God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 73 : ตอนที่ 69 ทำลายร่างแยกวิญญาณ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,542
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 277 ครั้ง
    4 ธ.ค. 62

                จักรพรรดิอสรพิษมารคือยอดฝีมือเผ่าอสรพิษที่ทรงพลังจากดินแดนราชันย์ ระดับพลังของมันเป็นถึงขั้นจักรพรรดิฟ้า ภายในดินแดนราชันย์มันได้ปะทะกับสัตว์ปีศาจตนหนึ่งที่มีพลังเหนือกว่ามันเล็กน้อย ผลจากการปะทะทำให้มันได้รับบาดเจ็บและต้องหลบหนีสู่ประตูเชื่อมดินแดนอย่างไร้ทางเลือก

                มันเร่ร่อนในพื้นที่ห้วงมิติว่างเปล่าอย่างยาวนานจนในที่สุดมันได้ค้นพบกับดินแดนแห่งหนึ่งที่มีตัวตนอยู่อย่างเรือนราง หลังจากตรวจสอบจนแน่ใจแล้วว่าไม่มีผู้ที่มีพลังสูงส่งกว่าขั้นจักรพรรดิอีกทั้งยังเป็นดินแดนที่มีพลังงานบริสุทธิ์หนาแน่นมันจึงตัดสินใจเปิดประตูเชื่อมดินแดนและเข้าสู่ดินแดนตราสูญแห่งนี้

                การมาถึงของมันนำพามาซึ่งหายนะและความโกลาหล สัตว์ปีศาจที่เคยอาศัยอยู่ในดินแดนแห่งนี้ต่างถูกพลังอำนาจของมันกดข่มและยินยอมเป็นข้ารับใช้ให้แก่มัน เช่นเดียวกับมนุษย์ที่อ่อนแอยิ่งกว่าสัตว์ปีศาจเสียอีก

                ในเวลานั้นบุรุษผู้สร้างสรรค์วิชาตราผนึกเทวะขึ้นได้รับรู้ข่าวคราวกี่ยวกับการปรากฏตัวของจักรพรรดิอสรพิษมาร มันตระหนักได้ในทันทีว่าชนเผ่ามนุษย์กำลังเข้าสู่สภาวะวิกฤติอย่างแท้จริง อำนาจของจักรพรรดิอสรพิษมารเหนือล้ำยิ่งกว่าทุกสิ่งที่พวกมันเคยพบพานมา ดังนั้นบุรุษผู้นั้นจึงได้เริ่มทำการสรรค์สร้างเคล็ดวิชาลับต้องห้ามขึ้นมาเพื่อจัดการกับจักรพรรดิอสรพิษมาร

                วิชาลับนั้นก็คือตราผนึกสูญสลาย วิชาผนึกที่ร้ายกาจที่สุดที่จะสามารถจัดการกับศัตรูที่มีพลังเหนือกว่าอย่างมากมายมหาศาลได้

                ผนึกนี้เกิดขึ้นโดยอาศัยจุดเด่นของดินแดนตราสูญนั่นก็คือการอาศัยพลังธรรมชาติอันบริสุทธิ์และมหาศาลในดินแดนแห่งนี้ช่วยในการคงสภาพของมันเอาไว้ จึงทำให้แม้ผู้ร่ายวิชาผนึกจะมีระดับพลังด้อยกว่าก็ยังสามารถผนึกสิ่งที่ทรงพลังยิ่งกว่าได้

                ภายหลังการออกอาละวาดของจักรพรรดิอสรพิษมาร บุรุษผู้นั้นได้พายอดฝีมือของชนเผ่าผู้ผนึกนับสิบคนมุ่งไปเผชิญหน้ากับจักรพรรดิอสรพิษมารและหลังจากวันนั้นจักรพรรดิอสรพิษมารได้หายสาบสูญไปจากดินแดนตราสูญ ขณะเดียวกันยอดฝีมือของชนเผ่าผู้ผนึกและบุรุษผู้นั้นก็ได้หายสาบสูญไปและชนเผ่าผู้ผนึกได้ตกต่ำลงในเวลาไม่นาน

                ชายชราถอนหายใจออกมาเบาๆ หลังจากวันนั้น ชนเผ่าผู้ผนึกหลงเหลือเพียงผู้อาวุโสของชนเผ่าเพียงผู้เดียวที่มีพลังมากพอที่จะคอยปกป้องชนเผ่าที่เหลือและสืบต่อวิชาตราผนึกเทวะที่สมบูรณ์ต่อไป ขณะเดียวกันอาวุโสผู้นั้นได้สืบทอดการปกป้องคุ้มครองสิ่งที่สำคัญที่สุดนั่นก็คือตราผนึกสูญสลาย

                แท้จริงแล้วจักรพรรดิอสรพิษมารถูกผนึกไว้ด้วยตราผนึกสูญสลาย ซ่งไป่หลางประหลาดใจเล็กน้อย ผนึกประเภทใดกันที่สามารถกักขังสิ่งมีชีวิตทรงพลังขั้นจักรพรรดิฟ้าเอาไว้ได้อย่างยาวนานเช่นนี้

                เฮ้อ ชนเผ่าผู้ผนึกยังคงสืบต่อมาได้ยาวนานนับร้อยปี ทว่าศักยภาพของพวกเรากลับลดถอยลงอย่างต่อเนื่อง วิชาตราผนึกเทวะที่เคยสมบูรณ์บัดนี้ผู้สืบทอดของชนเผ่าเรากลับฝึกฝนได้เพียงสามถึงสี่ส่วนเท่านั้น นั่นจึงเป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาขึ้นกับซากวิหารที่ผนึกจักรพรรดิอสรพิษมารอยู่

                เมื่อหนึ่งปีก่อนตอนที่คนของพวกเจ้ามายังดินแดนตราสูญ ข้ารับรู้ได้ว่ามีใครบางคนเข้าไปใกล้พื้นที่ของตราผนึกสูญสลาย ทว่ามันได้จากไปโดยมิได้ให้ความสนใจอันใด ดังนั้นข้าจึงไม่คิดว่ามันจะเกิดปัญหาขึ้น เนื่องจากซากวิหารนั้นถูกครอบคลุมด้วยผนึกพิทักษ์ของชนเผ่าผู้ผนึกเรา

                คิดไม่ถึงผนึกผู้พิทักษ์จะเสื่อมถอยลงรวดเร็วจนเกินไป ทำให้ในปีนี้มีเจ้าโง่สองคนเข้าไปยังซากวิหารและกระตุ้นให้จักรพรรดิอสรพิษมารเคลื่อนไหว แม้ข้าจะขัดขวางการทำลายผนึกของมันสำเร็จ ทว่าก็ต้องแลกมาด้วยอาการบาดเจ็บสาหัสของข้า และทำให้จักรพรรดิอสรพิษมารกล้าใช้วิธีแบ่งแยกจิตวิญญาณของมันและควบคุมร่างของมนุษย์แทน

                แม้จะมีระดับพลังขั้นราชันยุทธ์เช่นกันทว่าข้าในสภาพนี้ไม่มีปัญญาเอาชนะร่างแยกจิตวิญญาณของมัน นอกจากข้าแล้วชนเผ่าผู้ผนึกก็ไม่มียอดฝีมือที่แข็งแกร่งมากพอเช่นกัน จักรพรรดิอสรพิษมารต้องการทำลายตราผนึกสูญสลาย ดังนั้นมันจึงต้องการโลหิตของชนเผ่าผู้ผนึกที่มากพอ ข้าได้ใช้พลังของผนึกผู้พิทักษ์ที่เหลืออยู่ปกป้องพื้นที่ของชนเผ่าผู้ผนึกเอาไว้พื่อถ่วงเวลาให้นานที่สุด แต่เกรงว่าจะทนได้ไม่เกินหนึ่งปีหลังจากนี้

                ท่านผู้อาวุโส คงไม่ใช่ว่าท่านต้องการให้ข้าช่วยจัดการกับร่างแยกจิตวิญญาณของจักรพรรดิอสรพิษมารใช่หรือไม่ ท่านย่อมทราบดีว่าข้าเป็นเพียงผู้มีพลังขั้นเหนือมนุษย์เท่านั้น ย่อมไม่มีทางเอาชนะขั้นราชันยุทธ์ได้โดยเด็ดขาด ซ่งไป่หลางขมวดคิ้วเอ่ยถามด้วยความไม่พอใจ

                แน่นอนเจ้าไม่อาจเอาชนะขั้นราชันยุทธ์ได้ ทว่าหากเป็นขั้นรวมวิญญาณเล่า เจ้าคิดว่าสามารถเอาชนะได้หรือไม่ ชายชราเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจนัก

                ซ่งไป่หลางเลิกคิ้วเล็กน้อย หากเป็นขั้นรวมวิญญาณนับว่าค่อนข้างตึงมือ ข้าไม่อาจรับปากท่านได้

                เจ้าไม่ปฏิเสธในทันทีก็นับว่าพอมีความหวังแล้ว ทว่ายังมีอีกปัญหาหนึ่ง จักรพรรดิอสรพิษมารยึดครองร่างของเด็กทั้งสองนั้นได้อย่างง่ายดาย มันย่อมสามารถทำเช่นนี้กับผู้อื่นได้เช่นกัน หากต้องการปะทะกับมันเจ้าต้องใช้ผนึกคุ้มครองวิญญาณเพื่อป้องกันไม่ให้จักรพรรดิอสรพิษมารควบคุมวิญญาณของเจ้าได้ ทว่าผนึกนี้ไม่อาจคุ้มครองเจ้าโดยสมบูรณ์นัก

                ยึดครองร่างงั้นหรือ ภายในห้วงจิตวิญญาณ เซี่ยหยางหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้ เจ้าหนู มิต้องสนใจเรื่องนี้ ต่อให้จักรพรรดิอสรพิษมารเป็นถึงขั้นจักรพรรดิฟ้า ทว่าร่างแยกจิตวิญญาณที่มันสามารถปลดปล่อยออกมาจากผนึกได้ก็เป็นเพียงขั้นราชันยุทธ์เท่านั้น ในวิญญาณของเจ้าไม่เพียงมีวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ ยังมีข้าที่มีอำนาจเหนือกว่าขั้นจักรพรรดิฟ้าอาศัยอยู่ด้วย หากมันส่งร่างแยกจิตวิญญาณเข้าสู่ร่างของเจ้า นั่นก็เท่ากับทำลายตนเองแล้ว

                ซ่งไป่หลางลอบถอนหายใจเบาๆ ผู้อาวุโส เรื่องการยึดร่างนั้นมิใช่ปัญหา จักรพรรดิอสรพิษมารไม่สามารถยึดครองร่างของข้าอย่างแน่นอน ทว่าท่านมีวิธีการใดที่จะทำให้พลังของซานตงและโหวปิงหยุนลดลงจากขั้นราชันยุทธ์เหลือเพียงขั้นรวมวิญญาณ

                หลักการคล้ายกับตราผนึกสูญสลาย ทว่าแตกต่างกันตรงที่ข้าไม่ได้จะใช้วิชาผนึกเพื่อกักขังพวกมัน แต่เป็นการใช้เพื่อจำกัดระดับพลังของพวกมันเอาไว้ น่าเสียดายที่การใช้วิชาผนึกนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ข้าสามารถจำกัดพลังของพวกมันได้จริงทว่าการทำเช่นนั้นจะทำให้ข้าไม่อาจลงมือต่อสู้ได้ ขณะเดียวกันข้ายังต้องยืมมือของยอดฝีมือชนเผ่าผู้ผนึกที่เหลือในการสร้างอาณาเขตปิดกั้นมิให้จักรพรรดิอสรพิษมารยื่นมือช่วยเหลือร่างแยกจิตวิญญาณจากภายนอกได้ ดังนั้นจึงต้องอาศัยยืมมือเจ้าช่วยในการจัดการมัน

                วิชาผนึกที่สามารถจำกัดพลังของพวกมันงั้นหรือ ซ่งไป่หลางตกตะลึงเล็กน้อย วิชาผนึกประเภทใดกันที่สามารถจำกัดพลังจากขั้นราชันยุทธ์ให้เหลือเพียงขั้นรวมวิญญาณ หากมันสามารถใช้วิชานี้ได้ในอนาคตย่อมสามารถจัดการพวกที่มีพลังสูงกว่าตนเองอย่างง่ายดาย

                ข้าเข้าใจความคิดของเจ้า ทว่าวิชาผนึกนี้ไม่ได้ง่ายดายดังที่เจ้าคิด การใช้วิชาผนึกนี้จะทำลายแก่นพลังของข้าและทำให้พลังของข้าไม่อาจฟื้นฟูจนถึงระดับสมบูรณ์ชั่วชีวิต อย่างไรก็ตามหลังจากที่สามารถสังหารร่างแยกจิตวิญญาณของมันได้พวกเราชนเผ่าผู้ผนึกจะทุ่มเททุกหนทางในการรักษาผนึกผู้พิทักษ์และไม่ให้มีผู้ใดเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับตราผนึกสูญสลายอีก ชายชราเอ่ยออกมา มันได้วางแผนที่จะแลกทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อป้องกันหายนะในครั้งนี้เอาไว้

                อาจารย์ เรื่องแบบนี้มันเป็นไปได้ด้วยงั้นหรือ วิชาผนึกที่ทรงพลังถึงเพียงนี้ ซ่งไป่หลางรู้สึกกังวลเล็กน้อย มันไม่อาจทำใจเชื่อได้เลยว่าวิชาจากตราผนึกเทวะจะมีความสามารถน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนั้น

                โลกใบนี้กว้างใหญ่กว่าที่เจ้าคิด ทุกสิ่งย่อมเป็นไปได้ทั้งสิ้น ทว่าวิชาผนึกที่ทรงอานุภาพถึงเพียงนี้ข้าเองก็ยังไม่เคยพบเจอมาก่อน หากสามารถเรียนรู้วิชาตราผนึกเทวะได้ในอนาคตมันย่อมกลายเป็นประโยชน์สำหรับเจ้าอย่างแน่นอน เซี่ยหยางตอบกลับ

                ผู้อาวุโส แม้ข้าจะอยากรับปากที่จะช่วยเหลือท่านทว่าข้าเองยังไม่มีความมั่นใจอย่างเต็มที่ว่าจะเอาชนะผู้มีพลังขั้นรวมวิญญาณได้ในเวลานี้ อย่างน้อยข้าจำเป็นต้องฝึกฝนให้แข็งแกร่งกว่านี้เสียก่อน ท่านบอกว่ามีเวลาเหลืออีกหนึ่งปีสินะ

                ชายชราพยักหน้าช้าๆ เอ่ยตามตรงข้าต้องการจัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุดทว่าข้าเองก็เข้าใจถึงความเสี่ยงเป็นอย่างดี หากพวกเราทำผิดพลาดย่อมไม่มีโอกาสแก้ตัวอีกเป็นแน่ พวกเราต้องอาศัยโอกาสนี้กำจัดพวกมันให้สำเร็จให้จงได้

                ฮึๆ เจ้าเฒ่าหน้าโง่ คิดจริงๆหรือว่าพวกเจ้าจะยังมีเวลาหลงเหลือถึงหนึ่งปี เสียงหัวเราะอันไพเราะเย็นชาดังขึ้น สีหน้าของซ่งไป่หลางและชายชราแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรง พวกมันไม่คิดเลยว่าจะมีใครบางคนเข้าใกล้โดยที่ไม่อาจรับรู้ได้เช่นนี้

                แม้แต่เซี่ยหยางยังอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วด้วยความเคร่งเครียด ประหลาดนัก มันใช้วิธีใดในการปิดซ่อนกลิ่นอายทำให้แม้แต่ประสาทสัมผัสของข้าก็ยังไม่อาจตรวจพบ

                เจ้าอสรพิษ เจ้าค้นหาพวกเราเจอได้อย่างไร ชายชราแค่นเสียงจ้องมองไปยังทิศทางที่มาของเสียง

                ร่างของโหวปิงหยุนก้าวเดินออกมาและหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าคนทั้งสอง หึหึ นับว่าข้าโชคดีนักที่ได้ฝังร่องรอยบางอย่างเอาไว้ที่ร่างของอู๋ตงไห่ การต่อสู้ของมันกระตุ้นให้ข้ารับรู้ได้ถึงใครบางคนที่น่าสนใจ ตอนที่ข้าได้ยินว่าเจ้าถูกสังหารไปแล้วมันทำให้ข้ารู้สึกหัวเสียไม่น้อย ทว่าในเวลานี้ข้ากลับรู้สึกอารมณ์ดียิ่งนัก

                โหวปิงหยุนเลียริมฝีปากขณะกวาดมองร่างของซ่งไป่หลาง ร่างกายนั้นช่างพิเศษนัก ใช้เวลาสามเดือนพัฒนาจากขั้นสามเที่ยงแท้กลายเป็นขั้นเหนือมนุษย์ ทั้งยังทรงพลังจนเอาชนะอู๋ตงไห่ที่อยู่ในขั้นสี่เหนือมนุษย์อย่างง่ายดาย หากได้รับร่างของเจ้ามาย่อมสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างมากมาย

                ซ่งไป่หลางฝืนยิ้ม คิดจะขโมยร่างของข้างั้นหรือ ไม่ง่ายนักหรอก

                เจ้าคิดจะต่อต้านข้า?” โหวปิงหยุนเลิกคิ้วงามก่อนจะหัวเราะ พลังเพียงขั้นเหนือมนุษย์คิดหรือว่าจะต่อต้านจักรพรรดิเช่นข้าได้ ช่างเถอะ ถึงอย่างไรร่างนั้นก็กำลังจะกลายเป็นของข้าแล้ว มิมีเหตุผลที่ข้าจะต้องหัวเสียไปกับเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้อีก

                เจ้าอสรพิษ คิดหรือว่าข้าจะปล่อยให้เจ้าทำตามใจชอบ ชายชราคำรามออกมา

                เจ้าเฒ่าหน้าโง่ หากเจ้ามีพลังสมบูรณ์พร้อมย่อมมีสิทธิ์เอ่ยวาจาเช่นนั้น ทว่าสารรูปของเจ้าในตอนนี้เอ่ยออกมาก็เป็นเพียงความสามหาวที่ไร้ความหมายเท่านั้น โหวปิงหยุนยิ้มเย้ยหยัน

                เจ้าหนู รีบหนีไปซะ ข้าจะถ่วงเวลามันเอาไว้ ชายชราเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมจริงจัง

                โอ้ เจ้าอาจจะขัดขวางร่างนี้ของข้าได้ ทว่าเจ้าจะมีปัญญาขัดขวางทั้งสองร่างพร้อมกันรึ?” โหวปิงหยุนเลิกคิ้ว

                สีหน้าของชายชราซีดขาวลงทันทีหลังจากได้ยินเสียงฝีเท้าอันหนักแน่นดังขึ้นจากด้านหลัง ร่างของซานตงปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม

                ซ่งไป่หลาง จงรู้สึกเป็นเกียรติเสียเถอะ อันที่จริงข้าจักรพรรดิสามารถเลือกที่จะสังหารเจ้าและรอเวลาอีกเล็กน้อยในการทำลายตราผนึกสูญสลาย ทว่าความน่าสนใจของเจ้าทำให้ข้ายินยอมลดทอนพลังส่วนหนึ่งสร้างร่างแยกวิญญาณขึ้นมาและยึดร่างของเจ้าไปแทน

                ซ่งไป่หลางขมวดคิ้วสัมผัสถึงพลังที่คุกคามเข้าสู่ห้วงวิญญาณของตน แม้พลังนั้นจะร้ายกาจทว่าซ่งไป่หลางกลับมิได้รู้สึกหวาดวิตกอันใดยอมปล่อยให้พลังนั้นลุกล้ำเข้าสู่ห้วงวิญญาณของตนได้อย่างอิสระ

                หืม ไม่ต่อต้านเช่นนั้นรึ นับว่าฉลาดนัก ต่อให้ต่อต้านไปก็ไม่มีประโยชน์อันใด จงกลายเป็นภาชนะใหม่ของข้าเสียเถอะ โหวปิงหยุนหัวเราะอย่างพึงพอใจ

                ทว่าเพียงพริบตาเดียวสีหน้าของโหวปิงหยุนและซานตงต่างก็แปรเปลี่ยนเป็นตกตะลึง ภายในซากวิหารที่ตั้งของตราผนึกสูญสลาย เสียงกรีดร้องของจักรพรรดิอสรพิษมารดังสั่นสะท้านไปทั่วบริเวณ อ้ากกก บัดซบ มันเกิดอันใดขึ้น ผู้ใดทำลายร่างแยกวิญญาณของข้า

                ซ่งไป่หลาง เจ้าทำอันใดลงไป โหวปิงหยุนเอ่ยถามน้ำเสียงเคร่งเครียดหวาดกลัว

                ถึงกับทำลายร่างแยกวิญญาณของพวกเราในพริบตา สีหน้าของซานตงซีดเซียวลง

                หืม เป็นอะไรไปจักรพรรดิอสรพิษมาร ไหนบอกว่าต้องการร่างของข้าอย่างไรเล่า เมื่อครู่นี้ข้าถึงกับยอมปล่อยให้วิญญาณของเจ้าเข้าสู่ห้วงวิญญาณของข้าโดยไม่ต่อต้านอันใด เจ้ากลับไม่อาจยึดครองร่างของข้าทั้งยังทำลายตนเองอย่างโง่เขลา ลดทอนพลังส่วนหนึ่งของเจ้าไปอย่างถาวร ว่าอย่างไร เจ้ายังคงต้องการร่างของข้าอยู่หรือไม่?” ซ่งไป่หลางหัวเราะเย้ยหยัน

                ซ่งไป่หลาง อย่าได้อวดดีให้มากนัก ข้าไม่รู้ว่าเจ้าเล่นลูกไม้อันใด ทว่าการยึดร่างของเจ้ายังสามารถทำได้หลังจากจัดการเจ้าจนไม่อยู่ในสภาพที่จะต่อต้าน โหวปิงหยุนแค่นเสียง

                พลังเหมันต์วารีอันเย็นเยียบระเบิดออกและครอบคลุมไปทั่วบริเวณ ชายชราเบิกตากว้างสะบัดฝ่ามือทั้งสองออกร่ายวิชาผนึกป้องกันร่างของมันและซ่งไป่หลางเอาไว้ด้านในอย่างเร่งร้อน

                เปรี๊ยะ! ทั่วบริเวณถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งในพริบตา ไม่ทันจะได้ตั้งตัวร่างของซานตงพลันปรากฏที่เบื้องหน้าของผนึกและซัดฝ่ามือเข้าใส่อย่างรุนแรงทำลายผนึกจนแตกสสายออก

                ซ่งไป่หลางหนีซะ ชายชราคำรามพลางสร้างผนึกป้องกันขึ้นอีกครั้ง

                ขออภัยผู้อาวุโส แต่ข้าย่อมไม่อาจหนีรอดไปได้อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามจักรพรรดิอสรพิษมารยังไม่อาจทำสิ่งใดตามอำเภอใจของมันได้ ซ่งไป่หลางตอบกลับอย่างเยือกเย็น

                ในสภาวะที่มีสติเจ้าอาจจะสามารถใช้ลูกไม้บางอย่างทำลายร่างแยกวิญญาณของพวกเราได้ ทว่าในสภาวะที่หมดสติอยู่เจ้าย่อมไม่อาจทำสิ่งใดนอกจากถูกกลืนกินวิญญาณจนหมดสิ้น ซานตงแค่นเสียงเย็นชา

                หากเจ้ามั่นใจเช่นนั้น ใยไม่ลองทดสอบดูอีกครั้งเล่า ซ่งไป่หลางฝืนหัวเราะออกมา

                เจ้าเฒ่า อย่าได้คิดว่าจะขัดขวางพวกเราได้สำเร็จ โหวปิงหยุนใช้พลังลมปราณผลักดันร่างของชายชราออกไป ขณะเดียวกันซานตงใช้พลังของมันบดร่างของซ่งไป่หลางลงบนพื้นทำให้เด็กหนุ่มกระอักเลือดออกมาด้วยความเจ็บปวด

                มาดูกันว่าในสภาวะที่เจ็บปวดเจียนตายเจ้าจะมีปัญญาอันใดต่อต้านข้าได้

                เปรี้ยง!! “เฮือก จักรพรรดิอสรพิษมารสั่นสะท้านขึ้นมาอีกครั้ง มันไม่คิดเลยว่าแม้แต่ในสภาวะที่ได้รับบาดเจ็บร่างแยกวิญญาณของมันที่ส่งเข้าไปคุกคามห้วงจิตวิญญาณของซ่งไป่หลางจะยังคงถูกทำลายทิ้งในพริบตาเช่นเคย

                เป็นไปได้อย่างไร ร่างแยกวิญญาณของข้ามีพลังขั้นราชันยุทธ์ หากมิใช่มันมีสมบัติวิเศษระดับปฐพีหรือสวรรค์ที่มีคุณสมบัติปกป้องวิญญาณโดยเฉพาะก็ต้องเป็นมีผู้ที่พลังเหนือกว่าขั้นราชันยุทธ์คอยปกป้องจิตวิญญาณของมัน ทว่าพลังประเภทใดกันที่สามารถทำลายร่างแยกของข้าในพริบตาโดยที่ข้าไม่อาจหยั่งรู้ที่มาได้

                จักรพรรดิอสรพิษมารรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา ขณะเดียวกันมันก็ยิ่งทวีความสนใจในร่างของซ่งไป่หลางอย่างยิ่ง

                ซ่งไป่หลาง เจ้าทำให้ข้าต้องสูญเสียพลังไปโดยเปล่าประโยชน์ถึงสองส่วน ทว่าข้ายังคงต้องการร่างของเจ้าอยู่ นี่นับเป็นโชคดีของเจ้ามิเช่นนั้นข้าจะต้องสังหารเจ้าและทำลายร่างของเจ้าจนเป็นผุยผงเป็นแน่ จักรพรรดิอสรพิษมารแค่นเสียงก่อนจะเริ่มทำการแบ่งร่างแยกวิญญาณอีกครั้ง

                ซานตงเหยียบร่างของซ่งไป่หลางไว้บนพื้น ดวงตากวาดมองไปทั่วร่าง หืม หรือภายในแหวนมิตินั่นจะมีสมบัติวิเศษที่ช่วยปกป้องจิตวิญญาณ?”

                มันใช้พลังดึงแหวนมิติออกจากนิ้วของซ่งไป่หลาง จากนั้นกระแทกพลังใส่เด็กหนุ่มอีกครั้งหนึ่ง

                อั่ก สติของซ่งไป่หลางดับวูบลงในทันที เวลาเดียวกันนั้นจักรพรรดิอสรพิษมารได้ส่งร่างแยกวิญญาณของมันเข้าสู่ร่างของซ่งไป่หลางซ้ำอีกครา

                โง่เขลานัก ถูกทำลายไปสองส่วนแล้วก็ยังคงไม่เข็ดหลาบ เสียงอันนุ่มนวลดังขึ้นทันทีที่มันเข้าสู่ห้วงวิญญาณของซ่งไป่หลาง ไม่ทันจะได้มองเห็นต้นตอของเสียงร่างแยกจิตวิญญาณของมันก็ถูกระเบิดออกจากภายในอย่างง่ายดาย

                เซี่ยหยางกวาดตามองเศษชิ้นส่วนจิตวิญญาณของมันก่อนจะยกมือขึ้นเช็ดโลหิตที่มุมปาก แม้การทำลายวิญญาณของจักรพรรดิอสรพิษมารจะมิได้สิ้นเปลืองพลังลมปราณทว่าการใช้พลังวิญญาณที่ถูกผลกระทบจากพิษศักดิ์สิทธิ์ได้กระตุ้นให้พิษศักดิ์สิทธิ์เริ่มออกอาการอีกครั้ง เซี่ยหยางพบว่าวิญญาณของมันได้รับบาดเจ็บและยากที่จะเยียวยาให้หายในระยะเวลาอันสั้น

                น่าเสียดายยิ่งนัก หากเป็นในสภาวะปกติข้าคงทำลายร่างของซานตงและโหวปิงหยุนได้อย่างง่ายดาย ทว่าการใช้พลังลมปราณจะยิ่งกระตุ้นให้พิษออกฤทธิ์รุนแรงขึ้น ที่ข้าทำได้มีเพียงการทำลายวิญญาณของมันที่ล่วงล้ำเข้าสู่วิญญาณของเจ้าหนูเท่านั้น

                สีหน้าของซานตงแปรเปลี่ยนเป็นดำคล้ำ มันไม่คิดเลยว่าซ่งไป่หลางจะสามารถทำลายร่างแยกวิญญาณของมันได้ถึงสามครั้ง และพลังที่แท้จริงของมันก็ลดลงไปถึงสามส่วน เป็นไปได้ว่าต่อให้หลุดพ้นจากผนึกสูญสลายมันก็จะหลงเหลือพลังเพียงขั้นจักรพรรดิปฐพีเท่านั้น

                ฮ่าๆ เจ้าอสรพิษ พลังของเจ้าลดลงไปถึงสามส่วนแล้ว ชายชราหัวเราะออกมาด้วยความรู้สึกยินดีถึงขีดสุด

                ซ่งไป่หลาง ตายเสียเถอะ ซานตงยกฝ่าเท้าขึ้นและกระทืบลงบนร่างของเด็กหนุ่ม

                อย่าหวัง เคล็ดผนึกมิติ ชายชราคำรามออกมาก่อนที่ร่างของมันและซ่งไป่หลางจะหายไปอย่างไร้ร่องรอย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 277 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น