God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 97 : ตอนที่ 92 คนน่าสมเพช

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,765
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 248 ครั้ง
    2 ก.พ. 63

                ฟางจ้งไม่กล้าเอ่ยวาจามากความอันใดอีก อันที่จริงตั้งแต่เจ้าสำนักปรากฏตัวขึ้นมา มันทำได้เพียงต้องตั้งสมาธิและทุ่มเททุกอย่างในการประลองเท่านั้น

            คงไม่ดีแน่หากมันแสดงเรื่องน่าอับอายขายหน้าต่อหน้าเจ้าสำนัก คู่ต่อสู้มีพลังต่ำกว่ามันถึงหนึ่งระดับชั้นเต็มๆ มันไม่ควรเปิดโอกาสให้ซ่งไป่หลางได้โจมตีหรือหลบหนีเลยด้วยซ้ำ

            เมื่อฟางจ้งเปิดเผยพลังทั้งหมดของมันออกมา ฝูงชนต่างตกตะลึงและเริ่มกระซิบต่อกัน พวกมันไม่นึกเลยว่าฟางจ้งจะลงมืออย่างเต็มกำลังกับผู้ที่มีพลังเพียงขั้นหนึ่งเหนือมนุษย์เท่านั้น

            หยุนป้อโกรธอย่างมาก เจ้าสารเลวฟางจ้ง ช่างไร้ยางอายยิ่งนัก

            มีเรื่องอันใดผิดกันเล่า ในการต่อสู้ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่ควรประมาททั้งนั้น การทุ่มพลังสุดตัวแม้ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ที่ได้เปรียบเป็นเรื่องที่ถูกต้อง เสียงเย้ยหยันดังขึ้นจากด้านหลังของหยุนป้อ

            เมื่อได้ยินเสียงนี้สีหน้าของหยุนป้อและสหายพลันมืดหม่นลงทันที ว่านไฉ่เอ๋อสั่นสะท้านแล้วรีบก้าวไปหลบหลังร่างกายใหญ่โตของหยุนป้อ

            คุณชายจ้าวมาแล้ว ลูกสมุนของฟางจ้งต่างอุทานด้วยความยินดี

            จ้าวหงพยักหน้าให้กับพวกมัน ข้ามาดูการลงทัณฑ์ที่ฟางจ้งจะมอบให้กับผู้ที่กล้าใช้ลูกไม้ทำลายเกียรติของสำนักเรา มันชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นรั่วอวี่และเหยาเสี่ยวฉาน แม้มันจะมีฐานะสูงส่งในฐานะลูกศิษย์อัจฉริยะทว่ามันยังคงไม่อาจเปรียบเทียบตนเองกับศิษย์ยอดพฤกษาได้ในตอนนี้

            คารวะศิษย์พี่เหยา แม่นางรั่วอวี่ แม้คำพูดของมันจะฟังดูนอบน้อมทว่ายังคงแฝงด้วยความโอหังและทะเยอทะยาน เหยาเสี่ยวฉานกวาดตามองจ้าวหงเพียงคราหนึ่งก่อนจะเมินเฉยต่อมันราวกับว่าจ้าวหงไม่มีตัวตน

            ขณะเดียวกันรั่วอวี่ลอบมองร่างที่กำลังสั่นสะท้านของว่านไฉ่เอ๋อ คิ้วของนางขมวดเข้าหากันเล็กน้อย เจ้าก็คือจ้าวหงสินะ ดูเหมือนฟางจ้งผู้นั้นจะปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าเป็นอย่างดี

            ถูกต้อง แม่นางรั่วอวี่ เป็นข้าที่สั่งให้มันไปจัดการกับซ่งไป่หลางเพื่อชำระเกียรติของสำนักเรา จ้าวหงหัวเราะออกมา

            ไร้สาระ เกียรติของสำนักพงไพรต้องใช้เจ้าช่วยรักษาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน รอให้สมุนของเจ้าเอาชนะซ่งไป่หลางให้ได้แล้วค่อยเอ่ยวาจาเถอะ รั่วอวี่ตอบโต้อย่างเย็นชา

            จ้าวหงหน้าเสียไปเล็กน้อยทว่ามันก็เก็บอาการอย่างรวดเร็ว มันไม่นึกเลยว่ารั่วอวี่จะแสดงท่าทีเช่นนี้ มันเคยได้ยินมาว่านางมีบุคลิกนิสัยเป็นกันเองและไม่เคยกดข่มผู้อื่น ทว่าสิ่งที่มันพบเจอนับว่าแตกต่างไปโดยสิ้นเชิง

            นังสารเลวกล้าพูดจาเช่นนี้กับข้าหรือ รอให้ข้ากลายเป็นศิษย์ยอดพฤกษาก่อนดูสิว่าข้าจะทำเช่นใดกับเจ้า มันเชื่อว่าหากมีเวลาอีกเล็กน้อยมันจะสามารถไล่ตามรั่วอวี่ได้ทันอย่างแน่นอน

            ขณะเดียวกันมันลอบมองใบหน้าอันงดงามและสัดส่วนที่สมบูรณ์แบบของรั่วอวี่ ภายใต้ดวงตาของมันฉายประกายชั่วร้ายที่ทำให้ผู้คนรู้สึกสะอิดสะเอียน

            แม่นางรั่วอวี่ไม่เชื่อว่าฟางจ้งจะเอาชนะสวะผู้นั้นหรือ?” จ้าวหงเอ่ยถาม

            ถูกต้อง รั่วอวี่ตอบกลับทันที นางไม่พอใจจ้าวหงอย่างมากจนกลายเป็นความเกลียดชังในระยะเวลาสั้นๆ

            เช่นนั้นเรามาเดิมพันกันดีหรือไม่ หากซ่งไป่หลางสามารถเอาชนะฟางจ้งได้ ข้ายินดีมอบอัญมณีศิลาลมปราณให้กับท่านหนึ่งพันก้อน แต่หากฟางจ้งสามารถบดขยี้ซ่งไป่หลางได้ ข้าขอให้ท่านยินยอมรับคำขอของข้าสามประการ

            แน่นอนว่าข้าย่อมไม่กล้าเอ่ยขอสิ่งที่ไม่สมควร อย่างไรก็ตามท่านมีสิทธิ์ในการปฏิเสธการเดิมพันนี้ ดวงตาของจ้าวหงฉายประกายเจ้าเล่ห์

            ไร้สาระยิ่งนัก อัญมณีศิลาลมปราณเพียงหนึ่งพันก้อนจะนับเป็นอันใดได้ ข้าจะใช้การเดิมพันที่เท่าเทียมกัน หากฟางจ้งชนะข้าจะจ่ายอัญมณีศิลาลมปราณให้กับเจ้าหนึ่งหมื่นก้อน แต่หากซ่งไป่หลางชนะเจ้าจะต้องมอบอัญมณีศิลาลมปราณหนึ่งหมื่นก้อนนั้นให้กับแม่นางผู้นี้

            รั่วอวี่ชี้ไปที่ร่างของว่านไฉ่เอ๋อ จ้าวหงขมวดคิ้วเล็กน้อยทว่ามันยังคงรักษาท่าทีของตน

            ดูเหมือนแม่นางรั่วจะเชื่อมั่นเป็นอย่างมากว่าซ่งไป่หลางจะชนะด้วยฝีมืออันอ่อนด้อยของมัน เช่นนั้นข้ายินดีรับเงื่อนไขของท่าน

            อัญมณีศิลาลมปราณหนึ่งหมื่นก้อนเป็นจำนวนที่มหาศาลยิ่งนัก แม้แต่ศิษย์ยอดพฤกษาเช่นรั่วอวี่ก็มีในครอบครองเพียงไม่กี่หมื่นก้อนเท่านั้น จ้าวหงแม้จะมีอิทธิพลแต่มันก็ยังไม่อาจสรรหาอัญมณีศิลาลมปราณได้มากถึงเพียงนั้น อย่างไรก็ตามมันไม่เชื่อว่าซ่งไป่หลางจะชนะอย่างเด็ดขาด

            บนลานประลอง ขณะที่ฟางจ้งได้เปิดเผยพลังทั้งหมดซ่งไป่หลางกลับทำเพียงยืนนิ่ง และทำราวกับว่าไม่เห็นฟางจ้งในสายตา

            ทำอันใดของเจ้า จงเตรียมพร้อมซะ มิฉะนั้นอย่าโทษว่าข้าเล่นงานเจ้าทีเผลอ ฟางจ้งคำรามด้วยความไม่พอใจ

            ซ่งไป่หลางเผยรอยยิ้มลึกลับ ก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบาทว่าคำพูดกลับส่งตรงถึงหูของฟางจ้ง สำหรับเจ้าแล้วนี่อาจจะนับเป็นการต่อสู้ แต่สำหรับข้าแล้วก็เป็นเพียงการละเล่นไร้สาระเท่านั้น จำเป็นต้องเตรียมพร้อมด้วยหรือ

            ดวงตาของฟางจ้งสาดประกายโหดเหี้ยมในทันที โอหังยิ่งนัก จงดูว่าข้าจะบดขยี้เจ้าอย่างไร

            แส้วารีปรากฏขึ้นอีกครั้ง ครานี้ฟางจ้งลงมืออย่างเต็มกำลังมันสร้างแส้วารีขึ้นพร้อมกันถึงสิบเส้นและฟาดเข้าหาซ่งไป่หลางโดยเล็งเป้าไปที่อวัยวะสำคัญทุกจุดบนร่างกาย ไม่มิได้ต้องการจัดการซ่งไป่หลางในทันทีอีกแล้วแต่ต้องการที่จะทรมานซ่งไป่หลางโดยการทำให้อยู่ในสภาวะพิการเสียก่อน

            แม้ว่าอักขระค่ายกลของลานประลองหลักจะช่วยให้รักษาอาการบาดเจ็บและป้องกันการตายได้ ทว่าก่อนที่การประลองจะสิ้นสุดซ่งไป่หลางจะต้องทนทุกข์กับความเจ็บปวดจนกว่ามันจะพอใจ

            ร่างของซ่งไป่หลางเคลื่อนตัวหลบแส้วารีอย่างคล่องแคล่ว ฟางจ้งแค่นเสียงมันย่อมตระหนักดีว่าซ่งไป่หลางมิมีทางปล่อยให้มันโจมตีโดยง่าย ทว่าเส้นแบ่งพลังหนึ่งระดับชั้นย่อมไม่ใช่สิ่งที่จะชดเชยได้โดยง่าย แส้วารีของฟางจ้งเคลื่อนไหวได้รวดเร็วราวกับอสรพิษ ต่อให้ซ่งไป่หลางหลบหลีกเพียงใดมันก็จะเลื้อยตามไปและโจมตีซ่งไป่หลางได้ในที่สุด

            นั่น เหยาเสี่ยวฉานและรั่วอวี่ตระหนักได้ถึงสิ่งผิดปกติ พวกนางหวนระลึกถึงตอนที่ซ่งไป่หลางเอาชนะหมาป่าวายุหางดาบ ตอนนั้นซ่งไป่หลางได้ใช้วิชาท่าเท้าบางอย่างทำให้เกิดร่างเสมือนขึ้น และในเวลานี้ก็เป็นเช่นเดียวกัน สิ่งที่ฟางจ้งกำลังไล่ตามอยู่เป็นเพียงร่างเสมือนของซ่งไป่หลางเท่านั้น

            ทว่าต่อให้เป็นพวกนางเองก็ยังยากที่จะมองเห็นร่างที่แท้จริงของซ่งไป่หลาง ภายใต้การปิดบังตัวตนด้วยละอองวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์

            มีเพียงเจ้าสำนักพงไพรเท่านั้นที่มองเห็นทุกอย่างได้อย่างชัดเจน ซ่งไป่หลางในเวลานี้เคลื่อนไหวอย่างลี้ลับไปยังด้านหลังของฟางจ้งโดยที่ไม่มีผู้ใดรู้ตัวเลยแม้แต่น้อย

            ฟางจ้งพลันหัวเราะขึ้นมา ในที่สุดแผนการของมันก็ประสบผลสำเร็จ มันสามารถบีบให้ซ่งไป่หลางหลบหนีไปยังขอบมุมด้านหนึ่งของลานประลอง หากซ่งไป่หลางไม่อยากพ่ายแพ้อย่างน่าสมเพชก็มีเพียงต้องต้านรับแส้วารีของฟางจ้งเท่านั้น มิเช่นนั้นก็เหลือเพียงทางเลือกเดียวคือต้องกระโดดลงจากลานประลอง

            เปรี้ยง!! แส้วารีของฟางจ้งฟาดปะทะเข้าที่แขน ขาและลำตัวของซ่งไป่หลาง มันจินตนาการถึงเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของซ่งไป่หลางเอาไว้อย่างชัดเจน ทว่าหลังจากการรอคอยกลับพบว่าไม่มีเสียงร้องดังขึ้นแม้เพียงเล็กน้อย

            ร่างของซ่งไป่หลางที่ถูกแส้วารีฟาดปะทะกลับสลายหายไป อันที่จริงแส้วารีมิได้ฟาดถูกสิ่งใดด้วยซ้ำ มันเพียงปะทะกับอากาศอย่างหนักจนเกิดเสียงเสียดหูเท่านั้น

            อืม ถือว่าไม่เลวทีเดียว เจ้าใช้เวลาน้อยกว่าที่ข้าคิดไว้ในการเล่นสนุกกับร่างเสมือนของข้า เสียงของซ่งไป่หลางดังขึ้นจากด้านหลังของฟางจ้ง ร่างของมันสั่นสะท้านด้วยความตกตะลึงก่อนที่จะรีบโคจรพลังลมปราณสร้างม่านพลังวารีขึ้นปกป้องตนเองและเคลื่อนร่างหลบออกจากจุดเดิมอย่างเร่งร้อน

            ทว่าทันทีที่ม่านวารีของมันปรากฏ มันกลับพบว่าเกิดความผิดพลาดในการควบคุมพลังขึ้น ทั้งมันยังถูกอะไรบางอย่างชนเข้าที่ขาจนทำให้เสียการทรงตัวและล้มลงบนพื้นลานประลอง

            ฝูงชนต่างตกตะลึงอย่างมาก เดิมทีพวกมันเห็นว่าซ่งไป่หลางกำลังถูกฟางจ้งไล่ต้อนและต้องเผชิญหน้ากับแส้วารีอันรุนแรง ทว่าพริบตาต่อมาร่างนั้นกลับหายไปและไปปรากฏตัวด้านหลังของฟางจ้ง

            หลังจากนั้นภาพที่พวกมันเห็นก็คือฟางจ้งเด้งตัวด้วยความตกใจ เป็นอาการตกใจที่รุนแรงจนทำให้มันสะดุดล้มขณะที่กำลังหลบหนี เมื่อคิดว่าฟางจ้งที่มีพลังขั้นหนึ่งรวมวิญญาณถูกซ่งไป่หลางที่มีพลังเพียงขั้นหนึ่งเหนือมนุษย์ทำให้ตกใจจนสะดุดล้มหน้าทิ่มแล้วนี่นับว่าน่าสมเพชอย่างมาก

            สีหน้าของจ้าวหงมืดหม่นลงทันที อย่างไรก็ตามมันไม่อาจเข้าใจได้ว่าซ่งไป่หลางใช้วิธีใดในการหายตัวไปอยู่ด้านหลังของฟางจ้ง

            แน่นอนว่าเป็นการโจมตีของซ่งไป่หลางที่ทำให้ฟางจ้งล้มลง อย่างไรก็ตามการโจมตีนี้รวดเร็วและแยบยลเกินไป แม้แต่ฟางจ้งก็ไม่อาจตระหนักได้ว่าตนล้มเพราะอะไรกันแน่ ทว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นทำให้มันรู้สึกอับอายเป็นอย่างมาก

            หืม มิใช่ว่าเจ้าต้องการที่จะบดขยี้ข้า?” ซ่งไป่หลางแสดงสีหน้าประหลาดใจ

            ซ่งไป่หลาง แค่เพียงเพราะว่าข้าพลาด อย่าคิดว่าเจ้าเป็นฝ่ายชนะแล้ว ฟางจ้งยังไม่เข้าใจว่าซ่งไป่หลางใช้กลวิธีอันใดจึงทำให้หายตัวไปได้ต่อหน้ามัน ทว่ามันไม่คิดว่าที่มันพลาดท่าล้มจะเป็นเพราะฝีมือของซ่งไป่หลาง

            ใบหน้าของซ่งไป่หลางปรากฏรอยยิ้มเย็นชา ตั้งแต่ที่ฟางจ้งคิดร้ายต่อตน เด็กหนุ่มก็ไม่คิดจะปล่อยให้มันสามารถเดินลงจากลานประลองได้อย่างสบายๆอยู่แล้ว ฟางจ้งจะต้องได้รับความอับอายให้สาสมกับความคิดมุ่งร้ายของมัน เช่นเดียวกันจ้าวหงที่เป็นนายของมันก็ต้องได้รับผลกระทบไปด้วย

            ฟางจ้งรีบดันตัวลุกขึ้น พร้อมกันนั้นมันได้ใช้วิชาอาณาเขตวารีออกมา ภายใต้อาณาเขตนี้มันจะสามารถสัมผัสได้ถึงสิ่งที่อยู่รอบตัว ต่อให้ซ่งไป่หลางต้องการใช้ลูกไม้ตบตามันก็ไม่อาจทำได้

            ซ่งไป่หลางประหลาดใจเล็กน้อยที่พบว่าฟางจ้งมีวิชาประเภทนี้ แต่เมื่อตระหนักได้ว่ามันเป็นเพียงวิชาระดับลึกลับ เด็กหนุ่มก็มิได้สนใจอันใดอีก หากวิชาระดับลึกลับสามารถต้านทานวิชาระดับสวรรค์ได้มันก็ไม่ควรจะมีการแบ่งระดับวิชาอีกต่อไป

            ภายใต้อาณาเขตวารี ฟางจ้งเชื่อมั่นว่ามันจะสามารถจับตัวซ่งไป่หลางได้ ครั้งนี้มันมิได้โจมตีด้วยแส้วารีแต่พุ่งเข้าประชิดด้วยตนเอง จากนั้นวาดฝ่ามือของมันโจมตีเข้าใส่ซ่งไป่หลางอย่างรวดเร็ว

            ฝ่ามือคลื่นวารีบดกระแทก

            เบื้องหน้าฝ่ามือของฟางจ้ง พลังวารีได้รวมตัวกันแล้วพุ่งออกไป มันทะลุผ่านร่างของซ่งไป่หลางไปอย่างน่าหวาดหวั่น

            แต่เมื่อฝ่ามือของฟางจ้งทะลุผ่านไป ร่างของซ่งไป่หลางก็ได้หายไปอีกครั้ง

            เป็นไปไม่ได้ ฟางจ้งอุทานด้วยความตื่นตระหนก อาณาเขตวารีของมันยังคงยืนยันอย่างชัดเจนว่าซ่งไป่หลางยืนอยู่ตรงหน้ามันจนถึงก่อนหน้านี้ แต่หลังจากที่มันโจมตีมันกลับพบว่าไม่อาจหาตำแหน่งของซ่งไป่หลางได้พบ

            เป็นอะไรไป เจ้าไม่คิดจะบดขยี้ข้าแล้วรึ เสียงของซ่งไป่หลางดังขึ้นจากด้านหลังอีกครั้ง ฟางจ้งรีบหมุนตัวอย่างรวดเร็วและซัดฝ่ามือออกไป แต่มันกลับพบว่าร่างของซ่งไป่หลางอยู่ห่างไปหลายสิบจั้งทำให้ฝ่ามือของมันฟาดได้เพียงแค่อากาศที่ว่างเปล่า

            เขาถึงกับปั่นหัวฟางจ้งได้อย่างง่ายดาย ด้านนอกลานประลอง หยุนป้อและสหายที่เหลือต่างงุนงงเป็นอย่างมาก พวกมันไม่อาจทำความเข้าใจได้ว่าซ่งไป่หลางใช้วิธีใดในการหลบหนีการโจมตีของฟางจ้ง

            มันก็เพียงแค่ใช้ลูกไม้เล่ห์กลชั้นต่ำเท่านั้น หากมันมีฝีมือจริงย่อมสามารถจัดการกับฟางจ้งได้ หลังจากที่มันมีโอกาสมากมาย ลูกน้องของจ้าวหงตะโกนออกมาเสียงดัง

            แม้แต่ฟางจ้งก็ได้ยินคำพูดนี้ มันตระหนักได้ทันทีถึงความจริงบางอย่าง ใบหน้าของมันปรากฏรอยยิ้มเย้ยหยันขึ้น ซ่งไป่หลาง เจ้าคงคิดว่าขอแค่ถ่วงเวลาและใช้ลูกไม้บางอย่างปั่นหัวข้าได้สำเร็จก็จะแสดงให้เห็นว่าเจ้ามีคุณสมบัติพอที่จะเป็นศิษย์ของสำนักพฤกษาสินะ ในความเป็นจริงเจ้าคงทำได้เพียงแค่หนีไปมาและไม่อาจทำอันใดแก่ข้าได้

            ซ่งไป่หลางเลิกคิ้ว ฟางจ้ง ในขณะที่เจ้าไม่สามารถแม้แต่จะสัมผัสตัวของข้า เจ้ากลับเอ่ยวาจาท้าทายให้ข้าลงมือต่อเจ้างั้นหรือ เจ้าไม่ละอายใจเลยหรือไง

            เฮอะ หากเจ้าคิดว่าอาศัยลูกไม้โง่ๆเช่นนี้จะทำให้เจ้ารอดไปได้ ข้าคงต้องทำให้เจ้าได้เรียนรู้ถึงขอบเขตของผู้มีพลังระดับรวมวิญญาณซะบ้าง

            ฟางจ้งหลับตาลงก่อนจะเริ่มรวบรวมพลัง หลังจากที่พลังลมปราณของมันถูกสะสมอย่างต่อเนื่องทำให้บรรยากาศรอบตัวของมันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

            หยุนป้อสีหน้าแปรเปลี่ยน แย่แล้ว ฟางจ้งต้องการใช้วิชาคลื่นวารีไร้จุดจบ มันเป็นวิชาระดับมหัศจรรย์และเป็นวิชาที่มีขอบเขตการทำลายกว้างอย่างยิ่ง ต่อให้ซ่งไป่หลางมีความสามารถด้านการหลบหลีกมากเพียงใดก็ไร้ประโยชน์ต่อหน้าวิชานี้

            จ้าวหงไม่พอใจเล็กน้อย เพื่อที่จะจัดการขยะชิ้นหนึ่งกลับต้องใช้วิชาระดับมหัศจรรย์ นี่ออกจะเสียเปล่าจนเกินไปแล้ว

            มันไม่นึกเลยว่าซ่งไป่หลางจะสามารถเอาตัวรอดได้อย่างต่อเนื่องทั้งยังสร้างความอับอายให้กับฟางจ้งได้ถึงสองครั้ง จนตอนนี้มันได้กระตุ้นโทสะของฟางจ้งและทำให้ฟางจ้งตัดสินใจลงมือด้วยวิชาที่แข็งแกร่งที่สุด

            ระหว่างที่ฟางจ้งกำลังรวบรวมพลัง แม้จะกำลังหลับตาอยู่แต่ฟางจ้งได้สังเกตกลิ่นอายของซ่งไป่หลางตลอดเวลา หากซ่งไป่หลางพยายามเข้ามาขัดจังหวะมันจะปลดปล่อยพลังที่รวบรวมออกไปทันที วิชาคลื่นวารีไร้จุดจบของมันไม่จำเป็นต้องปลดปล่อยหลังรวบรวมพลังเสร็จสิ้น แต่สามารถปลดปล่อยตอนไหนก็ได้เพียงแต่พลังทำลายจะลดลงหากสะสมพลังได้น้อย

            อย่างไรก็ตามหากซ่งไป่หลางเข้ามาใกล้มากพอพลังทำลายนี้มากพอที่จะบดขยี้มันได้อย่างแน่นอน

            ซ่งไป่หลางหัวเราะเบาๆ เจ้าต้องการให้ข้าเข้าไปโจมตีเจ้าในตอนนี้ ไร้ประโยชน์ ต่อให้เจ้ารวบรวมพลังจนเต็มที่เจ้าก็ไม่อาจทำอันใดข้าได้

            เจ้าจะโอหังได้ก็แค่ตอนนี้เท่านั้น ฟางจ้งแค่นเสียง ในเมื่อซ่งไป่หลางไม่เข้ามามันก็ยินดีที่จะรวบรวมพลังจนเต็มที่และปลดปล่อยพลังที่มีรัศมีเท่ากับทั้งลานประลอง มันมั่นใจว่าซ่งไป่หลางจะต้องพ่ายแพ้ในพริบตา

            ระหว่างที่กำลังเพลิดเพลินไปกับชัยชนะในจินตนาการ ฟางจ้งกลับรู้สึกแปลกประหลาดราวกับว่าน้ำหนักบางส่วนของร่างกายมันได้ขาดหายไป ก่อนที่มันจะรู้ตัวมันตระหนักได้ว่ามีของเหลวบางอย่างพุ่งออกจากร่างกาย

            อะไรกัน สีหน้าของจ้าวหงแปรเปลี่ยนไปทันที ระหว่างที่ทั้งสองฝ่ายกำลังสนทนากัน ในพริบตาเดียวร่างของซ่งไป่หลางได้ปรากฏตัวด้านหลังของฟางจ้ง และใช้ดาบวารีตัดแขนของฟางจ้งออกเสมอไหล่ เป็นการตัดที่เรียบง่ายแต่เฉียบคมอย่างยิ่ง

            เมื่อมองเห็นโลหิตที่พุ่งออกจากไหล่ของตนเอง ฟางจ้งพลันกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด มันถึงกับลืมเลือนพลังที่เก็บสะสมเอาไว้และปล่อยให้มันระเบิดออกมาโดยไม่ทันควบคุม ทันใดนั้นมันถูกพลังของตนเองกระแทกจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ในขณะที่ซ่งไป่หลางยืนอยู่ด้านหลังของฟางจ้ง ใช้ร่างของอีกฝ่ายเป็นโล่กำบังแรงระเบิดที่เกิดขึ้นอย่างสบายอารมณ์

            เกิดอะไรขึ้น ฝูงชนต่างตกตะลึงจนไม่อาจหาคำอธิบายใดๆได้ แม้พวกมันจะเห็นว่าฟางจ้งได้ผิดพลาดอย่างโง่งมสองครั้งสองครา พวกมันยังคงเชื่อว่าฟางจ้งจะสามารถเอาชนะได้อย่างง่ายดาย

            แต่เวลานี้ทุกสิ่งกลับพลิกเปลี่ยนในเสี้ยวลมหายใจ หลังจากที่ฟางจ้งตัดสินใจใช้วิชาระดับมหัศจรรย์ มันได้ถูกลอบโจมตีโดยซ่งไป่หลาง ทั้งยังสูญเสียการควบคุมพลังของตนเองทำให้วิชาเกิดความผิดพลาดและได้รับผลสะท้อนอย่างรุนแรง

            ตั้งแต่ที่ฟางจ้งเรียกใช้วิชาคลื่นวารีไร้จุดจบ ซ่งไป่หลางก็ได้ตัดสินใจที่จะมอบความพ่ายแพ้ให้กับมัน วิชานี้มีส่วนคล้ายคลึงกับวิชาหยาดวารีหมื่นสังหาร นั่นคือจำเป็นต้องใช้เวลาในการรวบรวมพลัง และหากถูกรบกวนมีโอกาสที่จะสูญเสียการควบคุมและต้องเผชิญหน้ากับผลสะท้อนอันน่าสะพรึงกลัว

            แม้ว่าวิชาคลื่นวารีไร้จุดจบจะอ่อนด้อยอย่างมากเมื่อเทียบกับวิชาหยาดวารีหมื่นสังหาร แต่มันก็เพียงพอที่จะตัดสินผลการต่อสู้ครั้งนี้ได้

            ซ่งไป่หลางไม่ได้ต้องการเอาชนะฟางจ้งด้วยพลังที่เหนือชั้น แต่ต้องการให้มันพ่ายแพ้อย่างไม่เต็มใจ ขณะเดียวกันการทำให้มันพ่ายแพ้เพราะสูญเสียการควบคุมวิชาของตนเอง นี่นับเป็นการพ่ายแพ้ที่น่าอับอายเป็นอย่างยิ่งพิมพ์เนื้อหาตรงนี้
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 248 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #148 ภูติที่โบยบิน (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 02:10
    อยากให้พระระดับเพิ่มเร็วๆ
    #148
    0