God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 32 : ตอนที่ 30 ชื่อเสียงที่โด่งดังในพริบตา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,251
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 395 ครั้ง
    30 ต.ค. 62

                นี่ถึงกับ!!?” เมื่อตารางคะแนนปรากฏขึ้นมาสีหน้าของบรรดาอัจฉริยะรุ่นเยาว์ทั้งสิบนิกายต่างเต็มไปด้วยความรู้สึกตกตะลึง ซ่งไป่หลางคือผู้ใดกัน แทบทุกคนต่างรู้จักซ่งไป่หลางเนื่องจากระดับพลังที่ด้อยกว่าผู้อื่นอย่างชัดเจน ทว่าไม่มีผู้ใดจินตนาการได้ว่าซ่งไป่หลางจะขึ้นมายืนหยัดอยู่ที่อันดับสอง ตำแหน่งที่หลายคนแม้แต่คิดฝันก็ยังไม่กล้าฝัน

                เอาชนะจ้าวฮุยและหลิวหลี่ นอกจากหลินหลันเทียนแล้วกลับยังมีซ่งไป่หลางอีกหนึ่งคนที่ทำเรื่องเช่นนี้ได้

                นอกจากเรื่องนี้ นิกายบัวสวรรค์ไม่เพียงคว้าอันดับสองสำเร็จแต่กลับมีถึงสามคนที่สามารถรั้งอยู่ในสิบอันดับแรกได้ นี่นับเป็นความสามารถที่ทัดเทียมกับนิกายอันดับหนึ่งอย่างนิกายหมื่นดาราแล้ว

                นับแต่อดีต ห้าอันดับแรกมักจะถูกครอบครองโดยอัจฉริยะอันดับหนึ่งของนิกายอันดับต้นๆและห้าอันดับถัดมามักถูกครอบครองโดยคนจากนิกายหมื่นดาราและนิกายขุนเขาอัคคี ทว่าในครั้งนี้คนของนิกายขุนเขาอัคคีถูกซ่งไป่หลางทำร้ายจนต้องหลบหนีจากพื้นที่มิติรวมนภา หานเซิ่นอันดับสองของนิกายถูกหมัดของซ่งไป่หลางจนบาดเจ็บสาหัส ทั้งหมดนี้สร้างความเสียหายให้กับนิกายขุนเขาอัคคีอย่างร้ายแรงยิ่ง

                ฉินจีได้รับความช่วยเหลือเล็กน้อยจากซ่งไป่หลาง เมื่อรวมกับความสามารถส่วนตัวของนางจึงทำให้สามารถเก็บคะแนนได้อย่างรวดเร็ว เหนือยิ่งกว่าคนของนิกายอื่นๆ ส่วนอู๋หลิวเป็นอัจฉริยะคนหนึ่งอย่างแท้จริง ลำพังความสามารถนับว่าไม่ด้อยกว่าอัจฉริยะอันดับหนึ่งของนิกายอี่นๆมากนัก หากไม่ใช่เพราะเสียเวลาปะทะกับคนของนิกายขุนเขาอัคคี ไม่แน่ว่าอาจจะสามารถเก็บคะแนนได้มากกว่านี้เสียด้วยซ้ำไป

                มองเห็นคนจากนิกายบัวสวรรค์สามคนได้รั้งอยู่ในสิบอันดับแรก ผู้อาวุโสจางและรองเจ้านิกายยากนักที่จะข่มกลั้นความรู้สึกตื่นเต้นยินดี ทว่าส่วนหนึ่งกลับเต็มไปด้วยความกังวลใจ ซ่งไป่หลางโดดเด่นมากเกินไป อีกทั้งยังสร้างศัตรูที่ร้ายกาจอย่างนิกายขุนเขาอัคคีขึ้น เรื่องนี้นับว่าอันตรายเป็นอย่างยิ่ง

                รองเจ้านิกาย เรื่องที่ข้าเสนอไปก่อนหน้านี้ ผู้อาวุโสจางเอ่ยกระซิบกับรองเจ้านิกายด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมจริงจัง

                รองเจ้านิกายบัวสวรรค์พยักหน้า เจ้าวางใจเถอะ ข้าได้แจ้งข่าวไปยังท่านเจ้านิกายตั้งแต่ตอนที่ไป่หลางจัดการพวกนิกายหุบเขามืดแล้ว อีกทั้งตอนที่ไป่หลางปะทะกับนิกายขุนเขาอัคคีข้าก็ได้แจ้งข่าวซ้ำไปอีกคราหนึ่ง เกรงว่าตอนนี้เจ้านิกายคงใกล้มาถึงที่นี่แล้ว

                หากท่านเจ้านิกายมาถึงที่นี่ก็นับว่าช่วยยืนยันความปลอดภัยให้ไป่หลางได้แล้ว ผู้อาวุโสจางถอนหายใจ

                ห่างออกไปจุดที่กลุ่มของนิกายขุนเขาอัคคียืนอยู่ รองเจ้านิกายขุนเขาอัคคีจ้องมองซ่งไป่หลางก่อนจะแค่นเสียงออกมา ฮุยเอ๋อ จงฟังให้ดี ภายในรอบสองนั้นนับว่าไม่สามารถจัดการกับมันได้ ทว่าในรอบสามเจ้าจะต้องจัดการกับเจ้าเด็กซ่งไป่หลางนั่นให้จงได้ อีกทั้งยังต้องลงมือให้เด็ดขาดที่สุด ต่อให้ต้องสังหารมันก็อย่าได้ลังเล

                อันใดกัน ศิษย์คนอื่นๆของนิกายขุนเขาอัคคีสีหน้าแปรเปลี่ยนไปทันที หากให้ลงมือจัดการจนถึงพิการแม้จะได้รับโทษแต่ก็ยังไม่ใช่โทษหนักจนไม่สามารถยอมรับได้ ทว่าการสังหารในการประลองนั้นโทษที่ได้รับคือการตัดสิทธิ์จากการประลองสิบนภาตลอดชีวิต จ้าวฮุยคืออัจฉริยะอันดับหนึ่งของนิกายขุนเขาอัคคี การทำเช่นนี้เท่ากับเป็นการตัดอนาคตของจ้าวฮุยอย่างแท้จริง อีกทั้งยังอาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อนิกายขุนเขาอัคคีอีกด้วย

                เกียรติของนิกายขุนเขาอัคคีมิใช่สิ่งที่จะยอมให้ผู้ใดลบหลู่ได้ ฮุยเอ๋อเจ้าเข้าใจหรือไม่

                ศิษย์เข้าใจ จ้าวฮุยตอบรับด้วยสีหน้าดำทะมึน ตาเฒ่า สำหรับเจ้าแล้วข้าก็แค่อัจฉริยะคนหนึ่งที่สักวันก็ต้องมีคนใหม่มาแทน ทว่าเจ้าเด็กไป่หลางนั่นกลับเป็นอัจฉริยะระดับที่พันปีจะปรากฏตัวสักคนหนึ่ง เจ้ายินยอมทำลายข้าเพื่อแลกกับการทำลายอัจฉริยะของนิกายอื่น แต่อย่าคิดว่าข้าจะไร้สมองเชื่อฟังเจ้าโดยไม่คิด

                จ้าวฮุยกวาดสายตามองซ่งไป่หลางก่อนจะแสยะยิ้ม ประเสริฐนัก เจ้าไม่เพียงท้าทายข้าแล้วหลบหนีได้สำเร็จ เจ้ายังถึงกับเหยียบหัวข้าขึ้นไปอยู่บนจุดที่เหนือกว่า ทว่าข้าเองก็ไม่คิดจะปล่อยเจ้าไปเช่นกัน เตรียมตัวถูกข้าบดขยี้ในรอบที่สามเถอะ

                นอกจากจ้าวฮุยแล้วคนจากทุกนิกายต่างหันมองซ่งไป่หลางด้วยสายตาใคร่รู้ แม้จะได้รับคำบอกเล่าจากผู้อาวุโสของนิกายที่เฝ้าจับตาดูการต่อสู้ของซ่งไป่หลางจากภายนอกทว่าเรื่องราวอันน่าเหลือเชื่อเช่นนี้หากไม่เห็นด้วยตาตนเองก็ยากนักที่จะทำใจเชื่อได้

                ในบรรดาคนเหล่านั้นมีเพียงผู้เดียวที่กล้าเดินเข้าไปคุยกับซ่งไป่หลาง

                สหายซ่ง ข้าคิดว่าประเมินเจ้าไว้สูงมากแล้วแต่ก็ยังต่ำจากความจริงไปมาก เจ้าเป็นสัตว์ประหลาดจากที่ใดกัน เสียงสดใสเอ่ยทักทายเรียกความสนใจจากทุกคนที่จับตามองซ่งไป่หลางอยู่

                ซ่งไป่หลางเผยรอยยิ้ม สหายเยว่ เจ้าเองก็ทำได้ไม่เลว เพียงแต่ข้าโชคดีกว่าเจ้าเล็กน้อยเท่านั้น

                โอ้ เยว่จิงพยักหน้า คงเป็นเช่นนั้น รอจนถึงรอบสามข้าจะขอพิสูจน์ฝีมือกับเจ้าอีกสักครั้ง ก่อนจะถึงตอนนั้นรักษาตัวไว้ให้สมบูรณ์พร้อมละ ห้ามแพ้ใครไปเสียก่อนเชียว

                สหายเยว่ เจ้าเองก็รักษาแรงไว้ให้ดีเถอะ ข้าไม่อ่อนข้อให้เจ้าแน่นอน ซ่งไป่หลางตอบรับคำท้าทายอย่างตรงไปตรงมา

                ซ่งไป่หลางผู้นั้น แท้จริงมีฝีมือระดับใดกันแน่ ที่ตำแหน่งของนิกายหมื่นดารา หลิวหลี่อดไม่ได้ที่จะพึมพำกับตนเองด้วยความรู้สึกสับสน ระดับพลังของซ่งไป่หลางนั้นต่ำจนนางคร้านจะใส่ใจ ทว่าผลงานที่ทำสำเร็จอีกทั้งจากคำบอกเล่าของผู้อาวุโสของนิกาย ซ่งไป่หลางผู้นี้คล้ายจะแข็งแกร่งจนน่าตกตะลึง แม้แต่หลินหลันเทียนเองในตอนที่มีระดับพลังขั้นก่อกำเนิดยังไม่สามารถเทียบได้แม้สักส่วนเสี้ยวของซ่งไป่หลางในยามนี้

                แข็งแกร่งอย่างแท้จริง ดูท่าตำแหน่งอันดับสองของการประลองสิบนภาครานี้จะไม่ใช่การดวลกันระหว่างเจ้ากับจ้าวฮุยเสียแล้ว หลินหลันเทียนตอบคำถามของนางด้วยรอยยิ้มลี้ลับ

                ท่านเองก็รู้จักมัน?” หลิวหลี่เอ่ยถามเสียงประหลาดใจ

                นับว่าเคยสนทนากันเล็กน้อย ที่ข้าเอ่ยไปเป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้น ทว่าสัญชาตญาณของข้าได้ร้องบอกว่าตัวตนของคนผู้นี้แตกต่างจากบุคคลทั่วไปโดยสิ้นเชิง เจ้าไม่สามารถคาดเดาได้ด้วยสามัญสำนักปกติธรรมดา มีเพียงต้องใช้สายตาของเจ้าในการมองให้ลึกลงไปเท่านั้นจึงจะสามารถประเมินคนผู้นี้ได้

                ถูกศิษย์พี่หลินประเมินไว้สูงขนาดนั้น นับว่าเป็นเกียรติของมันอย่างแท้จริง ลู่หานผู้ได้อันดับเก้าเอ่ยกลั้วหัวเราะ ทว่าข้าคิดว่ามันเพียงแค่โชคดีเท่านั้น จากที่ผู้อาวุโสเล่าให้ฟังแม้มันจะมีความสามารถที่ค่อนข้างดีแต่คะแนนของมันหนึ่งพันคะแนนมาจากการสังหารสัตว์ปีศาจระดับสามทั้งสองตัวได้ตอนท้ายสุด และก็เป็นโชคดีของมันที่สามารถสังหารได้พร้อมกัน ไม่เช่นนั้นคะแนนของมันอย่างมากก็ได้เพียงอันดับสิบเท่านั้น

                โชคดีงั้นหรือ?” หลินหลันเทียนเลิกคิ้วก่อนจะส่ายหน้าพร้อมกับยิ้มอย่างอ่อนใจ พลังระดับสิบก่อกำเนิดสังหารสัตว์ปีศาจระดับสามขั้นต้นทั้งสองตัวในคราวเดียว ต่อให้เป็นความโชคดีจริงก็ต้องนับว่าเป็นความโชคดีระดับคำอวยพรจากสวรรค์แล้ว เอาเถิด อย่างน้อยข้าคิดว่าระดับฝีมือของมันตอนนี้อย่างมากเพียงแค่สูสีกับจ้าวฮุยหรือศิษย์น้องหลิวเท่านั้น อาจจะสู้ได้สักห้าสิบกระบวนท่า แต่ยากที่จะเอาชนะได้ เว้นเสียแต่ หลินหลันเทียนชะงักไปเล็กน้อย

                คงจะไม่กระมัง หรือหากเป็นเช่นนั้นจริง แม้แต่ข้าเองยังไม่มั่นใจว่าจะสามารถเอาชนะมันได้โดยง่าย

                ขณะเดียวกันข่าวสารของการประลองรอบแรกก็ได้ถูกเผยแพร่ไปยังสถานที่ต่างๆภายในแคว้นสิบนภาอย่างรวดเร็ว ที่นิกายบัวสวรรค์ ตั้งแต่บรรดาศิษย์สายนอก สายใน ศิษย์หลัก ผู้ฝึกสอนไปจนถึงผู้อาวุโสทั้งหลายต่างรู้สึกทั้งตกตะลึงทั้งยินดีจนไม่อาจปิดบัง นี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่นิกายของพวกมันได้อยู่ในสิบอันดับแรก ทั้งยังมีถึงสามคน!!

                อันดับสองของการประลองสิบนภา นี่คือสิ่งที่ไม่เคยมีใครคิดฝันถึงมาก่อน

                ไม่เพียงนิกายบัวสวรรค์ เมื่อข่าวสารนี้แพร่ไปถึงตระกูลซ่ง ผู้คนมากมายถึงกับติดจมอยู่ในห้วงภวังค์ ซ่งหงเฉินผู้นำตระกูลเต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อนในใจ แม้จะรู้สึกยินดีที่ชื่อเสียงของตระกูลซ่งเพิ่มพูนขึ้นมากมายจากเรื่องนี้ทว่าอีกส่วนหนึ่งกลับรู้สึกขมฝาดในลำคอเป็นอย่างยิ่ง ได้แต่นึกเสียใจที่ตนรู้จักซ่งไป่หลางผู้นี้ช้าเกินไปนัก

                โดยเฉพาะซ่งจิงลู่และฮูหยิน ทั้งสองได้แต่ร่ำไห้อย่างไร้น้ำตา เพชรที่พวกตนปล่อยทิ้งหลุดมือไปมาวันนี้กลับเฉิดฉายได้เพียงนี้ สว่างไสวเสียจนทั้งแคว้นไม่กล้าจับจ้องมองโดยตรง นี่นับเป็นความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของพวกมันโดยแท้จริง

                ซ่งไป่หลางผู้นั้น มิใช่ว่าไม่กี่เดือนก่อนยังเป็นเพียงศิษย์สายนอกอยู่หรอกหรือ เหตุใดถึงได้สร้างเรื่องอัศจรรย์เช่นนี้ได้กัน บรรดาศิษย์สายในต่างรู้สึกยากจะยอมรับ

                ในบรรดาคนเหล่านั้น อู่ลี่ลี่ที่เป็นอันดับสองของการสอบเข้าศิษย์สายในได้แต่ถอนหายใจออกมา นับว่าความพ่ายแพ้ของข้าเป็นเรื่องเหมาะสมอย่างยิ่งแล้ว สัตว์ประหลาดตนนี้ถึงขนาดข้ามไปยังจุดที่ข้าไม่อาจฝันถึงได้

                แม้แต่ในบรรดาศิษย์หลัก เทียนเจินที่ถูกซ่งไป่หลางโค่นล้มชิงตำแหน่งเข้าประลองไปได้แต่ทอดถอนใจออกมาด้วยความปลดปลง คู่ควรแล้วที่ข้าพ่ายแพ้ต่อเขา ต่อให้มีข้าสิบคนช่วยกันก็ยังคงไม่อาจก้าวไปถึงจุดนั้นได้เลย

                อย่างไรก็ตามนี่เป็นเพียงรอบแรกของการประลองเท่านั้น ทุกคนต่างรู้ดีว่ารอบที่สองคือรอบที่มีการเผาผลาญคะแนนสูงเป็นอย่างมาก ยิ่งมีคะแนนมากเพียงใดก็ยิ่งมีโอกาสเลือกเปิดผนึกค่ายกลเพื่อแย่งชิงสมบัติวิเศษมากเท่านั้น อัจฉริยะหลายคนที่ได้รับคะแนนมากมายจากรอบแรกมักจะยอมเสียคะแนนในรอบนี้เพื่อความก้าวหน้าในระยะยาว และมีเพียงไม่กี่คนที่จะสามารถแย่งชิงคะแนนกลับมาได้ในการประลองรอบสุดท้าย

                ที่พื้นที่งานประลอง ผู้อาวุโสสองปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้ง ดวงตาอันทรงพลังกวาดมองผู้เข้าร่วมประลองทุกคนด้วยความเคร่งขรึม ทว่าเมื่อมองไปยังหลิวหลี่ดวงตานั้นก็พลันเปลี่ยนเป็นอบอุ่นอ่อนโยน ขณะเดียวกันเมื่อมองไปยังซ่งไป่หลางพลันแปรเปลี่ยนเป็นความพิศวงประการหนึ่ง เอาละ ข้าจะประกาศเกี่ยวกับการแข่งขันรอบสอบอีกคราหนึ่ง พวกเจ้าจะถูกส่งตัวไปยังมิติลับที่แยกเป็นเอกเทศน์ต่อกัน ในรอบนี้การเฝ้าดูจากภายนอกจะถูกตัดขาดเพื่อความปลอดภัยสำหรับพวกเจ้าทุกคน จะไม่มีผู้ใดทราบว่าพวกเจ้าได้รับสมบัติใดจากมิติลับนั้น และพวกเจ้าจะไม่ได้พบเจอกับผู้ใดทั้งสิ้น ดังนั้นอย่าห่วงเรื่องความปลอดภัยในรอบนี้

                สิ่งที่พวกเจ้าต้องทำในมิตินั้นก็คือการสำรวจค่ายกลและสมบัติวิเศษในมิติลับนั้น พวกเจ้าสามารถใช้คะแนนที่มีอยู่เพื่อเปิดประตูของค่ายกลและนำสมบัติวิเศษออกมา แต่หากพวกเจ้ามีปัญญาย่อมสามารถเปิดค่ายกลได้ด้วยตัวเอง ในยามนั้นเท่ากับว่าเจ้าจะได้รับสมบัติวิเศษไปโดยไม่ต้องเสียคะแนนแต่อย่างใด

                สำหรับคะแนนที่ต้องใช้ในการเปิดประตูค่ายกล ล้วนขึ้นอยู่กับระดับของของวิเศษภายในนั้น และเจ้ายังต้องใช้โชคอีกส่วนหนึ่ง เพราะสมบัติที่พวกเจ้าได้พบนั้นล้วนขึ้นอยู่กับวาสนาของแต่ละคน บางคนอาจเจอสมบัติที่มีค่ายิ่งทว่าก็ต้องแลกมาด้วยคะแนนมหาศาล ขณะเดียวกันผู้ที่ต้องการแก้ไขค่ายกลด้วยตัวเองยิ่งค่ายกลนั้นต้องใช้คะแนนแลกมากเท่าไหร่ นั่นย่อมแปลว่าระดับความยากในการแก้ค่ายกลย่อมต้องมากมายมหาศาลเช่นกัน

                รอบที่สองจะเริ่มภายในหนึ่งชั่วยามหลังจากนี้ พวกเจ้าทุกคนมีเวลาภายในมิติลับคนละสามวันเท่านั้น จงตัดสินใจให้ดีว่าจะใช้คะแนนของตนอย่างไร ผู้อาวุโสสองสรุป

                เอาละ ฟังให้ดี หลังจากผู้อาวุโสสองพูดจบทุกนิกายต่างเริ่มเรียกประชุมศิษย์ของตนในทันที รองเจ้านิกายบัวสวรรค์ได้เริ่มการแบ่งปันข้อมูลที่นิกายเคยบันทึกเอาไว้จากการประลองรอบก่อนๆเช่นกัน

                ตามบันทึกของอดีตลูกศิษย์หลายๆคนของนิกายเรา ในมิติลับนั้นพวกเจ้าจะถูกส่งตัวไปยังห้องที่ว่างเปล่า ในห้องนั้นจะถูกปิดกั้นด้วยค่ายกลทั้งสี่ทิศ และด้านหลังของค่ายกลเหล่านั้นก็คือสมบัติวิเศษ

                จากบันทึกสมบัติวิเศษเหล่านั้นนับว่าทรงคุณค่าเป็นอย่างมาก ทว่ามันก็ต้องแลกมาด้วยคะแนนที่มากมายเช่นกัน จูเหวินและฟงซุ่ยนั้นมีคะแนนอยู่เพียงหนึ่งพันต้นๆ พวกเจ้าสองคนคงมีทางเลือกไม่มากนัก อย่างไรพวกเจ้าก็ต้องเก็บคะแนนบางส่วนไว้สำหรับรอบสุดท้ายด้วยเช่นกัน ทว่าพวกเจ้าทั้งสามคนนั้นแตกต่างออกไป จงใช้คะแนนอย่างคุ้มค่าและเลือกสิ่งที่ดีที่สุดออกมา รองเจ้านิกายเอ่ยย้ำกับซ่งไป่หลาง ฉินจีและอู๋หลิว

                แม้ว่าของวิเศษเหล่านั้นจะไม่มีประโยชน์ต่อเจ้า แต่หากพวกเจ้านำมันมามอบให้กับนิกาย นิกายจะตอบแทนพวกเจ้าด้วยทรัพยากรที่มีค่าเท่าเทียมกัน และหากหนึ่งในนั้นเป็นสมบัติวิเศษระดับลึกลับ พวกเจ้าจะได้รับโอสถบัวศักดิ์สิทธิ์เป็นการตอบแทน

                โอสถบัวศักดิ์สิทธิ์!!?” สีหน้าของพวกอู๋หลิวและจูเหวินแปรเปลี่ยนไปทันที โอสถบัวศักดิ์สิทธิ์นั้นกลั่นหลอมขึ้นมาอย่างยากลำบากโดยต้องใช้เม็ดบัวสวรรค์อันเป็นสุดยอดวัตถุของนิกาย ทุกห้าสิบปีจึงจะสามารถผลิตเม็ดบัวได้หนึ่งเม็ดและใช้เวลาอีกหลายปีในการกลั่นหลอมโอสถออกมา เมื่อทานเข้าไปจะทำให้สามารถทะยานผ่านหนึ่งช่วงชั้นของระดับเที่ยงแท้ได้ทันที นั่นหมายความว่าหากผู้มีพลังระดับสี่เที่ยงแท้กินเข้าไปจะทำให้กลายเป็นระดับห้าเที่ยงแท้ นับว่าเป็นโอสถวิเศษที่มีคุณค่าเป็นอย่างมาก

                ทว่าสมบัติระดับลึกลับนั้นหมายถึงสิ่งใด ในบรรดาขั้วอำนาจทั้งหมดของแคว้นสิบนภามีเพียงสองขั้วอำนาจที่ถือครองสมบัติระดับลึกลับ หนึ่งก็คือตระกูลหลิว และอีกหนึ่งคือนิกายหมื่นดาราเท่านั้น

                ในอดีตเคยมีอัจฉริยะของนิกายหมื่นดารายอมเสียสละคะแนนแลกกับสมบัติระดับลึกลับด้วยคะแนนจำนวนมากกว่าสามพันคะแนน นั่นหมายความว่าคนที่มีสิทธิ์แลกสมบัติระดับลึกลับจะต้องมีคะแนนมากกว่าสามพันคะแนนขึ้นไป ทั้งหมดนี้นอกจากหลินหลันเทียนและซ่งไป่หลางแล้วคนอื่นล้วนไม่มีโอกาสได้รับ

                หลังจากฉินจีกระซิบอธิบายสรรพคุณของโอสถบัวศักดิ์สิทธิ์ให้กับซ่งไป่หลาง เด็กหนุ่มรู้สึกแตกตื่นเล็กน้อย ไม่นึกว่าจะมีโอสถวิเศษที่สามารถเลื่อนระดับพลังให้หนึ่งระดับได้อย่างแน่นอนเช่นนี้อยู่ด้วย

                หึ เพียงแค่เลื่อนขึ้นหนึ่งระดับขั้น ทั้งยังเป็นเพียงระดับเที่ยงแท้เท่านั้น เจ้าหนูมิต้องสนใจ ในโลกใบนี้ยังมีโอสถอีกมากมายที่มีสรรพคุณยอดเยี่ยมยิ่งกว่า ต่อให้เป็นขั้นเหนือมนุษย์หรือขั้นรวมวิญญาณ ก็ยังมีโอสถที่มีสรรพคุณสามารถเลื่อนระดับชั้นได้เช่นกัน ทว่าโอสถเหล่านี้มีข้อเสียที่ยิ่งใหญ่อยู่ด้วย นั่นคือจะทำให้รากฐานพลังขาดความมั่นคงแข็งแรง แม้พัฒนารวดเร็วแต่ในระยะยาวจะอ่อนแอกว่าผู้ที่ฝึกฝนด้วยตนเอง เซี่ยหยางแค่นเสียง

                ถึงกับมีโอสถที่สามารถเลื่อนระดับขั้นของผู้มีพลังขั้นเหนือมนุษย์และรวมวิญญาณ ซ่งไป่หลางรู้สึกตะลึงจนยากจะกล่าว

                โอสถอันใดนั่นไม่ใช่สิ่งสำคัญ ข้ากลับรู้สึกสนใจมิติลับที่ว่านั่นมากกว่า มิติที่สามารถรองรับคนจำนวนมากนั้นนับว่าไม่ใช่สิ่งของที่ผู้ใดจะสามารถครอบครองได้โดยง่าย มิติรวมนภานั้นมีกระทั่งสัตว์ปีศาจระดับสี่ ต่อให้ตระกูลหลิวเป็นขั้วอำนาจอันดับหนึ่งของทวีปนี้ก็ยากที่จะครอบครองสิ่งของเช่นนี้ ยังมีมิติลับที่สามารถแยกคนจำนวนมากออกจากกันอย่างเป็นเอกเทศ เกรงว่าเรื่องนี้จะไม่ง่ายอย่างที่เห็น เซี่ยหยางวิเคราะห์

                อาจารย์ นอกจากเรื่องนั้นแล้วยังมีการที่มีคนเคยพบเจอสมบัติระดับลึกลับจากมิติลับนั้น ตามที่ข้ารู้มา ในแคว้นสิบนภาสมบัติระดับลึกลับนั้นหาได้ยากและนับว่าทรงคุณค่าเป็นอย่างยิ่ง แม้แต่นิกายหมื่นดารายังมีเพียงสองชิ้นเท่านั้น และตระกูลหลิวเองก็เคยหยิบออกมาใช้เพียงหนึ่ง เหตุใดของล้ำค่าเช่นนี้ตระกูลหลิวถึงได้นำมันมาแจกจ่ายกับผู้อื่นกัน ซ่งไป่หลางเองก็รู้สึกสงสัยเช่นกัน

                ข้าคิดว่าอีกไม่นานพวกเราก็จะได้รู้คำตอบกันแล้ว เซี่ยหยางตอบกลับ

                เวลาหนึ่งชั่วยามผ่านไปรวดเร็วยิ่ง หลังจากครบกำหนดเวลาผู้อาวุโสสองของตระกูลหลิวไม่รอช้าเรียกรวมตัวผู้เข้าร่วมประลองทั้งหมดในทันที แน่นอนว่าไม่มีผู้ใดกล้าชักช้าเช่นกัน การประลองรอบนี้ถูกเรียกอีกอย่างว่ารอบแห่งการโชคชะตา นั่นเพราะอัจฉริยะหลายคนแปรเปลี่ยนเป็นรุ่งโรจน์ก็ด้วยการประลองรอบนี้ ขณะเดียวกันก็มีอัจฉริยะอีกหลายคนที่พลาดโอกาสและไม่ได้รับอะไรไปเช่นกัน ดังนั้นทุกสิ่งล้วนขึ้นกับโชคชะตาของแต่ละคน

                บางคนปรารถนาที่จะพลิกชะตาของตนจากมัจฉาโจนทะยานสู่ประตูมังกร นี่ก็คือโอกาสที่ว่า

                ข้าจะทำการเปิดประตูมิติลับ ณ บัดนี้ พวกเจ้าจงก้าวเข้าไปตามหมายเลขอันดับของตน อันดับหนึ่ง หลินหลันเทียน

                สิ้นเสียงประกาศของผู้อาวุโสสอง หลินหลันเทียนก้าวเดินอย่างสุขุมไปหยุดยืนอยู่ด้านหน้าผู้อาวุโสสอง อีกฝ่ายเผยรอยยิ้มชื่นชมให้กับอัจฉริยะอันดับหนึ่งผู้นี้ก่อนจะสะบัดมือออกพร้อมกับปลดปล่อยพลังลมปราณของตน

                ฮ่า!!” ผู้อาวุโสสองคำรามกร้าวใช้พลังลมปราณทั้งหมดผนึกลงไปยังแท่นอักขระ หลังจากนั้นคลื่นพลังอันน่าพิศวงปะทุขึ้นมาจากความว่างเปล่า ประตูมิติสีขาวลึกลับปรากฏขึ้นจากแท่นอักขระอย่างรวดเร็ว

                เข้าไปได้ ผู้อาวุโสสองเอ่ยด้วยความยากลำบาก

                ที่แท้มิติลี้ลับที่ว่ามิได้ถูกเปิดขึ้นโดยตระกูลหลิวจริงๆ พวกมันเพียงแค่สามารถควบคุมการเปิดใช้ประตูค่ายกลมิติเท่านั้น ทว่าก็มิใช่การควบคุมที่สมบูรณ์ ไม่แน่พวกมันอาจไม่สามารถควบคุมได้เลยด้วยซ้ำ มิตินี้ถูกเปิดขึ้นด้วยเจตจำนงของตัวมันเอง ต่อให้ตระกูลหลิวพยายามใช้อักขระค่ายกลควบคุมก็ยังมิอาจทำได้ เซี่ยหยางอุทานออกมา

                อันใดกัน แม้แต่ตระกูลหลิวยังไม่อาจควบคุมซ่งไป่หลางอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตกตะลึงไปกับความจริงข้อนี้

                อันดับสอง ซ่งไป่หลาง เข้าไป ผู้อาวุโสสองเอ่ยต่อไปหลังจากหลินหลันเทียนหายเข้าไปในประตูมิติแล้ว

                ซ่งไป่หลางก้าวเท้าออกไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นทะยานร่างหายเข้าไปในประตูมิติ

                นี่ถึงกับเป็นมิติลี้ลับระดับสูง ฮ่าๆ ของเช่นนี้อย่าว่าแต่ตระกูลหลิวเลย ต่อให้เป็นขั้วอำนาจยิ่งใหญ่จากดินแดนที่แข็งแกร่งกว่านี้ก็ยากที่จะควบคุมหรือครอบครองมันได้ เซี่ยหยางหัวเราะออกมา ตระกูลหลิวกล้าเอ่ยว่าการเฝ้าดูจะถูกตัดขาดเพื่อความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมประลอง ที่แท้ต่อให้พวกมันต้องการเฝ้าดูก็ไม่มีทางมีปัญญาทำได้เด็ดขาด มิติระดับสูงนี้ยังเหนือกว่ามิติรวมนภาหลายเท่า เกรงว่าผู้ที่สร้างมันขึ้นมาจะต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญค่ายกลอันดับต้นๆของโลกผู้หนึ่งเป็นแน่

                อาจารย์ เหตุใดตระกูลหลิวถึงมีมิติระดับนี้อยู่ในมือได้ แม้พวกมันจะไม่อาจควบคุมได้โดยสมบูรณ์ดังท่านว่า ทว่าอย่างน้อยพวกมันก็มีสิทธิ์อำนาจในการครอบครองมิติเหล่านี้เหนือกว่าผู้ใดแน่นอน ซ่งไป่หลางเอ่ยด้วยความไม่เข้าใจ

                เฮอะ มีขุมสมบัติระดับนี้อยู่ในมือแต่กลับไม่อาจครอบครองเอาไว้เองได้ เรื่องนี้มิใช่ตระกูลหลิวหรอกหรือที่ต้องเจ็บช้ำมากที่สุด ข้าเกรงว่าไม่เพียงตระกูลหลิวจะไม่ใช่ผู้ครอบครองมิตินี้ แต่กลับกลายเป็นว่าพวกมันถูกบังคับให้ต้องดูแลการประลองสิบนภาและส่งอัจฉริยะของแต่ละนิกายเข้ามาเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ในสถานที่นี้อย่างไม่เต็มใจเสียมากกว่า

                ซ่งไป่หลางกวาดตามองไปยังผนังห้องสีขาวโพลนโดยรอบ ภายในห้องประกอบด้วยประตูค่ายกลทั้งสี่ทิศ ด้านหลังค่ายกลล้วนถูกวางไว้ด้วยสมบัติวิเศษด้านละหนึ่งอย่าง กลิ่นอายของพวกมันล้วนทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง อย่างน้อยที่สุดก็ต้องเป็นของวิเศษระดับสูงที่มีคุณค่าเหนือกว่าของวิเศษระดับสูงทั่วไปนับสิบเท่า

                ถึงกับมีของวิเศษระดับลึกลับอยู่จริง ซ่งไป่หลางกลืนน้ำลายอย่างยากลำบากเมื่อมองไปยังประตูค่ายกลด้านหนึ่ง

                คะแนนสำหรับเปิดค่ายกลนั้นถึงกับอยู่ที่ห้าพันคะแนน!!

               

------------------------------------------------------------------

Lanar

 บทแรกจะจบในช่วงหลังการประลองสิบนภา ในช่วงท้ายบทผมกำลังคิดว่าอาจจะทดลองระบบขายแพ็คเกจดู แต่ยังไม่รู้ว่าจะทำได้หรือเปล่าเพราะไม่เคยใช้ระบบขายในเด็กดีมาก่อน ถ้ายังไงผมจะแจ้งอีกทีหนึ่งนะครับ ขอบคุณที่ติดตามมาเสมอครับ

ใครอยากสนับสนุนหรืออ่านล่วงหน้าอ่านได้ที่นี่เลยน้าา ปัจจุบันอัพถึงตอน 39


https://www.kawebook.com/นิยาย/นิยาย-จีน-กำลังภายใน-เทพเซียน/God-of-Holy-Aqua-Martial-เทวยทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์



            

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 395 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #115 yukai (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 21:48

    ขอบคุณ
    #115
    0
  2. #30 ILOVEMRCHU (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 08:34
    รอๆๆๆๆ
    #30
    0