God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 34 : ตอนที่ 32 สมบัติตกทอด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,916
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 387 ครั้ง
    1 พ.ย. 62

                ท่านพูดถูก ข้ามาจากนิกายบัวสวรรค์ ซ่งไป่หลางพยักหน้ายอมรับ

                ทว่าร่างเลือนรางของผู้อาวุโสส่ายหน้าเล็กน้อย ข้ามิได้เอ่ยว่าเจ้ามาจากนิกายบัวสวรรค์ ทว่าข้าใช้คำว่าได้รับการยอมรับ ข้อแรกเจ้ามีกลิ่นอายของเคล็ดวิชาจากนิกายบัวสวรรค์ กลิ่นอายเหล่านี้นับว่าเก่าแก่และบริสุทธิ์มากนัก หลายสิปีที่ผ่านมานับตั้งแต่การประลองสิบนภาเริ่มจัดขึ้น คนของนิกายบัวสวรรค์จำนวนมากเองก็เข้ามาที่มิติแห่งนี้ ทว่าไม่มีผู้ใดมีกลิ่นอายเช่นเจ้า

                ซ่งไป่หลาง “….”

                “ข้ารู้ดีถึงสถานการณ์ของนิกายบัวสวรรค์ อย่างไรก็ตามข้ายังรู้อีกว่าวันหนึ่งนิกายจะต้องพลิกฟื้นกลับคืนมา ทว่ามันจะผ่านไปนานสักเท่าใดนั้นยากนักที่จะหาคำตอบ และในฐานะอดีตลูกศิษย์ของนิกายสิ่งที่ข้าทำได้มีเพียงตระเตรียมสิ่งของเหล่านี้เพื่อช่วยให้นิกายฟื้นคืนสักเล็กน้อย ที่สำคัญที่สุดคือการเฝ้ารอผู้ที่จะได้รับการยอมรับอย่างแท้จริง และถูกโชคชะตาเลือกสรรให้เป็นผู้ฟื้นฟูนิกายกลับคืนมา ดูเหมือนว่าเจ้าก็คือคนผู้นั้น

                ท่านคืออดีตลูกศิษย์ของนิกายบัวสวรรค์!?” ซ่งไป่หลางอุทานด้วยความตกตะลึง

                ร่างชราถอนหายใจเล็กน้อย สิ่งที่เจ้าเห็นอยู่นั้นเป็นเพียงเศษเสี้ยวของจิตวิญญาณที่ข้าทิ้งเอาไว้ในดินแดนแห่งนี้เท่านั้น ตัวตนของข้าผิดแปลกไปจากระดับของดินแดนแห่งนี้แล้ว การรั้งอยู่จะทำให้ดึงดูดความสนใจจากตระกูลศักดิ์สิทธิ์ และอาจะชักนำพวกมันกลับคืนมา ดังนั้นข้าจึงเหลือทางเลือกไม่มากนัก

                ในปีนั้นที่เกิดโศกนาฏกรรมขึ้น ข้ากำลังเดินทางท่องเที่ยวหาประสบการณ์อยู่ในดินแดนอื่น จนกระทั่งได้ยินข่าวว่าเกิดปัญหาขึ้นกับนิกายจึงเร่งร้อนเดินทางกลับมา ทว่าข้ากลับมาช้าเกินไป วิหารของนิกายหลงเหลือเพียงเศษซาก ศิษย์พี่ศิษย์น้องรวมถึงบรรดาอาจารย์ถูกสังหารทั้งหมด แม้แต่ผู้รับใช้หรือสัตว์สักชนิดก็ยังไม่เหลือรอด มีเพียงผู้ที่มีพลังระดับต่ำกว่าขั้นเหนือมนุษย์เท่านั้นที่ถูกไว้ชีวิต เสียงของชายชราเต็มไปด้วยความเจ็บปวด

                หัวใจของข้าเต็มไปด้วยความโกรธแค้น แต่ข้าจะทำสิ่งใดได้เล่า ข้าเป็นเพียงลูกศิษย์คนหนึ่งของนิกาย พลังของข้าก็เป็นเพียงพลังระดับจักรพรรดิมนุษย์เท่านั้น ต่อให้มีข้าสิบคน กระทั่งร้อยคนก็ไม่อาจสร้างความเสียหายต่อตระกูลศักดิ์สิทธิ์ได้ ชายชราเย้ยหยันตนเองอย่างสิ้นหวัง

                หลังจากใคร่ครวญดูแล้ว สิ่งเดียวที่ข้าทำได้มีเพียงกายหยิบยื่นโอกาสฟื้นฟูตัวเองให้แก่นิกายอย่างลับๆเท่านั้น ข้ามีสมบัติวิเศษติดตัวมากมาย ตั้งแต่ระดับสูงไปจนถึงระดับปฐพี อย่างไรก็ตามข้าไม่สามารถมอบมันให้กับนิกายบัวสวรรค์ที่กำลังเริ่มต้นฟื้นฟูขึ้นใหม่ได้โดยตรง ข้าไม่รู้จริงๆว่าตระกูลศักดิ์สิทธิ์ยังคงจับตาพวกเราอยู่หรือไม่ ดังนั้นข้าจึงใช้ตระกูลหลิวเป็นเครื่องมือ ยินยอมมอบสมบัติวิเศษระดับลึกลับให้มันหนึ่งชิ้น และสร้างด่านสำหรับการประลองสิบนภาขึ้น ใช้มันเพื่อสร้างโอกาสมอบของรางวัลให้นิกายบัวสวรรค์อย่างลับๆ

                ต่อให้นิกายถูกทำลายไปมากกว่าเก้าส่วน อย่างไรเสียนิกายบัวสวรรค์ก็มีรากฐานแข็งแกร่งอย่างยิ่ง วิชาแทบทั้งหมดล้วนเคยเป็นวิชาขั้นปฐพีและสวรรค์ ข้าเชื่อว่าการจัดงานประลองสิบนภาย่อมไม่มีผู้ใดเหนือกว่านิกายบัวสวรรค์ของเรา ทว่าน่าเสียดายนักที่ข้าประเมินผิดไป นิกายบัวสวรรค์เสียหายร้ายแรงเกินไปนัก แม้แต่การประลองกับนิกายอื่นๆอีกเก้านิกายที่เหลือก็ยังตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้และมักจะได้อันดับกลางๆอยู่เสมอ

                เจ้าเองก็เห็นแล้ว รางวัลแต่ละอย่างยิ่งเป็นระดับสูงยิ่งใช้คะแนนมากมายมหาศาล ส่วนหนึ่งเพราะสำหรับยุคอดีตศิษย์ที่อายุน้อยกว่าสามสิบคนหนึ่งสามารถอยู่ในจุดสูงสุดของขั้นเหนือมนุษย์ได้อย่างง่ายดาย สัตว์ปีศาจระดับสามนับเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น กระทั่งสัตว์ปีศาจระดับสี่ก็ยังไม่ใช่เรื่องยากจนเกินไป ทว่า เฮ้อ ชายชราถอนหายใจออกมา

                อีกประการหนึ่ง ค่ายกลที่ข้าใช้ล้วนเป็นค่ายกลที่มีรากฐานมาจากนิกายบัวสวรรค์ ขอเพียงมีความเข้าใจในค่ายกลของนิกายสักหน่อยย่อมสามารถหาหนทางแก้ได้เช่นกัน ฮึ่ม กลับกลายเป็นว่าผ่านมาหลายสิบปีกลับไม่มีผู้ใดแก้ไขค่ายกลได้เองมาก่อนเลยด้วยซ้ำ

                ผู้อาวุโส ท่านเอ่ยว่าท่านมีพลังระดับจักรพรรดิ์มนุษย์ มันคือพลังขั้นที่เหนือกว่าระดับรวมวิญญาณไปอีกงั้นหรือ ซ่งไป่หลางอดถามออกมาไม่ได้ จากคำพูดของชายชรา ในอดีตของนิกายบัวสวรรค์แม้แต่ศิษย์รุ่นเยาว์ผู้หนึ่งยังมีพลังอยู่ในจุดสูงสุดของขั้นเหนือมนุษย์ได้ นี่นับว่าน่าหวาดหวั่นเกินไปแล้ว

                เจ้าไม่รู้ก็คงไม่แปลก เพราะดินแดนแห่งนี้ตกต่ำจนเกินไปพลังที่เหนือกว่าขั้นเหนือมนุษย์จึงแทบหายสาบสูญไปจนหมดแล้ว ข้าจะอธิบายให้เจ้าฟังแล้วกัน ชายชราเอ่ยด้วยน้ำเสียงอบอุ่นอ่อนโยน

มนุษย์ผู้หนึ่งเมื่อเริ่มฝึกฝนจะเริ่มที่สิบขั้นก่อกำเนิด คือการให้กำเนิดพลังลมปราณภายในและรากฐานของพลังในการฝึกฝน เมื่อบรรลุถึงระดับสิบก็เท่ากับว่าพลังลมปราณได้ดำเนินมาถึงจุดที่มากที่สุดที่ร่างกายมนุษย์ผู้นั้นสามารถแบกรับไว้ได้แล้ว

ห้าขั้นเที่ยงแท้คือขั้นต่อไป แปรสภาพพลังลมปราณบริสุทธิ์ให้กลายเป็นหนาแน่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตน ทำให้สามารถรองรับพลังธาตุได้ เมื่อถึงขั้นห้าเที่ยงแท้พลังลมปราณจะอยู่ในสภาวะที่สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะสามารถทำได้เช่นกัน

เจ็ดขั้นเหนือมนุษย์คือการผสานลมปราณและร่างกายเป็นหนึ่งอย่างสมบูรณ์ ในจุดนี้ทุกขั้นคือหนึ่งอวัยวะประกอบด้วย สองแขน สองขา หนึ่งลำตัว หนึ่งศีรษะและหนึ่งหัวใจ ขึ้นอยู่กับว่าจะเริ่มฝึกที่จุดในก่อน ทว่าในขั้นที่เจ็ดสุดท้ายอวัยวะทุกส่วนล้วนผสานเป็นหนึ่งกับลมปราณโดยสมบูรณ์ กลายเป็นผู้มีพลังเหนือมนุษย์ที่แท้จริง

ต่อมาห้าขั้นรวมวิญญาณ คือการผสานพลังลมปราณและวิญญาณเป็นหนึ่งเดียวกัน นี่ก็คือขอบเขตที่จะทำให้ผู้ฝึกยุทธ์ก้าวข้าววิถีของมนุษย์ที่แท้จริง ในขั้นสุดท้ายของระดับรวมวิญญาณจะทำให้จิตใจขอคนผู้หนึ่งยกระดับอย่างสิ้นเชิง และพลังลมปราณก็จะพัฒนาจนเหนือของขั้นของมนุษย์เช่นกัน

                เมื่อใดที่เจ้าหลุดพ้นจากขอบขั้นรวมวิญญาณก็จะเข้าสู่ระดับราชันยุทธ์ ทุกระดับของราชันย์ยุทธ์คือขอบเขตของราชันย์สมชื่อของมัน พลังลมปราณที่เพิ่มสูงขึ้นในแต่ละขั้นสามารถทำให้เจ้ากลายเป็นราชันย์ที่ปกครองผู้คน และขั้นสูงสุดของระดับราชันย์ยุทธ์ก็คือความแข็งแกร่งที่ทำให้ผู้คนต้องถอนหายใจ

                ทว่าเหนือขอบเขตราชันย์ยุทธ์ยังมีที่สูงล้ำยิ่งกว่า นั่นก็คือขั้นจักรพรรดิ์ โดยจะแบ่งออกเป็นสามช่วงชั้น ชายชรามีสีหน้าหวนระลึกถึง จักรพรรดิมนุษย์ บงการมนุษย์ทั่วหล้า จักรพรรดิปฐพี บงการแผ่นดิน จักรพรรดิฟ้า บงการผืนนภาและสรวงสวรรค์

                บงการสรวงสวรรค์ ซ่งไป่หลางสูดลมหายใจเย็นเยียบ นับว่าเป็นขอบขั้นที่น่าสะพรึงกลัวนัก

                อาจารย์ หรือแท้จริงแล้วท่านอยู่ในขอบเขตเช่นนี้ ซ่งไป่หลางพลันรู้สึกตื่นตระหนก หากเซี่ยหยางอยู่ในขอบเขตจักรพรรดิจริงก็เท่ากับว่าตนยังห่างชั้นไปอีกไกลมาก

                ขอบเขตจักรพรรดิ?” เซี่ยหยางแค่นเสียง ต่อให้เป็นจักรพรรดิฟ้าก็ยังไม่คู่ควรจะอยู่ในสายตาข้า ยิ่งมิต้องเอ่ยถึงกับตระกูลศักดิ์สิทธิ์ ลำพังผู้เยาว์คนหนึ่งของพวกมันก็มีพลังระดับจักรพรรดิมนุษย์กันแล้ว

                ท่านยังเหนือกว่าระดับจักรพรรดิไปอีก!!’ ซ่งไป่หลางได้แต่ตกตะลึง

                ระดับขอบเขตที่สูงกว่าจักรพรรดิ เจ้ายังมิจำเป็นต้องรู้ รอให้ถึงเวลาเจ้าก็จะได้รู้เอง เซี่ยหยางกล่าวเสียงเรียบ

                กลับมาที่เรื่องสำคัญต่อเถิด ชายชราถอนหายใจออกมาเบาๆ ข้าทิ้งเศษเสี้ยวจิตวิญญาณของตนเอาไว้ทางหนึ่งเพื่อคอยควบคุมตระกูลหลิวและดูแลการประลองสิบนภา อีกทางหนึ่งคือการรอคอยบุคคลเช่นเจ้า การที่เจ้ามีกลิ่นอายของนิกายเรา มีความรู้ด้านค่ายกลของนิกาย อีกทั้งยังรู้เรื่องระดับขั้นรวมวิญญาณ ข้าคิดว่าเจ้าคงค้นพบความลับบางอย่างของนิกายเรามาก่อนแล้ว

                ผู้อาวุโสกล่าวถูก ข้าได้ค้นพบซากวิหารบัวสวรรค์ ทั้งยังได้พบกับวิญญาณของผู้อาวุโสท่านหนึ่งที่เคยเป็นผู้รับใช้ของนิกาย วิญญาณผู้อาวุโสท่านนั้นมอบเคล็ดวิชาขั้นสวรรค์ที่แท้จริงให้กับข้า ทั้งยังมอบโลหิตตระกูลศักดิ์สิทธิ์ที่อดีตเจ้านิกายเคยได้รับมาจากการต่อสู้กับคนของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ให้ข้าอีกด้วย

                ชายชราพลันสีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นตกตะลึง เรื่องจริงหรือนี่ ข้าได้ยินข่าวว่าผู้ที่บุกทำลายนิกายบัวสวรรค์ในครานั้นคือหนึ่งในสามยอดผู้อาวุโสของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ ท่านเจ้านิกายถึงกับสามารถเก็บเกี่ยวโลหิตของมันมาได้จริง

                อันใดนะ แม้แต่เซี่ยหยางเองยังรู้สึกตกตะลึงอย่างมาก เช่นนั้นหมายความว่าโลหิตที่ไป่หลางใช้สร้างรากฐานศักดิ์สิทธิ์กลับเป็นถึงโลหิตของหนึ่งในสามยอดผู้อาวุโสตระกูลศักดิ์สิทธิ์ มิน่ามันถึงทรงพลังเพียงนั้น

                ชายชราสงบสติอารมณ์เล็กน้อยก่อนจะรีบเอ่ยด้วยน้ำเสียงอบอุ่นยิ่งขึ้น เจ้านับว่ามีวาสนายิ่งนัก ทว่าขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยภาระที่ยากลำบากยิ่ง โลหิตหยดนั้นไม่เพียงจะนำมาซึ่งพรอันสูงส่งแต่ยังพ่วงด้วยคำสาปร้ายแรง หากในอนาคตเจ้าพบเจอกับคนของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ มันจะสร้างปัญหาให้กับเจ้าอย่างแน่นอน

                เฮ้อ ข้าก็ได้แต่หวังว่าเจ้าจะสามารถช่วยฟื้นฟูนิกายบัวสวรรค์ให้กลับมารุ่งโรจน์อีกครั้งหนึ่ง ดังนั้นสิ่งที่ข้าทำได้ตอนนี้มีเพียงการส่งมอบของให้กับเจ้าสามอย่างเท่านั้น

                ของสามอย่าง?” ซ่งไป่หลางมีสีหน้าสงสัย

                หนึ่งก็คือสมบัติที่มีค่าที่สุดที่ข้าทิ้งไว้ สมบัติวิเศษระดับปฐพี ร่มสวรรค์แปดบัวดารา ชายชราสะบัดมือเบาๆคราหนึ่งทำให้มิติเกิดการสั่นไหวอย่างรุนแรง ก้อนแสงปรากฏรวมตัวตรงเบื้องหน้าของซ่งไป่หลางก่อนจะแปรสภาพกลายเป็นร่มคันหนึ่งที่มีความงดงามอย่างยิ่ง ร่มนี้แผ่กลิ่นอายของสมบัติวิเศษที่ทรงพลังจนซ่งไป่หลางรู้สึกตื่นตระหนกอย่างไม่อาจหักห้าม

                นี่ก็คือสมบัติระดับปฐพี!!’

                “อันที่จริงข้าสามารถมอบสมบัติทั้งหมดในมิติแห่งนี้ให้กับเจ้า ทว่าตามแผนการของข้ามิตินี้สมควรรั้งอยู่ต่อได้อีกยี่สิบปีเป็นอย่างน้อย หากปล่อยให้มันสลายไปตอนนี้ตัวตนของเจ้าจะดึงดูดความสนใจมากเกินไป และอาจกระทั่งดึงดูดความสนใจจากตระกูลศักดิ์สิทธิ์ได้ ชายชราสะบัดมืออีกคราหนึ่งปรากฏแหวนมิติขึ้นหนึ่งวง ระดับพลังของแหวนมิติวงนี้สูงส่งกว่าที่ซ่งไป่หลางเคยได้รับมาหลายเท่า

                นี่คือแหวนมิติสมบัติระดับมหัศจรรย์ ภายในนี้ยังมีสมบัติวิเศษระดับมหัศจรรย์อีกจำนวนมาก เจ้าสามารถตรวจสอบมันในภายหลังและนำไปใช้ประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจงใช้เพื่อฟื้นฟูนิกาย ทว่าจงอย่าได้กระทำอย่างเร่งรีบจนเกินไป ข้าไม่มั่นใจว่าตระกูลศักดิ์สิทธิ์ยังคงมีความสนใจต่อพวกเราหรือไม่ น้ำเสียงของชายชราเต็มไปด้วยความระมัดระวัง

                สมบัติระดับมหัศจรรย์จำนวนมาก คำพูดประโยคนี้ทำให้ซ่งไป่หลางยากจะประคองสติเอาไว้ได้

                สิ่งที่ยังคงหลงเหลือในมิติแห่งนี้มีเพียงสมบัติระดับสูงและระดับลึกลับเท่านั้น ทว่ามันยังคงเพียงพอสำหรับการประลองสิบนภาไปอีกยี่สิบปีเป็นอย่างน้อย ชายชราเอ่ย เอาละ สำหรับของชิ้นที่สาม แน่นอนว่าต้องเป็นเคล็ดวิชาของนิกายที่เป็นฉบับสมบูรณ์ แม้ว่าเจ้าจะได้รับถ่ายทอดวิชาบางส่วนจากอดีตผู้รับใช้ของนิกาย ทว่าผู้รับใช้นั้นได้รับอนุญาตให้ฝึกฝนวิชาบางส่วนเท่านั้น เปรียบเทียบกับแล้วข้าที่เป็นศิษย์หลักย่อมมีจำนวนวิชาและความสมบูรณ์ในการฝึกมากกว่า

                ซ่งไป่หลางพลันรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา วิชาระดับสวรรค์ที่สมบูรณ์นับว่าแข็งแกร่งทรงพลังและเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกับตนเองอย่างยิ่ง

                ทว่าการถ่ายทอดวิชามิได้หมายความว่าเจ้าจะสามารถนำไปใช้ออกได้ในทันที ในความทรงจำของข้าประกอบไปด้วยเคล็ดวิชาสามสิบสองอย่างล้วนเป็นวิชาระดับสวรรค์ทั้งสิ้น เจ้าจะได้รับรู้เคล็ดวิชาที่แท้จริงแต่หากเจ้าต้องการนำไปฝึกฝนแน่นอนว่าย่อมต้องใช้เวลา หากเป็นไปได้ขอเพียงในอนาคตเจ้าจงจดบันทึกความทรงจำของตนและนำไปมอบให้กับนิกายบัวสวรรค์ ทำให้นิกายของเรากลับคืนสู่ความรุ่งโรจน์อีกคราหนึ่ง นี่คือสิ่งเดียวที่ข้าสามารถกระทำเพื่อนิกาย และเป็นสิ่งเดียวที่ข้าขอร้องต่อเจ้าเช่นกัน

                สิ้นคำของชายชราความทรงจำอันมากมายมหาศาลพรั่งพรูเข้าสู่หัวสมองของซ่งไป่หลาง เด็กหนุ่มพลันตระหนักได้ถึงเคล็ดลับวิชาอันแข็งแกร่งทรงพลังจำนวนมาก ทว่าขณะเดียวกันก็สัมผัสได้ถึงความยากเข็ญในการฝึกฝน อันที่จริงนี่แตกต่างจากการฝึกฝนวิชาฝ่ามือบัวสวรรค์หรือวิชาอื่นๆที่ตนครอบครองอยู่โดยสิ้นเชิง การพัฒนาระดับวิชาฝ่ามือบัวสวรรค์และวิชาต่างๆดั้งเดิมของเด็กหนุ่มล้วนได้รับความช่วยเหลือจากวิญญาณอดีตผู้รับใช้ของนิกาย ไม่เพียงถ่ายทอดเคล็ดวิชายังถ่ายทอดวิญญาณส่วนหนึ่งเพื่อช่วยปรับโครงสร้างความเข้าใจให้อีกส่วนหนึ่งด้วย

                หลังจากได้รับความทรงจำเกี่ยวกับวิชาของนิกายบัวสวรรค์มา ซ่งไป่หลางพลันตระหนักได้ว่าเคล็ดวิชาระดับสวรรค์ของตนยังไม่ได้อยู่ในภาวะที่สมบูรณ์ นั่นเพราะผู้รับใช้คนหนึ่งย่อมไม่มีศักยภาพในการฝึกฝนเท่ากับศิษย์หลักของนิกาย ยากนักที่จะครอบครองเคล็ดวิชาที่สมบูรณ์ได้ ด้วยความรู้ที่มีนี้ซ่งไป่หลางค้นพบว่าตนเองยังสามารถพัฒนาขีดศักยภาพของวิชาต่างๆของตนให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปอีกขั้น

                ตอนนี้หน้าที่ของข้าได้หมดลงแล้ว ทว่าข้ายังคงต้องปกปิดเรื่องนี้เป็นความลับ สำหรับเจ้าข้าขอเตือนว่าจงอย่าได้แสดงสมบัติระดับลึกลับและมหัศจรรย์ในระยะเวลาอันสั้น อย่าได้ให้ผู้อื่นเกิดความระแคะระคายสงสัยถึงการเก็บเกี่ยวของเจ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งร่มสวรรค์แปดบัวดารา จงใช้อย่างระมัดระวัง พลังของร่มนี้สามารถช่วยชีวิตของเจ้าได้ทว่าขณะเดียวกันก็สามารถนำหายนะมาสู่ตัวเจ้าได้เช่นกัน ชายชราเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจัง

                ก่อนที่เวลาของเจ้าในมิติแห่งนี้จะหมดลงข้ายังคงมีเรื่องต้องเอ่ยเตือนอีกสองเรื่อง เรื่องแรกก็คือข้าได้จับตามองและรับรู้ถึงสถานการณ์ระหว่างเจ้าและเจ้าเด็กจากนิกายขุนเขาอัคคีอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นข้าจึงสังเกตมันเอาไว้เช่นกัน ตัวมันนับว่าเป็นคนเฉลียวฉลาดผู้หนึ่งทว่าก็ยังเต็มไปด้วยความมุทะลุอย่างยิ่ง ในเมื่อเจ้าเป็นศัตรูของมันทั้งยังอยู่ในอันดับที่เหนือกว่ามมัน จงระวังมันไว้ให้ดี

                “เจ้าอาจคิดว่าตนเองพัฒนาขึ้นจนไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวต่อมันแล้ว ทว่ามันเองก็ได้รับสมบัติวิเศษไปในรอบนี้เช่นกัน ในตอนนี้พลังของมันได้ก้าวทะลุขึ้นสู่ระดับห้าเที่ยงแท้แล้ว นับว่ามีความแข็งแกร่งสูงกว่าเดิมอย่างมาก หากเจ้าประมาทมันเจ้าจะต้องเสียใจภายหลังแน่นอน

                เรื่องที่สอง แม้เจ้าไม่จำเป็นต้องได้รับอันดับหนึ่งในการประลอง ทว่าข้ารู้ดีว่าเจ้าคงมีความต้องการวัดฝีมือระหว่างเจ้าและเจ้าหนูที่ได้อันดับหนึ่งในปัจจุบัน คนผู้นั้นอยู่ในขั้นคอขวดเช่นเดียวกับเจ้า อีกเพียงครึ่งก้าวก็จะทะลวงไปสู่ระดับเหนือมนุษย์ได้ ที่สำคัญพลังของมันเหนือกว่าคนที่มีพลังระดับเท่าเทียมกันไปไกลนัก สำหรับเจ้าหากไม่สามารถทะลวงสู่ขั้นเที่ยงแท้ก็นับว่าหมดโอกาสที่จะเอาชนะมัน

                ซ่งไป่หลางพลันขมวดคิ้วด้วยสีหน้าเคร่งขรึม หลินหลันเทียนแข็งแกร่งข้อนี้เด็กหนุ่มย่อมทราบกระจ่างชัด ทว่าจ้าวฮุยนั้นเป็นศัตรูที่จะต้องเผชิญหน้ากันอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง เดิมทีด้วยความได้เปรียบด้านพลังธาตุซ่งไป่หลางไม่คิดว่าจ้าวฮุยจะสร้างปัญหาให้กับตนได้ ทว่าหากจ้าวฮุยเลื่อนระดับเป็นขั้นห้าเที่ยงแท้สำเร็จจริงก็นับว่าไม่อาจรับมือได้โดยง่ายอีกแล้ว

ตอนนี้ถึงเวลาครบกำหนดสามวันแล้ว จงกลับไปเสียเถอะ และจงอย่าได้ลืมเลือนสิ่งที่ข้าฝากฝังไว้แก่เจ้า ชายชราทอดถอนใจด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อน ในที่สุดหน้าที่ของตนก็บรรลุผล ในฐานะเศษเสี้ยวจิตวิญญาณแล้วนับว่าเป็นการหมดสิ้นอายุขัยและได้เวลาพักผ่อนเสียที

ผู้อาวุโสวางใจ นิกายบัวสวรรค์มีบุญคุณต่อข้า ท่านเองก็มีบุญคุณต่อข้า ข้าจะทำให้นิกายของพวกเราฟื้นฟูกลับมาสู่ยุครุ่งเรืองอีกคราหนึ่ง ดวงตาของซ่งไป่หลางฉายประกายแห่งความเชื่อมั่น

ดี ข้าจะเฝ้ารอให้ถึงวันนั้น สิ้นคำของชายชราร่างของซ่งไป่หลางก็ถูกส่งออกมาภายนอกมิติลี้ลับ

ร่างของชายชราหม่นแสงลง พลังที่หลงเหลืออยู่นับว่าอ่อนแรงลงเต็มที เฮ้อ ในที่สุดหน้าที่ของข้าก็สิ้นสุดลงเสียที

ยังคงมิอาจดับสูญ ข้ายังมีคำถามที่ต้องการคำตอบจากเจ้า เสียงหนึ่งดังขึ้นทำให้ชายชรามีสีหน้าตกตะลึง เบื้องหน้าของชายชราปรากฏร่างเงาของเซี่ยหยางขึ้นจากความว่างเปล่า เมื่อสัมผัสถึงกลิ่นอายอันทรงพลังของเซี่ยหยางสีหน้าของชายชราพลันแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดอย่างรวดเร็ว

ท่านคือผู้ยิ่งใหญ่จากที่ใด?”

นามของข้าเจ้ามิจำเป็นต้องรับรู้ ข้าบอกได้เพียงว่าข้ามีความเกี่ยวข้องกับซ่งไป่หลาง และสิ่งที่ข้าต้องการล้วนเป็นผลดีต่อเด็กคนนั้น ทีนี้จงตอบคำถามของข้าตามตรง

เชิญท่านเอ่ยถาม ร่างชราไม่อาจปฏิเสธ ด้วยระดับพลังของเซี่ยหยางต่อให้เป็นร่างจริงของชายชรามาอยู่ ณ จุดนี้ก็ยังยากที่จะต่อต้านขัดขืน มิต้องเอ่ยถึงเพียงเศษเสี้ยวจิตวิญญาณที่มีพลังเพียงกึ่งหนึ่ง ต่อให้ชายชราอยากทำลายตัวเองให้ดับสูญแต่หากเซี่ยหยางไม่ต้องการตนก็ยังไม่อาจกระทำได้

จงบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเจ้านิกายบัวสวรรค์รุ่นก่อน และข่าวลือทั้งหมดเกี่ยวกับการต่อสู้ระหว่างนิกายบัวสวรรค์ในอดีตและตระกูลศักดิ์สิทธ์แก่ข้า

 

ภายนอกมิติลี้ลับประตูมิติถูกเปิดออกอีกครั้ง ร่างของอัจฉริยะคนแล้วคนเล่าต่างปรากฏตัวออกมายังโลกภายนอก บรรดาผู้อาวุโสของแต่ละนิกายต่างสำรวจอัจฉริยะของนิกายตนด้วยความสงสัยใคร่รู้ โดยเฉพาะผู้ที่สูญเสียคะแนนไปจำนวนมาก แน่นอนว่าต้องแลกมาด้วยสมบัติวิเศษที่ยอดเยี่ยมเช่นกัน

นี่มัน ผู้อาวุโสจากนิกายขุนเขาอัคคีอุทานออกมา ขอแสดงความยินดีต่อท่านรองเจ้านิกาย ฮุยเอ๋อได้รับวาสนาบางอย่างจากมิติลี้ลับ บัดนี้ถึงขนาดบรรลุระดับห้าเที่ยงแท้ นับว่าเป็นยอดอัจฉริยะของนิกายเราอย่างแท้จริง

รองเจ้านิกายพยักหน้าเผยรอยยิ้มพึงพอใจ อายุของฮุยเอ๋อยังนับว่าน้อยนัก ถึงกับบรรลุระดับห้าขั้นเที่ยงแท้ในตอนนี้นับว่าไม่ด้อยไปกว่าหลินหลันทียนเลย อนาคตของมันย่อมรุ่งโรจน์อย่างแน่นอน

จ้าวฮุยทะลุขั้นเลื่อนระดับเป็นขั้นห้าเที่ยงแท้ได้ สีหน้าของอู๋หลิวพลันมืดหม่นลง เดิมทีมันยอมใช้คะแนนแลกสมบัติวิเศษมาชิ้นหนึ่งคาดหวังว่าจะใช้ของชิ้นนี้เพื่อท้าทายกับจ้าวฮุยใหม่อีกครั้งในการประลองรอบสาม ทว่าตอนนี้ระยะห่างระหว่างทั้งสองคนกลับยืดขยายจนแทบกลายเป็นไร้จุดสิ้นสุด ต่อให้อู๋หลิวมีความมั่นใจกว่านี้สามเท่าก็ยังไม่กล้าท้าทายจ้าวฮุยที่ทะลวงขั้นได้สำเร็จ

จ้าวฮุยมีสีหน้าหยิ่งผยองดวงตากวาดมองไปยังอัจฉริยะของแต่ละนิกายด้วยความรู้สึกเหนือกว่า ความมั่นใจพุ่งทะยานจนถึงจุดที่เชื่อว่าตนเองสามารถเอาชนะทุกผู้คนในการประลองครั้งนี้ได้ หลินหลันเทียน ต่อให้เป็นเจ้าข้าในเวลานี้ก็สามารถจัดการได้

ทว่า ในตอนนี้ข้ายังมีเป้าหมายอื่นที่ต้องกำจัด เมื่อมองไปยังตารางคะแนนดวงตาของจ้าวฮุยทอประกายดุดันโดยเฉพาะเมื่อมองเห็นชื่อของผู้ที่รั้งอยู่ในอันดับสอง

อันดับหนึ่ง หลินหลันเทียน  นิกายหมื่นดารา 1600 คะแนน

อันดับสอง ซ่งไป่หลาง นิกายบัวสวรรค์ 1200 คะแนน

อันดับสาม หลิวหลี่ นิกายหมื่นดารา 1150 คะแนน

อันดับสี่ จ้าวฮุย นิกายขุนเขาอัคคี 750 คะแนน

อันดับห้า เยว่จิง นิกายหอกระบี่ 700 คะแนน

อันดับหกโยวหลัน นิกายยอดอัสนี 650 คะแนน

อันดับเจ็ด ฟงเหยียน นิกายวายุ 640 คะแนน

อันดับแปด ฉินจี นิกายบัวสวรรค์ 600 คะแนน

อันดับเก้า ลู่หาน นิกายหมื่นดารา 590 คะแนน

อันดับสิบ อู๋หลิว นิกายบัวสวรรค์ 560 คะแนน

 

 --------------------------------------------------------

ใครอยากสนับสนุนหรืออ่านล่วงหน้าอ่านได้ที่นี่เลยน้าา ปัจจุบันอัพถึงตอน 43


https://www.kawebook.com/นิยาย/นิยาย-จีน-กำลังภายใน-เทพเซียน/God-of-Holy-Aqua-Martial-เทวยทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 387 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #40 ILOVEMRCHU (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 18:43
    รอออๆๆๆ ก็อยากอ่านเพิ่มอยู่นะ เเต่มันเติมเงินโดนใช้G-playไม่ได้อ่ะ
    #40
    0