Never 'Bamboo' แบมบูพี่ไม่รัก Markbam

ตอนที่ 17 : Never'bamboo : 14 ราวกับว่าฉันกำลังเสียคุณไป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,712
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 626 ครั้ง
    28 ก.ค. 63

14

ราวกับว่าฉันกำลังจะเสียคุณไป

 


 

"ขอบคุณที่มาส่งนะครับ"

 

"น่ารักขนาดนี้ให้กลับคนเดียวโดนฉุดก็แย่สิครับ"

 

"เอ่อ..ผมพูดเล่นหน่า..แฟนคุณดุขนาดนั้นผมไม่กล้าแล้วล่ะครับ"

 

รอยยิ้มหวานจากอดีตคุณนายแบบห้องเสื้อของแบมบูถูกเลื่อนขั้นมาเป็นหนุ่มนักหยอดตัวพ่อกำลังพูดคุยเสียงหวานกับคนตัวเล็กที่ยืนล่ำลากันอยู่หน้าประตูรั้วบ้าน ทว่าก็ต้องกลับลำเมื่อเห็นใบหน้าน่ารักไม่น่าจะสนุกไปด้วย

 

"งั้นขับรถดีๆนะครับคุณแดน"

 

"ครับ ไว้เจอกันนะครับ" 

 

แบมบูยกมือบ้ายบ่ายเพื่อนสนิทคนใหม่ที่อาสามาส่งในวันที่รถเขาส่งซ่อมศูนย์ทั้งๆที่ปฏิเสธไปแล้วแต่เพราะเพื่อนรักนั้นติดธุระกะทันหันตัวเลือกของแบมบูจึงมีไม่มากนัก 

 

ไม่อยากจะอวดว่าเดี๋ยวนี้เขาขับรถไปไหนมาไหนเองได้แล้วนะ ไม่ต้องพึ่งพาใครแถมได้ไปทำงานทุกวันเท่าที่อยากไปและยอดขายเสื้อของเขาก็พุ่งสูงมากๆในรอบปีจากการจ้างนายแบบคนล่าสุด

ถึงอย่างนั้นใจแบมบูก็ยังรู้สึกดีไม่สุดอยู่ดี..

 

 

"อื้ออ"

 

คนตัวเล็กบิดขี้เกียจสองสามทีเมื่อเดินมาถึงตัวบ้านหลังจากทำการล็อกประตูให้เรียบร้อยหมดแล้ว กิจวัตรประจำวันที่ต้องทำเป็นอันดับต่อมาคือการเข้าครัวมาหาอะไรกินมื้อดึก แบมบูเดินทอดน่องเข้ามาในครัวมุ่งเป้าสู่ตู้เย็นโดยไม่ได้สนใจอะไรทั้งนั้น

 

ความหิวของเขามันมีอิทธิพลมากกว่าทุกสิ่งจนลืมสังเกตสิ่งมีชีวิตในมุมมืดเสียสนิท 

 

ในตอนนี้มีเพียงแค่แสงสว่างจากตู้เย็นที่พอให้มองเห็นบ้างแบมบูตั้งใจว่าจะหาทานอะไรง่ายๆจะได้รีบขึ้นไปนอน ไม่ใช่ปกติที่เขาจะกินแค่ขนมปังที่ติดตู้แต่เพราะวันนี้เขาปฏิเสธการไปดินเนอร์จากคุณแดนต่างหาก..

 

มันเหมือนรู้สึกผิดที่จะทำหากข้ามหน้าข้ามตาใครบ้างคนไป..

 

ทว่ากินไปได้ไม่นานเหมือนความอยากอาหารจะลดลงเกือบหมด แค่สมองมันโล่งปล่อยความคิดให้นึกถึงช่วงกลางวันที่แม่สามีมาหา

 

'พี่มาร์ครักน้องแบมมากนะคะ นี่คือสิ่งที่บอกว่าน้องแบมเหมาะสมจะเป็นสะใภ้ของแม่ที่สุดแล้ว'

 

รักหรอ? ทำไมถึงปล่อยให้บ้านหลังใหญ่นี้มีเพียงแบมบูที่อยู่คนเดียวกัน?

 

คำถามที่มีแต่แบมบูที่ร้องถามตัวเองซ้ำไปมามันผุดมาให้ใจดวงน้อยเจ็บอีกหน คนตัวเล็กสะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่านนั้นให้หลุดและรีบลงจัดการขนมปังส่วนที่เหลือให้หมดเสียที

 

เพราะเหนื่อยทั้งกายและใจมาทั้งวัน..

 

"อ้ะ!"

 

แบมบูร้องเสียงหลงตกใจเมื่อเขาไม่ได้ตั้งตัวรอบเอวก็ถูกโอบโดยสิ่งมีชีวิตที่เขารู้สึกคุ้นชินและเพิ่งรู้สึกว่าคิดถึงจนเจ็บใจ..

 

"พี่มาร์ค.."

 

"อือ"

 

เสียงทุ้มขานตอบในลำคอ ตัวบางของภรรยาที่มาร์คคิดว่าลมพัดมาก็ปลิวถูกดึงเข้าไปกอดจากทางด้านหลังเสียแน่น แบมบูก้มมองมือที่รัดเอวเขาเข้าไปแนบชิดกับตัวของสามีด้วยความรู้สึกหลากหลายที่มันตีกันวนไปมา 

 

ความรู้สึกโหวงๆในใจและปั่นป่วนที่ท้องน้อย..

 

แบมบูย่นจมูกรั้นยามกลิ่นแอลกอฮอล์จากอีกคนลอยมาแตะจมูก สะดุ้งอัตโนมัติเมื่อลมหายร้อนเริ่มรดรอนมาใกล้ที่ปลายหูส่งผลให้แบมบูแทบหยุดหายใจเขารู้สึกว่าตัวมันสั่นขึ้นมาเอง..

 

จู่ๆมาทำแบบนี้ไม่คิดว่าใจช้ำๆของแบมบูจะรู้สึกอะไรบ้างหรอกหรือ

 

มาร์คคลายอ้อมกอดออก การกระทำนั้นเพิ่มความหงุนงงและน้อยใจให้แบมบูไปในเวลาเดียวกัน

 

ในตอนนี้ร่างสูงทำเพียงแค่ถดถอยตัวให้ออกห่าง แบมบูไม่รู้หรอกว่าอีกฝ่ายแสดงสีหน้าแบบไหน แต่สำหรับเขาแล้วขอบตามันร้อนผ่าวใจของเขาร้องบอกว่าไม่ชอบใจพี่มาร์คห่างเหินกันแบบนี้ 

 

แบมบูไม่ชอบที่ต้องเห็นแผ่นหลังกว้างนั้นหันหลังให้โดยไม่พูดจาใส่แม้แต่ด่าสักนิดเขายังรู้สึกดีกว่า 

 

"คุณแดนมาส่งแบม"

 

"อือเห็นแล้ว" มาร์คตอบน้ำเสียงเรียบตึง

 

เห็นหรือเปล่าว่าใครมาส่งเขาถึงหน้าบ้านทำไมไม่โวยวายเหมือนที่ชอบทำ..ไหนเคยบอกว่าหึง..ทำไมต้องปล่อยให้ใจแบมบูมันว้าวุ่นไปคนเดียว

 

"ไม่หึงแล้วหรอ.." นั่นแหละ..สุดท้ายเขาก็ทนไม่ไหว

 

คำถามของคนน้องทำเอามาร์คต้วนชะงักฝีเท้า นั่นยังไม่เท่ากับการกระทำที่คนตัวเล็กกำลังทำให้ใจแสนด้านชามันเกิดการกระตุกสั่นที่รุนแรง

 

หึงสิ! หึงมากๆ อยากจับแบมบูมาตีขาให้ลาย แต่เพราะไม่อยากทำให้เจ็บอีกแล้ว มาร์คเลยเลือกที่จะหันหลังให้

 

"พี่ยังไม่ตอบแบมเลย"

 

แผ่นหลังกว้างถูกความนุ่มนิ่มของแก้มอวบแนบลงแบมบูกอดมาร์คแน่นจากทางด้านหลังนั่นทำเอาใจที่เดือดปุของมาร์คถูกแช่แข็งให้เย็นขึ้นทันที เขาสับสนเกินกว่าจะให้อีกฝ่ายเดินหนีไปเฉยๆ

 

"ฉันตอบหมดแล้ว.." 

 

มาร์คแกะมือเรียวออกจากตัวและยอมหันมาประสานสายตากันในรอบหลายเดือน 

 

โชคดีหรือโชคร้ายที่ความมืดมันไม่สามารถส่งให้มองไม่เห็นความหมายนัยน์ตาของมาร์คชัด..สายตาที่เต็มไปด้วยความคิดถึง

 

คำร้องขอของแบมบูวันนั้น..มาร์คต้วนให้ตามคำขอ เขาให้อิสระ..

 

มาร์คขอย้ายออกมาอยู่เรือนหอนั่นเพราะอยากปลดเชือกให้คลายทีละเส้น สิ่งเดียวที่เขาทำไม่ได้ตามคำขอคือการปลดปล่อยให้แบมบูออกห่างจากตัวในทันที..

 

อย่างน้อยก็ขอให้ค่อยๆปล่อย..

 

"แบบนี้ไม่ใช่หรอที่ต้องการ" เสียงทุ้มของสามีวาดประโยคราบเรียบขยับตัวเข้ามาใกล้กับคนตัวเล็ก

 

"พี่จะมาคิดแทนแบมได้ยังไง" แบมบูเพียงถามไปอย่างนั้น แม้รู้ดีอยู่แล้วว่ามาร์คไม่แม้แต่จะเข้าใจได้จริงๆว่าแบมบูต้องการอะไร

 

สิ่งที่ใครก็รู้ดี..แต่สามีของเขากลับไม่ได้เข้าใจมันสักนิด

 

"ก็วันนั้นที่เรา.." มาร์คเว้นวรรคและตอบประโยคหลังแผ่วเบา "ทะเลาะกัน" หลบหลีกสายตาไม่ให้มองไปที่แบมบูรู้ดีอยู่แล้วว่าความอดทนมาร์คมันต่ำ

 

"แบมจะจำหมดได้ยังไงก็เราทะเลาะกันนับครั้งไม่ถ้วน"

 

นับเป็นความจริงที่เจ็บปวด..

 

แม้แต่คนพูดน้ำเสียงยังไม่มั่นใจ แบมบูเม้มปากอย่างขาดความมั่นใจ ก่อนจะหลุบตาต่ำมองพื้นแทนการมองหน้าคนตัวโตตรงหน้าเช่นกัน 

 

ความจริงของแบมบูทำเอาคนทั้งคู่สะอึกนั้นเพราะมองย้อนกลับไปเสียเวลาตั้งเท่าไหร่ที่มานั่งทะเลาะกัน

 

"เราห่างกันพอได้รึยัง"

 

แบมบูเป็นคนยอมแพ้อีกครั้งเอง ไม่กล้าสบตามาร์คอีกเช่นเคย อาจจะเพราะความคิดถึงที่มันก่อตัวในใจจนเขาแทบห้ามตัวเองไม่อยู่..

 

อยากกอดคนตรงหน้าและบอกว่าคิดถึงแค่ไหน..

 

"แบมไม่ได้อยากได้อิสระแบบนี้.."

 

"?.." แทบไม่เชื่อหูคนที่ร้องขออิสระจากมาร์ควันนั้น วันนี้กลับคืนคำด้วยเสียงหวานสั่นเครือ

 

"แบมคิดถึงพี่"

 

ความจริงที่น่าเจ็บปวดอีกข้อคือมาร์คเองก็ไม่อยากจดจำในทุกครั้งที่เราทะเลาะกัน..แต่ดันจำมันฝังใจและไม่เคยอยากให้เกิดขึ้น

 

 

ถ้าอย่างนั้นถ้าแค่ลองพูดออกไปตรงๆในสิ่งที่หัวใจมันร่ำร้อง..

 

"ฉันก็คิดถึงนาย..แบมบู"

 

"ฮึกก..แบมคิดถึงพี่มากกว่า ไม่อยากให้หายไปแบบนี้พี่รู้ไหม ฮึก..แบมคิดถึง" 

 

แบมบูไม่ได้ปิดบังความรู้สึกข้างในใจ ดวงตานองน้ำเพราะยังกังวลทุกครั้งที่ส่งประโยคไม่น่าฟังสำหรับสามีไปให้กวนใจ น้ำเสียงเว้าวอนดังแผ่วจนแทบไม่ได้ยิน 

 

แบมบูก้มหน้าคางแทบชิดอกเมื่อน้ำตามันดันมาไหลไม่รู้เวลา ขากางเกงถูกกำแน่นระงับความประหม่าที่ท่วมถมขึ้นมา เสียงหัวใจแบมบูเต้นแข่งกับความเงียบ เขากัดปากจนได้กลิ่นคลุ้งคาวเลือดเพราะไม่รู้ว่าได้พูดสิ่งที่สมควรหรือเปล่า

 

"พี่ทานอะไรรึยังครับ ให้แบมทำให้.."

 

"ฉันเองก็คิดถึงนายทุกวัน คิดถึงจนเจ็บใจไปหมด"

 

มาร์คเอ่ยตัดหน้าแบมบูที่พยายามทำให้บรรยากาศดีขึ้นโดยการเปลี่ยนเรื่อง เสียงทุ้มของมาร์คคร่าสติคนฟังไปหมดสิ้นแต่ไม่เท่ากับการที่ตัวถูกดึงเข้าไปกอดจากคนที่คิดถึงแสนคิดถึง

 

"ไม่รู้ว่าพูดคำนี้ไปกี่ครั้งแล้ว มันเหมือนไม่สมควรเลยที่นายจะให้อภัยฉัน แต่ฉันก็อยากพูดอีก..ขอโทษนะแบมบู"

 

แผ่นหลังแบมบูถูกลูบไปมา มาร์ครู้สึกว่าลมหายใจร้อนของน้องนั้นซุกเข้ามาในอกเหมือนแมวขี้อ้อน แบมบูไม่ได้พูดแสดงความเห็นอะไรทว่าสองมือกลับกอดรัดมาร์คแน่นขึ้น

 

แบมบูกอดมาร์คเหมือนเด็กกอดตุ๊กตาสุดหวง..

 

“ฉันไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่..แต่สิ่งสุดท้ายที่นึกออกจริงๆก็มีแต่เรื่องนาย” ความในใจพลั่งพรูออกมาอย่างกักเก็บไม่ไหวและถูกพิสูจน์ว่ามาร์คสับสนจริงๆจากเสียงเต้นแรงของหัวใจที่คนซุกอกได้ยินมันชัดเจน

 

มันสับสนและตั้งคำถามซ้ำๆกับตัวเองว่าคนอย่างมาร์คน่ะหรอ

 

คนอย่างมาร์คน่ะหรอที่ตกหลุมรักแบมบู..

 

"นายโกรธหรือเปล่าที่วันนั้นฉันเสียงดังใส่"

 

เหมือนปลดล็อกทุกอย่างแต่คำถามไถ่ที่ไม่เคยได้ยินจากมาร์ค..

 

หลังจากที่ต่างฝ่ายต่างเงียบมานาน เป็นสามีตัวโตที่เริ่มเปิดประเด็นในใจออกมาก่อน แบมบูส่ายหัวพรืดปฏิเสธให้ทันควาน

 

ใครก็รู้ดีนี่..ว่าแบมบูไม่เคยโกรธมาร์คลงจริงๆสักครั้ง

 

แค่เห็นหน้ามาร์คความโกรธก็หายเป็นปลิดทิ้ง ในใจของเขามีแต่ความห่วงใยเท่านั้นเอง

 

"แล้วพี่โกรธแบมไหมครับ?" แบมบูผละกอดมาถามมาร์คอย่างใจกล้า เช่นเดียวกันที่มาร์คส่ายหัวปฏิเสธ

 

ไม่โกรธ..

 

"พี่ดื่มมาหรอครับ.." ลมหายใจที่รดรินเหนือปลายจมูกแบมบูทำให้ได้กลิ่นแอลกอฮอล์อีกหน มาร์คต้วนครางรับในลำคอปิดเปลือกตาอันหนักอึ้งเป็นฝ่ายซบอกจนคนตัวเล็กเซบ้าง

 

"มึนหัวนิดหน่อย"

 

"ให้แบมช่วย"

 

"อืมเอาสิ" มาร์คบอกแทบจะทันทีที่เห็นคนตัวเล็กลนลานผละกอดออกและทำตัวอย่างคนแสนดีที่ชอบทำทั้งที่ตัวเองดูเหนื่อยล้ามาทั้งวัน แต่สีหน้าดูไม่สู้ดีและตัวเล็กๆไม่น่าจะแบกมาร์คขึ้นห้องได้หรอก

 

"นายไปพักผ่อนเถอะ เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว"

 

"แบมยังไม่เหนื่อยเลย พี่มาร์คเดินขึ้นบันไดไหวไหมครับ?" 

 

คนน้องยังเซ้าซี้ไม่เลิก มาร์คมองใบหน้าน่ารักที่ถามด้วยความเป็นห่วงเห็นแบบนั้นในระยะใกล้ใจมาร์คก็รู้สึกเหมือนกำลังเจอวิกฤตแผ่นดินไหวรุนแรง ทว่ามาร์คก็ยังพอดึงสติให้เอ่ยปฏิเสธไปซ้ำสอง

 

“ไม่ไหวเลย”

 

 

"งั้นนอนโซฟาตรงนั้นนะครับ เดี๋ยวแบมจะไปเอาผ้าห่มมาให้"

 

"ไม่อ่ะ..ไม่อยากนอน"

 

อันดับหนึ่งของจอมทำร้ายจิตใจและรักที่สุดในหัวใจดวงน้อยดึงรั้งตัวแบมบูไว้ ความเร่งรีบของแบมบูถูกยุติลงเมื่อมาร์ควาดประโยคเรียบๆออกมา

 

"ไม่ต้องทำอะไรให้แล้วต่อไปนี้." 

 

ประโยคนั้นทำเอาแบมบูชะงักไปมือที่ถูกแตะจากมาร์คลู่ลงข้างกาย ไม่เคยสบตาสามีได้นานกว่าห้าวินาทีดวงตาแสนเศร้าที่มาร์คสังเกตเห็นก็หลบหนีทั้งเจ้าตัวยังเม้มปากแน่น

 

แบมบูทำให้พี่มาร์ครำคาญอีกแล้วหรอ?

 

"ครับ ง..งั้นฝันดี.."

 

ยังพูดไม่จบประโยคไม่รู้ว่ารีบร้อนมาจากไหน ร่างสูงโปร่งของสามีตามกฎหมายก็ดิ่งเข้าไปดึงตัวภรรยาคนดีมากอดไว้อีกครั้ง 

 

"หมายถึงฉันจะทำทุกอย่างให้นายเอง? เริ่มจากตอนนี้..แบมบู"

 

ดวงตาลุกวาวเมื่อโดนสะกิดไปทั้งตัวและใจ ซ้ำยังร้อนระอุไปทั้งกาย การสบตาที่ต่างออกไปจากทุกครั้งเหมือนเว้าวอนขอเสียมากกว่าขู่เข็ญกัน..

 

มาร์คต้วนเก่งกาจที่สะกดใจแบมบูจนอยู่หมัด

 

"ให้พิสูจน์ให้ดูมั้ยแบมบู?"

 

ปลายจมูกโด่งแตะลงข้างแก้มอย่างแผ่วเบาลองเชิงแบมบูดูก่อนหากคนน้องไม่มีท่าทีขัดขืนจะเป็นการง่ายที่มาร์คจะบุกทัพเข้าโจมตีแบมบู

 

"ท..ทำอะไรครับ" ดูเหมือนสมองจะรวนจนส่งคำถามผิด แบมบูอยากตีตัวเองที่ถามไปแบบนั้น ทว่าร่างกายกลับรู้คำตอบของคำถามนั้นดี เมื่อมันอ่อนปลวกแค่โดนสามีใช้สายตาไล่มองทั่วหน้า

 

"ฉันมีเมียที่น่ารักหนึ่งคน นายว่าจะให้ฉันทำอะไรดี.."

 

"พี่มาร์ค.."

 

ริมฝีปากที่คุ้นเคยพรากเสียงหวานให้หายไป ร่างกายที่แสนคุ้นเคย..สัมผัสอันคุ้นเคยและลมหายใจร้อนที่รดรินเป็นสิ่งที่คุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว หากเปรียบเป็นถ่านกับไฟคงใช้เวลาก่อไม่นานก็ติดตัวโดยง่าย..

 

ทั้งๆที่คิดว่าใจตัวเองแข็งแกร่งมากกว่าเดิมแล้วแท้ๆ แต่ไม่มีสักครั้งที่แบมบูจะไม่เคยไม่สมยอมสามีคนนี้..ให้ตายสิ..

 

เหมือนเขาจะยอมไปทั้งหมดและตัวและหัวใจอีกรอบหนึ่ง..

 

..เข็ดกับหลาบจำคืออะไร? แบมบูคนโง่ไม่รู้จักหรอก..

 

CUT NC

วาร์ปแห่งขุมนรกที่เดิมจ้า

(เขินนะคะ ข้ามก็ได้)

 

#แบมบูพี่ไม่รัก

 

 

 

"พี่มาร์ค.."

 

ชื่อของมาร์คต้วนเจ้าของบ้านหลังนี้ถูกเรียกขานโดยภรรยาตัวน้อยที่นอนซมพิษไข้ที่เตียงใหญ่ หลังจากกิจกรรมรักเมื่อคืนนั้นจบลงแบมบูก็รู้สึกคล้ายจะจับไข้ปวดเนื้อครั้นตัวไปหมด ทว่าความเหนื่อยเหน็ดนั้นเป็นตัวเรียกให้ทั้งมาร์คและแบมเข้าสู่ห้วงนิทราได้อย่างง่ายดาย รู้สติตื่นมาอีกทีคนที่เคยนอนข้างกายกันนั้นกลับหายไป

 

แบมบูใจหาย..จนนิ่งคิดไปพักใหญ่ว่าเมื่อคืนที่ผ่านมาเขาไม่ได้ละเมอเพ้อพบฝันไปคนเดียว ความทรงจำฝั่งในหัวไว้ได้ดี ภาพของมาร์คที่เคลื่อนไหวไปมาบนร่างกาย 

 

แบมบูจำได้ขึ้นใจจนหน้าร้อนผ่าวไปหมด

 

"พี่มาร์คครับ.."

 

ร้องเรียกอีกครั้งเมื่อเงียบเฉียบจนกว่าจะวางใจ แบมบูเหลือบมองทางห้องน้ำที่ไม่น่าจะมีคนอยู่ สายตาส่องไปยังนาฬิกาดิจิทัลหัวเตียงเกือบเที่ยงวันที่แบมบูนอนแช่อยู่บนเตียงป่านนี้มาร์คก็คงไปทำงานแล้ว

 

คนตัวเล็กพยุงกายลุกขึ้นพิงหัวเตียงด้วยความยากลำบาก สะโพกเข็ดเอวเจ็บไปหมดเอื้อมมืออยู่นานกว่าจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาได้เป็นสิ่งแรกที่ทำตามเสียงหัวใจมันเรียกร้อง

 

'อืม ว่าไง..'

 

นั่นสิ! 

 

แบมบูยังไม่ได้เตรียมคำถามไว้เลยมือมันไว้ไปกว่าสมองรู้ตัวอีกทีแบมบูก็ต่อสายหาสามีตัวโตที่คิดถึงไปแล้ว

 

'แบมบูได้ยินไหม เป็นอะไรรึเปล่า?'

 

"อ..เอ่อ ขอโทษทีครับคือแบมต่อสายผิด กำลังจะกดโทรหายู"

 

ช่างเป็นคำตอบที่เขลานัก เขาไม่ได้ตั้งใจจะพูดคำนั้นออกไปแต่เพราะประหม่าและเหตุผลไร้สาระเกินไปที่จะโทรไปบอกว่าแบมบูคิดถึงแค่นั้นเอง

 

ได้ฟังเสียงก็พอแล้ว..

 

'ฉันโทรบอกให้แล้วว่านายไม่ได้เข้าร้าน' 

 

"อ่าครับ" แบมบูครางรับเสียงแผ่ว 

 

"ง..งั้นแบมไม่กวนแล้ว" แค่ได้ยินเสียงของมาร์คเฉยๆใจก็เต้นรวนยิ่งนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนด้วยแล้ว..ปุ่มตัดสายก็พร้อมกดทันทีหากไม่มีเสียงทุ้มรั้งไว้ก่อน

 

'ไม่ได้กวนสักหน่อย' ปลายสายส่งเสียงทุ้มบอกแบมบูเงียหูฟังนั้นตัวแทบระเบิด อดจะตื่นเต้นไม่ได้แม้แต่เสียงขยับตัวของอีกฝ่าย

 

'โทษทีนะเมื่อคืนคิดว่าเบาแรงแล้วแท้ๆ นายลุกไหวไหมฉันซื้อข้าวไว้ให้อยู่ข้างล่าง..ส่วนยา..'

 

"อ่าครับ แบมเจอแล้วมันตกอยู่นั่นเอง"

 

'หื้อ?'

 

"แค่นี้ก่อนนะครับพี่มาร์ค..ตอนเย็นเจอกันนะ"

 

แบมบูพูดประโยคสุดท้ายเสร็จก็ตัดสายทิ้ง โยนโทรศัพท์ให้ไกลตัวเมื่อความถี่ของหัวใจกำลังทำงานหนักผิดปกติ แบมบูแก้มแดงฉ่าเมื่อคิดว่ามาร์คประเมินสถานการณ์ได้อย่างดี..สามีแรงดีไม่เคยตกจนทำแบมบูจับไข้ทุกครั้งเลย

 

แค่คิดมาถึงนี้แบมบูก็ร้อนตัวไปหมด..จะตายเอา

 

รู้ตัวอีกทีแบมบูก็ดิ้นเหมือนคนโดนน้ำร้อนลวกเผลอขยับตัวมากเกินไปในการเอื้อมตัวลงไปเก็บเอายาที่เหมือนมาร์คจะทำตกลงถังขยะดิบดี แบมบูให้ความสนใจกับความหวังดีของมาร์คทุกครั้งแม้จะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ

 

"อยู่นี่เอง.."

 

ทันทีที่หยิบแผงยาในถังขยะข้างหัวเตียงมาได้ แบมบูก็อยากตีตัวเองให้ตายโทษฐานที่ไม่เคยเผื่อใจไว้เลยสักครั้งว่าจะล้มคะมำให้เจ็บใจอีกหน 

 

เขาแค่เผลอรู้สึกดีไปกับข้อสงสัยในใจแค่แวบเดียวก็แปรเปลี่ยนเป็นความเจ็บใจ..ทำไมตอนนี้ถึงทำราวกับว่าห่วงกันนักหนา

 

แผงยาคุ้นตาคุณสมบัติลดไข้ธรรมดา  ทว่ามันกลับพิเศษที่แบมบูเพิ่งเคยได้รับความห่วงใยจากมาร์ค..ถูกกำไว้แน่น รู้สึกเหมือนตาพร่ามัว อกแบมบูถูกทาบไว้เผื่อให้ใจที่เต้นแรงสงบลงเสียก่อน

 

ถ้าขืนเป็นอย่างนี้ต่อไป เขากลัวว่าตัวเองจะยังมีหวังที่คิดว่าพี่มาร์คเองก็คงไม่อยากให้ระยะเวลาของเรามันหมดลงเหมือนแบมบู .

 

แต่เขาควรนึกถึงความเป็นจริง  เหลือเวลาอีกไม่กี่เดือน.. อีกไม่กี่เดือนที่พี่มาร์คจะเดินออกไปจากชีวิตแบมบูอย่างนั้นใช่ไหม?

 

แล้วหากเขาไม่อยากให้มันเกิดขึ้น..แบมบูเลือกมันได้ไหม?

 

#แบมบูพี่ไม่รัก

 

 

"กลับมาแล้ว"

 

เสียงทุ้มดังขึ้นในบ้านบอกให้ภรรยาตัวเล็กที่นั่งเหม่อบนโซฟาตัวกว้างรับรู้ แบมบูหันมาปรายตามองสามีและส่งยิ้มให้เพียงเล็กน้อยก่อนจะเบนสายตากลับไปมองจอทีวีที่เปิดค้างไว้

 

"ทานข้าวรึยัง?"

 

"ทานแล้วครับ.." แบมบูตอบแต่ไม่ยอมมองหน้าคนถาม

 

“งั้นข้าวนี้เก็บไว้ทานมื้อเย็นเนอะ”

 

คนตัวเล็กที่พยักหน้าเป็นฝ่ายลุกขึ้นหวังจะเอาถุงกับข้าวที่มาร์คถือติดมือมาไปเก็บไว้ในครัว แต่ทว่ามาร์คกลับเบี่ยงตัวหนีและเป็นฝ่ายบอกให้แบมบูไปนั่งรอแทน ความสงสัยที่ว่าทำไมสามีถึงกลับมาไวไม่ได้ถูกถามออกไปหรอก 

 

แบมบูที่มีสีหน้าบึ้งตึงตั้งแต่มาร์คเข้ามาในบ้านจนตอนนี้ก็ยังบึ้งเหมือนเดิมยกมือกอดอกแสดงให้คนมองรับรู้ถึงอารมณ์ที่คั่งค้างอยู่ในใจ

 

“ไม่เห็นไปเปิดประตูให้ อู้หรอ” มาร์คที่เดินออกมาจากครัวหรี่ตาถามและเปิดหัวข้อสนทนาใหม่ที่ทำให้หน้าแบมบูบึ้งกว่าเดิมเพราะมันเหมือนจงใจจะหาเรื่องกันชัดๆ แสดงออกโดยการมายืนบังจอทีวีที่แบมบูจดจ้องอยู่

 

“ถามว่าอู้หรอ ไม่รู้ว่าหน้าที่เมียเค้าอู้กันได้ด้วย”

 

“พี่มีรีโมทเปิดประตูอยู่นี่ครับ ตอนไปยังออกไปเองได้เลย”

 

“ก็ไม่เหมือนกัน”

 

เจ้าของเสียงทุ้มต่ำยอมพูดให้เบาลงยอมเลิกทำตัวโลกหมุนรอบตัวเองและเดินเข้ามาหยุดอยู่ใกล้ภรรยาตัวเล็กที่เอาแต่ทำเป็นตาจ้องจอแต่หูเอียงฟังทุกคำพูด

 

มาร์คเริ่มเข้าใจอาการแน่ชัดแล้ว..งอนนี่เอง

 

"ดีขึ้นไหม?"

 

"ครับ.."

 

ประโยคสนทนาขัดความเงียบที่ก่อตัว ทว่ากลับดูแย่ที่มีแค่มาร์คเป็นฝ่ายถามไถ่เพียงคนเดียว 

 

มาร์คทิ้งกายนั่งลงข้างภรรยา มือใหญ่ปลดเครื่องแต่งกายเสริมความน่าเชื่อถืออย่างเนกไทออกพลางปลดกระดุมคลายความอึดอัด ทั้งยังไม่ละสายตาไปจากเสี้ยวใบหน้าหวานเลยสักนิด 

 

"ดูอะไรอยู่?"

 

"โทรทัศน์ครับ.."

 

"หรอ สนุกไหม?"

 

“ก..ก็สนุกดีครับ”

 

ได้ผลเสมอกับการขยับใกล้ให้ระยะห่างมันลดรอนลงอย่างไม่เคยจะเป็น ปลายจมูกโด่งกดลงยังราวไหล่เล็กผ่านเสื้อยืดสีอ่อนพร้อมพึมพำคำว่าหอมให้เจ้าตัวได้ยิน 

 

แต่แบมบูยังใจแข็งนิ่งงันทำเป็นสนใจจอโทรทัศน์มากกว่าจะปล่อยให้ใจเต้นแรงกับการกระทำของเขาคนนี้จนกระทั่งถูกรวบไปกอดนั่นแหละ

 

ถึงทำให้รู้ว่าแบมบูก็แค่คนหนึ่ง..ที่หัวใจไม่ได้แข็งแรงพอ..

 

"เป็นอะไรแบมบู ยังไม่หายไข้หรอ"

 

"เปล่าครับ แบมแค่รู้สึกผิด" แบมบูยอมสนใจและเอ่ยสารภาพอย่างตรงๆ เจ้าของใบหน้าหวานที่มาร์คชื่นชอบหันมายิ้มตอบคำถามราวกับเป็นเรื่องที่ไม่บาดใจอะไร ขืนตัวออกจากอ้อมกอดคนร่างหนาอย่างนึกเสียดาย แต่เพราะใจยังมีเรื่องน้อยใจอยู่แบมบูจะมองข้ามความเสียดายนั้นไปแล้วกัน

 

"รู้สึกผิดเรื่องอะไร"

 

คนตัวเล็กจ้องลึกไปยังสายตาสามีผู้ใคร่รู้ก่อนเสตาไปมองทางอื่นที่ไม่ใช่แผงอกขาวที่โผล่พ้นเสื้อนั่นมา อยากบอกว่าเขาลอบกลืนน้ำลายไปหลายครั้งและฆ่าตัวตายในใจไปหลายทีที่เผลอคิดว่าหากได้เอื้อมมือไปจับมันคงจะฟินไม่น้อย

 

มาร์คมีท่าทีเตรียมพร้อมกว่าทุกทีที่จะรับฟังปัญหาของแบมบู  มือใหญ่เหยียดออกมาวางไว้ตรงพนักโซฟาเหมือนโอบกอดแบมบูหลวมๆ ยกขาไกว่ห้างทั้งที่ตายังจดจ้องหน้าภรรยาตัวเองไม่เลิก

 

"มีเรื่องอะไรงั้นหรอแบมบู"

 

ปากอิ่มหนักเหมือนทุกครั้งที่จะยกพูดความในใจ มันเป็นแบบนี้ทุกครั้งที่แบมบูมักว้าวุ่นไปคนเดียว ความรู้สึกน้อยใจปรากฏที่ใจคนตัวเล็กทุกครั้งมันอึดอัดจนแบมบูไม่อยากทนอยู่ในสภาพนี้หลังจากที่เขานั่งพิจารณามาเกือบครึ่งวัน

 

บทเรียนมีมากพอจะให้แบมบูต้องจบความว้าวุ่นในใจให้จบสิ้นเสียเดี๋ยวนั้น ไม่อยากให้ยืดยาวเลยผ่านและเสียเวลาในท้ายที่สุด..

 

เอาวะ..

 

สูดลมหายใจเพื่อรวบรวมความกล้าที่เหลือน้อยเต็มทนในการทวงคืนความยุติธรรมให้หัวใจตัวเอง..แบมบูกล้าได้แล้ว

 

"เรื่องเมื่อคืนและก็เรื่องของเรา" แค่หัวข้อเกริ่นก็ทำให้มาร์คเหยียดตัวนั่งให้คงที่ขึ้นเหมือนคนกำลังเตรียมตัวเข้ารับการสัมภาษณ์งาน ท่าทางนั้นทำเอาแบมบูกลืนน้ำลายไปอีกหนึ่งอึกเพราะแม้แต่กระทั่งเหยียดตัวให้ตรงขึ้น มาร์คยังวางองศาหามุมหล่อได้ดีจนน่าตกใจ

 

"อือ..เรื่องของเรามันทำไม"

 

กำลังใจฮึกเหิมอยู่ตรงนี้ เสียงทุ้มที่รอดไรฟันออกมาเหมือนเก็บอาการประหม่าที่จะพูดแต่เช่นเดียวกันกลับดูมีท่าทีที่สนใจหัวข้อนั้นพอควร

 

"ขอโทษ..ที่แบมเผลอรู้สึกดี"

 

แบมบูเม้มปากแน่นเมื่อวางยาแผงที่มาร์คหวังจะให้เขากินมันลงบนมือใหญ่ที่ถือวิสาสะจับมาไว้มองข้ามข้อเรียกร้องในใจที่บอกว่าอย่าได้เสียเวลายกมือสามีขึ้นมาจูบให้หนำใจเลย

 

ใจเย็นๆก่อนแบมบู..

 

มาร์คมองทุกการกระทำของภรรยาตัวเล็กด้วยความสงสัยที่ยังค้างในใจแต่เหนือสิ่งอื่นใดคงจะเป็นความเอ็นดูเจ้าของหัวกลมที่ส่ายไปมาราวกับกำลังถกเถียงกับตัวเองในใจ

 

“ยาลดไข้ของฉันมันทำให้นายป่วยหนักกว่าเดิมหรอแบมบู”

 

อุณหภูมิอุ่นๆที่เจ้าของร่างหนาวัดได้จากการอังหน้าผากน้องบ่งบอกว่ามาร์ควินิจฉัยผิด แบมบูไม่ได้มีไข้ตัวร้อนเหมือนเมื่อเช้าแล้วเหตุใดเจ้าตัวถึงทำตัวกระสับกระส่ายแบบนี้

 

“จะบ้าหรอครับ..”

 

“แล้วยาลดไข้ของฉันมันไปทำร้ายร่างกายส่วนไหนของนายกัน”

 

มาร์คคิดว่าเขาดูเหมือนพ่อที่กำลังคาดคั้นถามลูกที่แอบขโมยกินคุกกี้ในโหลจนหมดให้รับสารภาพ มาร์คส่งใบหน้าเอียงคอถามเจ้าของความน่ารักที่เอาแต่ก้มหน้าหนีการสบตาเขาอย่างกลัวว่าถ้าสบตาไปแล้วจะติดเชื้อร้ายแรง

 

“หรือยาของฉันมันทำให้ไข้ขึ้นสมองนายจริงๆเด็กน้อย”

 

“อันนั้นก็ไม่ใช่สักหน่อยครับ”

 

สีหน้าจริงจังถูกส่งออกมาเปลี่ยนอารมณ์ได้อย่างรวดเร็วทันใจแม้จะใจกระตุกกับว่าเด็กน้อยก็เถอะ 

 

 แบมบูดึงมือของมาร์คที่แตะหน้าผากเขาออกมาวางไว้บนตักตัวเองอย่าแนบเนียนในเมื่อมาร์คไม่ได้ทักท้วงหรือชักกลับก็ขอกุมความอบอุ่นบนฝ่ามือนี้ไว้ก่อนแล้วกัน

 

“ก็เพราะพี่เอายาลดไข้ให้แบม แค่นี้แบมก็เผลอคิดถึงเรื่องอนาคตกับพี่แล้ว แบบว่านั่นแหละ อ..อนาคตที่แบบครอบครัวสุขสันต์”

 

“หะ..” มาร์คอึ้งหน่อยๆ ไม่รู้ว่าแค่แผงยาอันเดียวมันจะทำให้ภรรยาตัวเล็กของเขามีสีหน้าเคร่งเครียดกว่าทุกครั้งนัก

 

“ทั้งที่ไม่รู้ว่ามันจะมีตอนนั้นรึเปล่า แต่ว่าเมื่อคืนนี้แบมดีใจมากที่พี่กอดและบอกว่าคิดถึง พอตื่นขึ้นมามันดันเหมือนความฝันเลย”

 

“ทำไมล่ะ?”

 

มาร์คจ่อถามข้อสงสัยหลังจากทำตัวเป็นผู้ฟังที่ดีได้ผิดที่ผิดเวลาเอามากๆ แบมบูก็แค่อยากพูดอะไรให้มันดูเรียกคะแนนสงสารจากมาร์คได้บ้างเท่านั้นเองไม่มีเหตุผลอะไรมากหรอก

 

“ก็..ไม่รู้สิครับ มันเหมือนไม่ชัดเจน แต่จะใช้คำนั้นก็ตลก..คือหมายถึงว่าเราแต่งงานกันก็จริง แต่ว่าทางความรู้สึกมันเหมือนไม่ชัดเจนอยู่ดี”

 

แบมบูคิดว่าสิ่งแรกนอกจากการตั้งสติและรวบรวมความกล้าคือเขาควรหยุดลิ้นพันกันในตอนที่กำลังจะสื่อสารสิ่งสำคัญที่ชี้ชะตาหัวใจตนในตอนนี้ให้ได้ก่อน

 

“เรื่องของเรามันไม่ชัดเจนนั่นแหละ ท..ที่แบมจะสื่อ”

 

และแน่นอนสายตานิ่งๆของพี่มาร์คที่มองมาทำเอาคนใจเก่งเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นใจกากแต่ปากดันดีไปได้แบบงงๆ

 

“มาทำเรื่องของเราให้ชัดเจนกันเถอะนะครับ”

 

….

 

เงียบ..

 

แบมบูไม่กล้าพูดอะไรต่อจากนี้แล้วเขาเม้มปากให้เงียบสนิทพอๆกับบรรยากาศรอบตัวของเราสองคนในตอนนี้ สะดุ้งหน่อยๆที่เห็นสามีกดรีโมทปิดทีวีลงเพื่อเพิ่มให้บรรยากาศแสนเงียบและตึงเครียดกว่าเก่า  พี่มาร์คที่นั่งนิ่งแข่งกันอยู่ข้างๆทำราวกับว่าหากใครทำเสียงดังขึ้นก่อนจะเป็นฝ่ายแพ้

 

เอาจริงๆตอนนี้แบมบูเกรงว่าหัวลูกศรชี้คนแพ้จะหยุดอยู่ที่ตน น่ากลัวที่เสียงหัวใจของเขาเต้นระรัวเพียงเพราะลุ้นว่าตนเองจะพาร่างไร้แรงและจิตใจห่อเหี่ยวออกจากสถานการณ์น่าอึดอัดนี่ได้อย่างไร 

 

อยากตบปากตัวเองที่ทำเป็นเก่ง..ให้ตายเถอะแบมบู เขาแค่ต้องการหลักประกันว่ามาร์คจะไม่ทิ้งเขาไปไหน มันอาจจะดูรีบร้อนเกินไปแต่จากประสบการณ์คนโดนสามีเทไม่ต่ำกว่าสิบมันไม่ตลกเลยสักนิด

 

สุดท้ายแล้วถ้าความผิดหวังเป็นหน้าผาสูงที่แบมบูเลือกโดดลง เขาคงโดดลงมาตายแบบศพไม่สวยอย่างช่วยไม่ได้จากความสูงสุดลูกหูลูกตาของหน้าผานี้

 

“พ..พี่มาร์ค”

 

แบมบูอยากร้องขอความเห็นใจอีกสักครั้ง ถ้าเมตตาให้เขามีชีวิตอยู่ต่อช่วยพูดอะไรที่มันดีขึ้นบ้างหน่อยได้ไหม

 

“ร้องไห้ทำไม”

 

“อะ..”

 

ม..ไม่เห็นรู้ตัวเลยว่าตัวเองกำลังร้องไห้ 

 

แบมบูยกมือปาดน้ำตาที่ไหลออกมาให้เขาดูน่าสมเพชและหน้าตาทุเรศขึ้นเรื่อยๆ ปากอิ่มเบะออกเบาๆเมื่อทุกอย่างดูจะไม่ได้ดั่งใจ แบมบูไม่ชอบร้องไห้ต่อหน้ามาร์คเพราะมันทำให้เขากลั้นน้ำตาไม่ไหวทุกครั้งที่นิ้วโป้งอุ่นๆแตะลงมาเช็ดหยดน้ำตาให้

 

“ฮึก..” เสียงสะอื้นมันกลั้นไม่ได้ต่อไปแล้วแค่พี่มาร์คใช้สองมือประคองและเกลี่ยน้ำตาให้อย่างไม่เอ่ยปากดุ จะพูดง่ายๆว่าเขามันคนโลภที่ได้คืบจะเอาศอกก็ได้เพราะสำหรับแบมบูอะไรที่เป็นพี่มาร์คเขายังต้องการมากเป็นที่สุดเสมอ

 

“ฉันไม่คิดจะปฏิเสธเรื่องที่นายพูดเมื่อกี้เลยนะแบมบู แค่กำลังคิดว่าฉันที่ผ่านมาในสายตานายมันดูแย่ขนาดไหนกันนะ”

 

มาร์คดึงตัวเล็กที่ยอมโอนอ่อนมากอดไว้แนบอก ยกมือลูบกระหม่อมบางอย่างหวงแหนบอกเล่าสิ่งที่เขากำลังคิดให้น้องได้รู้บ้าง

 

“แบมไม่สนหรอก แบมโฟกัสแค่ตอนนี้..ตอนที่พี่อยู่ตรงนี้”

 

ถ้าหากเปรียบมาร์คเป็นกุหลาบที่มีหนามแหลมคมตอนนี้ก็กำลังอาจทำให้ตัวแบมบูมีแผลในการโอบกอดเขา จมูกโด่งกดลงกลุ่มผมนิ่มอย่างปลอบประโลมให้น้องสงบ อกของมาร์คเปียกชื้นไปด้วยความเสียใจที่หลั่งรินใส่เป็นวงกว้าง..เขาเองก็เสียใจที่ทำให้ร้องไห้บ่อยๆ

 

“เมื่อกี้อย่าใส่ใจได้มั้ย แบม..แบมแค่หงุดหงิดตัวเอง” แบมบูที่หยุดร้องไห้ได้แล้วส่งเสียงหวานบอกมาร์คกับภาพพจน์ขี้แยที่เขาเสียไป

 

ใจไม่แข็งพอจะให้ปฏิเสธว่าการปลอบของมาร์คสมานแผลในใจให้ได้ผลทุกครา..จนดวงตากลมโตหลงเหลือเพียงคราบน้ำตาเท่านั้น

 

"อย่าโทษตัวเองเพราะฉันทำให้นายร้องไห้ ถ้าเจ็บเพราะฉัน..อย่าเก็บมันไว้เลยนะ" มาร์คตอบได้ดีที่สุดแค่นี้ระบายยิ้มบางให้น้องเผื่อจะหยุดน้ำตาไว้ได้บ้าง

 

“ไม่เอา ไม่อยากร้องแล้วครับ อึก..ไม่” แบมบูผู้สะอื้นกัดปากแน่นนั่นทำให้มาร์คเผลอมองความแดงฉ่ำนั้นอย่างช่วยไม่ได้ แบมบูแพ้ใจให้กับมาร์คฉันท์ใด มาร์คเองก็แพ้ทางท่าทางน่ารังแกของแบมบูฉันท์นั้น

 

“อื้อ”

 

ริมฝีปากแดงฉ่ำที่แบมบูกัดมันเป็นการลงโทษตัวเองเมื่อคู่ ถูกความนุ่มนวลของมาร์คเข้ามาแทรกแซงและดูดดึงราวกับจะบรรเทาอาการห่อเลือดให้หายไป

 

 

แบมบูว่าสามีเขาทำได้ดีทีเดียวคาดการณ์จากใบหน้าจิ้มลิ้มที่เลือดมันมากองไหลเวียนและสูบฉีดอยู่ตรงนี้ ให้เดาตอนนี้หน้าแบมบูคงจะแดงเสียยิ่งกว่าชั้นในสีโปรดของพี่มาร์คเสียอีก เสื้อเชิ้ตของมาร์คยับยู้จากการถูกแบมบูใช้มือกำเป็นหลักค้ำทรงตัวอยู่ได้แม้จะมีมือใหญ่ที่เลื่อนลงมาโอบรอบเอวคอดก็ตาม

 

ความยับยู้นั้นมาร์คไม่ได้สนใจมันหรอก รสชาติละมุนลิ้นต่างหากที่เขาสนใจ ไหนจะแก้วตาโตสีดำขลับที่จ้องเขาตาแป๋วอีกต่างหากที่น่าให้ความสนใจมากกว่า..

 

 

เก่งจริงๆแบมบู..งัดปากมาร์คที่แข็งยิ่งกว่าหินทั้งปวงได้เก่งกว่าใคร..

 

“มาทำให้เรื่องของเรามันชัดเจนกันเถอะนะแบมบู”

 

ตาย…

 

ในตอนที่แบมบูเป็นฝ่ายพูดประโยคนี้ก่อนเขาว่าใจของเขาเต้นระรัวได้มากพอแล้ว ทว่าตอนนี้แบมบูยังอดทึ่งกับความแข็งแรงของกล้ามเนื้อบริเวณหัวใจของตนที่ขยันเต้นแรงดีไม่ตกและดูเหมือนจะเต้นแรงมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ

 

“ไม่ตอบถือว่าตกลงนะ ทำให้เรื่องของเรามันชัดเจนแบบที่ควรจะเป็นฉันจะตั้งใจทำมันให้ดีนะแบมบู”

 

ตายซ้ำตายซาก..

 

ไม่ได้เคยคิดเลยว่ามาร์คต้วนจะรู้สึกอย่างไรในตอนได้ฟังประโยคนี้ ความสั่นไหวที่แบมบูสัมผัสได้จากการที่เจ้าของชีพจรเต้นระรัวยกมือของเขาทาบอกแกร่ง

 

พี่มาร์คเองก็ใจเต้นแรงไม่ต่างกัน..

 

“ว่าไงนิ่งเชียว ยังไม่ทันไรนายจะเทฉันแล้วหรอแบมบู”

 

 

“มะ..ไม่ใช่ครับ แบมแค่มีบางเรื่องที่อยากขอ” ปฏิเสธคำกล่าวหาเสียงดังและแน่นอนว่าใจดันกากขึ้นมาอีกรอบหนึ่งที่ต้องพูดอะไรเพื่อพิทักษ์ใจตนเอง

 

 

"พี่มาร์คครับ ขอ..แบมขออย่างนึงได้มั้ย?"

 

ขอได้มากกว่าหนึ่งอย่างก็ย่อมได้อยู่แล้ว..ถ้าเป็นแบมบู มาร์คไม่ได้พูดหรอกเขากลัวว่าเด็กน้อยแถวนี้จะระเบิดตัวตายไปเสียก่อน

 

"ได้สิ แต่ยกเว้นสิ่งที่ฉันหาให้ได้ไม่ได้"

 

มาร์คต้วนพยักหน้ารับนั่นทำให้แบมบูพรูลมหายใจออกสะกดใจให้แข็งในการสบตาคู่คมที่แสนรัก ไม่รู้เหมือนกันว่าสิ่งที่เขาขอจะเป็นสิ่งที่คนตรงหน้ามอบให้ได้หรือเปล่า

 

แต่บอกไว้ก่อนว่าคำขอของแบมบูมันไม่ได้ยิ่งใหญ่มากหรอกนะ

 

แต่ไม่แน่ใจว่ามาร์คจะให้ได้หรือเปล่า

 

"ขอเวลาที่เหลือ..เป็นของแบมได้ไหม? ถึงตอนนั้นพี่ค่อยตัดสินใจว่าไม่อยากไปต่อด้วยกันแล้วแบมก็ยินดี”

 

แต่เป็นโอกาสอีกครั้งที่เขาบอกใจที่ห่อเหี่ยวให้ลุกขึ้นสู้กับมาร์คต้วนอีกครั้ง..เป็นอีกครั้งที่แบมบูจะลองสู้กับใจที่แข็งยิ่งกว่าหินบึกบึนยิ่งกว่าเหล็กไหลของมาร์คอีกครั้ง

 

เอาวะ..อีกสักตั้ง หากวันนั้นที่มาร์คชูป้ายบอกว่าไม่ใช่ แบมบูสัญญาเลยว่าเขาจะเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าอย่างไม่เรียกร้องอะไรมากอีก

 

แต่แบมบูอาจไม่รู้..กลับกันหากคนที่พลิกป้ายว่าไม่ใช่เป็นแบมบูเสียเอง

 

ถ้ามีโอกาสนั้นจริงๆเขาก็ไม่มีทางปล่อยให้แบมบูหนีไปไหนได้หรอก

 

“เท่านี้หรอ..”

 

“ครับ เท่านั้น” มันมากพอแล้ว..สำหรับแบมบู

 

มาร์คขมวดคิ้วเล็กน้อยแน่นอนว่าคำขอข้อนี้มันเป็นของแบมบูได้อยู่แล้ว เพราะเวลาที่เหลือของมาร์คอย่างไรเสียก็เป็นอีกทั้งชีวิตของแบมบูอยู่ดี..

 

เข้าใจอะไรผิดรึเปล่า?

 

 

#แบมบูพี่ไม่รัก

 

 

"ลมอะไรหอบให้ความเหี้ยในตัวมึงหายไปครับเนี่ยคุณมาร์ค"

 

คำทักทายแรกในรอบหลายวันที่นักแสดงในสังกัดพ่วงด้วยตำแหน่งเพื่อนสนิทเจ้าของค่ายเอ่ยทักทายอย่างเป็นกันเอง

 

 

แจ็คสันในมือยกลังเหล้าเข้ามาในบ้านหลังใหม่ของเพื่อนอย่างอารมณ์ดี กะจะเอามาไว้ดื่มให้ตายกันไปข้าง..

 

"ปากดีนะมึง คดียังมีติดตัวเยอะนะ"

 

"กลัวแล้วครับคุณมาร์คจะให้กระผมวางไว้ไหนเอ่ย"

 

แจ็คสันหวังผู้ตกเป็นรองปัดตกเรื่องถกเถียงกับมาร์คต้วนที่ยืนเป็นพ่อบ้านพ่อเรือน มือปิ้งบาร์บีคิวในเตาย่างพร้อมสายตาคาดโทษแจ็คสันไปด้วย

 

"น้องรักกูล่ะมาร์ค"

 

"ถามหาเมียกูทำไมนักหนา"

 

"เอ้าไอ่นี่!"

 

แจ็คสันเกาหัวแกรกๆ เมื่อคำพูดของตนดูเหมือนจะไม่ถูกหูเพื่อนมาร์คไปเสียหมด ลังเหล้าที่หอบมาเป็นสินน้ำใจงานเลี้ยงขึ้นบ้านใหม่เล็กๆของเพื่อนรักถูกวางลงข้างโต๊ะในสวนหลังบ้านเพื่อให้หยิบสะดวกมือ

 

"อ้าวพี่แจ็คสันมาละหรอครับ สวัสดีครับ!"

 

"หวัดดีจ้ะน้องแบมบูที่น่ารักของพี่แจ็ค" คนกระร่อนฉีกยิ้มกว้างเมื่อเห็นคนตัวเล็กตำแหน่งภรรยาเจ้าของค่ายวิ่งดุกดิกในชุดผ้ากันเปื้อนสีเหลืองเข้ามาทักทาย

 

"สบายดีไหมจ้ะ พี่คิดถึงจังเลย"

 

"อ่ะ อันนี้สุกแล้วชิมดูสิ"

 

บาร์บีคิวกลิ่นหอมกรุ่นแทบทิ่มหน้าแจ็คสันแต่มาร์คตั้งใจจะส่งให้ภรรยาเต็มสองมือเพื่อที่จะไม่ว่างเอามือไปกอดตอบเพื่อนมาร์คอีกที

 

แหนะ! ไอ้นี้มันร้าย..

 

แจ็คสันยิ้มกริ่ม พยักหัวหงึกหงักที่คนน้องแสนปุ้กปิ้กก้มหัวขอโทษกลายๆ

 

"ขอบคุณครับพี่มาร์ค พี่แจ็คสันเชิญนั่งก่อนสิครับ เดี๋ยวแบมไปเรียกพี่ชาให้"

 

"ขอบใจจ้ะน้องแบม แต่เดี๋ยวพี่ไปเรียกเองดีกว่า" จอมกระร่อนส่งยิ้มหวานให้น้องชายตัวเล็ก อดจะแกล้งเพื่อนโดยการยกมือหยิกพวงแก้มอวบของน้องชายด้วยความเอ็นดูไม่ได้

 

นิ้วยังแตะเนื้อแบมบูไม่ถึงสามวินาที แจ็คสันก็สับเท้าวิ่งหนีจากแรงเตะของเพื่อนหน้าหล่อแทบไม่ทัน ก่อนจะหัวเราะชอบใจใหญ่ที่แกล้งให้มาร์คต้วนได้มีน้ำโมโห

 

 

"มันดูรักกันจังวะ"

 

"เขารักกันก็ดีแล้วไม่ใช่หรอ?" เป็นคุณจินที่ยกปากตอบเพื่อนที่วิ่งหลบตายเข้ามาในบ้านแทน ในมือยังแกะผลไม้ให้ลูกชายตัวน้อยที่นั่งวาดภาพยุกยิกบนกระดาษอยู่พื้น

 

"ก็แค่สงสัยว่าทำไมอยู่ดีๆก็รักกันขึ้นมาน่ะ" แจ็คสันมองทะลุกระจกใสผ่านห้องนั่งเล่นไปยังคู่สามีภรรยาที่ง้องอนกันอยู่หน้าเตาย่างยังสวนหลังบ้าน

 

"ถามทำไมชอบยุ่งเรื่องคนอื่นนักหรอ" แจ็คสันคิ้วขมวดเมื่อโดนคำบ่นของเพื่อนหน้าหวาน พิษคำพูดแสบสันราวกับน้ำพริกนรกยี่ห้อดังเหมือนเจ้านายหลากร้อยอารมณ์ไม่มีผิดเพี้ยน

 

"ก็อยากรู้ไง..มันก็แปลกๆอ่ะ เข้าใจมั้ยห้ะไอ้จินสงสัยอ่ะ" ปากว่าสงสัยสายตายังใคร่รู้จนคุณจินที่นั่งป้อนส้มลูกชายอยู่ถึงกับส่ายหัวกับนิสัยของพ่อดาราหนุ่มคนนี้ 

 

มือแจ็คสันแย่งผลส้มของหลานเข้าปากไม่ได้ฟังเสียงบ่นของเลขาจินเพราะสายตายังจ้องจับผิดมาร์คต้วนกลัวจะพลาดฉากเด็ด ก่อนที่กรรมจะตามสนองให้ส้มได้เกือบติดคอดาราหนุ่มตาย..

 

"เหี้ยย!"

 

"งื้ออ ลุงแจ็ค" จิมมี่โว้ยวายออกมาเมื่ออยู่ๆก็โดนมือใหญ่ของผู้เป็นลุงปิดตาเล็กสองข้างไว้ พยายามแกะแล้วได้ยินแต่เสียงกรี้ดกราดของลุงกล้ามโตกับเสียงหม่าม๊าดุคุณลุงไปมา..

 

 

"ดูแจ็คสันมันก็รักพี่นายดีนะ"

 

"ก็เขาคบกันนานแล้วนี่ครับ" แบมบูยู่ปากตอบเมื่อมาร์คเกริ่นถึงเรื่องที่เพิ่งเปิดเผยไปได้ไม่นาน คู่รักมาแรงแห่งปีนายแจ็คสันกับนายชา

 

"รู้อยู่แล้วยังปิดฉันมาตั้งนานนะ เดี๋ยวจะโดนดี" 

 

"ก็พี่ไม่รู้จักสังเกตเอง" แบมบูยักไหล่พูดเสียงน่ารักตอบไป

 

"เด็กนี่.."

 

มาร์คอยากทำมากกว่าการยกที่คีบชี้หน้าตัวเล็กในผ้ากันเปื้อนสีสะดุดตาแต่ก็ทำไม่ได้ อยากขอบคุณจริงๆที่แม่เขาสรรหาซื้อสิ่งกุ๊กกิ๊กมาติดบ้านไว้ให้..เหมือนรู้ดีว่ามันจะเข้ากับแบมบูคนน่ารักได้อย่างง่ายดาย

 

"หิวมั้ยแบมบู ไปนั่งกินก่อนก็ได้"

 

"ไม่เป็นไรครับ แบมรอกินพร้อมพวกพี่ๆดีกว่า" แบมบูตอบนำไม้บาร์บีคิวที่สามีปิ้งให้แต่ที่แรกไปวางรวมกับไม้อื่นๆในจาน

 

คนตัวเล็กเดินอ้อมมาหาสามีตัวโตที่ยืนเหงื่อซก  กระดาษเช็ดหน้าที่ติดมือมามันไม่ได้ลังเลที่จะซับลงบนขมับใบหน้าหล่อละเอียดเนียนผลพ่วงจากครีมบำรุงราคาแพง ดวงตาคมสีเข้มให้ความสนใจกับใบหน้าน่ารักของภรรยาตัวเล็กแทนที่การโชว์สกิลย่างบาร์บีคิวง่อยๆที่กะจะมัดใจเมียเสียหน่อย

 

มาร์คน่าจะคิดได้นานแล้วว่าแบมบูคือสิ่งที่ควรสนใจมากกว่าสิ่งไหน..

 

"พี่ไปพักก่อนก็ได้..เดี๋ยวแบม.."

 

ปากสีชมพูระเรื่อที่ขยันส่งเสียงหวานมาให้มาร์คได้ยิน แทบนับครั้งไม่ได้ว่าต้องคอยหักห้ามใจกี่หนไม่ให้ไปรังแกมัน..ครั้งนี้ความอดทนมาร์คก็แตกเช่นเดียวกัน

 

"อื้อ!"

 

ความหวานจากริมฝีปากที่ได้ฉกชิม มาร์คเดาได้ว่าแบมบูอาจจะได้ชิมสตอเบอร์รี่สมูทตี้มาก่อนแน่ ความหอมอ่อนๆยังแตะวนที่ปลายจมูกกับความนุ่มละมุนแบบที่มาร์คชอบยังแตะที่ปลายลิ้น

 

ทั้งหมดมันผสมผสานกันเป็นรสชาติของแบมบู..

 

"พี่มาร์ค.." แบมบูดันอกแกร่งให้ถอยห่างตาโตเท่าไข่ห่านเมื่อเขารู้สึกเขินอายมากกว่าทุกครั้งที่โดนขโมยจูบ 

 

"ไม่ได้มีแค่เราสักหน่อย"

 

เสียงกรี้ดดังๆของพี่แจ็คสันเล็ดลอดออกมาจากตัวบ้านลอยมาในหู บ่งบอกกับแบมบูว่าจูบครั้งนี้มีสักขีพยานผู้เห็นเหตุการณ์อยู่ด้วย

 

"ทำหน้าหนาๆเข้าไว้ ทั้งวันนี้นายอาจได้โดนจูบจนปากเปื่อยแน่ ถ้ายังทำตัวน่ารักอย่างนี้อยู่"

 

“อ..อะไรนะครับ” หน้าตาแบมบูตอนนี้คงคล้ายคนเมาก้าวเต็มทน 

 

“บอกว่าอย่าทำตัวน่ารัก”

 

หนักกว่านั้นตาเยิ้มๆผลจากการที่พี่มาร์คโน้มตัวมากระซิบคำนั้นกับแบมบูไม่ได้มาจากอาการพี้ยาแต่อย่างใด  แต่มันมาจากก้นบึ้งหัวใจที่หนำใจกับคำว่าฟินล้วนๆ  ก็เมื่อกี้อ่ะริมฝีปากพี่มาร์คสัมผัสโดนหูแบมบูด้วยแหนะ..

 

"บ..แบมก็อยู่เฉยๆของแบม"

 

"ก็จริงอยู่เฉยๆก็น่ารัก งั้นจะให้ฉันอดใจไม่จูบได้ไงเนอะ"

 

มาร์คเอ่ยความจริงจนคนฟังเม้มปากแน่น ดวงตากลมโตเสมองที่พื้นแทนที่จะเป็นหน้ามาร์คเพื่อหลีกเลี่ยงการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิบนใบหน้ายามต้องมองหน้าสามีตรงๆ อย่าว่าแบมบูเว่อร์เลยนะต่อให้ตายตอนนี้ก็ไม่ได้เสียดายอะไร..พี่มาร์คตอนนี้นะทั้งหล่อทั้งขี้เอาใจแบบผู้ชายในฝันจริงๆนะ

 

"ฉันมัวเสียเวลาทำอะไรอยู่นะแบมบู"

 

กลับกลายเป็นแบมบูที่ไม่มีทางไปต่อ ทั้งที่เป็นฝ่ายจะทำให้มาร์คหวั่นไหวกลับตกม้าตายและเป็นฝ่ายโดนทำให้หวั่นไหวเสียเอง

 

"ก..ก็พี่มั่วแต่ย่างไงครับ มันไหม้แล้ว.."

 

มือเล็กชี้ไปยังเตาย่างที่ควันเริ่มฟุ้งหลังจากมาร์คปล่อยให้บาร์บีคิวตากไฟอยู่นาน

 

"แต่พูดจริงนะว่าห้ามน่ารัก ไม่งั้นฉันยั้งปากไม่ให้จูบนายไม่ได้นะ..เด็กน้อย"

 

"บ..บ้าแล้ว"

 

เสียงหัวเราะทุ้มๆของสามีทำเอาใจเต้นแรงเหมือนจะระเบิดแววตาพราวเสน่ห์ส่งให้แบมบูน็อกตายกลางอากาศหนำซ้ำเหมือนฉุดร่างที่ล้มให้ลุกขึ้นมาแล้วส่วนหมัดฮุกให้สลบด้วยท่าอมยิ้มเต็มแก้มของพี่มาร์ค คนตัวเล็กตะกุกตะกักในการหันไปจัดเตรียมโต๊ะสำหรับปาร์ตี้ต่อถ้าขืนมองภาพที่ฆ่าเขาให้ตายในจินตนาการต่อแบมบูเกรงว่าปาร์ตี้มันอาจจะไม่เกิดเขากลัวอดใจไม่ไหว.. 

 

"บัมมมม!"

 

โชคดีที่จิมมี่วิ่งเข้ามาช่วยชีวิตให้แบมบูไม่ให้อกแตกตายตรงนั้นไปเสียก่อน ต้องขอบคุณจริงๆที่เข้ามาได้ถูกจังหวะก่อนที่แบมบูจะรู้สึกคิดเข้าข้างตัวเองมากไปกว่านี้..

 

"แบม.."

 

"ครับ?"

 

คนตัวเล็กเหลียวหลังมามองสามีที่เอ่ยเรียก แต่มาร์คต้วนกลับส่ายหัวปฏิเสธเพราะเห็นว่าจิมมี่กำลังดึงรั้งแขนภรรยาตนให้สนใจเล่นด้วยกันต่อ

 

มาร์คแค่จะบอกให้แบมบูไปเอาเบียร์แช่เย็นมาเพิ่มให้แต่เห็นท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูทั้งอาทั้งหลานแล้วก็ไม่อยากทำลายบรรยากาศนั้นทิ้ง มุมปากได้รูปกระดกเบียร์ในมือจนหมดก่อนจะกระตุกยิ้มหน่อยๆเมื่อเห็นความเป็นธรรมชาติของแบมบูเมื่ออยู่กับเด็กตัวเล็กๆ 

 

แบมบูดูเหมาะที่จะมีร่างจิ๋วเป็นของตัวเอง..มีแบมบูน้อยที่น่ารักคอยเอาใจไว้อ้อนสักคนก็ดี

 

ติดที่ว่ามันเป็นไปได้ยาก..หรือต้องจัดหนักๆนะ  เอ..แต่ทุกวันนี้มาร์คก็ว่าหนักเอาเรื่องอยู่นะ

 

"ใจเย็นๆมั้ยล่ะไอ้แจ็ค เปิดตัวทีก็เอาใหญ่"

 

เจ้าของบ้านทักขึ้นเมื่อเดินเข้ามาในครัวหวังจะมาหยิบกระป๋องเบียร์แช่เย็นเพิ่มกลับเป็นการเข้ามาขัดจังหวะคู่รักที่กำลังสวีทกันพอดิบพอดี 

 

"..คุณมาร์ค" ชาที่ยืนหลบหลังแจ็คสันให้พ้นองศาสายตาที่ล้อเลียนของมาร์คต้วน แก้มอวบแดงระเรื่อเมื่อกอดกันอยู่ดีๆก็มีใครที่ไหนไม่รู้มาขัด

 

"มึงเก็บไว้บอกตัวเองเถอะมาร์ค" แจ็คสันยกมือปัดยิ้มล้อเลียนเพื่อนกลับด้วยความกรุ้มกริ่ม แจ็คสันแค่กอดแต่มาร์คเล่นจูบแบมบูแบบประเจิดประเจ่อ ดีเท่าไหร่แล้วที่พี่ชายคนนี้ไม่วิ่งไปเก็บน้องม้วนใส่กระเป๋าคืนน่ะ

 

"เดี๋ยวเค้าตามไปนะจ้ะบี๋"

 

"อือ..บี๋อยู่คุยกับคุณมาร์คก็ได้ เดี๋ยวเค้าไปรอกับน้องแบมบูที่โต๊ะ"

 

"เอ๊ะ..บี๋จ้ะแล้วไอ้ยูไม่มาหรอจ้ะ" ก่อนชาจะก้าวไปแจ็คสันกลับยื้อตัวแฟนตัวเองไว้เสียก่อน

 

"ก็เค้าบอกบี๋แล้วไง ความจำปลาทองจังบี๋ยูติดธุระไง งื้ออ.."

 

โลกสีชมพูสร้างได้ด้วยมือเราจริงๆ

 

มาร์คยกมือลูบหน้าที่มาเห็นอะไรซ้ำสองแบบนี้ เมื่อแก้มของชาถูกพรากความบริสุทธิ์ไปต่อหน้าต่อตา หนำซ้ำเพื่อนตัวดียังหันมายักคิ้วใส่

 

ได้ทีมันก็อวดใหญ่..

 

แจ็คสันยกยิ้มลิ่วตาใส่มาร์คเอาคืนเสียหน่อยเบนสายตากลับยกยิ้มหวานให้แฟนตัวอวบ 

 

"ไอ้บ้าเฮียย หลอกหอมแก้มคนอื่น!"

 

ก่อนชาพูดเสร็จจะรีบหมุดเดินหายไปจากห้องครัวไปพร้อมถาดบรรจุอาหารสองสามอย่างไปด้วย

 

"เดินดีๆนะบี๋อย่าทำร่างกายที่เค้ารักเป็นแผล" แจ็คสันตะโกนกลับแม้แผ่นหลังของชาจะหายลับไปแล้วก็เถอะ

 

"บี๋เบ๋อ เค้าเค้อ..ปัญญาอ่อน"

 

มาร์คไม่ได้อิจฉาหรอกบอกก่อน ปากหยักที่พ้นคำพูดเราะร้ายใส่เบะลงอย่างหมั่นไส้น้อยๆ แต่แจ็คสันที่เป็นเพื่อนกับมาร์คมานานรู้ดีว่ามันอิจฉามากๆ

 

"แล้วทำไม เมียกูๆก็อ้อนแบบนี้..มึงไม่ได้มีสรรพนามไว้เรียกขานเวลาอ้อนเมียบ้างหรอ?"

 

ของอย่างนี้มันต้องมีด้วยหรอ?

 

"ตลก ใครจะไปพูดจาปัญญาอ่อนแบบนั้นได้วะ" สายตาเหมือนคนเป็นวัยทองส่งไปค้อนใส่เพื่อนอย่างนึกรำคาญ

 

"กูนี่แหละคนนึง ตามึงล่อกแล่กอ่ะมาร์คกลบเกลื่อนไม่เนียนเลย" 

 

“ไม่เนียนพ่อง  มึงก็รู้กูไม่ชอบอะไรปัญญาอ่อน”

 

"เอ้อ อย่าให้กูได้ยินละกันพ่อหนุ่มปัญญาแข็ง..แต่ว่านะน้องแบมคงชอบอะไรกุ๊กกิ๊กอย่างนี้น่าดู"

 

หรอ..ชอบอะไรแบบนี้หรอ  แล้วไง..

 

 

…70%…

ถึงสงสัยแต่มาร์คต้วนก็ไม่ได้ถามออกไปยื่นกระป๋องเบียร์แช่เย็นให้เพื่อนรับไว้อย่างเผื่อแผ่

 

"แล้วนี่เลขา เอ้ย! จินไปไหน"

 

"คุยโทรศัพท์อ้อนผัวอยู่ รายนั้นก็ตัวองตัวเอง..เลี่ยนกว่ากูอีกว่ะ"

 

แจ็คสันหัวเราะทุ้มๆ ยกมือกระดกเบียร์เข้าปากสายตาเลื่อนมามองหน้าเพื่อนที่นิ่งเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรสักอย่าง

 

"มึงนี่นะ บทจะดีกับน้องกูก็ดีใจหาย..แบมมันคงดีใจมาก" แจ็คสันเปิดหัวข้อสนทนาใหม่ในตอนที่เบียร์ลดไปครึ่งกระป๋อง สะโพกพิงเคาท์เตอร์ครัวเหมือนเพื่อนข้างๆที่ยังกระดกเบียร์เข้าปากไม่พูดไม่จา

 

"กูก็อยากให้มันดีใจจริงๆอยู่หรอก"

 

มาร์คพูดทิ้งท้ายไว้เอื้อมตัวไปหยิบกระป๋องเบียร์ในตู้เย็นมาแทนที่ของเก่าที่ดื่มหมดไป ไม่รอช้าที่จะส่งแอลกอฮอล์เข้าปากราวกับอดอยากมาจากไหน แต่เปล่าหรอก..เขากินแค่เพื่อหวังจะให้ลบล้างความคิดที่แวะเวียนมาในหัว

 

"เผื่อตับมึงไว้แดกเหล้าบ้าง..ใจเย็นพ่อ"

 

เห็นกระดกเอาๆไม่ได้สงสารตับไตมันเท่าไหร่ แต่แจ็คสันก็แค่กลัวว่าจะไม่มีคอเหล้านั่งกอดคอในวงเท่านั้น แต่ดูเหมือนจะประเมินสถานการณ์ผิด..

 

"ชนนน!!"

 

มือเลอะของเหลวสีอำพันแทบจะทุกคนที่ยกแก้วชนกันให้เสียงกริ้งพอเป็นพิธี เสียงอึกอักผลจากการป้อนน้ำเมาเข้าปากไม่นานก่อนเรื่องพูดคุยในวงสนทนาจะเริ่มขึ้นใหม่ เป็นเวลาเกือบสองชั่วโมงแล้วที่ปาร์ตี้ขึ้นบ้านใหม่ของสามีภรรยาต้วนดำเนินมา เสียงพูดคุยเฮฮาดังไม่หยุดแต่เริ่มและยังไม่มีวี่แววจะซาลง มันเหมือนยิ่งดึกคนที่นั่งล้อมวงด้วยกันนี้จะยิ่งคึก

 

คึกพิเศษหน่อยดูเหมือนจะเป็นคนตัวเล็กเจ้าของงาน..

 

"..ส้มหยุด หยุดโดยไม่มีอะไรกั้น แบบมันหยุดเองอะ ความจริงมันต้องกลิ้งหล่นไง แล้วมันกำลังจะหล่นน้ำอะ แล้วพอเราบอกให้หยุด"

 

"มันหยุด.." แจ็คสันที่ก่อนหน้าเล่นใหญ่มาตลอดผ่อนเสียงลงท้ายประโยคหลัง เรียกให้ดวงตาหวานกลมโตของคนรอฟังเบิกกว้างขึ้นอย่างเข้าถึงอรรถรส

 

"ฮ่าๆๆ"

 

ก่อนเสียงหัวเราะจะระเบิดขึ้นพร้อมๆกัน

 

"ฮ่ะๆๆ ตลกจังเลยอ่ะ ฮ่าๆๆ พี่แจ็คสันตลก อึก.." 

 

แก้มอวบแดงระเรื่อยกยิ้มเป็นก้อนซาลาเปาเมื่อมุกตลกมาแรงถูกแจ็คสันเล่นออกมาในวงเหล้าที่คึกคื้นนี้ แต่มาร์คคิดว่ามันออกแนวฝืดมากกว่าเพราะแจ็คสันพูดลิ้นพันกันแต่ต้น ทว่าตำนานส้มหยุดนั้นกลับทำเอาคนเส้นตื้นหัวเราะตัวโยน 

 

"ฮ่าๆๆ แบม..แบมหยุดขำม่ายด้ายย ฮ่าๆๆ"

 

"หยุดไม่ได้ก็ดื่มสิครับ รออะไร..เอ้าาชนนน!"

 

คนรอบวงที่ประกอบไปด้วยแจ็คสันชาและแบมบูสามัคคีประสานเสียงคำว่าชนแก้วยกใหญ่ ก่อนคำยุยงจะส่งผลให้แก้วเหล้าในมือคนตัวเล็กกรอกเข้าปากจนหมดอีกรอบ

 

มาร์คส่ายหัวกับคนเมาช่างยุเหล่านั้น เบนสายตาไปมองเลขาที่นั่งกรึ่มๆ ซบอกสามีอยู่ ส่วนจิมมี่นอนหลับอยู่บนห้องรับแขกไปนานแล้ว

 

"ไอ้บอมพาจินกลับก่อนก็ได้ ดูท่าตาจะหลับละนั่น..เดี๋ยวทางนี้กูจัดการเอง"

 

มาร์คกระซิบบอกคนสองคนที่ตัดขาดจากวงสนทนานานแล้วแต่ยังร่วมนั่งในวงนี้ อาจเป็นเพราะมันนานมากแล้วที่เหล่าเพื่อนวัยมหาลัยของมาร์คจะได้มีโอกาสมารวมตัวกันอย่างนี้ จินและบอมเองคงไม่อยากทำให้บรรยากาศต้องกร่อยลง

 

"ไปเถอะ พาลูกมึงกลับไปนอนด้วย" มาร์คพยักหน้าอนุญาต

 

"เออ โทษด้วยกูต้องกลับไว้เจอกันเพื่อน..ป้ะจิน"

 

ก่อนสองคนจะบอกลาเพื่อนๆ แม้จะไม่มีใครสนใจฟังก็ตาม เพื่อนของมาร์คที่ตกหลุมรักกันแต่วัยเรียนจนแต่งงานมีลูกทั้งสองคนขึ้นไปรับเด็กน้อยที่นอนรอยังห้องรับแขกไม่นานนักล่ำลาอีกรอบเสร็จก็พากันกลับไป  

 

ในตอนนี้เหลือเพียงมาร์คต้วนผู้มีสติต้องรับมือกับคนเมาถึงสามคนที่นั่งกอดคอกันฟังฉากส้มหยุดกรอซ้ำไปมาของแจ็คสันหัวเราะเอิ้กอ้ากกันยกใหญ่

 

"พี่แจ็คคิดได้ยังไง อึก มายไอดอลแบมเลยอ่ะ อึก..ฮ่าๆๆ ตลกอึก"

 

แบมบูพูดไปสะอึกไปหัวโยกตัวโยนเพราะต้องเอื้อมมือไปชนแก้วกับชาและแจ็คสันผู้ปล่อยมุกฝืดจนจบ

 

มาร์คต้วนที่นั่งสังเกตอาการนั้นนานพอควร ขยับตัวเบียดแบมบูมากกว่าเก่า มือข้างหนึ่งอ้อมหลังมาโอบเอวกันคนตัวเล็กไม่ให้ขำกลิ้งลงพื้นไป

 

"เปล่า พี่ก๊อปเค้ามา"

 

"ฮ่ะๆๆๆๆๆ ตลกเป็นบ้า บี๋อ่ะ"

 

"โอ้ยๆๆ" ชาที่เมาได้ที่เป็นฝ่ายหัวเราะกลบเสียงแบมบูแทน มาร์คแทบกลั้นหัวเราะไม่อยู่เมื่อแจ็คสันร้องเสียงหลงทั้งยังสีหน้าไม่สู้ดีจากการเป็นสนามอารมณ์ให้แฟนตัวเองตีเล่นไปทั้งตัว

 

"เธอ.."

 

ได้โอกาสทีมาร์คก็ยกมือสะกิดคนตัวเล็กที่นั่งสะอึกข้างๆ

 

"เธอ"

 

"ห..หื้อ?"

แบมบูหันซ้ายหันขวาเมื่อเสียงทุ้มเอ่ยกระซิบที่ข้างหู ดวงตาหวานฉ่ำกว่าที่เคยมองหน้าสามีด้วยความมึนงง

 

พี่มาร์คเรียกใคร?

 

เครื่องหมายคำถามแปะเต็มหน้าแบมบูนั้นทำให้คนเป็นสามีกระตุกยิ้มออกมา แบมบูหน้าปกติว่าเอ๋อแล้ว พอมาดูเมียเขาในตอนนี้สิ! เอ๋อกว่าเดิมเสียอีก  แต่ว่านะ..

 

แบบนี้ก็น่ารักดี..

 

"พี่เรียกเธอนั่นแหละ"

 

มาร์คทำให้แบมบูเกือบสร่างเมาทันทีแค่สรรพนามที่ถูกพูดออกมา..ก็แค่อยากรองเรียกเหมือนคู่อื่นไม่นึกว่าจะทำให้แบมบูช็อกไป สรุปแล้วมันปกติหรือเปล่า...

 

"เธอตกใจพี่หรอ? หื้ม.." มาร์คไม่ยอมแพ้กรอกเสียงทุ้มลงข้างใบหูแดงและจูบลงเบาๆ

 

"พี่.."

 

แบมบูผละตัวมาออกยกมือแตะหน้าผากมาร์คสลับกับตัวเองไปมา สักพักดวงตาหวานฉ่ำก็เบิกกว้างขึ้นเมื่อหาความผิดปกติจากร่างกายสามีไม่เจอ

 

"เมาแล้วล่ะซี้พี่มาร์ค..แบมรู้หร้อก" 

แบมบูสรุปเสียงหวานดูซุกซนพูดหยอกมาร์ค พอๆกับมือเล็กที่ซุกซนเลื่อนมาเขี่ยปลายจมูกโด่งเล่นอย่างกล้าหาญกว่าทุกที เมาแล้วชัวร์ๆ  แบมบูเนี่ยเมาแล้วแน่ๆที่เห็นแสงสว่างเป็นประกายจากตัวมาร์ค แสงสว่างออร่าแห่งความหล่อ

 

“หล่อจังเลยน๊าา..อึก”

 

"อ่ะ! แบมเจ็บนะ..ฮื้อ"

 

ปลายนิ้วเรียวถูกงับจากฟันซี่คมของสามี มาร์คหยอกภรรยาตัวเล็กคืนที่คนซุกซนกล้ากว่าตอนเป็นปกติ ไล่นิ้ววาดผ่านริมฝีปากหยักสบโอกาสให้เขางับเข้าเต็มๆ

 

"เลิกดื่มได้แล้ว"

 

"ไม่เอา สนุกอยู่..พี่แจ็คเล่าตลกแบมช๊อบชอบ"

 

เจ้าของเสี้ยวหน้าน่ารักยกแอลกอฮอล์ที่เพิ่งเติมลงแก้วดื่มโชว์สามีจนหมดในรวดเดียวอีกครั้ง ส่งผลให้บางส่วนไหลเลอะมุมปากพอให้คนมองกระชุ่มกระชวยใจ

 

เป็นครั้งแรกที่มาร์คเคยเห็นแบมบูดื่ม หรือเพราะไม่เคยให้ความสนใจมากัน..

 

เขาไม่รู้มาก่อนว่าน้องโตถึงขนาดดื่มเก่งแล้วถึงคอจะอ่อนกว่ามาร์คก็เถอะ..แต่ก็ดูดื่มเก่งอยู่ดี

 

"ขึ้นห้องเรามั้ย?"

 

มาร์คเริ่มใช้ปลายจมูกคลอเคลียพวงแก้มแดง เบนสายตามองตามที่แบมบูกำลังสนใจแจ็คสันกับชาที่ตีกันไม่เลิกด้วยรอยยิ้มหวาน

 

"ขึ้นห้อง" มาร์คย้ำความสนใจจากแบมบู มือเริ่มเกี่ยวเอวเล็กมาไว้ในอ้อมกอด ทว่าแบมบูทำเพียงสั่นแก้วในมือไปมา

 

"ไม่เอา แบมไม่ง่วง"

 

"เธอไม่อยากขึ้นห้องกับพี่" มาร์คตัดพ้อใส่คนเมาอย่างไม่คยเป็น อาสาพาคนตัวเล็กขึ้นห้องอีกหน

 

"ม่ายช่าย"

 

"แล้วทำไมครับ"

 

"อื้ออ"

 

ตาหวานหลบสายตาคมของสามีที่ทำให้ร้อนลุ่ม ละมามองกลุ่มก้อนน้ำแข็งในแก้วบนมือแทนเพื่อหวังจะระงับความร้อนทั้งกายและใจ นิ้วเรียวจรดริมฝีปากสามีห้ามไม่ให้จูบแก้มร้อนแบมบูครางอื้ออึงในคอที่ได้ทีสามีก็แกล้งแหย่ให้เขินอายใหญ่

 

"พี่มาร์คเมาแล้วน่ารัก..แบมไม่อยากขึ้นไปด้วยหรอก" คนเมาที่แท้จริงย่นจมูกใส่มาร์คให้นึกหมั่นเขี้ยว 

 

"ใครกันแน่ไม่ใช่เธอหรอ..ขึ้นห้องเรากัน"

 

"ไม่เอาหรอก เขินๆ กลัวพี่เสียตัวให้แบมจัง ฮ่าๆ"

 

แบมบูขำฝืดพูดโดยไม่มองหน้าสามีเลยด้วยซ้ำ ซึ่งมาร์คว่านั่นก็ดีแล้วที่ภรรยาตัวเล็กจะไม่เห็นคนเสียอาการหนึ่งอัตราตรงนี้ มาร์คเบนสายตาไปรอบมองอีกคู่ที่วิ่งไล่กันเข้าไปในบ้าน ท่าทางดูไม่น่าห่วงอะไรเหมือนแจ็คสันกำลังคุมสติอยู่บนโซฟาห้องนั่งเล่น

 

"ที่พี่เคยบอกว่าชอบแบมน่ะ..จริงรึเปล่า?"

 

คำถามที่ดังขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ เจ้าของประโยคจ้องมองมาร์คราบเรียบเป็นครั้งแรกที่มาร์คต้วนคิดว่าแววตาคู่นั้นมันดูนิ่งสงบทั้งๆที่สติกำลังถูกชโลมด้วยน้ำเมา เปล่าหรอกแบมบูแค่กำลังสร้างฉากเจ้าพ่อแห่งความดราม่าอีกครั้ง

 

"ว่าไงครับ.."

 

เหมือนน้ำเมานั้นจะชโลมให้คนดื่มด่ำมันถูกพรากสติหายไป แบมบูโอนเอนหัวน้อยๆเมื่อเริ่มมึนๆทว่าสายตายังจดจ้องมาที่สามีตัวโตที่เป็นฝ่ายยกแก้วเหล้าจรดริมฝีปากแทนบ้าง

 

"พี่โกหกอีกและ..."

 

ปากคว่ำลงเมื่อรู้ดีคำตอบในใจ แบมบูกำลังคาดหวังอะไรอยู่กัน รอยยิ้มเย้ยหยันถูกส่งออกมาให้ตัวเอง คนตัวโตเจ้าของความสับสนในใจดวงน้อยเห็นอย่างนั้นก่อนจะยกมือลูบหัวคนน้องเบาๆ

 

"ไม่ได้โกหก พูดไปตอนนี้ตื่นมานายก็จำไม่ได้หรอก"

 

หัวเล็กถูกจับโยกเบาๆ ใจจริงมากอยากจับแก้มนิ่มมาหอมให้เปื่อยเสียจริงสายตาเว้าวอนขอความรักแบบนี้

 

..ใครสอนให้ทำกัน..

 

"เมาแล้ว..เด็กน้อย"

 

"ไม่สักหน่อย"

 

"เมา"

 

"ไม่.."

 

คนเถียงคอเป็นเอ็นส่งรอยยิ้มให้มาร์คยามถูกใจเมื่อกลุ่มผมถูกขยี้เป็นผลตอบรับที่แบมบูสามารถกวนใจมาร์คต้วนได้ แก้มแดงๆกับปากอิ่มสีเชอร์รี่พึมพำไม่ขาดปาก

 

"พิสูจน์..ให้พิสูจน์เลยถ้าเมาแบมเสียตัวให้พี่เลย อึก ถ้าไม่เมาพี่เสียตัวให้แบมน๊า" มาพร้อมรอยยิ้มหวานที่พร้อมฆ่ามาร์คให้ตายเสียตรงนั้น

 

เชื้อเชิญขนาดนี้พังทลายความอดทนมาร์คต้วนได้ง่ายๆ คนตัวโตกว่ายืนเต็มความสูงก้มลงจูบปากเล็กเรียกให้น้องเลิกสนใจแก้วเหล้าในมือเสียที

 

มาร์คต้วนดึงแขนภรรยาให้ลุกขึ้นยืนด้วยท่าทีโอนเอน โอบรอบเอวบางทั้งๆที่ปากยังเชื่อมสัมพันกันอยู่ แน่นอนว่าข้อไหนก็ถูกใจมาร์คเหลือเกิน

 

"มาเลยตัวแสบ ขึ้นห้องไหวไหม?"

 

แบมบูส่ายหัวพรืด แขนเลื้อยมาเกี่ยวรอบคอมาร์คทั้งยังเขย่งปลายเท้าให้ความสูงเท่ากันจะได้จรดริมฝีปากทาบทับความนุ่มหยุ่นเหมือนกัน

 

"ตรงนี้ไม่ได้แบมบู"

 

มาร์คเรียกสติคนน้องที่เบียดตัวเข้าหามาร์คเหมือนเริ่มขั้นตอนที่คุ้นชิน คนเมาผละหน้าน่รักมาปรือตามองใส่ด้วยความมึนเล็กน้อย

 

"อุ้มแบม" เสียงกระซิบข้างหูแม้ไม่บอกมาร์คก็จัดให้อยู่แล้ว ประตูห้องนอนถูกแผ่นหลังกว้างดันมันออกพร้อมแทรกร่างที่ในอ้อมแขนมีภรรยาเข้ามาในห้อง ยกเท้าดันประตูให้ปิดลง เดินไม่รีบนักมายังเตียงนอนที่คุ้นเคย..

 

คนตัวเล็กนอนราบไปกับพื้นเตียง ตาหวานฉ่ำมองสามีด้วยความลึกซึ้ง ขาเรียวแยกออกทำหน้าที่เชื้อเชิญให้มาร์คท้าพิสูจน์ มือเล็กเลิกเสื้อยืดโอเว่อไซต์ดูมีสไตล์ขึ้นเหนือออกเผยส่วนใต้ร่มผ้าที่มีเพียงมาร์คได้เคยสัมผัสให้ได้เห็นอีกหน

 

"อื้อ..เร็ว"

 

แบมบูขยุ้มกลุ่มผมสามีเป็นการระบายอารมณ์พุ่งพรวดให้บรรเทาลง เสียงครางกระเซ่าเล็ดลอดออกมาเมื่อมาร์คตอบสนองได้ตรงจุด

 

"พี่"

 

ขาเรียวที่ตั้งฉากไว้ก่อนหน้าบิดและคลายสลับไปมา กลุ่มผมมาร์คถูกขย้ำแรงกว่าเก่าเมื่อปลายลิ้นลากมายังแอ่งสะดือสวย..

 

"เธอ จะเอาพี่ตายรึไงที่รัก"

 

ยัง..มาร์คยังไม่หยุดพูดสรรพนามนี้

 

"อื้อ พูดแบบนี้อีกแล้ว"

 

"เธอไม่ชอบที่พี่พูด"

 

"แบมชอบพี่!" พูดอะไรก็ชอบหมดนั่นแหละ! 

 

แบมบูเสียงหลงเมื่อปลายลิ้นร้อนแตะลงมาใต้สะดืออีกครั้ง มือเล็กยกจับเส้นผมสามีเป็นที่ยึด ขย้ำผ่านความรู้สึกเสียวสะท้านที่มาร์คปรนเปรอให้อย่างถึงที่สุด..แต่ก็ยังไม่สุดเมื่อมาร์คหยุดชะงักดื้อๆ

 

"ถ้าเธอชอบพี่จะพูดแบบนี้ให้ฟัง แต่ต้องเป็นเด็กดีของพี่ดีไหม?"

 

"อื้อดี! อื้อเร็วๆหน่อย" แบมบูเร่งเร้า หากชักช้าและลีลาอีกนิดเขาจะเป็นฝ่ายทำเองแล้ว ท่าทีร้อนใจกับเหงื่อเม็ดโตไหนจะสายตายั่วยวนบอกให้สามีรับรู้ว่าพร้อมแค่ไหนที่จะก่อสงครามเตียงนอนกับมาร์ค

 

มาร์คเองไม่ใช่คนความอดทนสูงเป็นทุนเดิมยิ่งเร่งเร้าด้วยท่าทีเย้ายวนเขาไม่ได้รอช้าไปสักวินาทีเดียว กระโจนใส่ร่างเล็กหวังเอาให้ตายคาอกแบบสมใจอยาก

 

ทว่า..

 

 

"ไอ้มาร์ค! ช่วยกูด้วยยย!"

 

"อ้ะ! เสียงพี่แจ็คสัน.." แบมบูย้ำกับมาร์คว่าไม่ได้พูดฝาดคนเดียว มือเล็กผละออกมาดันอกสามีให้ห่างตัวเสียก่อนเสียงทุบประตูจะดังขึ้นและเปิดออกมาปรากฏร่างสมส่วนของแจ็คสัน

 

"มึงเข้ามาทำไม! ไอ้เหี้ย!"

 

มาร์คตะโกนด่า แจ็คสันที่สร่างเมาทันทีที่เมื่อเห็นหนังสดกำลังเริ่มฉายเมื่อก่อนหน้า เพื่อนดาราสุดหล่อยกมือปbดตาทว่ามาร์คแทบจะกระโดดถีบที่มันดันเว้นระยะห่างนิ้วให้ดววงตาสามารถมองเห็นภาพในห้องชัดเจน

 

"โทษทีว่ะ ไม่รู้ว่ามึงอึ้บ.."

 

"ไอ้เวร!" รอยยิ้มกรุ้มกริ่มของแจ็คสันหุบลงแทบไม่ทันเมื่อหมอนใบโตลอยเคว้งมาตามอากาศ หยุดคำพูดไม่ให้เกียรติคนตัวเล็ก

 

"กูไม่กวนแล้ว โชคดีจ้ะน้องแบมบู"

 

"ไอ้เหี้ย!"

 

มาร์คตะโกนกลับไปอีกครั้ง ตัวใช้บังภรรยาไว้ใต้วงแขนไม่ให้คนอื่นได้เห็นสิ่งเขาหวงแหนแม้ปลายเส้นผม

 

มาร์คสะดุดกึกเมื่อหันกลับมาปะทะใบหน้าที่เขาหวงแหนในระยะใกล้ แบมบูทำเพียงระบายยิ้มบางให้มาร์ค นัยน์ตาดวงหวานฉายแววมาร์คอยู่ในนั้น เสียงหวานไม่ได้เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากอิ่ม มีเพียงมือแสนนุ่มที่มาร์คชอบยกจับกรอบหน้ามาร์คต้วน

 

ราวกับจะสะกดให้อยู่ในวังวนเดียวกัน..

 

ปลายนิ้วนุ่มยังคงลูบใบหน้าสามีอย่างแผ่วเบา มือคู่น้อยทะนุถนอมมาร์คด้วยความรักอย่างไม่เคยคิดหวังจะได้ตอบแทน ใบหน้าหล่อถูกไล่มองอย่างที่เจ้าของสายตากลัวว่าจะไม่ได้มีโอกาสมองดวงหน้าคู่นี้อีกหน

 

"ว่าไงเด็กดี..ห้ามบอกว่าหมดอารมณ์นะ" มาร์คดักทางขึ้น เพราะถ้าเป็นอย่างนั้น หากเขาต้องดิ้นชักตรงนี้คงไม่ต้องสงสัย

 

แบมบูส่ายหน้าและหัวเราะเบาๆ เขาก็แค่อยากมองใบหน้าที่ทำให้เขาหลงรักซ้ำๆ ใบหน้าของคนที่ทำให้หัวใจดวงน้อยหัดรู้จักคำว่ารัก

 

..แม้จะถูกขีดฆ่าด้วยคำว่าเจ็บปวด แบมบูก็คิดว่ามันคุ้มค่าเสียยิ่งกว่าสิ่งไหน 

 

ถ้าย้อนเวลากลับไปได้..ถ้าเกิดเขามีโอกาสได้ตัดสินใจอีกครั้งหนึ่ง

 

แน่นอนว่าความลังเลในใจแบมบูไม่ได้มีมัน..มือของเขาจะยื่นออกไปในวันนั้นเหมือนเดิม..

 

“จริงๆ นึกได้มาตลอด แต่เพิ่งมีโอกาสจะมาบอกน่ะครับ..”

 

……

 

"สุขสันต์วันครบรอบนะครับพี่มาร์ค.."

 

แบมบูพูดเสียงอ่อน ปากอิ่มระบายยิ้มเจืองจางให้มาร์ค ดวงตาคลอไปด้วยหยาดน้ำใสแต่มันไม่ได้ไหลออกมา น้ำตาที่คลอหน่วยตาสวยไม่ได้เป็นเพราะเสียใจแต่อย่างใด 

 

หากแต่แบมบูกำลังตื้นตันใจที่ท้ายที่สุดแล้ว..เขาก็ร่วมเดินทางมากับมาร์คในฐานะภรรยามาเกือบครบหนึ่งปี ทั้งสุข..เศร้า..รักและเจ็บปวดผสมกันให้พอรู้รสของชีวิต

 

"..จำได้ด้วยหรอ?" มาร์คอมยิ้มจางๆ สายตาก็จดจ้องแบมบูไม่วางตาเช่นกัน ยกมือลูบกระหม่อมบางๆปลอบประโลมใจดวงน้อยที่สั่นสะท้านให้นิ่งสงบ 

 

เหมือนเรือลำใหญ่ที่กางปีกใบเรือคั้นพายุลูกใหญ่ให้ลูกเรือตัวน้อย..หากแต่ไม่นานฝั่งฝันที่ไม่อยากให้ถึงกำลังใกล้เข้ามา ฉุดให้ลูกเรือตัวน้อยต้องลงจากเรือใหญ่ที่เคยพักพิง

 

ดีแค่ไหนแล้ว..ที่แบมบูไม่ได้ถูกทิ้งไว้กลางทาง..

 

"แบมขอให้พี่อย่าได้เจ็บป่วย อย่าทำงานหนัก..รักตัวเองให้มากๆ " ..ให้มากกว่าที่แบมบูรัก..

 

คนตัวเล็กผ่อนลมหายใจก่อนจะพูดคำอวยพรแสนธรรมดาต่อ..

 

"กินข้าวให้ครบทุกมื้อ นอนให้เต็มอิ่ม.."

 

แบมบูพูดคำอวยพรต่อหน้าสามีด้วยใจที่หวังให้มาร์คเป็นไปอย่างคำที่เขาตั้งใจให้เป็นแบบนั้นจริงๆ กรอบหน้ามาร์คต้วนถูกประคองไว้ด้วยสองมือน้อยดังเดิม

 

"และก็มีความสุขมากๆนะครับ..คนดีของแบม.."

 

มาร์คต้วนหลับตาลงเมื่อความอุ่นของภรรยาผู้เสกคำอวยพรแสนวิเศษนั้นทำพิธีจารึกคำอวยพรให้ฝังเข้าไปในหัวใจมาร์ค ก่อนเจ้าของคำอวยพรจะจรดริมฝีปากอิ่มไว้ที่หน้าผากของมาร์ค

 

ลืมตาขึ้นมองดวงตาหวานซึ้งกว่าครั้งไหนๆ..นึกหวนความหลังวันนี้ของปีที่แล้ว วันหมั้นครั้งแรกของเราสองคนตอนแรกมาร์คแทบไม่สบดวงตากลมคู่นี้เลยด้วยซ้ำ แต่ทว่าตอนนี้เขากลับจ้องมองอย่างไม่อยากลดละแม้วินาทีเดียว..

 

"So, I'm gonna love you like i'm gonna lose you" 

 

เสียงหวานส่งเสียงเพลงคุ้นหูที่เคยเปิดในงานหมั้นวันนั้น..

 

แบมบูตั้งใจร้องให้เป็นของขวัญพร้อมมอบความหมายของบทเพลงเป็นความในใจที่เขารู้สึกและตระหนักถึงมาตลอด

 

"I'm gonna hold you like I'm saying goodbye.."

 

เสียงสั่นเครือสิ้นสุดในท่อนนี้ ปากอิ่มผู้ขับกล่อมบทเพลงไพเราะถูกกลืนเสียงให้หายไปผลจากริมฝีปากคู่บางของสามีตัวโต 

 

แบมบูปิดเปลือกตาลงช้าๆซึมซับรสชาติของคนที่เขาชื่นชอบ..ลมหายใจที่เขาคุ้นเคย..เสียงหัวใจเต้นแรงที่ทำให้รู้ตัวว่าเขายังมีหัวใจไว้รักคนตรงหน้าอยู่ และความภักดีไปทั้งกายใจจะติดอยู่ที่หัวใจดวงนี้เสมอ..

 

ความอ่อนหวานละมุนลอยเคว้งในรสสัมผัสครั้งนี้ จูบลึกซึ้งกว่าครั้งไหนๆ แค่เมื่อตอนนี้หัวใจสองดวงที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน..ตระหนักนึกได้ว่าเวลาแสนหวานอาจกำลังถูกพรากจากไปไกลในสักวันหนึ่ง..

 

มาร์คไล่สายตาทั่วหน้าภรรยาตัวเล็กได้ไม่นานเขาเองก็ข่มตาให้หลับลงไปพร้อมๆกัน ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของความรู้สึกผู้เป็นคนนำทาง ไม่ต้องมีของขวัญ..ไม่ต้องมีใครนอกเรา

 

“ขอบคุณที่เป็นภรรยาที่ดีของพี่ตลอดวันนั้นจนถึงวันนี้..แบมบู”

 

และคำพูดที่มาจากใจที่เฝ้ารอตลอดก็พอแล้ว..

 

บทเพลงจากริมฝีปากที่มาร์คลิ้มลองอีกครั้งยังดังกล้องในหัว ในวันหมั้นหมายของเราตอนนั้นมาร์คคิดว่าช่างเป็นบทเพลงที่โรแมนติกพอควรแต่ความหมายมันกลับไม่ได้เข้าถึงหัวใจให้รู้สึกขนาดนี้..

 

..ทว่าตอนนี้บทเพลงนั้นกำลังกรอซ้ำไปมาและต่อประโยคในใจไม่ให้ขาดห้วงกลับช่างแสนเศร้าในเมื่อความหมายมันช่างตรงกับเราสองคนตอนนี้เหลือเกิน..

 

So, I'm gonna love you like i'm gonna lose you 

ฉันจะรักคุณให้มาก ราวกับว่าฉันกำลังจะเสียคุณไป..

 

I'm gonna hold you like I'm saying goodbye..

ฉันจะโอบกอดคุณให้แน่น ราวกับว่าฉันกำลังจะจากคุณไป

 

Wherever we're standing I won't take you for granted 

และไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนก็ตาม ฉันจะไม่มีทางลืมว่าคุณมีค่าแค่ไหน..

 

Cause we'll never know when, when we'll run out of time 

เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่า เมื่อไหร่ที่เวลาของเราจะหมดลง..

 

So, I'm gonna love you... 

และฉันจะรักคุณให้มาก..

 

 

#Never'bamboo 

(ยังไม่ตรวจสอบคำผิด)

 

 

มีมkpop op Twitter

 ยาวโพดโพย แต่ตั้งใจแต่งนะคะ

ขอกำลังใจสักคนละหนึ่งคอมเม้นท์ให้คนทางนี้หน่อยนะคะ ช่วงนี้หนักหนาจริงๆ

ตั้งใจไว้แล้วว่ายังไงเรื่องนี้ก็ต้องจบ พรุ่งนี้เจอกันค่ะรีดเดอร์

รักษาสุขภาพและขอบคุณที่เข้ามาอ่านด้วยน๊า

 

 

เตรียมตัวนะคะใครทีมไหน ต่อจากนี้หวานล่ะค่ะจีงๆ5555

(เพื่ออรรถรสค่ะ)

*คอมเม้นจุดไฟในตัวอิชั้นหน่อยนะคะคนดี ห่อเหี่ยวละเกินน*

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 626 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,167 ความคิดเห็น

  1. #3138 mineboominee (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2563 / 23:02
    อยากให้มีความสุขกันจริงๆ
    #3,138
    0
  2. #3137 mineboominee (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2563 / 23:02
    อยากให้มีความสุขกันจริงๆ
    #3,137
    0
  3. #3103 YanisaCH (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2563 / 20:14
    เจ็บบบบ
    #3,103
    0
  4. #3100 Wawa (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2563 / 14:34
    เจ็บปวดกันมาเท่าไหร่ พอรึยัง รักกันได้รึยัง
    #3,100
    0
  5. #3080 Natchaya1a (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2563 / 14:52
    ก็นึกว่าจะทำเบบี้กันอีกซะแล้ว แต่พี่แจ็คเข้ามาก่อน พี่เลยต้องยอมหยุด ฮือออ หวังว่าจะไม่มีดราม่าให้ปวดตับแล้วนะคะ อยากอุ้มแบมบูจิ๋วแล้วค่ะ ;-;
    #3,080
    0
  6. #3079 มิรา (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2563 / 00:27

    แบมบูคือคนที่ดีที่สุด

    #3,079
    0
  7. #3078 patt.19 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2563 / 22:03
    ในที่สุดน้องก็มีความสุขแล้ววว เบบี้ตัวน้อยเมื่อไหร่จะมาน้าาา
    #3,078
    0
  8. #3077 ratchaneegorn93 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2563 / 21:07
    จุกๆมาเยอะแล้วเนาะ ขอหวานๆฮีตใจบ้างงง แงงง
    #3,077
    0
  9. #3076 Whalereader (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2563 / 04:48
    รออยู่นะคะ สู้ๆนะคะไรท์💕
    #3,076
    0
  10. #3075 Ttkkenyg (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2563 / 01:36
    น้ำตาไหล น้องมีความสุขแล้ว
    #3,075
    0
  11. #3073 ttoey__ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2563 / 00:07
    ขอให้มีความสุขมากๆนะเเบมบู
    #3,073
    0
  12. #3072 Tuan_Boom (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2563 / 22:50
    ถ้ามีม่าจะตีไร้เลย//ถือไม้แขวนเสื้อรอ
    #3,072
    0
  13. #3071 Prae303 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2563 / 22:06

    ลูกจะมีความสุขเเล้ว ฮรืออออ
    #3,071
    0
  14. #3070 pcnmtcn (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2563 / 08:55
    เบื่อพนะเหยกอ่ะสงสารลูกฮือๆๆๆๆ
    #3,070
    0
  15. #3069 Tam egbs (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2563 / 08:55
    เย้ๆแบมบูจะได้มีความสุขแล้ววววว อยากเห็นน้อนแบมบูมีเจ้าตั้วน้อยมากเลยค่ะ อยากเห็นพ่อแม่มือใหม่
    #3,069
    0
  16. #3068 oni (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2563 / 06:47

    เสียใจเสียน้ำตามาเยอะเเล้วขอหวานๆซึ้งๆบ้างนะคะเห็นใจแบมบูบ้างงงงงง (เราด้วยแหละ)

    #3,068
    0
  17. #3066 janjiraorabut (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2563 / 05:08
    ฮือด อดใจรอไม่ไหวเเล้วค่าา
    #3,066
    0
  18. #3065 May (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2563 / 00:49

    รีบเข้าใจกันเร็วๆ เถอะ...เหมือนน้องจะไม่เข้าใจที่พี่ทำเลย พี่มาร์คควรจะชัดเจนกว่านี้นะ

    #3,065
    0
  19. #3064 Aujacharee (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2563 / 00:47
    รู้สึกเหมือนจะม่า ขออย่าให้เป็นอย่างนั้นนะคะ
    #3,064
    0
  20. #3062 cczaza123za (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 / 20:32
    ไม่นะ ฟังเหมือนน้องจะจากไปเลยยย ไมมาเอาอาอาาอาอาอ
    #3,062
    0
  21. #3061 Charlottelowell (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 / 07:59
    ฉันรู้สึกเหมือน...น้องจะไปไหนเลยอะ หรือว่าคิดไปเอง5555555
    #3,061
    0
  22. #3060 A_sripirom (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 / 07:02
    ฮือทำไมเรารู้สึกว่าอิพี่มันยังไม่ได้รับความเจ็บปวดจากการทำให้น้องเสียใจมาตั้งกี่รอบต่อกี่รอบเลยอยากให้น้องหนีไปเลยอะ
    #3,060
    0
  23. #3059 kaespicy (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 22:57
    ขอแบบสวีทวี๊ดวิ้วหวานๆมดตายเรียบคร๊า😁😁😁😁
    #3,059
    0
  24. #3058 yuuichigo (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 22:37
    ไรท์กลับมาแล้วววว

    ขอให้เค้าคู่กันไปตลอดด

    จบแฮปปี้ๆนะคะไรท์
    #3,058
    0
  25. #3057 Arissa2535y (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 22:36
    ดีมากจริงๆ
    #3,057
    0