[Star Wars Fic] Cinderella (Armitage Hux / OC)

ตอนที่ 3 : CHAPTER 2 | You’re charm guy but trouble maker for me

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 26
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    21 ต.ค. 59



Cinderella

 

CHAPTER 2 | You’re charm guy but trouble maker for me


เนื่องจากต้องมีบางส่วนไปช่วยจัดงานและซ้อมการแสดงในคริสมาสตร์เลย ทำให้มีการยกคลาสบางคลาสไป ซึ่งโมนิก้ากับเบนก็มีซ้อมใหญ่เช่นกัน พวกเขาต้องซ้อมบนเวทีจริงแล้ว ทั้งสองเริ่มเต้มไปตามจังหวะขณะที่ฟาสม่าและบีบีเอท สาวศิลปกรรมกำลังตกแต่งเวทีอยู่ พวกเธอกำลังคุยถึงงานเลี้ยงคริสมาสตร์ภาคค่ำ

มหาลัยพวกเขามีธรรมเนียม คือ ช่วงเช้าจะเป็นการแสดงของชมรมการแสดงต่าง ๆ ก่อนจะต่อที่ภาคค่ำ คือ งานเลี้ยงในแต่ละปีธีมงานจะแตกต่างกันไป ปีนี้ คือ ธีมแฟนซีหรือแฟรี่เทลสวมหน้ากาก ทุกคนจึงตื่นเต้นกันมาก เพราะเมื่อใส่หน้ากากกันแล้ว พวกเขาแทบจำหน้าเพื่อนตนเองไม่ได้เลย

“ฉันเตรียมชุดไว้ละ” บีบีเอทเอ่ย “บังเอิญแม่มีชุดเก่าสภาพดีนะ แถมมีหน้ากากด้วย” สาวผมสีน้ำผึ้งกล่าวอย่างร่าเริง

“น้องงกเงินต่างหาก เลยขอยืมชุดแม่” โพพูดแซวน้องสาวตนเอง

“พี่ก็เหมือนกันแหละ” เธอแซวกลับ

โพหันมาทางเบนและพูด “ถ้านายซ้อมเสร็จก็...มาช่วยฉันตอกตะปูแล้วกัน” ชายหนุ่มผมดำกลอกตาไปมา เพราะทุกทีที่โพอาสามาตกแต่งเวที หรืองานอะไรก็ตาม เบนมักโดนวานให้ช่วยปีนที่สูง ๆ เนื่องด้วยอีกค่อนข้างจะสูงมากกว่าโพ

“โมนิก้า เราพักก่อนดีไหมและ...เธอก็ไปช่วยพวกฟาสม่าแต่งเวทีแล้วกัน” เบนเอ่ยกับอีกคนก่อนจะปีนบันไดไปตอกตะปู

โมนิก้าเดินไปตรงแฟสม่าก่อนจะช่วยอีกคนขนผ้ามาตกแต่งเวที เนื่องจากชุดการแสดงหลักของปีนี้  คือ ของชมรมบัลเล่ต์ เวทีเลยต้องจัดเต็มหน่อย สาวผมดำรวบผมก่อนจะเริ่มตกแต่งเวทีทันที ร่างบางเริ่มปักหมุกตรงผ้าและจับจีบสลับกัน พวกผู้ชายขนโต๊ะเก้าอี้ไปตกแต่งโต๊ะห้องจัดงาน

“มิตากะเลิกซ้อมได้แล้ว!! มาช่วยฉันยกนี้หน่อย” ธานิสันโอดครวญขณะยกโต๊ะ “เดี๋ยวกลับมาซ้อมต่อก็ได้ ตอนนี้แขนชาไปหมดแล้ว”

“มหาลัย เราไม่มีงบจ้างคนจัดงานหรือไงกัน?!” แคปเลนบ่น

“อย่าบ่นให้อธิบการบดีได้ยินละ เดี๋ยวเราได้ซวยกันหมด” โมนิก้าชูแปรงสีมาทางอีกคน “แกก็รู้นิว่า...อธิการบดีจินน์บ่นที หูแทบพัง”

“ครับ มิสทาร์กินส์” เขาหยอกพลางมองไปที่คนบางคนที่เพิ่งเดินเข้ามา “ไอ้ฮักซ์ เขานัดแปดโมงมาซะสายเลยวะ”

“แหงละ...ติดยัยแบซีน ไม่สิ...พ่อนั้นเพลย์บอยตัวเอ้นะยะ” บีบีเอทพูดตามข่าวลือที่ได้ยินมา “เห็นว่าอยู่ห้องข้าง ๆ โมนิก้ากับฟาสม่านิ”

สาวผมบลอนด์สว่างซอยสั้นเท้าเอวพูด “ใช่เลย...บี”

ฮักซ์เดินมามองโมนิก้าที่กำลังระบายสีป้าย ชายหนุ่มผมแดงส้มเอ่ย “ให้ช่วยไหม?” ร่างบางหันมาทางร่างสูง

“ช่วยพวกธานิสันกับสแนปยกโต๊ะ” โมนิก้าพูดโดยที่ไม่หันหน้ามาทางอีกคน “...หรือไปช่วยเอ็มเมทจัดห้องนั้น” ร่างบางวางพู่กันลงทันทีที่มันเสร็จ “ฟาสม่า มาช่วยยกป้ายนี้ที...”

หล่อนพยักหน้ามาช่วยอีกคนยก

“อีกอย่าง...คุณอาจหล่อเหลา แต่เป็นตัวปัญหาสำหรับฉัน”

เบนขำพรืดออกมาพลางตอกตะปูต่อ เพราะไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าตอกหน้าชายหนุ่มผมจินเจอร์คนนี้เสียด้วยซ้ำ ฮักซ์ยืนหน้าชาไปทันทีที่โมนิก้าพูดแบบนั้น

“ผมอยากได้อะไรก็ต้องได้ แม้แต่หัวใจคุณ มิสทาร์กินส์”

“ฉันจะคอยดู...” เธอตอบ

 

 


ณ โรงอาหาร

ตอนนี้พวกเขานั่งเหนื่อยกันอยู่ในโรงอาหารของมหาลัย โมนิก้าทายาให้เบนที่ร้องโอดโอย มือเรียวบีบนวดไปตามบ่าของอีกคน

“บีบแรง ๆ เลยโมนิก้า” เขาร้อง “ปวดระบมแล้ว ทั้งแบกโต๊ะ แบกโน้นนี้นั้นจนร่างจะพังแล้ว”

“ก็กำลังทายาให้ —“ สาวผมดำทำจมูกฟุดฟิดก่อนจะดมเสื้อโพ

ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลเข้มเริ่มเลิกลั่กเมื่อร่างบางจ้องเขม้งมายังเขาก่อนจะเลื่อนสายตาไปที่จินเจอร์หนุ่มที่นั่งตรงข้ามกับเบน ทุกคนในกลุ่มรู้ดีว่าโมนิก้าไม่ชอบคนสูบบุหรี่ หรือต้องพูดว่าเธอเป็นคนคอยห้ามเพื่อน ๆ สูบมันเสียด้วยซ้ำ เหมือนว่าที่หนุ่มนักบินจะรู้ตัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นเลยรีบลุกแต่ก็ไม่ทันเพราะโดนอีกคนเอาสมุดเล่นบางที่ม้วนมาฟาดรัว ๆ ก่อนจะไปฟาดฮักซ์ที่หัวดังปั๊ก

“ดาเมร่อน!! ฉันเคยบอกว่าไงยะ?!” โมนิก้าลุกขึ้นเท้าเอวพลางมองคนตรงหนน้า

“อย่าสูบบุหรี่...” โพพะงาบ ๆ

“แล้วยังจะ...” มือเรียวที่กำสมุดชี้หน้าชายหนุ่มอีกคน “ส่วนนายจินเจอร์...ฉันจะถือว่าเป็นครั้งแรก ครั้งต่อไปหน้าคว่ำได้เลยยะ!!

โมนิก้าลุกจากโต๊ะไปพร้อมแก้วกาแฟเย็น เพราะพวกเขามีคลาสในช่วงบ่าย คาบของอาจารย์มาซ คานาตะค่อนข้างจะสนุก เพราะมีเรื่องเล่าเยอะและสอนได้สนุก โมนิก้าและฟาสม่ามานั่งก่อน ตามด้วยที่มิตากะที่เพิ่งล้างหน้ากับฮักซ์ที่เดินชิวเข้ามา ชายหนุ่มผมจินเจอร์เดินมานั่งข้าง ๆ สาวผมดำก่อนจะยิ้มแต่อีกคนหน้าบูดบึ้ง

“คิดหรอว่ายิ้มหล่อ ๆ จะทำให้ฉันหวั่นไหวได้นะ” โมนิก้าปากกาลงแล้วหันมามอง “บังเอิญฉันไม่ง่ายแบบคนที่ผ่านมานะคะอาร์มิเทจ ฮักซ์”

มิตากะกลืนน้ำลายดังอึ๊ก เพราะโมนิก้าไม่เคยพูดจาขวานผ่าซากแบบนี้ ในขณะที่ฟาสม่านั่งและยักคิ้วให้ฮักซ์อย่างท้าทาย หรือประมาณว่าแรงได้ใจมาก

“มิสทาร์กินส์ ท่านอธิบดีขอเรียกพบนะ” มาซที่เพิ่งเดินเข้ามาพูดขึ้น

“ได้เลยค่ะอาจาร์ย”

“เดี๋ยวให้ยืมช็อตโน้ตนะ” เพื่อนสนิทของหญิงสาวเอ่ย

โมนิก้าเดินตรงไปยังห้องทำงานของอธิการบดีไควกอน จินน์ ทันที ตามทางเดินไปห้องทำงานของอธิบดีค่อนข้างเงียบมาก เพราะไควกอนค่อนข้างไม่ชอบให้แถวทางเดินหน้าห้องทำงานของเขามีเสียงดัง หญิงสาวจัดระเบียบการแต่งกายก่อนจะเคาะประตูและเดินเข้าไปข้างใน อธิบการบดีวัยกลางคนผายมือไปทางเก้าอี้ให้หญิงสาวนั่งลงก่อนจะเริ่มเปปิดประเด็น

“มิสโมนิก้า ทาร์กินส์... คือ ผมก็ไม่อยากแจ้งเรื่องนี้หรอก แต่คุณจำเป็นต้องรู้” ไควกอนประสานมือตนไว้บนโต๊ะทำงานและเอ่ยขึ้น

“ทางการแจ้งมาว่าตาของคุณ หรือท่านทูตวิลฮัฟฟ์ ทาร์กินส์ได้ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์และเสียชีวิตที่โรงพยาบาลแล้ว”

โมนิก้าเงียบพลางกำมือแน่น

“ยังไงคะ...”

“ทางตำรวจแจ้งมาว่า....รถของเขาชนกับทางเข้าอุโมงค์ขณะเดินทางมาเมืองอันเดอราน” ชายวัยกลางจิบชาตรงหน้าก่อนจะจ้องอีกคนที่นั่งกลืนน้ำลาย

“ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งนะมิสทาร์กินส์”

 

 


เย็นวันนั้นโมนิก้าได้แต่นั่งกอดเข่าอยู่บนโซฟาพลางฟังเพลงจากเครื่องเล่นไอพอด ร่างบางได้แต่เงียบจนลืมไปทานมื้อเย็นกับเพื่อน ๆ

“โมนิก้า!!! เปิดประตูหน่อย!!” ฟาสม่าเคาะประตูจนแทบจะพังเข้ามา หญิงสาวเลยเดินไปเปิดก่อนจะพบว่าข้าง ๆ มีเจสสิก้า พาวายืนอยู่ ซึ่งสาวตรงหน้ากำลังร้องไห้อยู่

“ฉันอกหัก!!” เจสร้องออกมา “เขาบอกเลิกฉันนะฮือ”

“แล้ว....?”

“ไปบาร์เป็นเพื่อนเจสกัน อ๋อ! นัดคนอื่น ๆ ไปด้วย อย่าได้ปฏิเสธนะยะ!” ฟาสม่าพูดดักอย่างรู้ทันที “เถอะน่าออกไปดูโลกยามราตรีบ้างแม่นางซิน”

บาร์ทาทูอีนค่อนข้างเป็นบาร์ที่นักศึกษาอย่างพวกเขาไปบ่อยสุด เพราะเดินทางสะดวกและราคาค่อนข้างไม่แพงจนเกินไปทั้งสามสาวไปถึงบาร์ทีหลัง เบนกำลังนั่งจิบเหล้าค็อกเทล ฮักซ์นั่งอยู่อีกด้านในมือเขามีแก้วมาร์ตินี่

“มาร์ตินี่เขย่า แต่ไม่คนปะ” โพแซว

“นั้นมันเจมส์ บอนด์!!” ฮักซ์พูดพลางกลอกตา “...แต่ถ้าฉันเป็นเจมส์ บอนด์ โมนิก้าคงเป็นเวสเปอร์ ลินด์”

“...ฉันยอมเป็นคาเมเลีย มอนเตส ดีกว่ายะ!!” คนเพิ่งมาเอ่ย “เบนสั่งเหล้าให้แก้วนึงดิ! เพิ่งมาบาร์ครั้งแรก”

ชายหนุ่มผมสีนกกาเดินไปสั่งค็อกเทลให้เพื่อนสาวตนก่อนจะกลับมา ซึ่งทุกคนรอบโต๊ะก็ต่างมีปัญหา ตั้งแต่เจสโดนแฟนบอกเลิก บีบีเอทแห้ว เพราะไปสารภาพรักกับรุ่นพี่แต่รุ่นพี่คนนั้นเป็นเกย์ ส่วนโมนิก้าก็ดูท่าจะหนักสุด เพราะเรื่องของตาเธอที่ยังคงรบกวนจิตใจ

“มันแปลกนะโมนิก้า....” เบนเกาคางมอง “อุโมงค์นั้น...มันอุโมงค์เดียวกับที่ยายฉันเสียชีวิตเลย” เขากำลังพูดถึงอุโมงค์ที่เพดเม่ อมิดาล่า วุฒิสมาชิกหญิงที่โด่งดังก่อนเบนจะเกิดเสียชีวิตเพราะคนขับเกิดหลับใน

“แต่...คนขับรถของตาเธอขับรถแข็งไม่ใช่หรอ” มิตากะถามอย่างสงสัย

“เอาจริง ๆ นะ ตอนนี้ที่เธอควรห่วง คือ เรื่องมรดกตาเธอต่างหาก” ธานิสันกอดอกพลางพูด “อย่าลืมสิพ่อเธอลูกของตาเธอนะ”

“และรวมมนุษย์ป้าที่มีศักดิ์ญาติของพ่อเธอด้วย..” สแนปเอ่ย

“ช่างเรื่องนั้นมันก่อน!! แค่นี้เครียดจนจะบ้าแล้วนะว๊อยยย” โมนิก้าอย่างโอดครวญก่อนจะจิบเครื่องที่พิ่งถูกนำมาเสิร์ฟ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



 

นักเขียนขอพูด

เนื้อเรื่องอาจจะไม่เหมือนนางซินที่รีดเดอร์รู้จักนะคะ #นางซินคนโหด แบบนางซินจำเป็นโดนแกล้งตลอดด้วย? หรือเจ้าชายจำเป็นต้องแสนดีดี๊? เลยกลายมาเป็นแบบนี้ค่ะ 

★STAR

2 ความคิดเห็น

  1. #2 liaming kerr johnson (@liamingxoxo2) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 16:19
    บอนด์5555
    #2
    1