God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 95 : ตอนที่ 90 สตรีสองคน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,713
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 233 ครั้ง
    31 ม.ค. 63

                ได้ยินคำพูดของหยุนป้อฟางจ้งหัวเราะด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ หยุนป้อ ข้าชื่นชมในความกล้าหาญและซื่อสัตย์ของเจ้า ทว่าด้วยกำลังของเจ้าคนเดียวจะทำอันใดได้ เจ้าสามารถรับมือพวกเราสิบกว่าคนได้หรือ หากเจ้าถอยออกไปก้าวหนึ่งข้าจะละเว้นเจ้าและลงมือกับซ่งไป่หลางเพียงคนเดียวเท่านั้น

            ฟางจ้งเจ้าสารเลว เดิมทีซ่งไป่หลางผู้นี้มิได้มีความแค้นอันใดกับพวกเจ้า ทว่าเป็นเพราะมันอาศัยอยู่ร่วมกับพวกเราจึงทำให้มันต้องเดือดร้อนไปด้วย ดังนั้นเรื่องนี้ข้าจึงไม่อาจปล่อยวางไปได้ อย่าเสียเวลาพูดจาไร้สาระอีกเลย หากมีความสามารถก็จงก้าวเข้ามา

            ฟางจ้งครุ่นคิดเล็กน้อย หยุนป้อผู้นี้แม้จะมิได้แข็งแกร่งเท่ากับว่านหลิงทว่ามันมีความบ้าคลั่งและมุทะลุเป็นอย่างมาก การต่อสู้กับคนประเภทนี้มักจะทำให้เกิดความสูญเสียอันเปล่าประโยชน์เสมอ

            อย่างไรก็ตาม เมื่อเรื่องมาถึงจุดนี้มันตัดสินใจว่าจะไม่ปล่อยให้หยุนป้อจากไปโดยง่ายอีกแล้ว อย่างไรอีกฝ่ายก็เป็นดั่งแขนขาสำคัญของสองพี่น้องตระกูลว่าน หากทำให้มันบาดเจ็บสาหัสจนไม่อาจเยียวยาย่อมส่งผลดีต่อแผนการของจ้าวหงในระยะยาว

            เช่นนั้นก็ถือว่าเจ้าตัดสินใจเอง อย่าหาว่าพวกเราโหดร้ายละ ฟางจ้งเผยยิ้มเย็นชา

            ซ่งไป่หลาง พยายามหลบอยู่ด้านหลังข้าเอาไว้ ความสามารถในการเคลื่อนที่ของเจ้าในป่าห้าฤดูนับว่าเลวร้ายนัก เจ้าย่อมไม่อาจหลบหนีพวกมันได้เป็นแน่ อย่างไรก็ตามตราบใดที่ข้ายังยืนหยัดอยู่จะมิมีผู้ใดทำร้ายเจ้าได้ หยุนป้อกระซิบบอกซ่งไป่หลางอย่างจริงจัง

            ซ่งไป่หลางประทับใจต่อหยุนป้อมากยิ่งขึ้น แม้ว่าระดับฝีมือของหยุนป้อจะมิได้โดดเด่นนักแต่ในด้านของจิตใจและความกล้าหาญ คนผู้นี้นับว่าควรค่าที่จะนับถือเป็นสหาย

            อย่างไรก็ตามซ่งไป่หลางยังไม่คิดจะลงมือในเวลานี้ หากเจ้าไม่สามารถรับมือได้จงรีบหนีไปเสีย ข้ามีวิธีเอาตัวรอดอยู่ ซ่งไป่หลางตอบกลับ

            หยุนป้อประหลาดใจเล็กน้อยทว่ามันมิได้เชื่อถือคำพูดของซ่งไป่หลางมากนัก มันหันกลับมาเผชิญหน้ากับพวกฟางจ้ง อีกฝ่ายได้กระชับวงล้อมทีละน้อยจนตอนนี้ระยะห่างระหว่างทั้งสองฝ่ายเหลือเพียงไม่กี่จั้งแล้ว

            หยุนป้อพลันเปล่งเสียงคำรามดังสะท้าน พลังธาตุปฐพีพวยพุ่งขึ้นส่งเสริมกับของวิเศษประเภทเกราะที่มันสวมใส่ นี่คือเกราะหนามปฐพีของวิเศษระดับลึกลับ ภายใต้การคุ้มครองของเกราะหนามปฐพีนี้หยุนป้อสามารถโจมตีได้อย่างเต็มที่และแทบจะไม่ต้องกังวลเรื่องการป้องกันเลย

            ขณะเดียวกันฟางจ้งได้หยิบมีดสั้นเล่มหนึ่งออกมา ซ่งไป่หลางสามารถบอกได้ทันทีว่าบนมีดสั้นนั้นเคลือบด้วยพิษบางอย่าง หากถูกคมมีดบาดเข้าบนร่างกายย่อมทำให้พิษแทรกซึมเข้าสู่โลหิตและตกอยู่ในสภาพยากลำบากอย่างแน่นอน

            ฟางจ้งมีมีดพิษเล่มนี้จึงมิได้หวาดหวั่นหรือลังเลที่จะต้องเผชิญหน้ากับหยุนป้อ คนบ้าคลั่งเช่นนี้สามารถจัดการได้โดยง่ายด้วยพิษ

            ขณะเดียวกันลูกสมุนของฟางจ้งต่างก็หยิบอาวุธของตนขึ้นมา ส่วนมากล้วนเป็นของวิเศษระดับสูงและระดับลึกลับ ทว่ากลับมิมีผู้ใดกล้าเป็นฝ่ายพุ่งเข้าหาหยุนป้อเป็นคนแรก เนื่องจากพวกมันล้วนมีระดับพลังต่ำกว่าอีกทั้งยังรู้จักความบ้าคลั่งของหยุนป้อเป็นอย่างดี

            ล้อมและถ่วงเวลามันเอาไว้ ข้าจะไปจัดการกับสหายของมันเสียหน่อย ฟางจ้งเลียริมฝีปาก เป้าหมายของมันยังคงเป็นหยุนป้อเช่นเคยทว่ามันกลับเอ่ยปากเช่นนี้ออกมา นั่นเพราะมันตระหนักดีว่าหยุนป้อมิได้ชาญฉลาดนัก ขอเพียงมันใช้ซ่งไป่หลางเป็นเหยื่อล่อมันจะทำให้หยุนป้อต่อสู้ได้ยากลำบากขึ้นหลายเท่า

            สีหน้าของหยุนป้อเปลี่ยนเป็นดำมืด เพื่อหลีกเลี่ยงมิให้ผู้ใดลงมือกับซ่งไป่หลางมันจึงต้องเป็นฝ่ายเริ่มต้นการปะทะขึ้น

            เมื่อหยุนป้อเริ่มโจมตี พลังธาตุปฐพีของมันได้ส่งผลต่อพื้นที่อย่างรุนแรง ซ่งไป่หลางสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนทุกครั้งที่หยุนป้อก้าวเท้า พลังลมปราณที่แฝงพลังธาตุปฐพีสามารถสร้างคลื่นสั่นสะเทือนรบกวนการเคลื่อนไหวของเป้าหมายได้ ลูกสมุนของฟางจ้งต่างต้องรับมือการโจมตีอันดุดันพร้อมกับที่ไม่สามารถขยับตัวได้โดยสะดวก

            สิ่งที่พวกมันเลือกทำก็คือการหลบหนีเว้นระยะห่างจากหยุนป้ออย่างต่อเนื่อง จากนั้นต่างระดมโจมตีด้วยวิชาต่อสู้ระยะกลางและไกล ทุกครั้งที่หยุนป้อเลือกเป้าหมายคนหนึ่งพวกมันที่เหลือจะเร่งระดมโจมตีจากด้านหลังอย่างบ้าคลั่ง ส่วนคนที่ถูกเล็งจะหลบหนีอย่างสุดกำลังมิปล่อยให้หยุนป้อเข้าถึงตัวได้

            ลูกไม้สกปรก หยุนป้อแค่นเสียง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มันปะทะกับคนของจ้าวหง และหลังจากที่จ้าวหงได้เห็นความบ้าคลั่งรวมถึงวิธีต่อสู้ของหยุนป้อ มันได้สอนลูกสมุนทุกคนถึงวิธีรับมือกับคนประเภทนี้ หลังจากวันนั้นหยุนป้อก็ต้องเผชิญหน้ากับวิธีการแบบนี้ตลอดเวลา

            แม้หยุนป้อจะมิได้ฉลาดทว่าสัญชาตญาณด้านการต่อสู้ของมันร้ายกาจมาก หลังจากเผชิญหน้าลูกไม้เช่นนี้ซ้ำๆหลายครั้งมันจึงคิดวิธีแก้ไขสถานการณ์ขึ้นมาได้

            ครืน! ระหว่างที่กำลังระดมโจมตีอย่างบ้าคลั่ง พื้นดินที่ด้านหลังของคนผู้หนึ่งดันตัวขึ้น พริบตาเดียวก็แปรสภาพกลายเป็นกำแพงดินสูงใหญ่ปิดกั้นหนทางหลบหนีของมันเอาไว้ หยุนป้อหยุดไล่ล่าเป้าหมายเดิมและมุ่งหน้าเข้าหาผู้โชคร้ายที่ไม่ทันตั้งตัวและซัดมันด้วยกำปั้นในทันที

            เจ้าโง่นี่ก็คิดแผนการแบบนี้ได้ด้วย ฟางจ้งตกใจเล็กน้อย หยุนป้อจงใจล่อให้อีกฝ่ายโจมตีอย่างหนักจนลืมสังเกตรอบด้าน จากนั้นจึงใช้พลังธาตุปฐพีจับกุมเป้าหมายเอาไว้แล้วค่อยเข้าโจมตี นับว่าเป็นแผนการที่ใช้ได้ทีเดียว

            เปลี่ยนวิธีการต่อสู้ซะ สังเกตพื้นที่รอบด้านเอาไว้ตลอดเวลา อย่าปล่อยให้ถูกจับได้ ฟางจ้งร้องตะโกนสั่งการ ขณะเดียวกันมันกระโจนไปทางด้านซ่งไป่หลางเพื่อดึงดูดความสนใจของหยุนป้อ

            หยุนป้อคำรามออกมาอีกครั้ง พลังธาตุปฐพีก่อตัวขึ้นกลายเป็นกำแพงดินขัดขวางมิให้ฟางจ้งเข้าใกล้ซ่งไป่หลาง ทว่าฟางจ้งมีระดับพลังใกล้เคียงกับหยุนป้อ เมื่อมันใช้พลังลมปราณระดับที่สูงพอก็สามารถทำลายกำแพงดินของหยุนป้อได้สำเร็จ

            ฟางจ้งใช้พลังธาตุวารีบีบอัดกระแสวารีจนกลายเป็นแส้จากนั้นตวัดเข้าหาร่างของซ่งไป่หลาง หยุนป้อดวงตาแดงก่ำมันรีบกระโจนกลับมาหาซ่งไป่หลางเพื่อปกป้องเด็กหนุ่มเอาไว้อย่างสุดความสามารถ

            ทว่าการพุ่งตัวของมันกลับผิดพลาดอย่างน่าประหลาด ราวกับว่ามีรากไม้ปริศนาปรากฏขึ้นและฉุดรั้งร่างของมันเอาไว้ หยุนป้อล้มตัวลงบนพื้นด้วยความงุนงง ขณะที่แส้วารีของฟางจ้งกำลังเคลื่อนเข้าใกล้ร่างของซ่งไป่หลาง

            ที่ยอดไม้สูง เหยาเสี่ยวฉานเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เป็นนางที่ยื่นมือขัดขวางการเคลื่อนไหวของหยุนป้อ นางต้องการให้ซ่งไป่หลางถูกบีบบังคับจนต้องลงมือ

            ในสายตาของนาง หากซ่งไป่หลางลงมือละก็ทั้งฟางจ้งและสมุนคนอื่นๆคงถูกบดขยี้ในพริบตา ดังนั้นนางจึงเตรียมพร้อมที่จะลอบสร้างปัญหาให้กับซ่งไป่หลางเพิ่มเติม เพื่อบีบให้เด็กหนุ่มต้องออกแรงมากขึ้น

            ทว่ามีหรือซ่งไป่หลางจะยอมปล่อยให้เป็นไปตามความต้องการของนาง เด็กหนุ่มมองไปที่แส้วารีอย่างเฉยชา ไม่แม้กระทั่งปลดปล่อยพลังลมปราณคุ้มครองร่าง ซ่งไป่หลางที่ยังไม่บรรลุขั้นสูงสุดของขั้นเหนือมนุษย์ย่อมมีร่างกายมิแตกต่างจากคนธรรมดาในสายตาของผู้อื่น ดังนั้นหากแส้วารีฟาดโดนร่างของซ่งไป่หลางในเวลานี้จะต้องทำให้เด็กหนุ่มได้รับอันตรายแน่นอน

            ซ่งไป่หลางจ้องมองขึ้นไปบนยอดไม้โดยมิสนใจแส้วารีที่กำลังฟาดเข้าหาตนแม้แต่น้อย ดวงตามองทะลุไปยังร่างของเหยาเสี่ยวฉานด้วยความรู้สึกเฉยเมย

            เหยาเสี่ยวฉานสั่นสะท้านเล็กน้อย นางไม่คิดเลยว่าซ่งไป่หลางไม่เพียงจะรู้ถึงตัวตนของนาง ยังกระทั่งท้าทายต่อความตายเช่นนี้ หากนางปล่อยให้ซ่งไป่หลางถูกโจมตีในสภาวะนี้จะทำให้เกิดปัญหาขึ้นอย่างแน่นอน เนื่องจากนางเป็นคนรับรองความปลอดภัยของซ่งไป่หลางเอาไว้

            เจ้าต้องการให้ข้าออกหน้างั้นหรือ เหยาเสี่ยวฉานคาดเดาความคิดของซ่งไป่หลางได้ทันที นางรู้สึกเจ็บใจเล็กน้อยที่ถูกซ่งไป่หลางซ้อนแผนเช่นนี้ นอกจากนางจะไม่สามารถบีบบังคับให้ซ่งไป่หลางลงมือนางยังต้องออกหน้าช่วยปกป้องซ่งไป่หลางอีกหรือ

            ความคิดของเหยาเสี่ยวฉานดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ในที่สุดนางตัดสินใจที่จะไม่ออกหน้าช่วยเหลือ นางไม่เชื่อเด็ดขาดว่าซ่งไป่หลางจะยอมบาดเจ็บด้วยฝีมือของคนระดับฟางจ้ง

            ขณะที่แส้วารีกำลังเคลื่อนเข้าใกล้ร่างของเด็กหนุ่ม ซ่งไป่หลางกลับผุดรอยยิ้มลี้ลับขึ้นบนมุมปาก

            เปรี้ยง!! แส้วารีที่ควรจะปะทะเข้ากับร่างของเด็กหนุ่มกลับถูกหยุดเอาไว้ด้วยเถาวัลย์ปริศนา ฟางจ้งมีสีหน้าตื่นตะลึงเมื่อพบว่าเถาวัลย์นั้นมีความแข็งแกร่งทรงพลังอย่างมาก แม้มันจะทุ่มเทพลังไม่เต็มที่ในการโจมตีทว่าแส้วารีของมันกลับไม่อาจสร้างความเสียหายให้กับเถาวัลย์แม้แต่น้อย ทั้งยังสัมผัสได้ถึงแรงสะท้อนอันรุนแรงที่ทำให้จิตวิญญาณของมันสั่นสะท้านอย่างไม่อาจหักห้าม

            มันตระหนักได้ทันทีว่าเจ้าของเถาวัลย์นี้จะต้องเป็นยอดฝีมือ ต่อให้เป็นว่านหลิงหรือว่านไฉ่เอ๋อก็ยังไม่มีคุณสมบัติในการใช้พลังธาตุพฤกษาที่ทรงพลังระดับนี้

            ศิษย์น้องรั่ว เหยาเสี่ยวฉานอุทานขึ้นมาเบาๆ นางไม่คิดเลยว่าจะถูกใครบางคนลอบสะกดรอยตามมาอีกทอดหนึ่ง ทั้งยังยื่นมือเข้าช่วยเหลือซ่งไป่หลางในเวลานี้ นางตระหนักได้ทันทีว่าซ่งไป่หลางไม่เพียงบีบให้นางต้องออกหน้า ยังเชื่อมั่นว่าต่อให้นางไม่ลงมือรั่วอวี่ก็จะต้องลงมือด้วยตนเองอยู่ดี

            พวกเจ้าทั้งหมดล้วนเป็นศิษย์สำนักเดียวกัน เวลานี้กลับต้องการจะทำร้ายกันเองอย่างนั้นรึ ข้าอยากรู้นักว่าหากข้ารายงานเรื่องนี้แก่เจ้าสำนัก พวกเจ้าจะมีข้ออ้างอันใด เสียงอันเย็นชาดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของหญิงสาวผู้งดงาม

            เมื่อนางปรากฏตัวขึ้น สีหน้าของฟางจ้งแปรเปลี่ยนเป็นซีดขาว มันรู้แล้วในที่สุดว่าผู้ใดคือเจ้าของพลังธาตุพฤกษาอันแข็งแกร่ง ไม่แปลกใจเลยที่คนผู้นี้จะทรงพลังกว่ามันหลายเท่า

            ศิษย์พี่รั่ว ข้าฟางจ้งสำนึกผิดแล้ว ฟางจ้งรีบเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงประจบประแจง มันรู้ดีว่าไม่อาจยั่วโทสะของศิษย์ยอดพฤกษาได้ แม้รั่วอวี่จะอายุน้อยกว่ามันมันก็ยังยินดีเรียกขานนางว่าศิษย์พี่

            หืม รั่วอวี่มองฟางจ้งอย่างเย็นชา ก่อนหน้านี้เจ้าต้องการทำร้ายศิษย์ที่มีพลังต่ำกว่าตนเอง เมื่อข้าปรากฏตัวขึ้นเจ้ากลับแสดงท่าทีสำนึกผิด เจ้าช่างไร้ซึ่งความจริงใจเสียจริง หากเจ้าสำนึกกับสิ่งที่เจ้าทำแส้วารีนั้นย่อมไม่มีทางถูกส่งออกไปตั้งแต่แรก

            ข้าพอจะรู้มาบ้างว่าเจ้าเป็นลูกน้องของคนที่ชื่อว่าจ้าวหงสินะ คนผู้นั้นเพิ่งเข้าร่วมสำนักพงไพรได้ไม่นาน กลับทะเยอทะยานต้องการตำแหน่งศิษย์ยอดพฤกษา น่าขันยิ่งนัก

            รั่วอวี่ในเวลานี้ดูเย็นชาและน่าหวาดหวั่นผิดจากที่ซ่งไป่หลางรู้จักมาก เด็กหนุ่มมองดูนางด้วยความรู้สึกสนใจ ไม่นึกเลยว่านางจะสามารถสวมบทบาทที่แตกต่างเช่นนี้ได้

            ภายใต้การกดดันของรั่วอวี่ ฟางจ้งรู้สึกหมดหนทางและอับจนเป็นอย่างยิ่ง มันไม่อาจหาข้ออ้างแก้ตัว และยิ่งไม่อาจโต้เถียงต่อรั่วอวี่ได้แม้แต่น้อย

            ศิษย์น้องรั่ว เจ้ากล่าวเกินไปแล้ว เพียงการทะเลาะเบาะแว้งเล็กๆเช่นนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องใหญ่อันใด ตราบใดที่ไม่มีการทำร้ายกันจนได้รับอันตรายถึงบาดเจ็บสาหัสหรือถึงชีวิต การต่อสู้ระหว่างศิษย์ก็นับว่าเป็นการผลักดันให้เกิดการพัฒนาอย่างหนึ่ง เสียงอ่อนโยนดังขึ้นก่อนที่เหยาเสี่ยวฉานจะทิ้งตัวลงมา เมื่อนางปรากฏตัวฟางจ้งและลูกสมุนก็รู้สึกราวกับวิญญาณของพวกมันถูกกระชากออกไป

            มิใช่เพียงเพราะความงามของคนทั้งสอง แต่เป็นเพราะฐานะของพวกนางที่สูงส่งจนเกินอาจเอื้อม โดยเฉพาะฐานะของเหยาเสี่ยวฉาน พวกมันทุกคนล้วนมิกล้ามองหน้านางโดยตรง

            รังแกคนที่อ่อนแอกว่า เช่นนี้นับว่าเป็นการต่อสู้เพื่อพัฒนาอันใด เป็นเพียงการข่มเหงรังแกอย่างน่าสมเพชเท่านั้น หยุนป้อพลันตะโกนขึ้นมาอย่างไม่กลัวฟ้าดิน มิใช่ว่ามันไม่รู้จักรั่วอวี่และเหยาเสี่ยวฉาน ทว่านิสัยมุทะลุและรักความยุติธรรมของมันเข้าขั้นวิกฤติไปแล้ว ต่อให้เผชิญหน้ากับผู้ใดหากมันเห็นว่าไม่เป็นธรรมมันก็ไม่ลังเลที่จะเอ่ยปากเช่นนี้

            เหยาเสี่ยวฉานตกตะลึงเล็กน้อย นางไม่คิดเลยว่าจะมีใครบางคนพูดจาเช่นนี้ต่อหน้าของนาง ขณะที่รั่วอวี่ต้องพยายามสุดชีวิตมิให้หลุดหัวเราะออกมา นางยังคงพยายามปั้นสีหน้าเย็นชา

            คนผู้นี้กล่าวได้ถูกต้องแล้ว ศิษย์พี่เหยา คนเหล่านี้ร่วมมือกันเพื่อรังแกคนที่มีพลังต่ำกว่าตัวเองอย่างมาก นักว่าเป็นการกระทำที่น่าสมเพชอย่างแท้จริง รั่วอวี่รีบพูดเสริมหยุนป้อทันที

            เหยาเสี่ยวฉานรู้สึกหนักใจเล็กน้อย ทว่านางยังคงพูดต่อ ศิษย์น้องรั่ว บางทีพวกเขาอาจจะมีปัญหาบางอย่างจึงได้เกิดการปะทะขึ้น มิสู้พวกเราลองสอบถามเผื่อจะได้ช่วยแก้ไขคลี่คลายปัญหาให้กับพวกเขาได้

            คำพูดของนางทำให้ฟางจ้งเห็นทางสว่าง หากรั่วอวี่ต้องการเล่นงานมันต่อให้เหยาเสี่ยวฉานช่วยเหลือก็ยากที่จะช่วยได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหยาเสี่ยวฉานมิมีเหตุผลที่จะยื่นมือช่วยเหลือมันแม้แต่น้อย

            ต่อให้จ้าวหงมีความสัมพันธ์กับผู้ใดในสำนัก มันก็ไม่เพียงพอที่จะรับมือความโกรธของศิษย์ยอดพฤกษาได้

            รั่วอวี่พยักหน้า เช่นนั้นก็เอาตามที่ศิษย์พี่เหยาว่า พวกเจ้ามีปัญหาอันใดกันจึงได้เกิดการปะทะกันขึ้น นางมองฟางจ้งอย่างเย็นชา หากอีกฝ่ายไม่สามารถมอบคำตอบที่น่าพอใจแก่นางได้ นางจะไม่ปล่อยไปอย่างแน่นอน

            ฟางจ้งกลอกตาไปมาพยายามนึกหาข้ออ้างบางอย่างที่จะช่วยเหลือมันได้ ขณะเดียวกันเมื่อมองไปยังสีหน้าเฉยเมยไม่สนใจโลกของซ่งไป่หลาง มันก็นึกอะไรบางอย่างออก

            ใช่แล้ว ศิษย์พี่ทั้งสอง คุณชายจ้าวหงได้ยินมาว่าคนผู้นี้ได้ผ่านการทดสอบเข้าร่วมสำนักของเราโดยไม่ถูกต้องตามกฏ มันใช้เส้นสายจากพี่น้องตระกูลว่านเพื่อกลายเป็นศิษย์ ด้วยพลังระดับมันย่อมไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นศิษย์ของสำนักพงไพรอย่างแน่นอน คุณชายจ้าวไม่ต้องการให้มันทำให้สำนักเสื่อมเสียจึงส่งพวกเรามาที่นี่เพื่อบังคับให้มันสารภาพความผิดและลาออกจากสำนักไปซะ

            โอ้ เหยาเสี่ยวฉานและรั่วอวี่ชะงักไปเล็กน้อย เช่นเดียวกับซ่งไป่หลางที่ตกตะลึงไปเช่นกัน

            เหลวไหล น้องชายคนนี้เพิ่งรู้จักกับพวกเราได้ไม่กี่วันนับจากที่มันเข้าร่วมเรือนพักเดียวกับพวกเรา จะไปใช้เส้นสายของว่านหลิงได้อย่างไร หยุนป้อตะโกนขึ้นมาทันที

            ศิษย์พี่ทั้งสองตัดสินใจด้วยตนเองเถอะ พลังระดับขั้นหนึ่งเหนือมนุษย์นับว่าอ่อนแอยิ่งนัก มันจะมีปัญญาผ่านการทดสอบเข้าสำนักได้อย่างไร เรื่องนี้ย่อมต้องเป็นการโกงและใช้เส้นสายอย่างแน่นอน ฟางจ้งยังคงยืนกราน

            รั่วอวี่และเหยาเสี่ยวฉานรู้สึกหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก ฟางจ้งกล้าอ้างเหตุผลไร้สาระนี้ขึ้นมาได้อย่างไร หากมันรู้ว่าคนที่พาซ่งไป่หลางเข้าสู่สำนักก็คือรั่วอวี่ และคนที่ทดสอบซ่งไป่หลางก็คือเหยาเสี่ยวฉาน มันจะทำสีหน้าเช่นใด

            ซ่งไป่หลางพลันเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ในที่สุดมันก็มีโอกาสตอบโต้เหยาเสี่ยวฉานได้แล้ว สหาย การที่เจ้าใส่ร้ายข้าเช่นนี้ มิทราบว่าเจ้ามีหลักฐานอันใดหรือไม่

            ฟางจ้งแค่นเสียงมองซ่งไป่หลางด้วยสายตาดูถูก เฮอะ สวะอ่อนแอเช่นเจ้าเข้าร่วมสำนักพงไพรได้ย่อมแน่ชัดอยู่แล้วว่ามิได้เป็นไปโดยโปร่งใส อีกทั้งพวกข้าสืบข่าวมาว่าวันที่เจ้าปรากฏตัวในเขตตะวันออก เจ้ามาพร้อมกับหญิงสาวสองคนที่ปิดบังตัวตน พวกนางย่อมต้องเป็นว่านหลิงและว่านไฉ่เอ๋อเป็นแน่

            ตัวตนเช่นเจ้ามีแต่จะทำให้สำนักพงไพรเสื่อมเสีย คุณชายจ้าวของพวกเราให้ความสำคัญกับเกียรติและผลประโยชน์ของสำนักเป็นอันดับหนึ่ง จะปล่อยให้ตัวตนเช่นเจ้าอยู่ในสำนักของพวกเราได้อย่างไร หากเจ้าสารภาพและยอมลาออกจากสำนักไปซะพวกเราก็จะปล่อยเจ้าไปโดยไม่ทำร้าย

            ฟางจ้งเชื่อมั่นอย่างมากว่าซ่งไป่หลางใช้เส้นสายของพี่น้องตระกูลว่าน มิเช่นนั้นก็ไม่อาจหาเหตุผลที่มันจะเข้าร่วมสำนักด้วยพลังเพียงแค่นี้

            หืม ถูกต้อง ข้ามาที่เขตตะวันออกพร้อมกับหญิงสาวสองคนจริง ซ่งไป่หลางตอบด้วยรอยยิ้มลึกลับ ทว่าสองคนนั้นมิใช่ว่านหลิงและว่านไฉ่เอ๋อเป็นแน่ ข้าเพิ่งรู้จักพวกนางก็หลังจากที่เลือกเรือนพักหลังนั้น

            เหลวไหล เช่นนั้นสตรีทั้งสองนั้นจะเป็นผู้ใดกัน ฟางจ้งคำราม

            ความจริงแล้วข้าถูกห้ามมิให้เปิดเผยตัวตน ทว่าในเมื่อเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความโปร่งใสของข้าและเกียรติของสำนัก บางทีข้าอาจจะต้องเลือกที่จะเปิดเผยมัน ซ่งไป่หลางแสร้งเอ่ยด้วยท่าทีเสียใจ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 233 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น