ดวงใจไร้กาล 永恒之恋

ตอนที่ 19 : บทที่ 19 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,144
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 233 ครั้ง
    10 ต.ค. 58


แอดเป็นแฟนพันธ์แท้ กดที่รูปเลยค่ะ








บทที่ 19

 

หย่งชิ่งเข้าไปในกระโจมพร้อมกับถาดอาหาร ท่านแม่ทัพใหญ่กำลังกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนตั่งบุผ้าไหม ใช้กำปั้นหนุนศีรษะหลับตา สีหน้าแทนที่จะผ่อนคลายกลับเคร่งเครียดบึ้งตึง ความไม่สบายใจแผ่ออกมาจนแทบสัมผัสได้

นางมองถาดอาหารในมือสลับกับใบหน้าคมเข้ม พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ นำถาดอาหารไปวางบนโต๊ะเปิดฝากับข้าวแต่ละอย่างส่งกลิ่นหอมน่ากิน อาหารของท่านแม่ทัพใหญ่ทำขึ้นอย่างพิถีพิถันต่างจากของนายทหารชั้นผู้น้อย แค่ได้เห็นยังอดลอบกลืนน้ำลายไม่ได้

นางนั่งรออยู่ครู่ใหญ่กระทั่งเขาขยับกายลุกนั่ง บิดกายเล็กน้อยอย่างเกียจคร้านดูไม่รักษากิริยาสักเท่าไร ทำตัวตามสบายต่อหน้าข้ารับใช้ แต่นางกลับชอบที่เขาลดกำแพงแห่งความไว้ตัวลง

ดวงตาสีดำสนิทมองอาหารที่ตั้งอยู่บนโต๊ะตรงหน้า แล้วกลับมาจ้องหน้าหย่งชิ่งเป๋งจนนางอดหนาวๆ ร้อนๆ ไม่ได้

"เจ้าคงมิได้วางยาพิษฆ่าข้าหรอกนะ" วาจาคล้ายหยอกเย้า ทว่านัยน์ตาวาววับมิได้บอกเช่นนั้น

หย่งชิ่งยิ้มเย็นนัยน์ตาว่างเปล่าสบตากับเขาไม่หลบ ไร้ซึ่งพิรุธอันใด

เหวินหรงจับตะเกียบสบตากับหย่งชิ่งอีกครั้งก่อนจะคีบกับข้าวใส่ปากเคี้ยว ตามด้วยคำที่สองและสาม ไม่ได้รอให้หย่งชิ่งทดสอบพิษเสียก่อนดังปากว่า

หย่งชิ่งนึกดูถูกในความประมาทเลินเล่อของเขา เป็นถึงแม่ทัพใหญ่แต่กลับไม่ระมัดระวังตัว ใช้ชีวิตประมาทเช่นนี้น่าสงสัยว่าเขามีชีวิตอยู่มาจนถึงวันนี้ได้อย่างไร โดยไม่ถูกลอบสังหารตายไปเสียก่อน

"เจ้าไม่กินด้วยกันล่ะ" เขาเอ่ยชวนราวกับเป็นเรื่องธรรมดาที่มีนางมานั่งร่วมโต๊ะอาหารด้วย

หญิงสาวมัวแต่มองเขาตาค้าง นางคลายมือที่กำไว้บนตัก หยิบตะเกียบมาคีบอาหารบ้าง พุ้ยข้าวใส่ปากอย่างไม่ใคร่รู้รสอาหารนัก

ตะเกียบของอีกฝ่ายคีบเนื้อใส่ชามข้าวให้นางหลายชิ้น หย่งชิ่งจ้องตะเกียบในมือแข็งแรงตาไม่กะพริบ

"เจ้าผอมมากกินเนื้อเสียบ้าง"

หย่งชิ่งมองชิ้นเนื้อในชามสลับกับป้ายทองที่ห้อยอยู่ระหว่างอกของเขา นางยังไม่ได้คำตอบเรื่องนี้ว่าเขาเก็บป้ายประดับของนางไว้ทำไม

นางกินข้าวต่อด้วยใบหน้าเฉยเมย ความแค้นของนางมิอาจทดแทนด้วยเนื้อไม่กี่ชิ้นดอกหนา

แต่นางไม่ควรตัดสินชีวิตของเขาทั้งที่บางเรื่องยังมืดดำ ไม่อาจคลี่คลายได้โดยง่าย มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ใครเป็นผู้บงการ นางเชื่อว่าต้องมีผู้อื่นอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ เพราะระหว่างนางกับท่านอ๋อง ไม่มีเรื่องบาดหมางอันใดต่อกัน อีกทั้งนางมิใช่ตัวหมากสำคัญที่ทำให้เขาถึงกับต้องลงมือสังหารด้วยตัวเอง

นางรู้สึกเจ็บแปลบในอกรสขมฝาดแล่นผ่านบาดแผลในหัวใจ อาหารที่กลืนลงไปฝืดคอสิ้นดี นี่เป็นอาหารมื้อแรกของวัน แต่นางไม่รู้สึกถึงความหิวเลย ถ้าเป็นเวลาปกตินางคงหิวจนไส้ขาดไปแล้ว

"ถ้าเจ้าวางยาพิษที่ตะเกียบ เพลานี้เจ้าคงโดนพิษด้วยแล้วล่ะ" จู่ๆ เขาก็เอ่ยขึ้นอย่างไร้ต้นสายปลายเหตุ

หย่งชิ่งสำลักข้าวไอโขลก นางไอจนหน้าดำหน้าแดงไปหมด คนพูดยังอุตสาห์แสดงน้ำใจช่วยลูบหลังให้นาง แล้วยื่นจอกชาจ่อที่ริมฝีปาก เมื่ออาการไอทุเลาลงแล้วนางดื่มชากลั้วคอ

คนบ้า! ราวกับเขามานั่งอยู่กลางใจของนางอย่างไรอย่างนั้น

นางเพียงแค่คิดเท่านั้น ยังไม่ได้ลงมือสักหน่อย!

"ข้าน้อยมิกล้า หากขาดท่านแม่ทัพใหญ่ไป แคว้นหู่คงได้ตกเป็นเมืองขึ้นของแคว้นเป้าจื่อ ราษฎรทุกข์ยาก เดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า" หย่งชิงก้มหน้าก้มตาพูดมิกล้าสบตากับเขา

"อย่าได้สำคัญตัวข้าผิดไป ฝ่าบาททรงหาแม่ทัพใหญ่มาทดแทนกันได้เสมอ ไม่มีข้าแคว้นหู่ก็ไม่ได้ล่มสลายไปดอก"

คำพูดของเขามีนัยบางอย่าง หรือองค์จักรพรรดิไม่ทรงโปรดท่านแม่ทัพใหญ่เท่าไรนัก

"ช่วงเวลาหลายปีมานี้ เพราะท่านรั้งตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ บ้านเมืองจึงได้สงบสุข ต่างแคว้นมิกล้าส่งสารท้ารบ ชนเผ่ากลุ่มน้อยล้วนเข้าสวามิภักดิ์ ฉายาแม่ทัพไร้พ่ายของท่านมิได้เกินจริงแต่อย่างใด" เมื่อกล่าวออกไปหย่งชิ่งยิ่งตระหนักได้ถึงความสำคัญของเหวินหรง

"มีข้ารับใช้ปากหวาน ก็ทำให้ชุ่มชื่นหัวใจได้เหมือนกัน"

นัยน์ตาแพรวพราวที่จ้องมองนางกลับมา ริมฝีปากคลายยิ้มคลายไม่ยิ้ม พาให้หัวใจดวงน้อยเหมือนถูกคลื่นกระทบเข้ามาเป็นระลอก นางไม่ควรหวั่นไหวเพียงแค่เพราะถูกเขามอง

อ่อนเกินไปแล้วนะหย่งชิ่ง!

"ข้าอิ่มแล้ว อีกสักครู่เจ้าอย่าลืมมาดูแลข้าอาบน้ำด้วย"

ตะเกียบที่กำลังคีบเนื้อใส่ปากค้างเติ่งกลางทาง ภาพเปลือยท่อนบนของบุรุษที่นางเคยเห็นบนปกนิตยสารของมารดาเมื่อชาติภพที่แล้วผุดขึ้นในหัว ถูกตัดต่อศีรษะของเหวินหรงใส่เข้าไป เพิ่มสีชมพูระเรื่อให้แก่พวกแก้มเนียนใส นางก้มหน้าหลับตาปี๋ใส่ชามข้าว

ในชาติภพที่นางเคยอยู่ บุรุษเปลือยบนเปลือยล่างหาได้เป็นเรื่องแปลกประหลาดไม่

ดูท่านางจะได้มีอาชีพสำรองเพิ่มขึ้นอีกอย่าง คือการวาดภาพเปลือยของท่านแม่ทัพใหญ่ขายในตลาด

 

ไอร้อนจากถังไม้ที่ใส่น้ำร้อนกำลังดีลอยกรุ่นในอากาศ ทำให้เกือบทั้งกระโจมอุ่นชื้นขึ้นในทันที นายทหารเดินเรียงแถวเข้ามาเติมน้ำร้อนใส่ในถังไม้ขนาดใหญ่กระทั่งเต็ม พวกเขามองข้ารับใช้ส่วนตัวคนใหม่ด้วยสายตาแปลกประหลาด

ข่าวเสี่ยวจิ้งน้อยสยบยักษ์ใหญ่จิ่นติ้ง ลือกระฉ่อนไปทางค่ายทหาร หลายคนอยากเห็นหน้าหนุ่มน้อยผู้ล้มยักษ์ด้วยสายตาตัวเอง จึงอาสามายกน้ำร้อนกันเป็นการใหญ่

นายทหารหนุ่มน้อยผู้หนึ่งรุ่นราวคราวเดียวกับหย่งชิ่งก่อนออกจากกระโจมก็เข้ามาสะกิดต้นแขนของนาง

“นี่... ข้าเรียกเจ้าว่าลูกพี่ได้ไหม?”

หญิงสาวกลอกตามองฟ้าแต่เห็นเพียงหลังคากระโจม นางไม่ได้ต้องการมีชื่อเสียงสักหน่อย อุตส่าห์ใช้ไม้อ่อนจนถึงที่สุดเพราะไม่อยากเป็นจุดสนใจ แต่กลับได้สิ่งตรงกันข้าม

“ตอนนี้ข้ายังไม่อยากมีลูกน้องไปเสีย”

นายทหารหนุ่มน้อยผู้นั้นทำหน้าละห้อยชวนสงสารหิ้วถังไม้เปล่าเดินคอตกออกไป

หย่งชิ่งหรือจะใส่ใจผู้อื่น น้ำร้อนในถังไม้ตรงหน้ายังน่าสนใจเสียกว่า นางติดการอาบน้ำทุกวัน แต่วันนี้คงต้องอาศัยใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัวไปก่อน เมื่อสบโอกาสเหมาะค่อยอาบน้ำตอนที่เจ้าของกระโจมไม่อยู่

เหวินหรงหลังจากกินข้าวเสร็จ ก็นั่งเขียนอะไรสักอย่างที่โต๊ะหนังสือ เขามิได้ขยับขาออกจากกระโจมไปแม้แต่ครึ่งก้าว นางมีพี่ชายตั้งสี่คน แต่น้อยครั้งที่จะได้อยู่กับบุรุษอย่างสงบเงียบไร้เสียงรบกวนเช่นนี้ นางรู้สึกเหมือนกับกำลังถูกจับตามองอยู่อย่างไรอย่างนั้น หย่งชิงพยายามไม่สนใจเขา แม้ร่างสูงใหญ่จะตำตาตำใจเท่าไรก็ตาม

ความเงียบงันบีบบังคับให้นางอยากเอ่ยถามความจริงจากปากเหวินหรงให้รู้แล้วรู้รอดหลายครั้ง แต่ลึกๆ ในใจนางกลัวคำตอบที่จะได้รับ ถึงแม้เขาไม่มีค่าคู่ควรให้นางรู้สึกเสียใจก็ตาม

ความทรงจำช่วงเวลาที่อยู่ในวังหลวงย้อนกลับมาอีกครั้ง ช่วงเวลาที่อยู่กับเขาคือช่วงเวลาที่ดีที่สุด สำหรับการอยู่ในวังหลวงอันน่าอึดอัด นางไม่อยากเชื่อว่าตัวเองจะมองคนผิด

รอยยิ้มของเขา ความมีน้ำใจของเขา ไมตรีที่หยิบยื่นให้กัน เพลงพิณที่เคยบรรเลงอย่างสุขใจ

"เจ้าติดนิสัยเหม่อลอย ใส่ใจกับหน้าที่ของเจ้าบ้าง น้ำจะเย็นหมดแล้ว"

เสียงห้วนห้าววางอำนาจดังขึ้นเหนือศีรษะของหย่งชิ่ง เมื่อนางหันกลับไป เขาก็ยืนอยู่ในระยะประชิด ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดบนกระหม่อม นางกะพริบตาถี่ๆ เรียกสติกลับคืนมาโดยหารู้ไม่ว่าตัวเองกำลังหน้าแดงเพียงไร

"ท่านจะอาบน้ำเลยหรือไม่?"

"แน่นอน"

"เช่นนั้นข้าจะถอดชุดให้" หย่งชิงบอกด้วยสีหน้าเรียบเฉยราวกับเป็นกิจวัตรประจำวันที่นางทำอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

เหวินหรงพยักหน้าครั้งหนึ่งเป็นการอนุญาต

ปกตินางสวมชุดบุรุษบ่อยกว่าสวมชุดสตรีมากนัก การถอดชุดให้บุรุษสักคนหาใช่เรื่องยาก นางแก้ผ้าผูกเอวของเขาอย่างคล่องแคล่วเพียงไม่นานเสื้อตัวนอกสีดำก็หล่นลงไปกองที่พื้น เหลือเพียงเสื้อชั้นในผ้าไหมสีขาว สามารถเห็นผิวเนื้อสีทองแดงภายใต้ผ้าเนื้อบางเบาอยู่รำไร

หย่งชิ่งอยากหลับตา พร้อมกับลืมตาในเวลาเดียวกัน ร่างสูงใหญ่กำยำดูหนาทะมึนกว่าเห็นภายนอกมากนัก ไอร้อนผ่าวจากกายเขาแผ่ออกมาถึงตัวนาง เสื้อชั้นในร่วงหล่นตามเสื้อนอกไป หย่งชิ่งทำงานของนางอย่างคล่องแคล่วไม่ให้เขาว่าเอาได้

กล้ามเนื้อของเขาทุกมัดงดงามจริงๆ ทั้งแข็งแกร่งและทรงพลัง แต่แผลเป็นน้อยใหญ่นับสิบที่อยู่บนร่างของเขากำลังจะทำให้นางต้องหลั่งน้ำตา นางแตะมือบนอกซ้ายของตัวเองอย่างไม่รู้สึกตัว แผลของเขาความทรงจำแห่งเจ็บปวดที่เขาได้รับมันกำลังเชื่อมต่อกับแผลเป็นที่อกของนาง นางเกือบยื่นมือไปแตะรอยแผลเป็นนูนสีแดงที่เหมือนเป็นรอยใหม่บนอกแน่นตึงของเขาเสียแล้ว

ปลายนิ้วที่กำลังยื่นไปแตะแผลเป็นนั้นตกลงไปอยู่ที่เชือกผูกเอว ผ้าชิ้นสุดท้ายที่ปกปิดร่างกายกำยำเอาไว้ นางตั้งใจจะถอดเสื้อผ้าให้เขาทั้งหมดจะได้ทำหน้าที่ ดูแล ตอนอาบน้ำให้เสร็จสักที

ทันใดนั้นมือหยาบตะปบมือของนางไว้มั่นจนหย่งชิ่งอดสะดุ้งไม่ได้ เขากุมมือนางไว้แน่นจนเกิดเหตุ พลางหัวเราะเสียงเย็น

“ฮ่าๆๆ เจ้าจะถอดแม้กระทั่งกางเกงชั้นในของข้าเชียวหรือ อยากเห็นอะไรกันแน่เจ้าเด็กน้อย”

อ้าว... มิต้องช่วยถอดให้หมดดอกหรือ?

นางแหงนหน้ามองบุรุษรูปงามบาดใจอย่างไม่เข้าใจนัก สายตาของเขา ดวงหน้าเคร่งเครียดทั้งที่เขาเพิ่งหัวเราะไปเมื่อครู่ ผิวแก้มสีทองแดงกลับกลายเป็นสีเข้มขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ

“เจ้าออกไปก่อน ข้าจะอาบน้ำเอง” เขาสั่งเสียงห้วนราวกับกำลังไม่พอใจ

คนบ้า! ผีเข้าผีออก

หย่งชิ่งยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกปั่นหัว นางคิดถึงพี่ชายทั้งสี่ พวกเขามักก่อความวุ่นวายให้นางแบบนี้ ไม่ผิดกันสักเท่าไร

“ขอรับท่านแม่ทัพใหญ่” หย่งชิ่งอยากจะออกไปติดตรงที่มือถูกเขาจับไว้ไม่ยอมปล่อย

“ต่อไปเจ้าไม่ต้องดูแลข้าตอนอาบน้ำอีก” น้ำเสียงของเขาแหบพร่าลงคล้ายคนเป็นหวัด

“ขอรับ”

มือใหญ่ค่อยๆ คลายมือออกเชื่องช้าจนหย่งชิ่งเองยังแปลกใจ นางรีบดึงมือตัวเองกลับมา นึกเสียดายความร้อนอุ่นกำลังดีของมือหยาบนั่น นางปลีกตัวออกไปอยู่หลังฉากกั้น แล้วผ่อนลมหายใจออกอย่างโล่งอก นึกว่าจะได้เห็นรูปสลักเดวิด[1]เวอร์ชันจีนเสียแล้ว

หย่งชิ่งรู้สึกแปลกใจที่เหวินหรงเปลี่ยนใจกะทันหัน แต่ก็ไม่ได้ติดใจอันใด เขาเองคงไม่ชินกับการมีคนดูแลตอนอาบน้ำกระมัง ก็ดีนางจะได้มีเวลาพักหายใจบ้าง มิใช่เหมือนถูกจับตามองทุกฝีก้าว

ฉับพลันหูได้ยินเสียงน้ำจ๋อมแจ๋ม เสียงครางอย่างผ่อนคลายสบายอารมณ์ นางถึงกับต้องยกมือปิดหูทั้งสองข้างสะบัดหัวไปมาหลายครั้ง สลัดภาพแจ่มชัดที่เพิ่งเห็นสดๆ ร้อนๆ คาตาออกไปจากหัว

ไม่ได้การแล้ว นางต้องสืบหาความจริงโดยเร็วที่สุด ก่อนที่นางจะถูกเซี่ยเหวินหรงครอบงำไปมากกว่านี้ ไม่ว่าเขาจะใช้มารยาชายงามร้อยแปดกระบวนท่ามาสยบนาง นางก็จะไม่มีวันหลงกลเขาเป็นอันขาด!

 

ท่านแม่ทัพใหญ่หลับสนิทกรนครอกไปแล้ว เขาหลับเร็วจนน่าแปลกใจ หลังจากอาบน้ำเสร็จเขาเขียนหย่งชิ่งจึงแอบออกมาข้างนอกเผื่อจะได้ข่าวอะไรเพิ่มเติม แต่ยังไม่ทันได้ไปไหนแค่โผล่หน้าออกมาจากกระโจมก็ถูกดักทางไว้เสียแล้ว

“อ้าว...  ท่านรองแม่ทัพ” หย่งชิ่งทักขึ้นก่อนเมื่อเห็นเงาทะมึนที่วนเวียนอยู่แถวหน้ากระโจม

หลี่เต๋อเห็นข้ารับใช้หน้าหยกคนใหม่ของท่านแม่ทัพใหญ่เขาก็ปรี่เข้ามาลากคอเดินเคียงกันไปให้ห่างจากกระโจมท่านแม่ทัพใหญ่

“ท่านแม่ทัพใหญ่หลับไปแล้วสิท่า น่าเสียดายนักร่ำสุราเพียงลำพังก็ไร้รสชาติ ข้ากำลังหาคนดื่มสุราเป็นเพื่อนพอดี ไหนๆ แล้วเจ้าก็ไปร่ำสุรากับข้าก็แล้วกัน” หลี่เต๋อสบโอกาสสอบประวัติเจ้าข้ารับใช้คนใหม่พอดี

ทั้งวันเขาเป็นห่วงท่านแม่ทัพใหญ่จนนั่งไม่ติด เกรงว่าเจ้าหนุ่มน้อยหน้าหยกผู้นี้จะลอบทำร้ายเหวินหรง มันฝีมือร้ายกาจยิ่งนัก หากพลาดพลั้งเกิดท่านแม่ทัพมีอันเป็นไปขึ้นมา เขาคงคลั่งแค้นจนกระอักเลือดตาย

อีกทั้งเพลานี้เหมือนเขาต้องรับมือสองด้าน ทั้งเจ้าข้ารับใช้และกุนซือหน้าใหม่ผู้แสนเลิศล้ำ เพียงแค่คำพูดไม่กี่ประโยคท่านแม่ทัพใหญ่กลับรับกุนซือหน้าใหม่มาประจำตำแหน่งอย่างง่ายดาย มันเกิดอันใดขึ้นเขาไม่อาจทราบได้ เขาอยากเข้าไปค้นตัวท่านแม่ทัพใหญ่ด้วยซ้ำว่าถูกทำคูณไสยบังตาจนมองเห็นผิดเป็นชอบไปหรือไม่

หย่งชิ่งต้องใช้มือง้างแขนใหญ่โตไม่ให้รัดคอนางจนขาดอากาศหายใจตาย ท่านรองแม่ทัพลากนางมายังลานโล่งท้ายค่ายติดกับเนินเขาเตี้ยๆ ค่อนข้างปลอดผู้คน เขากดบ่าให้นางนั่งลงหน้ากองไฟที่ถูกจุดไว้ตามบริเวณต่างๆ เพื่อให้แสงสว่างและความอบอุ่น

"เจ้ารอข้าที่นี่ประเดี๋ยวข้าไปหยิบไหสุรามาก่อน"

หน้าละอ่อนแบบนี้เห็นทีคงมิใช่คอทองแดง สุราสักสามไหก็คงพอกระมัง หลี่เต๋อรีบกุลีกุจอเดินกลับไปหยิบสุรามิวายหันมากำชับให้หย่งชิ่งนั่งอยู่กับที่ ห้ามหนีไปไหนเด็ดขาด

เพียงไม่นานหลี่เต๋อก็หิ้วสุราสามไหมาพร้อมกับพี่บึ้กเมื่อเช้าที่นางเพิ่งประมือด้วย จิ่นติ้งทำเป็นไม่เห็นหย่งชิ่งนั่งลงหน้ากองไฟรับไหนสุราจากหลี่เต๋อมาเปิดดมแล้วยกดื่มไม่พูดไม่จา

หลี่เต๋อส่งไหสุราให้หย่งชิ่ง “เจ้าชื่อเสี่ยวจิ้งใช่ไหม?”

“ขอรับ” หย่งชิ่งเปิดไหสุราบ้าง กลิ่นหอมกำจายออกมา “สุราหงส์อุดรจากหอสุราพันชั่ง ท่านรองแม่ทัพท่านนี่ใจกว้างเสียจนข้าเกรงใจเลยทีเดียว” สุราชนิดนี้กลิ่นอ่อนแต่รสชาติบาดคอปริมาณแอลกอฮอล์เทียบได้กับเหล้าขาวหกสิบดีกรีเลยทีเดียว ท่านรองแม่ทัพคิดจะล้มช้างกันเลยหรือไร

นัยน์ตาเรียวเล็กของหลี่เต๋อเบิกกว้าง “เจ้านี่ก็เซียนสุราเช่นกันรึ ฮ่าๆๆ ถูกใจข้านัก”

“เมื่อวันก่อนข้าเพิ่งกลับมาจากต่างเมือง ได้สุราจอกเดียวมึนเมาเจ็ดราตรีมาพอดี ถ้าข้าได้เข้าตัวเมืองข้าจะนำมาร่วมดื่มกับท่านก็แล้วกัน”

“ไอ้หนูนี่รู้จักสุราดีมิใช่น้อย” จิ่นติ้งวางไหสุราหันมาเจรจาพาทีบ้าง ทีแรกว่าจะไม่เสวนากับไอ้หนูนี่เพราะเมื่อสายเจ้าหนูนี่ทำเขาเสียหน้าจนลือเลื่องไปทั้งค่าย แทบไม่กล้ามองหน้าผู้อื่น แต่คอสุราเดียวกันไหนเลยจะเพิกเฉยได้

“พี่จิ่นติ้งครั้งหน้าขอเชิญท่านด้วย” นางยกไหสุราไปทางจิ่นติ้ง เขาจึงยกขึ้นบ้าง แล้วยกขึ้นดื่มอย่างไร้พิธีรีตอง

บรรยากาศการสนทนาดีขึ้นเป็นลำดับ หย่งชิ่งมีพี่ชายสี่คนนางล้วนช่ำชองเรื่องสนาพาทีแบบบุรุษ ทั้งเรื่องสุรานารีในเหอเสี่ยงล้วนผ่านลิ้นผ่านตานางมาทั้งนั้น

“เหอเสี่ยงอากาศเหน็บหนาวจนข้าต้องนอนขนลุกทุกคืน" หลี่เต๋อรำพึงรำพันใบหน้าเริ่มแดงก่ำด้วยฤทธิ์สุรา

"ข้าเคยไปเมืองหลวงอยู่คราหนึ่ง ในใจของข้าคิดว่าที่นั่นเหน็บหนาวกว่าเหอเสี่ยงเสียอีก" น้ำเสียงของหย่งชิ่งไม่อาจทิ้งความขมขื่นไปได้

เมื่อได้ยินเสี่ยวจิ้งบอกว่าตนเคยไปเมืองหลวง ความคลางแคลงผุดขึ้นในดวงตาเรียวเล็กของท่านรองแม่ทัพทันที

"เจ้าเป็นคนเมืองหลวงรึ?” หลี่เต๋อหรี่ตาแฝงความไม่ไว้วางใจ

"ข้าน้อยเป็นกำพร้า แต่ได้นายท่านช่วยเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ ครานี้สบโอกาสดีได้รับใช้บ้านเมือง จึงขอลานายท่านมาเป็นทหารขอรับ" หย่งชิ่งกล่าวไปตามจริงจึงไม่มีจุดใดให้จับผิด

ด้วยหน้าตาคมคายหล่อเหลาคล้ายบุรุษอยู่มาก ความเยาว์วัย และน้ำเสียงถ่อมตน ก่อเกิดความเอื้อเอ็นดูแก่นางเป็นอย่างมาก

"เจ้าเป็นกำพร้า? หน้าตาผิวพรรณหรือก็ดี ข้าคิดว่าเจ้าเป็นคุณชายตระกูลสูงในเมืองเหอเสี่ยงเสียอีก" จิ่นติ้งซักบ้าง

"พี่ติ้งชมเกินไปแล้ว เป็นเพราะนายท่านให้ข้าวปลาเลี้ยงดูข้าอิ่มหนำ อีกทั้งได้เป็นเพื่อนเล่นกับคุณชายทั้งสี่ ข้าจึงพอมีสง่าราศีอยู่บ้าง" หย่งชิ่งตอบแบบนี้จนคล่องปาก ไม่มีผู้ใดจับพิรุธได้แน่นอน

"ฮ่าาๆ จริงของเจ้า... จริงของเจ้า... เหมือนข้าที่อยู่ใกล้ท่านแม่ทัพใหญ่ ข้าจึงหล่อเหลาไม่แพ้กัน เป็นเรื่องที่ข้ากลุ้มใจไม่กล้าเอ่ยกับผู้ใด" หลี่เต๋อพูดหน้าตาเฉยด้วยน้ำเสียงภาคภูมิ แล้วยกไหสุราขึ้นดื่มอึกใหญ่

หย่งชิ่่งสบตากับจิ่่นติ้งโดยบังเอิญ ทั้งคู่ลอบยิ้มให้กัน หย่งชิ่งเกือบหลุดหัวเราะก๊ากออกมา

ท่านรองแม่ทัพนี่ตัวสำคัญโดยแท้ พอรํ่าสุราก็สามารถง้างปากได้ทันที

"มิน่าท่านรองจึงมีส่วนคล้ายท่านแม่ทัพอยู่หลายส่วน" หย่งชิ่งเออออตาม งานถนัดของนางเชียวล่ะ

"แน่ล่ะ ข้ากับท่านแม่ทัพใหญ่รบเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาตั้งแต่ เข้ามาเป็นทหารใหม่ๆ รอดชีวิตมาก็หลายครา ได้รับบาดเจ็บเจียนตายก็หลายครั้ง นับว่าดวงแข็งด้วยกันทั้งคู่"

หลังจากนั้นกลายเป็นหลี่เต๋อที่เล่าเรื่องราวเก่าก่อนของเขากับท่านแม่ทัพใหญ่เป็นตุเป็นตะ ดูท่าเขาเลื่อมใสเหวินหรงเป็นอันมาก นางจึงได้รู้จักเหวินหรงในฐานะแม่ทัพไร้พ่ายผู้มีชื่อเสียงเกรียงไกรทุกเขตคาม จากปากผู้ที่ใกล้ชิดเขามากที่สุด ซ้ำยังเลื่อมใสศรัทธาในตัวเขา หลังจากได้ฟังเรื่องราวของเหวินหรง นางสรุปได้ว่าเขาได้กลายเป็นเทพแห่งสงครามในใจหลี่เต๋อไปแล้ว

เหล้าในไหพร่องลงไปเรื่อยๆ สุรานี้แรงนัก ดีที่หย่งชิ่งเตรียมการณ์ไว้ก่อน นางดี่มยาแก้เมาตอนที่นั่งรอหลี่เต๋อไปนำสุรามา เพราะไม่รู้ว่าเขาจะเล่นไม้ไหน ที่ไหนได้กลับผิดคาดหลี่เต๋อมิใช่ผู้มีเล่ห์เหลี่ยมอันใด พอสุราเข้าปากก็สวนเสเฮฮามิน่ากลัวเหมือนที่คาดคิดไว้

"ท่านรองข้ามีเรื่องสงสัย ท่านสังเกตไหมว่าขาซ้ายของท่านแม่ทัพใหญ่เดินแปลกๆ" หย่งชิ่งเอ่ยถามสิ่งที่อยากรู้ที่สุดออกไป นางคิดว่าหลี่เต๋อก็น่าจะสังเกตเห็นและอาจรู้ที่มาที่ไปอย่างลึกซึ้ง ไม่ต้องไปยุ่งยากง้างปากเหวินหรงให้มากความ

หลี่เต๋อชะงักมือที่กลังยกไหสุราขึ้นดื่มชะงักค้าง เขาวางไหลงอย่างแรง ใช้แขนเสื้อขึ้นเช็ดริมฝีปาก ส่ายศีรษะคล้ายกลุ้มใจอย่างหนัก

"พวกเจ้าอย่าพูดไปเชียวนะ เรื่องนี้มันเกิดขึ้นเมื่อแปดปีก่อน" หลี่เต๋อชี้หน้านายทหารทั้งสองหลายครั้ง ดูท่าจะเป็นความลับที่ไม่อาจบอกผู้ใดได้ แต่พอสุราเข้าปากความลับก็หาได้เป็นความลับต่อไปไม่

"แปดปีก่อนทำไมรึท่าน?" จิ่นติ้งทำท่าตื่นเต้นไปด้วย นัยน์ตาโปนถลนด้วยความอยากรู้อยากเห็น

หย่งชิ่งอยากตบกบาลจิ่นติ้งสักป้าบ ที่บังอาจขัดขึ้นกลางคัน

แววตาของหลี่เต๋อฉายความลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ริมฝีปากหุบแน่น หย่งชิ่งจึงต้องลุ้นจนตัวโก่งแต่มิกล้าเอ่ยยุเกรงจะกลายเป็นดับความกล้าของหลี่เต๋อไป เมื่อแปดปีก่อนตรงกับตอนที่นางถูกเหวินหรงลอบร้ายพอดีอาจจะเกี่ยวเนื่องกันก็ได้

"เหวินหรงเคยได้รับบาดเจ็บเกือบตาย สาหัสที่สุดตรงขาซ้าย ไม่สามารถเดินเหินเป็นปกติได้นับปีต้องใช้ไม้เท้าค้ำยัน เข้าเห็นสีหน้าเจ็บปวดของเขาทุกครั้งยามไม่มีผู้ใดข้างกาย ตั้งแต่นั้นมาข้าก็ต้องคอยระแวดระวังภัยให้เขาทุกฝีก้าว"

“ท่านแม่ทัพมีวรยุทธ์สูงส่ง เหตุใดจึงถูกทำร้ายบาดเจ็บปางตาย” จิ่นติ้งขัดขึ้นมาอีก

“โอ๊ย!

หย่งชิ่งใช้ลูกหินดีดใส่หน้าแข้งนายทหารตัวโต

“เรื่องนี้ถูกปิดเป็นความลับ แต่มีเสียงเล่าลือว่า มีโจรเข้าไปขโมยทองในท้องพระคลังแล้วนำทองออกไป เหวินหรงจึงนำกำลังไปตามจับโจรพวกนั้น จึงได้รับบาดเจ็บกลับมา”

"ไม่จริงสักหน่อย!" หย่งชิ่งลุกขึ้นยืนด้วยความเดือดดาล ทองเหล่านั้นเหวินหรงเป็นคนนำมันมาให้นางด้วยตัวเอง... แล้วนางก็รับไว้โดยไม่ไต่ถามให้ถี่ถ้วนแถมยังรับของโจรมาด้วยความยินดี

บัดซบ! เขาป้ายสีนางและพี่สาม

เหวินหรงนำทองมามอบให้นางถึงที่ พร้อมแอบอ้างว่าเป็นทองจากขององค์จักรพรรดิพระราชทานให้ นางรับหีบทองทั้งหมดมาด้วยความดีใจ มิได้เคลือบแคลงอันใด เพราะเขา ดีกับนาง ดีกับนางอย่างมาก จนนางคิดว่าเขาไม่มีทางทำร้ายนางเป็นอันขาด

แต่เขาทำไปแล้ว

ลงมือย่างเลือดเย็น

นางเชื่อเรื่องที่หลี่เต๋อเล่าหมดใจ จิ๊กซอที่ขาดหายไปต่อเข้าหากันนางเข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดแล้ว

"เจ้าเป็นอะไรเสี่ยวจิ้ง?" จิ่นติ้งร้องถาม จู่ๆ ไอ้หนูหน้าหยกก็ลุกยืนอย่างไร้สาเหตุ

“ข้าเมาแล้วขอตัวก่อน”

หย่งชิ่งเดินจากมา กองไฟอันรุ่มร้อนมิอาจช่วยหัวใจอันหนาวสั่นของนางได้เลย ร่างระหงมุ่งกลับไปยังกระโจมของคนที่ทำให้นางหมดศรัทธาในตัวคนทั้งโลก

 

ยิ่งดึกสงัดทุกสรรพเสียงในความมืดยิ่งชัดเจน แสงจากกองไฟข้างนอกส่องกระทบผืนผ้าของกระโจม เกิดเงาภาพสามารถมองเห็นการเคลื่อนไหวด้านนอกได้ถนัดตา เทียนเล่มเล็กจุดวางไว้บนโต๊ะกลางกระโจมให้แสงสว่างเพียงน้อยนิด สามารถมองเห็นภายในได้เลือนราง

เงาร่างหนึ่งที่นั่งอยู่ส่วนหน้ากระโจมเป็นเวลานานแล้ว ลมหายใจถี่กระชั้น เหงื่อผุดพรายบนดวงหน้าเคียดขึ้ง นางควานดึงมีดสั้นออกมาจากที่ซ่อนในรองเท้า นั่งพิจารณามันในความมืดอยู่เป็นนาน คมมีดวาววับบอกถึงความคมกริบของมันสะท้อนเข้าใส่ดวงหน้าเคร่งเครียด ฤทธิ์สุราเพิ่มความกล้าให้แก่นาง มือกำด้ามมีดเย็นยะเยือกในมือไว้มั่นตัดสินใจก้าวตรงไปด้านในกระโจมด้วยฝีเท้าแผ่วเบา

หญิงสาวหยุดนิ่งที่ข้างเตียงของท่านแม่ทัพใหญ่ หัวใจเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะ ต้องสูดลมหายใจลึกๆ เพื่อระงับความตื่นเต้น

เซี่ยเหวินหรงคือตัวการใหญ่ในครั้งนั้น เขาเกือบฆ่านางได้สำเร็จ เขาคงเสียดายที่นางดวงแข็งยิ่งนักไม่ตายง่ายๆ อย่างที่เขาต้องการ

เซี่ยเหวินหรงยังคงหลับสนิทนอนอยู่ใต้ผ้าห่มไหมอุ่นสบาย หลับตาพริ้มหายใจสม่ำเสมอ แม้แต่เวลานอนเขายังดู... เหมือนพี่หรงคนเดิมของนาง คนที่กอดนางยามร้องไห้ คนที่ป้ายขี้ผึ้งบมแก้มบวมเป่งของนาง คนที่ยกขนมเปี๊ยะชิ้นสุดท้ายให้นาง

หย่งชิ่งเจ้าทำทั้งหมดไปเพื่อสิ่งใดกัน เหตุใดจึงต้องกลับมาเพื่อทำร้ายตัวเองเยี่ยงนี้

แท้จริงนางหวังอย่างมากมิให้คำตอบมาลงเอยเช่นนี้ พยายามหาข้อแก้ตัวให้เขามานานหลายปี แต่ไม่อาจหาเหตุผลใดได้เลยสักข้อ นางอยากได้พี่หรงของนางกลับคืนมา นางจึงมาอยู่ที่นี่ ตรงนี้ เวลานี้

แต่นางเสียเขาไปนานแล้ว...

ให้นางไม่รู้สึกคงไม่ได้ ไม่เสียใจยิ่งไม่ได้ ไม่แก้เค้นนางคงต้องอกแตกตายเดี๋ยวนี้

มีดสั้นเงื้อขึ้นสูงมันชะงักค้างกลางอากาศอยู่เช่นนั้น ฉับพลันมือแข็งก็กระชากแขนของหย่งชิ่งจนนางเซถลาไปนั่งบนตักของคนที่เมื่อครู่กำลังนอนสบายอยู่บนเตียง เหวินหรงที่ลุกขึ้นนั่งกอดนางไม่แน่นไม่หลวม ทะนุถนอมมิให้เจ็บกาย ทว่าไม่เปิดโอกาสให้หญิงสาวได้ขยับเขยื้อนดังใจปรารถนา

ถูกจับได้แล้ว!

"เจ้าคิดจะทำอะไร?" เหวินหรงก้มหน้ามองคนในอ้อมแขน ใบหน้าทั้งสองใกล้ชิดจนแทบรู้สึกถึงลมหายใจของกันและกัน ดวงตาใสกระจ่างไม่เหมือนคนที่เพิ่งตื่นนอนแม้แต่น้อย

เขาไม่ได้หลับลงเลยต่างหาก ได้ยินเสียงทุกการเคลื่อนไหว หลี่ตามองเห็นแผ่นหลังไหวๆ เดินออกไปนอกกระโจม เสียงฝีเท้าหนักๆ และเสียงของหลี่เต๋อเอ่ยชักชวนเสี่ยวจิ้งไปร่ำสุรา มันผิดปกติอย่างมาก หลี่เต๋อมักชอบดื่มสุราเงียบๆ คนเดียวมากกว่า ยิ่งนายทหารหน้าใหม่เช่นเสี่ยวจิ้งยิ่งไม่มีทางเอ่ยชักชวนเป็นแน่ เขาจึงตามออกไปดูด้วยตาตัวเอง

"ข้าจะฆ่าท่านคนชั่ว!" หย่งชิ่งบอกเสียงกร้าวลอดไรฟัน นางไม่ตระหนกตกใจ ไม่หวาดกลัว แต่กำลังแค้นเคืองจนเส้นเลือดโป่งนูนผุดบนขมับ แม้แต่เมื่อครู่เขายังแกล้งนอนหลับ ช่างมากเล่ห์แสนกลอะไรเช่นนี้

"เราไม่มีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน หรือว่าเจ้าโกรธเคืองที่ข้าไม่ยอมให้เจ้าช่วยปลดกางเกงชั้นใน" เหวินหรงทำหน้าไร้เดียงสา ไม่รู้เรื่องรู้ราว

คนหน้าหนาไม่มีผู้ใดเทียบเทียม หย่งชิ่งสะบัดตัวเท่าไรก็ไม่หลุดจากพันธนาการอันแน่นเหนียวสักที นางได้แต่เคี้ยวฟันกรอดด้วยความโมโห ถลึงตาใส่เขา มีดสั้นถูกแย่งไปแล้ว เหวินหรงนำไปวางไว้ข้างหลังอย่างไม่ใส่ใจ

"เจ้าไม่ตอบแสดงว่าข้าคิดถูกสินะ เหตุใดจึงต้องทำหน้าเคืองโกรธถึงเพียงนั้น มันทำให้เจ้าดูงดงามแปลกตามากขึ้นรู้ไหม? เจ้าเป็นบุรุษรูปงามยากจะละสายตา เจ้าทำให้ข้าคิดถึงใครคนหนึ่งซึ่งมันนานมาแล้ว" น้ำเสียงของท่านอ๋อง แฝงความขมขื่นอย่างไม่ปิดบัง

เขามองใบหน้านางแต่เหมือนทะลุผ่านล่องลอยไปยังที่ไกลแสนไกล

"ย้อนไปเมื่อแปดปีที่แล้ว ในคืนจันทร์กระจ่างฟ้า ข้าพบนางกำนัลน้อยผู้หนึ่งในตำหนักหลังจากเพิ่งกลับมาจากศึกครั้งใหญ่ นางยังเด็กและกำลังร้องไห้ข้าสัมผัสถึงความโศกเศร้าอาดูร นางตราตรึงในใจของข้าไม่มีวันลืม แล้วนางก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย ข้าถึงกับลงทุนตามหานางทั่วทั้งวังหลวง เพื่อสืบเสาะให้ได้ว่าเด็กหญิงที่บังอาจขโมยจูบข้าไปคือผู้ใดกันแน่ ถามไปก็ไม่มีผู้ใดรู้จักสักคน จนข้าเกือบนึกว่านางเป็นภูตพรายที่ออกมาหลอกข้าในคืนนั้นเสียแล้ว เหมือนสวรรค์ยังเมตตา ข้าได้พบนางกำนัลน้อยผู้นั้นอีกครั้งในโรงงิ้วแห่งหนึ่ง แต่นางกลับแต่งกายด้วยเสื้อผ้าบุรุษงดงามน่ารัก จนข้าเกือบหลงเชื่อว่านางเป็นเด็กชายจริงๆ”

น้ำเสียงของเขาเนิบนาบอ่อนโยนชวนให้นางรู้สึกเคลิบเคลิ้มไปด้วย ฝ่ามือหยาบลูบไล้บนต้นแขนของนางชวนเพลิดเพลินซาบซ่าน เขาช่างเปี่ยมล้นด้วยเสน่ห์แห่งบุรุษเพศ มารยาเล่ห์กระเท่ห์ อีกทั้งยังแสดงละครได้อย่างแนบเนียนจนนางคาดไม่ถึง

“เฉิน หย่ง ชิ่ง” เขาเรียกชื่อนางเน้นหนักที่ละคำ ครานี้ดวงตาเปี่ยมความหมายจับจ้องมาที่ตัวตนของนาง เลื่อนไปทั่วดวงหน้าตื่นตะลึง

"ทะ ทะ ท่านรู้ว่าเป็นข้า!" หย่งชิ่งถึงกับหน้าถอดสี เห็นทีครานี้นางมิอาจรอดพ้นเงื้อมมือมัจจุราชไปได้เสียแล้ว

ท่านอ๋องพยักหน้ายิ้มละไม ดวงตาวาวฉายความเจ้าเล่ห์เต็มเปี่ยม

"คุณชายสี่ส่งข่าวให้ข้าก่อนเจ้าจะมาสมัครเป็นทหารเพียงวันเดียว เขากลัวว่าเจ้าจะจำเรื่องราวได้หมด แล้วจะทำอะไรโง่ๆ ลงไป"

ทำอะไรโง่ๆ!

เรื่องโง่ที่สุดที่นางทำลงไปแล้วคือ บอกความลับของนางกับพี่สี่

นางถูกพี่สี่หักหลังอีกแล้ว

อีกแล้ว!

หรือพี่สี่จะถูกท่านอ๋องผู้นี้หลอกเฉกเช่นที่นางเคยถูกหลอกมาแล้วจนหลงเชื่อใจ

“ท่านหลอกพี่สี่เหมือนกับที่หลอกข้า ท่านแสร้งทำเป็นดีกับข้า แล้วลงมือสังหารอย่างเลือดเย็นที่สุด”

“เจ้าคิดว่าข้าจงใจสังหารเจ้า?”

เขาถามเหมือนเขามิใช่คนผิด เขาถามเหมือนไม่รู้เรื่องราว หน้าซื่อตาใสเกินไปแล้ว

สมควรตายนัก! กลีบปากสีแดงจัดเม้มแน่น ดวงหน้าแสดงความดื้อดึง เชื่อมั่นในตัวเองเต็มเปี่ยม นางจะไม่ยอมถูกหลอกเป็นครั้งที่สอง

“ท่านใส่ร้ายข้าเรื่องทองคำในท้องพระคลัง แล้วนำกลุ่มองครักษ์สวมชุดดำปิดบังหน้าตามาสังหารข้ากับพี่สาม ข้าไม่รู้ว่าท่านทำเช่นนั้นเพราะเหตุใด ” หย่งชิ่งตอบเสียงกร้าวเปี่ยมด้วยความแค้นเคืองอย่างไม่ปิดบัง ไฟแห่งโทสะรุมร้อนเผาไหม้นางจนแทบนั่งไม่ติด

“เจ้าเชื่อข่าวลือ แต่เจ้ากลับไม่เชื่อข้า เจ้าไม่คิดจะไต่ถามข้าแม้เพียงครึ่งคำ”

เหวินหรงตัดพ้อเสียงขื่น เขาหยิบมีดสั้นจับใส่ในมือน้อยพร้อมกับกำมือเรียวบางของนางไว้แน่น ทอดมองดวงตาคมซึ้งในแสงสลัว เขากลืนก้อนขมๆ ลงคอแสบร้อนที่กระบอกตาและจมูก กี่คืนแล้วที่เขาฝันว่าได้กอดหย่งชิ่งเช่นนี้ รับรู้ตัวตนของนาง ร่างกายที่ยังคงอ่อนนุ่มอบอุ่นเฉกเช่นมนุษย์ที่ยังคงมีลมหายใจอยู่ มิแปรเปลี่ยนเป็นใช่ศพแข็งทื่อเต็มไปด้วยเลือดเหมือนในฝันที่ผ่านมา เขาตะโกนเรียกชื่อนางนับร้อยนับพันครั้ง ก่อนจะลืมตาตื่นขึ้นพร้อมคราบน้ำตา

“ข้ารอเวลานี้มาหลายปีแล้ว รอวันที่จะได้พบหน้าเจ้าอีกครั้ง แปดปีที่ผ่านมาข้าทรมานเหมือนกำลังตายทั้งเป็น ไม่มีวันไหนที่ข้าลืมเลือนเจ้า ไม่มีวันไหนที่ข้าไม่คิดถึงเจ้า ป้ายประดับทองชิ้นนี้เป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดี” คราแรกที่เขาได้แตะต้อง มันเต็มไปด้วยคราบเลือดของหย่งชิ่งและของเขา เหวินหรงเชื่อว่ามันเป็นสิ่งที่เชื่อมเขากับหย่งชิ่งเข้าไว้ด้วยกัน เปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้ายที่เขาใช้ยึดเหนี่ยวก่อนจะจมลงสู่ก้นบึ้งแห่งความสิ้นหวัง

เขากระตุกป้ายประดับออกมาจากคอ ยัดใส่มือหญิงสาวกุมมือนางไว้แน่นก่อนที่จะปล่อยตัวนางเป็นอิสระ หญิงสาวถอยออกไปไกลหลายก้าวดูเชิง “วันนี้ข้าคืนให้เจ้า เพราะข้าคงไม่มีโอกาสเห็นมันอีกแล้ว”

หย่งชิ่งมองสองสิ่งในมือด้วยความรู้สึกสับสน มีดสั้นที่เปรียบเสมือนตัวแทนความเคียดแค้นของนาง กับป้ายประดับทองลายไทยดอกโบตั๋นที่สลักชื่อของนางเอาไว้ มันยังอุ่นเมื่อย้ายเข้ามาอยู่ในมือน้อยเพราะไออุ่นจากเรือนกายกำยำล่ำสั่น เขาทั้งแข็งแรงเก่งกาจ นิสัยองอาจกล้าหาญดุดัน เป็นถึงแม่ทัพไร้พ่าย ท่านอ๋องหรงซ่าน กรำศึกมานับครั้งไม่ถ้วน เหตุใดเขาจึงต้องลดตัวลงมาทำร้ายเด็กผู้หญิงคนหนึ่งอายุเพียงสิบขวบในเวลานั้นด้วย

เหตุจูงใจคืออะไร?

หากเขาคิดจะสังหารนางจริงๆ ไยต้องสร้างเรื่องมากมาย สู้ฆ่านางตั้งแต่อยู่ในตำหนักบุหลันเคลื่อนคล้อยไม่ง่ายกว่าหรือ?

“เจ้าลงมือเถิด ข้าจะได้เป็นอิสระจากเจ้าเสียที” เขานั่งตัวตรงยืดอกมือวางบนต้นขาทั้งสองข้างด้วยกิริยาสงบนิ่ง ปิดเปลือกตาลงทำให้นางไม่เห็นแววตาร้าวรานของเขา

นางเห็นเงาน้ำบนหางตาของเขาที่ค่อยๆ รินหลั่งลงมาช้าๆ บนโหนกแก้ม นางมองมันไหลกลิ้งลงสู่เงามืดแห่งรัตติกาล เวลานี้หัวใจของนางเหมือนถูกบีบเค้นด้วยมือที่มองไม่เห็นเช่นเดียวกันกับตอนที่รู้ว่าเขาเป็นผู้ทำร้ายนาง ลำคอตีบตันก้อนสะอื้นไล่ขึ้นมาถึงปลายจมูก

ทำร้ายเขา... นางก็เจ็บ...

หย่งชิ่งราวกับถูกลอกเปลือกอันแข็งกระด้างที่ห่อหุ้มจิตใจออกไปทีละน้อย นางเฝ้าหลอกตัวเองว่านางเกลียดบุรุษผู้นี้ อยากจะลืมเขา อยากลบเขาให้หมดไปจากหัวใจ นั่นเท่ากับว่านางไม่เคยลืมเขาได้เลย ยิ่งเกลียดมากเท่าไร กลับโหยหาเขามากขึ้นเท่านั้น เขาคงอยู่ในใจของนางมาตลอดเช่นกัน เพียงแค่เห็นเขาเจ็บช้ำนางก็มิอาจทนได้เสียแล้ว

นางสามารถสังหารเขาได้ก่อนหน้านี้ แต่นางไม่ทำเพราะยังมีความหวังว่าเขาอาจจะไม่เกี่ยวข้อง ไม่รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้น ทุกอย่างอาจเป็นแผนร้ายผู้อื่นที่ดึงเหวินหรงเข้ามาพัวพัน เมื่อทราบเรื่องราวจากปากหลี่เต๋อ นางก็วิ่งแร่กลับมาที่กระโจมด้วยความแค้นเคือง เสียใจ ผิดหวังมากที่สุด

มีดสั้นถูกเก็บเข้าที่เดิม หย่งชิ่งเข้าไปยืนชิดร่างที่กำลังนั่งนิ่งไม่ไหวติง ปลายนิ้วแตะบนหางตาของเขาอย่างอ่อนโยน นางสัมผัสได้ถึงหยดน้ำเย็นเยียบ หัวใจดวงน้อยกำลังแหลกสลายด้วยความสงสารเขาจับใจ ลูกผู้ชายหลั่งเลือดไม่หลั่งน้ำตา นี่คงเป็นเรื่องหนักหนาสาหัสสำหรับเขาจริงๆ

หย่งชิ่งทิ้งตัวลงนั่งข้างเหวินหรงเอนศีรษะหนักอึ้งซบกับไหล่ของเขา หลับตาลงช้าๆ ปวดหนึบในหัว

นางทำไม่ได้... ไม่ว่าจะอย่างไรนางไม่มีวันทำร้ายเหวินหรง

“ท่านเล่ามาเถิด ข้าอยากฟังเรื่องราวจากปากของท่าน ต่อให้มันไม่ใช่ความจริงข้าก็จะฟัง แล้วข้าจะจากไปในวันพรุ่งนี้” น้ำเสียงทอดอาลัยตายอยากไม่เหมือนตัวนางเลยสักนิด

เหวินหรงค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมองคนที่นั่งซบเขาด้วยดวงหน้าซีดเผือด นางขบกลีบปากเสียจนห้อเลือดไปหมด  เขาหยิบผ้าห่มมาคลุมร่างหญิงสาวอย่างอ่อนโยน หลับตาลงด้วยความปีติยินดีเป็นล้นพ้น รบชนะมาสิบทิศยังไม่ดีใจเท่านี้มาก่อน

หย่งชิ่งยอมฟังเขาแล้ว นับว่านางยังมีเยื่อใยต่อเขา หัวใจที่แทบแหลกสลายเมื่อครู่กลับเต้นแรงขึ้นมาอีกครั้ง เสียงกระแอมเบาๆ ดังขึ้น ก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้นางฟังอย่างละเอียด

“กระบี่พุ่งไปที่คุณชายสามจวนตัวยิ่งนัก ข้าอยู่ไกลมากจึงพุ่งตัวไปสุดกำลัง คาดไม่ถึงพวกมันกลับดึงเจ้าเข้ามาขวางทางกระบี่ มันเป็นเวลาแค่ชั่วพริบตาเท่านั้น ข้าไม่อาจยั้งมือพลาดพลั้งทำร้ายเจ้า ข้อนี้ไม่อาจปฏิเสธได้”

"เหตุใดเรื่องราวจึงไม่เหมือนที่ข้าได้ฟังมา?" เรื่องราวเป็นหนังคนละม้วนกับที่หลี่เต๋อเล่าให้นางฟังลิบลับ

"นั่นเป็นเพราะฝ่าบาทต้องการปิดบังฐานะของเจ้าและครอบครัว จึงให้ข้าปล่อยข่าวเช่นนั้นออกไป กลบเกลื่อนข่าวที่พวกเจ้าถูกทำร้าย"

"ฐานะอันใดกัน?"

เหวินหรงหันไปสบตากับนาง มันยากจะถอนสายตากลับมา เขาดึงสายตาจ้องตรงไปข้างหน้า นัยน์ตาเหยี่ยวฉายเร้นลับยากจะคาดเดา

"มารดาของเจ้าคือองค์หญิงเซี่ยเมี่ยวผิงพระขนิษฐาแห่งองค์จักรพรรดิ เพราะฉะนั้นเจ้าและพี่ชายของเจ้าทั้งสี่จึงเป็นพระพระภาคิไนยของฝ่าบาท"

หย่งชิ่งแทบจะหงายหลังตึง นางจับบ่าของเขาหมุนให้หันมา แล้วถามในขณะที่มือสองข้างล็อกใบหน้าของเขาไม่ให้ขยับเขยื้อน

"ท่านช่วยบอกข้าอีกครั้งเถิด" สีหน้าของหย่งชิ่งเสมือนถูกทุบหัวด้วยท่อนไม้หนาหนัก นางต้องหูฝาดไปแน่ๆ

"เจ้าคือพระภาคิไนยของฝ่าบาท" น้ำเสียงนั้นยังคงความหนักแน่นน่าเชื่อถือ

มือที่ประคองใบหน้าของเขาไว้ตกลงข้างกายอย่างอ่อนแรง

มิน่าฝ่าบาทถึงได้อยากเห็นใบหน้าของท่านแม่ถึงเพียงนั้น พระเนตรทอประกายตื่นเต้น เมื่อได้ทอดพระเนตรภาพเหมือนของมารดา ท่าทีที่แสดงต่อนางก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด

เหวินหรงเป็นคนขององค์จักรพรรดิ

สิ่งที่เหวินหรองทำไปทั้งหมดเพื่อปกป้องนางและครอบครัว มิใช่ทำลายล้างผลาญ

“ถ้าเช่นนั้นทั้งหมดที่ท่านเล่ามา...”

“ล้วนเป็นจริงทุกถ้อยคำ หากข้าโป้ปดเจ้าแม้เพียงครึ่งคำขอให้ข้าไม่ตายดี” เหวินหรงบอกหนักแน่น

คนร้ายมิใช่เขา...

ความโสมนัสยินดีแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ทุกข์ตรมในอกได้ถูกยกลงวางอย่างถาวรแล้ว

ข้าเสียใจที่ทำร้ายเจ้าได้รับบาดเจ็บ ข้าไม่รู้ว่าจะชดเชยให้เจ้าอย่างไรดี"

หย่งชิ่งส่ายหน้ามันเป็นอุบัติเหตุ นางไม่ติดใจอันใด อโหสิเลิกแล้วต่อกัน

"ท่านช่วยชีวิตพี่สามไว้ ท่านกับข้าไม่ติดค้างกัน ข้าจะไปจากค่ายวันพรุ่งนี้"

คล้ายนางไม่มีเยื่อใยอันใดต่อกันอีก นางบอกจะจากไปอย่างง่ายดาย ความเจ็บปวดที่กัดกินเขามาเนิ่นนานลามไปทั่วหัวใจอันแห้งแล้งที่เพิ่งกลับมาชุ่มชื่นเพียงไม่กี่เพลาเท่านั้น

เขาเฝ้ารอมานานถึงแปดปีกว่าจะได้พบหย่งชิ่ง ไม่ยอมสิ้นหวังรอคอยนางเพียงผู้เดียว ไม่เปิดรับผู้อื่นเข้ามาในหัวใจ นางช่างแล้งน้ำใจเหลือแสน กลับมาให้เขาได้ชื่นใจเพียงวันเดียวก็จะหายตัวไปเสียแล้ว

"ไม่! เจ้ายังติดค้างข้าอยู่ แปดปีที่ข้าต้องทนทุกข์ทรมานเพราะเจ้า หลั่งน้ำตาเพื่อเจ้า เฝ้ารอเจ้าด้วยความหวัง แปดปีที่ผ่านมาไม่มีผู้ใดแพร่งพรายเรื่องที่เจ้ายังมีชีวิตอยู่เลย จนกระทั่งเมื่อพวกเขาคิดว่าเจ้ากำลังตกอยู่ในอันตราย พวกเขาจึงยอมเปิดปากบอกความจริงแก่ข้า พวกเขาทำทุกอย่างเพื่อเจ้าไม่สนใจผู้อื่นว่าจะเจ็บปวดเสียใจสักเพียงไหน แม้กระทั่งฝ่าบาทก็ไม่ล่วงรู้ความลับนี้ เจ้าต้องชดใช้ทั้งหมดให้ข้า ถ้าไม่เช่นนั้นก็อย่าหวังจะออกไปจากที่นี่เลย!" เหวินหรงบอกเสียงกร้าว เขารั้งตัวนางเข้ามากอดแน่น ซบใบหน้ากับซอกคอหอมกรุ่นของนางเนื้อตัวสั่นสะท้านไปหมด

ด้วยความกลัว...

แม่ทัพไร้พ่ายเช่นเขากำลังตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวว่าหญิงสาวผู้หนึ่งจะจากเขาไป!

เขาไม่ให้นางจากไปไหนอีกเด็ดขาด ไม่ว่าอย่างไรนางต้องอยู่กับเขาเช่นนี้

เขาจะกักขังนางตลอดไป...

“ท่านจะให้ข้าอยู่ต่อไปเพื่ออะไร?”

“เพื่อข้า...” เขาตอบเสียงขื่น

เมื่อพบแล้วมิอาจพรากจาก เขาไม่สามารถปล่อยมือจากนาง ปล่อยให้ความเห็นแก่ตัวเข้าครอบงำ เขาไม่สนใจแล้วว่านางเป็นบุตรของผู้ใด นางมีครอบครัวที่ต้องกลับไปหาหรือไม่... นางไม่เด็กแล้ว

ถึงเวลาที่เฉินหย่งชิ่งต้องเปลี่ยนมือผู้ดูแลนางสักที

เหวินหรงปลดมวยผมแบบบุรุษของนางลงมา ใช้ปลายนิ้วค่อยๆ สางเส้นผมนุ่มลื่นยาวถึงบั้นเอวจนกระทั่งเหยียดตรงล้อมรอบดวงหน้างามซึ้งของนาง เขาแตะปอยผมของนางลูบไล้แผ่วเบา อ่อนโยนจนนางแทบจะหลั่งน้ำตาออกมา

“เจ้าเปลี่ยนไปมาก เจ้าเติบโตขึ้น... แต่เจ้ายังเป็นนางกำนัลน้อยผู้นั้นสำหรับข้าอยู่ดี ครั้งแรกที่เราพบกัน เจ้าปล่อยผมเช่นนี้สวมชุดสีขาวยืนอาบแสงจันทร์ เพริศแพร้วงดงามราวภูตพราย ข้าไม่กล้าแม้แต่จะยื่นมือเข้าไปแตะต้องตัวเจ้า เกรงว่าเจ้าจะเลือนหายไปไม่อาจได้พานพบกันอีก”

ปลายนิ้วหยาบกร้านไล่บนดวงหน้าที่ไม่มีถ้อยคำใดสามารถบรรยายความงามของนางได้ นางคือหนึ่งในใต้หล้า นางในดวงใจเพียงหนึ่งเดียวของเขา ในสายตาเขาไม่มีสตรีนางใดสามารถเทียบเทียมเฉินหย่งชิ่งได้เลยแม้เพียงปลายเส้นผม

“ข้า... ระ...”

ริมฝีปากอ่อนนุ่มประทับบนหน้าผากของเหวินหรง นางประคองใบหน้าของเขาไว้ด้วยสองมือบอบบาง ค่อยๆ ประทับริมฝีปากบนกลีบปากที่กำลังอ้าค้างจะเอ่ยถ้อยคำออกมา ใบหน้าแนบชิดแลกเปลี่ยนลมหายใจซึ่งกันและกัน

กำไรนางแล้ว!

 

01/07/2558

 

กำลังติดนิยายอย่างหนัก T^T เมื่อคืนนอนตีสี่เพื่อการณ์นี้

วันนี้หวยออก หวังว่าคงโชคดีกันถ้วนหน้านะคะ

 

亮林  เลี่ยงหลิน

 

 



[1] รูปสลักเดวิดคือรูปสลักหินอ่อนเพศชายเปลือยฝีมือจิตรกรก้องโลก มีเกลันเจโล หรือ ไมเคิล แองเจโล ที่เรารู้จักกันดี

 

29/06/2558

 

งานล่าช้ามากเลยค่ะ ลดลงจากเป้าค่อนข้างมาก ตอนนี้คิดหัวแตกเลยค่ะ ฮ่าๆ เป็นนักเขียนนี่ผมจะหงอกก่อนวัยไหมคะ?

 

亮林  เลี่ยงหลิน

 

 



[1] รูปสลักเดวิดคือรูปสลักหินอ่อนเพศชายเปลือยฝีมือจิตรกรก้องโลก มีเกลันเจโล หรือ ไมเคิล แองเจโล ที่เรารู้จักกันดี

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 233 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,278 ความคิดเห็น

  1. #2260 รินหัวใจใส่ลาเต้ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 มีนาคม 2559 / 22:27
    ได้กำไรแล้ว คิคิ
    #2,260
    0
  2. #2237 Kimiyoshi Ranna (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2558 / 00:56
    กำไรนางแล้ว! ถ้านึกถึงนิยายเรื่องนี้คงนึกถึงแต่คำนี้แน่ๆ 555555
    #2,237
    0
  3. #2200 เก๊าลักน้อย (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2558 / 12:23
    นางเอกนี้ค่ากำไรเกินตัว 555
    #2,200
    0
  4. #2194 purple_dolphin (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2558 / 20:42
    เดี๋ยวๆ ไฉนกำไรถึงเป็นของฝ่ายหญิง
    เรื่องแบบนี้ทันต้องฝ่านชายได้กำไรมิใช่รึ
    #2,194
    0
  5. #2190 Aom Pornpilas (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2558 / 14:31
    กำไร นางงแล้วว5555
    #2,190
    0
  6. #2011 เบียคุจัง (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 กันยายน 2558 / 08:51
    ไรท์พยายามเข้าเพื่ออีกหลายชีวิตเถอะนะ
    #2,011
    0
  7. #1579 cherryme (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2558 / 18:54
    อยากให้ลงจนจบมาก TT
    เหวินหรงงงงงงงงงงง
    น่ารักไปอีกอ่าาาาาาาาาาาาาา

    ว่าแล้ว พระเอกเราเรื่องนี้ฉลาด ไม่รอ10ตอนค่อยรู้ความจริง
    พี่สี่ของเราทำดี ทำดี
    #1,579
    0
  8. #1411 Mazato Yume (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2558 / 22:40
    นางเอกเรา...รุก ครับพ่อแม่พี่น้องงงงง >_<
    #1,411
    0
  9. #1169 Maya (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2558 / 11:40
    ในที่สุดก็เข้าใจกันสักทีว่าเรื่องราวจริงๆ มันเป็นยังไง
    #1,169
    0
  10. #1126 ooil (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2558 / 14:17
    กรี๊ดดดดด เขิน อยากอ่านต่อแล้ว ค้างมากค่ะ
    #1,126
    0
  11. #1125 Viggie (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2558 / 14:09
    ถูกหวยค่าาา 55555



    ไรต์อัพไวๆนา ค้างงงงงงโคดๆ



    อยากรู้ว่าท่านแม่ทัพจะทำไง >♡ #1,125
    0
  12. #1124 PimPim (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2558 / 10:23
    แอร๊ยยยยย ... ฟินมากกกกกกกก

    อ่านย้ำตอนสุดท้ายหลายรอบค่ะ 555
    #1,124
    0
  13. #1122 ข้าน้อย (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2558 / 09:42
    เปิดมาดูทุกวัน ก็สุขใจ อัพหรือไม่ ไม่ว่ากัน

    แล้วแต่สะดวก

    ถ้าผมขาวเด๋วบอกสมุนไพร
    #1,122
    0
  14. #1121 บินข้ามฟ้า (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2558 / 08:53
    ไรต์ยังไม่มาอัพ  แต่ก็เข้ามาส่องทุกวัน สมัยเรียนอ่านตำราเต็มที่ก็ 5 รอบ    แต่หย่งชิ่งนี่ เข้ามาอ่านตั้งแต่ต้น อ่านแล้วอ่านอีก เป็น 10 รอบแล้วอ่ะ  เหมือนคนติดยาเลยยะ ตนติดนิยายเนี่ย.....  เผื่อไรต์จะสงสารคนอ่าน ได้มาอัพ ไวไว
    #1,121
    0
  15. #1120 jarafa (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2558 / 08:13
    ขอหวานๆ นะ นะ นะ
    #1,120
    0
  16. #1119 ceekung (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2558 / 01:04
    กรี๊ดดดดดดดดดกัดผ้าเช็ดหน้าาาาากรร๊ีดดดดดดด
    #1,119
    0
  17. #1118 Lam[Bor]Ghini'z ...~ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2558 / 20:03
    เฉินหย่งชิ่ง!!!
    นางมารน้อย เจ้าช่างร้ายกาจยิ่งนัก
    5555 เขินแทน เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    (หลี่ตา>> หรี่ตา รึเปล่าคะ)
    #1,118
    0
  18. #1117 rin--jung (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2558 / 18:36
    อยากอ่านต่อออ>_<
    #1,117
    0
  19. #1116 pream_oak (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2558 / 17:05
    ไรท์ไม่ต้องกลัวค่า อัพนิยายเยอะๆ ถ้าผมหงอกเดี๋ยวส่งยาย้อมผมให้ทั้งลัง อิอิ
    #1,116
    0
  20. #1115 Airly (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2558 / 12:53
    บทที่19 มีหลายอรรถรสมากกก แต่ชอบคร้า ขอบคุณไรเตอร์ นะคะ ที่มาอัพเดต ให้เราได้อ่าน

    ชอบมากกกกกก มาลุ้นตอนต่อไป
    #1,115
    0
  21. #1114 ข้าน้อย (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2558 / 12:17
    เปิดมาดูทุกวัน เผื่อจะมาอัพ
    #1,114
    0
  22. #1113 thesun-sets (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2558 / 12:16
    กำไรข้าเเล้วเช่นกัน!
    หย่งชิ่งจัดฉากฟินกว่านี้ซะดีๆ ข้ารออยู่
    ปล.แอบสงสารพี่หมิง
    #1,113
    0
  23. #1112 shikyu (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2558 / 11:59
    เอะอะก็ชิงจูบก่อนตลอดร้ายกาจจริงๆแม่คุณเอ้ยไม่ยอมให้พระเอกชั้นได้แสดงเล้ยยยย
    #1,112
    0
  24. #1111 ฝนธารา (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2558 / 11:40
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด

    ค้างงงงงงงงงงงงง  อัพต่อเร็วๆนะ
    #1,111
    0
  25. #1110 Lanin (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2558 / 11:28
    หย่งชิ่ง จะค้ากำไรเกินควรไหมคะ5555555 อย่าบอกนะว่าพอเช้ามาแล้วนางก็หายไปจริงๆ หรือเหวินหรงจะเข้าใจจอมมารกับหย่งชิงผิดอีกโธ่ ลุ้นๆคะ
    #1,110
    0