God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 98 : ตอนที่ 93 การตัดสินใจของเจ้าสำนัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,822
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 241 ครั้ง
    4 ก.พ. 63

            มันเป็นไปได้อย่างไรที่ฟางจ้งจะพ่ายแพ้ต่อคู่ต่อสู้ที่มีพลังเพียงแค่ขั้นหนึ่งเหนือมนุษย์ ฝูงชนต่างรู้สึกไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ตนเองเห็น

            ซ่งไป่หลางผู้นี้แท้จริงไม่ได้แข็งแกร่งอะไรเลย เพียงแค่มีลูกไม้ที่ทำให้ฟางจ้งไม่สามารถหาตัวเจอเท่านั้น มันบีบให้ฟางจ้งต้องใช้วิชาสุดท้ายออกมา และอาศัยจังหวะที่ฟางจ้งกำลังรวบรวมพลังทำลายวิชาของฟางจ้ง ปล่อยให้พ่ายแพ้ไปด้วยการสูญเสียการควบคุมพลังของตนเอง ศิษย์ผู้หนึ่งวิเคราะห์

            ถึงจะบอกว่าซ่งไป่หลางมิได้แข็งแกร่ง แต่แผนการของมันชาญฉลาดอย่างมาก เห็นได้ชัดว่ามันวางแผนให้ฟางจ้งต้องใช้วิชาสุดท้ายออกมาและโจมตีเพื่อให้ฟางจ้งพ่ายแพ้

            เจ้าพูดอันใดกัน หากเป็นเจ้าที่มีพลังระดับขั้นหนึ่งเหนือมนุษย์เจ้าจะสามารถหลบหนีจากการโจมตีของฟางจ้งและบีบให้มันใช้วิชาคลื่นวารีไร้จุดจบได้หรือ เจ้าคงจะตายตั้งแต่เผชิญหน้ากับแส้วารีแล้ว คนผู้หนึ่งเถียงออกมา แม้ในตอนแรกจะไม่มีใครเข้าข้างซ่งไป่หลาง ทว่าการลงมือของเด็กหนุ่มน่าประทับใจจนเกินไป คนที่มีพลังขั้นเหนือมนุษย์ส่วนมากล้วนชื่นชมซ่งไป่หลางที่เอาชนะผู้แข็งแกร่งกว่าตนเองได้อย่างสมบูรณ์แบบ

            ฟางจ้งได้บอกไว้ว่าซ่งไป่หลางไม่มีคุณสมบัติในการเป็นศิษย์ของสำนักพงไพร แต่มันที่เป็นผู้มีพลังขั้นหนึ่งรวมวิญญาณกลับพ่ายแพ้กระทั่งขั้นหนึ่งเหนือมนุษย์ นี่ต่างหากที่เรียกว่าไม่มีคุณสมบัติ มันยังกล้าเรียกร้องให้ขับไล่ซ่งไป่หลางไปได้อย่างไร อีกคนตะโกนออกมา

            เงียบไว้ ฟางจ้งเป็นมือดีของจ้าวหง หากมันได้ยินคำพูดของเจ้ามิต้องสงสัยเลยว่าจ้าวหงจะไม่ปล่อยเจ้าเอาไว้

            ข้ากลับคิดว่าฟางจ้งได้จบสิ้นไปแล้ว จ้าวหงทั้งทะเยอทะยานและหยิ่งผยอง มันไม่มีทางปล่อยฟางจ้งเอาไว้หลังจากที่มันได้สร้างความอับอายในครั้งนี้

            สถานการณ์ได้แปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ผู้ชนะย่อมได้รับการยอมรับนับถือ ผู้พ่ายแพ้ย่อมถูกเหยียดหยาม นี่เป็นธรรมชาติของโลกใบนี้

            ภายใต้สายตาของคนทั้งหมด ซ่งไป่หลางสามารถคว้าชัยชนะจากผู้ที่มีพลังเหนือกว่าตนเองถึงหนึ่งระดับชั้น เจ้าสำนักพงไพรครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนที่จะประกาศออกมา

            นับตั้งแต่ที่ซ่งไป่หลางได้เอาชนะในการประลอง นี่ได้พิสูจน์แล้วว่าซ่งไป่หลางมีคุณสมบัติมากพอที่จะเป็นศิษย์ของสำนักพงไพรอย่างถูกต้องตั้งแต่แรก และเพื่อชดเชยต่อชื่อเสียงของเจ้าที่เสียหายไป ข้าขอมอบตำแหน่งศิษย์ยอดพฤกษาอันดับที่เจ็ดให้กับเจ้า นับตั้งแต่นี้เจ้าได้รับอนุญาตให้เข้าสู่อาณาเขตชั้นในและใช้งานหอสมุดลับ หอเทพพฤกษาและสวนสมุนไพรวิเศษได้

            คำประกาศของเจ้าสำนักได้สร้างความแตกตื่นให้กับผู้คนอย่างรุนแรง ศิษย์ยอดพฤกษาคือสิ่งใด หอเทพพฤกษาและหอสมุดลับคือสถานที่เช่นใด มันคือความใฝ่ฝันของลูกศิษย์แทบทั้งหมดในสำนักพงไพร แม้แต่อาจารย์หลายคนยังไม่มีสิทธิ์เข้าสู่สถานที่เหล่านั้น

            ช้าก่อนท่านเจ้าสำนัก ข้าไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ เสียงหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของหนึ่งในอาจารย์วัยชราของสำนักพงไพร แม้จะมีอายุค่อนข้างมากทว่ามันก็เป็นเพียงอาจารย์ที่เป็นผู้ปรุงโอสถระดับเงินขั้นสามเท่านั้น มิได้มีสิทธิ์ในการเข้าสู่พื้นที่ชั้นในของสำนัก

            ข้าก็ไม่เห็นด้วยเช่นกัน อาจารย์อีกหลายคนได้ปรากฏตัวขึ้นมา ภายใต้ความภาคภูมิใจที่พวกมันสั่งสมมาแต่กลับพบว่ามีเด็กน้อยผู้หนึ่งสามารถเข้าถึงสิ่งที่พวกมันไม่อาจเอื้อม นี่ทำให้พวกมันรู้สึกรับไม่ได้เป็นอย่างมาก

            พวกเจ้าไม่เห็นด้วย เจ้าสำนักเลิกคิ้วเล็กน้อย นางไม่นึกเลยว่าคนเหล่านี้จะแสดงตัวคัดค้านนาง

            ท่านเจ้าสำนัก ซ่งไป่หลางผู้นี้มีความสามารถด้านการต่อสู้ที่ค่อนข้างดี อย่างไรก็ตามศิษย์ยอดพฤกษามิได้ถูกส่งมอบให้กับคนผู้หนึ่งด้วยเหตุผลที่ว่ามันมีความแข็งแกร่ง แต่ยังต้องพิจารณาถึงความสามารถด้านการปรุงโอสถและพลังธาตุพฤกษาด้วย อาจารย์ที่มีศักดิ์เป็นผู้ปรุงโอสถระดับเงินขั้นสี่เอ่ยออกมา

            ถูกต้อง หากท่านเจ้าสำนักมอบตำแหน่งอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับความสามารถด้านการต่อสู้พวกเราย่อมไม่โต้แย้งอันใด แต่ตำแหน่งศิษย์ยอดพฤกษานับว่าเกินเลยไปบ้าง

            เจ้าสำนักพงไพรเผยรอยยิ้มเยือกเย็น ทันทีที่นางยิ้มเหล่าอาจารย์ต่างสั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ เนื่องจากนางไม่ค่อยได้เปิดเผยตัวตนต่อภายนอกจึงทำให้ไม่ค่อยมีใครรู้จักบุคลิกของนาง ทว่าหลายคนได้รู้ข่าวลือที่ว่านางเป็นคนเอาแต่ใจและเย็นชาอย่างมาก หากนางต้องการสิ่งใดนางจะทำทุกสิ่งเพื่อให้ได้มันมา และผู้ที่ขัดขวางนางก็จะต้องพบกับความสูญเสียที่น่าพรั่นพรึง

            เมื่อคิดถึงจุดนี้พวกอาจารย์ต่างปิดปากเงียบและไม่กล้าเอ่ยมากไปกว่านี้ หากพวกมันกระตุ้นโทสะของนางมิแน่ว่านางจะไม่เก็บพวกมันเอาไว้ต่อให้พวกมันเป็นผู้ปรุงโอสถระดับเงินก็ตาม

            ตำแหน่งผู้ปรุงโอสถระดับเงินที่สามารถกลายเป็นบุคคลสำคัญของขั้วอำนาจต่างๆได้ในสายตาของเจ้าสำนักพงไพรพวกมันไม่อาจนับเป็นสิ่งใด เพราะนางคือผู้ที่อยู่บนจุดสูงสุดของสำนักพงไพร และเป็นผู้ที่ถือครองตำแหน่งผู้ปรุงโอสถระดับทองขั้นแปด

            พวกเจ้าโต้แย้งเพราะเหตุผลที่ว่าซ่งไป่หลางมิได้มีความสามารถด้านการปรุงโอสถสินะ เจ้าสำนักพงไพรเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าแฝงด้วยพลังกดดัน

            มิมีผู้ใดตอบกลับทว่านางยังคงเอ่ยต่อไป เป็นความจริงที่ว่าซ่งไป่หลางไม่ได้มีความชำนาญด้านการปรุงโอสถและการควบคุมพลังธาตุพฤกษานัก นั่นเพราะว่ามันเพิ่งเริ่มฝึกฝนการใช้พลังธาตุพฤกษาเป็นระยะเวลาไม่ถึงสัปดาห์ อย่างไรก็ตามมันสามารถผ่านบททดสอบของผู้ปรุงโอสถระดับทองแดงขั้นหกได้ เรื่องนี้ข้าสามารถยืนยันได้ด้วยตนเอง

            อันใดนะ?” ฝูงชนต่างรู้สึกไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน ผู้ที่เพิ่งฝึกฝนพลังธาตุพฤกษาเพียงไม่ถึงสัปดาห์สามารถผ่านบททดสอบของผู้ปรุงโอสถระดับทองแดงขั้นหก นี่มันน่าเหลือเชื่อเกินไป หากที่เจ้าสำนักเอ่ยเป็นความจริงมิเท่ากับว่าพรสวรรค์ของซ่งไป่หลางเทียบเท่ากับเทพเจ้า?

            ต่อให้เป็นศิษย์ยอดพฤกษาอันดับหนึ่งเหยาเสี่ยวฉาน ก่อนที่นางจะได้รับตำแหน่งศิษย์ยอดพฤกษาพรสวรรค์ของนางก็ยังไม่โดดเด่นเท่านี้ นางได้ฝึกฝนพลังธาตุพฤกษาตั้งแต่เกิดและบรรลุระดับทองแดงขั้นหกเมื่ออายุสิบสองปี พิจารณาจากสิ่งนี้เท่ากับว่านางใช้เวลาฝึกฝนสิบสองปีเพื่อผ่านบททดสอบนั้น

            แต่ซ่งไป่หลางใช้เวลาเพียงแค่ไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์เท่านั้น พวกมันต่างไม่มีใครเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

            สำหรับเรื่องนี้ หากผู้ใดมีปัญหาสามารถมาพูดคุยกับข้าหลังจากนี้ได้ ซ่งไป่หลางจะได้รับตำแหน่งศิษย์ยอดพฤกษาลำดับที่เจ็ดตั้งแต่ตอนนี้

            เหยาเสี่ยวฉานจงรับคำสั่งจากข้า ข้าจะมอบหมายให้เจ้าดูแลและอธิบายเกี่ยวกับตำแหน่งศิษย์ยอดพฤกษาให้แก่ซ่งไป่หลาง ข้าให้เวลาหนึ่งเดือนก่อนที่จะเริ่มจัดการทดสอบพิสูจน์ความสามารถ หากเวลานั้นมาถึงซ่งไป่หลางไม่สามารถสอบผ่านเป็นผู้ปรุงโอสถระดับทองแดงขั้นสิบได้ ข้าจะตัดซ่งไป่หลางออกจากการเป็นศิษย์ยอดพฤกษา สิ้นคำของเจ้าสำนัก ทุกคนต่างเงียบงันและไม่มีใครกล้าคัดค้านอันใดอีก

            เวลาเพียงหนึ่งเดือน ต้องการให้คนผู้หนึ่งที่แทบจะไม่มีความรู้เกี่ยวกับการปรุงโอสถสอบเลื่อนขั้นไปเป็นผู้ปรุงโอสถระดับทองแดงขั้นสิบได้ นี่นับเป็นความยากที่แม้แต่ศิษย์อัจฉริยะหลายๆคนยังต้องตัวสั่นด้วยความกลัว

            ผู้ปรุงโอสถระดับทองแดงขั้นสิบ ตำแหน่งนี้แม้แต่จ้าวหงที่เป็นอัจฉริยะก็ยังไปไม่ถึง แล้วซ่งไป่หลางที่เพิ่งเริ่มฝึกฝนศาสตร์การปรุงโอสถจะทำได้ได้อย่างไร

            เป็นไปได้หรือไม่ว่าเจ้าสำนักต้องการให้ซ่งไป่หลางได้สัมผัสกับความรู้สึกราวกับขึ้นสวรรค์ก่อนจะปล่อยให้ร่วงกลับลงสู่ขุมนรก

            หลังจากถ่ายทอดคำสั่งจบ เจ้าสำนักพงไพรได้จากไปอย่างรวดเร็วและลึกลับ ฝูงชนยังคงพูดคุยกันถึงเรื่องน่าเหลือเชื่อที่เกิดขึ้น พวกอาจารย์ทั้งหลายต่างแยกย้ายกันไปโดยไม่สามารถเอ่ยอันใดได้อีก ต่อให้ซ่งไป่หลางกลายเป็นศิษย์ยอดพฤกษา มันก็เป็นเพียงตำแหน่งชั่วคราวเท่านั้น

            สีหน้าของจ้าวหงมืดมิดอย่างมาก ตำแหน่งศิษย์ยอดพฤกษาที่มันใฝ่ฝันกลับถูกใครบางคนที่อ่อนแอกว่ามันหลายเท่าแย่งชิงไปต่อหน้า แม้จะมีเงื่อนไขอันโหดร้ายแต่อย่างน้อยซ่งไป่หลางก็ได้ก้าวข้ามมันไปแล้วชั่วคราว

            ทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะความไม่เอาไหนของฟางจ้ง จ้าวหงได้ตัดสินใจที่จะทำให้ฟางจ้งต้องเสียใจและขับไล่มันออกจากกลุ่ม

            นี่พวกเราจะได้อยู่ร่วมกับศิษย์ยอดพฤกษาหรือนี่ กลุ่มสหายของหยุนป้อต่างพูดคุยกันด้วยความงุนงง ตั้งแต่ที่เจ้าสำนักได้เอ่ยปาก พวกมันรู้สึกราวกับว่ากำลังฝันอยู่

            ดีแล้วที่เป็นเช่นนี้ ต่อให้เป็นตำแหน่งชั่วคราวแต่การได้ใช้หอเทพพฤกษาและหอสมุดลับจะต้องส่งผลต่ออนาคตของมันแน่นอน หยุนป้อเอ่ยด้วยความยินดี ในดวงตาของมันไร้ซึ่งความรู้สึกอิจฉาริษยา

            ว่านไฉ่เอ๋อยังคงนิ่งเงียบทว่ามุมปากของนางปรากฏรอยยิ้มน้อยๆ หลังจากที่นางเริ่มยิ้มก็ทำให้ผู้คนรู้สึกว่าโลกใบนี้สดใสขึ้น

รั่วอวี่กับเหยาเสี่ยวฉานมองหน้ากันไปมา พวกนางต่างสงสัยว่าเรื่องราวดำเนินมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ตั้งแต่ต้นเจ้าสำนักได้บอกกับเหยาเสี่ยวฉานมิให้ยุ่งเกี่ยวกับซ่งไป่หลางมากจนเกินไปเพื่อป้องกันไม่ให้เขาได้รับความสนใจ แต่ตอนนี้นางกลับทำให้ชื่อของซ่งไป่หลางโด่งดังไปทั้งสำนัก

            คนที่เข้าใจเรื่องนี้มีอยู่ไม่มาก แน่นอนว่าซ่งไป่หลางย่อมต้องเป็นหนึ่งในนั้น หลังจากที่ตัดสินใจจะเปิดเผยความสามารถบางส่วนจนทำให้เรื่องใหญ่โตขึ้น ซ่งไป่หลางได้เปลี่ยนแผนและต้องการใช้ประโยชน์จากการถูกจับตามองให้มากที่สุด

นึกไม่ถึงว่าเจ้าสำนักพงไพรจะเข้าใจความต้องการของมัน กระทั่งยื่นตำแหน่งศิษย์ยอดพฤกษาให้อย่างง่ายดาย ด้วยตำแหน่งนี้จะทำให้ซ่งไป่หลางมีสิทธิ์เข้าถึงทรัพยากรและการฝึกฝนที่ดีที่สุด เวลาหนึ่งเดือนเด็กหนุ่มมั่นใจอย่างมากว่าจะสามารถไปถึงระดับนักปรุงโอสถระดับเงินได้

แน่นอนว่าความเชื่อมั่นนั้นมีรากฐานมาจากวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ บนโลกนี้จะมีวารีใดล้ำค่ายิ่งไปกว่าวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์นี้อีก สำหรับมวลพฤกษาแล้วนี่คือวารีที่ยอดเยี่ยมที่สุด

หลังจากเจ้าสำนักจากไป ซ่งไป่หลางได้กลับมาหาพวกเหยาเสี่ยวฉาน จ้าวหงได้สะบัดหน้าเดินหนีไปก่อนแล้วดังนั้นจึงเหลือเพียงกลุ่มของหยุนป้อ เหยาเสี่ยวฉานและรั่วอวี่เท่านั้น

เจ้าต้องการเข้าไปยังพื้นที่ส่วนในเลยหรือเปล่า เหยาเสี่ยวฉานถาม สำหรับศิษย์ยอดพฤกษาทุกคนจะได้รับสิทธิ์ให้พักอาศัยอยู่ภายในพื้นที่ชั้นในได้

ข้าจะเข้าไปในภายหลัง คิดว่าน่าจะใช้เวลาอีกสักสามวัน ถึงเวลานั้นข้าคงต้องรบกวนท่านแล้ว ซ่งไป่หลางตอบกลับ เหยาเสี่ยวฉานพยักหน้าช้าๆก่อนจะเอ่ยว่า

หากต้องการเข้าไปยังพื้นที่ส่วนในเจ้าสามารถเข้าไปได้ทันที ข้าจะแจ้งกับผู้ดูแลพื้นที่เอาไว้ เมื่อมาถึงให้ผู้ดูแลนำทางเจ้ามายังที่พักของข้า ข้าจะอธิบายเรื่องต่างๆของเขตในให้เจ้ารู้ ตอนนี้ข้าขอตัวก่อน เอ่ยจบนางก็จากไปทันที หลังจากเรื่องราววุ่นวายที่เกิดขึ้นทำให้นางเกิดความสับสนไม่น้อยดังนั้นนางจึงต้องการไปพูดคุยกับอาจารย์ของตน

รั่วอวี่มองซ่งไป่หลางด้วยแววตาหลากหลายความรู้สึก เจ้ายังต้องการใช้เวลาอยู่ที่เขตนี้?”

ซ่งไป่หลางพยักหน้า ถูกต้อง ข้ายังมีอีกหลายอย่างต้องศึกษาในเขตนี้ นอกจากนี้ข้ายังต้องหาข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับชางไป่เหอและอู๋เจ้อด้วย

รั่วอวี่นึกถึงชื่อของชางไป่เหอและอู๋เจ้อนางก็ได้แต่ยิ้มอย่างจนปัญญา ข้าเสียใจที่ไม่อาจช่วยเหลือเจ้าได้สำหรับเรื่องนี้ อย่างไรก็ตามข้าพอจะบอกได้ว่าเร็วๆนี้อาจารย์ชางไป่เหอกำลังทุ่มเทพลังของนางเพื่อรักษาต้นมังกรอำพันจากโรคร้าย แม้นางจะเชี่ยวชาญด้านการเพาะปลูกและการรักษาเยียวยาอย่างมากแต่นางกลับไม่สามารถรักษาต้นมังกรอำพันของนางได้โดยง่าย นี่ทำให้นางหัวเสียมากทีเดียว

ส่วนอาจารย์อู๋เจ้อกำลังตื่นเต้นกับสมบัติระดับสวรรค์ที่มันได้มาจากการแลกเปลี่ยนกับโอสถที่มันขายออกไป ทุกวันนี้มันใช้เวลาไปกับการชื่นชมและทดลองคุณสมบัติของสมบัติวิเศษนั้น ดังนั้นเจ้าอาจจะไม่สามารถเข้าหามันได้โดยง่ายจนกว่ามันจะเลิกสนใจสมบัติชิ้นนั้นเสียก่อน

คำพูดของรั่วอวี่ทำให้ซ่งไป่หลางรู้สึกถึงความเป็นไปได้บางอย่าง บางทีวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ของข้าอาจจะช่วยเหลือชางไป่เหอในการรักษาต้นมังกรอำพันได้ ส่วนอู๋เจ้อ ข้ายังเก็บธนูอัสนีผ่านฟ้าเอาไว้อยู่ บางทีอาจจะใช้มันเพื่อดึงดูดความสนใจของอู๋เจ้อได้

แม้จะเป็นราคาที่ค่อนข้างมากทว่าเดิมทีธนูผ่านฟ้านี้ก็เป็นของที่เซี่ยหยางชิงมาจากหั่วพั่วตงอีกทีหนึ่ง กล่าวได้ว่าเป็นการแลกที่คุ้มค่า

หลังจากที่เห็นว่าเรื่องทุกอย่างได้จบลง รั่วอวี่ได้ขอตัวจากไป หลังจากนั้นซ่งไป่หลางและกลุ่มของหยุนป้อได้เดินทางกลับไปยังเรือนพัก

ที่เรือนพักร่างของว่านหลิงได้นั่งหลับตาและกำลังโคจรพลังเพื่อรักษาตนเอง แม้ว่านางจะได้รับการคุ้มครองจากยอดฝีมือของสำนักพงไพรแต่ผงดึงดูดสัตว์ปีศาจนั้นส่งผลร้ายแรงกว่าที่คิด มันถึงขนาดดึงดูดสัตว์ปีศาจระดับสี่ขั้นสูงจำนวนมากและทำให้นางต้องทุ่มเทกำลังต่อสู้อย่างหนัก

สุดท้ายแม้จะปลอดภัยกลับมาแต่นางก็ยังต้องใช้เวลาเพื่อรักษาตนเอง และก่อนที่นางจะลืมตาขึ้นซ่งไป่หลางก็ได้ขอตัวจากไปทำธุระแล้ว อย่างไรก็ตามว่านหลิงเอ๋อและหยุนป้อได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้นางฟังอย่างครบถ้วน

ซ่งไป่หลางเดินทางไปยังหอตำราพื้นฐาน หลังจากการประลองจบลงตัวตนของซ่งไป่หลางกลายเป็นที่รู้จักของศิษย์จำนวนมาก ดังนั้นการมายังหอตำราพื้นฐานของซ่งไป่หลางได้กระตุ้นความสนใจของผู้คนจำนวนมาก

เมื่อมาถึงหอตำรา ซ่งไป่หลางได้พบเจอกับอาจารย์วัยชราผู้ดูแลอีกครั้ง ท่านผู้อาวุโส ข้ามาที่นี่อีกครั้ง ตอนนี้ข้าได้ทำความเข้าใจตำราเหล่านี้จนครบถ้วนแล้ว

ชายชราตกใจ เจ้าอ่านจักรวาลพฤกษาและตำราเหล่านี้จบแล้วรึ เจ้าได้ศึกษามันอย่างถี่ถ้วนหรือไม่

เป็นธรรมดาที่ชายชราจะแปลกใจ จักรวาลพฤกษาและตำราเล่มอื่นๆมีเนื้อหาที่ละเอียดและซับซ้อนมาก มันไม่น่าจะศึกษาอย่างลึกซึ้งได้ในเวลาไม่กี่วันเช่นนี้

ซ่งไป่หลางพยักหน้า ข้าเข้าใจเนื้อหาในจักรวาลพฤกษามากกว่าแปดส่วน ยังมีอีกสองส่วนที่ข้าคิดว่าจะต้องใช้เวลาทำความเข้าใจจากประสบการณ์และการทดลองจริง ส่วนตำราที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ด้านพลังธาตุมันเป็นดั่งที่ท่านบอก ตำราเหล่านี้ไม่ได้ช่วยเหลือข้ามากนัก

หากเจ้าศึกษาตำราจักรวาลพฤกษาละเอียดมันจะช่วยให้เจ้ามีพื้นฐานมากพอสำหรับสอบเลื่อนขั้นผู้ปรุงโอสถระดับหนึ่งถึงสาม และจะเป็นความรู้ที่ช่วยให้การสอบระดับต่างๆในอนาคตง่ายขึ้นมาก

สิ่งสำคัญก็คือการนำความรู้ที่มีไปใช้ เจ้าคงรู้เกี่ยวกับเคล็ดลับการบ่มเพาะพฤกษาขั้นพื้นฐานสามสิบสองรูปแบบสินะ เจ้าคิดว่ารูปแบบไหนเหมาะกับเจ้าที่สุด

ซ่งไป่หลางครุ่นคิดเล็กน้อย ข้าคิดเอาไว้สามรูปแบบ นั่นก็คือรูปแบบรากไม้ รูปแบบระบบดวงดาว และรูปแบบศูนย์กลาง

ชายชราพลันพูดออกมา รูปแบบรากไม้มุ่งเน้นไปที่การรีดเร้นศักยภาพของพฤกษาในการดูดซับออกมาให้มากที่สุด นับว่าเป็นรูปแบบที่เหมาะกับผู้ที่ใช้พลังธาตุพฤกษาและวารีผสานกัน รูปแบบระบบดวงดาวเป็นรูปแบบที่ซับซ้อนอย่างมาก พฤกษาแต่ละชนิดจะมีระบบดวงดาวที่แตกต่างกัน หากเจ้าสามารถเรียนรู้และจดจำระบบดวงดาวของพฤกษาทุกประเภท รูปแบบนี้จะทำให้เจ้าเป็นผู้ใช้ธาตุพฤกษาที่ทรงพลังที่สุด ทว่าความยากของมันก็นับเป็นอันดับหนึ่งเช่นกัน ปัจจุบันที่ข้ารู้มีเพียงเจ้าสำนักของพวกเราและศิษย์ยอดพฤกษาลำดับที่หกรั่วอวี่เท่านั้นที่ใช้รูปแบบนี้

สุดท้ายคือรูปแบบศูนย์กลาง มันมีความยากระดับกลางและมีความโดดเด่นด้านความสมดุล หากเจ้าชำนาญรูปแบบนี้จะทำให้เจ้าสามารถพลิกแพลงได้หลากหลายอย่างมาก

บางทีการเลือกของเจ้าน่าจะมาจากความถนัดของเจ้าสินะ เจ้าคงเป็นประเภทใช้พลังธาตุวารีผสานกับพฤกษา ชายชราวิเคราะห์

ซ่งไป่หลางตกตะลึงเล็กน้อย ถูกต้องแล้วผู้อาวุโส ข้าต้องการฝึกฝนพลังธาตุพฤกษาผสานกับธาตุวารี และข้าค่อนข้างมั่นใจความสามารถในการเรียนรู้ของตนเอง ดังนั้นข้าจึงเลือกรูปแบบทั้งสามนี้

เช่นนั้นเจ้าเริ่มต้นจากรูปแบบรากไม้นับว่าเหมาะสมที่สุดแล้ว สำหรับรูปแบบศูนย์กลาง มันเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ทว่าเมื่อเทียบกับรูปแบบรากไม้แล้วมันไม่ได้ดีกว่ากันเท่าไหร่ ข้าจึงคิดว่าเจ้าไม่ควรฝึกมันเพิ่มเติมเนื่องจากมันจะทำให้เจ้าเสียเวลาเกินไป ส่วนรูปแบบระบบดวงดาว หากเจ้าฝึกฝนได้จริงมันจะทำให้เจ้ากลายเป็นยอดฝีมือได้อย่างแน่นอน แต่หากพบว่ามันยากเกินไป เจ้าควรจะหยุดมันและมุ่งเน้นฝึกฝนรูปแบบรากไม้ให้ไปถึงจุดสูงสุดแทน

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 241 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #146 Djokovic123 (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:29
    แอดครับ แล้วเรื่องพนันละคับ หรือจะพูดถึงตอนหน้า
    #146
    0