ดวงใจไร้กาล 永恒之恋

ตอนที่ 18 : บทที่ 18 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,789
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 226 ครั้ง
    10 ต.ค. 58




แอดเป็นแฟนพันธ์แท้ กดที่รูปเลยค่ะ














 

 

บทที่ 18

 

ยามเช้าตรู่พระอาทิตย์ยังไม่พ้นปลายยอดไม้ ถึงแม้จะเป็นช่วงวสันตฤดู แต่ความเหน็บหนาวในเหอเสี่ยงยังคงความโหดร้ายทารุณ สมกับเป็นเมืองหน้าด่านชายแดนเหนือ

ชาวบ้านหลายร้อยคนเดินผ่านประตูเมืองเป็นแถวยาวเหยียด ทุกคนต่างสวมเสื้อคลุมกันลมสีหน้าเปี่ยมความหวัง บางสวมรองเท้าหุ้มแข้ง บางสวมเพียงรองเท้าฟางที่เกือบทำให้ขาแข็งเย็นก้าวเท้าไม่ออก แต่พวกเขาเลือกไม่ได้

การแบ่งแยกชั้นวรรณะไม่เคยหายไปไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยใดก็ตาม เหอเสี่ยงเมื่อประสบภาวะสงครามเมื่อสองปีก่อน ถึงแม้จะได้รับชัยชนะอย่างรวดเร็วแต่การค้ากลับถดถอยเป็นอย่างมาก การเงินฝืดเคืองมีประชาชนที่อาสาไปเป็นทหารออกรบล้มตาย ครอบครัวข้างหลังต่างยากจนเดือดร้อน

สงครามที่มิให้อะไรเลยนอกจากความสูญเสีย

ชาวบ้านนับร้อยแห่แหนมาชุมนุมกันที่ลานโล่งนอกเมือง ล้วนแล้วแต่เป็นหนุ่มฉกรรจ์ทั้งสิ้น ส่วนใหญ่จะเป็นชาวบ้านที่มีฐานะแร้นแค้น ยอมตายเอาดาบหน้าดีกว่าต้องอดตายทั้งครอบครัว

ทั้งหมดแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือชายฉกรรจ์นับร้อยคนที่ต้องการสมัครเป็นทหาร ส่วนอีกกลุ่มคือผู้ที่ต้องการสมัครเป็นกุนซือคู่ใจของท่านแม่ทัพใหญ่ กลุ่มที่สองมีเพียงไม่กี่สิบคน โดยส่วนใหญ่เป็นชายสูงวัยท่าทางทรงภูมิยืนจับกลุ่มกันต่างไม่กล้าเผยกึ๋นของตนได้แต่มองหน้ากันไปมา

อ๋องหรงซ่าน หรือเดิมคืออ๋องน้อยเซี่ยเหวินหรงที่พึ่งได้รับแต่งตั้งตำแหน่งอ๋องเมื่อไม่นานมานี้ โดยมิต้องรอตำแหน่งตกทอดจากผู้เป็นบิดาเหมือนกับผู้อื่น กำลังนั่งบนหลังอาชาแต่งกายด้วยเสื้อผ้าเนื้อดีสีกรมท่าทว่าดูเรียบง่าย มีเพียงรัศมีแห่งความแข็งกร้าวดุดันที่เกือบจะสัมผัสได้เท่านั้นขับเน้นความเป็นผู้นำอันโดดเด่นสะดุดตา ลำตัวหนาแกร่งตั้งตรงดุจหินผาที่ไม่อาจทำลายได้โดยง่าย จี้ทองบนอกคล้องด้วยสายหนังสะท้อนกับแสงแดดเป็นเครื่องประดับเพียงชิ้นเดียวบนกายที่ขัดกับบุคคลิกเด็ดขาดห้าวหาญ แต่กลับหลอมละลายความกระด้างเย็นชาลงไปหลายส่วน ถึงกระนั้นผู้คนแทบจะไม่กล้าหายใจแรง ไม่มีใครคาดคิดว่าท่านอ๋องจะมาดูการคัดเลือกครั้งนี้ด้วย

“ท่านแม่ทัพแค่คัดเลือกทหาร ท่านไม่ต้องลำบากมาก็ได้”

หยางหลี่เต๋อผู้เป็นรองแม่ทัพออกปาก เขาขยับอาชาขึ้นมาเทียบข้างท่านแม่ทัพใหญ่ ทั้งสองออกรบด้วยกันตั้งแต่วัยหนุ่ม กระทั่งเวลานี้เกือบในวัยที่ทั้งคู่อายุสามสิบกว่าปีจึงกลายเป็นสหายผู้รู้ใจกันเป็นอย่างดี หลี่เต๋อผู้เป็นรองแม่ทัพรูปร่างสูงใหญ่เป็นที่เกรงขามดูแก่กว่าอายุจริงพอสมควรทั้งที่อยู่วัยเดียวกับเหวินหรง อาจเพราะไว้หนวดเครารุงรัง อีกทั้งเป็นคนชอบเสียงดังฝีปากกล้าไม่เคยเกรงต่อความตาย

 เมื่อวานเขาปรึกษากับท่านแม่ทัพแล้วว่าจะรับผิดชอบคัดเลือกทหารด้วยตัวเอง กำลังทหารมีอยู่เพียงพอก็จริง แต่ส่วนมากเป็นทหารจากภาคกลางไม่ได้เชี่ยวชาญด้านภูมิศาสตร์และการใช้ชีวิตในเขตหนาว การรบครั้งก่อนจึงสูญเสียทหารไปจำนวนมาก ถึงจะรบชนะแต่ก็ไม่ต่างกับการปราชัย นั่นเพราะพวกชนเผ่าเร่ร่อนล้วนเชี่ยวชาญการรบและอดทนต่ออากาศหนาวได้เป็นอย่างดี

“แต่ถ้าข้ามาก็ถือเป็นการดีมิใช่รึ” เหวินหรงลงจากอาชามองไปทางกลุ่มที่มาสมัครเป็นกุนซือด้วยนัยน์ตาว่างเปล่า

“หรือท่านจะคัดเลือกกุนซือด้วยตัวเอง”

“ศึกภายนอกหาได้น่ากลัวเท่าศึกภายในไม่ กำจัดจินซิ่วไปได้ข้าโล่งใจแล้ว”

“ข้ายังกังวลเรื่องนี้อยู่ จินซิ่วเป็นคนของจักรพรรดิ...”

เหวินหรงยกมือขึ้นปรามมิให้พูดต่อ

“ข้าจำเป็นต้องหากุนซือที่เชี่ยวชาญด้านเขตแดนในแถบนี้ ทหารทั้งหมดเป็นคนภาคกลางต้องเรียนรู้วิถีการอยู่รอดในชายแดนเหนือให้จงได้”

“ถ้าเช่นนั้นเชิญท่านแม่ทัพใหญ่”

เหวินหรงพยักหน้าช้าๆ มือไขว้หลังเดินไปยังเก้าอี้บนพื้นยกสูงที่จัดไว้สำหรับรองแม่ทัพหลี่เต๋อ ทุกสายตาจับจ้องมาที่เขาเป็นตาเดียวยกเว้น...

เฉินหย่งชิ่งกำลังทำตัวให้กลมกลืนกับผู้คน นางตัวสูงเท่ากับบุรุษโดยเฉลี่ยที่ยืนอยู่รอบบริเวณ สวมเสื้อผ้าเก่าเนื้อหยาบที่ปล้นมาจากคนสวนของพรรควิหคเพลิง นางสวมเสื้อผ้าหลายชั้นให้ดูตัวหนาขึ้นโพกศีรษะใช้สีทาหน้าให้ดูมองแมมคล้ายพวกขอทาน ยืนต่อแถวให้ทหารที่กำลังคัดเลือกเขียนชื่ออายุ ตรวจฟันและแขนขาว่ามีครบหรือไม่

นางเหลือบตามองผู้ที่มาสมัครเป็นกุนซือ พวกนี้ช่างไม่กลัวตายเอาเสียเลย ข่าวกุนซือคนเก่าถูกลอบสังหารมีลับลมคมนัย ยังจะหาญกล้ายื่นคอใส่เครื่องประหารอีก

การคัดเลือกทหารไม่มีอะไรซับซ้อน เมื่อถึงตาหย่งชิ่งหลังจากตรวจฟันเสร็จหนึ่งในนั้นถามนางว่าทำอะไรเป็นบ้าง

“เอ่อ... ข้า... ข้าเลี้ยงแกะเป็น ข้า... เอ่อ... รีดนมแพะเป็น... ข้า..” หย่งชิ่งแสร้งทำงกๆ เงิ่นๆ คล้ายคนโง่ ก้มหน้าก้มตาไม่มองหน้าผู้ใด

“พอ! พอแล้ว! กว่าเจ้าจะพูดจบวันนี้ข้าคงคัดคนไม่เสร็จ อยากไปอยู่โรงครัวสิท่า โน่นไปยืนต่อแถวที่สอง”

“ขอบคุณท่านขอรับ ขอบคุณ ขอบคุณ” นางก้มหัวปลกๆ ก่อนจะถูกดันตัวออกมาจากแถว

แผนที่นางบอกพี่สี่เมื่อคืนคือการมาสืบเรื่องการตายของท่านกุนซือ ซึ่งน่าจะเป็นข่าวที่ขายได้ราคางามแต่แท้จริงนางมีจุดประสงค์อื่นแอบแฝง

นางต้องการสืบเรื่องการปล้นเมื่อแปดปีก่อน นางจำเรื่องราวได้ทั้งหมดตอนที่ใช้ตัวเองเข้าช่วยเอินหมิงขวางกระบี่ของคุณชายใหญ่ ยามกระบี่พุ่งตรงเข้ามาบนใบหน้าของคุณชายใหญ่เกิดภาพทับซ้อน กลายเป็นใบหน้าของท่านอ๋องน้อยเหวินหรง

อีกทั้งความทรงจำก่อนสิ้นลมในชาติภพที่แล้วก็กลับมาด้วย พี่ชายใจดีที่นางไม่เคยเห็นหน้า เขาเป็นเพียงเงาดำมืดยามนางนึกถึงอดีต ภาพสุดท้ายที่นางถูกทิ้งไว้เพียงลำพังให้ตายอย่างเดียวดาย ล้วนเป็นเขาทั้งสิ้น

เซี่ยเหวินหรง!

มันอาจจะดูงี่เง่าไปหน่อยที่มาตามจองล้างจองผลาญคนผู้นี้เพราะชาติปางก่อน นางจึงไม่นับ แต่ชาตินี้ต้องเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ในเวลานั้นคงไม่มีผู้ใดเห็นเหตุการณ์ จึงไม่รู้ว่าท่านอ๋องน้อยมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย พวกพี่ชายไม่เคยพูดถึงเหตการณ์ครั้งนั้นอีก ส่วนบิดาที่ปากแข็งราวกับเป็ดตาย ต่อให้รู้เรื่องราวทั้งหมดท่านคงมิปริปากอันใด

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม นางต้องสืบให้ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

หลายวันก่อนขบวนเดินทางที่เกือบชนแม่นางเฟยเซียน คือขบวนเดินทางของท่านแม่ทัพใหญ่อ๋องหรงซ่าน เมื่อได้เห็นหน้าเขา มันเหมือนถูกเล็บแมวข่วนเบาที่หัวใจ ขณะนั้นนางถูกตรึงอยู่กับที่ดวงตามิอาจจะคลาดไปจากดวงหน้าที่เสมือนถูกฉาบด้วยน้ำแข็งไว้

ความรู้สึกแรก คือความดีใจที่เขายังมีชีวิตอยู่ ความรู้สึกต่อมาคือ เขาอยู่เป็นสุขสบายทั้งที่เคยทำให้นางเกือบเอาชีวิตไม่รอด เขาช่างไม่รู้สึกรู้สาอันใด หย่งชิ่งเก็บงำเรื่องทั้งหมดเป็นความลับ เกรงว่าหากพวกท่านพ่อและพี่ชายทั้งสี่รู้ความจริง พวกเขาไม่มีทางปล่อยให้ท่านอ๋องลอยนวล แล้วจะเป็นพวกเขาเองที่ตกอยู่ในอันตราย

ดวงตาคู่งามสอดส่องไปทั่ว เฝ้าสังเกตผู้คน ทั้งเหล่าทหารที่มาคัดเลือก ชาวบ้านที่มาสมัครเป็นทหาร เหล่าทหารนายกองตัวเอ้ที่เฝ้าควบคุมโดยรอบ ในขณะนั้นเองเสียงอาชาร้องและเสียงเกือกม้าสั่นสะเทือนพสุธา อาชาศึกตัวใหญ่มหึมาถูกควบขับด้วยความเร็วเข้ามาในบริเวณลานโล่ง

หย่งชิ่งหายใจสะดุดไม่ทันเตรียมใจที่จะได้พบหน้าเขาในวันนี้ เขามองไม่เห็นนาง แต่นางสามารถสำรวจเขาได้เต็มสองตา เวลาผ่านมาแปดปีแล้ว ท่านอ๋องน้อยเซี่ยเหวินหรงได้เลื่อนขึ้นเป็นท่านอ๋องหรงซ่าน วันเวลาได้แย่งชิงอบอุ่นอ่อนโยนที่นางเคยสัมผัสถึงไปจนสิ้น บุรุษผู้แข็งกร้าวเย็นชาผู้นี้คือใครกัน?

บุรุษร่างใหญ่โตอีกผู้หนึ่งเดินเข้าไปใกล้ เจรจากันชั่วอึดใจหลังจากนั้นท่านอ๋องจึงลงจากหลังม้าไปนั่งบนเก้าอี้ซึ่งอยู่บนพื้นยกสูงสามารถเห็นเหตุการณ์โดยรอบได้อย่างสะดวก

หญิงสาวก้มหน้างุดทันที เขาคงลืมนางไปแล้ว หรือต่อให้จำได้ถ้าเห็นนางในเวลานี้เขาไม่มีทางจำได้แน่นอน

แต่หย่งชิ่งโล่งใจได้ไม่นานนัก เพราะเหวินหรงกลับมาเดินสำรวจนายทหารใหม่ทีละแถวด้วยความสนใจ เขาถามไถ่ทหารใหม่ที่เขาสนใจ บางคนหน่วยก้านดีก็ถูกย้ายไปตำแหน่งใหม่แทนที่ตำแหน่งเดิมที่ถูกจัดวางไว้

“เจ้าเป็นคนพื้นที่หรือ?”

“ขอรับท่าน”

หย่งชิ่งอดมุ่นคิ้วไม่ได้ ฟังจากสำเนียงแม้จะคล้ายคนพื้นที่อยู่มากแต่ก็คล้ายชนเผ่าที่อยู่นอกด่านมากกว่า ชายผู้นี้กำลังโป้ปด

ด้วยการที่เป็นสายข่าวให้กับพรรควิหคเพลิง นิสัยสอดรู้สอดเห็นจึงมาเป็นที่หนึ่ง นางอดมองหาบุรุษที่ถูกถามไถ่ไม่ได้ เขาอยู่ด้านหน้าแถวเดียวกันถัดไปเพียงไม่กี่ช่วงคน รูปร่างสันทัดสวมเสื้อผ้าสีเข้มค่อนข้างเก่าเหมือนชาวบ้านทั่วไป ดูอย่างไรก็ไม่สะดุดตา น่าแปลกอยู่บ้างที่ท่านอ๋องกลับให้ความสนใจในตัวบุรุษผู้นี้ นางได้คำตอบแล้วเมื่อชายผู้นั้นหันมาสบตากับนาง ดวงตาหลุกหลิกไม่น่าไว้วางใจ เขาหันมามองทางด้านหลัง ชั่วพริบตานางเห็นความอำมหิตแฝงอยู่ในดวงตาคู่นั้น มือของเขาที่กำลังไขว้หลังกำลังดึงเข็มพิษออกมา

"ระวัง!" หย่งชิงตะโกนออกไปตามสัญชาตญาณ

เหวินหรงเมื่อได้ยินเสียงร้องเตือนจึงซัดฝ่ามือใส่อกของนักฆ่า มันลอยกระเด็นไปไกล ชนกับชาวบ้านคนอื่นที่อยู่ในบริเวณนั้นล้มกันระเนระนาด ผู้คนต่างแตกฮือถอยร่นไม่เป็นกระบวน

นายทหารนับสิบต่างกรูกันเข้าไปจับตัวคนร้าย ซึ่งได้รับความบอบช้ำภายในอย่างหนักจนไม่สามารถหลบหนีไปได้

"อารักขาท่านแม่ทัพ" หลี่เต๋อตะโกนบอก ใช้วิชาตัวเบากระโดดมาบังร่างของเหวินหรงไว้ นายทหารที่เหลือล้อมวงตั้งกำแพงมนุษย์ล้อมรอบ แม่ทัพใหญ่

ทหารจับตัวผู้ร้ายได้ทันควัน แต่มันกลับชิงฆ่าตัวตายโดยใช้เข็มพิษแทงคอตัวเอง

เหวินหรงเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เขาฝ่ากำแพงองครักษ์ออกมาตรงดิ่งไปที่ศพคนร้าย หลี่เต๋อจึงเดินตามเพื่อไปอารักขาแทบเป็นเงาตามตัว

"ท่านแม่ทัพเป็นอย่างไรบ้าง?" หลี่เต๋ออดถามด้วยความเป็นห่วงไม่ได้ ท่านแม่ทัพเป็นพวกไม่ชอบพูดเก็บงำทุกสิ่งไว้แต่เพียงผู้เดียว ต่อให้เจ็บเจียนตายก็ไม่มีวันปริปากให้รู้ ไม่แน่ว่าเมื่อครู่ท่านแม่ทัพจะถูกเข็มพิษนั่นเข้าหรือไม่

"ข้าไม่เป็นไร" เหวินหรงมองศพที่เริ่มเป็นสีดำคล้ำ แสดงอาการถูกพิษชนิดรุนแรง ด้วยแววตาเฉยชาไม่รู้สึกรู้สา

ถ้าคนที่ถูกเข็มพิษคือเขา สภาพศพคงไม่ต่างกันมาก

"ค้นตัวมันเก็บหลักฐานทุกชิ้น หาให้ได้ว่าผู้ใดเป็นคนส่งมันมา" เขาสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด นายทหารที่ล้อมรอบ ต่างขานรับโดยพร้อมเพรียงกัน

"มันกล้าลงมือต่อหน้าทหารนับร้อย ช่างไม่กลัวตายเอาเสียเลย" หลี่เต๋อเอ่ยด้วยสีหน้าเครียดแค้นชิงชัง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ท่านแม่ทัพถูกลอบสังหาร แต่เป็นครั้งแรกที่พวกมันสามารถเข้าใกล้ตัวเขาถึงเพียงนี้

"มันตั้งใจแฝงตัวอยู่ในกองทัพมากกว่า แต่ข้าจับสังเกตมันได้เสียก่อน ต้องขอบคุณไอ้หนูคนนั้นที่ร้องเตือนทำให้ข้าไหวตัวทันก่อนจะถูกเข็มพิษนั่นเข้า"

เหวินหรงปรายตาไปทางหย่งชิง ซึ่งกำลังทำตัวกลมกลืนกับฝูงชนที่ต่างมุงดูเหตุการณ์ด้วยความตื่นเต้น ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีคนร้ายหาญกล้าแฝงตัวเข้ามาทำร้ายท่านแม่ทัพในการคัดเลือกทหารใหม่ครั้งนี้

แส่ไม่เข้าเรื่อง! หย่งชิ่งด่าตัวเอง นางพลั้งปากเตือนท่านอ๋องไปโดยไม่ทันคิด มันเป็นการฆ่าตัวตายชัดๆ สิ่ง สุดท้ายที่นางอยากให้เกิดขึ้นก็คือการได้รับความสนใจจากท่านอ๋องหรงซ่าน

นั่นไงเขาเดินมานั่นแล้ว หย่งชิงทำหน้าเมื่อย จะโทษชะตาฟ้าลิขิต หรือโทษปากตัวเองดีหนอ

ร่างสูงใหญ่กำยำหยุดยืนตรงหน้าหย่งชิ่ง ข่มร่างสูงเพรียวให้ดูกระจ้อยร่อยในพริบตามีเพียงไม่กี่คนที่ทำให้นางรู้สึกเช่นนี้ แฝงตัวเข้ามาเป็นทหารเช่นนั้นรึ! มีไม่กี่ครั้งหรอกที่นางคิดผิดอย่างมหันต์ นางควรจะลอบเข้าไปสืบในค่ายเงียบๆ ไม่ใช่หาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัวแบบนี้

"เจ้ามีนามว่ากระไร"

หญิงสาวก้มหน้าน้อยๆ ไม่ยอมสบตากับเหวินหรง

"เสี่ยวจิ้งพะย่ะค่ะ" ทั้งกายเย็นวาบตั้งแต่หัวจรดเท้า แต่เหงื่อกลับเปียกชุ่มแผ่นหลัง

เขาต้องจำนางไม่ได้ จำไม่ได้... ต้องจำไม่ได้... เพราะนางไม่มีค่าอันใดให้เขาจดจำ

"ไม่ต้องพูดราชาศัพท์กับข้า จิ้งที่หมายความว่าเงียบสงบรึ

“ใช่แล้วพะ.. ขอรับ”

“เจ้าเป็นวรยุทธ์หรือไม่?"

หย่งชิงยังไม่ทันตอบก็ถูกเขาคว้ามือไปดูเสียก่อน

"มือเจ้าจับกระบี่ ดีแล้ว... ดีแล้ว..."

ดีกับผีน่ะสิ! นางจะหัวใจวายตายอยู่แล้ว หัวใจเต้นแรงไม่หยุด ในอกรุ่มร้อนไปหมดอีกทั้งเลือดยังสูบฉีดทั่วร่างกายด้วยความตื่นเต้น

เขายังกุมมือนางไว้แน่นไม่ยอมปล่อย กระแสไฟบางอย่างแล่นปราดจากฝ่ามือไปกระทบในอก หย่งชิ่งหลุบตามองเพียงแค่ระดับอกของคนตรงหน้า แล้วต้องกะพริบตาถี่ๆ หัวใจเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง ป้ายทองประดับเอวที่หายไปเมื่อครั้งถูกโจรปล้น มันห้อยด้วยเชือกหนังอยู่ระหว่างอกกว้าง เป็นเงาสะท้อนกับแสงอาทิตย์ที่ลอดผ่านหมู่เมฆหนาทึบ มันดูใหม่เอี่ยมเป็นเงาแวววาวเหมือนได้รับการทะนุถนอมเป็นอย่างดี

มันมาอยู่ที่ท่านออกได้อย่างไร?

เหตุใดเขาจึงต้องพกติดกายไว้

"เจ้ามีวรยุทธ์ อีกทั้งยังรู้จักจงรักภักดีตอนนี้ข้ายังไม่มีคนรับใช้ส่วนตัว หน้าที่นี้ยกให้เจ้าแล้วกัน"

นัยน์ตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นอีกเท่าตัว หย่งชิงอยากจะเป็นลม คนรับใช้ส่วนตัวอันใดกัน ใครอยากจะไปรับใช้เขาหัดถามความเห็นผู้อื่นบ้างได้หรือไม่

"เจ้าตามข้ามานี่" เหวินหรงสั่งเสียงเรียบ

จะขัดขืนอย่างไรได้เล่าในเมื่อเขาจูงมือนางเดินไปด้วยกัน จะเรียกว่าจุดกระชากลากถูก็คงไม่ผิดนักเพราะมันไม่ได้นุ่มนวลแม้แต่น้อย

หลี่เต๋อมองตามทั้งคู่ด้วยสายตาครุ่นคิด เมื่อก่อนท่านแม่ทัพไม่เคยเห็นบ่นว่าอยากได้คนรับใช้ส่วนตัว แต่เวลานี้กลับยอมให้เจ้าหนุ่มหน้าใสตาคมมีโอกาสเข้าไปยุ่มย่ามในกระโจมของท่านแม่ทัพ อย่างไรก็ดูเป็นการประมาทเลินเล่อไม่สมกับเป็นท่านแม่ทัพเลย

เจ้าหนุ่มคนนี้ไม่รู้หัวนอนปลายเท้า ถึงแม้จะเคยช่วยชีวิตท่านแม่ทัพไว้หนหนึ่งก็ตาม แต่หากเป็นไส้ศึกปลอมตัวมาเล่า จะไม่ใช่เรื่องใหญ่ดอกหรือ เห็นที่เขาจะต้องจับตามองเจ้าหนุ่มผู้นี้ไว้เสียแล้ว หากเกิดเหตุร้ายอันใดจะได้ช่วยเหลือท่านแม่ทัพทันท่วงที

 

หลังจากคัดเลือกนายทหารใหม่เสร็จเรียบร้อย หลี่เต๋อออกคำสั่งให้นายทหารฝีมือดีจับคู่กับทหารใหม่ ทั้งสองต้องเปรียบเสมือนเงาตามตัวซึ่งกันและกัน ห้ามแยกจากกันเป็นอันขาด นอกเหนือจากการฝึกทหารใหม่แล้ว จุดประสงค์อีกข้อหนึ่ง คือการเรียนรู้วิถีชีวิตในดินแดนอันเหน็บหนาว เพื่อให้คงชีวิตอยู่ได้แม้จะพบกับสภาพอากาศที่เลวร้ายเพียงใดก็ตาม

หลี่เต๋อเพิ่งเคลื่อนทัพมาก่อนหน้านี้เพียงหนึ่งเดือน หลังจากแคว้นเป้าจื่อได้ส่งสาส์นท้ารบไปถึงองค์จักรพรรดิ ฝ่าบาทสั่งให้เตรียมการพร้อมเมื่อไรให้เคลื่อนทัพทันที

ส่วนท่านแม่ทัพใหญ่ถูกรั้งตัวไว้ที่เมืองหลวงด้วยสาเหตุใดไม่ทราบได้ จึงเดินทางมาถึงเมื่อหลายวันก่อน

บทเรียนจากสงครามกับชนเผ่าเร่ร่อนเมื่อสองปีที่แล้ว สั่งสอนให้พวกเขาต้องละเอียดรอบคอบมากขึ้น รวมถึงใส่ใจสภาพอากาศ และอาณาเขตโดยรอบ

เสาะหาชัยภูมิสำหรับตั้งที่มั่น ทุกคนทำงานกันอย่างหนัก ระดมความคิดและสติปัญญา ตั้งรับข้าศึกที่จะเข้ามารุกราน เพื่อรักษาความสงบสุขของบ้านเมืองให้ดำรงอยู่ต่อไป

หย่งชิ่งถูกส่งตัวมาที่ค่ายทหารพร้อมกับทหารใหม่คนอื่น ความคิดหนีทหารผุดขึ้นมา แล้วก็ถูกลบออกไปจากสมองทันที หากหนีไปตอนนี้นางจะกลายเป็นไส้ศึกที่ศัตรูส่งมาทันที ต้องถูกตามล่าจนถึงที่สุด

น่าเสียดายที่ไม่ได้ดูการคัดเลือกกุนซือ เหวินหรงจูงมือนางไปส่งให้กับนายกองคนหนึ่งให้นำนางกลับค่ายพร้อมกับทหารใหม่ชุดแรก

ทุกคนต่างแยกย้ายไปตามตำแหน่งงานของตัวเอง หย่งชิ่งถูกผลักเข้ามาในกระโจมแห่งนี้ นางเคยมาแอบสำรวจค่ายทหารหลายครั้งแล้วจึงรู้ว่ากระโจมหลังนี้เป็นกระโจมของท่านแม่ทัพใหญ่ กระโจมของท่านแม่ทัพใหญ่มีทั้งหมดห้ากระโจม สลับสับเปลี่ยนกันไปในแต่ละวัน เพื่อป้องกันผู้ที่เข้ามาลอบทำร้าย หย่งชิ่งวาดแผนที่กระโจมทั้งหมด เวลาตรวจเวรยาม และจำนวนทหารแต่ละผลัดโดยใช้การประเมินด้วยสายตา นางใช้เวลาสามคืนในการสำรวจทั้งหมดโดยไม่ให้ถูกจับได้

เวรยามแน่นหนาก็จริง แต่กลับมีช่องโหว่หลายจุด หากนางมีวรยุทธ์สูงส่งพอ การลอบสังหารท่านแม่ทัพใหญ่จะไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลย

วันนี้นางฝีมือและพลังยุทธบางส่วนของท่านอ๋องแล้ว หากใช้วิธีปะทะกันโดยตรง หนทางแห่งชัยชนะดูจะเลือนลางเต็มที แต่ถ้าใช้เล่ห์กระเท่ห์แล้ว ท่านอ๋องต้องตกอยู่ในกำมือของนางอย่างแน่นอน

ได้สำรวจกระโจมของท่านแม่ทัพใหญ่เต็มตาสักที มันดูสมถะไปหน่อยไม่มีอะไรดึงดูดความสนใจเมื่อเทียบกับฐานะแม่ทัพใหญ่ของเขา แต่นับว่าเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ทหารที่มียศศักดิ์คนอื่น มิให้ฟุ้งเฟ้อในขณะที่นายทหารชั้นผู้น้อยต้องเหน็ดเหนื่อยกินอยู่อย่างยากลำบาก

หลังจากหย่งชิ่งสำรวจกระโจมแทบทุกซอกทุกมุมแล้วก็มานั่งแหมะบนตั่งบุผ้านุ่มด้วยความเบื่อหน่าย หรือนางจะออกไปตระเวรรอบค่ายดีเผื่อมีข่าวน่าสนใจพอไปขายได้บ้าง

หย่งชิ่งยังไม่ทันจะตัดสินใจขาก็ก้าวนำไปที่หน้ากระโจมก่อนแล้ว แต่ต้องผงะหงายเมื่อเกือบปะทะเข้ากับคนที่เปิดเข้ามาในกระโจมพอดี

เขาหยุดยืนนิ่งที่หน้ากระโจมเป็นเงาทะมึน แสงจากภายนอกเปิดเสี้ยวหน้าหล่อเหลาส่วนหนึ่งจากเงามืด อาบไล้สร้างลายเส้นอ่อนโยนบนโครางหน้าฉาบน้ำแข็งของเขา นางแหงนหน้าขึ้นมองเขากัดริมฝีปากจากแรงกดดันภายใน หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกพยายามดับความรู้สึกหลากหลายที่ทำให้ทั้งกายสะท้านเยือกแต่กลับสูดรับกลิ่นกายเข้มข้นแบบบุรุษ กลิ่นหนัง กลิ่นธรรมชาติจากท้องทุ่ง กลิ่นผิวกายที่ไร้เครื่องหอมเข้ามาเต็มปอด

“เจ้าหน้าซีดไม่สบายรึ?”

“ข้าน้อยสบายดีขอรับ” นางตอบพลางเดินถอยหลังไปไกลหลายก้าว ใบหน้าก้มงุดเช่นเดิม

เหวินหรงเดินผ่านหน้าหย่งชิ่งในระยะประชิดไปนั่งบนตั่งไม้ที่มีวางอยู่สองตัวในห้อง ขาซ้ายของเขาเดินกะเผลกเล็กน้อยแทบสังเกตไม่เห็น แต่โชคร้ายที่นางเป็นคนช่างสังเกตอย่างมาก หญิงสาวรู้สึกใจหาย หรือเขาได้รับบาดเจ็บจากสงคราม ถึงแม้ความสง่างามของเขามิได้ถูกลดทอนลงแต่อย่างใด แต่มันเหมือนกับกระบี่ชั้นดีที่มีรอยบิ่นเพียงเล็กน้อยจนแทบมองไม่เห็น ถึงแม้จะงดงามเช่นเดิม แต่ก็ทำให้เจ้าของปวดใจอย่างบอกไม่ถูก

"นายกองบอกว่าให้ข้ามาถามกับท่านแม่ทัพใหญ่เองว่าข้าต้องทำอย่างไรบ้าง"

"นั่งลงก่อน"

"ข้าน้อยขอยืนดีกว่า" หย่งชิงพลาดไปอย่างหนึ่ง นางไม่ควรขัดคำสั่งท่านแม่ทัพใหญ่

"ก็ดี..."

นัยน์ตาเหยี่ยวคมกล้าสีดำสนิทกวาดมองนางตั้งแต่หัวจรดเท้า ขึ้นลงหลายรอบ จนนางต้องด่าตัวเองที่ตัดสินใจผิด นางไม่ควรขัดคำสั่งของเขา ผลของการขัดคำสั่งก็คือกลายเป็นหุ่นยืนนิ่งให้เขามองทุกซอกทุกมุมอย่างนี้

"เจ้าเป็นบุรุษที่รูปร่างหน้าตาดี คงแต่งภรรยาแล้วกระมัง" เขาถามด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์ดังเดิม จนยากจะคาดเดาความคิด

หย่งชิ่งเกือบกัดลิ้นตัวเอง นางควรตอบไปอย่างไร มีหรือไม่มี ถ้ามีแล้วเป็นเช่นไร ไม่มีแล้วจะเกิดอันใด

"ข้าน้อยยากจน หามีหญิงใดต้องการแต่งเป็นภรรยาของข้าไม่"

รอยยิ้มมุมปากเกิดขึ้นบนใบหน้าเย็นชาเพียงแค่ชั่วพริบตาแต่ ไม่อาจรอดพ้นสายตาหย่งชิ่งไปได้

เขากำลังดีใจ... อย่าบอกนะ... อย่าบอกนะว่าที่เขาให้นางมาเป็นข้ารับใช้ส่วนตัวเพราะ...

หย่งชิ่งปัดความคิดน่าอายออกไป มันส่งผลถึงผิวหน้าซึ่งกำลังร้อนผ่าวขึ้นเรื่อยๆ

"หากเจ้ารับใช้ข้าดีๆ เมื่อเสร็จศึก เจ้าจะได้รับบำเหน็จที่พอจะเลี้ยงภรรยาไปได้หลายปี” รอยยิ้มปริศนาครานี้ผุดขึ้นบนดวงหน้าเย็นชาให้หญิงสาวได้เห็นเต็มสองตา

“เป็นบุญของเสี่ยวจิ้งแล้วที่ท่านแม่ทัพใหญ่เมตตา ขอบคุณท่านแม่ทัพใหญ่” หย่งชิ่งแสร้งทำท่าตื้นตันคุกเข่าโขกคำนับหลายครั้งจนเขาต้องสั่งให้พอ

ตีบทแตกกระจุย!

ท่านแม่ทัพใหญ่ลุกมาจับมือทั้งสองข้างของนางประคองหย่งชิ่งลุกขึ้นด้วยตัวเอง เขาช่วยปัดเส้นผมที่หลุดรุ่ยมาจากผ้าพันศีรษะไปจากดวงหน้ามอมแมม ที่ไม่อาจบดบังความคมคายของอีกฝ่ายได้เลย หย่งชิ่งเห็นท่าไม่ดีพยายามดึงมือออกเขาปล่อยมือเพียงข้างเดียวส่วนอีกข้างถูกจับจูงพาไปนั่งบนตั่งอีกตัวเคียงข้างกัน

กระนั้นเขายังไม่ยอมปล่อยมือนาง เป็นนางเสียเองที่ต้องดึงมือกลับคืนมาทีละนิด กระทั่งปลายนิ้วหลุดจากปราการอุ่นร้อนของมือแข็งแรงคู่นั้น

“หน้าที่ของเจ้าคือช่วยดูแลเรื่องอาหารการกินของข้า ไปรับอาหารที่โรงครัว ช่วยจัดข้าวของในกระโจม อยู่ดูแลตอนข้าอาบน้ำ ก็แค่หน้าที่ทั่วไปคงไม่ลำบากยากเย็นสำหรับผู้ฝึกยุทธเช่นเจ้ากระมัง”

“ดะ ดะ ดูแลตอนอาบน้ำ!” หย่งชิ่งกลืนน้ำลายดังเอื๊อก

นี่มันหน้าที่ข้ารับใช้หรือหน้าที่เมียกันแน่!

“เจ้าไม่พอใจรึ?”

“หะ หะ หามิได้ขอรับ งานเล็กน้อยแค่นี้เองข้าน้อยทำได้สบายมาก... แหะๆๆ”

ทำได้สบายมาก... นางกัดฟันกรอด เกิดมาไม่เคยเห็นบุรุษแก้ผ้าอาบน้ำ จะมีบุญตาก็งานนี้สินะ

ดีมาก ดีมากๆ นางจะไปวาดภาพขายกลางตลาดเสียเลย ภาพท่านแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นหู่เปลือยก้นคงขายได้หลายอัฐอยู่กระมัง

“เอ่อ... ท่านแม่ทัพใหญ่ข้าขอถามท่านเรื่องหนึ่งได้หรือไม่”

“ถามมา”

นัยน์ตาคู่งามปรายไปยังขาซ้ายของท่านแม่ทัพใหญ่ ยังไม่ทันที่จะเอ่ยปาก เขากลับกล่าวตัดบทขึ้นมาก่อน

“มิใช่เรื่องของเจ้า”

“ข้าน้อยขออภัย เพียงแต่ข้าน้อยอยากทราบอาการของท่าน เพราะ...”

“เพราะเหตุใด?” เหวินหรงถามเสียงเข้มไม่ปิดบังความไม่พอใจหลายส่วนในน้ำเสียง

หย่งชิ่งสูดหายใจยืดอกเล็กน้อย นางมิได้กลัว นางเพียงแค่... กำลังคิดว่าควรกล่าวออกไปหรือไม่

“ข้าน้อยคิดว่า ข้าน้อยน่าจะรักษาอาการเช่นนี้ได้ แต่แค่อาจจะเท่านั้น”

เหวินหรงแค่นยิ้ม ความเจ็บปวดที่เขาใช้เยียวยาหัวใจตัวเองมานานนับปีจะมีผู้ใดรักษาได้กัน ต่อให้เป็นหมอเทวดายังต้องส่ายหน้ายอมแพ้

ยามที่เขาเจ็บปวดเขาจะระลึกถึงสิ่งที่เขาทำกับหย่งชิ่ง

เขาไม่อยากลืมเลือนมัน เขาไม่อยากลืมหย่งชิ่ง

เหวินหรงบีบแก้มของข้ารับใช้คนใหม่ด้วยมือเพียงข้างเดียวจนใบหน้าคมสวยยู่ไปมา ดวงตาคมกริบแข็งกร้าวมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย ราวกับเขากำลังจะขุดลึกเข้าไปให้ถึงจิตใจของนาง หย่งชิ่งเอนกายไปด้านหลังหายใจขัด กลืนกินความหวาดกลัวลงไปไม่ให้แสดงออกมาทางสีหน้า

“เจ้าอย่าได้ไปโอ้อวดเช่นนี้กับผู้อื่น ศีรษะจะหลุดจากบ่าเอาง่ายๆ ข้าจะออกไปข้างนอก เจ้าเดินสำรวจรอบค่ายคอยเป็นหูเป็นตาแทนข้าด้วย ถ้ามีเรื่องน่าสงสัยก็กลับมารายงาน ส่วนเครื่องแบบ การกินอยู่ไปถามนายกองผู้ที่พาเจ้ามาได้เลย อ้อ ไม่ดีกว่า เรื่องอาหารเจ้าให้โรงครัวจัดสำรับของข้าสำหรับสองคน เรากินข้าวพร้อมกัน”

หย่งชิ่งมีสีหน้าตกใจเล็กน้อย ให้นางกินข้าวร่วมโต๊ะกับเขา นางจะกลืนข้าวลงคอได้อย่างไรกัน

“ข้าน้อยมิบังอาจ”

“บังอาจอันใด ข้าจะให้เจ้าชิมอาหารทุกอย่างก่อน เผื่อมีคนวางยาพิษเจ้าจะได้ตายก่อนอย่างไรเล่า ข้าไปล่ะ”

เหวินหรงมาเพียงครู่เดียวก็จากไปเสียแล้ว

นี่นางเสียดายอะไรกัน? อยากพบหน้าเขาเช่นนั้นรึ?

ใบหน้าแข็งเป๊กราวกับฉาบด้วยน้ำค้างแข็งแห่งเหมันต์ มีตรงไหนน่ามอง นางแค่อยาก...

ช่างมันเถิด... ไหนๆ เขาก็ออกปากให้นางเดินร่อนทั่วค่ายได้อย่างผ่าเผย หากนางไม่หาประโยชน์ใส่ตัวก็คงไม่ใช่เฉินหย่งชิ่งแล้ว

 

เหวินหรงเดินข้าไปในกระโจมใหญ่กลางค่ายซึ่งใช้เป็นที่ประชุม หลี่เต๋อรออยู่ก่อนแล้ว พร้อมกับกุนซือหน้าหยกคนใหม่ และหัวหน้านายกองนับสิบคน ทุกคนพร้อมใจกันลุกขึ้นให้เกียรติท่านแม่ทัพใหญ่

"มากันครบแล้วใช่ไหม?"

"ขอรับท่านแม่ทัพใหญ่" หลี่เต๋อเป็นคนบอก

หลายคนต่างมีสีหน้าเครียดขรึม รอคอยการมาของท่านแม่ทัพใหญ่ ทุกคนต่างตระหนักในความหนักหน่วงของศึกครั้งนี้เป็นอย่างดี เหลือเวลาเตรียมกองทัพอีกไม่ถึงหนึ่งเดือนแล้ว หากเกิดเรื่องผิดพลาดแม้แต่เพียงน้อยนิดนั่นหมายถึงความอยู่รอดของแคว้นหู่

"ศึกครั้งนี้แคว้นเป้าจื่อจัดกองทัพมายี่สิบหมื่นนาย ฝ่ายนั้นซุ่มฝึกซ้อมกำลังทหารมาเป็นเวลานาน ทหารทุกนายล้วนแกร่งกล้าฮึกเหิมกระหายในสงครามที่เฝ้ารอมานานปี"

"แต่กำลังของพวกเรามียี่สิบห้าหมื่นนาย นายทหารทุกคนล้วนเก่งกาจสามารถ พวกเราไม่มีทางปราชัยอย่างแน่นอน" หัวหน้านายกองผู้หนึ่งชิงเอ่ยขัดขึ้นมาเสียก่อน

เหวินหรงแสยะยิ้มเย็น ยังมีหัวหน้านายกองที่มีความคิดอ่านเยี่ยงนี้อีกรึ เขาตวัดนัยน์ตาดุดันไปทางต้นเสียง

"ศึกเมื่อครั้งที่รบกับชนเผ่าเร่ร่อน ทหารของเรามีกี่นาย?"

"สามหมื่นนาย" หัวหน้านายกองผู้นั้นตอบ

"แล้วชนเผ่าเร่ร่อนมีกี่นาย?”

“สามพันนาย"

"ทหารของเราเหลือรอดมากี่นาย?"

"นะ นะ หนึ่งหมื่นนาย" เสียงที่ตอบกลับมาแผ่วลงทุกที หัวหน้านายกองปาดเหงื่อที่มองไม่เห็นบนหน้าผาก

หัวหน้านายกองผู้นั่นก้มหน้าเม้มปาก ทุกคนในกระโจมเงียบกริบ มีเพียงเสียงลมหวีดหวิวจากภายนอกดังเข้ามาข้างในกระโจมที่เปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายกดดันอย่างหนักหน่วง

"นี่มิใช่การบั่นทอนกำลังใจ แต่เราต้องรู้สติตั้งมั่นอยู่บนความจริง มิใช่ขายฝันให้กำลังใจเหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาไปวันๆ ชนเผ่าเร่ร่อนใช้ปราการธรรมชาติ และชัยภูมิที่เหนือกว่าหลอกล่อเราเข้าไปสู่กับดัก ครานี้เราไม่รู้ว่าแคว้นเป้าจื่อจะเล่นลูกไม้อันใดอีก ข้าคิดว่าต้องขอกำลังจากเผ่าหูหลางมาช่วยในศึกครั้งนี้ การขอความช่วยเหลือมิใช่การยอมรับความพ่ายแพ้ เพียงแค่พวกเราต้องเรียนรู้เพิ่มมากขึ้น ข้าต้องการแบ่งปันประสบการณ์จากเผ่าหูหลางเพื่อการศึกในครั้งนี้" เหวินหรงเปิดเข้าจุดประสงค์ของการประชุม

เสียงพูดคุยอื้ออึงดังขึ้น

“ขอความช่วยเหลือมันไม่เสียศักดิ์ศรีไปหน่อยรึ?”

“เผ่าหูหลางเป็นเพียงชนเผ่าเล็กๆ กำลังทหารไพร่พลมิอาจเทียบแคว้นหู่ มิใช่เป็นการทำที่ไร้ประโยชน์ดอกหรือ?”

“แต่เผ่าหูหลางขึ้นชื่อเรื่องนักรบที่มีทักษะเฉพาะตัว เก่งกาจเชี่ยวชาญเรื่องการรบแบบกองโจร ถึงจะเป็นเพียงเผ่าเล็กๆ แต่ไม่เคยมีแคว้นใดรวบเผ่าหูหลางเป็นเมืองขึ้นได้”

"ข้าเห็นด้วยกับท่านแม่ทัพใหญ่" หลี่เต๋อสนับสนุน

เสียงแตกเป็นสองฝ่าย ต่างโต้เถียงนำเหตุผลของจนมาเอ่ยอ้างดังอื้ออึ้งไปทั้งกระโจม

ปัง!

เหวินหรงตบโต๊ะดังปังใหญ่หยุดทุกเสียงเข้าสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง

“ข้าไม่เห็นว่าการขอความช่วยเหลือจากสหายจะเป็นการเสียศักดิ์ศรีตรงไหน เผ่าหูหลางเปรียบเสมือนญาติสนิท องค์หญิงเจ็ดก็เป็นถึงชายาเอกของอ๋องแห่งหูหลาง ข้าจะไม่ยอมสูญเสียชีวิตของเหล่าทหารหาญเหมือนเมื่อสองปีก่อนอีกแล้ว” ท่านแม่ทัพใหญ่ประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด นัยน์ตาเหยี่ยวเปี่ยมด้วยศักดิ์ศรีและพลังอันไร้ที่สิ้นสุด เขามิเคยพ่ายแพ้แก่สงคราม แต่สงครามเมื่อสองปีก่อนกลับน่าอนาถยิ่งกว่าการพ่ายแพ้ยิ่งนัก

แคว้นเป้าจื่อส่งกองกำลังมาทดสอบกองทัพแคว้นหู่ พวกมันโหดเหี้ยมอมหิตเข่นฆ่าผู้คนทุกวีถีทางไม่ไว้หน้า ไม่มีการจับเชลยศึกมีแต่ซากศพเกลื่อนเต็มสนามรบ มันไม่ใช่การรบเพื่อชัยชนะ แต่เป็นการฆ่าให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

เขาไม่อาจทนเห็นน้ำตาแห่งความสูญเสียของบรรดาครอบครัวของทหารหาญเหล่านั้นได้อีกแล้ว  

ครานั้นเขากำจัดชนเผ่าเร่ร่อนไปจนสิ้นซาก

ประโยคสุดท้ายบีบคั้นหัวใจของทุกคนเป็นอย่างยิ่ง

ไม่มีผู้ใดกล้าแม้แต่จะขยับริมฝีปากคัดค้าน ทุกคนต่างสูญเสียนายทหารคู่ใจ เพื่อน พี่ น้อง ในสงครามครั้งนั้น

"แต่ไม่ต้องขอราชโองการจากองค์จักรพรรดิก่อนรึท่านแม่ทัพใหญ่" หัวหน้านายกองอีกผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น

"เหลือเวลาไม่มากพอแล้ว ข้าจะให้ม้าเร็วไปส่งสารถึงฝ่าบาท ส่วนข้าจะเดินทางไปขอความช่วยเหลือครั้งนี้ด้วยตัวเอง ข้าคิดว่าเผ่าหูหลางคงมิขัดข้องอันใด"

"ถูกต้องแล้ว เพราะเหตุที่เผาหูหลางยอมสวามิภักดิ์ต่อแคว้นหู่ก็เพราะ ท่านแม่ทัพใหญ่มิใช่หรือ" หัวหน้านายกองอีกคนสนับสนุน

"ท่านกุนซือ ท่านรู้จักชายแดนเหนือเป็นอย่างดีเชี่ยวชาญเรื่องเส้นทาง ท่านต้องเดินทางไปกับข้า หลี่เต๋อเจ้าอยู่ดูแลที่ค่ายแห่งนี้ ช่วยจัดกำลังทหารไปพร้อมกับข้าหนึ่งกองพัน กำหนดเดินทางอีกสามวันข้างหน้า ในช่วงสามวันนี้ส่วนใดเกิดปัญหาให้รีบแจ้ง ข้าจะได้ช่วยแก้ไขให้ทันเวลา”

หนึ่งกองพัน! หลี่เต๋อนิ่วหน้าเล็กน้อย ไปขอความช่วยเหลือแล้วเหตุใดจึงต้องขนผู้คนไปมากเช่นนี้

“ขอรับท่านแม่ทัพใหญ่” ทุกคนรับคำโดยพร้อมเพรียงกัน

“เลิกประชุม”

 

 

"เฮ้ยๆ นั่นทหารหน้าใหม่ที่ได้ดิบได้ดี ยังไม่ทันไรก็ได้เลื่อนขั้นเป็นข้ารับใช้ส่วนตัวของท่านแม่ทัพใหญ่แล้ว"

"หึหึ เจ้าก็ดูใบหน้าของมันสิ ถ้าเจ้างามได้เพียงครึ่งของมัน มีหรือจะต้องมาเป็นสมัครทหาร รับเศษเงินกินกันตายเยี่ยงนี้"

"โอ้... เป็นชายงามก็ดีอย่างนี้เอง อย่างมันคงไม่ต้องออกรบให้เหน็ดเหนื่อย เพียงแค่หันก้นรับใช้ท่านแม่ทัพใหญ่ ก็สบายไปทั้งชาติแล้ว"

พวกทหารใหม่กลุ่มใหญ่ที่กำลังผ่าฟืนอยู่ใกล้กับโรงครัว ต่างตอบโต้กันอย่างมันปาก ทุกถ้อยคำแฝงด้วยความอิจฉาริษยาสบประมาทและดูแคลนในตัวหย่งชิ่ง

หย่งชิ่งซึ่งต้องเดินผ่านกลุ่มคนพวกนั้นไปยังโรงครัว เพื่อรับอาหารของท่านแม่ทัพใหญ่ หันไปยิ้มให้กลุ่มทหารใหม่ พลางเอ่ยด้วยสีหน้ายิ้มแย้มอย่างไม่สะทกสะท้าน

"พวกท่านคงหิวแล้วกระมัง ให้ข้านำสำหรับอาหารยกมาเผื่อดีหรือไม่?" น้ำเสียงแหบห้าวนิดๆ เปี่ยมเสน่ห์

คนเหล่านั้นต่างไม่คาดคิดว่าหย่งชิ่งจะเข้าไปถามด้วยอัธยาศัยไมตรี ใบหน้าหมดจดคมคายถูกทำความสะอาดคราบสกปรกมอมแมมไปสิ้นแล้ว เผยผิวอ่อนใสจนเห็นเส้นเลือด ริมฝีปากคลี่ยิ้มงดงามตราตรึง คนพวกนั้นได้แต่อ้าปากค้างตกตะลึงในความงามปานล่มเมืองของหย่งชิ่ง

"ไม่ต้องมาทำเป็นพูดดี ประเดี๋ยวเจ้าก็คาบข่าวไปฟ้องท่านแม่ทัพใหญ่อยู่ดี คิดว่าพวกข้าโง่ไม่รู้ทันเจ้าหรือไร" หนึ่งในนั้นตะคอกใส่หย่งชิ่ง ทำลายมนต์ขลังที่นางสร้างขึ้นทันควัน

หย่งชิงก้าวเข้าไปใกล้กลุ่มทหารใหม่ไร้ซึ่งความเกรงกลัว ดวงตาวาววับถือดี

"ฟ้องแล้วข้าได้อะไร? ข้ามิอาจห้ามความคิดของพวกท่าน แต่ข้าก็มีสิทธิ์ไม่ใส่ใจ ข้าเป็นคนเช่นไรพวกท่านไม่รู้ดอก แต่ท่านแม่ทัพเป็นคนเช่นไร อีกไม่นานพวกท่านจะรู้ดี ข้าจะมัวหมองถูกใส่ร้ายป้ายสีมิเป็นไร แต่มิอาจให้ท่านแม่ทัพต้องมามัวหมองเพราะข้าได้ พวกท่านพี่จะต่อว่าข้าอย่างไรข้างไม่ว่า แต่อย่าพาดพิงถึงท่านแม่ทัพใหญ่เด็ดขาด!" ท้ายเสียงหย่งชิ่งเน้นทีละคำแฝงด้วยความอำมหิตหลายส่วนทั้งดีมุมปากยังยกยิ้มพริมใจให้แก่เหล่าหทารใหม่

บุรุษร่างหนากำยำผู้หนึ่งปักขวานผ่าฟืนในมือจมมิดลงในตอไม้บอกถึงกำลังแขนอันทรงพลัง ก่อนจะเดินมาเผชิญหน้ากับหย่งชิ่ง ด้วยกิริยาวางเขื่องดูท่าจะเป็นพี่ใหญ่ของกลุ่ม

"ไอ้ลูกหมาปากดีนัก ทำเป็นออกหน้าแทนท่านแม่ทัพใหญ่ ขอทานเช่นเจ้าไม่สมควรเผยอหน้ามาอยู่ในค่ายแห่งนี้ด้วยซ้ำ ข้าจิ่นติ้งจะสั่งสอนเจ้าเอง ให้เจ้าคลานออกไปจากค่ายไม่ทันเลยทีเดียว"

หย่งชิ่งยกมือขึ้นประสานคารวะ ช้อนดวงหน้างดงามขึ้นมองพี่ใหญ่ของเหล่าทหารใหม่ด้วยสีหน้ายิ้มๆ ทว่าแววตากลับเหี้ยมเกรียมชวนหนาวยะเยือก

"เชิญท่านชี้แนะ!"

จิ่นติ้งทะลวงหมัดเข้าใส่หย่งชิงก่อนแบบไม่ให้นางได้ตั้งตัว หมัดนั้นหนักหน่วงเปี่ยมด้วยพลังรุนแรง หญิงสาวไขว้มือข้างหนึ่งไว้ข้างหลังเอนกายไปด้านหลังเล็กน้อย ใช้เท้าตวัดขึ้นสูงปัดหมัดที่พุ่งเข้ามา แล้วตบหน้าทหารหนุ่มเบาๆ อย่างหยอกเย้า สร้างความโมโหโทโสให้กับจิ่นติ้งเป็นอันมาก เขาจึงหันไปคว้าดาบอาวุธคู่กายที่วางไว้ เข้าฟาดฟันใส่บุรุษหน้าหยกด้วยฝีมือฉกาจฉกรรจ์ไม่เบา คมดาบวาววับหมายเอาชีวิตนางอย่างเอาจริงเอาจัง

มันผิดปรกติแล้ว ลำพังเพียงแค่พูดจากระทบกระทั่ง อีกทั้งนางก็มิได้เจตนาต่อว่าโดยตรงกับผู้ใด แต่เขากลับจะทำร้ายนางถึงชีวิตให้ได้

"ฝีมือพี่ติ้งช่างร้ายกาจ กระบวนท่าหนักแน่น เสียแต่ว่าขาอ่อนไปหน่อย”

หย่งชิ่งพลิ้วกายหลบคมดาบของเขาได้อย่างเฉียดฉิวเกือบทุกครั้ง ชวนน่าโมโหโทโสยิ่งนัก เพียงไม่กี่กระบวนท่าจิ่งติ้งก็หัวหมุนไปหมด นางกระโดดข้ามศีรษะของเขาไปอยู่ข้างหลัง เตะรวบขาแข็งแรงเพียงครั้งเดียงร่างสูงใหญ่ถึงกับล้มตึงดังสนั่น พื้นดินสั่นสะเทือนเป็นบริเวณกว้าง

เหล่าทหารใหม่ปากเปราะต่างเงียบกริบ ไม่มีใครกล้าเข้ามาช่วยพยุงจิ่นติ้ง เป็นหย่งชิงเองที่ยื่นมือเข้าไปให้ หวังจะช่วยดึงให้เขาลุกขึ้นยืน

จิ่นติ้งปัดมือผู้หวังดีทิ้ง เขาใช้ดาบยันกายลุกขึ้นยืน พยายามยืนให้ตรงแต่ยากเหลือเกินเพราะเคล็ดขัดยอกไปทั้งสะโพก ไม่คาดคิดว่าไอ้หนุ่มหน้าหยกรูปร่างประเปรียวจะมีวิชาดีถึงเพียงนี้

"มันใช้มือเพียงข้างเดียว ก็เอาชนะจิ่นติ้งได้แล้ว"

"ไอ้หนูนี่มันไม่ธรรมดา"

“คราวหน้าอย่าไปหาเรื่องมันเชียว”

เสียงซุบซิบดังขึ้นรอบๆ

"หุบปาก!" จิ่นติ้งตวาดลั่นด้วยใบหน้าบูดบึ้ง

"พวกเจ้าทำอะไรกัน ต่อยตีกันรึไง?"

เสียงวางอำนาจดังขึ้น เงาร่างหนึ่งโผล่ออกมาจากด้านข้างโรงครัว หย่งชิ่งประสานมือคารวะท่านรองแม่ทัพ ก้มศีรษะแล้วไม่เงยหน้าขึ้นมาอีก

"เจ้ามารับอาหารให้ท่านแม่ทัพใหญ่มิใช่หรือ รีบไปสิ" หลี่เต๋อออกปากไล่ หย่งชิงจึงรีบเดินไปที่โรงครัวทันที

"ส่วนเจ้าตัวใหญ่ตามข้ามานี่"

จิ่นเติ้งขยับกายเดินตามหลี่เต๋อไปตามคำสั่ง

เมื่อเดินมาถึงที่ลับตาคน รองแม่ทัพหยุดเดินหันไปถามจิ่นติ้งด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาผิดวิสัย

"ไอ้หนูคนนั้นเป็นอย่างไรบ้าง?"

"ท่านรองแม่ทัพก็รู้ว่าฝีมือข้ามิใช่เลวเกว แต่ข้าสู้กับเจ้าหนูนั่นไม่ถึงสิบกระบวนท่าก็พ่ายแพ้ยับเยิน ฝีมือของมันไม่ธรรมดา อีกทั้งยังไม่ผูกใจเจ็บต่อข้าอุตส่าห์ยั้งมือไว้ไมตรี ข้าไม่ได้รับบาดเจ็บแม้เพียงปลายก้อย เพียงแค่เคล็ดขัดยอกนิดหน่อยเท่านั้น"

หลี่เต๋อพยักหน้าน้อยน้อยใช้มือลูบเคราอย่างครุ่นคิด

"อย่าเพิ่งวางใจนัก ยิ่งมีวรยุทธ์เก่งกาจเยี่ยงนี้ ท่านแม่ทัพใหญ่อาจถูกลอบสังหารได้ทุกเมื่อ จับตาดูไอ้หนูนั่นต่อไป  เจ้าอย่าสร้างเรื่องเอิกเกริกเช่นเมื่อครู่อีก ข้าไม่อยากให้เรื่องนี้ไปถึงหูท่านแม่ทัพใหญ่"

"ข้าน้อยทราบแล้ว"

"ไปได้"

จิ่นติ้งยกมือประสานคารวะ แล้วหันหลังเดินจากมา

 

หย่งชิ่งมองถาดอาหารในมือระหว่างเดินกลับไปส่งที่กระโจมของท่านแม่ทัพใหญ่ นางใช้เข็มเงินตรวจพิษในอาหารทุกจานแล้วไม่พบสิ่งใดผิดปกติ เขาไว้วางใจนางถึงขนาดให้ยกสำรับไปให้ด้วยตัวเอง แล้วถ้านางวางยาพิษบนตะเกียบของเขาล่ะ ท่านอ๋องผู้โหดเหี้ยมจะตายด้วยน้ำมือของนาง

ยาพิษหนอนไชกระดูกเป็นหนึ่งในสิบอันดับพิษร้ายแห่งยุทธภพ ผู้ใดถูกพิษนี้จะต้องทนทรมานเจ็บปวดไปทั้งร่างกายเหมือนถูกหนอนกรดชอนไชไปทั่วไม่เว้นแม้แต่กระดูก ทรมานถึงเจ็ดวันเจ็ดคืนกระทั่งพิษไหลออกทางทวารทั้งเก้าสิ้นลมในที่สุด แต่สำหรับเขานางมีเวลาแค่เพียงหนึ่งราตรี เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว เขาจะต้องทนทุกข์ทรมานและนางจะเป็นผู้ลงดาบส่งเขาลงนรก เหมือนที่นางเคยถูกเขาทำร้ายเจียนตายมาแล้วครั้งหนึ่ง

อยู่หรือตาย?

มือที่จับถาดอาหารกำแน่นเกร็งจนเห็นเส้นเลือด

 

 

 

 

23/06/2558

 

เผลอแป๊บเดียวจะหมดเดือนแล้ว นักเขียนอยากร้องไห้งานยังไปไม่ถึงไหนเลย ไม่อยากให้กำหนดเสร็จคลาดเคลื่อน  พรุ่งนี้มีธุระค่ะ (ปกติจะออกไปทุกพุธ)

หย่งชิ่งจะจัดการกับท่านอ๋องอย่างไร ไว้คอยดูกันต่อไปนะคะ

อ่านคอมเมนต์แล้วหน้าบานมาก ดีใจที่ทำให้นักอ่านมีความสุขกันค่ะ ถึงจะไม่ได้ตอบคอมเมนต์เพราะมันเยอะมากและอาจจะกระทบกับงานต้องขออภัยด้วย  

นักเขียนได้แต่ขอบคุณหน้าจอคอมพ์ค่ะ (ตาแห้งอีกแล้ว)

 

亮林  เลี่ยงหลิน

 

 

 

 
















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 226 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,278 ความคิดเห็น

  1. #2271 สายฝนสีเทา (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 เมษายน 2559 / 11:43
    เหวินหรงรู้แน่ๆว่าเป็นชิ่งเอ๋อร์ ไม่เก็บอาการเลยนะท่านแม่ทัพ5555
    #2,271
    0
  2. #2261 รินหัวใจใส่ลาเต้ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 มีนาคม 2559 / 08:14
    เราว่าจะต้องรู้แน่ว่าเป็นนางเอก เพราะตอนคัดเลือกมีที่ไหนคว้ามือไปจับดูว่าด้านเพราะจับดาบ ยังกุมมือไม่ปล่อยอีก แล้วยังจูงมือเดินออกไป แล้วแอบยิ้มดีใจ เมื่อนางบอกยังไม่มีภรรยา ช่วยประคองปัดเส้นผมที่
    หลุดล่วง จูงมือไปนั่ง โอ๊ยยยไม่ใช่แระ รู้ท่านอ๋องรู้แล้วชัดๆ
    #2,261
    0
  3. #2123 เมมฟิส (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2558 / 11:43
    เห็นด้วยกับคห.ที่ 986 มากๆ ชิ่งเอ๋อร์จ๋าสืบหาความจริงก่อน อย่าเข้าใจผิดเหวินหรงน๊า

    เป็นห่วงชิ่งเอ๋อร์และเหวินหรงเรื่องยัยองค์หญิงเจ็ดมากๆ
    #2,123
    0
  4. #2006 เบียคุจัง (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 กันยายน 2558 / 09:09
    ไรท์ตาแห้งต้องร้องไห้บ่อยๆ ก็ช่วยได้แล้ว อิๆๆ จริงจริ๊ง!!
    #2,006
    0
  5. #1578 cherryme (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2558 / 18:41
    5kถามความจริงก่อนน้าาาาาาาาาาา
    #1,578
    0
  6. #1010 ladyberbatov (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2558 / 10:04
    ณ ตอนนี้บอกเลยว่าท่านอ๋อง พระเอกของเรา 

    รู้แล้วว่าเป็นนางเอกปลอมตัวมาชัวร์
    #1,010
    0
  7. #988 shikyu (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2558 / 23:29
    พวกพี่ๆทำไมไม่มีใครบอกกันนะ เหวินหรงเองก็เจ็บใจจะขาดเหมือนกันนะ
    #988
    0
  8. #986 คนที่เอ็นดูชิ่งเอ๋อร์ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2558 / 22:32
    ชิ่งเอ๋ออออ แล้วความจริงล่ะหนู อย่าลืมสืบหาความจริงซี

    ท่านอ๋องเค้ามีเหตุผลน้าา
    #986
    0
  9. #980 ข้าน้อย (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2558 / 19:38
    หย่งชิ่งเอาจริงอ๊ะ
    #980
    0
  10. #979 yuechan (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2558 / 17:54
    ความจะแตกก็คราวนี้แหละ
    #979
    0
  11. #978 wee (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2558 / 16:35
    ท่านแม่ทัพมีแผลที่ขาพอแล้วน้า ยัยหนู
    #978
    0
  12. #977 น้ำแพง (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2558 / 16:08
    อยากให้หย่งชิงรู้ความจริงเสียทีว่าท่านอ่องรักแค่ไหน
    #977
    0
  13. #976 ฝนธารา (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2558 / 12:34
    อยากให้จำได้เร็วๆจัง
    #976
    0
  14. #975 ( . * M o O Y o N g * . ) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2558 / 12:33
    ..... โอ้ววว. อย่างนะหย่งชิง.. ในเวลาท่านแม่ทัพพิสูจน์ตัวเองหน่อย.... ช่วงนี้ขาดน้ำตาล. อยากอ่านอะไรมุ้งมิ้งๆบ้าง
    #975
    0
  15. #974 toto (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2558 / 12:31
    เมื่อไหร่นางเอกจะปรับความเข้าใจสักที ว่าท่านอ๋องไม่ได้ตั้งใจฆ่า
    #974
    0
  16. #973 Varee Za (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2558 / 11:59
    สนุกอ่ะ ถ้าออกเป้นเล่มหนังสือ รบกวนบอกด้วยนะค่ะ เราจะอุดหนุนคนแรก 5555+ ชอบอ่ะไม่รุ้จะพูดไรดี เนื้อเรื่องไม่รีบร้อนจนเกินไป เหมือนเรากำลังมองเด้ก ที่กำลังเติบโตขึ้นจนเป้นสาว ฝั่งพระเอกก็ 55555+ หน้าจะรุ้แล้วช่ายไหม?ว่าเป้นนางเอกปลอมตัวมา หลอกถามไว้ก่อน สุดท้าย ขอบคุนที่อัพไห้อ่าน นะค่ะอัพต่อเรื่อยๆ นะ ชอบ ค่ะ
    #973
    3
    • #973-2 บินข้ามฟ้า (จากตอนที่ 18)
      5 กรกฎาคม 2558 / 18:26
      ชอบเหมือนกันเลยค่ะ เข้ามาส่องทุกวัน รอไรต์ทำเป็นเล่มอยู่เหมือนกัน จองไว้แล้ว 4 เล่ม จะเอาให้เพือนด้วย แต่ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้เล่ม รออ่านไปเรื่อยๆ มีความสุขในการอ่าน แต่ทรมานกับการรอคอยให้ไรต์มาอัพนี่สิ 😢
      #973-2
    • #973-3 บินข้ามฟ้า (จากตอนที่ 18)
      5 กรกฎาคม 2558 / 18:26
      ชอบเหมือนกันเลยค่ะ เข้ามาส่องทุกวัน รอไรต์ทำเป็นเล่มอยู่เหมือนกัน จองไว้แล้ว 4 เล่ม จะเอาให้เพือนด้วย แต่ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้เล่ม รออ่านไปเรื่อยๆ มีความสุขในการอ่าน แต่ทรมานกับการรอคอยให้ไรต์มาอัพนี่สิ 😢
      #973-3
  17. #972 ตาตี่แล้วงัย (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2558 / 11:14
    ไม่น้าาาาาา
    #972
    0
  18. #971 oho_aha (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2558 / 10:00
    ไรท์ ท่านอ๋องรู้ยังว่าเป็นหย่งชิ่ง
    #971
    0
  19. #970 oho_aha (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2558 / 10:00
    หย่งชิ่งอย่างหล่อ
    #970
    0
  20. #969 Nongnan (อะโอะ) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2558 / 09:47
    ไม่ไช่ว่าใส่ยาผิดนะ มีเฮเลยนะ ฮ่าๆ=w=
    #รอตอนต่อไปเจ้าคะ ><
    #969
    0
  21. #968 Airly (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2558 / 08:41
    อยากจะดูภาพวาดตอนอาบน้ำจริงๆเลยคร้า><

    (แอบหื่นนิดๆ)

    >ท่านอ๋อง จำหย่งชิ่งไม่ได้จริงๆหราเนี้ย

    >หย่งชิ่งถามท่านอ๋องตรงๆเถอะ ว่าเหตุใดจึงฆ่านาง

    อย่าเข้าใจกันผิดนาน สงสารท่านอ๋อง

    ตามมาอ่านแล้ว เป็นกำลังใจให้คุณนักเขียนนะคร้าา

    ¥_¥



    #968
    0
  22. #967 BlackCat [Disappear!!] (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2558 / 07:29
    วางยาเลย หนับหนุน
    #967
    0
  23. #966 nnewyearr (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2558 / 02:59
    ชิ่งเอ๋อ เจ้ามันโหดร้ายยยยยยย
    #966
    0
  24. #965 ราชาจันทร์ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2558 / 02:06
    หยงชิ่งคิดจะทำอะรายยย นั่นสามีในอนาคตของเอ็งนะเว้ยย
    #965
    0
  25. #964 su su writer (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2558 / 01:27
    Don't do that Yongching !
    #964
    0