God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 10 : ตอนที่ 9 สัตว์ปีศาจวิวัฒนาการ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,175
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 586 ครั้ง
    20 ต.ค. 62

                หลังจากเริ่มเรียนรู้วิชาม่านบัวสวรรค์ซ่งไป่หลางก็ทุ่มเทฝึกฝนอย่างบ้าคลั่ง ไม่ใช่การฝึกฝนเพื่อยกระดับวิชาแต่กลับเป็นฝึกฝนเพื่อยกระดับเทคนิคที่จะทำให้วิชานี้มีความร้ายกาจมากยิ่งขึ้น จนตอนนี้ซ่งไป่หลางสามารถควบคุมให้ม่านบัวสวรรค์ก่อตัวเป็นรูปวงกลมขนาดครึ่งหนึ่งของตัวคนได้ดั่งใจแล้ว ทว่ายังนับว่าเป็นการใช้ที่สิ้นเปลืองเกินไป

                ศัตรูโจมตีมาด้วยกระบี่การป้องกันก็ต้องการเพียงแค่ให้เพียงพอต่อการต้านรับปลายกระบี่เท่านั้น ขนาดของม่านบัวสวรรค์ตอนนี้ยังใหญ่เกินไป ใช้ได้เพียงไม่ถึงสิบครั้งพลังของเจ้าก็คงแห้งเหือดไปจนหมดแล้วเซี่ยหยางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

                ซ่งไป่หยางไม่ได้โต้แย้ง แม้ว่าการฝึกฝนจะยากเพียงใดแต่หากเซี่ยหยางระบุว่าทำได้ซ่งไป่หลางก็พร้อมที่จะเชื่อว่าตนเองสามารถทำได้ ขอเพียงมีความตั้งใจจริง

                เวลาผ่านมาสิบกว่าวันแล้วตั้งแต่ที่เริ่มฝึก ตอนนี้ซ่งไป่หลางสามารถลดขนาดของม่านบัวสวรรค์ให้มีขนาดเท่าหนึ่งในสี่ของร่างกาย ทั้งยังสามารถสร้างม่านพลังและสลายทิ้งได้รวดเร็วกว่าเดิม

                ฝึกมาถึงจุดนี้เซี่ยหยางจึงเริ่มพอใจขึ้นมาบ้าง อย่างไรก็ตามความยากของวิชานี้จะเริ่มขึ้นก็ต่อเมื่อสามารถควบคุมม่านพลังที่มีขนาดเท่าฝ่ามือได้สำเร็จ เพราะนอกจากจะต้องใช้สมาธิในการควบคุมม่านพลังที่มีขนาดเล็กมากแล้วยังต้องอาศัยความแม่นยำ ป้องกันให้ถูกจุด มีแต่ต้องฝึกฝนผ่านการต่อสู้ใช้จริงจึงจะทำให้ชำนาญได้

                เมื่อถึงจุดนี้เซี่ยหยางจึงบอกให้ซ่งไป่หลางลดการฝึกฝนวิชาม่านบัวสวรรค์ลง และเปลี่ยนมาฝึกฝนพลังลมปราณควบคู่ไปด้วย แน่นอนว่าเป้าหมายของซ่งไป่หลางจะต้องเป็นน้ำตกลมปราณระดับสาม แม้ว่าความเร็วในการฝึกฝนจะลดลงมากแล้วแต่น้ำตกลมปราณระดับสามก็ยังเป็นตัวช่วยชั้นดีที่ทำให้ซ่งไป่หลางเชื่อมั่นว่าจะสามารถก้าวเข้าสู่ระดับแปดก่อกำเนิดในเวลาไม่เกินหนึ่งเดือน

                ซ่งไป่หลางมีเวลาฝึกฝนอยู่ที่นี่เพียงหกเดือนเท่านั้น เพราะอีกหกเดือนข้างหน้าจะมีการจัดการประลองสิบนภาขึ้น ในการประลองนั้นซ่งไป่หลางต้องการเป็นตัวแทนของศิษย์สายในเข้าประลองและชิงอันดับหนึ่งมาให้ได้ ของรางวัลของอันดับหนึ่งในการประลองสิบนภานับว่าสะท้านสะเทือนอย่างยิ่ง เป็นทรัพยากรที่ล้ำค่าจนไม่อาจประเมิน หากได้รับมันมาย่อมทำให้การฝึกตนของเขาพัฒนาขึ้นอย่างไม่มีอุปสรรค

                ในหนึ่งวันซ่งไป่หลางจะใช้เวลาช่วงที่แสงอาทิตย์ยังคงอยู่ออกล่าสังหารสัตว์ปีศาจระดับหนึ่งให้ได้มากที่สุด จากนั้นเมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าเขาจะกลับมาที่น้ำตกลมปราณและเริ่มฝึกฝน ส่วนแก่นวิญญาณสัตว์ปีศาจนั้นยังถูกเก็บสะสมเอาไว้ จนกว่าจะมีจำนวนมากพอ

                และก่อนนอนซ่งไป่หลางยังไม่ลืมใช้เวลาอีกส่วนหนึ่งเพื่อฝึกฝนวิชาทั้งสามอย่างของตน

                จนกระทั่งวันที่สิบห้า ฉินจีได้กลับมาอีกครั้งหนึ่ง ศิษย์น้อง ท่านอาจารย์ได้ฝากให้ข้านำของสิ่งนี้มาให้กับเจ้า

                ผู้อาวุโสจางนั้นให้การสนับสนุนซ่งไป่หลางอย่างเต็มที่ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะต้องการซื้อใจซ่งไป่หลางให้มีความรู้สึกดีๆกับนิกาย อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะคาดหวังให้ซ่งไป่หลางสร้างชื่อเสียงในการประลองสิบนภา แม้ตนเองจะไม่ได้สอนหรือให้คำแนะนำอันใดมากมายแก่ซ่งไป่หลาง แต่อย่างน้อยอีกฝ่ายก็มีฐานะเป็นศิษย์ใกล้ชิดของตน ดังนั้นหากซ่งไป่หลางสามารถทำได้ดีในการประลอง ตนเองย่อมได้รับผลประโยชน์ไปด้วยเช่นกัน

                ซ่งไป่หลางเบิกตากว้างมองดูทรัพยากรที่ฉินจีนำมามอบให้กับตนเอง ที่แท้ผู้อาวุโสจางผู้นี้ร่ำรวยไม่น้อย นอกจากแก่นวิญญาณของสัตว์ปีศาจระดับสองอีกห้าชิ้นยังมีอัญมณีชำระโลหิตที่ช่วยให้ผู้ฝึกยุทธ์สามารถชำระสิ่งที่เป็นของเสียออกจากร่างกาย ส่งเสริมให้ลมปราณมีความบริสุทธิ์มากขึ้นส่วนหนึ่ง นับว่าเป็นของมีค่าที่ศิษย์สายในทั่วไปไม่สามารถหาได้

                อัญมณีชำระโลหิตนี่ก็นับว่าดีต่อจิตวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์เช่นกัน ทว่ามันเป็นเพียงอัญมณีระดับต่ำเท่านั้น คงไม่ส่งผลเท่าไหร่เซี่ยหยางถอนหายใจ ด้วยพลังของวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ในร่างของซ่งไป่หลางจึงทำให้พลังของซ่งไป่หลางมีความบริสุทธิ์มากอยู่แล้ว

                ศิษย์พี่ ข้าฝากท่านขอบคุณอาจารย์ด้วย บอกเขาว่าข้าจะไม่ทำให้เขาผิดหวังแน่นอนดวงตาของซ่งไป่หลางทอประกายเชื่อมั่น

                เมื่อได้รับแก่นวิญญาณของสัตว์ปีศาจระดับสองมาเพิ่ม ซ่งไป่หลางจึงไม่ลังเลที่จะใช้งานมันทันที แก่นจิตวิญญาณของสัตว์ปีศาจมีลักษณะเหมือนกับลูกแก้ว ยิ่งลูกแก้วสีใสมากขึ้นก็ยิ่งหมายถึงระดับของแก่นวิญญาณที่บริสุทธิ์และทรงพลัง แก่นวิญญาณของสัตว์ปีศาจระดับหนึ่งนั้นแทบจะเป็นสีดำสนิท ส่วนระดับสองนั้นเป็นสีเทาเข้ม

                ซ่งไป่หลางอมแก่นวิญญาณสัตว์ปีศาจเอาไว้ในปาก ก่อนจะหลับตาลงและโคจรพลังลมปราณ ดึงดูดพลังของแก่นวิญญาณให้ไหลเวียนไปทั่วร่าง

                บึม!! ซ่งไป่หลางสัมผัสได้ถึงพลังอันรุนแรงของสัตว์ปีศาจระดับสองที่แทรกซึมเข้ามาในร่างก่อนจะปะทุไปมาสร้างความรู้สึกเจ็บปวดให้กับร่างกาย ทว่าเมื่อเทียบกับความทรมานที่ได้รับจากน้ำตกลมปราณขั้นสามแล้วนี่นับเป็นความเจ็บปวดที่เบาบางกว่ามาก ดังนั้นซ่งไป่หลางจึงทนได้อย่างไม่มีปัญหา

                พลังวิญญาณของสัตว์ปีศาจยังคงซัดสาดไปทั่วร่างของซ่งไป่หลาง จนกระทั่งถึงจุดหนึ่งพลังของมันจึงเริ่มอ่อนลง และเริ่มถูกซึมซับเข้าสู่ร่างกายจนสลายหายไปหมด

                ซ่งไป่หลางลืมตาขึ้นพบว่าฉินจีได้จากไปแล้ว ที่แท้ตนเองนั่งดูดกลืนแก่นวิญญาณจนดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ซ่งไป่หลางเผยรอยยิ้มออกมา ขอเพียงใช้แก่นวิญญาณอีกสักหนึ่งชิ้นเชื่อว่าตนเองจะสามารถก้าวเข้าสู่ขั้นแปดก่อกำเนิดได้แน่นอน

                 ทว่าก่อนที่ซ่งไป่หลางจะได้ลงมือเซี่ยหยางกลับเอ่ยขัดขึ้นมา

                เจ้าหนู อย่าเพิ่งใช้แก่นวิญญาณฝึกฝนต่อเนื่อง คนทั่วไปหากฝึกฝนเพิ่มพลังด้วยแก่นวิญญาณของสัตว์ปีศาจที่มีระดับสูงกว่าตนเองหลายครั้งติดต่อกันจะทำให้เกิดการบาดเจ็บบอบช้ำในระดับของวิญญาณ ยากจะรักษาให้หายในเวลาสั้นๆ ส่วนเจ้าแม้จะมีวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์คอยปกป้องวิญญาณเอาไว้ แต่การฝึกด้วยแก่นวิญญาณติดต่อกันจะทำให้ผลลัพธ์จากแก่นวิญญาณน้อยลง นับว่าไม่คุ้มค่า

                ซ่งไป่หลางไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน อันที่จริงในนิกายบัวสวรรค์น้อยคนนักที่จะมีวาสนาได้รับแก่นวิญญาณสัตว์ปีศาจระดับสอง และต่อให้มีคนได้รับมากสุดก็ได้รับเพียงหนึ่งเท่านั้น มีแค่ซ่งไป่หลางที่ได้รับมาจำนวนมาก

                เรื่องที่ห้ามฝึกด้วยแก่นวิญญาณสัตว์ปีศาจที่ระดับสูงกว่ามีไม่กี่คนในนิกายที่รู้ เพราะในความเป็นจริงหากไม่นับซ่งไป่หลางที่มีวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ปกป้องแต่เปลี่ยนเป็นผู้อื่น การฝึกด้วยแก่นวิญญาณจะสร้างความรู้สึกบอบช้ำและเหนื่อยล้าอย่างสาหัสแก่ผู้ฝึก ดังนั้นจึงไม่มีใครกล้าฝึกอย่างต่อเนื่องติดๆกันอยู่แล้ว

                ระหว่างที่ซ่งไป่หลางกำลังฝึกฝนฉินจีเองก็ไม่ได้จากไปไหนไกล เพียงแค่ออกตระเวนบริเวณโดยรอบเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีสัตว์ปีศาจเข้ามารบกวนการฝึกฝนของซ่งไป่หลาง

                แน่นอนว่าหุบเขาต้องห้ามนั้นมีสัตว์ปีศาจอาศัยอยู่จำนวนมาก ทำให้ฉินจีต้องจัดการกับสัตว์ปีศาจระดับหนึ่งไปมากมาย และยิ่งการต่อสู้ยาวนานขึ้น   

                จนบัดนี้กระทั่งสัตว์ปีศาจระดับสองก็ยังปรากฏตัว กลิ่นอายของเลือดและซากศพสัตว์ปีศาจที่กองเรียงรายนั้นดึงดูดความสนใจมากเกินไป เมื่อมีสัตว์ปีศาจระดับสองเข้ามาเกี่ยวข้องต่อให้เป็นฉินจีก็ไม่สามารถจัดการได้โดยง่าย

                การรับมือสัตว์ปีศาจจำนวนมากพร้อมๆกันโดยมีสัตว์ปีศาจระดับสองคอยก่อกวนเป็นระยะเวลานานทำให้ฉินจะเหนื่อยล้าอย่างยิ่ง ทว่านางกลับยินดีต่อสู้เพื่อไม่ให้ซ่งไป่หลางต้องแบกรับความเสี่ยง แม้ว่าเขาจะมีวิชาลึกลับบางอย่างที่สามารถพรางกายตนเองได้ทว่าในสภาวะที่ต้องฝึกฝนโดยกลืนแก่นวิญญาณของสัตว์ปีศาจนั้นผู้ฝึกจะอ่อนแรงลงอย่างมาก หากปล่อยเอาไว้เขาอาจถูกสัตว์ปีศาจฆ่าขณะกำลังฝึก

                เซี่ยหยางเองรับรู้ได้ถึงสถานการณ์ของฉินจี แม้จะยังไม่ถึงกับเลวร้ายนักแต่ในเมื่อนางกำลังลำบากเพราะหวังดีต่อศิษย์ของตนดังนั้นเซี่ยหยางจึงไม่ใจดำ ขณะที่ซ่งไป่หลางกำลังฝึกฝนเซี่ยหยางได้ลอบแบ่งพลังวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ส่วนหนึ่งให้ล่องลอยไปหาฉินจีพร้อมกับฟื้นฟูสภาพร่างกายของนางทำให้นางสามารถต่อสู้ได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่เหน็ดเหนื่อยอย่างที่ควรจะเป็น ซึ่งฉินจีเองก็ประหลาดใจในเรื่องพละกำลังของตนเองเช่นกัน

                จนกระทั่งเมื่อซ่งไป่หลางได้สติกลับมาแล้วเซี่ยหยางจึงเอ่ยเตือนเขาว่าฉินจีกำลังรับมือกับสัตว์ปีศาจจำนวนมากอยู่พร้อมกับอธิบายสถานการณ์ให้เขาฟังคร่าวๆ

                ศิษย์พี่ดีต่อข้าเหลือเกิน คิดไม่ถึงนางไม่เพียงไม่จากไปแต่ยังคอยปกป้องข้าอีก

                ซ่งไป่หลางนั้นถือคติดดีมาดีกลับ ดังนั้นจึงไม่รอช้าทะยานร่างไปยังจุดที่ฉินจีกำลังปะทะกับบรรดาสัตว์ปีศาจ

                ฉินจีระหว่างต่อสู้สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายลมปราณของซ่งไป่หลาง นางอุทานออกมาหนึ่งคำ ศิษย์น้อง เจ้ามาที่นี่ทำไม รีบหนีไปเสียข้าจะถ่วงเวลาพวกมันเอาไว้

                ในความคิดของฉินจี ซ่งไป่หลางน่าจะเพิ่งฝึกฝนซึมซับแก่นวิญญาณจนสำเร็จจึงมาที่นี่ ทว่าสภาวะของผู้ที่ฝึกฝนด้วยแก่นวิญญาณนั้นจะอ่อนแอลงอย่างมาก นางจึงกลัวว่าซ่งไป่หลางจะถูกสัตว์ปีศาจเหล่านี้สังหาร

                ศิษย์พี่ไม่ต้องกังวล ข้ามาช่วยเหลือท่าน แค่สัตว์ปีศาจระดับหนึ่งข้ารับมือได้สบายมาก ท่านจัดการกับสัตว์ปีศาจระดับสองไปเถอะ

                ที่เอ่ยว่าสบายมากนั้นไม่นับว่าเป็นการอวดโอ่ เพราะซ่งไป่หลางสามารถรับมือสัตว์ปีศาจระดับหนึ่งได้จริงๆ ต่อให้เป็นสัตว์ปีศาจระดับหนึ่งขั้นสูงที่มีแต่พวกระดับเก้าก่อกำเนิดจึงจะรับมือได้ซ่งไป่หลางก็สามารถรับมือได้ พลังของเขามีความหนาแน่นบริสุทธิ์กว่าคนทั่วไป พลังระดับนี้เพียงพอจะเทียบเคียงพลังขั้นเที่ยงแท้ที่ไม่ใช้พลังธาตุได้ด้วยซ้ำ

                การปรากฏตัวของซ่งไป่หลางนับว่าเป็นการดึงดูดความสนใจประเภทหนึ่ง สัตว์ปีศาจระดับหนึ่งที่พบว่าตนเองไม่สามารถสู้กับฉินจีได้เลือกที่จะพุ่งร่างมาหาซ่งไป่หลางที่น่าจะจัดการได้ง่ายกว่า ฉินจีเม้มริมฝีปากตัดสินใจฉับไว นางเหินร่างไปขัดขวางสัตว์ปีศาจระดับสองเอาไว้ นางเชื่อว่าซ่งไป่หลางเอาตัวรอดได้หากไม่มีสัตว์ปีศาจระดับสองยื่นมือเข้าไปเกี่ยวข้อง

                ข้าควรต้องทดลองพลังใหม่สักหน่อยแม้ระดับจะยังไม่เพิ่มแต่ซ่งไป่หลางรู้ดีว่าพลังของตนเพิ่มพูนสูงขึ้น ฝ่ามือบัวสวรรค์วาดออกอย่างแช่มช้าทว่าเปี่ยมล้นด้วยพลังทำลายล้าง เงารูปดอกบัวกลืนร่างของสัตว์ปีศาจสองตัวเข้าไปก่อนที่ร่างของพวกมันจะแหลกสลายในเสี้ยวพริบตา

                สัตว์ปีศาจระดับหนึ่งขั้นต่ำตายในพริบตา ถ้าเป็นขั้นกลางละ

                ซ่งไป่หลางออกจะประเมินระดับของสัตว์ปีศาจสูงเกินไปบ้าง เมื่อเงาของดอกบัวสวรรค์วาดผ่านร่างของสัตว์ปีศาจระดับหนึ่งขั้นกลาง ร่างของมันก็กลายเป็นเศษซากในพริบตาหลงเหลือเพียงแก่นวิญญาณเช่นกัน

                ครานี้เป็นสัตว์ปีศาจระดับหนึ่งขั้นสูง การสู้กับสัตว์ปีศาจระดับนี้เดิมทีต้องเป็นผู้มีพลังระดับเก้าก่อกำเนิดจึงจะเพียงพอรับมือ ทว่าซ่งไป่หลางนั้นเหนือกว่าระดับก่อกำเนิดทั่วไปมาก ดังนั้นแม้เขาจะเป็นเพียงระดับเจ็ดก่อกำเนิดทว่าพลังที่แท้จริงเทียบเคียงได้กับขั้นเที่ยงแท้

                สัตว์ปีศาจระดับหนึ่งขั้นสูงเมื่อเผชิญหน้ากับเงาของดอกบัวสวรรค์มันก็สั่นสะท้านไปทั่วร่าง พยายามตะเกียกตะกายวิ่งหลบทว่าเงาของดอกบัวสวรรค์นั้นกลับคล้ายแหสวรรค์คลุมฟ้าครอบดิน พริบตาเดียวก็ปกคลุมร่างของสัตว์ปีศาจตนนั้นอย่างไร้ความปราณี

                สัตว์ปีศาจกรีดร้องออกมาคำหนึ่ง หากไม่ใช่ว่ามันเป็นสัตว์ปีศาจระดับหนึ่งขั้นสูงสุดที่พร้อมจะวิวัฒน์เป็นสัตว์ปีศาจขั้นสองมันคงตกตายไปแล้ว ทว่าการโจมตีนี้กลับกระตุ้นบางอย่างในตัวของมัน ในสภาวะบีบเค้นแก่นวิญญาณที่อัดแน่นไปด้วยพลังวิญญาณผสานกับความต้องการมีชีวิตรอดอันเต็มเปี่ยมกระตุ้นให้แก่นวิญญาณเกิดการวิวัฒน์

                ซ่งไป่หลางที่กำลังทดสอบพลังของตนพลันสีหน้าแปรเปลี่ยน รู้สึกได้ถึงปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น ควรทราบว่าแม้สัตว์ปีศาจระดับสองที่เพิ่งวิวัฒนาการจะมีพลังไม่สูงมากเทียบเท่าเพียงผู้มีพลังขั้นเที่ยงแท้ระดับแรกๆเท่านั้นทว่าในวินาทีที่มันกำลังวิวัฒนาการ พลังที่อัดแน่นในแก่นวิญญาณจะระเบิดออกมาในคราเดียว ระดับพลังที่ปะทุในเวลานี้ยังนับว่าแข็งแกร่งยิ่งกว่าพลังของฉินจีเสียอีก

                ไม่ได้การซ่งไป่หลางทะยานร่างไปหาฉินจี ระหว่างนั้นสัตว์ปีศาจระดับสองที่กำลังะปะทะกับนางก็รับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเช่นกันจึงกระโจนร่างหลบไปโดยไม่สนใจฉินจีอีก หวังเพียงหลบหนีจากพื้นที่นี้ชั่วคราว

                ฉินจีเพ่งสมาธิรับมือกับสัตว์ปีศาจระดับสอง กว่าจะรู้ตัวว่ามีสิ่งใดเกิดขึ้นก็แทบจะสายเกินไปเสียแล้ว ทว่าก่อนที่นางจะตั้งสติได้ร่างของซ่งไป่หลางก็ปรากฏตัวยืนหยัดเบื้องหน้าของนาง

                เคล็ดม่านบัวสวรรค์

                ซ่งไป่หลางใช้ร่างกายบังฉินจีเอาไว้ สองมือชี้ไปด้านหน้าร่ายวิชาม่านบัวสวรรค์สร้างม่านพลังซ้อนกันสิบชั้นบดบังทิศทางที่สัตว์ปีศาจที่กำลังวิวัฒน์ระเบิดพลังออกมา เพียงพริบตาจากนั้นเสียงระเบิดครืนก็ดังก้องไปทั่วบริเวณ

                ฉินจีเมื่อสามารถดึงสติของตนกลับมาได้จึงไม่รอช้าที่จะช่วยเสริมการป้องกันให้กับซ่งไป่หลาง นางทาบฝ่ามือลงบนพื้นดวงตาเปล่งประกายวาบ

                เคล็ดบัวปฐพีสวรรค์

                ซ่งไป่หลางมองเห็นพื้นดินผุดตัวขึ้นเป็นรูปดอกบัวหินป้องกันร่างของตนเองเอาไว้ คลื่นการระเบิดพลังของสัตว์ปีศาจจึงไม่อาจเข้าถึงร่างของตนได้ ส่วนม่านบัวสวรรค์ของซ่งไป่หลางนั้นด้อยกว่าวิชาของฉินจีเล็กน้อย เพราะยังไม่สามารถแฝงพลังธาตุเข้าไปได้ ดังนั้นจึงถูกทำลายจนแตกสลายหมดสิ้น ทว่าพลังทำลายของการวิวัฒนาการก็ถูกหักล้างไปจนใกล้จะหมดสิ้น ดังนั้นบัวปฐพีของฉินจีจึงป้องกันส่วนที่เหลือได้ทั้งหมด

                ฉินจีรู้สึกประหลาดใจ จากสัมผัสของนางคลื่นพลังระเบิดเดิมทีมีความรุนแรงจนนางไม่มั่นใจว่าจะรับได้หมด ทว่ากลับพบว่าคลื่นพลังส่วนที่ปะทะกับบัวปฐพีสวรรค์ของนางบางเบาอย่างยิ่ง ดวงตาเหลือบไปมองร่างของซ่งไป่หลางด้วยความรู้สึกตื่นตะลึง ที่แท้ศิษย์น้องลึกลับผู้นี้มีพลังระดับใดกันแน่

                ไม่แน่บางทีเขาอาจสามารถจัดการสัตว์ปีศาจระดับสองได้ด้วยซ้ำ

                เรี่องนี้นับว่าน่าตกตะลึงอย่างมาก ควรทราบว่าต่อให้เป็นซ่งเจียหลานที่มีระดับขั้นหนึ่งเที่ยงแท้ยังต้องร่วมมือกับฉินจีเพื่อจัดการสัตว์ปีศาจระดับสองขั้นต่ำ และแม้จะสามารถเอาชนะได้ด้วยตัวคนเดียวแต่ก็ต้องแลกมาด้วยบาดแผลสาหัส ไม่ต้องเอ่ยถึงการรับมือขั้นตอนวิวัฒนาการในระยะประชิด หากเปลี่ยนจากซ่งไป่หลางเป็นซ่งเจียหลานนางคงบาดเจ็บปางตายหรือไม่ก็ตกตายไปแล้ว

                หรือแท้จริงแล้วพลังของศิษย์น้องยังเหนือกว่าขั้นเที่ยงแท้เสียอีกฉินจีอดตกตะลึงไม่ได้

                เมื่อดอกบัวหินสลายหายไปภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าของทั้งสองคนคือภาพของแก่นวิญญาณสัตว์ปีศาจระดับหนึ่งจำนวนมาก เหล่านี้ล้วนเกิดจากสัตว์วิญญาณที่ไม่สามารถหลบหนีไปได้ทันจากการระเบิดพลังของการวิวัฒนาการ ที่จุดศูนย์กลางของการระเบิด ยังมีร่างของสัตว์ปีศาจวิหคมรกตยืนหยัดอยู่

                วิหคมรกตตัวนี้เพิ่งวัวัฒนาการเป็นสัตว์ปีศาจระดับสอง พลังของมันเปรียบเทียบกันแล้วนับว่าแข็งแกร่งกว่าสัตว์ปีศาจระดับหนึ่งหลายเท่า แต่ยังไม่อาจนำมาเปรียบเทียบกับพลังของฉินจี

                ทว่าสิ่งที่ฉินจีกังวลที่สุดกลับเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วยิ่ง หุบเขาต้องห้ามนั้นเป็นสถานที่อยู่อาศัยของสัตว์ปีศาจจำนวนนับหมื่นแสนตัว ที่ผ่านมามีเหตุการณ์วิวัฒนาการเกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้ง ทุกครั้งที่เกิดขึ้นสัตว์ปีศาจที่มีอายุยืนยาวจะรู้ดีว่าบริเวณพื้นที่ของการวิวัฒนาการจะมีแก่นวิญญาณให้เก็บเกี่ยว ดังนั้นทันทีที่เกิดเหตุการณ์วิวัฒนาการเหล่าสัตว์ปีศาจมากกว่าครึ่งพันก็มุ่งหน้ามายังที่แห่งนี้ทันที

                และไม่เพียงสัตว์ปีศาจระดับหนึ่งเท่านั้น แม้แต่สัตว์ปีศาจระดับสองด้วยกัน สัตว์ปีศาจก็เหมือนกับผู้ฝึกยุทธ์ สามารถเพิ่มพูนพลังวิญญาณด้วยการซึมซับแก่นวิญญาณของสัตว์ปีศาจตัวอื่นๆ

                ฉินจีมีสีหน้าเคร่งเครียด ต่อให้เป็นนางเองยังไม่มั่นใจว่าจะสามารถรับมือกับสัตว์ปีศาจจำนวนมากโดยมีสัตว์ปีศาจระดับสองมากกว่าสองตัวอยู่ในกลุ่มนั้น

                ศิษย์น้อง พวกเราต้องรีบไปจากที่นี่

                ซ่งไป่หลางไม่ได้ปฏิเสธ เขาเองก็รู้ถึงวิกฤติที่กำลังจะเข้ามาเยือน โดยเฉพาะจากคำบอกเล่าของเซี่ยหยางที่มีประสาทสัมผัสกว้างไกล ดูเหมือนว่าสัตว์ปีศาจระดับสองที่จะมายังสถานที่แห่งนี้มีจำนวนไม่ต่ำกว่าสิบตัว ทั้งยังมีตัวที่พลังหนาแน่นมหาศาลมากกว่าตัวอื่น คาดว่าน่าจะเป็นสัตว์ปีศาจระดับสองขั้นกลาง

                ตัวตนนี้ต่อให้ฉินจีลงมือสุดกำลังก็ยังไม่อาจเอาชนะได้

                ไป

                ทั้งสองมุ่งหน้าไปพร้อมกัน ทว่าสัตว์ปีศาจบางส่วนได้มาถึงที่นี่แล้ว นอกจากแก่นวิญญาณอาหารบำรุงอันมีค่าอีกอย่างของพวกมันก็คือผู้ฝึกยุทธ์ ดังนั้นย่อมไม่มีทางปล่อยไปโดยเด็ดขาด

                นอกจากวิหคมรกต ยังมีสัตว์ปีศาจระดับสองกวางเขาทวนที่เคยต่อสู้กับฉินจีก่อนหน้านี้ ยังไม่นับสัตว์ปีศาจระดับหนึ่งอีกมากกว่าห้าสิบตัว ทั้งหมดมุ่งเข้าจู่โจมทั้งสองพร้อมกัน

                ศิษย์พี่ท่านหยุดกวางเขาทวนเอาไว้ ข้าจะจัดการตัวอื่นๆเองซ่งไป่หลางวิเคราะห์แล้วว่ากวางเขาทวนมีพลังสูงที่สุดในหมู่สัตว์ปีศาจทั้งหมด เขาสามารถหยุดมันได้ทว่าฉินจีกลับเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่า ส่วนสัตว์ปีศาจตัวอื่นๆหากเขาลงมือเต็มกำลังย่อมหยุดยั้งเอาไว้ได้ไม่ยากเย็น

                ฉินจีตอบรับสะบัดปลายนิ้ววาดเป็นวงโค้งงดาม ดัชนีบัวเพลิงที่ได้รับการพัฒนาจากการชี้แนะของซ่งไป่หลางพุ่งโค้งเข้าหาร่างของกวางเขาทวน มันกรีดร้องและแปรเปลี่ยนทิศทางเป็นหลบหลีกทำให้ดัชนีบัวเพลิงพลาดเป้าและสังหารสัตว์ปีศาจระดับหนึ่งที่ตามหลังมันมาแทน

                แม้จะพลาดเป้าแต่ฉินจีกลับไม่ใส่ใจ ตอนนี้กวางเขาทวนหลีกไปพ้นวิถีแล้วดังนั้นมันจึงไม่สามารถมายับยั้งการหลบหนีของทั้งสองอีก

                ซ่งไป่หลางตวัดฝ่ามือสร้างเงาของดอกบัวสวรรค์ เงานี้มีขนาดใหญ่กว่าสิบจั้ง แทบจะสามารถบดบังแสงอาทิตย์ที่สาดส่องลงมา เหล่าสัตว์ปีศาจเห็นเงาดอกบัวแล้วต่างรู้สึกขวัญผวาแตกกระจายไปคนละทิศทาง แม้แต่วิหคมรกตที่เพิ่งวิวัฒนาการมาทว่ากลับมีความหลังฝังใจต่อเงาดอกบัวสวรรค์เป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นมันจึงกระพือปีกบินหนีไปอีกทางหนึ่ง

                ซ่งไป่หลางผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก ฝ่ามือบัวสวรรค์ครานี้แม้จะสร้างเงาของดอกบัวที่มีขนาดใหญ่ทว่าภายในกลับอ่อนแออย่างยิ่ง คล้ายลูกโป่งที่พองลมทว่าเนื้อในกลับมีแค่อากาศ เป็นเพียงการสร้างรูปลักษณ์ข่มขู่ให้หวาดกลัวเท่านั้น

                ไม่มีสัตว์ปีศาจกล้าขวางทางแล้ว ทั้งสองกำลังจะหลบหนีออกจากจุดที่เป็นเป้าหมายของบรรดาสัตว์ปีศาจ ทว่าไม่ทันจะได้ก้าวเท้าต่อไปสัญชาตญาณของทั้งสองกลับกรีดร้องออกมาพร้อมกัน ซ่งไป่หลางและฉินจีรู้สึกเย็นวาบคล้ายถูกจ้องมองโดยผู้ล่าที่น่าสะพรึงกลัว โลกหล้ากลับมืดมิดราวกับแสงอาทิตย์เลือนหายไป เมื่อเงยหน้ามองท้องฟ้าจึงได้พบเจ้าของเงาที่พาดผ่านร่างของพวกเขาเอาไว้ได้อย่างชัดเจน

               

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 586 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #65 NecroDagger (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 / 22:06
    บรรยายเยี่ยมมากๆครับ
    #65
    0