God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 64 : ตอนที่ 60 ทูตทมิฬหั่วเฟย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,029
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 318 ครั้ง
    13 พ.ย. 62

                ระวังตัวให้ดีเจ้าหนู คนผู้นี้มีระดับสูงสุดของขั้นรวมวิญญาณ หากมันต้องการสังหารเจ้าย่อมสามารถทำได้โดยง่าย เซี่ยหยางเอ่ยเตือนขึ้นมาทันที

                ระดับสูงสุดของขั้นรวมวิญญาณ ซ่งไป่หลางสั่นสะท้านขึ้นมาทันที นับว่าคนผู้นี้มีระดับไม่ด้อยไปกว่าซ่งหงเสวี่ยเลย

                ท่านคือ?” ซ่งไป่หลางแสร้งแสดงท่าทีสงบนิ่ง เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่สงบนิ่งที่สุด

                ข้ามีนามว่าหั่วเฟย มาจากสำนักห้วงทมิฬ เจ้าคงมิเคยได้ยินนามของสำนักห้วงทมิฬมาก่อน ทว่าข้าสามารถเอ่ยกับเจ้าได้เพียงว่าสำนักห้วงทมิฬของข้ามิได้ตั้งอยู่ในดินแดนแห่งนี้ ทูตทมิฬตอบกลับ

                สำนักห้วงทมิฬ ซ่งไป่หลางขมวดคิ้วเล็กน้อย ดูเหมือนมันจะคาดเดาไว้ไม่ผิดวังจักรพรรดิห้าสมุทรมีสำนักห้วงทมิฬสนับสนุนจากเบื้องหลัง ดังนั้นพวกมันจึงสามารถถือครองอำนาจในทวีปห้าสมุทรได้อย่างรวดเร็วยิ่ง

                ลำพังพลังของหั่วเฟยผู้นี้ก็มากพอที่จะบดขยี้ทุกขั้วอำนาจในดินแดนแห่งนี้ได้แล้ว

                เจ้าเองคงรู้อยู่แล้วว่ายังมีดินแดนอื่นๆอีกมากมายนอกเหนือจากดินแดนที่พวกเรายืนอยู่ ดินแดนแห่งนี้นับว่าเป็นเพียงดินแดนที่เล็กจ้อยและอ่อนแอยิ่งนัก วังจักรพรรดิห้าสมุทรแห่งนี้ก็นับว่าเป็นเพียงผู้รับใช้ของสำนักห้วงทมิฬเท่านั้น ทูตทมิฬเอ่ยด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ

                สำนักห้วงทมิฬนับเป็นขั้วอำนาจอันดับสี่ในดินแดนเทพพฤกษา พวกเราถือครองอำนาจเหนือดินแดนระดับต่ำเช่นดินแดนแห่งนี้นับสิบๆแห่ง เรามีทรัพยากรมากมายเพียงพอที่จะหล่อเลี้ยงอัจฉริยะรุ่นใหม่ของสำนัก เปรียบเทียบกับทรัพยากรที่นิกายของเจ้ามีแล้ว มันย่อมแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน

                เช่นนั้นวัตถุประสงค์ของท่าน?” ซ่งไป่หลางคาดเดาได้ในทันที ภายในใจลอบรู้สึกโล่งอกขึ้นมาเล็กน้อย หากทูตทมิฬต้องการสังหารมันเช่นนั้นก็นับว่ายากที่จะเอาชีวิตรอดแล้ว แต่ในเมื่อจุดประสงค์ของทูตทมิฬคือการโน้มน้าวมัน เช่นนั้นก็นับว่ามีวิธีรับมืออยู่มากมาย

                ซ่งไป่หลาง ข้ารู้สึกชื่นชมเจ้ายิ่งนัก แม้ระดับพลังของเจ้าจะอ่อนด้อยอย่างมากเมื่อเทียบกับศิษย์ของสำนักเรา ทว่าพรสวรรค์แท้จริงของเจ้ากลับเหนือล้ำยิ่ง ขอเพียงเจ้าได้รับการดูแลและส่งเสริมอย่างเหมาะสม ในอนาคตเจ้าย่อมสามารถฉายแสงได้ยิ่งกว่าผู้ใด

                สำนักห้วงทมิฬของข้านับถือผู้แข็งแกร่ง ทั้งยังชื่นชมผู้มีพรสวรรค์ วังจักรพรรดิห้าสมุทรได้วางแผนที่จะสังหารเจ้าภายในการบุกเบิกดินแดนประตูสมุทรลี้ลับในครานี้ ทว่าขอเพียงเจ้าตอบรับที่จะติดตามข้ากลับไปยังสำนักห้วงทมิฬ เข้าร่วมกับสำนักของข้า เช่นนั้นข้าย่อมสามารถทำให้วังจักรพรรดิห้าสมุทรแห่งนี้หุบปาก ทั้งยังยินดีทำลายรากฐานของพวกมันทิ้งเพื่อให้เจ้ารู้สึกสบายใจ

                ซ่งไป่หลางสั่นสะท้านขึ้นมาเล็กน้อย หั่วเฟิงผู้นี้นับว่าอำมหิตยิ่งนัก วังจักรพรรดิห้าสมุทรเป็นดั่งข้ารับใช้ที่ซื่อสัตย์ต่อสำนักของพวกมัน ทว่ามันกลับยินดีที่จะทำลายวังจักรพรรดิห้าสมุทรเพียงเพื่อให้ข้ายอมรับงั้นหรือ

                ข้าเข้าใจในความลำบากใจของเจ้า ทว่ามันช่างเป็นเรื่องเล็กน้อยยิ่งนัก นิกายบัวสวรรค์ไม่อาจที่จะเติบโตหรือครองอำนาจในดินแดนแห่งนี้ได้ด้วยตนเอง แต่หากเจ้าไปยังสำนักห้วงทมิฬและเติบโตที่นั่น กลายเป็นบุคคลที่มีน้ำหนักในสำนักของข้า ในอนาคตเจ้าย่อมสามารถหนุนหลังนิกายบัวสวรรค์ ทำให้มันกลายเป็นนิกายที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าขั้วอำนาจของวังจักรพรรดิห้าสมุทรได้อย่างง่ายดาย

                นี่มิใช่เรื่องที่ยากเย็นอันใดเลย ซ่งไป่หลาง สำหรับเจ้าแล้วคำตอบสมควรง่ายดายอย่างยิ่ง เพียงเจ้าพยักหน้า ทั้งความปลอดภัย ความรุ่งโรจน์และอนาคตที่ยอดเยี่ยมที่สุดย่อมรอคอยเจ้าอยู่เบื้องหน้า หั่วเฟิงหัวเราะออกมาเบาๆ มันเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าซ่งไป่หลางจะต้องตอบตกลงอย่างไร้เงื่อนไข

                นี่ก็คือความแตกต่างของพลังอำนาจ

                เช่นนั้นข้าขอเสียมารยาทถามต่อท่าน ขั้วอำนาจสำนักห้วงทมิฬของท่านเป็นอันดับสี่ในดินแดนเทพพฤกษา นั่นหมายความว่ายังมีขั้วอำนาจที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าในดินแดนแห่งนั้นหรือ ซ่งไป่หลางเอ่ยถามขึ้นมา

                หั่วเฟิงชะงักไปเล็กน้อย เจ้าเอ่ยได้ถูกต้องแล้ว สำนักห้วงทมิฬนับเป็นขั้วอำนาจอันดับสี่ในดินแดนเทพพฤกษาจริง ทว่าแม้จะมีขั้วอำนาจที่แข็งแกร่งกว่าสำนักห้วงทมิฬอยู่ แต่ในความเป็นจริงสำนักห้วงทมิฬของข้ามิได้ด้อยไปกว่าผู้ใด พวกเรามีดินแดนในครอบครองและทรัพยากรมากยิ่งกว่าขั้วอำนาจอื่นๆ ปัญหาเพียงข้อเดียวก็แค่พวกเราขาดแคลนสมบัติและวิชาระดับปฐพีเท่านั้น

                ทว่าภายใต้การบุกเบิกดินแดนประตูสมุทรลี้ลับ ในอนาคตสำนักห้วงทมิฬของข้าจะต้องได้รับสมบัติระดับปฐพีมาแน่ พวกเราไม่อาจลงมือทำการบุกเบิกด้วยตนเองเพราะมันจะกระตุ้นความสนใจจากสำนักอื่นๆในดินแดนเทพพฤกษา ทว่าการใช้วังจักรพรรดิห้าสมุทรและขั้วอำนาจอื่นๆในดินแดนนี้ช่วยเหลือ ไม่เกินสิบปีพวกเราย่อมเก็บเกี่ยวสมบัติล้ำค่าของดินแดนแห่งนั้นได้จนหมดสิ้น

                ซ่งไป่หลาง หากเจ้าตอบตกลงต่อข้า ข้าจะขอรับรองความปลอดภัยของเจ้าในการบุกเบิกดินแดนประตูสมุทรลี้ลับ อีกทั้งหากเจ้าสามารถนำสมบัติระดับมหัศจรรย์หรือแม้แต่ระดับปฐพีกลับมาให้กับข้า เช่นนั้นข้าขอรับรองว่าอนาคตของเจ้าภายในสำนักจะต้องรุ่งโรจน์ถึงขีดสุด สามารถก้าวไปถึงระดับราชันยุทธ์อย่างแน่นอน

                อาจารย์ ท่านเคยได้ยินนามของสำนักห้วงทมิฬและดินแดนเทพพฤกษาหรือไม่ ระหว่างที่กำลังสนทนาดึงความสนใจของหั่วเฟิง ซ่งไป่หลางได้สอบถามเซี่ยหยางภายในห้วงจิตวิญญาณอย่างลับๆ

                ข้าไม่เคยได้ยินนามสำนักห้วงทมิฬ ทว่านามของดินแดนเทพพฤกษานั้นข้าเคยได้ยินมาบ้าง มันเป็นดินแดนที่ประหลาดพิสดารอย่างมาก สามารถเอ่ยได้ว่าแม้แต่ตระกูลศักดิ์สิทธิ์หรือตระกูลที่ทรงอำนาจอื่นๆก็ไม่อาจครอบครองได้ นั่นเพราะขั้วอำนาจของดินแดนเทพพฤกษามีความลึกลับและทรงพลังจนเกินไป

                ขั้วอำนาจที่โด่งดังที่สุดของดินแดนเทพพฤกษาก็คือสำนักพงไพร ภายในสำนักมีลูกศิษย์อยู่เพียงไม่ถึงหมื่นคน ทว่าลูกศิษย์ทุกคนของสำนักล้วนแต่เป็นยอดอัจฉริยะทั้งยังมีความเชี่ยวชาญธาตุพฤกษา ภายในสำนักมีการเพาะปลูกสมุนไพรวิเศษจำนวนมากที่เป็นที่ต้องการของผู้คน ทั้งยังเป็นสำนักที่มีผู้ปรุงโอสถที่โด่งดังอยู่มากที่สุด

                ว่ากันว่าครั้งหนึ่งตระกูลศักดิ์สิทธิ์ได้ใช้ความพยายามในการบุกโจมตีดินแดนเทพพฤกษา ทั้งยังต้องการยึดครองสวนสมุนไพรของสำนักพงไพรเอาไว้ ทว่าพวกมันได้ถูกยับยั้งโดยคนปริศนาผู้หนึ่ง และจากนั้นพวกมันก็มิกล้าเหยียบเท้าเข้าสู่ดินแดนเทพพฤกษาอีกเลย

                ถูกยับยั้งโดยคนผู้หนึ่ง ซ่งไป่หลางตกตะลึงอย่างยิ่ง ที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นนิกายบัวสวรรค์ ตัวเซี่ยหยางเองหรือกระทั่งตระกูลซ่งของมัน ล้วนไม่มีผู้ใดสามารถต้านทานตระกูลศักดิ์สิทธิ์ได้ ทว่าดินแดนเทพพฤกษากลับทำได้สำเร็จ ทั้งยังเป็นการกระทำของคนเพียงผู้หนึ่งอีกด้วย

                หลังจากวันนั้น ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ของพวกมันกับสำนักพงไพร เพื่อที่จะสามารถทำการค้าขายสมุนไพรของสำนักพงไพรได้ จนถึงตอนนี้พวกมันก็ยังคงถูกบีบบังคับให้รับซื้อสมุนไพรในราคาที่สูงกว่าปกติ และผู้ปรุงโอสถของสำนักพงไพรก็มิเคยยินยอมขายโอสถให้แก่ตระกูลศักดิ์สิทธิ์อีกเช่นกัน

                เซี่ยหยางเอ่ยพลางหวนระลึกถึงเรื่องราวเหล่านี้ นับเป็นความโชคดีประการหนึ่งของมันที่ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ได้สร้างความเป็นศัตรูกับดินแดนเทพพฤกษา มิเช่นนั้นแม้มันจะทำลายรากฐานของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ได้มากมายเพียงใด ภายใต้การสนับสนุนของสำนักพงไพรไม่ว่าจะเป็นสมุนไพรหรือโอสถวิเศษ พวกมันย่อมสามารถฟื้นฟูกลับคืนมาได้รวดเร็วกว่าที่ควรจะเป็นอย่างน้อยสามถึงสี่ระดับ

                มันยังจดจำได้ว่าหนึ่งในอัจฉริยะรุ่นเยาว์ของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ที่ได้สร้างปัญหาให้กับตระกูลเซี่ยอย่างยาวนานถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสด้วยมือของมัน และโดยการปฏิเสธไม่ยอมรักษาของสำนักพงไพรได้ทำให้คนผู้นั้นตกตายไปอย่างไม่ยินยอมพร้อมใจ

                ดูเหมือนดินแดนแห่งนี้จะสามารถเชื่อมต่อกับดินแดนเทพพฤกษาได้ นี่นับว่ายอดเยี่ยมนัก ในอนาคตหากเจ้าสามารถเข้าร่วมกับสำนักพงไพรเจ้าจะได้รับโอกาสในการเรียนรู้ศาสตร์ของการหลอมโอสถและการใช้พลังธาตุพฤกษา เซี่ยหยางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

                เช่นนั้นข้าควรรับมือกับคนผู้นี้อย่างไร ซ่งไป่หลางมิได้มีความรู้สึกประทับใจที่ดีต่อสำนักห้วงทมิฬแม้แต่น้อย พิจารณาจากบุคลิกนิสัยของหั่วเฟยแล้วเห็นได้ชัดว่าสำนักห้วงทมิฬจะต้องเป็นสำนักที่เลวร้ายเป็นแน่

                หากปฏิเสธมันไปโดยตรงย่อมเท่ากับเป็นการสร้างความบาดหมางต่อกัน อย่างไรก็ตามดูเหมือนมันจะยังไม่พาเจ้าไปยังดินแดนเทพพฤกษาในทันที หากเจ้าแสร้งทำเป็นยอมรับไว้ก่อน ไม่เพียงจะจัดการปัญหาเรื่องวังจักรพรรดิห้าสมุทรได้ เจ้ายังจะได้รับความสะดวกสบายในการบุกเบิกดินแดนประตูสมุทรลี้ลับอีกด้วย

                ในภายหลังขอเพียงไปถึงดินแดนเทพพฤกษา ข้าย่อมมีวิธีการช่วยเจ้าแยกออกมาจากคนผู้นี้ แล้วหาหนทางไปยังสำนักพงไพรได้ เซี่ยหยางเอ่ยอย่างมั่นใจ

                เช่นนั้นแสร้งยอมรับเอาไว้ก่อน ซ่งไป่หลางพยักหน้าเล็กน้อยอย่างเห็นด้วย การขัดใจคนที่มีพลังระดับสูงกว่าตนหลายขั้นย่อมไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก

                หั่วเฟยขมวดคิ้วเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าซ่งไป่หลางมีท่าทีลังเลในการตอบรับข้อเสนอของมัน ซ่งไป่หลาง จงใคร่ครวญให้ดี สำนักห้วงทมิฬของข้าแม้แต่วังจักรพรรดิห้าสมุทรยังปรารถนาที่จะส่งทายาทของพวกมันมาเข้าร่วม ทว่าด้วยคุณสมบัติอันต่ำต้อยทำให้พวกมันมิมีสิทธิ์ที่จะเข้าร่วมกับสำนักห้วงทมิฬ แต่เจ้าคือผู้ที่ได้รับโอกาสนั้น

                ภายใต้การสนับสนุนของสำนักห้วงทมิฬ ในอนาคตเจ้าจะกลายเป็นผู้มีอำนาจอันดับต้นๆของดินแดนเทพพฤกษา และหากเจ้าทำได้ดีพอ สำนักห้วงทมิฬยังอาจแข็งแกร่งขึ้นจนกลายเป็นขั้วอำนาจอันดับสามหรือกระทั่งอันดับสองของดินแดนเทพพฤกษาในอนาคต

                ในฐานะที่เจ้าเป็นรุ่นเยาว์ที่มีอัจฉริยภาพเหนือกว่าผู้ใด ตำแหน่งของเจ้าในสำนักห้วงทมิฬในภายหน้าย่อมมิต่ำต้อยเป็นแน่ จงให้คำตอบแก่ข้า ซ่งไป่หลาง นี่คือโอกาสที่ดีที่สุดในชีวิตของเจ้า

                ท่านหั่วเฟย แน่นอนว่าข้ามิมีเหตุผลใดให้ต้องปฏิเสธข้อเสนอของท่าน

                ได้ฟังคำตอบของซ่งไป่หลาง หั่วเฟยเผยรอยยิ้มพึงพอใจ ยอดเยี่ยมนัก คำตอบของเจ้านับเป็นสิ่งที่สมควรแล้ว สำหรับเรื่องการบุกเบิกดินแดนประตูสมุทรลี้ลับเจ้ามิต้องเป็นกังวลอันใด ข้าจะถ่ายทอดคำสั่งไปยังอู๋ตงไห่ให้มันช่วยอำนวยความสะดวกแก่เจ้า

                ยังมี หากเจ้าสามารถนำสมบัติระดับมหัศจรรย์กลับมาให้กับข้าได้ ข้าจะร้องขอตำแหน่งศิษย์สายในของสำนักห้วงทมิฬให้กับเจ้าในทันทีที่ไปถึงสำนัก นอกจากนั้นข้ายังจะรับรองความรุ่งโรจน์ของนิกายบัวสวรรค์ภายในระยะเวลาสามปี นิกายบัวสวรรค์จะมีอำนาจทัดเทียมกับวังจักรพรรดิห้าสมุทร

                หลังจากสามปี เจ้าย่อมเติบโตและมีระดับพลังเหนือกว่าพวกสวะในดินแดนแห่งนี้ ถึงเวลานั้นข้าจะมอบหน้าที่ทูตทมิฬให้กับเจ้า เพื่อที่เจ้าจะสามารถควบคุมการบุกเบิกดินแดนประตูสมุทรลี้ลับได้ด้วยตนเอง และในตอนนั้นเจ้าย่อมมีสิทธิ์ที่จะทำลายวังจักรพรรดิห้าสมุทรหรือกระทั่งสั่งให้พวกมันกลายเป็นข้ารับใช้ที่ซื่อสัตย์ของเจ้าเอง

                ในความคิดของหั่วเฟย มันเพียงยื่นข้อเสนอที่น่าจะทำให้ซ่งไป่หลางรู้สึกพึงพอใจในช่วงเวลานี้เท่านั้น

                ในอนาคตหลังจากที่เจ้าได้รู้ถึงผลประโยชน์ที่สำนักห้วงทมิฬของข้าจะมอบให้แก่เจ้าได้ ถึงเวลานั้นเจ้าก็คงมิสนใจนิกายบัวสวรรค์อีกแล้ว

                ในสายตาของหั่วเฟยขั้วอำนาจวังจักรพรรดิห้าสมุทรยังนับว่าใช้ประโยชน์ได้มากกว่า อย่างน้อยมันก็มีรากฐานที่ค่อนข้างดีเมื่อเทียบกับนิกายบัวสวรรค์

                ภายในดินแดนประตูสมุทรลี้ลับ ข้าจะพยายามหาสมบัติวิเศษมามอบให้กับท่าน ซ่งไป่หลางตอบกลับด้วยน้ำเสียงยินดี ทว่าภายในใจกลับแค่นเสียงอย่างเย้ยหยัน

                เฮอะ สมบัติระดับมหัศจรรย์ข้าย่อมมีอยู่กับตัวอยู่แล้ว กระทั่งสมบัติระดับปฐพีข้าเองก็ยังมีเช่นกัน ทว่าข้าไม่มีทางมอบให้กับเจ้า

                เช่นนั้นข้าจะไปจัดการกับธุระบางอย่างก่อน หลังกลับจากการบุกเบิกดินแดนประตูสมุทรลี้ลับข้าจะมาพบกับเจ้าอีกครั้งหนึ่ง หั่วเฟยเอ่ยจบก็จากไปอย่างรวดเร็วยิ่ง

                หลังจากตกลงกับซ่งไป่หลางจบ หั่วเฟยได้มุ่งหน้าไปยังห้องพักของอู๋ตงไห่ มันแปลกใจเล็กน้อยที่อู๋ตงไห่คล้ายจะกำลังรอมันอยู่

                ท่านทูตทมิฬ ข้าคิดไว้แล้วว่าทันจะต้องมาที่นี่หลังจากทำข้อตกลงกับซ่งไป่หลางเสร็จสิ้น อู๋ตงไห่ถอนหายใจเบาๆ

                เช่นนั้นเจ้าคงคาดเดาได้อยู่แล้วว่าจะเป็นเช่นไร เจ้ายอมรับหรือคิดจะต่อต้านกันละ?” หั่วเฟยเอ่ยถามสีหน้าเย้ยหยัน

                ข้าย่อมไม่มีปัญญาต่อต้าน ในเมื่อเป็นความต้องการของท่านทูตทมิฬ ต่อให้องค์จักรพรรดิต้องการที่จะกำจัดซ่งไป่หลางทว่าคำสั่งของสำนักห้วงทมิฬย่อมมีน้ำหนักมากกว่า อู๋ตงไห่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง

                เจ้าเอ่ยได้ถูกต้อง อู๋จิงเป็นเพียงหุ่นเชิดที่สามารถถูกเขี่ยทิ้งได้ตลอดเวลา หากมันกล้าต่อต้านความต้องการของสำนักห้วงทมิฬเช่นนั้นมันก็ต้องตาย นับว่าเจ้าฉลาดไม่น้อยที่เลือกยอมรับคำสั่งของข้า เช่นนั้นหมายความว่าเจ้าคงเตรียมใจเอาไว้บ้างแล้ว ขอเพียงเด็กผู้นั้นต้องการข้าย่อมยินดีบดขยี้รากฐานของวังจักรพรรดิพวกเจ้าในทันที

                เรื่องนั้นข้ามีความคิดบางอย่าง อู๋ตงไห่ตอบกลับอย่างรวดเร็ว ท่านทูตทมิฬ แม้ว่าสถานการณ์ระหว่างวังจักรพรรดิห้าสมุทรและซ่งไป่หลางจะนับว่าค่อนข้างตึงเครียดทว่าก็ยังไม่นับว่าอยู่ในขั้นที่ไม่อาจประนีประนอม ขอเพียงซ่งไป่หลางไม่แสดงเจตนารมน์ที่ต้องการทำลายวังจักรพรรดิห้าสมุทร พวกเราก็มิมีเหตุผลใดที่จะต้องระรานมัน

                นอกจากนี้ ท่านคิดหรือไม่ว่าการที่เด็กคนนั้นสามารถพัฒนาได้อย่างก้าวกระโดด มิใช่เพียงเพราะพรสวรรค์ดั้งเดิมของมัน ทว่าบางทีเบื้องหลังของมันอาจมียอดฝีมือลึกลับเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่แน่มันอาจติดต่ออยู่กับขั้วอำนาจจากต่างแดน กระทั่งอาจเป็นคนของดินแดนเทพพฤกษาท่าน

                หั่วเฟยเลิกคิ้วเล็กน้อย นับว่าเข้าใจพูดนัก จริงอยู่ว่าข้าเองก็รู้สึกสงสัยในพัฒนาการของเด็กผู้นั้น ทว่าข้าได้ดำเนินการตรวจสอบบางส่วนด้วยตนเองแล้ว ขั้วอำนาจของนิกายบัวสวรรค์นั้นมิได้ธรรมดาดังที่พวกเจ้าคิด พวกมันเป็นนิกายที่ตั้งอยู่อย่างยาวนานหลายร้อยปี กระทั่งเคยรุ่งเรืองมากที่สุดในอดีต ทว่าได้เกิดภัยพิบัติบางอย่างทำให้ความรุ่งเรืองนั้นถูกทำลายไป และนิกายก็ได้สูญเสียรากฐานจนตกอยู่ในสภาพเช่นนี้

                ในเวลาเดียวกัน ดินแดนแห่งนี้ได้สูญเสียพลังไปอย่างมากมายและตกต่ำลง แม้ว่าดินแดนแห่งนี้จะอ่อนแอลงอย่างมากและนิกายบัวสวรรค์จะกลายเป็นเพียงนิกายเล็กๆ ทว่ามันยังคงมีรากฐานบางอย่างที่ตกทอดมายาวนานยิ่ง ดูเหมือนซ่งไป่หลางผู้นี้จะได้รับสมบัติบางอย่างจากนิกาย อีกทั้งวิชาที่มันใช้ก็เหนือกว่าวิชาทั่วไปของนิกายเช่นกัน

                ข้ายังได้ทราบอีกว่าหยุนลั่วเฉินเจ้านิกายคนปัจจุบัน มิใช่ระดับหนึ่งเหนือมนุษย์อย่างที่มันจงใจเปิดเผย ทว่าเป็นถึงระดับสูงสุดของขั้นเหนือมนุษย์ ลำพังพลังของมันก็สามารถทำลายวังจักรพรรดิห้าสมุทรของพวกเจ้าได้ ทว่าบางทีมันอาจตระหนักได้ว่าพวกเจ้ามีสำนักห้วงทมิฬหนุนหลังอยู่ ดังนั้นมันจึงมิอาจเปิดเผยพลังที่แท้จริงและหลีกเลี่ยงที่จะแสดงตัวโดดเด่นตลอดมา

                อู๋ตงไห่ตกตะลึงเล็กน้อย มันไม่คิดเลยว่าหยุนลั่วเฉินจะซ่อนพลังที่แท้จริงเอาไว้ มันถอนหายใจออกมาเบาๆ เช่นนี้เอง ย่อมหมายความว่านิกายบัวสวรรค์ในเวลานี้ถือไพ่เหนือกว่าวังจักรพรรดิห้าสมุทรของพวกเรามากนัก

                หั่งเฟยหัวเราะอย่างไม่แยแส ถูกต้อง หยุนลั่วเฉินนับว่าชาญฉลาดนัก มันได้ค้นพบศิษย์ที่น่าตื่นตะลึงเช่นซ่งไป่หลางและใช้ประโยชน์ได้อย่างชาญฉลาด การที่มันปล่อยให้ซ่งไป่หลางแสดงศักยภาพที่แท้จริงออกมาได้ดึงดูดความสนใจของข้า มันย่อมรู้ดีว่าสำนักห้วงทมิฬต้องการตัวอัจฉริยะเช่นนี้ ขอเพียงส่งซ่งไป่หลางเข้าสู่สำนักห้วงทมิฬได้ ในอนาคตนิกายบัวสวรรค์ย่อมสามารถฟื้นฟูได้เช่นกัน

                และต่อให้พวกเจ้าต้องการที่จะทำลายนิกายบัวสวรรค์ก่อน พวกเจ้าก็ไม่มีปัญญาทำได้ หรือจะเรียกขอความช่วยเหลือจากสำนักห้วงทมิฬก็เป็นไปไม่ได้เช่นกัน เพราะข้าย่อมให้ความสำคัญกับซ่งไป่หลางมากกว่าวังจักรพรรดิของพวกเจ้า

                เช่นนั้นก็นับว่าไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว เมื่อเข้าสู่ดินแดนประตูสมุทรลี้ลับข้าจะก้มหัวขอร้องซ่งไป่หลาง ให้มันละเว้นวังจักรพรรดิห้าสมุทรของเรา

                หวังว่าเด็กน้อยผู้นั้นจะเมตตาไม่เอาความพวกเจ้า มิเช่นนั้นต่อให้พวกเจ้าขุดเอาศพของบรรพชนมาก็อย่าหวังว่าข้าจะเมตตา ในสายตาของข้าวังจักรพรรดิของพวกเจ้าก็เป็นเพียงตัวหมากที่มิสำคัญอันใด

                ร่างของหั่วเฟยจากไปอย่างรวดเร็ว อู๋ตงไห่เหม่อมองไปยังจุดที่หั่วเฟยเคยยืน ก่อนที่ภายในดวงตาจะปรากฏเจตนาฆ่าฟันอันรุนแรงขึ้น

                ต่อให้ข้าก้มหัวขอร้อง มันก็คงมิมีประโยชน์อันใด เดิมทีข้าคิดว่าพวกเรายังคงสามารถประนีประนอมกันได้ ทว่าหั่วเฟยกลับโหดเหี้ยมไร้น้ำใจยิ่งนัก ซ่งไป่หลาง ข้ามิได้มีความแค้นอันใดต่อเจ้าทว่าในเมื่อเจ้ากลายเป็นภัยร้ายของวังจักรพรรดิห้าสมุทร ข้าก็มีทางเลือกเพียงทางเดียวเท่านั้น

                

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 318 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #87 ILOVEMRCHU (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 13:01

    .... หมากเขี่ยเเล้วทิ้ง

    ทิ้งไปตอนนี้เลยได้มั้ย
    #87
    0