926
    0
  21. #2925 NichananTy (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 02:57
    คิดถึงมากกกกกก หย่าไปเลยลูกแม่!!! แม่ไม่ทน!!! เป็นกำลังใจให้นะคะไรต์
    #2,925
    0
  22. #2924 Tiamo BT (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 01:46
    หน่วงอีกแน้ววว สู้ๆนะคะ
    #2,924
    0
  23. #2923 Weeranuch (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 00:12
    คิดถึงไรท์ที่ซู้ดดดดดดค่า/มากี่ทีก็หน่วงอยากฟาดพี่มาร์คมากกกโอ้ยยยจะบ้าตายแต่โครตสนุก
    #2,923
    0
  24. #2922 RujiratThaikue (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 00:12
    ฮืออ ไรท์กลับมาแล้วว ตกลงมันจะเป็นยังไงนะ รอเลยค่ะ ลุ้นๆ ปากหนักกันทั้งคู่อะเนอะ แล้วก็คิดไปเองกันตลอด เนี้ยต้องคุยกันให้รู้เรื่อง ไม่งั้นจะเลยเถิด แงงง สงสารน้องบู สู้ๆนะค้าบลูก คุณแม่จะจัดการอิพี่ม้าคให้คับหนู!
    #2,922
    0
  25. #2921 MM_MB (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 00:07
    ปากหนักกันทั้งคู่
    #2,921
    0