God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 96 : ตอนที่ 91 เรื่องราวที่เริ่มใหญ่โต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,735
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 227 ครั้ง
    1 ก.พ. 63

          ได้ฟังคำพูดของซ่งไป่หลาง เหยาเสี่ยวฉานถึงกับรู้สึกพูดไม่ออกเป็นครั้งแรก นางไม่คิดเลยว่าซ่งไป่หลางจะพยายามทำให้นางต้องปวดหัวด้วยการข่มขู่ว่าจะเปิดเผยเรื่องนี้ อันที่จริงต่อให้ซ่งไป่หลางบอกความจริงว่านางเป็นคนควบคุมการทดสอบและรับมันเข้ามาในสำนักมันก็มิได้ทำให้นางต้องเดือดร้อนอันใดแม้แต่น้อย

            ทว่าหลังจากที่ฟางจ้งพูดใส่ร้ายว่าซ่งไป่หลางได้คดโกงและเข้าร่วมสำนักโดยไม่โปร่งใสมันจึงกลายเป็นอีกเรื่องไปโดยสิ้นเชิง หากซ่งไป่หลางเปิดเผยเรื่องนี้ออกมาก็เท่ากับว่าฟางจ้งได้ใส่ร้ายศิษย์ยอดพฤกษาเช่นนาง และเหยาเสี่ยวฉานก็ต้องลงโทษฟางจ้งสำหรับคำพูดของมัน

            หมายความว่าซ่งไป่หลางใช้วิธีสนองดาบคืนผู้ใช้พร้อมกับยืมดาบฆ่าคนไปพร้อมกัน

            เหยาเสี่ยวฉานรีบพูดทันที อันที่จริงสำนักของพวกเรามีการตรวจสอบและคัดเลือกบุคคลที่ค่อนข้างเข้มงวด แม้ว่าคนผู้นี้จะเข้าร่วมสำนักในการทดสอบนอกรอบ ทว่าตราบใดที่มันผ่านการทดสอบและกลายเป็นศิษย์ของสำนักพงไพรก็แปลว่าต้องเป็นเช่นนั้น หรือเจ้าจะบอกว่าสำนักของพวกเราไม่ได้มาตรฐานงั้นหรือ?”

            ฟางจ้งสีหน้าแปรเปลี่ยน มันไม่คิดเลยว่าเหยาเสี่ยวฉานจะออกหน้าช่วยเหลือซ่งไป่หลาง ศิษย์พี่เหยาโปรดพิจารณาด้วย จะเป็นไปได้อย่างไรที่ผู้มีพลังน้อยนิดเช่นนี้จะเข้าร่วมกับสำนักพงไพรได้ เว้นเสียแต่ว่ามันมีความสามารถด้านการปรุงโอสถเหนือล้ำกว่าผู้อื่น ทว่าไม่กี่วันก่อนมันเพิ่งได้เริ่มศึกษาศาสตร์การปรุงโอสถที่หอตำราเบื้องต้น ดังนั้นเรื่องนี้ย่อมเป็นไปไม่ได้เช่นกัน

            เหยาเสี่ยวฉานเริ่มหงุดหงิดเล็กน้อย นางอุตส่าห์พยายามเปิดหนทางถอยให้กับฟางจ้ง แต่อีกฝ่ายกลับดื้อรั้นและพยายามหาเรื่องซ่งไป่หลางอย่างต่อเนื่อง ยิ่งเมื่อนางเห็นใบหน้าที่กำลังพยายามเก็บซ่อนรอยยิ้มของซ่งไป่หลางนางก็ยิ่งรู้สึกไม่พอใจมากยิ่งขึ้น

            เอาแบบนี้เป็นอย่างไร ในเมื่อเจ้าสงสัยในความสามารถของมัน พวกเจ้าก็จงกลับไปยังสำนักและต่อสู้กันบนลานประลอง พื้นที่ลานประลองมีอักขระค่ายกลช่วยชีวิตย่อมไม่ทำให้ผู้ใดได้รับอันตราย ข้าจะจับตาดูการต่อสู้ของพวกเจ้าด้วยตนเอง หากข้าตัดสินว่ามันมีคุณสมบัติต่อให้มันพ่ายแพ้เจ้าก็ไม่มีสิทธิ์เอ่ยวาจาเหลวไหลอันใดอีก เหยาเสี่ยวฉานพยายามคิดหนทางอย่างเร่งรีบ

            นางไม่คิดเลยว่าจะต้องมาเสียเวลาและความคิดไปกับเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ หากนางไม่ลอบติดตามซ่งไป่หลางและสร้างความเดือดร้อนให้กับเด็กหนุ่มนางก็คงไม่ต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์เช่นนี้

            ศิษย์พี่เหยา พลังของซ่งไป่หลางเป็นเพียงขั้นหนึ่งเหนือมนุษย์เท่านั้น จะสามารถประลองกับผู้มีพลังขั้นรวมวิญญาณได้อย่างไร หยุนป้อรีบขัดขึ้นมาทันที

            เหยาเสี่ยวฉานหันมามองหยุนป้อ รอยยิ้มของนางยังคงเปิดเผยทว่ากลับแฝงด้วยรังสีอำมหิตที่ทำให้แม้แต่หยุนป้อยังต้องชะงักและเงียบปากของมัน

            ข้าได้รับรองไว้แล้วว่าพวกมันจะปลอดภัยภายใต้การประลองในพื้นที่ลานประลองหลัก และจะตัดสินคุณสมบัติของมันโดยมิสนใจผลแพ้ชนะ พวกเจ้าทั้งหมดยังมีผู้ใดไม่เห็นด้วยหรือไม่ เหยาเสี่ยวฉานถามทีละคำด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าเย็นเยียบ

            เห็นได้ชัดว่าเหยาเสี่ยวฉานหัวเสียแล้วจริงๆ ดังนั้นจึงไม่มีผู้ใดกล้าโต้แย้งออกมาอีก หยุนป้อลำบากใจเล็กน้อยทว่ามันยังคงเชื่อว่าเหยาเสี่ยวฉานจะไม่รังแกผู้คนจนเกินไป

            รั่วอวี่กลอกตาเล็กน้อยก่อนจะมองซ่งไป่หลางด้วยสายตาตำหนิ ตั้งแต่ตอนที่ซ่งไป่หลางได้ใช้วิธีบีบบังคับให้นางหรือเหยาเสี่ยวฉานต้องแสดงตัวทั้งยังปั่นหัวเหยาเสี่ยวฉานไปมา นางไม่รู้ว่าซ่งไป่หลางกำลังคิดอะไรอยู่แต่ในเมื่อผลลัพธ์จบลงที่การประลอง เกรงว่าซ่งไป่หลางจะไม่สามารถปิดบังความโดดเด่นได้อีกต่อไปแล้ว

            อย่างไรก็ตามนั่นไม่ใช่ปัญหาของนาง หากซ่งไป่หลางถูกจับตามองและฉายประกายโดดเด่นบางทีอาจจะส่งผลดียิ่งกว่าเดิม โดยเฉพาะหากสามารถผลักดันตนเองขึ้นสู่ระดับศิษย์ยอดพฤกษาได้อย่างรวดเร็วซ่งไป่หลางก็จะมีหนทางในอนาคตมากยิ่งขึ้น

            ในเมื่อซ่งไป่หลางได้ตัดสินใจเลือกเส้นทางนี้นางก็ไม่คิดจะเอ่ยอันใด เพียงแค่จะคอยเฝ้าดูเท่านั้น

            พวกเรากลับไปยังสำนัก เหยาเสี่ยวฉานเอ่ยอย่างเฉียบขาด พร้อมกันนั้นนางได้ขยับมือไปมากลางอากาศ อักขระค่ายกลพลันปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็วท่ามกลางความตกตะลึงของซ่งไป่หลางและพวกฟางจ้ง

            สมแล้วที่เป็นศิษย์พี่เหยา ความสามารถด้านอักขระค่ายกลนับเป็นอันดับหนึ่งของคนรุ่นเยาว์

            ซ่งไป่หลางพิจารณาค่ายกลของนางด้วยความสนใจ นี่คือค่ายกลเคลื่อนย้ายมิติไม่ผิดแน่ ทว่ามันสามารถใช้ได้กับคนจำนวนมากกว่าสิบคน นอกจากนั้นนางยังสามารถสร้างมันได้ในพริบตา ต่อให้เป็นระยะทางไม่ถึงพันลี้แต่ก็นับว่ายอดเยี่ยมมากทีเดียว

            ดูแล้วด้วยความสามารถของเราก็น่าจะทำได้ แต่ต้องศึกษาเพิ่มเติมเนื่องจากอักขระเทวะต้นกำเนิดมีความซับซ้อนกว่าอักขระที่นางใช้หลายเท่า

            ความสามารถด้านอักขระค่ายกลยังคงเป็นไพ่ตายลับของซ่งไป่หลาง แม้แต่เหยาเสี่ยวฉานหรือรั่วอวี่ก็ยังไม่รู้ว่าเด็กหนุ่มมีความสามารถด้านนี้ด้วย

            หลังจากที่เหยาเสี่ยวฉานสร้างค่ายกลเสร็จสิ้น ร่างของคนทั้งหมดก็ได้หายไปจากจุดเดิมและไปปรากฏที่เขตตะวันออกของสำนัก เหยาเสี่ยวฉานและรั่วอวี่ใช้วิธีการบางอย่างทำให้ผู้คนไม่สามารถสังเกตพวกนางได้อย่างชัดเจนเว้นเสียแต่จะตั้งใจมองอย่างจริงจัง ดังนั้นคนทั่วไปจึงไม่แตกตื่นไปกับการปรากฏตัวของพวกนาง

            ไปที่ลานประลองหลัก เหยาเสี่ยวฉานเอ่ยสั้นๆก่อนจะเดินนำทุกคนไปทันที

            เจ้าจงไปเรียกคุณชายจ้าวมาด้วย ให้คุณชายได้เห็นภาพที่ข้าจัดการซ่งไป่หลางจนยับเยิน ฟางจ้งกระซิบบอกกับลูกน้องของตน

            หยุนป้อเองก็รีบวิ่งจากไปทันที มันต้องไปตามพวกว่านหลิงและสมาชิกคนอื่นๆ

            ซ่งไป่หลางมิได้สนใจอะไรมากนัก เพียงเดินตามเหยาเสี่ยวฉานด้วยรอยยิ้มเฉยเมย ทำราวกับว่านี่ไม่ใช่เรื่องของตนเอง

            รั่วอวี่ลังเลเล็กน้อย ทว่าในที่สุดนางได้ส่งข้อความบางอย่างไปให้กับใครบางคน

            ลานประลองหลักนั้นเป็นสถานที่ที่ครึกครื้นและมีคนมากมายวนเวียนไปมา นั่นเพราะกิจกรรมการประลองระหว่างลูกศิษย์มักจะเกิดขึ้นตลอดเวลา มีทั้งการประลองแบบไม่จริงจังไปจนถึงการประลองระหว่างคู่แค้นที่ต้องการท้าเดิมพันบางอย่าง ในเวลานี้ก็มีคนคู่หนึ่งกำลังประลองอยู่เช่นกัน

            แม้เหยาเสี่ยวฉานจะมีฐานะสูงส่ง แต่นางตัดสินใจที่จะรอให้การต่อสู้จบลงไปก่อนแล้วค่อยส่งซ่งไป่หลางและฟางจ้งขึ้นสู่ลานประลอง

            ทว่านึกไม่ถึงว่าคู่ประลองก่อนหน้าจะเป็นคู่ประลองที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก จำนวนผู้ชมมีมากกว่าหนึ่งพันคนและมีท่าทีว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจากเสียงตะโกนเชียร์ที่ดังขึ้นตลอดเวลา เหยาเสี่ยวฉานเริ่มรู้สึกไม่มั่นใจว่าควรจะให้ซ่งไป่หลางขึ้นไปประลองดีหรือไม่

            หากซ่งไป่หลางขึ้นไปหลังจากการประลองคู่นี้จบลง ด้วยระดับพลังอันโดดเด่นไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะมีคนจำนวนมากมายให้ความสนใจอย่างแน่นอน

            เดิมทีนางคิดว่าต่อให้ซ่งไป่หลางแสดงออกและกลายเป็นข่าวลือไปบ้างก็ไม่เป็นไร เพราะตราบใดที่ยังไม่ได้เห็นด้วยตาของตนเองคงมีไม่กี่คนที่เชื่อข่าวลือเช่นนี้ ทว่าหากมีคนจำนวนมากได้เห็นฝีมือของซ่งไป่หลางด้วยตาตนเอง เช่นนั้นก็เป็นอีกเรื่องแล้ว

            ซ่งไป่หลางเองก็ประหลาดใจเช่นกัน ทว่านี่ไม่ได้ทำให้เด็กหนุ่มเปลี่ยนท่าทีแม้แต่น้อย รอยยิ้มลึกลับปรากฏบนมุมปากของซ่งไป่หลาง ขณะเดียวกันเซี่ยหยางก็ลอบหัวเราะอยู่ในห้วงวิญญาณของเด็กหนุ่ม

            ดูเหมือนเจ้าจะโชคดีไม่น้อยเลย เช่นนี้ย่อมต้องเป็นไปตามความต้องการของเจ้าเป็นแน่

            ในที่สุดการประลองนั้นก็จบลง ผู้ชนะนั้นเป็นศิษย์ที่มีพลังระดับรวมวิญญาณขั้นสอง นับว่าเป็นอัจฉริยะที่แข็งแกร่งคนหนึ่ง ทว่าหากนำไปเทียบกับว่านหลิง ว่านไฉ่เอ๋อหรือว่าจ้าวหงมันก็ยังเป็นรองอยู่หลายขั้น

            ก่อนที่ซ่งไป่หลางจะได้ขึ้นสู่ลานประลอง หยุนป้อและสหายของมันได้วิ่งมาถึง ด้านหลังยังมีร่างบอบบางของว่านไฉ่เอ๋อด้วย แววตาของนางสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อพบเจอผู้คนมากมายบริเวณลานประลอง ภายใต้การบีบคั้นของจ้าวหงทำให้นางมีจิตใจที่เปราะบางและอ่อนแอเป็นอย่างยิ่ง

            ซ่งไป่หลาง เจ้าคิดจะประลองจริงๆหรือ หยุนป้อกระซิบถามอย่างรวดเร็ว มันไม่กล้าขัดใจเหยาเสี่ยวฉานแต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะเป็นห่วง

            ซ่งไป่หลางยิ้มให้อีกฝ่าย ถูกต้องแล้ว ข้าจะลงประลอง มิต้องเป็นห่วงไป ศิษย์พี่เหยาได้เอ่ยอย่างหนักแน่นว่าจะไม่มีผู้ใดได้รับอันตราย และการประลองนี้ก็จะช่วยให้ข้าคลี่คลายปัญหาไปได้หลายอย่างทีเดียว

            หยุนป้อขมวดคิ้วเล็กน้อย หากเจ้าตัดสินใจเช่นนั้นก็ไม่เป็นไร แต่อย่างน้อยเจ้าต้องป้องกันตัวให้ดี นี่คือเกราะหนามปฐพี แม้จะเป็นแค่สมบัติระดับลึกลับแต่มันก็เป็นอุปกรณ์ป้องกันชั้นยอด หากใส่เจ้านี่ไว้ฟางจ้งจะต้องเผชิญความยากลำบากในการจัดการกับเจ้าเป็นแน่

            ซ่งไป่หลางรู้สึกซาบซึ้งในใจ นั่นเพราะสำหรับหยุนป้อแล้วเกราะหนามปฐพีไม่เพียงแค่เป็นสมบัติระดับลึกลับ มันยังเป็นอาวุธประจำตัวที่มีค่ามากที่สุดอีกด้วย การที่หยุนป้อมอบมันให้กับตนนับว่าเป็นน้ำใจที่ยิ่งใหญ่อย่างมาก

            ข้าไม่อาจรับมันเอาไว้ได้ อันที่จริงข้ามีวิธีบางอย่างที่จะใช้จัดการกับฟางจ้ง และการปล่อยให้มันประมาทข้าจะเป็นหนทางที่ง่ายดายที่สุด ซ่งไป่หลางกระซิบตอบ

            หยุนป้อประหลาดใจเล็กน้อย ตอนแรกมันคิดว่าซ่งไป่หลางเพียงพูดเพื่อให้มันสบายใจ ทว่าเมื่อมองไปยังดวงตาที่เต็มไปด้วยความสงบและเชื่อมั่นของอีกฝ่าย มันได้แต่พยักหน้าอย่างจำใจ

            สหาย ความกล้าหาญของเจ้าช่างยิ่งใหญ่นัก ข้านับถือเจ้าจริงๆ อีกสามคนที่เหลือต่างให้กำลังใจซ่งไป่หลาง ต่อให้ผลปรากฏว่าซ่งไป่หลางพ่ายแพ้ พวกมันก็จะยังคงนับถือซ่งไป่หลางในด้านของจิตใจ

            ซ่งไป่หลาง เจ้าอย่าฝืนนะ ว่านไฉ่เอ๋อเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาและสั่นเครือ นี่เป็นครั้งแรกที่นางเอ่ยปากต่อหน้าซ่งไป่หลาง

            เด็กหนุ่มประหลาดใจเล็กน้อย เมื่อมองเห็นท่าทีสั่นกลัวของนางเด็กหนุ่มก็รู้สึกโกรธ ตามที่ได้ยินมาว่านไฉ่เอ๋อเคยเป็นหญิงสาวที่สดใสและร่าเริง จนกระทั่งจ้าวหงได้ปรากฏตัวขึ้นมาและคุกคามนางอย่างหนัก มันทำให้บุคลิกของนางเปลี่ยนไปและกลายเป็นคนขี้ขลาดเช่นนี้

            จ้าวหง แม้พวกเราจะไม่เคยมีความแค้นต่อกัน ทว่าคนกลุ่มนี้นับว่าจริงใจต่อข้า ดังนั้นข้าย่อมนับเจ้าเป็นศัตรูเช่นกัน วันนี้ข้ายังไม่มีโอกาสจัดการกับเจ้า แต่ข้าจะทำให้ลูกน้องของเจ้าต้องเจ็บปวดเป็นอันดับแรก

            ซ่งไป่หลางตบไหล่ของว่านไฉ่เอ๋อเบาๆทำให้นางสะดุ้งเล็กน้อย เด็กหนุ่มเผยรอยยิ้มจริงใจ ว่านไฉ่เอ๋อ ข้าจะทำให้พวกมันต้องชดใช้กับสิ่งที่ได้ทำ

            แล้วว่านหลิงละ นางไม่ได้มาที่นี่หรือ คำถามของซ่งไป่หลางทำให้หยุนป้อขมวดคิ้วเล็กน้อย

            นางถูกผงดึงดูดสัตว์ปีศาจเข้าทำให้ต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งในการกำจัดกลิ่นอายของมัน จนกว่าจะถึงตอนนั้นนางจะไม่สามารถเข้าสู่เขตชั้นในของสำนักได้ แต่เวลานี้นางมีศิษย์ระดับรวมวิญญาณอีกหลายคนคอยดูแลอยู่ ดังนั้นจึงไม่ต้องเป็นห่วงความปลอดภัยนัก

            ซ่งไป่หลางลอบมองเหยาเสี่ยวฉานด้วยสายตาไม่พอใจ นางเองก็รับรู้ได้เช่นกันทว่านางมิได้แสดงท่าทีอันใด ต่อให้มันเป็นความผิดนางแต่หากไม่มีผู้อื่นรู้มันก็ไม่อาจนับเป็นอันใดได้

            ฟางจ้งขึ้นไปบนลานประลองแล้ว รั่วอวี่เอ่ยขึ้นมาลอยๆ สายตาของทุกคนจึงได้มองขึ้นไปบนลานประลองอย่างพร้อมเพรียงกัน

            เอ๋ ยังมีการประลองต่ออีกหรือ ผู้คนจำนวนมากที่กำลังจะจากไปเนื่องจากการต่อสู้ที่น่าสนใจได้จบลงเริ่มหยุดชะงัก พวกมันต่างมองไปยังร่างของฟางจ้งทำให้มันกลายเป็นจุดสนใจของคนจำนวนนับพัน

            ฟางจ้งไม่เคยได้รับความรู้สึกเช่นนี้มาก่อน ตอนนี้มันรู้สึกราวกับว่าตนเองกำลังจะลอยขึ้นไปบนฟ้า การประลองครั้งนี้มันจะบดขยี้ซ่งไป่หลางอย่างง่ายดายและพิสูจน์ว่าซ่งไป่หลางคือความด่างพร้อยของสำนัก จากนั้นจะขอให้เหยาเสี่ยวฉานขับไล่ซ่งไป่หลางออกไปต่อหน้าผู้คนนับพัน

            พร้อมกันนั้นมันจะใช้เรื่องนี้ทำลายชื่อเสียงของว่านหลิงและว่านไฉ่เอ๋อ จากนั้นจ้าวหงจะต้องตกรางวัลให้มันอย่างแน่นอน

            ซ่งไป่หลาง จงก้าวขึ้นมาบนลานประลองและรับบทลงโทษสำหรับการคดโกงของเจ้า ฟางจ้งอ้าปากคำรามเสียงดัง

            ภายใต้เสียงตะโกนของฟางจ้ง มันได้ก่อให้เกิดความสนใจในมวลชนจำนวนมาก ไม่มีใครเคยได้ยินชื่อซ่งไป่หลางมาก่อน ทว่าคำพูดของฟางจ้งทำให้พวกมันทุกคนต่างอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างฟางจ้งและซ่งไป่หลาง

            หลังจากเสียงตะโกนของฟางจ้ง ซ่งไป่หลางทะยานร่างขึ้นไปบนลานประลอง ท่ามกลางสายตาจับจ้องนับพันคู่

            ทุกคนต่างตกตะลึงเนื่องจากระดับพลังของซ่งไป่หลาง มันไม่ใช่ความตกตะลึงเพราะระดับพลังที่สูงส่ง แต่เป็นเพราะระดับพลังของซ่งไป่หลางนั้นอ่อนแอเกินไป อ่อนแอจนไม่ควรปรากฏตัวขึ้นภายในสำนักพงไพรแห่งนี้

            อะไรกัน คนแบบนี้ก็เป็นศิษย์ร่วมสำนักของพวกเราหรือ

            เป็นไปได้ยังไง ตอนทดสอบประจำปีแม้แต่คนที่ผ่านมาด้วยอันดับท้ายสุดก็ยังเป็นระดับเหนือมนุษย์ขั้นสาม

            หรือมันจะมาจากการทดสอบนอกรอบ ทว่าข้าเคยได้ยินมา การทดสอบนอกรอบจะมีความยากยิ่งกว่าการทดสอบหลัก นอกจากนี้ผู้คุมจะมีความเข้มงวดเป็นอย่างมาก

            หรือที่ฟางจ้งบอกว่ามันคดโกงหมายถึงการที่มันเข้าสำนักมาอย่างผิดกฏ ใช้เส้นสายบางอย่างจนเข้าสู่สำนักได้งั้นหรือ

            ฝูงชนเริ่มถกเถียงกัน ไม่นานพวกมันก็เริ่มตะโกนด่าทอออกมา ทุกเสียงล้วนเต็มไปด้วยคำพูดดูถูกเหยียดหยามต่อซ่งไป่หลาง

            ท่ามกลางคนเหล่านี้ นอกจากพวกของจ้าวหงที่มีปัญหากับซ่งไป่หลางโดยอ้อมแล้ว คนที่เหลือล้วนไม่มีใครมีความแค้นต่อเด็กหนุ่ม ทว่าภายใต้สถานการณ์ที่ร้อนแรงพวกมันกลับร้องด่าทอและสาปแช่งราวกับว่าซ่งไป่หลางได้ทำผิดต่อพวกมันทั้งหมดมาหลายต่อหลายครั้ง

            ซ่งไป่หลางรับฟังเสียงร้องตะโกนอย่างเฉยชา ดวงตาเหม่อลอยไม่สนใจแม้แต่ฟางจ้งที่กำลังยิ้มเยาะตนเองอยู่

            ในสายตาของซ่งไป่หลาง ไม่ว่าจะเป็นฟางจ้งหรือคนทั้งหมดที่กำลังร้องตะโกนด่าทอตนเอง พวกมันล้วนไม่มีค่าคู่ควร ไม่จำเป็นต้องให้ความสนใจอันใด

            ซ่งไป่หลาง เจ้ายังคงทำท่าทางเช่นนี้ได้อีกรึ ฟางจ้งแค่นเสียงเหยียดหยัน เช่นเดียวกับฝูงชนที่เริ่มสบถด่าทอต่อท่าทีของเด็กหนุ่ม

            พอได้แล้ว เสียงอันเย็นชาดังขึ้น แม้จะไม่ดังก้องทว่ากลับทำให้จิตวิญญาณของทุกคนในเขตลานประลองสั่นสะท้าน เห็นได้ชัดว่านี่เป็นเสียงของผู้ที่มีพลังสูงส่งและถูกถ่ายทอดไปยังวิญญาณของคนทั้งหมดในบริเวณนี้

            นี่ ฟางจ้งถึงกับอ้าปากค้าง เดิมทีมันได้พบกับรั่วอวี่และเหยาเสี่ยวฉานมันก็ตกตะลึงมากพอแล้ว มันไม่นึกเลยว่าเรื่องราวในวันนี้จะถึงขนาดชักนำให้บุคคลผู้นี้ปรากฏตัวออกมา

            บนท้องฟ้าเหนือลานประลอง ร่างอันงดงามของหญิงสาวผู้หนึ่งหยัดยืนอยู่กลางอากาศ ดวงตาอันลึกล้ำสาดประกายทรงอำนาจจ้องมองไปยังผู้คนเบื้องล่าง เมื่อนางเอ่ยปากทุกคนในสำนักต่างทำได้เพียงเงียบงันเท่านั้น

            คารวะท่านเจ้าสำนัก ศิษย์ทุกคนต่างทิ้งตัวลงคุกเข่าคารวะในทันที มีเพียงสามคนเท่านั้นที่ยังคงยืนนิ่ง นั่นคือรั่วอวี่ เหยาเสี่ยวฉานและคนสุดท้ายก็คือซ่งไป่หลาง

            ซ่งไป่หลาง รีบคุกเข่าเร็วเข้า หยุนป้อพยายามส่งคำพูดไปหาซ่งไป่หลาง ทว่ามันไม่กล้าก่อให้เกิดเสียงดังขึ้นแม้แต่น้อย บรรยากาศของลานประลองในเวลานี้กดดันมากจนเกินไป

            ท่านอาจารย์มาเองเลยหรือนี่ เหยาเสี่ยวฉานเองก็ตกตะลึงไม่น้อย ทว่านางรับรู้ได้ทันทีว่าเหตุใดอาจารย์ของนางจึงปรากฏตัวออกมา นางหันไปมองรั่วอวี่ด้วยสายตาคาดโทษ

            ข้าคิดว่าปัญหานี้ค่อนข้างใหญ่ ดังนั้นข้าจึงส่งข้อความบอกกับท่านเจ้าสำนัก รั่วอวี่แลบลิ้นอย่างน่ารัก

            เอาเถอะ ในเมื่ออาจารย์มาแล้วก็ให้ท่านควบคุมการประลองแล้วกัน เหยาเสี่ยวฉานอับจนคำพูด

            หญิงสาวผู้ยืนหยัดบนจุดสูงสุดของสำนักพงไพรมิได้แสดงท่าทีไม่พอใจอันใดต่อการไม่แสดงความเคารพของซ่งไป่หลาง นางได้รู้จักตัวตนของเด็กหนุ่มผู้นี้อยู่ก่อนแล้ว กระทั่งรู้ว่าอาจารย์ที่แท้จริงของมันก็คือเซี่ยหยาง ในอดีตนางและเซี่ยหยางอยู่ในฐานะที่เท่าเทียมกัน แม้ว่าสุดท้ายนางจะพ่ายแพ้ต่อเซี่ยหยางก็ตาม

            ซ่งไป่หลางเต็มใจที่จะทำความเคารพนางในฐานะผู้อาวุโส แต่ไม่เต็มใจที่จะคุกเข่าให้แก่นาง

            ข้ามาที่นี่เพื่อเป็นสักขีพยานในการประลอง ตามข้อตกลงของพวกเจ้า ขอเพียงซ่งไป่หลางแสดงให้เห็นว่ามันมีคุณสมบัติเพียงพอ ก็เท่ากับว่ามันผ่านการทดสอบของสำนักได้อย่างชอบธรรม ไม่ว่ามันจะพ่ายแพ้หรือชนะก็ตาม

            ฟางจ้ง เจ้ามีปัญหาอันใดกับเงื่อนไขนี้หรือไม่ นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา

            ฟางจ้งสั่นสะท้านก่อนจะรีบค้อมกาย ข้าย่อมไม่กล้ามีปัญหา ท่านเจ้าสำนักย่อมตัดสินได้อย่างเที่ยงธรรม

            เจ้าสำนักพงไพรพยักหน้าอย่างพึงพอใจ นางเอ่ยวาจาอย่างเชื่องช้าทว่าหนักแน่น เช่นนั้นก็เริ่มการประลองได้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 227 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #221 Jeab1969 (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 11:19
    ถ้าจำไม่ผิดพระเอกระดับเหนือมนุษย์ขั้นสามแล้วนี่ตอนที่สู้กับอู๋ไต้หลงหรือว่าจำผิด
    #221
    0