God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 63 : ตอนที่ 59 อู๋จื่อลู่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,291
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 306 ครั้ง
    12 พ.ย. 62

                “เช่นนั้นแปลว่าในดินแดนระดับสูงจะมีการใช้หยกศิลาลมปราณแทนแก่นวิญญาณสัตว์ปีศาจในการฝึกพลังลมปราณงั้นหรือ ซ่งไป่หลางมีสีหน้าประหลาดใจ

                ย่อมเป็นเช่นนั้น แก่นวิญญาณสัตว์ปีศาจแม้จะเป็นระดับสามทว่าเจ้าก็น่าจะรับรู้ได้แล้วว่ามันมีพลังงานที่ค่อนข้างรุนแรงสำหรับมนุษย์ นับว่ายากที่จะใช้ฝึกฝนพลัง หากเปลี่ยนเป็นร่างกายของคนทั่วไปแก่นวิญญาณสัตว์ปีศาจระดับสามย่อมไม่อาจใช้ต่อเนื่องหลายครั้งในการฝึกฝน บางคนใช้ได้เพียงหนึ่งครั้งต่อสัปดาห์เท่านั้น

                ในอนาคตแก่นวิญญาณสัตว์ปีศาจระดับสี่ ห้าและหกยิ่งมีผลสะท้อนที่รุนแรงอย่างมาก แม้มนุษย์จะยังสามารถใช้งานพวกมันได้แต่แก่นวิญญาณสัตว์ปีศาจระดับหกจะใช้ได้เพียงปีละหนึ่งครั้งเท่านั้น และแก่นวิญญาณสัตว์ปีศาจระดับเจ็ดขึ้นไปมนุษย์ไม่สามารถใช้งานได้

                ดังนั้นเมื่อเปรียบเทียบกันแล้วผลลัพธ์ของแก่นวิญญาณยอดเยี่ยมกว่าหยกศิลาลมปราณแน่นอนแต่เงื่อนไขการใช้นับว่ายากกว่าหลายขั้น คุณค่าของหยกศิลาลมปราณจึงมีมากกว่าแก่นวิญญาณสัตว์ปีศาจระดับสามและสี่

                แก่นวิญญาณสัตว์ปีศาจระดับห้าจะมีคุณค่าพอให้ใช้แลกเปลี่ยนกับหยกศิลาลมปราณสักห้าสิบก้อน และแก่นวิญญาณสัตว์ปีศาจระดับหกจะมีราคาประมาณหนึ่งพันหยกศิลาลมปราณ ในส่วนของแก่นวิญญาณสัตว์ปีศาจระดับเจ็ดขึ้นไปนับว่าหาได้ยากอย่างมากดังนั้นพวกมันจึงมีราคาแพงเช่นกัน

                ซับซ้อนยิ่งนัก ซ่งไป่หลางเอ่ยด้วยความรู้สึกงุนงง

                เรื่องนี้ยังยากสำหรับเจ้าในเวลานี้ทว่าในอนาคตย่อมกลายเป็นเรื่องปกติที่เจ้าสามารถทำความเข้าใจได้โดยง่าย เซี่ยหยางหัวเราะ

                ซ่งไป่หลาง เสียงของหลินหลันเทียนดังขึ้น มันเดินเข้าหาเด็กหนุ่มก่อนจะมองดูอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกซับซ้อน

                เพียงหกเดือนกลับสามารถเลื่อนระดับได้ถึงสองขั้น นับว่าน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก นอกจากพลังต่อสู้ของเจ้าจะมากกว่าข้าแล้วเกรงว่าในเวลาอีกเพียงหนึ่งปีเจ้าก็คงพัฒนาระดับพลังไปเหนือข้าแล้ว หลินหลันเทียนถอนหายใจออกมา

                ซ่งไป่หลางยิ้มให้อีกฝ่าย เจ้าเองก็เลื่อนระดับพลังจนเกือบจะบรรลุขั้นสองเหนือมนุษย์แล้ว นับว่ามิมีอันใดให้ต้องอิจฉาผู้อื่นหรอก

                มีเพียงเจ้าเท่านั้นแหละที่ผิดปกติมิเหมือนผู้อื่น หลินหลันเทียนหัวเราะก่อนจะเริ่มเปลี่ยนหัวข้อสนทนา

                จริงสิ แม้ว่าในสายตาเจ้าอาจจะไม่ได้ให้ความสำคัญกับพวกอัจฉริยะของต่างแคว้นนักทว่าข้าคิดว่ามีบางคนที่เจ้าควรจะรู้จักเอาไว้บ้าง

                หืม ซ่งไป่หลางประหลาดใจเล็กน้อย แม้มันจะมิได้ใส่ใจเรื่องนี้นักแต่หากหลินหลันเทียนเอ่ยเช่นนี้ย่อมหมายความว่ามีใครบางคนที่ค่อนข้างไม่เลวในบรรดาคนเหล่านั้น

                ในบรรดาแคว้นทั้งแปด พวกเรานับว่าเป็นเพียงแคว้นอันดับสี่เท่านั้น แคว้นอันดับหนึ่งก็คือแคว้นรวมธารา อัจฉริยะอันดับหนึ่งของพวกมันมีนามว่าซานตง มีพรสวรรค์เหนือล้ำยิ่งกว่าข้าและได้เข้าสู่ขอบเขตเหนือมนุษย์ตั้งแต่เมื่อปีก่อน หกเดือนที่แล้วในช่วงการประลองสิบนภา ข้ายังได้ยินข่าวมาว่ามันอาจจะทะยานไปสู่ระดับสองขั้นเหนือมนุษย์ได้สำเร็จอีกด้วย

                แคว้นอันดับสองก็คือแคว้นเหมันต์วารี อัจฉริยะอันดับหนึ่งของพวกมันมีนามว่าโหวปิงหยุน มองจากภายนอกนางคือหญิงงามที่เย็นชายากจะเข้าหาผู้หนึ่ง ทว่าในความเป็นจริงนางนับว่ามีพรสวรรค์ด้านวารีธาตุสูงเป็นอันดับต้นๆของทวีป แม้จะยังไม่อาจเทียบเคียงกับเจ้าทว่านางเชี่ยวชาญวิชาธาตุวารีและการแปลงเป็นเหมันต์ถึงขีดสุด นับว่ารับมือยากไม่น้อยไปกว่าซานตงแห่งแคว้นรวมธาราแม้แต่น้อย พลังของนางจากข่าวลือล่าสุดน่าจะอยู่ที่จุดสูงสุดของระดับหนึ่งเหนือมนุษย์

                สำหรับแคว้นอื่นๆมิได้มีอัจฉริยะที่น่าสนใจสักเท่าใดนัก แต่อีกคนหนึ่งที่เจ้าต้องระวังไว้ให้มากก็คืออัจฉริยะรุ่นเยาว์ของวังจักรพรรดิห้าสมุทร อู๋จื่อลู่ พลังของมันอยู่ที่จุดสูงสุดของขั้นสองเหนือมนุษย์ อีกทั้งยังมีพรสวรรค์เท่าเทียมกับซานตง ในบรรดาอัจฉริยะรุ่นเยาว์ของทวีปห้าสมุทรมันคือตัวตนที่อยู่สูงสุดในช่วงเวลาก่อนหน้านี้

                หลินหลันเทียนใช้คำว่าก่อนหน้านี้ เพราะบางส่วนในตัวของมันรู้สึกเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าบัดนี้ตำแหน่งนั้นได้ถูกเปลี่ยนแปลงไปแล้ว บรรดาอัจฉริยะรุ่นใหม่ในสายตามันมิมีผู้ใดเหนือไปกว่าซ่งไป่หลางอีก

                แข็งแกร่งที่สุดก็คือขั้นสองเหนือมนุษย์สินะ ซ่งไป่หลางพยักหน้าช้าๆ ยังคงมีรอยยิ้มมิยินดียินร้าย ตอนนี้ศัตรูที่เป็นปัญหาที่สุดก็คืออู๋ตงไห่ของวังจักรพรรดิห้าสมุทร ด้วยพลังระดับขั้นสี่เหนือมนุษย์ซ่งไป่หลางยังไม่อาจรับมือได้ในเวลานี้

                ทว่าอัจฉริยะรุ่นใหม่เหล่านั้นนับว่ายังไม่อาจทำให้มันต้องรู้สึกเป็นกังวลนัก

                เจ้าจะต้องระวังให้ดี สำหรับอัจฉริยะเช่นซานตงหรือโหวปิงหยุน พวกมันล้วนมีความเย่อหยิ่งอย่างมาก ดังนั้นอาจมิใช่ปัญหาสำหรับเรา ทว่าอัจฉริยะของแคว้นอื่นที่เหลือพวกมันส่วนใหญ่มิได้หวงแหนศักดิ์ศรีของตน ในความคิดของข้าพวกมันย่อมร่วมมือกันเพื่อจัดการกับพวกเราเป็นอันดับแรก หลินหลันเทียนเอ่ยเตือนน้ำเสียงจริงจัง

                ข้อแรก ข้ากับเจ้ามาจากแคว้นสิบนภา ขั้วอำนาจที่หนุนหลังมิได้ยิ่งใหญ่มากนัก พวกมันย่อมไม่กังวลว่าหากลงมือกับพวกเราเกินเลยไปจะทำให้ถูกตอบโต้ ข้อต่อมา พรสวรรค์ของเจ้านั้นยอดเยี่ยมนัก พวกมันย่อมไม่คิดปล่อยให้เจ้ามีโอกาสเติบโตมากจนเกินไป การสังหารเจ้าภายในการบุกเบิกดินแดนครั้งนี้นับว่าเป็นโอกาสที่ยอดเยี่ยมที่สุด

                ซานตงและโหวปิงหยุนอาจมิได้ร่วมมือกับผู้อื่นเพื่อลอบสังหารเจ้า ทว่าอู๋จื่อลู่นั้นแตกต่างออกไป มันมาจากวังจักรพรรดิห้าสมุทรและขั้วอำนาจของพวกมันก็มิได้ต้องการผู้ที่อาจมาสั่นคลอนรากฐานของพวกมันได้ ดังนั้นมีความเป็นไปได้อย่างยิ่งว่าอู๋จื่อลู่จะยืมมือของพวกอัจฉริยะต่างแคว้นเพื่อร่วมมือกันสังหารพวกเราทั้งสองคนเสีย

                อีกทั้งพวกเรายากที่จะสวนกลับไปได้ เนื่องจากวังจักรพรรดิห้าสมุทรมิได้ส่งคนมาเพียงสองคนเหมือนกับทุกแคว้น พวกมันมียอดฝีมือถึงสิบคน หนึ่งในนั้นยังมีอู๋ตงไห่ที่มีพลังขั้นสี่เหนือมนุษย์รวมอยู่ด้วย ต่อให้พวกเราเอาตัวรอดจากการล่าสังหารสำเร็จก็ไม่อาจตอบโต้โดยง่ายอยู่ดี

                หลินหลันเทียน เจ้าเป็นกังวลมากเกินไปแล้ว หากพวกมันมีเจตนาต้องการสังหารพวกเราจริง ข้าจะตอบโต้กลับไปเอง ซ่งไป่หลางตอบกลับ มันมิได้ประมาทหรือดูถูกอีกฝ่าย ในความเป็นจริงนี่ก็คือเจตนาและความเชื่อมั่นของซ่งไป่หลาง หากถูกปองร้ายก็มีแต่ต้องสวนกลับไปอย่างรุนแรงเท่านั้น

                ภายใต้พลังที่สามารถรับมือกับขั้นสามเหนือมนุษย์ได้ มีเพียงอู๋ตงไห่เท่านั้นที่สร้างปัญหาให้กับซ่งไป่หลาง ทว่าเด็กหนุ่มก็ได้วางแผนร่วมกับเซี่ยหยางไว้คร่าวๆแล้วในการรับมือกับอู๋ตงไห่

                ที่เหลือล้วนขึ้นอยู่กับสภาพภายในดินแดนประตูสมุทรลี้ลับเท่านั้น

                นาวาข้ามวายุใช้เวลากว่าสามวันในการเดินทาง ในที่สุดก็มาถึงเกาะที่ตั้งอยู่ใจกลางทวีปห้าสมุทร มองเห็นเกาะที่ยิ่งใหญ่นั้นดวงตาของซ่งไป่หลางฉายแววประหลาดใจเล็กน้อย

                เกาะแห่งนี้มีพลังหนาแน่นนัก เมื่อเทียบกับสถานที่อื่นๆดูเหมือนว่านี่เป็นเหตุผลที่วังจักรพรรดิห้าสมุทรเลือกที่จะตั้งอำนาจปกครองของพวกมันที่นี่

                แม้พลังที่ครอบคลุมเกาะจะด้อยกว่ามิติรวมนภาหลายส่วนทว่าเทียบกับพื้นที่ของแคว้นสิบนภาแล้วก็ยังนับว่าเหนือกว่าอย่างน้อยสามถึงสี่ส่วน

                นี่เป็นเพราะสถานที่แห่งนี้อยู่ใกล้กับประตูข้ามดินแดนมากที่สุด ดังนั้นบางครั้งจึงมีพลังรั่วไหลจากประตูเข้าสู่ดินแดนแห่งนี้ และเกาะนี้ก็ได้ดูดซับพลังเหล่านั้นเอาไว้ เซี่ยหยางอธิบายเพียงเล็กน้อย

                จงระบุตัวตนของพวกเจ้าก่อนที่จะเข้าสู่เกาะ เสียงหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะสีทองแดงที่ทะยานร่างขึ้นมาเหยียบบนนาวาข้ามวายุ ซ่งไป่หลางมองดูอีกฝ่ายก่อนจะเผยยิ้มเหยียดหยาม

                เป็นเพียงผู้มีพลังขั้นหนึ่งเหนือมนุษย์เท่านั้นกลับวางตัวและใช้น้ำเสียงโอหังนัก

                ชายชุดเกราะทองแดงเป็นเพียงอาวุโสระดับล่างของวังจักรพรรดิห้าสมุทรเท่านั้น อย่างไรก็ตามภายใต้อำนาจของวังจักรพรรดิห้าสมุทรมันย่อมเคยชินกับการวางท่าหยิ่งผยอง มันรู้ดีว่านาวาลำนี้มาจากแคว้นสิบนภาที่เป็นเพียงขั้วอำนาจอันดับสี่เท่านั้นดังนั้นมันจึงมิได้สนใจจะให้เกียรติเท่าใดนัก

                ทว่าเมื่อมันกวาดตามองไปทั่วนาวาคราหนึ่งดวงตาของมันก็พลันเบิกกว้างขึ้น ร่างกายรู้สึกสั่นสะท้านขึ้นมา บัดซบ แคว้นสิบนภาเป็นเพียงแคว้นอันดับสี่มิใช่หรือ เหตุใดบนนาวาลำนี้จึงมียอดฝีมือขั้นเหนือมนุษย์มากมายเพียงนี้

                ควรทราบว่าต่อให้เป็นแคว้นรวมธาราที่เป็นอันดับหนึ่งก็ยังมิเคยส่งยอดฝีมือมากมายขนาดนี้มายังวังจักรพรรดิห้าสมุทรมาก่อน ชายเกราะทองแดงยังอดคิดมิได้ว่าหรือแท้จริงแล้วแคว้นสิบนภาคิดจะมาโจมตีวังจักรพรรดิห้าสมุทรกันแน่

                พวกเรามาจากแคว้นสิบนภา มุ่งหน้ามาที่นี่เพื่อพาอัจฉริยะรุ่นเยาว์ทั้งสองของแคว้นมาร่วมการบุกเบิกดินแดนประตูสมุทรลี้ลับ เจ้าคงมิได้ต้องการขวางทางใช่หรือไม่?” เจ้านิกายหมื่นดาราสอบถามสีหน้าเรียบเฉยมิได้แสดงท่าทีนอบน้อมอย่างเช่นที่คนทั่วไปทำ อย่างไรพลังของมันก็เหนือกว่าชายในชุดเกราะทองแดงหนึ่งขั้น

                ย... ย่อมไม่มีปัญหา เชิญพวกท่านเข้าสู่พื้นที่วังจักรพรรดิห้าสมุทร ชายเกราะทองแดงยิ้มเจื่อนๆก่อนจะขอตัวจากไป

                วังจักรพรรดิห้าสมุทร ช่างน่าขันนัก ซ่งไป่หลางพึมพำด้วยรอยยิ้มเย้นหยัน

                นาวาข้ามวายุหยุดอยู่ที่บนท้องฟ้าเหนือทางเข้าสู่วังจักรพรรดิห้าสมุทร ร่างของเจ้านิกายหมื่นดาราและหลิวจื่อฮวนทะยานลงไปด้านล่างเป็นอันดับแรก ติดตามไปด้วยยอดฝีมือบางส่วนของแต่ละแคว้น โดยเหลือครึ่งหนึ่งเอาไว้เพื่อดูแลนาวา

                ซ่งไป่หลางและหลินหลันเทียนทิ้งร่างลงบนเกาะ สูดรับกลิ่นอายสดชื่นและพลังอันบริสุทธิ์อย่างเชื่องช้า

                หลินหลันเทียน มิได้พบกันเสียนาน เมื่อมาถึงกลับได้พบใครบางคนที่ด้านหน้าทางเข้า หลินหลันเทียนขมวดคิ้วเพียงเล็กน้อยก่อนจะเผยยิ้มตอบกลับไปยังอีกฝ่าย

                หยุนเจี๋ย มิได้พบกันหนึ่งปีเต็มเจ้ากลับเข้าสู่ระดับขั้นเหนือมนุษย์ได้แล้ว ข้ายินดีกับเจ้าด้วย

                หืม เจ้าก็คือซ่งไป่หลางที่ร่ำลือกันว่าเป็นสุดยอดอัจฉริยะที่โค่นล้มหลินหลันเทียนได้ ชายที่ชื่อว่าหยุนเจี๋ยกวาดตามองร่างของซ่งไป่หลาง พลังขั้นสามเที่ยงแท้ เจ้ามีปัญญาเอาชนะขั้นเหนือมนุษย์ได้จริงๆน่ะรึ เฮอะ แท้จริงแล้วเป็นเพราะหลินหลันเทียนอ่อนแอเองเสียมากกว่า

                จะคิดอย่างไรก็ตามใจเจ้าเถอะ หลินหลันเทียนหัวเราะมิได้ให้ความสนใจอีกฝ่ายอีก ซ่งไป่หลางเองไม่แม้แต่จะชายตามอง เห็นได้ชัดว่าหยุนเจี๋ยเพิ่งจะก้าวเข้าสู่ขั้นเหนือมนุษย์ได้ไม่นาน ฝีมือระดับนี้ไม่อาจสร้างปัญหาใดๆให้ซ่งไป่หลางได้แม้แต่น้อย

                ทั้งสองเดินตามกลุ่มของหลิวจื่อฮวนเข้าสู่พื้นที่วังจักรพรรดิห้าสมุทร

                หลินหลันเทียน เจ้าบัดซบกล้าเมินข้า หยุนเจี๋ยกัดฟัน ยิ่งมองไปยังซ่งไป่หลางที่ไม่แม้แต่จะมองมันสักเล็กน้อยดวงตาของหยุนเจี๋ยก็ยิ่งทวีความคลั่งแค้น

                แม้มันจะมาจากแคว้นแดนเมฆาอันเป็นแคว้นอันดับสามทว่าอย่างไรก็ยังคงเป็นแคว้นที่เหนือกว่าแคว้นสิบนภามิใช่หรือ เหตุใดมันที่เป็นอัจฉริยะอันดับสองของแคว้นแดนเมฆาจึงตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ ถูกเมินเฉยอย่างสมบูรณ์กระทั่งจากผู้มีพลังขั้นสามเที่ยงแท้ผู้หนึ่ง

                ในดินแดนประตูสมุทรลี้ลับข้าจะบดขยี้พวกเจ้าจนไม่อาจแม้แต่จะร้องขอความเมตตา หยุนเจี๋ยคำรามเสียงเบา

                เมื่อนึกถึงข้อตกลงบางอย่างระหว่างอัจฉริยะของหลายๆแคว้นมันพลันยิ้มอย่างเย็นเยียบ ขอเพียงก้าวเข้าสู่ดินแดนประตูสมุทรลี้ลับมันมั่นใจว่าซ่งไป่หลางและหลินหลันเทียนจะไม่อาจแสดงท่าทีเย่อหยิ่งเช่นนี้ได้อีกต่อไป

                นี่ก็คือวังจักรพรรดิห้าสมุทรงั้นหรือ เขตพื้นที่ด้านในของวังจักรพรรดิห้าสมุทรนั้นยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง แม้แต่เรือนหลักของนิกายบัวสวรรค์ก็ยังมิอาจเทียบเคียงได้แม้แต่น้อย ทว่าหากพิจารณาดูแล้ววิหารบัวสวรรค์ที่หลงเหลือเพียงเศษซากไม่แน่ครั้งหนึ่งอาจมีความยิ่งใหญ่เสียยิ่งกว่าวังแห่งนี้เสียอีก

                ตัวแทนจากแคว้นสิบนภา ข้ายินดีต้อนรับพวกเจ้าเข้าสู่วังจักรพรรดิห้าสมุทร ด้านหน้าของหลิวจื่อฮวนปรากฏชายหนุ่มผู้หนึ่ง ดวงตาของมันแฝงความเจ้าเล่ห์และเหยียดหยาม แม้จะมีใบหน้าหล่อเหลาและรูปร่างงามสง่าทว่าพิจารณาจากบุคลิกแล้วกลับไม่ชวนให้รู้สึกประทับใจแม้แต่น้อย

                คนผู้นี้คืออู๋จื่อลู่ หลินหลันเทียนกระซิบบอกซ่งไป่หลาง

                ที่แท้ก็คือนายน้อยของวังจักรพรรดิห้าสมุทร ซ่งไป่หลางมิได้มีความรู้สึกประทับใจต่ออู๋จื่อลู่แม้แต่น้อย มันอยู่ในจุดสูงสุดของขั้นสองเหนือมนุษย์จริงอย่างที่หลินหลันเทียนพูด นับว่าค่อนข้างดีสำหรับอายุของมัน ทว่าซ่งไป่หลางสัมผัสได้ว่าคนผู้นี้มีจิตใจราวกับอสรพิษ มิอาจเชื่อถือได้โดยเด็ดขาด

                หลิวจื่อฮวนมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก คุณชายน้อยอู๋ ยินดีที่ได้พบกับท่าน มิทราบว่าจักรพรรดิห้าสมุทร...

                บิดาข้าติดธุระ ไม่อาจมาต้อนรับด้วยตนเอง นับว่าเสียมารยาทแล้ว แม้จะเอ่ยเช่นนั้นทว่าอู๋จื่อลู่กลับเผยรอยยิ้มเหยียดออกมา พวกเจ้าก็เพียงแค่แคว้นอันดับสี่ คู่ควรที่จะต้องให้บิดาข้าออกมาต้อนรับด้วยตนเองงั้นรึ

                ในความเป็นจริงหากไม่ใช่เพราะมันต้องการเห็นซ่งไป่หลางด้วยตาตนเองมันคงมิยินยอมออกมาต้อนรับแคว้นสิบนภา เพียงส่งยอดฝีมือขั้นสองหรือขั้นสามเหนือมนุษย์ผู้อื่นออกมาแทนเท่านั้น

                เป็นดั่งที่นายน้อยเอ่ย องค์จักรพรรดิติดภารกิจสำคัญจึงมิอาจออกมาต้อนรับด้วยตนเอง ดังนั้นขอให้ข้าและนายน้อยเป็นผู้ต้อนรับพวกท่าน หวังว่าจะไม่ทำให้พวกท่านรู้สึกไม่พอใจ สีหน้าของอู๋จื่อลู่แปรเปลี่ยนไปทันที มันหันไปมองด้านหลังก่อนจะมีสีหน้าตกตะลึงเล็กน้อย

                เช่นเดียวกับอู๋จื่อลู่ หลิวจื่อฮวนและเจ้านิกายหมื่นดาราต่างเผยสีหน้าตื่นตะลึงเมื่อเห็นบุคคลที่ออกมาต้อนรับพวกมัน คารวะผู้พิทักษ์วังสมุทร

                ที่แท้นี่ก็คืออู๋ตงไห่ มองเห็นร่างในชุดเกราะสีเงิน ซ่งไป่หลางมีแววเคร่งขรึมปรากฏขึ้นภายในดวงตา

                คนผู้นี้มิใช่เพียงอยู่ขั้นสี่เหนือมนุษย์ ทว่าเป็นจุดสูงสุดของขั้นสี่เหนือมนุษย์แล้ว อีกเพียงครึ่งก้าวก็จะเข้าสู่ขั้นห้าเหนือมนุษย์ เปรียบเทียบกันแล้วนับว่าแข็งแกร่งกว่าซ่งไป่หลางเวลานี้อย่างน้อยสองถึงสามขั้น ยากจะรับมืออย่างยิ่ง

                สำหรับดินแดนแห่งนี้นับว่าค่อนข้างดีทีเดียว นอกจากหยุนลั่วเฉินแล้วคงมิมีผู้ใดในดินแดนนี้อยู่เหนือมัน เซี่ยหยางชมเชยออกมาเบาๆ

                ท่านอาตงไห่ ไม่คิดเลยว่าท่านจะออกมาต้อนรับพวกเขาด้วยตนเอง อู๋จื่อลู่ถามหยั่งเชิง

                อู๋ตงไห่ยิ้มน้อยๆ นายน้อย พวกเขานับว่าเป็นแขกผู้มีเกียรติของพวกเรา การบุกเบิกดินแดนประตูสมุทรลี้ลับแม้พวกเขาจะได้รับผลประโยชน์ทว่าที่ได้มากยิ่งกว่าก็คือพวกเราวังจักรพรรดิห้าสมุทร สามารถเอ่ยได้ว่าพวกเขาส่งคนมาช่วยเหลือเราในการบุกเบิกครั้งนี้ ดังนั้นพวกเราย่อมต้องรับรองให้ดีที่สุด

                อืม ท่านเอ่ยถูกแล้ว พวกเขามาช่วยเหลือเราจริงๆ อู๋จื่อลู่หัวเราะเบาๆ

                เจ้านิกายหมื่นดาราขมวดคิ้วเล็กน้อยทว่ามิได้เอ่ยอันใดออกไปอีก อู๋ตงไห่กวาดตามองบรรดายอดฝีมือขั้นเหนือมนุษย์จากแคว้นสิบนภาด้วยแววตาครุ่นคิด กองกำลังทั้งหมดนี้ล้วนไม่อยู่ในสายตามัน ทว่าเมื่อมองไปยังซ่งไป่หลางที่มีระดับสามเที่ยงแท้และหลินหลันเทียนที่มีพลังขั้นหนึ่งเหนือมนุษย์แววตาของมันก็ทอประกายซับซ้อนขึ้นมาเล็กน้อย

                สองคนนี้ก็คิออัจฉริยะรุ่นใหม่ของแคว้นสิบนภาสินะ ซ่งไป่หลาง หากว่าเจ้ามีอาจารย์อยู่เบื้องหลังจริงพวกเราย่อมไม่อาจจัดการกับเจ้าโดยง่าย ทว่าในดินแดนประตูสมุทรลี้ลับเจ้ามีทางเลือกไม่มากนัก

                ในใจของอู๋ตงไห่ยังคงมีความรู้สึกเสียดายอยู่เล็กน้อย อัจฉริยะผู้หนึ่งยากนักที่จะถือกำเนิดมา กลับยากยิ่งกว่าที่จะรักษาชีวิตเอาไว้ได้ หากมันเลือกได้ย่อมต้องการให้ซ่งไป่หลางมาเป็นคนของวังจักรพรรดิห้าสมุทร หากเป็นเช่นนั้นย่อมไม่มีเหตุผลที่จะต้องกำจัดทิ้งอีก

                จากแนวคิดของอู๋ตงไห่ มันเห็นแย้งกับจักรพรรดิห้าสมุทรเล็กน้อย ขอเพียงสามารถทำข้อตกลงบางอย่างกับซ่งไป่หลางได้มันจะยินยอมไว้ชีวิตของเด็กหนุ่มในดินแดนประตูสมุทรลี้ลับ

                แปลกนัก คนผู้นี้มิได้มีเจตนาสังหารที่ชัดเจน ผิดจากที่ข้าคาดไว้ บางทีมันอาจลังเลบางสิ่ง เซี่ยหยางเอ่ยออกมาเบาๆ ด้วยประสาทสัมผัสของมันย่อมสามารถรับรู้ได้ถึงความคิดบางส่วนของผู้คน แม้จะไม่อาจรับรู้โดยละเอียดแต่แจตนาฆ่าฟันนั้นสามารถสัมผัสได้ชัดเจนยิ่ง มันรับรู้ว่าอู๋จื่อลู่มีเจตนาฆ่าฟันทว่ากลับไม่อาจสัมผัสถึงสิ่งนี้จากอู๋ตงไห่

                หากมันมิได้สร้างปัญหาให้กับเราก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดี ซ่งไป่หลางตอบกลับในจิตใจของตน

                อู๋ตงไห่ได้เชื้อเชิญกลุ่มของแคว้นสิบนภาให้ไปยังที่พักที่ถูกจัดเตรียมไว้ให้ อาณาเขตของวังจักรพรรดิห้าสมุทรนั้นกว้างใหญ่ยิ่งนัก แม้แต่ตระกูลหลิวที่สามารถรับรองคนจากสิบนิกายได้จำนวนมากยังไม่อาจเทียบได้กับอาณาเขตส่วนหนึ่งของวังจักรพรรดิห้าสมุทร

                ดังนั้นแต่ละแคว้นล้วนมีที่พักอันเป็นส่วนตัวที่อยู่แยกจากกันไกล ทำให้มิต้องกังวลว่าจะเกิดการทะเลาะวิวาทกัน ยังมิต้องเอ่ยถึงเรื่องที่คงไม่มีผู้ใดกล้าก่อปัญหาในเขตของวังจักพรรดิห้าสมุทร

                เมื่อมาถึงที่พัก ซ่งไป่หลางและหลินหลันเทียนได้แยกย้ายพักผ่อนในห้องส่วนตัวของตน โดยมีการคุ้มครองจากยอดฝีมือของตระกูลหลิวและนิกายหมื่นดาราที่ภายนอก

                ภายในห้องพัก ซ่งไป่หลางขมวดคิ้วเล็กน้อย แม้จะได้รับการคุ้มครองจากยอดฝีมือของตระกูลหลิวแล้ว ทว่าภายใต้ความสามารถของยอดฝีมือที่เหนือกว่าถึงหนึ่งขอบเขตย่อมไม่อาจจัดการกับการบุกรุกของศัตรูได้

                เจ้าคงจะเป็นซ่งไป่หลาง ยินดีที่ได้พบ ภายในห้องพักของเด็กหนุ่ม ทูตทมิฬจากสำนักห้วงทมิฬกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง ดวงตากวาดมองสำรวจร่างของซ่งไป่หลางก่อนจะเผยรอยยิ้มลี้ลับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 306 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น