[Kimetsu​ No​ Yaiba]​ Doumashino : เมื่ออสุราอยากทำความดี

ตอนที่ 16 : ทำความดีครั้งที่ 16 END

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 272
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    22 ส.ค. 63

โดมะออกจากศาลากลางน้ำ ผ่านอารามที่มืดสนิทไร้ผู้คน สมัยที่เขายังเป็นอสูรเขามองลัทธิของตนเองเป็นฟาร์มมนุษย์ สาวกผู้โง่เขลาเหล่านั้นต้องการมีความสุขชั่วนิรันดร์ เอาแต่สวดมนต์อ้อนวอนพระเจ้า ช่างน่าขันสิ้นดี ความสุขที่ใฝ่ฝันถึง ไม่ใช่สิ่งที่ร้องขอแล้วจะได้มันมา คนที่เอาแต่ร้องขอไม่ทำอะไรเลย ก็สมควรที่จะสูญเสียทุกอย่างไป

ความสุข ความรัก ความสำเร็จ

ล้วนเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนต้องการ แต่เมื่อสูญเสียไปพวกเขาอ้อนวอนให้ข้านำทางไปหาความสุขที่แท้จริง

เช่นนั้นพวกเจ้าก็เป็นส่วนหนึ่งของข้าแล้วกัน เมื่อตายไปแล้วก็จะไม่มีความรู้สึก ไม่ต้องทุกข์ทรมานอีกต่อไป

เป็นความสุขชั่วนิรันดร์

 

“พวกเจ้าบุกรุกเข้ามาในพื้นที่ส่วนบุคคล คงรู้ใช่ไหมว่าจะเจอกับอะไร? ”

เงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นมาในความมืด โครงร่างสูงใหญ่เดินเข้ามากลางวงล้อม เมื่อแสงไฟจากคบเพลิงสาดส่องกระทบทำให้เห็นใบหน้าของเงาผู้นั้น

“เจ้าคือผู้นำลัทธิสรวงสวรรค์นิรันดร์หรือ”

ชายสูงวัยมีตำแหน่งเป็นหัวหน้าหมู่บ้านมองพิจารณาชายหนุ่มที่เหมือนอายุยี่สิบต้นๆ เท่านั้น

โดมะคลี่พัดคู่ที่เหลือเพียงด้ามเดียวออกมา “ถูกต้อง”

“มันนี่แหละ! มันเป็นอสูร! มันล่อลวงคนให้เข้าลัทธิของมัน หลังจากนั้นก็ฆ่าทิ้ง กินร่างของสาวกจนไม่เหลือซาก เมื่อคืนมันทำร้ายเหล่าสาวกจนบาดเจ็บปางตาย พวกเราหนีรอดออกมาได้จึงมาขอร้องท่านหัวหน้าหมู่บ้าน ท่านต้องช่วยพวกเรากำจัดอสูรตนนี้ จะได้ไม่เป็นภัยอันตรายในภายหน้า!” เด็กสาวยืนหลบหลังผู้อื่นชี้ตัวโดมะไปด้วยร้องไห้ไปด้วย เสียงร้องไห้นี้ชวนให้ผู้คนรู้สึกเวทนาสงสาร มองมาทางโดมะอย่างเคียดแค้นชิงชัง

โดมะถอนหายใจ ริมฝีปากคลี่ยิ้มอ่อนโยนมองอดีตสาวกคนนั้น

มนุษย์หนอ มนุษย์

เชื่อใจ หลอกลวง แล้วก็หักหลัง เขาเจอมาจนเอียนแล้ว

ชายฉกรรจ์ที่ล้อมตัวโดมะอยู่เผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่ง หัวหน้าหมู่บ้านยังถามอีกว่า “เจ้าแน่ใจหรือ ว่ามันเป็นอสูรจริงๆ”

“มันเป็นผู้นำลัทธิมาหลายร้อยปี สาวกรุ่นก่อนบอกว่าหน้าตามันไม่เปลี่ยนไปเลย แล้วการกินมนุษย์จะเป็นการกระทำของคนปกติได้หรือ มันต้องเป็นอสูรไม่ผิดแน่!”

โดมะเลิกคิ้ว “พวกเจ้ามาทั้งที่ไม่รู้แน่ชัดว่าข้าเป็นอะไรหรือ เอาอย่างนี้แล้วกัน....ข้าจะแสดงพลังให้เห็นดีไหม”

พลันโดมะสะบัดพัดจนมองเห็นเป็นเงาเลือนราง

คนที่ล้อมตัวโดมะต่างสะดุ้งเฮือกเมื่อคบเพลิงที่ถือถูกฟันเป็นสองท่อน​ ก่อนทรุดตัวลงกับพื้น ร่างกายได้รับบาดเจ็บถ้วนหน้า

“อะ อสูร! เป็นอสูรจริงๆ ด้วย เมื่อหลายวันก่อนที่หมู่บ้านข้าเห็นมันเป็นเด็กอยู่เลย ไม่มีทางที่จะโตขึ้นขนาดนี้ได้” ชายที่ยืนข้างๆ หัวหน้าหมู่บ้านรีบสั่งการ “ต้องมีพวกมันอีกแน่ ข้าเห็นผู้หญิงคนหนึ่งอยู่กับมันด้วย ไปค้นหาให้ทั่วซะ!”

“อ้อ” โดมะจ้องมองอีกฝ่ายในระยะประชิด จนฝ่ายนั้นตกใจจนล้มลงไปกองกับพื้น “คนเมื่อตอนนั้น ข้าจำได้แล้ว เจอกันอีกจนได้ ตอนนั้นข้าบอกว่าอย่างไรนะ?”

“อ๊าก!” มันร้องเสียงหลงเมื่อถูกโจมตีไม่ทันตั้งตัว

โดมะยิ้มพร้อมกับเลียเลือดบนพัด “ใช่แล้ว....ข้าขอมือขวาที่โสโครกเจ้าไปแล้วกัน”

“อ๊าก! ท่านพ่อ ท่านพ่อ! ช่วยข้าด้วย!”

มันหันไปขอความช่วยเหลือจากหัวหน้าหมู่บ้านอย่างลืมอาย โดมะปัดอาวุธที่พุ่งเข้าหาอย่างไม่สนใจ

“อะไรก็ทำร้ายข้าไม่ได้หรอก” หันไปถามหัวหน้าหมู่บ้าน “แล้วพวกเจ้าต้องการอะไรจากข้าหรือ?”

เมื่อชายสูงวัยเห็นว่าสู้ไม่ไหวจึงเก็บงำความโกรธแค้น ประคองลูกชายขึ้นแล้วถอยหนีออกจากอาราม คนอื่นๆ พากันตะเกียดตะกายหนีตาย เด็กสาวที่พ่นคำหยาบคายตอนนั้นก็วิ่งหายไปนานแล้ว คบเพลิงที่ถูกทิ้งบนพื้นค่อยๆ มอดดับพร้อมกับเสียงสรรพสิ่งเงียบสงบลงอีกครั้ง

โดมะสะบัดเลือดบนพัดออก เงยหน้าขึ้นมองดวงจันทร์ที่ยังคงเหมือนเดิมไม่ว่าจะผ่านไปนานเพียงใด 

 

“เจ้าอีกแล้วหรือ ไม่เข็ดเลยสินะ”

โดมะนั่งอยู่บนแท่นประจำที่ใช้ในการเทศนาเหล่าสาวก ข้างกายเต็มไปด้วยกระดูกส่วนศีรษะของเหล่าผู้คนมากมายกองพะเนินไปหมด เขาเอนพิงหมอนใบใหญ่หมุนมันเล่นในมืออย่างเกียจคร้าน

“คราวนี้ต้องการอะไรจากข้ากันล่ะ”

“ชีวิตเจ้า!”

ทันใดนั้นมีกลุ่มคนโผล่ออกมาทุกทิศทาง คมอาวุธหันเข้าหาเพียงคนเดียว โดมะมองอย่างสนใจ ลุกขึ้นยืนโยนกะโหลกศีรษะทิ้งแล้วยกพัดเผชิญหน้า

“เหมือนจะมีฝีมือกว่าครั้งที่แล้ว ช่วยทำให้ข้าสนุกหน่อยแล้วกัน”

ห้องทั้งห้องพลันเย็นยะเยือกราวกับอยู่ในฤดูหนาว พ่นลมหายออกมาจนเกิดเป็นควันสีขาวลอยฟุ้งในอากาศ ทุกคนในที่นั้นตกตะลึง ความตึงเครียดทำให้จับอาวุธแน่น ไม่รู้ว่าคนตรงหน้าเป็นตัวอะไรกันแน่ แล้วมีความสามารถแบบไหน ทุกคนจึงระมัดระวังยิ่งขึ้น

“เอาอย่างนี้ หากข้าแพ้ข้าจะยอมมอบหัวของข้าให้ก็ได้…แต่หากข้าชนะ ทุกคนต้องมอบหัวให้ข้า ตกลงไหม?”

คำพูดนั้นสร้างความเดือดดาลให้กับทุกคนในที่นั้น ชายคนหนึ่งพุ่งตัวเข้ามาพร้อมกับตะโกนเสียงดัง “ตายซะเถอะ!”

โดมะถอนหายใจ “ไม่มีมารยาทเอาซะเลย” เขากางพัดออก ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม “ข้ากำลังพูดอยู่แท้ๆ”

 

การต่อสู้ดำเนินผ่านไปหลายชั่วโมง ฝ่ายที่เสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัดคือชาวบ้าน บางคนไม่อาจแข็งใจลุกขึ้นมาได้อีก คนที่พอสู้ไหวเริ่มน้อยลงเรื่อยๆ ในขณะที่โดมะยังคงยืนหยัดอย่างสบาย หยอกอีกฝ่ายเล่นอย่างสนุกสนาน

แต่นั้นไม่ใช่ปัญหา แผนการของหัวหน้าหมู่บ้านคือจับกุมตัวเอาไว้ ในตอนที่โดมะกำลังเล่นสนุกกับผู้โชคร้ายจนไม่ทันระวังตัวก็มีโซ่เส้นหนึ่งพันข้อมือของเขาไว้กระชากออกไปจนเสียการควบคุม

“โอ๊ะ?” โดมะมองโซ่เส้นนั้นที่มีขนาดใหญ่กว่าที่คิด “คิดว่าโซ่แค่นั้นจะหยุดข้าได้หรือ?”

หัวหน้าหมู่บ้านโบกมือให้สัญญาณ “ถ้าเส้นเดี่ยวไม่ได้ งั้นแบบนี้เป็นไง!”

โซ่ขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นจากทุกทิศทาง แม้แต่โดมะก็กระโดดหลบไม่หมด มันพันรอบร่างแล้วตรึงแน่นจนพัดในมือหล่นลงพื้น ลำตัวและขาทั้งสองข้างถูกทำให้ขยับไม่ได้

ตอนนั้นโดมะถูกจำกัดการเคลื่อนไหวทำให้ทุกคนต่างโล่งใจ ทว่าสายตายังคงจับจ้องชายหนุ่มเขม็ง

โดมะเอียงคอยิ้มๆ “เช่นนั้นข้าต้องมอบหัวให้พวกเจ้าใช่ไหม แต่ว่ามือข้าขยับไม่ได้เสียแล้ว”

ชายแก่นิ่งอึ้งไปก่อนจะเอ่ยว่า “พาตัวไป เราจะเผามันทั้งเป็นแก้แค้นให้กับทุกคน”

 

ครั้งมาถึงหมู่บ้าน ที่ลานกว้างอเนกประสงค์ มีแท่นสูงพร้อมกับเชื้อเพลิงวางไว้เรียบร้อย โดมะเห็นอดีตสาวกของเขาอยู่รวมกับชาวบ้านหลายร้อยคนที่มารวมตัวกัน

พวกชาวบ้านเห็นโดมะถูกจับกุมมาถึงที่นี่ ต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์อย่างไม่น่าเชื่อ

 “นั้นเหรอ ผู้นำลัทธิ ดูไม่เหมือนอย่างที่เล่าลือกันเลย”

“อย่าโดนหลอกไป มันฆ่าเจ้าไม่กะพริบตาได้เลยนะ”

โดมะถูกพาไปขึงอยู่บนแท่น มองทุกคนด้านล่างด้วยรอยยิ้ม

ตอนนั้นเอง ชายคนหนึ่งขว้างก้อนหินเข้ามากระทบศีรษะของโดมะ จากนั้นคนอื่นๆ ก็ขว้างของตามเข้ามา บาดแผลเกิดขึ้นบนร่างกายของเขา สีแดงของเลือดที่คุ้นเคยไม่ได้ทำให้อารมณ์เกรี้ยวกราดปะทุขึ้นมา เขานิ่งเงียบราวกับไม่เห็นอยู่ในสายตา รอยยิ้มยังคงประดับบนใบหน้าไม่เสือมคลาย

“เอาภรรยาข้าคืนมา!”

“เอาลูกข้าคืนมา!”

“ครอบครัวข้า!”

“อสูร เผามันซะ!”

เผามัน! เผามัน! เผามัน! เผามัน! เผามัน! เผามัน! เผามัน! เผามัน! เผามัน! เผามัน! เผามัน! เผามัน! เผามัน! เผามัน! เผามัน! เผามัน! เผามัน! เผามัน! เผามัน! เผามัน!​

หัวหน้าหมู่บ้านเห็นดังนั้นก็ถามเขาว่า “มีอะไรจะสั่งเสียไหม”

เมื่อได้ยินคำพูดที่โดมะใช้ถามกับผู้อื่นก่อนตายเสมอ พอได้ฟังกับตัวเองก็รู้สึกแปลกๆ จนหลุดหัวเราะออกมา นึกถึงคำสุดท้ายของผู้คนที่ได้ยินบ่อยๆ คือร้องขอชีวิต พวกเขากระเสือกกระสนเอาชีวิตรอดแม้ต้องอ้อนวอนอสูรก็ตามที โดมะรับฟังคนเหล่านั้นอย่างใจเย็น จากนั้นก็ฆ่าอย่างเลือดเย็นในนาทีต่อมา

เขายิ้ม “ไม่มี”

เปลวไฟลุกไหม้จากใต้ฝ่าเท้า วันนี้เป็นวันที่อากาศดี ลมพัดพัดเย็นทำให้กองเพลิงโหมกระพือรวดเร็วขึ้น ความรู้สึกร้อนลวกไปทั่วร่างกายทรมานเป็นอย่างมาก

เขาไม่เคยกลัวตาย ไม่เช่นนั้นคงไม่ยอมถูกจับง่ายๆ เช่นนี้ 

พูดให้ถูกคือเขาไม่เคยมีชีวิตตั้งแต่แรก 

ชีวิตน่าเบื่อพรรคนั้น เขาทิ้งมันเพื่อเป็นอสูรนานแล้ว

ความสนุกของเขาก็คือการกินมนุษย์….ซึ่งน่าเบื่อยิ่งกว่าเดิมเสียอีก

มีเพียงสิ่งเดียวที่ติดค้างในใจ คือเขาต้องไปจากเธอ คนที่เกลียดแค้นเขาสุดหัวใจ คนที่ทำให้เขาใจเต้นแรงเพียงได้สนทนากัน 

บางทีการจากไปเช่นนี้อาจเป็นความเห็นแก่ตัวของโดมะที่อยากให้เธอจดจำเขาไปตลอดกาล

โดมะได้ข้ามผ่านความเป็นตายมาพบเจอชิโนบุอีกครั้ง เพียงเพื่อต้องการให้เธอจดจำวินาทีสุดท้ายของเขาได้

ได้โปรด อย่าลืมข้า.... 

จะสวรรค์หรือนรกข้าก็ตามหาเจ้าจนเจอ 

 

แล้วหลังจากนั้น ข้าจะทำดีต่อเจ้าไปตลอดชีวิต

 

...... 

 

.... 

 

.. 

 

.

 

 

สิ่งแรกที่มองเห็นคือใบหน้าเปื้อนน้ำตาของเด็กสาวคนหนึ่ง

“อาจารย์!”

ชิโนบุลืมตาขึ้น ลำคอที่แห้งผากไร้คำพูดมานานเอ่ยว่า “....คานาโอะ?”

คานาโอะพุ่งเข้าใส่หญิงสาว ชิโนบุที่เพิ่งฟื้นคืนสติกวาดสายตามองรอบตัวอย่างแปลกใจ ก่อนได้ยินเสียงเปิดประตูพร้อมกับคนคุ้นเคยปรากฏเข้ามา “อ่า! คุณชิโนบุฟื้นแล้ว คุณกิยู คุณชิโนบุฟื้นแล้วครับ!”

ชิโนบุถูกประคองขึ้นมาดื่มน้ำไปแก้วหนึ่ง นั่งหลังพิงหมอนอย่างหมดแรง

ฤทธิ์ของยาชาทำให้เธอเคลื่อนไหวลำบาก

“….คุณโทมิโอกะ ทันจิโร่คุง แล้วก็คานาโอะ ทำไมทุกคนถึงมาอยู่ที่นี่?”

ทันจิโร่ตอบ “พวกเราได้รับจดหมายจากคุณกิยู เลยรีบเดินทางมาที่นี้ครับ”

“จดหมาย?”

“หลายวันก่อนคุณกิยูส่งจดหมายมาบอกว่าคุณชิโนบุยังไม่ตาย พวกเราได้อ่านก็รีบเดินทางมาทันที พอมาถึงเห็นคุณชิโนบุนอนไม่ได้สติ คานาโอะจังก็เลยคอยดูแลอยู่ข้างๆ ตลอดครับ”

ชิโนบุคิดว่าดีจริงๆ ที่ทันจิโร่อยู่ที่นี้ด้วย ไม่อย่างนั้นคนเฉยชาอย่างกิยู กับคนพูดน้อยอย่างคานาโอะ คงไม่เล่าอะไรให้เธอฟังแน่นอน

“ขอโทษที่ไม่ติดต่อกลับไปค่ะ ฉันไม่รู้จะสู้หน้าทุกคนยังไง... ฉันทำภารกิจล้มเหลวไม่เป็นท่า”

“ไม่หรอกครับ คุณทำเต็มที่แล้ว คานาโอะดีใจมากเลยนะที่คุณยังมีชีวิตอยู่”

“.... ฉันตายไปแล้ว” ชิโนบุมองฝ่ามือของตัวเอง “ถึงเขาไม่เคยบอกแต่นี่เป็นร่างเทียมที่สร้างขึ้นมาเท่านั้น”

ทุกคนทำสีหน้าไม่เข้าใจชิโนบุจึงอธิบายเพิ่ม “ฉันถูกดูดกลืนไปทั้งตัวไม่เหลือร่าง การทำให้ฟื้นคืนชีพมีเพียงต้องสร้างร่างขึ้นมาใหม่เท่านั้น ฉันเริ่มสงสัยตอนที่รู้ว่าร่างกายนี้ไม่มีพิษของดอกฟูจิอีกแล้ว และยังแบ่งปันความเจ็บปวดร่วมกับเขาอีก ฟังดูไม่ปกติเลยใช่ไหมคะ นั้นทำให้ฉันรู้ว่าร่างนี้เป็นร่างแยกของอสูร ไม่ใช่ร่างจริงของฉัน”

ยาที่โดมะฉีดใส่ตัวเองนั้นดัดแปลงมาจากยาที่ทำให้อสูรกลับเป็นมนุษย์ เธอยังผสมพิษที่ออกฤทธิ์ช้าแต่แรงเอาไว้ ตอนแรกชิโนบุคิดจะใช้เอง แต่เมื่อรู้ว่าเป็นร่างที่ถูกสร้างขึ้น ผลกระทบของยาอาจเปลี่ยนแปลงไปจึงตัดสินใจนำไปให้โดมะที่เป็นร่างจริงแทน

แน่นอนว่าหากเขาถามเธอจะตอบความจริงไป

“ไอ้อสูรโสโครกนั้น ต้องการให้อาจารย์ทุกข์ทรมานสินะ! ข้าจะไปฆ่ามันอีกรอบ!”

“คานาโอะจัง ใจเย็นๆ สิ”

ทันจิโร่พยายามห้ามปรามจิตสังหารของเด็กสาวที่อยากกำจัดอสูรอย่างไม่ปราณี

คานาโอะมองหญิงสาวด้วยดวงตาแดงก่ำ “มันทำร้ายอาจารย์หรือเปล่าคะ”

ชิโนบุยิ้มแย้ม “อาจารย์ไม่เป็นอะไร ขอบใจที่คานาโอะเป็นห่วงนะ” เธอหันไปถามคนที่ยืนเงียบมาตั้งแต่ต้น “หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้างคะ”

กิยูขมวดคิ้วลง พักหนึ่งจึงถอนหายใจเอ่ยว่า “อสูรตนนั้นต้องการชดใช้ความผิด”

ชิโนบุกะพริบตา ส่งเสียงหนึ่งออกมาคำหนึ่ง “คะ?”

กิยูไม่ได้กล่าวอะไรต่อ ราวกับเขาได้ถ่ายทอดทุกอย่างจนหมดแล้ว

ชิโนบุลุกขึ้นมองหาประตู เธอก้าวเท้าอย่างยากลำบาก ทั่วทั้งร่างไร้ความรู้สึกจนกะแรงเดินไม่ได้ ทำให้ขยับอย่างติดๆ ขัดๆ

“อาจารย์?”

“คุณชิโนบุจะไปไหนครับ”

ชิโนบุราวกับถูกอะไรบางอย่างผลักไปข้างหน้า เธอไม่สนใจเสียงเรียกของใคร เดินออกจากกระท่อมหลังเล็ก ผ่านเนินเขาที่คุ้นเคย จากนั้นก็พยายามวิ่งให้เร็วที่สุด ไม่รู้ว่าเท้าเปลือยเปล่าเป็นแผลลึกแค่ไหน ร่างกายอ่อนแรงโอนเอนล้มไปด้านหน้าที่มีก้อนหินตั้งอยู่ เธอหลับตาลงทั้งที่รู้ว่าตนเองจะไม่เจ็บปวดอีกแล้ว

“คุณชิโนบุไม่เป็นไรนะครับ?”

เมื่อลืมตาขึ้นทันจิโร่ก็พุ่งเข้ามารับตัวเธอไว้เสียแล้ว

“ทันจิโร่คุง....”

ชิโนบุเพิ่งรู้สึกตัว มองเขาอย่างไม่รู้จะทำอย่างไร เมื่อครู่อยู่ๆ ร่างกายก็ขยับไปเองโดยอัตโนมัติ

“ให้ผมแบกคุณไปดีกว่า ถ้ารีบไปตอนนี้อาจยังทันก็ได้”

 ทันจิโร่ยกจมูกขึ้นดมกลิ่นการเผาไหม้จางๆ ที่ลอยมาตามลมด้วยสีหน้าจริงจัง ก่อนย่อตัวลงตรงหน้าเธอ เขาไม่ถามอะไรเพียงแค่ช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถเท่านั้น เธอนิ่งไปก่อนจะยิ้มให้เขา “ขอบใจมาก”

ฝีเท้าของทันจิโร่รวดเร็วมาก ไม่นานก็ทิ้งห่างจากกิยูและคานาโอะ มาถึงลานหมู่บ้านแห่งนั้น ผู้คนมากมายเข้ามามุงดูราวกับชมการแสดงอันรื่นเริง ​พ่นคำหยาบคายสาปแช่ง เสียงหัวเราะและเสียงก่นด่าอย่างสะใจนั้นฟังดูน่าสะอิดสะเอียน

เมื่อเผชิญหน้ากับความกลัว มนุษย์ก็โหดเหี้ยมไม่ต่างจากอสูร

นี่หรือมนุษย์.... ​

เมื่อมาถึง ชิโนบุเดินด้วยตัวเองอีกครั้ง เธอเดินต่อไปข้างหน้า ฝีเท้าซวนเซแทบไร้เรี่ยวแรง

“ปีศาจถูกเผาแล้ว! หมู่บ้านของเราปลอดภัยแล้ว!”

เฮ้!!!! 

เสียงร้องยินดีพลันดังขึ้น

ตอนนั้นสำหรับชิโนบุ เสียงอื้ออึงทั้งหลายล้วนเงียบสงบ เธอเดินไปจนถึงแท่นยกสูง มองเค้าร่างสูงใหญ่ที่กลายเป็นสีดำสนิทมีกลิ่นไหม้จนแสบจมูกไปหมด ไฟที่โหมกระพือมอดดับลงแล้ว แต่เขาก็ยังมีชีวิตอยู่ แม้จะริบหรี่มากก็ตาม

“อาจารย์ อย่าไปนะคะ”

ชิโนบุเดินลุยกองไฟที่มอดดับลงเหลือเพียงความร้อนใต้ผ่าเท้า เธอไม่รู้สึกเจ็บปวดเลยสักนิด แต่แรงฉุดรั้งทำให้เธอเดินต่อไม่ได้ ซวนเซถอยหลัง เธอมองเขาแล้วพยายามเดินต่อ แต่คานาโอะเข้ามากอดรัดไว้แน่น ดวงตาสีม่วงรื้นไปด้วยน้ำตาจนภาพตรงหน้าสั่นเบลอไม่ชัดเจน เรี่ยวแรงที่มีเหือดหายไปจนทรุดตัวลงกับพื้น ชิโนบุจ้องภาพตรงหน้าไม่กระพริบแล้วเอ่ยเสียงเรียบราวกับกระซิบ

“นี่คือการชดใช้ของนายเหรอ” เธอยื่นมือออกไปที่กองเพลิงนั้นราวกับต้องการสัมผัสชายหนุ่ม “นี่น่ะเหรอ”

ฝ่ามือของเธอแดงและเริ่มปริแตก 

“นายมันโง่เง่า.... โดมะ” 

เธอเรียกชื่อเขาเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย มองร่างกายที่ค่อยๆ สลายกลายเป็นผุยผง

ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันใช่ว่าไม่เคยหวั่นไหว ชิโนบุได้เห็นมุมต่างๆ มากมายของโดมะ แต่ไม่เคยลืมสิ่งที่เขาเคยทำเช่นกัน ใช่ว่าเธอไม่เคยเจ็บปวด แม้ว่ายาชายังคงออกฤทธิ์แต่กลับไปไม่ถึงหัวใจ เธอเจ็บจนหายใจแทบไม่ออก ที่ชิโนบุเลือกใช้ยาพิษที่ออกฤทธิ์ช้าไม่ใช่เพราะว่าอยากอยู่กับโดมะให้นานกว่านี้หน่อยหรอกหรือ แต่เขากลับวิ่งหาความตายเสียเอง ทั้งที่ฉลาดในทุกๆ เรื่อง แต่กลับไม่เข้าใจเรื่องแบบนี้ ชิโนบุไม่รู้ว่าควรรู้สึกอย่างไรดี

เถ้าถ่านสีขาวลอยขึ้นไปตามแรงลมปกคลุมทั่วทั้งบริเวณ ยังคงมีอุณหภูมิของเปลวเพลิง ก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายหยุดลง ลำคอของเขาถูกเผาจนไม่เหลือเค้าเดิม ไม่สามารถเปล่งเสียงได้อีกแล้ว แต่ชั่วขณะนั้นราวกับเธอได้ยินบางอย่าง

…ข้าใช้ชีวิตชดใช้ให้แล้ว

หลังจากนี้…จงมีความสุข

 

……

 

 

.

 

ผ่านไปสามวันหลังจากเหตุการณ์นั้น ชิโนบุรู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้เธอเจ็บปวดไปทั้งร่างกายราวกับถูกไฟแผดเผา

“อาจารย์ ท่านฟื้นแล้ว”

คานาโอะนั่งอยู่ข้างเตียงจับมือที่เต็มไปด้วยผ้าพันแผลขึ้นมากุมไว้ แล้วร้องไห้เสียงดัง

ชิโนบุสำรวจพื้นที่รอบๆ ไม่ใช่นรก ไม่ใช่สวรรค์

เธอยังไม่ตาย....

ทั้งๆ ที่ชิโนบุแน่ใจว่าโลกนี้ไม่มีอดีตอสูรข้างขึ้นที่สองอีกแล้ว ร่างกายของพวกเราเชื่อมหากัน เธอรู้ได้ทันทีว่าเขาไม่อยู่แล้ว แต่ไม่ทราบว่าทำไมตนเองถึงยังมีชีวิตอยู่ 

“อย่าจากข้าไปอีกเลยนะ”

มือที่เอื้อมไปลูบหัวเด็กสาวอ่อนแรงมาก แล้วยังรู้สึกเจ็บแสบ แต่นั้นทำให้รู้ว่ายังมีชีวิต

เธอนึกถึงตอนที่เขาจูบเธอครั้งสุดท้าย โดมะป้อนบางอย่างใส่ปากของเธอ เป็นสัมผัสเรียบลื่น มีกลิ่นอายที่คล้ายกับเขา หลังจากกลืนลงท้องก็สลายหายไปกลับรู้สึกเย็นสบายไปทั้งร่างตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ยังไม่ทันได้ถามก็สลบไป

วางแผนไว้ตั้งแต่ตอนไหน

ยอมตายเพื่อให้เธอมีชีวิตอย่างนั้นเหรอ

ร่างกายนี้เป็นของเทียมที่ควรตายไปพร้อมเขา แต่โดมะกลับต่ออายุขัยร่างนี้ให้ ถึงแม้จะเป็นเพียงเวลาสั้นๆ ก็ตาม

นึกถึงคำพูดสุดท้ายของเขาแล้วก็ยิ้มออกมา ความรู้สึกทั้งหมดถูกเก็บซ่อนไว้ให้ลึกสุดใจ ดวงตาสีม่วงไร้แววนิ่งสงบราวกับผิวน้ำที่เย็นเฉียบ และเงียบงัน

“อาจารย์ไม่เป็นอะไรแล้ว” เธอเอ่ย “หลังจากนี้จะอยู่กับคานาโอะตลอดไปเลย”

 

อยากให้มีความสุขงั้นเหรอ….ได้สิ เธอจะมีความสุขมากๆ กินแต่ของอร่อย อ่านหนังสือทุกเล่มบนโลก สานสัมพันธ์กับผู้อื่น ใช้ชีวิตให้คุ้มค่าไปอีกหลายๆ ปี

 

จะมีความสุข จนกระทั่งลืมนายไปทั้งหัวใจ.

 

END
  


 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณทุกการติดตาม คอมเมนท์และกำลังใจที่เข้ามาตลอดนะคะ ทำให้ไรท์ตัดสินใจลงต่อจนจบ ตอนแรกเห็นไม่มีคนอ่านเลยว่าจะเก็บไว้อ่านคนเดียว เรือผีมันช่างเคว้งคว้างนัก (;´༎ຶД༎ຶ`)

หลังจากนี้จะมีตอนพิเศษอีกหนึ่งตอน แบบ Good Ending หวังว่าทุกคนจะชอบนะคะ ​ -​---Libran

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

26 ความคิดเห็น

  1. #26 JTWIA (@Nam_29032547) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 / 23:12
    นั่นไง เจ็บไปทั้งหัวใจ สุดท้ายเค้ารักกัน แต่ไม่ได้คู่กัน ฮรุกㅠㅠ
    #26
    0
  2. #19 falling-night (@falling-night) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 10:12
    จบได้สวยแต่เศร้ามากเลยค่ะ เราไม่เคยอ่านมังงะหรือดูอนิเมะเรื่องดาบพิฆาตอสูรมาก่อน แต่เรื่องนี้เป็นนิยายที่เข้าใจง่าย สามารถดึงผู้อ่านให้มีอารมณ์ร่วมได้ดีมาก เป็นกำลังใจในการแต่งเรื่องต่อไปนะคะ
    #19
    1
    • #19-1 Libran (@Libran) (จากตอนที่ 16)
      17 สิงหาคม 2563 / 20:06
      ดีใจที่ชอบนะคะ ขอบคุณสำหรับกำลังใจมากๆ เลย
      #19-1
  3. #18 MATCHAMOCHI (@Cincinchan2549) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2563 / 18:12
    ชอบมากค่ะ!! นานๆจะเห็นสายผลิตเรือนี้ บิวท์อารมณ์เก่งมากกกกกค่ะ ผลิตฟิคเรือนี้ออกมาอีกเยอะๆนะคะะ
    #18
    1
    • #18-1 Libran (@Libran) (จากตอนที่ 16)
      8 สิงหาคม 2563 / 10:11
      ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะ จะพยายามพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ ค่ะ (๑˃̵ᴗ˂̵)ﻭ
      #18-1
  4. #16 Kattrinmanowong (@Kattrinmanowong) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 21:06
    หื้ออออ😢😢😢😢
    #16
    1
    • #16-1 Libran (@Libran) (จากตอนที่ 16)
      8 สิงหาคม 2563 / 10:07
      ขอบคุณที่ติดตามมาตลอดนะคะ //จุ๊บ
      #16-1
  5. #15 Allen8958 (@Allen8958) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 20:52

    ไรท์ทำร้ายจิตใจ!!! น้ำตาไหลเป็นสายเลย!! โหดร้าย!!
    #15
    2
    • #15-1 Libran (@Libran) (จากตอนที่ 16)
      8 สิงหาคม 2563 / 10:06
      รอติดตามตอนพิเศษนะคะ จบดีจริงๆ//เสียงสูง
      #15-1
  6. #14 mariayawa (@mariayawa) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 20:42

    แงงง ร้องงงให้แน้ววว
    #14
    1
    • #14-1 Libran (@Libran) (จากตอนที่ 16)
      8 สิงหาคม 2563 / 10:05
      ไม่ร้องน้า ขอบคุณที่ติดตามมาตลอดนะคะ
      #14-1
  7. #13 chananart088 (@chananart088) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 20:05
    นํ้าตาไหลเป็นสายแล้วเจ้าคะ
    #13
    1
    • #13-1 Libran (@Libran) (จากตอนที่ 16)
      8 สิงหาคม 2563 / 10:04
      ขอบคุณที่ติดตามนะคะ >@<
      #13-1