God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 35 : ตอนที่ 33 ตราประทับสวรรค์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,578
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 408 ครั้ง
    2 พ.ย. 62

                หลังจบการประลองรอบสองผู้เข้าประลองทุกคนได้รับโอกาสให้พักผ่อนเป็นเวลาหนึ่งวันก่อนที่การประลองรอบสามจะเริ่มต้นขึ้น อัจฉริยะของแต่ละนิกายต่างกลับไปยังเรือนรับรองของนิกายตน ผู้อาวุโสผู้ดูแลของแต่ละนิกายก็ใช้โอกาสนี้สำรวจผลลัพธ์การเก็บเกี่ยวของนิกายตนเองเช่นกัน

                โอ ถึงกับเป็นกระบี่ระดับสูงที่ทรงพลังเช่นนี้ ผู้อาวุโสจางมองดูกระบี่ที่ฉินจีส่งให้ด้วยสายตาชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง ต่อให้เป็นเพียงอาวุธวิเศษระดับสูงทว่าความแข็งแกร่งและคุณสมบัติของมันเหนือกว่าอาวุธระดับสูงทั่วไปหลายขั้น ยังมีคุณสมบัติที่สอดคล้องกับพลังธาตุวายุของฉินจีได้อย่างลงตัว คมกระบี่ถูกสร้างจากชิ้นส่วนวิญญาณวายุระดับต่ำ นับว่าเป็นของล้ำค่าหายากชิ้นหนึ่ง

                นอกจากนั้นในมือของอู๋หลิวยังถือไว้ด้วยพัดหยกลมปราณวายุอัสนี อาวุธระดับสูงที่มีพลังสองธาตุนับว่าหายากถึงขีดสุดแม้แต่ในแคว้นสิบนภาเองยังไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อน นับว่าอู๋หลิวได้ค้นพบสมบัติระดับสูงที่หาได้ยากยิ่งทั้งยังเหมาะสมกับมันถึงขีดสุด

                ไป่หลาง สมบัติที่เจ้าได้รับมาก็คือ?” แม้สมบัติวิเศษของฉินจีและอู๋หลิวจะน่าตื่นตาตื่นใจทว่าผู้อาวุโสจางและรองเจ้านิกายกลับสนใจสมบัติวิเศษของซ่งไป่หลางมากกว่า สมบัติที่แลกมาด้วยคะแนนถึงสองพันคะแนนย่อมต้องไม่ใช่ของธรรมดาทั่วไปอย่างแน่นอน

                ซ่งไป่หลางพยักหน้าก่อนจะหยิบเอาแส้ระดับลึกลับที่เหน็บไว้กับตัวตลอดเวลาออกมายื่นให้ผู้อาวุโสจาง เมื่อทุกคนสังเกตแส้นี้อย่างชัดเจนสีหน้าของแต่ละคนพลันแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะผู้อาวุโสจางที่ถึงกับรู้สึกคล้ายมือไม้สั่นไหวสิ้นไร้เรี่ยวแรงโดยฉับพลัน

                อาวุธระดับลึกลับ!!”

                ไม่เพียงผู้อาวุโสจางและรองเจ้านิกายที่ตกตะลึงจนแทบลืมหายใจ ศิษย์หลักคนอื่นๆไปจนถึงศิษย์สายในต่างมีท่าทีราวกับร่างเปล่าไร้ซึ่งวิญญาณ ต่างไม่อาจขยับเขยื้อนหรือพูดจาอันใดออกมาได้เป็นเวลานาน

                ยอดเยี่ยมมาก นี่มันช่าง เฮ้อ แม้ข้าจะคาดหวังไว้บางส่วนแต่ในใจข้ายังคงปฏิเสธว่ามันอาจจะไม่ใช่ ทว่าในที่สุดมันถึงกับเป็นสมบัติระดับลึกลับอย่างแท้จริง รองเจ้านิกายถึงกับตื่นเต้นจนพูดจาวกไปวนมา

                แส้เส้นนี้ เจ้าตั้งใจจะทำเช่นไรกับมัน ผู้อาวุโสจางเอ่ยถามน้ำเสียงเคร่งขรึม หลังจากสำรวจแส้เส้นนี้อยู่ครู่หนึ่งก็มอบมันคืนให้กับซ่งไป่หลาง

                ข้าเองเลือกประตูบานนี้เพราะวิเคราะห์แล้วว่ามันจะต้องเป็นสมบัติที่ล้ำค่าอย่างแท้จริง เดิมทีข้ามั่นใจว่าจะสามารถนำมันออกมาได้โดยความสามารถของตนจึงทำการทดลองหาวิธีปลดผนึกค่ายกล ทว่าใช้เวลาสองวันยังไม่อาจกระทำได้สุดท้ายจึงตัดใจใช้คะแนนแลกมันมา ซ่งไป่หลางอธิบายก่อนจะถอนหายใจ

                น่าเสียดายนักแม้ว่ามันจะเป็นถึงอาวุธระดับลึกลับทว่าข้ากลับไม่เชี่ยวชาญอาวุธประเภทนี้แม้แต่น้อย ทว่าข้าเคยได้ยินมาว่าท่านเจ้านิกายมีความเชี่ยวชาญอาวุธประเภทแส้ในระดับสูงอย่างยิ่ง ดังนั้นจึงคิดมอบมันให้กับท่านเจ้านิกายเพื่อทดแทนบุญคุณในฐานะศิษย์นิกายบัวสวรรค์

                ท่านเจ้านิกายจะต้องยินดีกับการตัดสินใจของเจ้าเป็นอย่างมาก ข้ามั่นใจว่าเจ้าจะต้องได้รับการตอบแทนที่ดีที่สุดจากนิกาย มิเพียงโอสถบัวศักดิ์สิทธิ์ กระทั่งเคล็ดวิชา อาวุธหรือทรัพยากรฝึกฝนทุกสิ่งที่เจ้าต้องการล้วนสามารถร้องขอได้อย่างไม่มีข้อแม้ รองเจ้านิกายเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นยินดี

                สมบัติระดับลึกลับย่อมไม่มีค่าเพียงแค่สิ่งที่เจ้าเอ่ยออกมา ซ่งไป่หลาง สิ่งที่เจ้านำมามอบให้กับข้าหยุนลั่วเฉินผู้นี้นับเป็นของล้ำค่าที่คนผู้หนึ่งไม่อาจคิดฝันจะได้ครอบครอง แม้เจ้าจะเอ่ยว่าเป็นการตอบแทนต่อนิกายทว่าข้าหยุนลั่วเฉินมิเคยติดค้างผู้ใด เพื่อตอบแทนให้แก่มูลค่าของแส้เส้นนี้ข้าจะมอบสิ่งที่มีค่าเท่าเทียมกันให้แก่เจ้า เสียงอันทรงอำนาจทว่าเต็มไปด้วยความอ่อนโยนดังขึ้นจากด้านนอกเรือนรับรอง

                ร่างหนึ่งก้าวเท้าเข้ามาภายในเรือน รูปร่างของผู้มาสูงโปร่งเต็มไปด้วยลักษณะของความสุขุมนุ่มนวลทว่าขณะเดียวกันก็แลดูแข็งกร้าวดุดันไปพร้อมกัน นี่คือบุคลิกของผู้ที่ฝึกฝนทั้งวิชาสายอ่อนและแข็งอย่างสมดุลกัน ที่น่าตกตะลึงก็คือพลังของคนผู้นี้มิได้อยู่ที่ระดับขั้นห้าเที่ยงแท้แต่กลับอยู่ที่ระดับหนึ่งขั้นเหนือมนุษย์!!

                “ยินดีกับท่านเจ้านิกายที่สามารถฝ่าทะลุขั้น ผู้อาวุโสจางและรองเจ้านิกายรีบคำนับผู้มาใหม่ทันที สีหน้าของทั้งสองเต็มไปด้วยความรู้สึกตื่นเต้น บัดนี้เจ้านิกายหยุนลั่วเฉินทะลวงขั้นกลายเป็นผู้มีพลังขั้นเหนือมนุษย์สำเร็จแล้ว ระดับของนิกายบัวสวรรค์ย่อมไม่ถูกกดเอาไว้อีกต่อไป

                บรรดาศิษย์หลักและศิษย์สายในต่างรีบก้มหัวคารวะเช่นกัน มีเพียงอู๋หลิวและซ่งไป่หลางเท่านั้นที่มิได้มีท่าทีร้อนรนเหมือนผู้อื่น สำหรับอู๋หลิวนั่นเพราะมันเป็นศิษย์สายตรงของหยุนลั่วเฉิน นับว่าสนิทสนมคุ้นเคยกันดีอยู่แล้วจึงเพียงคารวะด้วยความเคารพอย่างสุขุมเท่านั้น ส่วนซ่งไป่หลางได้พบเจอกับผู้ที่มีพลังขั้นรวมวิญญาณไปจนถึงขั้นจักรพรรดิมนุษย์มาแล้ว ดังนั้นเพียงผู้มีพลังขั้นเหนือมนุษย์ย่อมไม่อาจสร้างความรู้สึกตื่นเต้นใดๆให้กับมันได้

ท่านเจ้านิกาย ข้าขอเสียมารยาทเรียนถามต่อท่าน นิกายของเรามีสิ่งใดที่มีคุณค่าเทียบเท่ากับสมบัติระดับลึกลับ รองเจ้านิกายเอ่ยถามด้วยความสับสนเล็กน้อย จากคำพูดของหยุนลั่วเฉินคล้ายว่าอีกฝ่ายถือครองสมบัติบางอย่างที่มีคุณค่าเท่ากับสมบัติระดับลึกลับไว้ในมือ ทว่าเรื่องนี้ตนกลับไม่เคยได้ยินมาก่อน

นิกายของพวกเรามีรากฐานยาวนาน แม้จะมีหลายส่วนหายสาบสูญไปอย่างเป็นปริศนาทว่าก็ไม่ได้เป็นนิกายกลวงเปล่า สมบัติตกทอดแทบทั้งหมดของนิกายหายสาบสูญทว่าก็ยังมีบางส่วนที่เหลือรอด แต่น่าเสียดายนักแม้มันจะยังคงอยู่ทว่าข้ากลับไม่อาจไขความลับของมันได้สำเร็จ หยุนลั่วเฉินทอดถอนใจ

อย่างไรก็ตาม มันยังคงมีกลิ่นอายพลังของสมบัติระดับลึกลับ แม้ว่าเจ้าอาจจะยังไม่ได้ใช้ประโยชน์จากมันในเร็วๆนี้แต่ก็นับว่าเจ้าได้สมบัติระดับลึกลับตอบแทนกลับไปชิ้นหนึ่งแล้ว แน่นอนว่าเจ้ายังจะได้รับของตอบแทนอื่นๆเช่นโอสถบัวศํกดิ์สิทธิ์ หรือแม้แต่แก่นวิญญาณสัตว์ปีศาจระดับสาม

หยุนลั่วเฉินสะบัดมือคราหนึ่งก็ปรากฏแผ่นโลหะรูปดอกบัวถูกส่งเข้าหาซ่งไป่หลาง แผ่นป้ายดอกบัวนี้แผ่กลิ่นอายพลังระดับลึกลับอย่างแท้จริงทว่านอกจากกลิ่นอายพลังแล้วก็ไม่มีสิ่งอื่นใดที่ดูพิเศษสำหรับมันอีก

ฮึ่ม ตาจิ้งจอกเฒ่านี่จงใจส่งมอบของไร้ประโยชน์แก่ข้า แม้จะมีระดับลึกลับแต่ถ้าไม่รู้ว่ามันทำอันใดได้แล้วจะมีไว้ทำไมกัน ซ่งไป่หลางแค่นเสียงเหยียดหยามในใจ ความประทับใจแรกที่มีต่อหยุนลั่วเฉินกลับกลายเป็นย่ำแย่ไปเล็กน้อย

หยุนลั่วเฉินสะบัดมืออีกครั้งหนึ่งแส้ระดับลึกลับพลันลอยออกจากมือของผู้อาวุโสจางลอยเข้าสู่มือของหยุนลั่วเฉิน แส้เส้นนั้นสั่นเล็กน้อยก่อนจะหยุดลง หลังจากทดลองถ่ายเทพลังลมปราณเข้าไปในแส้หยุนลั่วเฉินพลันแค่นเสียงพร้อมกับสะบัดแส้ออกเบาๆคราหนึ่ง

ฮ่า!!”

เผี๊ยะ!!! เสียงแส้ฟาดฟันลงบนอากาศดังลั่นเสียดหูของผู้คน พลังลมปราณที่ระเบิดตามมาทำให้ศิษย์สายในทั้งหมดยืนไม่ติดพื้น แม้แต่ศิษย์หลักอย่างฟงซุ่ยยังต้องก้าวถอยหลังสามก้าวเพื่อปรับสมดุลการยืนของตน

นี่ก็คือพลังของอาวุธระดับลึกลับ รองเจ้านิกายดวงตาสั่นไหวด้วยความตื่นตระหนก เพียงพลังแฝงที่ตามมาจากการโจมตียังทรงพลังเพียงนี้ หากใช้แส้ฟาดใส่คนผู้หนึ่งตรงๆมิต้องสงสัยเลยว่าหากไม่ใช่ผู้มีพลังระดับเหนือมนุษย์ด้วยกันจะต้องได้รับบาดเจ็บสาหัสเป็นอย่างน้อยแน่นอน

หยุนลั่วเฉินมองดูแส้ในมือด้วยสีหน้าพึงพอใจ ข้ายังคงต้องใช้เวลาเล็กน้อยในการปรับความคุ้นเคยกับแส้นี้ อย่างไรก็ตามระหว่างที่การประลองรอบที่สามเริ่มขึ้นข้าจะคอยเฝ้าดูเพื่อให้แน่ใจในความปลอดภัยของพวกเจ้า อู๋หลิวข้าไม่อนุญาตให้เจ้าได้ต่ำกว่าสิบอันดับแรกเป็นอันขาด มิเช่นนั้นข้าจะให้เจ้าต้องพบเจอกับการฝึกพิเศษที่โหดร้ายยิ่งกว่าความตาย

ข้าทราบ อาจารย์ อู๋หลิวรับคำสีหน้าราบเรียบ

ฉินจี ซ่งไป่หลาง หยุนลั่วเฉินมองดูคนทั้งสองด้วยสายตาวิเคราะห์ พวกเจ้าทั้งสองนับว่าทำได้ดียิ่ง เป็นความหวังและอนาคตของนิกายเราอย่างแท้จริง ข้าคาดหวังว่าพวกเจ้าจะได้อยู่ในสิบอันดับแรกเช่นกัน โดยเฉพาะเจ้าซ่งไป่หลาง หากเจ้าสามารถได้รับอันดับสองในการประลองครั้งนี้จริง ข้าจะอนุญาตให้เจ้าใช้ทรัพยากรทั้งหมดของนิกายโดยไร้เงื่อนไข

ใช้ทรัพยากรทั้งหมดของนิกายโดยไร้เงื่อนไข ผู้อาวุโสจางถึงกับตกตะลึงกับรางวัลนี้ ทรัพยากรของนิกายบัวสวรรค์นั้นผ่านการเก็บสะสมในระยะเวลายาวนานนับร้อยปี ไม่เพียงแก่นวิญญาณสัตว์ปีศาจระดับสามจำนวนมากยังมีผลวิญญาณอีกมากมายที่นับว่าไม่อาจประเมินค่าได้ หากซ่งไป่หลางได้รับรางวัลนี้มิต้องสงสัยเลยว่าความก้าวหน้าของเด็กหนุ่มจะพุ่งทะยานไปถึงระดับใด

                ผู้อาวุโสจาง นับว่าเจ้าสั่งสอนศิษย์ที่ดีได้สำเร็จ ขอเลื่อนขั้นให้เจ้าเป็นหัวหน้าผู้อาวุโส มีอำนาจเทียบเท่ากับรองเจ้านิกาย อำนาจควบคุมภายในนิกายเป็นรองข้าเพียงผู้เดียว ทั้งยังอนุญาตให้เจ้าเบิกใช้ทรัพยากรได้มากขึ้นสองเท่านับจากนี้ หยุนลั่วเฉินเอ่ยชื่นชมผู้อาวุโสจาง

                นับจากนี้จงดูแลการประลองให้เรียบร้อย ข้าจะคอยเฝ้าดูจากวงนอก สิ้นคำร่างของหยุนลั่วฉินก็ทะยานจากไปอย่างรวดเร็ว

                เป็นบุคคลที่ประหลาดนัก ซ่งไป่หลางถอนหายใจออกมาเบาๆ

                พลังระดับขั้นเหนือมนุษย์ ทั้งยังเป็นระดับเหนือมนุษย์ขั้นสูงสุด ดูเหมือนข้าจะประเมินผิดไปเล็กน้อย เสียงของเซี่ยหยางที่ดังขึ้นในห้วงความคิดทำให้ซ่งไป่หลางตกตะลึงไปเล็กน้อย

                อาจารย์ จากที่ข้าได้ยินมาเจ้านิกายหยุนลั่วเฉินผู้นี้เดิมทีติดค้างอยู่ที่ระดับห้าเที่ยงแท้ และดูเหมือนเพิ่งจะสามารถทะลวงขั้นสู่ระดับเหนือมนุษย์ได้ คงมิใช่ระดับเหนือมนุษย์ขั้นสูงสุดอย่างที่ท่านว่า

                เจ้าคิดว่าข้ามองผิดงั้นหรือ?” เซี่ยหยางแค่นเสียง นิกายบัวสวรรค์นับว่าถูกทำให้หวาดกลัวจนฝังลึกอย่างแท้จริง คนผู้นั้นมีพลังระดับเหนือมนุษย์ขั้นสูงสุดแน่นอน อีกทั้งจากที่ข้าสัมผัสได้มันน่าจะมีพลังระดับนี้มานานมากแล้ว ทว่าที่มันไม่อาจเปิดเผย เกรงว่าเป็นเพราะมันเองก็รู้เกี่ยวกับเหตุการณ์ในอดีตของนิกายบัวสวรรค์เช่นกัน

                นิกายบัวสวรรค์นี้ช่างมีความลับมากมายเสียจริง

                หลังเหตุการณ์วุ่นวายผ่านไป ศิษย์ทุกคนได้แยกย้ายกันพักผ่อนเพื่อเก็บแรงไว้สำหรับการประลองรอบสุดท้าย ภายในห้องพักของตน ซ่งไป่หลางครุ่นคิดถึงวิธีการมากมายในการพัฒนาตนเองในระยะเวลาอันสั้น คู่ต่อสู้ของซ่งไป่หลางล้วนเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งของแต่ละนิกาย ต่างก็มีพลังเหนือล้ำกว่าตนไปหลายระดับ โดยเฉพาะคู่ต่อสู้ที่ร้ายกาจเช่นจ้าวฮุยและหลินหลันเทียน

                อาจารย์ ข้าควรทำเช่นไรจึงจะสามารถรับมือกับจ้าวฮุยในเวลานี้ได้ ซ่งไป่หลางพึมพำออกมาอย่างแผ่วเบา

                จ้าวฮุยพัฒนาระดับพลังจนถึงขั้นห้าเที่ยงแท้ ตัวเจ้าในเวลานี้หากทุ่มเทอย่างเต็มที่ยังพอรับมือได้ช่วงเวลาหนึ่ง ทว่าหากคิดเอาชนะนั้นแทบนับว่าเป็นไปไม่ได้ หากมีเวลาเพิ่มอีกสักหนึ่งเดือนเจ้าอาจใช้ความทรงจำที่ได้รับมาเพื่อฝึกฝนวิชาของนิกายบัวสวรรค์ให้มีความสมบูรณ์มากขึ้นได้ หรือไม่แน่เจ้าอาจสามารถทะลวงขั้นเที่ยงแท้สำเร็จ หากเป็นเช่นนั้นก็ไม่ต้องกังวลอันใดแล้ว

                ซ่งไป่หลางถอนหายใจออกมา วิชาระดับสวรรค์แท้จริงกลับยากเย็นถึงเพียงนี้

                ยากเย็นจึงจะถูกต้อง วิชาที่ทรงพลังไม่เพียงหาได้ยากยังต้องมีความยากในการฝึกที่ยากเย็นราวกับปีนป่ายขึ้นสวรรค์อยู่ด้วย นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ผู้คนมากมายต้องการไขว่คว้าแต่มิอาจครอบครองมัน

                เซี่ยหยางนิ่งเงียบไปชั่วครู่ก่อนจะถอนหายใจออกมา เอาเถิด ใช่ว่าจะไม่มีวิธีใดเลย ตอนนี้เจ้าหยุดการฝึกหล่อหลอมโลหิตศักดิ์สิทธิ์เอาไว้ชั่วคราวมันจึงหยุดอยู่ที่ระดับห้า หากสามารถพัฒนาโลหิตศักดิ์สิทธิ์ให้ถึงขั้นหก ไม่แน่ว่าเจ้าอาจจะมีโอกาสเอาชนะจ้าวฮุยได้

                ดวงตาของซ่งไป่หลางพลันเปล่งประกายขึ้นมาทันที อาจารย์ เช่นนั้นข้าควรทำเช่นไรจึงจะฝึกโลหิตศักดิ์สิทธิ์ให้บรรลุถึงขั้นหกได้ในเวลาอันสั้น

                บางทีอาจต้องใช้สมบัติวิเศษที่มีกลิ่นอายพลังบริสุทธิ์สักชิ้นหนึ่ง ผสานกับการช่วยเหลือของข้าโดยการกระตุ้นพลังของวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ น่าจะพอฝืนช่วยให้เจ้าบรรลุระดับโลหิตศักดิ์สิทธิ์ขั้นที่หกสำเร็จ เซี่ยหยางตอบกลับ

                สมบัติระดับลึกลับพวกเรามีหลายอย่างนัก ทว่าประเภทที่มีพลังบริสุทธิ์นั้นกลับมีไม่มาก หยกวิเศษเองก็ใช่ว่าจะนำมาใช้ดูดซับพลังได้ทันที ซ่งไป่หลางครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะอุทานออกมา ใช่แล้ว แผ่นป้ายที่เจ้านิกายมอบให้

                ซ่งไป่หลางหยิบแผ่นป้ายดอกบัวออกมาถือไว้ในมือ เมื่อนำมันออกมาแผ่นป้ายก็เริ่มแผ่กลิ่นอายของพลังบริสุทธิ์ แม้จะไม่รุนแรงนักแต่อย่างไรก็เป็นถึงสมบัติระดับลึกลับ กลิ่นอายพลังนี้ย่อมสามารถช่วยขัดเกลาการฝึกฝนได้ในระดับหนึ่ง

                ของสิ่งนี้มัน!!” เซี่ยหยางพลันอุทานน้ำเสียงตกตะลึง

                อาจารย์ ท่านมิใช่ว่าเห็นตอนท่านเจ้านิกายมอบมันให้กับข้า?” ซ่งไป่หลางถามด้วยความสงสัย

                ในตอนนั้นข้ากำลังคุยธุระบางอย่างกับเศษเสี้ยวจิตวิญญาณของผู้ควบคุมมิติลี้ลับอยู่ เมื่อข้ากลับออกมาเจ้านิกายผู้นั้นก็กำลังจากไปแล้ว ของสิ่งนี้เป็นมันมอบให้กับเจ้า?”

                “ถูกต้อง ทว่าหยุนลั่วเฉินผู้นั้นก็ไม่ทราบว่าของสิ่งนี้แท้จริงสามารถใช้ทำอันใดได้ รู้เพียงว่ามันเป็นสมบัติระดับลึกลับที่ตกทอดมาในนิกายเท่านั้น ซ่งไป่หลางตอบกลับ

                ฮ่าๆ นับว่าเจ้ามีวาสนาอย่างแท้จริง สมบัติระดับลึกลับงั้นหรือ น่าขันสิ้นดี นี่ถึงกับเป็นสมบัติระดับสวรรค์!! เจ้ารู้หรือไม่ ของสิ่งนี้แม้จะมีรูปร่างต่างกันแต่มันก็คือสิ่งที่ถูกเรียกขานว่าตราประทับสวรรค์ แท้จริงแล้วนิกายบัวสวรรค์ในอดีตถึงกับสามารถสร้างของพรรค์นี้ขึ้นมาได้ นับว่าข้าดูแคลนพวกมันไปมากทีเดียว

                ตราประทับสวรรค์ สมบัติระดับสวรรค์!!” ซ่งไป่หลางมีสีหน้าราวกับคนเสียสติ เดิมทีหลังจากได้รับร่มสวรรค์แปดบัวดารามาแล้วซ่งไป่หลางไม่คิดเลยว่าตนจะได้พบเจอกับสมบัติที่เหนือยิ่งกว่าร่มสวรรค์แปดบัวดาราขั้นปฐพี ทั้งยังได้รับจากเจ้านิกายคนปัจจุบันอีกด้วย

                ของสิ่งนี้ แท้จริงมันมีไว้เพื่ออะไรกันแน่ ซ่งไป่หลางเอ่ยถามเสียงสั่นเครือ

                ตราประทับสวรรค์ทุกชิ้นบนโลกใบนี้ล้วนถูกสร้างขึ้นจากวัตถุดิบประเภทเดียวกัน นั่นคือโลหะสวรรค์ คุณสมบัติของพวกมันก็ล้วนเป็นคุณสมบัติประเภทเดียวเช่นกัน นั่นคือการกระตุ้นพลังวิญญาณ ทำให้การฝึกฝนพลังวิญญาณพุ่งทะยานเป็นสองเท่าของการฝึกฝนปกติ ของสิ่งนี้แม้แต่ขั้วอำนาจที่แข็งแกร่งที่สุดก็ยังต้องการมัน!!”

                “ผลของมันเหนือล้ำยิ่งกว่าการกินผลวิญญาณเข้าไปนับร้อยลูก ขอเพียงฝึกฝนด้วยตราประทับสวรรค์ เวลาเพียงสิบปี ไม่สิ เพียงห้าปีก็อาจทำให้พลังวิญญาณของคนผู้หนึ่งทะยานไปจนถึงขีดสุด สิ่งนี้ยิ่งส่งผลดีอย่างยิ่งยวดสำหรับผู้ที่อยู่ในขั้นรวมวิญญาณ มันสามารถผลักดันให้วิญญาณของผู้คนพัฒนาจนเกินขอบเขตมนุษย์และทำให้ทุกระดับขั้นรวมวิญญาณของคนที่ถือครองแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไป

                ด้วยของสิ่งนี้ เจ้าแน่นอนว่าย่อมต้องสามารถพัฒนาระดับขั้นของโลหิตศักดิ์สิทธิ์ไปจนถึงขั้นหกอย่างง่ายดาย

                ซ่งไป่หลางสูดลมหายใจเย็นเยียบ อาจารย์ เหตุใดข้าจึงรู้สึกว่าตราประทับสวรรค์นี้กลับมีพลังเพียงเทียบเท่าสมบัติขั้นลึกลับเท่านั้น

                นั่นเพราะตราประทับเช่นนี้จำเป็นต้องได้รับการเติมพลัง โดยทั่วไปพวกมันสามารถฟื้นฟูพลังของตนเองได้ทว่าในดินแดนแห่งนี้พลังภายนอกล้วนอ่อนแออย่างยิ่ง ต่อให้เป็นตราประทับสวรรค์เมื่อต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่อ่อนแอเช่นนี้มันจึงสูญเสียพลังอย่างต่อเนื่องและมีสภาพดังเช่นปัจจุบัน ขอเพียงเจ้าสามารถค้นพบดินแดนระดับสูงเมื่อถึงเวลานั้น ตราประทับสวรรค์จะค่อยๆฟื้นฟูตัวเองและกลายเป็นสมบัติระดับสวรรค์อีกครั้งเช่นกัน

                ในตอนนี้พลังของตราประทับสวรรค์ไม่สมบูรณ์พร้อมก็จริง ทว่ามันมากพอที่จะช่วยให้เจ้าผ่านทะลุโลหิตศักดิ์สิทธิ์ขั้นที่หกไปได้อย่างแน่นอน

                ข้าเข้าใจแล้ว อาจารย์ ซ่งไป่หลางไม่รอช้ารีบทำการฝึกฝนทันที กลิ่นอายพลังของตราประทับสวรรค์นั้นเจือจางอย่างยิ่ง ทว่าเมื่อเซี่ยหยางเริ่มลงมือดึงพลังของมันออกมาแล้วบังคับให้พลังเหล่านั้นเกาะกลุ่มอยู่รอบตัวของซ่งไป่หลาง เด็กหนุ่มพลันตระหนักได้ถึงคุณสมบัติที่แท้จริงของตราประทับสวรรค์

                โลหิตศักดิ์สิทธิ์ในร่างที่ถือกำเนิดขึ้นบัดนี้กระจายอยู่ทั่วร่างโดยมีความเข้มข้นห้าส่วนเมื่อเทียบกับโลหิตปกติธรรมดา เมื่อกลิ่นอายของตราประทับสวรรค์สอดแทรกเข้าไปในร่างกายซ่งไป่หลางรู้สึกได้ว่าโลหิตศักดิ์สิทธิ์ล้วนได้รับการกระตุ้นและถือกำเนิดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ด้วยความเร็วระดับนี้ขอเพียงผ่านพ้นคืนนี้ไปได้โลหิตศักดิ์สิทธิ์ก็จะมีความเข้มข้นถึงหกส่วน ทำให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้นอีกระดับขั้น

----------------------------------------------------------------------------------------------

ส่วนบทที่หนึ่งตอนนี้จบอยู่ที่ 46 ตอนครับ 

ปัจจุบันอัพถึงตอน 45 ตามอ่านได้ในนี้เลยครับ

https://www.kawebook.com/นิยาย/นิยาย-จีน-กำลังภายใน-เทพเซียน/God-of-Holy-Aqua-Martial-เทวยทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 408 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #41 ILOVEMRCHU (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 05:48
    รอๆๆๆๆ
    #41
    0