God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 9 : ตอนที่ 8 ผลวิญญาณสีแดง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,226
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 634 ครั้ง
    20 ต.ค. 62

                ซ่งหงเฉินขมวดคิ้วด้วยความรู้สึกหนักใจ หลังจากตระกูลได้ข่าวการประลองและการสร้างชื่อเสียงของซ่งไป่หลางตัวมันก็ได้ทำการสืบตัวตนของซ่งไป่หลางมาก่อนแล้ว พบว่าเด็กคนนี้เดิมทีมีพลังและพรสวรรค์อันอ่อนด้อยจนแทบจะไร้ค่า ไม่ได้รับความสนใจจากผู้ใดทั้งยังถูกกลั่นแกล้งสารพัดจนต้องหลบหนีจากตระกูล แม้แต่บิดาและมารดายังไม่สนใจจะตามหาหรือให้ความดูแล

                ด้วยเรื่องราวเหล่านี้ซ่งหงเฉินไม่แปลกใจเลยหากซ่งไป่หลางจะไม่มีเยื่อใยต่อตระกูล มันไม่สามารถเอ่ยโทษใครได้เพราะนี่ก็เป็นความรับผิดชอบส่วนหนึ่งของมันในฐานะผู้นำตระกูล ควรทราบว่าตระกูลซ่งมีจำนวนสมาชิกเป็นหลักพันจะให้มันจดจำและดูแลทุกคนอย่างทั่วถึงย่อมเป็นไปไม่ได้ กว่าจะรู้จักซ่งไป่หลางก็กลายเป็นว่าความผูกพันกับตระกูลถูกตัดขาดไปเสียสิ้นแล้ว

                อาศัยเวลาเพียงช่วงสั้นๆกลับพัฒนาจนถึงระดับเจ็ดก่อกำเนิด ทั้งยังเป็นอันดับหนึ่งในการสอบเข้าศิษย์สายใน นึกไม่ถึงว่าเด็กคนนี้จะได้รับวาสนาที่สูงส่งเพียงนี้ ข้าควรจะทำยังไงกับเขาดีซ่งหงเฉินยืนอยู่ในจุดยืนที่ยากลำบากยิ่ง

                หากซ่งไป่หลางมีความรู้สึกโกรธแค้นต่อตระกูลย่อมกลายเป็นภัยคุกคามที่ต้องรีบกำจัดทิ้ง แม้จะเสียดายเด็กที่มีพรสวรรค์เพียงใดแต่ในฐานะผู้นำตระกูลความปลอดภัยของตระกูลย่อมต้องมาเป็นอันดับแรก ซ่งหงเฉินเวลานี้ไม่มีทางเลือกใดๆนอกจากต้องรีบตรวจสอบความเป็นไปได้ที่ซ่งไป่หลางจะกลายเป็นภัยและตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรกับเขาต่อไป

                ในเวลานั้นบรรดาผู้เยาว์ของตระกูลซ่งได้กลับมาถึงและเข้ามาพบปะกับบรรดาผู้อาวุโสและผู้นำตระกูล ผู้เยาว์ทั้งห้าสิบกว่าคนมีเพียงสิบคนที่เป็นศิษย์สายใน หนึ่งในนั้นคือซ่งชางหยางที่เพิ่งเข้าเป็นศิษย์สายในได้และมีอายุน้อยที่สุดในบรรดาคนทั้งหมด ส่วนที่เหลือล้วนเป็นศิษย์สายนอกทั้งสิ้น

                คารวะผู้นำตระกูลบรรดาผู้เยาว์ต่างทำความเคารพต่อซ่งหงเฉิน

                ซ่งหงเฉินกวาดตามองซ่งเจียหลานและซ่งชางหยาง ดวงตาเผยความพึงพอใจหลายส่วนก่อนจะเอ่ยทักทายและอวยพรต่อคนรุ่นเยาว์เหล่านั้น

                จากนั้นบรรดาผู้เยาว์จึงไปทำความเคารพเหล่าผู้อาวุโส ระหว่างนั้นซ่งชางหยางพลันกระอักเลือดสดออกมาคำหนึ่งสร้างความตื่นตกใจให้กับผู้คน ซ่งจวินผู้เป็นบิดารีบเข้ามาหาและตรวจสอบอาการอย่างร้อนรน

                หยางเอ๋อ อาการบาดเจ็บของเจ้ายังไม่หายดีซ่งจวินถอนหายใจ อย่างน้อยอาการของซ่งชางหยางก็ไม่นับว่าร้ายแรง เพียงแค่บาดเจ็บภายในจากการประลองและยังไม่สามารถรักษาจนหายขาด

                ดวงตาของซ่งจวินเต็มไปด้วยความโกรธ ท่านพ่อ ซ่งไป่หลางลงมือโหดเหี้ยมอำมหิตนัก ในการประลองเขาย่อมมีฝีมือเหนือกว่าหยางเอ๋ออย่างมาก ทว่ากลับลงมือโดยไม่ออมแรง หวังทำลายอนาคตบุตรชายข้า ขอท่านพ่อให้ความเป็นธรรมด้วย

                ซ่งหงเฉินขมวดคิ้ว ในใจนึกสบถด่าบุตรชายผู้โง่เง่าของตน ขนาดมันยังรู้ว่าซ่งชางหยางเป็นฝ่ายคิดร้ายโจมตีอย่างต่ำช้าก่อนบีบบังคับให้ซ่งไป่หลางต้องลงมือ เป็นไปไม่ได้ที่ซ่งจวินจะไม่รู้เช่นกัน ทั้งที่รู้ว่าบุตรชายเป็นฝ่ายผิดยังกล้าเรียกร้องอย่างโง่งม เป็นไปได้ว่าซ่งจวินทะนงตนคิดว่าเป็นลูกรักจึงกล้าทำเช่นนี้

                เอ้ะ ท่านพี่เอ่ยว่าซ่งไป่หลางลงมืออย่างอำมหิต เป็นไปได้หรือว่าท่านไม่รู้เรื่องรายละเอียดการประลองครานั้นซ่งหมิงแสร้งอุทานดวงตาเต็มไปด้วยรอยยิ้มขบขันเยาะเย้ย ท่านไม่รู้จริงๆหรือ ว่าบุตรชายของท่านทำอะไร

                “ซ่งหมิง เจ้ากล้าสงสัยลูกข้าหรือซ่งจวินคิดไม่ถึงว่าซ่งหมิงจะกล้าตั้งตนเป็นศัตรู เพราะตนคิดว่าซ่งไป่หลางนั้นไม่มีผู้หนุนหลังจึงกล้าเอ่ยออกมาอย่างหน้าด้านๆหวังให้ซ่งไป่หลางถูกลงโทษจากตระกูล กลับถูกน้องชายของตนตีแสกหน้าจนรู้สึกหน้าชาไปหมด

                พอได้แล้ว!!” ซ่งหงเฉินตวาดออกมาทำให้ทั่วทั้งงานเลี้ยงกลายเป็นความเงียบกริบ เรื่องนั้นเราจะมาตัดสินกันทีหลัง

                “ผู้นำตระกูลซ่ง ข้าเป็นผู้นำสาส์นจากนิกายบัวสวรรค์มาขอเข้าพบน้ำเสียงอันเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังดังขึ้นดึงความสนใจของผู้คน โดยทั่วไปผู้นำสาส์นของนิกายจะเป็นเพียงผู้มีระดับพลังขั้นหกถึงเจ็ดก่อกำเนิดเท่านั้น ทว่าเนื่องจากเรื่องนี้มีผู้อาวุโสบางคนของนิกายช่วยจัดการลับหลังจึงทำให้ผู้มาเยือนตระกูลซ่งเป็นถึงหนึ่งในบุคคลสำคัญของนิกายสร้างความตื่นตะลึงให้กับตระกูลซ่งเป็นอย่างยิ่ง

                ผู้ฝึกสอนลู่ เหตุใดท่านจึงกลายเป็นผู้ส่งสาส์นไปได้

                ผู้ฝึกสอนลู่ผู้นี้เป็นถึงหนึ่งในผู้ฝึกสอนอันดับต้นๆของศิษย์สายนอก โดยปกติไม่ยอมรับฟังคำสั่งใครนอกจากผู้อาวุโสจางและเจ้านิกายเท่านั้น เพราะเขาเคยเป็นศิษย์ของผู้อาวุโสจางมาก่อน และคนผู้นี้ก็มีระดับพลังถึงขั้นสามเที่ยงแท้ นับว่ามีบทบาทหน้าที่สำคัญอย่างมากในนิกาย

                ลูกหลานตระกูลซ่งหลายคนที่เป็นศิษย์สายนอกต่างก็มองดูผู้ฝึกสอนลู่ด้วยดวงตาคาดหวัง เพราะอยากให้ผู้ฝึกสอนลู่ผู้นี้รับตนเป็นศิษย์ใกล้ชิด

                มีของส่งมาที่ตระกูลซ่ง ของชิ้นนี้นับว่ามีมูลค่า ไม่อาจไว้ใจให้ผู้ส่งสาส์นธรรมดานำมาด้วยตนเอง อีกทั้งผู้ที่ส่งมาก็ยังเป็นศิษย์น้องของข้า อืม ก่อนหน้านี้ข้าได้ยินใครบางคนใส่ร้ายศิษย์น้องของข้าอยู่ ไม่แน่ว่าข้าอาจช่วยแก้ต่างให้ถูกต้องได้

                ทุกคนต่างเงียบงันด้วยความรู้สึกตื่นตะลึง ศิษย์น้องของผู้ฝึกสอนลู่ นั่นย่อมหมายถึงการเป็นศิษย์ของผู้อาวุโสจาง หนึ่งในผู้อาวุโสที่มีอำนาจอันดับต้นๆของนิกาย แม้แต่ซ่งเจียหลานที่เป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งของตระกูลยังได้แค่ฝันว่าจะได้เป็นศิษย์ของคนผู้นี้

                ศิษย์น้องของผู้ฝึกสอนลู่ซ่งจวินสูดลมหายใจอย่างหนาวเหน็บ รู้ว่าผิดท่าแล้ว

                ท่านคือซ่งจวินสินะ ท่านเอ่ยว่าศิษย์น้องของข้าลงมืออย่างโหดเหี้ยมอำมหิต พอดียิ่งนักที่วันนั้นข้าเองก็ได้ดูการประลองอยู่ด้วย อยากรู้หรือไม่ว่าก่อนที่ศิษย์น้องของข้าจะลงมือข้าเห็นอะไร

                ดวงตาเย็นชาของผู้ฝึกสอนลู่กวาดมองร่างของซ่งชางหยาง

                สองพ่อลูกต่างรู้สึกสั่นสะท้านจนด้วยคำพูด โดยเฉพาะซ่งชางหยางที่แทบจะกระอักเลือดเพราะความเคียดแค้นและอิจฉา ซ่งไป่หลางที่เป็นศัตรูของมันอยู่ๆเหตุใดจึงได้กลายเป็นศิษย์ของผู้อาวุโสจางกัน

                ผู้ฝึกสอนลู่โปรดขยายความซ่งหมิงหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ

                ซ่งหงเฉินพ่นลมหายใจ คิดว่าเป็นเช่นนี้ก็ดีเพราะมันจะได้ไม่ต้องตัดสินใจอย่างยากลำบาก ในเมื่อเบื้องหลังของซ่งไป่หลางมีผู้อาวุโสจางอยู่เช่นนั้นการทำอะไรกับซ่งไป่หลางย่อมไม่ใช่เรื่องที่ฉลาด หากเปลี่ยนมาเป็นลงโทษซ่งชางหยางแทนย่อมไม่มีปัญหา อย่างมากก็แค่หาวิธีมาปลอบขวัญกันทีหลังเท่านั้น

                ผู้ฝึกสอนลู่เล่าเรื่องการโจมตีอันต่ำช้าของซ่งชางหยางอย่างไม่ไว้หน้า เพราะตนได้รู้จากอาจารย์ว่าศิษย์น้องผู้นี้เคยเกือบถูกฆ่าโดยซ่งชางหยางมาก่อน ทั้งยังเจอกับการโจมตีอันต่ำช้าเช่นนั้น ในฐานะศิษย์พี่ผู้ฝึกสอนลู่ไม่มีทางเห็นใจซ่งชางหยางอย่างเด็ดขาด

                เป็นความจริงรึ หยางเอ๋อซ่งหงเฉินเอ่ยถามเสียงเรียบหลังผู้ฝึกสอนลู่เล่าเรื่องจบ

                ข้าถามว่าเป็นความจริงใช่หรือไม่!!” เมื่อเห็นซ่งชางหยางนิ่งเงียบไม่ตอบครานี้ซ่งหงเฉินจึงตวาดออกมาพร้อมกับระเบิดพลังลมปราณออกมาด้วย ซ่งชางหยางถึงกับหวาดกลัวจนสติแตกรับสารภาพอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

                ซ่งหงเฉินถอนหายใจ ผู้ฝึกสอนลู่ เรื่องคราวนี้หยางเอ๋อเป็นฝ่ายผิด ข้าจะลงโทษด้วยตนเอง แต่ข้ามีข้อสงสัยเล็กน้อยไม่ทราบพอจะตอบคำถามข้าสักข้อสองข้อได้หรือไม่

                “เชิญผู้นำตระกูลซ่งถามแม้ผู้ฝึกสอนลู่จะมีตำแหน่งค่อนข้างใหญ่ทว่าก็ยังไว้หน้าซ่งหงเฉินอยู่หลายส่วน

                เหตุใดอาจารย์ของท่านผู้อาวุโสจางจึงรับไป่หลางเป็นศิษย์ และเหตุใดไป่หลางจึงไม่กลับมาที่ตระกูล

                ผู้ฝึกสอนลู่เผยรอยยิ้ม อาจารย์รับศิษย์น้องเป็นศิษย์ใกล้ชิด สาเหตุหนึ่งมาจากการแนะนำของศิษย์น้องฉิน อีกส่วนหนึ่งมาจากผลงานและพรสวรรค์ที่ศิษย์น้องซ่งแสดงออก

                “ส่วนเรื่องที่ศิษย์น้องซ่งไม่กลับมาก็เพราะเขาต้องการเร่งฝึกฝน เพื่อให้พร้อมสำหรับการประลองเก้านภา ทว่าแม้ศิษย์น้องจะไม่ได้กลับมาแต่ยังส่งของขวัญมามอบให้กับท่านผู้นำตระกูล ซึ่งข้าได้นำของชิ้นนั้นมาด้วยตนเอง

                ผู้ฝึกสอนลู่สะบัดมือคราหนึ่งผลวิญญาณสีแดงก็ปรากฏออกมา ผู้คนในตระกูลต่างอุทานออกมาเพราะรู้มูลค่าของมันดี แม้ว่าตระกูลซ่งจะมีทรัพย์สินมากพอที่จะซื้อผลวิญญาณสีแดงได้จำนวนมากแต่ปัญหาคือผลวิญญาณแดงไม่ใช่สิ่งที่มีขายทั่วไป การจะซื้อผลวิญญาณสีแดงต้องเดินทางไปไกลกว่าหมื่นลี้ มีเพียงนิกายใหญ่อย่างนิกายบัวสวรรค์จึงจะเสาะหามาได้ ดังนั้นมูลค่าของผลวิญญาณสีแดงจึงนับว่าค่อนข้างมากในเมืองนี้

                โดยเฉพาะกับซ่งไป่หลาง ในความคิดของคนตระกูลซ่ง ซ่งไป่หลางน่าจะใช้ของรางวัลที่ได้รับเพื่อการฝึกฝนตนเอง แต่เขากลับเลือกส่งของชิ้นนี้กลับมาให้ที่ตระกูล นี่จึงทำให้ความรู้สึกต่อต้านซ่งไป่หลางของคนในตระกูลลดลงมามาก หากลูกหลานของตนได้ผลไม้วิญญาณสีแดงชิ้นนี้ก็เท่ากับเปิดหนทางก้าวหน้าไปได้อีกระดับ

                ไม่เลว นับเป็นเด็กที่ประเสริฐซ่งหงเฉินหัวเราะออกมา ของขวัญชิ้นนี้อาจจะไม่ได้มีมูลค่ามากมายทว่ากลับส่งผลต่อสถานะของซ่งไป่หลางให้แปรเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เพียงผลไม้วิญญาณลูกเดียวกลับทำให้ซ่งหงเฉินลดความหวาดระแวงลงไปมาก

                ผู้นำตระกูลซ่ง ข้าในฐานะตัวแทนผู้อาวุโสจางมาที่นี่เพื่อส่งของขวัญจากศิษย์น้อง อีกทั้งยังมาเพื่อชี้แจงเหตุผลที่ศิษย์น้องไม่ได้เดินทางกลับมา หวังว่าท่านจะไม่ถือสาศิษย์น้องของข้าดวงตาของผู้ฝึกสอนลู่ทอประกาย

                ซ่งหงเฉินส่ายหน้า ข้าย่อมไม่ติดใจเอาความ หากไป่หลางสามารถสร้างชื่อเสียงในการประลองสิบนภาตระกูลซ่งเองก็ย่อมได้รับชื่อเสียงไปด้วย ผู้อาวุโสลู่โปรดวางใจ ตระกูลซ่งย่อมไม่คิดทำลายอัจฉริยะของตระกูล

                “ได้ยินเช่นนั้นข้าก็สบายใจ ตระกูลซ่งทุกท่าน ข้าลู่ขอลา จากนี้หากผู้ใดมีปัญหาเกี่ยวกับศิษย์น้องของข้า พวกท่านสามารถมาหาข้าได้ทุกเมื่อ หรือไม่ก็สามารถไปหาอาจารย์ของข้า

                คำกล่าวของผู้ฝึกสอนลู่ทำให้ผู้คนแทบกระอักเลือดออกมา เอ่ยออกมาขนาดนี้ผู้ใดจะกล้ามีปัญหากับซ่งไป่หลางอีก ผู้ฝึกสอนลู่เองเป็นถึงผู้มีพลังระดับสามเที่ยงแท้ ยังไม่นับผู้อาวุโสจางที่มีพลังขั้นห้าเที่ยงแท้ นับว่าเป็นจุดสูงสุดของทวีปแห่งนี้ไม่ต่างจากระดับเจ้านิกาย ต่อให้เป็นซ่งหงเฉินยังไม่กล้าล่วงเกิน

                ผู้ฝึกสอนลู่เดินทางจากไป ซ่งหงเฉินจึงพ่นลมหายใจอันหนักหน่วงออกมา ดวงตาคมกล้าตวัดมองไปยังร่างของซ่งจวินและซ่งชางหยางก่อนจะแค่นเสียงออกมา ชางหยาง ข้าขอลงโทษเจ้าโดยตัดการสนับสนุนทรัพยากรเป็นเวลาสองเดือน หมิงเอ๋อ เจ้าไปเรียกตัวจิงลู่และฮูหยินมาหาข้า

                ซ่งจิงลู่นั้นย่อมเป็นบิดาของซ่งไป่หลาง ซ่งหงเฉินในเวลานี้มีความคิดเพียงอย่างเดียวคือต้องการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลซ่งและซ่งไป่หลาง แน่นอนว่าต้องเริ่มจากปัญหาของครอบครัวที่ใกล้ชิดที่สุด

 

                บริเวณหุบเขาต้องห้าม ฉินจีเปิดดวงตาก่อนจะเผยรอยยิ้ม ศิษย์น้องซ่ง ศิษย์พี่ลู่เพิ่งติดต่อข้าผ่านทางหยกลมปราณ ดูเหมือนเขาจะจัดการเรื่องที่ตระกูลของเจ้าเรียบร้อยแล้ว เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับตระกูลอีก

                ซ่งไป่หลางพยักหน้าด้วยความรู้สึกขอบคุณ หลังจากได้รับตำแหน่งศิษย์สายในผู้อาวุโสจางกันฉินจีก็เข้ามาติดต่อกับตน ด้วยการแนะนำของฉินจีผู้อาวุโสจางได้รับซ่งไป่หลางเป็นศิษย์ใกล้ชิดและรับปากว่าจะช่วยดูแลจัดการอะไรหลายๆอย่างให้ ทำให้ซ่งไป่หลางไม่จำเป็นต้องกังวลอะไรอีก ความจริงแล้วเขาไม่จำเป็นต้องมอบผลวิญญาณให้ตระกูลด้วยซ้ำ เพียงมีผู้อาวุโสจางหนุนหลังก็มากพอที่จะทำให้ตระกูลไม่กล้าแตะต้องตนเองแล้ว แต่ซ่งไป่หลางไม่อยากพึ่งพาผู้อาวุโสจางฝ่ายเดียว ดังนั้นจึงยังคงมอบผลวิญญาณสีแดงให้ตระกูลเป็นการตัดปัญหา

                ศิษย์พี่ฉิน ข้าขอฝากขอบคุณต่อท่านอาจารย์ด้วย จากนี้ไปข้าจะเก็บตัวฝึกฝนเพื่อเร่งเพิ่มระดับพลัง คงจะไม่ออกจากหุบเขาต้องห้ามสักพัก

                ผู้ที่กลายเป็นศิษย์สายในโดยทั่วไปจะต้องทำภารกิจตามที่นิกายกำหนดจนถึงระดับหนึ่ง ทว่าซ่งไป่หลางนั้นเตรียมพร้อมเป็นอย่างดี เขาตั้งใจว่าจะล่าสัตว์ปีศาจระดับหนึ่งจำนวนมากก่อนที่จะออกไปส่งมอบภารกิจในครั้งเดียว หลังจากนั้นจึงใช้แต้มภารกิจแลกกับวิชาระดับสูงอีกสักวิชา ทำเช่นนี้วนไปเรื่อยๆจนกว่าจะมีระดับถึงขั้นเที่ยงแท้

                ที่สำคัญคือแก่นวิญญาณของสัตว์ปีศาจ แม้แก่นวิญญาณของสัตว์ปีศาจระดับหนึ่งจะไม่ได้มีค่านักเมื่อเทียบกับแก่นวิญญาณของสัตว์ปีศาจระดับสอง แต่หากมีจำนวนนับร้อยนับพันก็มากพอที่จะให้ผลลัพธ์เทียบเท่า ซ่งไป่หลางตั้งใจที่จะเก็บเกี่ยวแก่นวิญญาณของสัตว์ปีศาจจำนวนมาก ยิ่งแข็งแกร่งก็ยิ่งดี

                ฉินจีเห็นความมุ่งมั่นของซ่งไป่หลางแล้วดังนั้นจึงไม่คิดห้ามทว่ายังคงเอ่ยเตือนอย่างห่วงใย ศิษย์น้องซ่ง หากคิดจะฝึกที่นี่จริงก็จงระวังตัวให้มาก สัตว์ปีศาจระดับสองนั้นไม่ธรรมดาอย่างยิ่ง แม้แต่ข้าเองยังพอรับมือสัตว์ปีศาจระดับสองได้ไม่มาก หากเป็นระดับกลางลงไปยังพอว่า แต่สัตว์ปีศาจระดับสองขั้นสูงนั้นแตกต่างออกไป หากพบเจอเจ้าจะต้องรีบหนีทันที

                ซ่งไป่หลางหัวเราะ ขอบคุณศิษย์พี่ฉินที่เป็นห่วง ข้าไม่คิดจะทิ้งชีวิตเอาไว้ที่นี่ย่อมต้องหลีกเลี่ยงสัตว์ปีศาจระดับสองอย่างแน่นอน

                หลังจากฉินจีจากไปแล้ว ซ่งไป่หลางจึงเริ่มฝึกฝนตนเอง เริ่มจากทบทวนวิชาฝ่ามือบัวสวรรค์ที่บัดนี้ฝึกจนถึงขั้นห้า ทว่าวิชานี้กลับพัฒนาไปมากจนสามารถสร้างรูปลักษณ์ของดอกบัวสวรรค์จำนวนสองดอก แม้จะเป็นเพียงเงาดอกบัวที่เลือนรางทว่ากลับมีพลังทำลายล้างไม่ธรรมดา

                ต่อมาคือวิชาท่าเท้าแปดบัวดาราที่ฝึกจนถึงระดับสี่ เมื่อซ่งไป่หลางเริ่มขยับกายก็คล้ายกับร่างแยกออกเป็นแปดร่างเคลื่อนไหวไปตามแปดทิศ มองเห็นเพียงเงาวูบวาบยากจะจับตัว

                ซ่งไป่หลางยิ้มอย่างพึงพอใจ ขอเพียงมีเวลามากขึ้นอีกสักนิดหากเขาสามารถฝึกวิชาทั้งสองจนถึงระดับสิบได้ ต่อให้เป็นผู้มีพลังขั้นเที่ยงแท้เขาก็ไม่เห็นอยู่ในสายตา

                เจ้าหนู เรามาดูวิชาใหม่ของเจ้ากันดีกว่าเซี่ยหยางเอ่ยออกมาอย่างตื่นเต้น นึกไม่ถึงในหอคัมภีร์ของนิกายบัวสวรรค์จะซุกซ่อนวิชาขั้นสวรรค์ที่ไม่สมบูรณ์เอาไว้มากมาย หลังจากตัดใจจากวิชาต่างๆด้วยความเสียดายอาลัยแล้วในที่สุดซ่งไป่หลางก็ได้เลือกวิชาที่เป็นสายป้องกันมาหนึ่งวิชา

                สาเหตุที่เลือกวิชานี้มีสองเหตุผล หนึ่งคือซ่งไป่หลางเวลานี้มีวิชาที่มุ่งเน้นโจมตีอย่างฝ่ามือบัวสวรรค์ และวิชาเคลื่อนไหวอย่างท่าเท้าแปดบัวดาราอยู่แล้ว แต่มีจุดอ่อนคือพลังป้องกันที่อาจทำให้พลาดท่าบาดเจ็บสาหัสหรือถึงกับตกตายได้

                และข้อสองคือวิชานี้มีความสัมพันธ์กับพลังธาตุน้ำอย่างลึกซึ้งยิ่ง ถึงขนาดที่เซี่ยหยางประเมินไว้ว่าเมื่อซ่งไป่หลางสามารถใช้พลังของวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ได้เมื่อใด วิชานี้จะพัฒนาจนแทบจะเทียบเคียงกับวิชาขั้นสวรรค์อันเป็นขั้นดั้งเดิมได้เลยทีเดียว

                ซ่งไป่หลางสูดลมหายใจในหัวนึกไปถึงเคล็ดลับของวิชาที่ได้เรียนรู้มา เมื่อนำความรู้ที่ได้รับมาผสานกับคำแนะนำของเซี่ยหยางในที่สุดก็สามารถฝึกวิชาใหม่ได้สำเร็จ

                เคล็ดม่านบัวสวรรค์

                รอบกายของซ่งไป่หลางพลันปรากฏร่องรอยของพลังลมปราณก่อตัวเป็นม่านพลังรูปครึ่งวงกลมโอบล้อมร่างของซ่งไป่หลางเอาไว้ เมื่อเพ่งมองดีๆจะเห็นว่าโดมครึ่งวงกลมนี้อัดแน่นไปด้วยพลังลมปราณที่ซ้อนทับกันเป็นลักษณะของเกล็ดชิ้นเล็กๆจำนวนมาก ทว่าวิชานี้กลับขาดความเสถียรยิ่ง ซ่งไป่หลางรู้สึกถึงพลังสมาธิที่ขาดหายกะทันหันทำให้วิชาของตนถูกยกเลิก สีหน้าของเด็กหนุ่มซีดเผือดพลังลมปราณเองก็แทบจะหมดสิ้น

                เจ้าใช้มันผิดวิธีแล้ว แม้วิชานี้จะเป็นวิชาสายป้องกันทว่าการครอบคลุมทั้งร่างกลับเป็นสิ่งที่สิ้นเปลืองมาก ยิ่งเจ้าพัฒนาวิชานี้ให้มีความแข็งแกร่งขึ้นโดยการเพิ่มความละเอียดของเกล็ดลมปราณมันก็ยิ่งเผาผลาญพลังลมปราณและสมาธิของเจ้า ดังนั้นจงฝึกใช้โดยผนึกไว้เพียงแค่จุดเล็กๆและควบคุมให้แม่นยำ ป้องกันเฉพาะจุดที่ถูกโจมตี เรียกใช้ในเสี้ยวพริบตาและสลายทิ้งทันทีที่ไม่ใช้ นั่นจึงเป็นวิธีใช้วิชานี้ที่ถูกต้องเซี่ยหยางถอนหายใจ

                ทฤษฎีที่เซี่ยหยางเอ่ยนับว่าถูกต้องทว่าในความเป็นจริงกลับยากเย็นยิ่ง การควบคุมวิชาอย่างละเอียดระดับนั้นแม้แต่พวกผู้อาวุโสของนิกายยังไม่มีใครสามารถทำได้ ทว่าสำหรับเซี่ยหยางที่มาจากมิติที่สูงส่งกว่ามากรู้ดีว่าเทคนิคระดับนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น หากซ่งไป่หลางสามารถควบคุมวิชานี้ได้อย่างสมบูรณ์ ไม่ใช่แค่ใช้ป้องกันยังสามารถใช้เทคนิคนี้ในการโจมตีได้ด้วย

                เอาละ มาเริ่มฝึกฝนกัน จนกว่าเจ้าจะสามารถใช้วิชานี้ได้คล่องแคล่วมากพอยังไม่ต้องออกไปล่าสัตว์ปีศาจเซี่ยหยางเอ่ยพิมพ์เนื้อหาตรงนี้
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 634 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น