God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 8 : ตอนที่ 7 ซ่งไป่หลางปะทะอู่ลี่ลี่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,246
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 624 ครั้ง
    20 ต.ค. 62

                ในที่สุดการประลองก็วนมาถึงรอบสุดท้าย แน่นอนว่าคู่ต่อสู้ของซ่งไป่หลางครานื้คืออู่ลี่ลี่ ในที่สุดอันดับหนึ่งและสองก็กำลังจะได้ปะทะกัน นี่เป็นการต่อสู้ที่น่าจับตามองที่สุดในการทดสอบดังนั้นผู้คนจึงสูดหายใจด้วยความเย็นเยียบและรอคอย

                อู่ลี่ลี่รู้สึกตื่นเต้นผสมกับหวาดหวั่น ฝีมือของซ่งไป่หลางที่แสดงออกมาแต่ละครั้งทำให้นางเข้าใจดีแล้วว่าไม่อาจเทียบชั้นได้ แต่ใจหนึ่งกลับยิ่งรู้สึกอยากต่อสู้อย่างเต็มกำลังให้รู้ผล ขณะเดียวกันซ่งไป่หลางก็รู้สึกตื่นเต้นเช่นกัน เนื่องจากอู่ลี่ลี่มีวิชาต่อสู้สายอ่อนที่น่าสนใจทั้งยังมีเคล็ดลับมากมายจึงทำให้ซ่งไป่หลางอยากรู้ว่าอู่ลี่ลี่จะรับมือตนเองอย่างไร

                อู่ลี่ลี่เป็นฝ่ายขยับตัวก่อน แม้ว่าวิชาส่วนมากของนางจะโดดเด่นในเรื่องการตั้งรับทว่ากับคู่ต่อสู้อย่างซ่งไป่หลางหากปล่อยให้เขาเป็นฝ่ายโจมตีก่อนเกรงว่าต่อให้นางเชี่ยวชาญวิชาตั้งรับมากเพียงใดก็คงไร้ประโยชน์

                เมื่อเข้าถึงระยะโจมตีอู่ลี่ลี่ขยับมีดสั้นด้วยท่วงท่าอ่อนช้อยทว่าแฝงด้วยแรงคุกคาม ซ่งไป่หลางก้าวเท้าขยับด้วยเคล็ดวิชาท่าเท้าแปดบัวดาราที่ได้รับการชี้แนะแก้ไขจากเซี่ยหยางทำให้กลายเป็นวิชาระดับสูง เพียงพริบตาร่างของซ่งไป่หลางก็คล้ายกับแยกออกเป็นแปดร่าง มองเห็นเพียงเงาเลือนรางยากจะจับต้อง

                หรือว่าเขาก็ฝึกวิชาท่าเท้าแปดบัวดาราจนถึงระดับสิบแล้วผู้ชมต่างอุทานด้วยความตื่นตระหนก ลำพังฝึกวิชาฝ่ามือบัวสวรรค์ถึงขั้นสิบนับว่าน่าอัศจรรย์แล้ว นี่กลับมีวิชาท่าเท้าแปดบัวดาราอีกหนึ่งวิชา ยากนักที่จะหาคู่ต่อสู้จากบรรดาศิษย์สายนอกด้วยกัน

                อู่ลี่ลี่รู้สึกตกตะลึง นางไม่สามารถจับร่างจริงของซ่งไป่หลางได้ ทว่ากลับสัมผัสได้ถึงการโจมตีที่กำลังใกล้เข้ามา ดังนั้นจึงรีบหมุนกายร่ายวิชาของตนออกมา

                เคล็ดวาดบัวล้อมสระสวรรค์ สระสงบใต้แสงจันทร์

                ฝ่ามือของซ่งไป่หลางปะทะกับแขนเสื้อของอู่ลี่ลี่ที่โบกสะบัดราวกับปีกผีเสื้อ ทว่าการปะทะกลับเบาบางอย่างยิ่งคล้ายปีกของแมลงปอที่ปะทะกับผืนน้ำ ซ่งไป่หลางรู้สึกได้ว่าพลังโจมตีของตนถูกชักนำให้สลายไปด้วยพลังของอีกฝ่าย

                นี่คือเคล็ดลับของวิชาของนางซ่งไป่หลางค่อยๆทำความเข้าใจวิชาของอู่ลี่ลี่

                เด็กสาวกลับขมวดคิ้วเล็กน้อย ซ่งไป่หลางใช้เพียงฝ่ามือธรรมดาไม่ใช้กระบวนท่าฝ่ามือบัวสวรรค์นางจึงสามารถต้านรับไว้ได้ แต่ลำพังฝ่ามือธรรมดาของเขากลับรุนแรงไม่ต่างจากวิชาโจมตีของพวกอันดับห้าลงไป ดังนั้นหากซ่งไป่หลางลงมือด้วยฝ่ามือบัวสวรรค์คงยากที่นางจะต้านรับสำเร็จ

                เคล็ดวาดบัวล้อมสระสวรรค์ บัวมายา

                ซ่งไป่หลางรู้สึกคล้ายเสียการทรงตัวทว่าก็เป็นเพียงชั่วครู่เท่านั้น การโจมตีที่อู่ลี่ลี่สามารถทำให้ฝ่ายตรงข้ามเสียหลักล้มลงได้ทุกครั้งกลับไม่ได้ผลต่อซ่งไป่หลาง ร่างของเขาเพียงส่ายน้อยๆก่อนจะยืนหยัดอย่างมั่นคงในชั่วพริบตา

                เข้าใจแล้วซ่งไป่หลางเผยรอยยิ้มก่อนจะเริ่มเคลื่อนไหว

                เคล็ดวาดบัวล้อมสระสวรรค์ บัวมายา

                อู่ลี่ลี่อุทานออกมารู้สึกว่าโลกพลิกจากบนเป็นล่างท้องฟ้าถล่มทลายลงมา ร่างของนางพลิกลงอย่างรวดเร็วทว่ายังไม่ทันตกถึงพื้นกลับพบว่าซ่งไป่หลางคว้าร่างของนางเอาไว้ไม่ให้ร่วงลงไปกองบนพื้นได้ทันท่วงที

                ขออภัย ข้ายังไม่คุ้นเคยกับวิชาจึงทำให้มันรุนแรงเกินไปซ่งไป่หลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงจืดเจื่อน

                อู่ลี่ลี่รู้สึกร้อนวูบที่ใบหน้าเมื่อพบว่าตนเองถูกโอบประคองเอาไว้โดยเด็กหนุ่ม นางรีบวาดฝ่ามือเข้าใส่เพื่อให้อีกฝ่ายปล่อยมือออกจากร่างของตนทำให้ซ่งไป่หลางต้องรีบทะยานร่างถอยหนี

                เป็นไปได้ยังไง เขาลอกเลียนวิชาของเราได้ในพริบตา ทั้งยังใช้ได้อย่างสมบูรณ์จนเกือบจะเหนือกว่าเราเสียอีกอู่ลี่ลี่รู้สึกตื่นตะลึงกับความสามารถของซ่งไป่หลาง

                ไม่เพียงอู่ลี่ลี่ทุกคนที่ได้ชมแม้แต่เซี่ยหยางเองยังรู้สึกตื่นตะลึง เซี่ยหยางรู้ว่าศิษย์ของตนมีความสามารถไม่ธรรมดาโดยเฉพาะในด้านการเรียนรู้ แต่กลับนึกไม่ถึงว่าซ่งไป่หลางจะเก่งกาจถึงขนาดสามารถจับหลักการวิชาของอู่ลี่ลี่และนำมาประยุกต์ใช้ได้

                แม้จะไม่เหมือนกันทั้งหมดแต่อาศัยความเข้าใจของตนเข้าไปเพิ่มเติมจึงทำให้สามารถสร้างเป็นวิชาแนวทางใหม่ให้กับตนเองได้ หรือนี่คือพรสวรรค์ที่แท้จริงของเจ้าหนูนี่กัน

                หรือที่แท้ซ่งไป่หลางเคยฝึกฝนวิชาวาดบัวล้อมสระสวรรค์มาก่อน ดังนั้นจึงสามาถใช้ออกได้ไม่ด้อยไปกว่าอู่ลี่ลี่เลยผู้อาวุโสจางลอบครุ่นคิด

                ทว่าเมื่อนึกถึงสิ่งที่ฉินจีเคยเล่าให้ฟังผู้อาวุโสจางก็ต้องส่ายหัวเพราะคิดว่าซ่งไป่หลางคงใช้พรสวรรค์ในด้านความเข้าใจเสียมากกว่า

                อู่ลี่ลี่ขบฟันรู้สึกพ่ายแพ้ทว่ายังไม่ยินยอมดังนั้นจึงเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง ในเมื่ออีกฝ่ายสามารถใช้วิชาเดียวกับตนเองได้การเอาชนะนั้นย่อมยากเย็นอย่างยิ่ง แต่อู่ลี่ลี่ทุ่มเทฝึกฝนวิชากระบวนท่าสายอ่อนมานานจึงยังรู้สึกเชื่อมั่นว่าตนเองจะต้องเหนือกว่า

                เคล็ดวาดบัวล้อมสระสวรรค์

                เวลาเดียวกันซ่งไป่หลางหมุนควงฝ่ามือควบคุมพลังลมปราณให้หมุนวนในลักษณะเดียวกันกับอู่ลี่ลี่ เห็นได้ชัดว่าเป็นการใข้ลมปราณรูปแบบเดียวกับวิชาวาดบัวล้อมสระสวรรค์ที่มุ่งเน้นความละเอียดอ่อนของพลังลมปราณทำให้เกิดเป็นรูปแบบที่ซับซ้อนและสามารถควบคุมการโจมตีของศัตรูได้

                วิชาของทั้งสองคนแตกต่างกันผู้อาวุโสจางมีสายตาเฉียบคมยิ่งมองเห็นถึงความแตกต่างระหว่างระดับวิชาของทั้งสอง

                เปรียบเทียบกันแล้วอู่ลี่ลี่สามารถใช้วิชาได้อย่างสมบูรณ์ถูกต้องตามตำรา ใช้วิชาวาดบัวล้อมสระสวรรค์ได้ถึงระดับหก นับว่ายอดเยี่ยมยิ่ง ทว่าการใช้วิชาวาดบัวล้อมสระสวรรค์ของซ่งไป่หลางกลับไม่ถูกจำกัดไว้โดยกรอบใดๆ เป็นเพียงการดึงเอารูปแบบพลังลมปราณอันเป็นเอกลักษณ์มาใช้ผสานกับความเข้าใจของตนเองจนแทบจะกลายเป็นขอบเขตของวิชาอื่น

                สอดผสานหนักเบาเซี่ยหยางอุทานออกมาเบาๆ

                เปรี้ยง!! ร่างของอู่ลี่ลี่ถอยหลังไปสามถึงสี่ก้าว ดวงตาสั่นไหวด้วยความตื่นตะลึง การปะทะกันเมื่อครู่นางจึงตระหนักได้อย่างชัดเจนว่าซ่งไป่หลางไม่ได้กำลังใช้วิชาวาดบัวล้อมสระสวรรค์ แต่เป็นวิชาที่นางไม่รู้จัก แม้จะคล้ายคลึงกับวิชาของนางอยู่บ้างแต่วิชาของซ่งไป่หลางกลับมีประสิทธิภาพมากกว่า ดีไม่ดีอาจเปรียบเทียบได้กับวิชาระดับสูงเลยก็เป็นได้

                วิชานี้ไม่เหมาะกับการโจมตีเท่าไหร่นักซ่งไป่หลางทำความเข้าใจถึงเคล็ดวิชาวาดบัวล้อมสระสวรรค์ก่อนจะยิ้มออกมา

                เดิมทีเขาเพียงต้องการเรียนรู้เคล็ดลับของวิชาสายอ่อนเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่สนใจวิชาวาดบัวล้อมสระสวรรค์ หลังจากเข้าใจเทคนิคของมันแล้วเขาจึงนำมันมาใช้ปรับปรุงวิชาดั้งเดิมของตนเอง

                เคล็ดฝ่ามือบัวสวรรค์

                เงาของดอกบัวปรากฏขึ้นอีกครั้งหนึ่ง อู่ลี่ลี่หวาดผวารีบก้าวเท้าถอยหลังหลบเงาดอกบัวที่เกิดจากฝ่ามือของซ่งไป่หลาง ทว่าเมื่อนางมองเห็นเงาของดอกบัวอย่างชัดเจนดวงตาก็ต้องเบิกกว้างด้วยความรู้สึกตกตะลึง

                เป็นไปไม่ได้ วิชาฝ่ามือบัวสวรรค์ในระดับสูงสุดควรจะมีเพียงแค่เงาของดอกบัวสิหลายคนอุทานออกมา

                ภาพของเงาดอกบัวสองดอกซ้อนทับกันพร้อมกับหมุนวนจนเกิดเป็นระลอกคลื่นสร้างความตื่นตะลึงให้กับคนที่ได้เห็นเป็นอย่างมาก วิชาระดับกลางโดยทั่วไปต่อให้ฝึกฝนจนถึงขั้นสูงสุดก็ไม่มีทางสร้างภาพเงาที่ซับซ้อนถึงขนาดนี้ได้อย่างแน่นอน นี่แสดงให้เห็นว่าฝ่ามือบัวสวรรค์ของซ่งไป่หลางได้ก้าวข้ามระดับดั้งเดิมของวิชาไปแล้ว

                กลายเป็นวิชาระดับสูงอย่างแท้จริง!!

                แตกต่างจากรูปแบบดั้งเดิมเพราะเจ้าหนูนี่ใช้ความรู้จากวิชาอื่นเข้ามาดัดแปลง แต่ยังไงซะก็กลายเป็นวิชาระดับสูงได้จริงๆ ไม่เลวเซี่ยหยางพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

                เมื่อซ่งไป่หลางขยับฝ่ามือเงาของดอกบัวพลันหมุนวนอย่างรวดเร็วดุจกงจักร พริบตาเดียวก็พุ่งเข้าหาร่างของอู่ลี่ลี่

                เด็กสาวไม่มีทางเลือกนอกจากต้องตั้งรับเนื่องจากความเร็วของเงาดอกบัวมีมากเกินไป วิชาวาดบัวล้อมสระสวรรค์ถูกร่ายออกมาอีกครั้ง ทว่าแม้จะต้านทานอย่างเต็มกำลังอู่ลี่ลี่กลับพบว่าวิชาของตนไม่สามารถสลายพลังโจมตีของวิชาฝ่ามือบัวสวรรค์ได้เลยแม้แต่น้อย ราวกับว่าวิชาของนางแพ้ทางต่ออีกฝ่ายอย่างสิ้นเชิง

                หึหึ เจ้าหนูนี่พัฒนาวิชาฝ่ามือบัวสวรรค์ด้วยเคล็ดอ่อน ดังนั้นส่วนหนึ่งของวิชาจึงมีแก่นของวิชาสายอ่อนแฝงอยู่ จะสลายพลังของวิชานี้ได้มีแต่ต้องใช้วิชาสายอ่อนระดับสูงเท่านั้นเซี่ยหยางหัวเราะออกมา

                เปรี้ยง!! อู่ลี่ลี่ได้รับแรงกระแทกจากเงาดอกบัวทว่ากลับไม่ได้รับบาดเจ็บมากนัก เพราะในจังหวะสุดท้ายที่ปะทะกันซ่งไป่หลางเป็นฝ่ายคลายสภาวะโจมตีสลายพลังทำลายในเงาดอกบัวทิ้งไป จึงทำให้อู่ลี่ลี่รอดพ้นจากอาการบาดเจ็บสาหัสได้อย่างหวุดหวิด

                อู่ลี่ลี่ไม่สามารถทำอันใดได้นอกจากประกาศยอมแพ้ นางเข้าใจดีว่าซ่งไป่หลางได้ก้าวไปสู่อีกระดับแล้ว อย่าว่าแต่ในบรรดาศิษย์สายนอก นางเชื่อว่าต่อให้เป็นศิษย์สายในก็ต้องเป็นผู้ที่ทะลุไปสู่ระดับเที่ยงแท้แล้วเท่านั้นจึงจะพอรับมือกับซ่งไป่หลางได้ อย่างไรก็ตามเพราะซ่งไป่หลางแข็งแกร่งเกินไปจึงทำให้นางไม่ต้องเสียหน้านัก และนางก็ได้แต่ยอมรับความพ่ายแพ้อย่างเต็มใจ

                เสียงโห่ร้องดังขึ้นเมื่อผลตัดสินให้ซ่งไป่หลางได้เป็นอันดับหนึ่งอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง เมื่อผลการประลองถูกตัดสินทั้งหมดอันดับของซ่งไป่หลาง อู่ลี่ลี่และเทียนหลู่ลี่ยังคงเป็นสามอันดับแรก ทว่าซ่งชางหยางกลับตกไปอยู่อันดับห้าเพราะเขาถูกซ่งไป่หลางจัดการจนหมดสภาพไม่สามารถรประลองรอบที่สิบได้ จึงถูกอันดับห้าเดิมอย่างจ้าวฟ่านกลายมาเป็นอันดับสี่แทน

                อันดับอื่นๆนั้นไม่สำคัญนักแต่ผู้ที่ได้อันดับหนึ่งจะได้รับรางวัลพิเศษจากนิกาย นี่จึงทำให้ผู้คนเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อว่ารางวัลชิ้นนั้นจะเป็นสิ่งใดกันแน่

                ผู้อาวุโสเว่ยทำการประกาศรายชื่อผู้ที่ผ่านการทดสอบและกลายเป็นศิษย์สายในไล่ตั้งแต่อันดับที่หนึ่งร้อยลงมาเรื่อยๆ จนกระทั่งเมื่อมาถึงชื่อของซ่งไป่หลางผู้อาวุโสเว่ยจึงกระแอมเล็กน้อย

                ซ่งไป่หลาง เจ้าสามารถผ่านการทดสอบโดยมีคะแนนสูงสุด นับว่าเป็นอันดับหนึ่งของศิษย์สายนอกอย่างไร้ข้อกังขา ดังนั้นเจ้าจึงจะได้รับรางวัลคือตราสีทองของหอคัมภีร์นิกายบัวสวรรค์ มีสิทธิ์เลือกวิชาระดับสูงของนิกายได้หนึ่งวิชา

                ผู้คนต่างอุทานออกมาด้วยความตื่นตกใจ วิชาระดับสูงนั้นนับว่ามีค่าอย่างมาก โดยทั่วไปศิษย์สายในคนหนึ่งต้องทำภารกิจของนิกายเพื่อสะสมคุณความดีมากมายกว่าจะมีสิทธิ์ได้เรียนวิชาระดับสูงหนึ่งวิชา ทว่าซ่งไป่หลางเพิ่งก้าวเข้าสู่การเป็นศิษย์สายในก็ได้เรียนแล้ว นี่นับว่าเป็นโอกาสที่จะช่วยให้เขาพุ่งทะยานในฐานะศิษย์สายในได้อย่างง่ายดาย

                ซ่งไป่หลางพยักหน้าไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นมากนัก ลำพังสองวิชาที่ฝึกฝนอยู่ตอนนี้ก็นับได้ว่าเป็นวิชาระดับสูงอยู่แล้ว ยิ่งถ้าหากฝึกฝนจนถึงจุดสูงสุดตามที่เซี่ยหยางบอก วิชาทั้งสองอาจพัฒนาจนเทียบเคียงได้กับวิชาระดับขั้นมหัศจรรย์หรือขั้นปฐพีได้เลยทีเดียว

                หึหึ เจ้าหนูไม่ต้องเสียดายไปหรอก ไม่แน่ว่าในบรรดาวิชาระดับสูงของนิกายเจ้า อาจมีวิชาที่ถูกตัดทอนมาจากวิชาระดับสวรรค์อีกก็เป็นได้ หากได้ฝึกฝนวิชาใหม่ๆเพิ่มเจ้าก็จะมีทางเลือกในการต่อสู้มากขึ้น โดยเฉพาะหากเป็นไปได้ต้องเป็นวิชาที่สนับสนุนพลังธาตุวารี เพื่อให้วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าส่งเสริม วิชานั้นอาจทะยานขึ้นสู่ระดับสวรรค์ได้อีกครั้ง

                เซี่ยหยางกลับคิดต่างออกไป ในมุมมองของเซี่ยหยางนิกายบัวสวรรค์นับว่ามีความแปลกประหลาดบางอย่าง วิชาหลายๆวิชาของนิกายกลับเป็นวิชาที่ถูกตัดทอนมาจากวิชาขั้นสวรรค์ อีกทั้งพลังแฝงบางอย่างที่ซุกซ่อนเอาไว้ซึ่งเซี่ยหยางสามารถสัมผัสได้อย่างเบาบางนั้นมีพลังที่แข็งแกร่งปิดซ่อนเอาไว้ เป็นพลังที่เหนือกว่าขั้นเที่ยงแท้ เหนือยิ่งกว่าขั้นเหนือมนุษย์ ราวกับว่าเป็นพลังของระดับรวมวิญญาณ ซึ่งเป็นพลังขั้นที่อยู่เหนือแปดขั้นเหนือมนุษย์ไปอีกระดับ

                หากข้าคิดไม่ผิด ไม่แน่นิกายนี้อาจเคยเป็นนิกายระดับสูง ทว่าเพราะวิกฤติบางอย่างจึงทำให้ระดับของนิกายตกลงมา ทั้งวิชาที่เคยสูงส่งถึงระดับสวรรค์ก็ยังได้รับความเสียหายจนกลายเป็นวิชาที่ไม่สมบูรณ์เซี่ยหยางคาดเดา

                ผู้อาวุโสเว่ยรอจนความวุ่นวายเงียบสงบลงจากนั้นจึงกระแอมขึ้นอีกครั้งก่อนจะประกาศต่อว่า นอกจากตราสีทองของหอคัมภีร์แล้ว รางวัลอีกอย่างหนึ่งที่อันดับหนึ่งจะได้รับก็คือแก่นวิญญาณของสัตว์ปีศาจระดับสอง และผลวิญญาณสีแดงอีกด้วย

                อันใดนะครานี้ความวุ่นวายยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น ควรทราบว่าแก่นวิญญาณของสัตว์ปีศาจระดับสองนั้นมีค่าอย่างยิ่งสำหรับผู้มีพลังเพียงขั้นก่อกำเนิด บางคนอาจสามารถเลื่อนระดับได้หนึ่งขั้นในเวลาอันสั้น บางคนอาจถึงขนาดก้าวข้ามจากระดับก่อกำเนิดขั้นสูงสุดจนกลายเป็นขั้นแก่นแท้

                ยังไม่นับผลวิญญาณที่ทำให้ความหนาแน่นของพลังลมปราณถูกขยายมากขึ้น ทว่าผลวิญญาณสีแดงกลับไม่มีค่ามากนักสำหรับซ่งไป่หลาง เพราะการฝึกด้วยวิธีพิเศษของเซี่ยหยางทำให้พลังวิญญาณของซ่งไป่หลางมีความหนาแน่นมหาศาลอยู่แล้ว การกินผลวิญญาณหนึ่งลูกก็มีค่าไม่ต่างจากการเทน้ำหนึ่งแก้วลงในทะเลสาบ ไม่ส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นแม้แต่น้อย

                อืม แก่นวิญญาณของสัตว์ปีศาจระดับสองนับว่าไม่เลว พอจะใช้ช่วยเหลือในการฝึกฝนเพิ่มระดับได้เล็กน้อย แต่ผลวิญญาณสีแดงคงไม่มีผลกับเจ้าแล้วเซี่ยหยางเอ่ย

                ถ้าเช่นนั้นข้าควรทำอย่างไรกับมันดี อาจารย์ซ่งไป่หลางถามความเห็น แม้ว่าครึ่งปีก่อนหน้านี้ผลวิญญาณสีแดงจะเป็นสิ่งล้ำค่าที่เขาไม่กล้าแม้แต่จะจินตนาการถึงแต่ในเวลานี้ซ่งไป่หลางเชื่อคำพูดของผู้เป็นอาจารย์ หากเซี่ยหยางเอ่ยว่ามันไม่มีค่าเขาก็เห็นด้วยเช่นกัน

                หรือข้าจะนำมันไปมอบให้กับศิษย์พี่ฉินซ่งไป่หลายเอ่ยกับตัวเองเบาๆ

                ทว่าเซี่ยหยางกลับค้านขึ้นมา พลังของนางก้าวเข้าสู่ขั้นเที่ยงแท้แล้ว มีเพียงผลไม้วิญญาณสีเหลืองที่จะส่งผลดีต่อนาง ผลวิญญาณสีแดงสำหรับนางคงไม่ต่างจากของทานเล่นเช่นกัน หากจะมอบให้สู้มอบให้อู่ลี่ลี่ยังดีเสียกว่า แม้นางจะยังอ่อนแอหากเทียบกับเจ้าแต่ในอนาคตนางอาจกลายเป็นผู้ช่วยที่ดี

                เซี่ยหยางถอนหายใจ หรืออีกทางเลือกหนึ่ง มอบให้กับตระกูลของเจ้า อย่าลืมว่าตัวเจ้าในตอนนี้นับว่าอยู่ในสถานภาพที่สุ่มเสี่ยงอย่างมาก เพราะตัดสินใจที่จะหันหลังให้ตระกูลทว่าลำพังกำลังของเจ้าเองยังไม่เพียงพอที่จะรับมือพลังของตระกูลได้ หากเจ้าแสดงตนเป็นศัตรูอย่างชัดเจนในเวลานี้ เกรงว่าตระกูลคงไม่อยู่เฉยแน่

                ซ่งไป่หลางได้ฟังก็รู้สึกเห็นด้วย ในหมู่คนรุ่นใหม่ของตระกูลซ่งยังมีซ่งเจียหลานที่เป็นถึงระดับเที่ยงแท้ ทั้งยังอยู่ในจุดสูงสุดของบรรดาศิษย์สายในหากไม่นับฉินจีที่น่าจะสามารถก้าวไปถึงระดับศิษย์หลักได้ นอกจากนั้นยังมีผู้อาวุโสหลายคนของตระกูลที่อยู่ในระดับเที่ยงแท้ ยังไม่นับหัวหน้าตระกูลที่เป็นถึงระดับสี่เที่ยงแท้ซึ่งแทบจะเป็นระดับที่สูงที่สุดในเมือง

                ข้าคงต้องยอมมอบผลวิญญาณให้พวกเขา เพื่อให้ตระกูลไม่เพ่งเล็งมากนัก รอจนกว่าข้ามีความพร้อมที่จะรับมือคนทุกระดับในตระกูลได้ หรือมีเบื้องหลังที่แข็งแกร่งเพียงพอ เมื่อถึงตอนนั้นข้าก็แค่ชดใช้บางอย่างให้ตระกูลจากนั้นจึงสามารถตัดขาดได้

                การทดสอบจบลงแล้ว ทุกคนต่างแยกย้ายกันไปตามเส้นทางของตนเอง ศิษย์ที่สอบผ่านร้อยคนได้รับตราสัญลักษณ์ในฐานะศิษย์สายในและได้รับอนุญาตให้พักผ่อนเป็นเวลาหนึ่งเดือนก่อนจะเริ่มรับภารกิจของนิกายในฐานะศิษย์สายใน หลายคนจึงตัดสินใจเดินทางกลับไปยังบ้านของตนเพื่อแจ้งข่าวถึงการยกระดับฐานะ

                ควรทราบว่าศิษย์สายในและนอกนั้นมีความต่างกันอย่างยิ่ง ในนิกายบัวสวรรค์มีศิษย์สายนอกอยู่นับหมื่นนับแสนคน แต่ศิษย์สายในกลับมีเพียงหลักพัน ทั้งหมดล้วนมีฝีมือแข็งแกร่งและมีระดับไม่ต่ำกว่าระดับหกก่อกำเนิด สูงสุดมีระดับถึงขั้นหนึ่งเที่ยงแท้ นับว่าเป็นขุมกำลังที่สามารถทำลายเมืองเมืองหนึ่งได้

                ในขณะที่คนอื่นๆเลือกเดินทางกลับบ้านซ่งไป่หลางกลับเลือกที่จะเข้าไปฝึกฝนในหุบเขาต้องห้ามอีกครั้ง โดยก่อนไปยังฝากไหว้วานผู้ส่งสาส์นของนิกายให้นำผลวิญญาณกลับไปมอบให้กับผู้นำตระกูล แน่นอนว่าผู้ส่งสาส์นจะไม่กล้าลักขโมยของชิ้นนี้เพราะหากถูกจับได้โทษของมันคือการประหารล้างตระกูล

                ภายในพื้นที่จวนตระกูลซ่ง สถานที่ซึ่งมีพื้นที่ใหญ่โตราวกับเป็นเมืองขนาดย่อมที่ซ้อนทับอยู่ในเมืองอีกทีเพราะจำนวนสมาชิกของตระกูลนั้นมีมากกว่าพันคน บัดนี้ผู้อาวุโสของตระกูลรวมถึงหัวหน้าตระกูลต่างมารวมตัวกันเพื่อเตรียมต้อนรับลูกหลานที่เข้าไปฝึกฝนที่นิกายบัวสวรรค์

                พวกเขากลับมาแล้ว ท่านพ่อ เจียหลานกับชางหยางเองก็เป็นหนึ่งในนั้นชายวัยกลางคนเอ่ยขึ้น เขามีพลังระดับสามเที่ยงแท้ เป็นบุตรอันดับสองของผู้นำตระกูลซ่งหงเฉิน นามของเขาคือซ่งจวิน

                จวินเอ๋อ เจ้านับว่ามีบุตรชายที่ดีซ่งหงเฉินเอ่ยชมเชย ซ่งชางหยางนั้นเป็นบุตรชายของซ่งจวิน การที่เขาสามารถกลายเป็นศิษย์สายในด้วยอันดับห้านั้นนับว่าไม่ธรรมดา อย่างไรก็ตามซ่งหงเฉินรู้สึกกระวนกระวายเล็กน้อย เพราะเขาไม่ได้ยินว่าซ่งไป่หลางที่ได้อันดับหนึ่งเดินทางกลับมาด้วย

                ซ่งไป่หลางไม่ยอมกลับมา เป็นไปได้หรือไม่ว่าเขาต่อต้านพวกเราชายอีกคนหนึ่งเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว คนผู้นี้คือซ่งเจี่ย เป็นบุตรชายคนโตของตระกูล พลังฝึกตนอยู่ที่ขั้นสามเที่ยงแท้และใกล้จะทะยานขึ้นสู่ขั้นสี่เต็มที นับเป็นคนที่มีคุณสมบัติสืบทอดตำแหน่งผู้นำตระกูลซ่ง ที่สำคัญคือบุตรสาวของซ่งเจี่ยเป็นถึงศิษย์สายในอันดับหนึ่งของนิกายบัวสวรรค์ในปัจจุบัน เซี่ยเจียหลาน

                ฉินจีสามารถเปลี่ยนตำแหน่งของตัวเองเข้าสู่การเป็นศิษย์หลักได้สำเร็จ ดังนั้นในบรรดาศิษย์สายในด้วยกันไม่มีใครแข็งแกร่งไปกว่าซ่งเจียหลานอีกแล้ว และในปีต่อไปผู้คนต่างคาดหวังว่านางจะสามารถทะยานไปสู่การเป็นศิษย์หลักของนิกายได้สำเร็จ

                อย่าได้พูดจาเหลวไหลพี่ใหญ่ หรือท่านกลัวว่าเด็กคนนั้นจะโตขึ้นมาโดดเด่นยิ่งกว่าบุตรสาวของตน ถึงได้ต้องการใส่ร้ายมันซ่งหมิงผู้เป็นบุตรชายคนที่ห้าเอ่ยกลั้วหัวเราะ

                ซ่งเจี่ยขมวดคิ้วมองดูซ่งหมิงด้วยสายตาราวกับต้องการจะกินเลือดกินเนื้อ ขณะเดียวกันซ่งจวินมีสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก เนื่องจากการที่ซ่งชางหยางต้องกลายเป็นอันดับห้าทั้งที่ควรจะได้อันดับสี่ก็เพราะถูกซ่งไป่หลางจัดการจนบาดเจ็บสาหัส

                ท่านพ่อ ข้าได้ยินมาว่าในการประลองกับซ่งชางหยาง เด็กนั่นลงมืออย่างโหดเหี้ยมอำมหิต คล้ายต้องการตัดอนาคตของบุตรชายข้า ทั้งที่เป็นสายเลือดตระกูลเดียวกันกลับทำเช่นนี้ ข้าคิดว่าเด็กนั่นคงไม่เห็นตระกูลอยู่ในสายตาซ่งจวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง

                ถูกต้อง ข้ายังได้ยินมาว่าเด็กนั่นใช้แต่วิชาของนิกาย กลับไม่ใช้วิชาของตระกูล ในขณะที่ซ่งชางหยางพยายามต่อสู้ด้วยวิชาของตระกูลจนถึงท้ายที่สุด แม้จะพ่ายแพ้แต่ข้าคิดว่าซ่งชางหยางได้ทำอย่างเต็มที่เพื่อตระกูลของเราแล้ว

                แน่นอนว่าโอกาสเช่นนี้หลายคนย่อมไม่ยอมพลาด เพราะตัวตนของซ่งไป่หลางนั้นปรากฏขึ้นอย่างกระทันหันเกินไป ผู้อาวุโสหลายคนไม่อยากให้มีคนโดดเด่นกว่าบุตรหลานจึงรีบพากันช่วยใส่ร้ายอย่างเต็มที่ ขอเพียงให้ความสำคัญของซ่งไป่หลางถูกลดระดับลงไม่ว่าจะต้องทำเช่นไรคนพวกนี้ย่อมไม่รอช้าที่จะทำ

               

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 624 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #381 Tenvl2356 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 มีนาคม 2564 / 21:45
    ถือว่าไม่เลวเลยสำหรับเนื้อเรื่อง แต่บางมุมมันก็ง่ายเกินไปหน่อยครับ บดพูดค่อนข้างน้อย บดบู๊ก็ง่ายเกินไป สู้ๆ ครับ
    #381
    0
  2. #64 NecroDagger (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 / 21:37
    เลวจริงพวกอิจฉาพวกนี้

    อยากฆ่า
    #64
    0