[Star Wars Fic] Cinderella (Armitage Hux / OC)

ตอนที่ 4 : CHAPTER 3 | Dancing Under The Moon

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    21 ต.ค. 59




Cinderella

 

CHAPTER 3 | Dancing Under The Moon


ช่วงเช้าของเมืองคอรัสซังค์เริ่มมีหิมะตกลงมาแล้ว โมนิก้าต้องตื่นตั้งแต่เช้ามืดเพราะเธอเป็นนักแสดงบัลเล่ต์และก็โดนนัดไปเตรียมตัวกันตั้งแต่เช้า  รวมถึงพวกโชว์การแสดงอื่น ๆ นักดนตรี แต่พวกที่เหนื่อยสุด คือ ฝ่ายจัดคิวการแสดง ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ฝ่ายควบคุมเวที เพราะต้องแน่ใจว่าวันนี้จะไม่มีอะไรผิดพลาด เพราะวันนี้จะมีบุคลสำคัญมาดูการแสดงด้วย ส่วนมากทุกปีจะเป็นบุคลากรที่สนับสนุนมหาวิทยาลัย แต่ปีนี้จะพิเศษตรงที่รัฐมนตรีโอสัน เครนนิค จะมาชมการแสดงด้วย ทุกคนเลยตรึงเครียดมากโดยเฉพาะโชว์การแสดงสุดท้ายของชมรมบัลเล่ต์

โมนิก้ากับเบนโดนจับแต่งหน้าอย่างดี เพราะเป็นตัวหลัก คือ เจ้าชายกับโอเด็ท จะเป็นตัวเด่นในการแสดงครั้นนี้  หญิงสาวผมดำมองตนเองในกระจกขณะที่แคทกำลังสวมกระโปรงอีกชั้นให้ เพราะอีกชุดข้างในเป็นชุดหงส์

“ว้ากกกก!!” เสียงเบนแว้กขึ้น เพราะโดนคอนนิกซ์ถอนขนคิ้ว

“แหกปากทำโอเปร่าหรอคะเพื่อน” เธอแซวอีกคนพลางเช็ครองเท้าบัลเล่ต์ โชว์แรกที่ขึ้นเป็นของชมรมประสานเสียง พวกเขาร้องเพลงอวยพรวันปีใหม่ แต่โอสันดูเฉย ๆ กับการแสดง บางคนเดาว่าคงยังโศกเศร้าจากการเสียลูกสาวของตน จนกระทั่งชมรมบัลเล่ต์ขึ้นแสดง    โอสันจับจ้องที่หญิงสาวที่ขึ้นมาเต้นนำ เพราะเขาเห็นหน้าไม่ชัด

ร่างบางเต้นไปมาก่อนจะมีพ่อมดโผล่มาและจับเธอหมุนไปด้ยท่าทางสง่างามจนทุกสายตาจับจ้อง วงดนตรีเริ่มบรรเลงดนตรีเร็ว เพราะเป็นช่วงที่พ่อมดสาปนางเอกของเรื่อง

โมนิก้าต้องกะจังหวะที่ไฟกำลังกระพริบแล้วเปลี่ยนเป็นชุดที่สวมไว้ข้างใน เธอทำท่าเหมือนจะเซและเปลี่ยนท่วงท่าเป็นแบบนางหงส์ จนทุกคนตกตะลึงในตัวเธอ

“เด็กสาวคนนั้นใครนะ...” โอสันหันไปถามจินน์ อาร์โซ เลขาส่วนตัว “เธอเต้นได้เก่งเหมือนหล่อนมาก...”

“ท่านคงหมายถึง?”

“เธอเต้นเก่งเหมือนลูกสาวฉันมาก”

 

หลังเวทีมีแต่เสียงหัวเราะ เพราะพวกเขาทุกคนเพิ่งจบการแสดงลงไปได้ด้วย โดยเฉพาะชมรมบัลเล่ต์ที่เพิ่งจบไป เบนกับโมนิก้าหายใจทั่วท้องทันทีที่ปิดม่านลงไป ร่างบางกอดคอกับเพื่อนสนิทของตนแน่น

“เมื่อกี้ฉันทำได้ดีไหม ๆ?!” หญิงสาวผมดำถามพลางจับบ่าคนตรงหน้าอย่าตื้นเต้น “โอ้ยย แบบว่าเกร็งมาเลยอ่า”

“ให้คะแนนสิบเต็ม เอาไปร้อย!!” เบนหัวเราะพลางเดินไปห้องแต่งตัว เพราะหลังจากนี้ก่อนถึงงานเลี้ยงช่วงค่ำ พวกเขาจะมีเวลาเตรียมตัวตนเองและจัดห้องโถงสำหรับงานเลี้ยงสวมหน้ากาก โมนิก้านั่งรถมากับฟาสม่าที่มิทากะขับมาส่งถึงที่หอพัก

“โมนิก้า แกหาคู่เต้นยัง?” แฟสม่าพูดขณะมาร์คหน้าตนเอง “แบบฉันไปกับมิทากะ เบนไปกับเรย์ ฟินน์ก็กำลังรอแฮน่าตอบรับ โพ...ไม่ต้องสนหรอกแค่เขาชวนสาว ๆ ก็แทบอาสาไปเป็นคู่เต้นให้แล้ว ส่วนเธอก็....”

“ฉันยืนอยู่พวกเธอเต้นรำไปแล้วกัน” โมนิก้าเอ่ยพลางไดร์ผมตนเอง “ไม่เต้นรำในงานเลี้ยงคริสมาสต์ ไม่ทำฉันโสดไปหนึ่งปีหรอกเพื่อน ไม่ก็ยืนรอคนมาชวนแหละ”

“จ้า ๆ แม่คนสวย เออ ๆ นี้แบซีนเลิกกับอาร์มิเทจแล้ว”

ฟาสม่าเม้าท์เรื่องคนที่เธอเกลียดเข้าไส้สุด ๆ (หมายถึงชายหนุ่มที่ชื่ออาร์มิเทจ ฮักซ์) โมนิก้าเบ้หน้าจนอีกคนเกือบหัวเราะออกมาแล้วถ้าตนเองไม่ได้มาร์คหน้าไว้

“สาเหตุ คือ ...แคปเล่นบอกอิตาอาร์มิเทจบอกเลิกยัยนั้นก่อน แต่ธานิสันบอกแบนซีนบอกเลิกเพราะฝ่ายชายน่าเบื่อ น่าเบื่อบ้าอะไรหมอนั้นมันคาสโนว่าตัวพ่อ”

“เพล์ยบอยตัวพ่อมากกว่า...” โมนิก้ามองกระจกและเริ่มแต่งหน้าทำผม “จะบอกให้ตื่นมาเคยเจอสาวหุ่นางแบบอกบึ้ม”

“ส่วนมากเตี้ยนะจ๊ะอกแบบนั้น”

“จ้า ๆ แม่คนสูง 191 ไปแต่งตัวได้แล้วเดี๋ยวมิตากะก็บ่น”

ฟาสม่าหัวเราะพลางเดินไปหยิบชุดตนเองมาใส่และเรื่มแต่งทำผมทันที

“เขาเป็นพ่อบ้านใจกล้ายะเพื่อนรัก”


โมนิก้าอยู่ในชุดเดรสสีขาวอย่างดี มีหน้ากากสีขาวประดับด้วยกากเพชรเงินสวมปกปิดใบหน้า เธออยู่ในธีมซินเดอเรลล่า เพราะงานเลี้ยงปีนี้มีธีมคือแฟรี่เทล จึงไม่แปลกที่สาว ๆ จะแต่งตัวเป็นเจ้าหญิง เว้นแต่ฟาสม่าที่แต่งตัวเป็นนางฟ้าใจร้ายในนิทานเจ้าหญิงนิทรา ขณะที่แฟนหนุ่มแต่งเป็นนกกาคู่ใจ

แหม..คนมีคู่!! โมนิก้าบ่นในใจ

ร่างบางหยิบเครื่องดื่มจากถาดก่อนจะกระดกดื่ม เพราะกะว่าจะดูคนอื่นเต้นรำเฉย ๆ ดนตรีในงานค่อนข้างจะมีแต่เพลงรัก ๆ อาจเพราะความเชื่อที่ว่าจูบใต้ต้นมิสโทลในวันคริสมาต์ก่อนเที่ยงคืนด้วยมั้งนะ โมนิก้าเดินถอยหลังไปข้างนอกก่อนจะพบว่ามีใครบางคนยืนอยู่ในสวนของมหาลัย ชายหนุ่มร่างสูงที่มีสีแดงส้มตัดกับท้องฟ้าในยามค่ำคืน หิมะสีขาวตกลงมาบนชุดเจ้าชายที่เขาสวมใส่ ใบหน้าแกร่งมีหน้ากากสีแดงดำปกปิดอยู่ นัตย์สีมรกตดูสวยงามมาก หญิงสาวจับจ้องมาที่คนตรงที่ยืนอยู่ตรงนั้นด้วยความอยากรู้ เพราะมีเขาแค่คนเดียวที่มายืนคนเดียวใจกลางสวนตรงนี้

อาร์มิเทจ ฮักซ์ หันมาทางเธอพอดีก่อนจะเดินมาทางเธอ และยื่นมือออกมา ชายหนุ่มสวมถุงมือสีดำอย่างดี จนอีกฝ่ายอดคิดไม่ได้ว่าเขาเปป็นเจ้าชายที่หลุดมาจากนิทานเรื่องไหนหรือเปล่า

“ไงแม่นางซิน ออกมาทำอะไรตรงนี้” ฮักซ์ถามพลางยิ้มมุมปาก “ไม่สิโมนิก้า ทาร์กินส์” ร่างสูงเอ่ยจ้องอีกคนที่อยู่ในเดรสสีขาว

“จ้องอะไรฮักซ์”

ชายหนุ่มยื่นแขนให้อีกคนควง

“เต้นรำกับผมสักเพลงสิ” โมนิก้ากลอกตาใส่อีกคนรัว จนเขาส่งสายตาบางอย่างมาทางเธอ “เถอะน่า แค่เต้นรำเองไม่มีอะไรเกินเลยกว่านี้ ผมสัญญา”

“ก็ได้...” เธอควงแขนอีกคนก่อนจะเดินกลับเข้าห้องข้างใน

ตอนนี้ในฟลอร์เต้นรำเริ่มบรรเลงเพลงจังหวะวอลซ์ โมนิก้ากับฮักซ์เริ่มเต้นรำกัน โดยมีสายตาจากคนในงานจับจ้องมาที่ทั้งสองคน หญิงสาวในเดรสเต้นและหมุนตัวไปจนแผ่นหลังพิงกับร่างสูง ชายหนุ่มยกเอวอีกคนและหมุน ซึ่งส่วนมากการเต้นรำแบบนี้จะมีแค่ไม่กี่คนที่ทำกันได้ มือเรียวจับบ่าอีกคนและจับจ้องที่เขาอย่างไม่เข้าใจ ตัวเธอเองเริ่มสับสนว่าเขาทำแบบนี้ทำไม? ทำดีกับเธอเพราะเขาเพิ่งเลิกกับแบนซีนมา? หรือเป็นส่วนนึงของการหว่านเสน่ห์แบบที่ทำกับสาว ๆ คนอื่น

“คุณต้องการอะไรจากฉันฮักซ์?” สาวผมดำถามพลางมองอีกคน “...อ๋อ! คุณเหงาที่ไม่มีสาว ๆ ให้ปั่นหัวสิท่า”

“อย่าใส่ร้ายกันสิโมนิก้า” ฮักซ์กระซิบข้างหูเธอ

โมนิก้าผละออกจากฮักซ์ก่อนจะเอ่ยขึ้นนิ่ง ๆ “ฉันไม่ชอบให้ใครมาให้ความหวัง ไม่ชอบให้ผู้ชายมาปั่นหัวหรือทำให้หลงเสน่ห์ ฉันไม่ใช่คนใจง่ายขนาดนั้น อาร์มิเทจ ฮักซ์ ฉันไม่รู้ว่าคุณทำแบบนี้และได้ผลมาแล้วกับหญิงสาวกี่คน มัน-ไม่-ได้-ผล-กับ-ฉัน!!

ร่างบางหมุนตัวและวิ่งออกไปจากงานทันที โดยที่ไม่ลืมหยิบโค้ตนอกไปด้วย ท่ามกลางความงุนงงของเพื่อนเธอ ความจริงเธอไม่ได้อยากพูดแบบนั้นออกไปหรอกแต่เพราะทิฐิกับความอคติต่ออีกคนต่างหากที่ทำเธอพูดแบบนั้นออกไป  เกลียดตนเองซะมัดที่วิ่งออกมาแบบนั้น เธอนั่งลงที่ม้านั่งพลางกอดตนเองและมองหิมะที่ตกลงมาในขณะนี้

เธอเคยเกลียดตนเองที่เกิดมาต่างจากคนอื่น ๆ เป็นเด็กกำพร้า น้อยใจที่พ่อแม่ทิ้งตนเอง อิจฉาเวลาที่พ่อแม่ลูกคนอื่น ๆ อยู่ด้วยกัน ด้วยความที่เคยลำบากมาก่อนจึงพยายามถีบส่งตนองให้พ้นจุดนั้นและทำให้มีนิสัยอคติกับคนบางคนจนพูดจาขวานผ่าซากไปบ้าง เธอคงสติแตกแล้วถ้าไม่มีความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง รวมถึง....ฮานกับเลอามั้งที่ใกล้เคียงกับคำว่าพ่อแม่ ความจริงโมนิก้าเองก็ไม่ได้เกลียดฮักซ์หรอก แต่...เดี๋ยวนะมันเกิดอะไรกับความรู้สึกเธอ

“ฉันไม่ได้ชอบเขานะว้อยโมนิก้า” เธอทึ้งหัวอย่างหัวเสีย ก่อนจะลุกและเดินออกไปเพื่อกลับที่พักตนเอง โดยไม่รู้ว่าฮักซ์ยืนฟังเธอบ่นอยู่

เขาส่ายหน้า “เธอมันรั้นสมชื่อทาร์กินส์ แต่วันนึงฉันเอาชนะใจเธอแน่”

 

เช้าวันหยุดคริสมาสต์เริ่มขึ้นแล้ว ทุกคนต่างเตรียมตัวกลับบ้านเกิดตนเอง บางส่วนก็เก็บอยู่หอพักและมหาลัย บางส่วนก็เตรียมทริปช่วงหยุดยาว โมนิก้าเดินออกจากหอพักมาขึ้นรถตู้คลาสสิคของฮาน ชายหนุ่มวัยกลางกอดอกมองหญิงสาวที่ตาแดง

“ตาบวมฉึ่งมาเลยนะสาวน้อย”

“ขยี้ตาหนักไปหน่อยค่ะ”

โมนิก้าโกหกพลางขยับไปนั่งด้านหลังกับเบน โดยที่เขาพยายามดันหน้าสุนัขไซบีเรี่ยนตัวโปรดของพ่อที่ชื่อซิวอี้ มันเห็นโมนิก้าเลยมาอ้อนอีกคนแทน

“แหนะ...ฉันไม่ใช่นายแกนะซิวอี้” เบนกลั้นขำพลางสวมหูฟัง “มันขี้อ้อนกับเธอแหละ”

เบนหลับลงทันทีรถออกตัว เลอากับโมนิก้าเม้าท์จนฮานต้องกลอกตา เพราะนิสัยชวนคุยของภรรยาตนเอง พวกเขาเดินทางไปโฮธ ซึ่งพวกเขาจะไปถึงก่อนโดยที่พวกบ้านดาเมอร่อนจะตามไปสมทบที่หลัง เลอาขอกว่าตนเองจะอยู่แต่ในบ้านถักไหมพรมขณะที่ฮานก็คงจะเล่นสุนัขของเขานั้นแหละ โมนิก้ากับเบนเลยต้งเล่นสเก็ตน้ำแข็งกันสองคน

โมนิก้าหมุนตัวบนน้ำแข็งราวกับพื้นทะเลสาบเป็นฟลอร์บัลเล่ต์ จนเบนต้องทึ้งในความสามารถอีกคน หญิงสาวกระโดดก่อนลงมาอย่างสวยงามถึงจะมีลงไปผิดท่าบ้าง ชายหนุ่มอดคิดไม่ได้ว่าตกลงอีกฝ่ายจะเป็นทนายหรือนักสเก็ตลีลาศน้ำแข็งกันแน่

“เปลี่ยนอาชีพเหอะนิก้า” เขาแซวอีกคน

“ไม่มีทางหรอก”

ร่างบางสะดุดตากับรถเอสยูวีสีดำ ชายหนุ่มร่างสูงวิ่งบนน้ำแข็งมาสไลด์ข้าง ๆ อีกคน เพราะชายวัยกลางที่ลงมา

“นั้นเบรนดอล ฮักซ์ นี่งั้นหมายความว่า...”

โมนิก้าหันมาทางอีกคน “อาร์มิเทจก็ต้องมาด้วย”


ปีนี้บ้านโซโล บ้านดาเมอร่อน บ้านฮักซ์ มาฉลองคริสมาสต์ด้วยกันที่โฮธ โมนิก้าเลยหน้าบึ้งจนเลอาต้องดุบ้าง เพราะอีกฝ่ายเป็นคนเดียวที่เป็นเพื่อนกับเบน

“แฟสอ่า...เธอน่าจะมาด้วยง่า”

(อย่าบ่นมากสาวน้อย ฉันกำลังช่วยพ่อแม่โดลเฟร์ดเตรียมมื้อค่ำ)

“แหม...ไปเป็นสะใภ้ไหมละเพื่อน”

(ยัยโมนิก้า!! ช่างเหอะเดี๋ยวประมาณค่ำ ๆ มาเม้าท์ต่อกัน”

โมนิก้าวางสายลงก่อนจะได้เสียงเบนเดินมาชวนเธอไปทานมื้อค่ำ โดยฮาน เคส เบรนดอล ไปนั่งตรงระเบียงเลยเหลือแค่เธอ เลอา เบน โพ และ...ฮักซ์คนลูก

“พวกเธอจบไปจะทำงานอะไร” หญิงวัยกลางคนถาม

“...นักเรียกร้องสิทธิสตรี เพราะสังเกตว่ากฎหมายบางส่วนยังมีช่องโหว่ที่ทำให้สตรีเสียเปรียบ ฉันเลยอยากปรับปรุงมันให้ดีขึ้น” เบนชี้ส้อมมาทางเธอ

“เอารางวัลนางงามไปเลยเพื่อน”

“ผมคงทหารอากาศ ไอ้เบนก็รู้อยู่นะครับ”

โพกับโมนิก้าเอ่ยพร้อมกัน

“นายกแบบท่านตา~” เบนหันมามองตาขวางใส่คนตรงหน้า เพราะเบนใฝ่ฝันว่าจะเดินตามรอยอนาคิน สกายวอร์คเกอร์ ตาของพวกเขา

“แล้วอาร์มี่ละ” ชายหนุ่มผมสีนกกาถาม

“คงตามรอยพ่อแหละ”

“เตรียมตีกันกับเบนเลยวะฮักซ์”

เลอาหันมาดุโมนิก้า “สุภาพหน่อยสาวน้อยโมนิก้า เสร็จแล้วมาช่วยล้างจานหน่อยได้ไหม”

“ค่ะคุณเลอา” เธอตอบยิ้ม ๆ

 

โมนิก้าช่วยเลอาล้างจานและเช็ดทำความสะอาดโต๊ะ หญิงสาววัยกลางคนยิ้มมาทางเธอและเอ่ยขึ้น “นี่โมนิก้า เธอก็โต ๆ แล้วนะอีกไม่กี่ปีก็จะเรียนจบแล้วนะ เธอก็อ้างสิทธิ์ในมรดกท่านทูตทาร์กินส์และพ่อเธอเลยสิ เพราะเธอมีได้รับมันเหมือนกันนะ”

“คงจะยากค่ะ...” ร่างบางเอ่ย “ฝั่งนั้นคงกีดกันฉันไม่ให้ฟังพินัยกรรมหรอก หรือได้อ่านมัน”

“งั้นเธอต้องสู้นะ....”

“ฉันรอเวลาที่จะทวงมันคืนต่างหากคุณเลอา” โมนิก้าเริ่มมีสายตาแข็งกร้าว “ตราบใดที่พิสูจน์ได้ว่าพวกหล่อนมีส่วนกันกับการตายของพวกเขา วันนั้นฉันจะทวงสิทธิ์ในฐานะทายาทพ่อ”














★STAR

2 ความคิดเห็น