God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 31 : ตอนที่ 29 สิ้นสุดรอบแรก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,143
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 445 ครั้ง
    29 ต.ค. 62

                สีหน้าของซ่งไป่หลางแปรเปลี่ยนเป็นขาวซีด แม้อสรพิษเพลิงสีชาดจะได้รับบาดเจ็บสาหัสแต่ตนเองก็ใช่จะมีสภาพสมบูรณ์พร้อม หากสัตว์ปีศาจระดับสามอีกตนหนึ่งลงมือละก็โอกาสที่จะสามารถเอาชนะพวกมันทั้งสองตัวพร้อมกันนับว่าเลือนรางเป็นอย่างยิ่ง

                เจ้าหนู เวลาไม่คอยท่าแล้ว สัตว์ปีศาจที่กำลังเข้ามาใกล้คือสัตว์ปีศาจหมาป่าขนโลหิต พลังของมันไม่มากเท่ากับอสรพิษเพลิงสีชาดแต่ด้านความเร็วนับว่าสูงกว่ากันหลายเท่า หากเจ้าปล่อยให้มันมาถึงโอกาสที่จะสังหารอสรพิษเพลิงสีชาดก็เท่ากับหมดลงแล้ว เซี่ยหยางกระตุ้นเตือน

                ซ่งไป่หลางคำรามเสียงต่ำ ฝ่ามือยังคงจมลึกลงไปในผิวหนังภายใต้เกล็ดของอสรพิษเพลิงสีชาด พลังลมปราณพลันปะทุออกจากฝ่ามือนั้นแล้วบดขยี้อวัยวะภายในของมันอย่างรุนแรง

                ฉึก!! “กรอด หางอันแหลมคมของอสรพิษเพลิงสีชาดแทงทะลุหัวไหล่ของเด็กหนุ่ม แรงปะทะที่มาพร้อมกับการสะบัดหางนั้นทำให้ซ่งไป่หลางแทบจะสูญเสียการทรงตัว ทว่าจิตวิญญาณของเด็กหนุ่มมั่นคงแข็งแกร่งยิ่ง ไม่ก้าวถอยแม้สักก้าวเดียวเพียงแบกรับความเจ็บปวดก่อนจะระเบิดพลังลมปราณภายในร่างของอสรพิษเพลิงสีชาดอย่างบ้าคลั่ง

                ฝ่ามือบัวสวรรค์!!

                พลังลมปราณหมุนวนก่อร่างเป็นรูปลักษณ์ของดอกบัววารีภายในร่างของอสรพิษเพลิงสีชาดก่อนจะหมุนวนอย่างรวดเร็วยิ่ง อวัยวะภายในของอสรพิษเพลิงสีชาดฉีกขาดอย่างรวดเร็ว ดวงตาของมันเหลือกกว้างปากอ้าออกส่งเสียงร้องน่าเวทนา พลังชีวิตลดดิ่งอย่างรวดเร็ว

                มาแล้ว เสียงเตือนของเซี่ยหยางดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของร่างเงาสีแดงชาดที่พุ่งเข้าหาร่างของซ่งไป่หลาง

                หมาป่าขนโลหิตอ้าปากที่เต็มไปด้วยเขี้ยวอันแหลมคมของมันออก เป้าหมายของมันคือส่วนศีรษะของเด็กหนุ่ม ซ่งไป่หลางแค่นเสียงคำหนึ่งก่อนจะเปิดใช้ม่านบัวสวรรค์บดบังป้องกันการจู่โจมของมันเอาไว้

                เมื่อถูกกั้นขวางด้วยม่านบัวสวรรค์ หมาป่าขนโลหิตพลันเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนไหวฉับพลัน มันทิ้งร่างลงต่ำแล้วตวัดกรงเล็บเข้าใส่บริเวณขาของเด็กหนุ่ม ทั้งหมดนี้ล้วนใช้เวลาเพียงชั่วลมหายใจ

                ทว่าซ่งไป่หลางกลับรอคอยช่วงเวลานี้อยู่ ฝ่ามือที่เจาะลึกลงไปในเกล็ดของอสรพิษเพลิงสีชาดถูกดึงกระชากออกมา ร่างสูงพริ้วหลบกรงเล็บของหมาป่าขนโลหิตพร้อมกับเคลื่อนร่างย้ายตำแหน่งไปที่ด้านข้างของมัน เวลานี้ตำแหน่งของซ่งไป่หลาง หมาป่าขนโลหิตและอสรพิษเพลิงสีชาดได้เรียงเป็นระนาบเดียวกัน

                พลังลมปราณที่ถูกรวบรวมเอาไว้ระเบิดออกในชั่วพริบตาก่อเกิดเป็นดอกบัววารีอันทรงพลังและเกรี้ยวกราดยิ่ง หมาป่าขนโลหิตกรีดร้องพยายามหลบหนีทว่าด้วยแรงดึงดูดของดอกบัววารีในระยะประชิด มันที่ไม่ใช่สัตว์ปีศาจที่โดดเด่นด้านพละกำลังจึงแทบไม่มีโอกาสหลบหลีก

                ขณะเดียวกันอสรพิษเพลิงสีชาดอยู่ในสภาวะบาดเจ็บสาหัส ยากจะเคลื่อนไหวหลบหลีกเช่นกัน ก่อนที่สัตว์ปีศาจทั้งสองจะได้ดิ้นรนเอาชีวิตรอดดอกบัววารีสวรรค์หมุนวนอย่างบ้าคลั่งสร้างแรงบดขยี้มหาศาลกลืนร่างของพวกมันทั้งคู่เข้าไปพร้อมกัน

                ฮ่า!!!” ซ่งไป่หลางคำรามเสียงกร้าว ทุ่มเทพลังลมปราณบดขยี้ร่างของสัตว์ปีศาจระดับสามทั้งสองจนแหลกเหลวหมดสิ้น

                ภายนอกมิติรวมนภาบัดนี้บรรยากาศแปรเปลี่ยนเป็นเงียบงันวังเวง ไม่มีผู้ใดกล่าวอันใดออกมาเนื่องจากภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้านี้นับว่าอัศจรรย์เกินที่จะจินตนาการไหว

                ก่อนหน้าที่ซ่งไป่หลางจะเริ่มต่อสู้ หลินหลันเทียนเองก็ได้จัดการกับสัตว์ปีศาจระดับสามขั้นต้นตัวหนึ่งได้เช่นกัน ทั้งยังกำจัดได้อย่างปลอดโปร่งอย่างยิ่ง ทว่าเมื่อคนผู้นั้นคือหลินหลันเทียนไม่มีใครคิดว่านี่คือเรื่องแปลกอันใด

                ตอนที่ซ่งไป่หลางเริ่มปะทะกับอสรพิษเพลิงสีชาด ไม่มีใครคิดว่าซ่งไป่หลางจะสามารถเอาชนะมันได้ และเมื่อซ่งไป่หลางสามารถทำร้ายมันจนบาดเจ็บทุกคนต่างตกตะลึงจนยากจะเอื้อนเอ่ย

                จนกระทั่งหมาป่าขนโลหิตปรากฏตัว ทุกคนต่างถอนหายใจด้วยความรู้สึกแตกต่างกันไป ทว่าไม่ว่าใครต่างก็คิดว่าวาสนาในการเอาชนะสัตว์ปีศาจระดับสามของซ่งไป่หลางจะต้องจบสิ้นไปแล้ว

                ในที่สุดจนถึงตอนนี้ ซ่งไป่หลางได้สร้างความตื่นตะลึงอันน่าเหลือเชื่อขึ้นมาอีกครั้งด้วยการพิชิตสัตว์ปีศาจระดับสาม ไม่สิ มิใช่เพียงพิชิตแต่คือการสังหารบดขยี้อันหมดจด สัตว์ปีศาจระดับสามขั้นต้นสองตัวที่ต่อให้เป็นผู้มีพลังระดับเที่ยงแท้ขั้นห้าก็ยากที่จะรับมือ ตอนนี้กลับถูกสังหารโดยผู้มีพลังระดับสิบก่อกำเนิดผู้หนึ่ง

                นี่คือเรื่องราวเหลวไหลอันใดกัน!!

                ไม่ว่าจะเป็นผู้อาวุโสจากนิกายใด หรือแม้กระทั่งตระกูลหลิวที่มีอำนาจสูงสุดในแคว้นสิบนภา ตัวตนอันยิ่งใหญ่ของแคว้นเหล่านี้ล้วนตกอยู่ในห้วงความคิดเช่นเดียวกัน อัจฉริยะที่สามารถต่อสู้ข้ามขั้นผู้หนึ่งแม้จะหาได้ยากแต่ก็ใช่ว่าจะไม่เคยมี ทว่าการที่ผู้มีพลังระดับสิบก่อกำเนิดที่เอาชนะขั้นสามและขั้นสี่เที่ยงแท้นั้นไม่เคยปรากฏมาก่อน ต่อให้เป็นหลินหลันเทียนก็ยังทำไม่ได้ มิต้องเอ่ยถึงการเอาชนะสัตว์ปีศาจระดับสาม ที่มีพลังไม่ด้อยไปกว่าขั้นเที่ยงแท้ระดับห้า

                ดูนั่น ไม่เพียงแค่ไป่หลางจะได้แก่นวิญญาณสัตว์ปีศาจระดับสามทั้งสอง ยังคงได้รับชิ้นส่วนวิญญาณอัคคีระดับต่ำมาด้วย รองเจ้านิกายบบัวสวรรค์อุทานด้วยความแตกตื่นยินดี ชิ้นส่วนวิญญาณอัคคีนั้นสามารถได้รับจากสัตว์ปีศาจธาตุอัคคีขั้นสามขึ้นไปเท่านั้น มันสามารถนำมาใช้หลอมเป็นอาวุธวิเศษที่มีพลังของธาตุอัคคีได้ และอาวุธวิเศษที่มีส่วนประกอบของชิ้นส่วนวิญญาณธาตุนั้นย่อมต้องเป็นอาวุธระดับสูงขึ้นไป

                แม้อาวุธระดับสูงจะไม่ใช่สิ่งที่หายากจนเกินไปทว่าอาวุธระดับสูงที่มีส่วนประกอบของชิ้นส่วนวิญญาณธาตุนั้นทรงคุณค่าอย่างมาก แม้แต่ในนิกายทั้งสิบยังมีเพียงนิกายหมื่นดารา นิกายขุนเขาอัคคีและนิกายยอดอัสนีเท่านั้นที่ได้ครอบครอง อาวุธที่มีชิ้นส่วนวิญญาณธาตุทั้งหมดล้วนถูกใช้โดยบุคคลสำคัญของแต่ละนิกายทั้งสิ้น

                มิต้องสงสัยเลยว่าหากนิกายบัวสวรรค์ได้ครอบครองอาวุธที่มีชิ้นส่วนวิญญาณธาตุจะเท่ากับเป็นการยกระดับของนิกายขึ้นอีกขั้นหนึ่งอย่างแท้จริง

                ภายในมิติรวมนภาซ่งไป่หลางรีบเก็บเกี่ยวผลลัพธ์ของการต่อสู้ก่อนจะรีบหลบหนีออกจากพื้นที่ภูเขาไฟอย่างเร่งร้อน หลังจากการต่อสู้ของเด็กหนุ่มกับสัตว์ปีศาจระดับสามทั้งสองจบลงประสาทสัมผัสของซ่งไป่หลางรับรู้ได้ถึงการเคลื่อนไหวของสัตว์ปีศาจอีกจำนวนมากที่กำลังมุ่งหน้าเข้ามาหาตน ด้วยสภาพร่างกายและพลังที่หลงเหลือในตอนนี้เด็กหนุ่มย่อมไม่สามารถต่อสู้กับสัตว์ปีศาจระดับสามได้อีก

                ชิ้นส่วนวิญญาณอัคคีระดับต่ำ อืม นับว่าเจ้าโชคดีไม่น้อย เซี่ยหยางลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ แม้ว่าชิ้นส่วนวิญญาณอัคคีระดับต่ำจะไม่มีค่าในสายตาของตัวตนระดับเซี่ยหยางแต่สำหรับคนในทวีปนี้แล้วนี่นับว่าเป็นโชคลาภที่คาดไม่ถึงอย่างแน่นอน

                อาจารย์ ที่แท้ของสิ่งนี้คือ?” นี่เป็นครั้งแรกที่ซ่งไป่หลางได้ยินชื่อชิ้นส่วนวิญญาณธาตุ

                มันคือชิ้นส่วนวิญญาณธาตุระดับต่ำสุด โดยทั่วไปสัตว์ปีศาจระดับสามขึ้นไปทุกตัวจะมีศักยภาพในการสะสมพลังธาตุในร่างกายของตนเอง ทว่าพลังธาตุนั้นสัมพันธ์กับพลังชีวิตของพวกมัน ดังนั้นการสังหารสัตว์ปีศาจย่อมเท่ากับเป็นการทำลายพลังธาตุในตัวของพวกมันด้วย

                ทว่ายังมีความเป็นไปได้ที่พวกมันจะหลงเหลือชิ้นส่วนวิญญาณธาตุเอาไว้หลังจากตายไป นั่นก็คือกรณีที่สัตว์ปีศาจกำลังอยู่ในช่วงวิวัฒนาการ ชิ้นส่วนวิญญาณธาตุนี้เจ้าได้รับจากอสรพิษเพลิงสีชาดตัวนั้น ดูท่ามันคงกำลังเตรียมวิวัฒนาการเป็นสัตว์ปีศาจระดับสามขั้นกลาง

                นี่นับว่าเป็นโชคดีมหาศาลสำหรับเจ้า ต่อให้เป็นชิ้นส่วนวิญญาณธาตุระดับต่ำสุดก็ยังยากที่จะเก็บเกี่ยวมาได้ โดยเฉพาะในดินแดนนี้ที่มีพลังอ่อนแอ ชิ้นส่วนวิญญาณธาตุจะต้องหายากเป็นอย่างมากแน่นอน อย่างไรก็ตามชิ้นส่วนวิญญาณธาตุนี้ไม่มีประโยชน์สำหรับเจ้านัก แต่หากเจ้านำไปมอบให้กับนิกายจะต้องได้รับสิ่งตอบแทนที่คุ้มค่าเป็นแน่

                ในความคิดของเซี่ยหยางสิ่งที่น่าสนใจในดินแดนนี้มีเพียงเคล็ดวิชาของนิกายบัวสวรรค์เท่านั้น นิกายที่เคยอยู่ในจุดที่สูงส่งถึงขนาดตระกูลศักดิ์สิทธิ์ต้องส่งคนมากำจัดทิ้งเพื่อไม่ให้กลายเป็นภัยร้าย วิชาแทบทั้งหมดของนิกายล้วนเป็นอดีตวิชาระดับสวรรค์ ต่อให้เคล็ดวิชาสาบสูญเสียหายไปมากกว่าแปดส่วนแต่ก็นับว่ามีร่องรอยของวิชาระดับสวรรค์หลงเหลืออยู่บ้าง

                เข้าใจแล้ว ข้าจะนำไปมอบให้กับนิกาย ทว่าตอนนี้ข้ายังอยากเก็บเกี่ยวเพิ่มสักเล็กน้อย ซ่งไป่หลางพยักหน้ารับ

                ในจุดนี้นับว่าเก็บเกี่ยวได้ยากแล้ว สัตว์ปีศาจระดับสามปรากฏตัวขึ้นต่อเนื่องทั้งยังมีจำนวนหนาแน่นเป็นอย่างมาก หากเจ้าไม่สามารถกำจัดมันได้ด้วยการโจมตีครั้งเดียวเจ้าก็ไม่มีโอกาสฆ่าพวกมันได้แน่นอน ข้าคิดว่าเจ้าควรมุ่งหน้าไปหาจุดที่มีผู้เหลือรอดคนอื่นอยู่แล้วฉวยโอกาสจัดการกับสัตว์ปีศาจบริเวณนั้นจะดีกว่า

                ใช้ให้ผู้อื่นช่วยดึงความสนใจงั้นหรือ ซ่งไป่หลางครุ่นคิดเล็กน้อย

                หากไม่ใช้วิธีนี้ก็ยากที่จะจัดการเพิ่มได้ หืม เซี่ยหยางชะงักไปเล็กน้อยภายในจิตวิญญาณของซ่งไป่หลางสีหน้าของเซี่ยหยางพลันแปรเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว เจ้าหนูรีบออกจากมิติแห่งนี้ ใช้ยันต์ช่วยชีวิตซะ!!”

                “อันใดกัน ท่าทีเร่งร้อนของเซี่ยหยางทำให้ซ่งไป่หลางตกตะลึงไปไม่น้อย ทว่าไม่จำเป็นต้องให้เซี่ยหยางเอ่ยย้ำอีกรอบซ่งไป่หลางพลันรู้สึกเย็นวาบไปทั้งร่างกาย สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นซีดขาวเหงื่อไหลซึมออกจากทั่วทั้งอณูกาย

                พลังอะไรกันนี่ ยันต์ช่วยชีวิตถูกดึงออกมาไว้ในมือทันที ซ่งไป่หลางมองไปยังทิศทางที่ตนสัมผัสได้ถึงขุมพลังอันน่าสะพรึงกลัวก่อนจะตัดสินใจกระตุ้นการทำงานของยันต์ส่งตัวเองออกไปยังด้านนอกมิติรวมนภาอย่างไร้ทางเลือก

                ฮูม!!! เสียงคำรามอันโกรธแค้นดังขึ้นจากจุดห่างไกล ทว่าเพียงสิบชั่วลมหายใจต่อมาร่างของสัตว์ปีศาจตนหนึ่งก็พุ่งทะยานมาถึงจุดที่ซ่งไป่หลางเคยยืนอยู่ รูปร่างของมันคล้ายกับหมาป่าขนโลหิตทว่ามันมีขนาดตัวใหญ่กว่าประมาณสามเท่า ขนทั่วร่างถูกห่อหุ้มด้วยเปลวอัคคีร้อนแรง พลังกดดันอันน่าสะพรึงกลัวของมันทำให้สัตว์ปีศาจระดับสามขั้นต้นทุกตัวในเขตภูเขาไฟต่างวิ่งหนีกระจัดกระจายไปคนละทิศทาง

                ที่แท้ก็เป็นหมาป่าขนโลหิตอัคคีโตเต็มวัย ดูท่าเจ้าจะเป็นมารดาของหมาป่าขนโลหิตที่ถูกเจ้าหนูสังหารไปสินะ เสียงถอนหายใจดังขึ้นดึงความสนใจของมัน ร่างเลือนรางดุจวิญญาณปรากฏขึ้นบนความว่างเปล่า เป็นภาพร่างของบุรุษรูปร่างสูงโปร่งผู้หนึ่ง

                สัตว์ปีศาจระดับสี่ ข้ารู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่ได้พบเจอกับสัตว์ปีศาจระดับนี้ในดินแดนที่อ่อนแอเช่นนี้ อย่างไรก็ตามเจ้านับว่าโผล่ออกมาได้ถูกเวลานัก ใบหน้าเลือนรางประดับด้วยรอยยิ้มหยอกเย้า

                กรร!! หมาป่าขนโลหิตอัคคีส่งเสียงขู่ออกมา ทว่าเท้าของมันกลับก้าวขยับถอยหลังอย่างลืมตัว

                ข้ารู้ดีว่ามิตินี้ถูกจับตามองจากโลกภายนอก ทว่าการเฝ้ามองนั้นจำกัดอยู่ที่ตัวบุคคล ดังนั้นทันทีที่เจ้าหนูไป่หลางออกไปจากมิติแห่งนี้ก็เท่ากับว่าการเฝ้าดูพื้นที่นี้ถูกตัดออกไปเช่นกัน ข้าจึงต้องสั่งให้เจ้าหนูไป่หลางหนีออกไปก่อนเพื่อที่จะได้ทำธุระอย่างสบายใจ

                โลหิตอัคคีของเจ้าแม้จะเป็นโลหิตอัคคีชั้นต่ำทว่ายังคงมีประโยชน์นัก กายมนุษย์ทั่วไปยากจะทานทนผลของโอสถเพลิงชำระจิต ทว่าเจ้าหนูไป่หลางมีทั้งแก่นโลหิตศักดิ์สิทธิ์และวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ หากสามารถหลอมโอสถเพลิงชำระจิตได้สำเร็จก็จะทำให้ช่วยในการฝึกฝนให้ก้าวหน้าได้รวดเร็วราวกับติดปีก

                เจ้าต้องการแก้แค้นให้ลูกของเจ้า ส่วนข้าก็ต้องการช่วยให้ศิษย์ของข้าพัฒนา ดังนั้นจงอย่าได้ถือโทษข้าเลย สิ้นคำร่างเลือนรางก็สะบัดมืออย่างแผ่วเบา หยาดละอองวารีที่เล็กจนยากจะมองเห็นด้วยตาเปล่าปรากฏขึ้นบนอากาศ ก่อนจะแปรสภาพเป็นเข็มละอองวารีกวาดเข้าหาร่างของหมาป่าขนโลหิตอัคคี

                วูบ!! ร่างของหมาป่าขนโลหิตอัคคีหยุดนิ่งก่อนจะกลายเป็นไร้วิญญาณและล้มลงไปบนพื้น ร่างเลือนรางถอนหายใจออกมาเบาๆคราหนึ่งแล้วจึงเก็บเกี่ยวโลหิตอัคคีในกายของมันจากนั้นจึงหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

                 หลังจากซ่งไป่หลางใช้ยันต์หลบหนี ทันทีที่ร่างของเด็กหนุ่มปรากฏขึ้นที่โลกภายนอกสายตาของทุกคนต่างจ้องมองมายังจุดที่ซ่งไป่หลางยืนอยู่อย่างพร้อมเพรียง

                เผชิญหน้ากับสายตาของเหล่าผู้อาวุโสและบรรดาศิษย์จากนิกายทั้งสิบ ซ่งไป่หลางกลับไม่ได้รู้สึกกดดันนัก เทียบกันแล้วความกดดันที่ได้รับจากหมาป่าขนโลหิตเพลิงยังรุนแรงกว่าอย่างมหาศาล ราวกับขุนเขาและก้อนหินเล็กก้อนหนึ่ง

                อาจารย์ พลังกดดันนั้นเป็นของสัตว์ปีศาจระดับใดกัน ซ่งไป่หลางไม่สามารถข่มกลั้นความรู้สึกสงสัยได้จึงเอ่ยถามเซี่ยหยางภายในห้วงจิตใจ ทว่าเด็กหนุ่มกลับรู้สึกได้ว่าการเชื่อมต่อระหว่างตนและอาจารย์ขาดหายไป

                ฟุ่บ!! จิตวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ในร่างของซ่งไป่หลางสั่นไหวเล็กน้อย เด็กหนุ่มอุทานเบาๆด้วยความประหลาดใจเมื่อพบว่ามีอะไรบางอย่างถูกส่งเข้ามาภายในจิตวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ของตน

                มิต้องประหลาดใจ วิญญาณศักดิ์สิทธิ์นั้นมีความลึกล้ำอย่างยิ่ง ทั้งยังมีโลกขนาดเล็กอยู่ภายในของตนเอง นั่นคือเหตุผลที่อาจารย์สามารถดำรงอยู่ภายในวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ได้ อีกทั้งมันยังสามารถใช้เก็บสิ่งของได้จำนวนหนึ่ง เสียงของเซี่ยหยางดังขึ้นในห้วงความคิด

                อาจารย์ ท่านเก็บของสิ่งใดไว้ในวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์กัน?” ซ่งไป่หลางเอ่ยถาม

                เจ้าคงสงสัยว่าพลังที่เจ้าสัมผัสได้ก่อนหลบหนีออกจากมิติรวมนภาคือพลังของสิ่งมีชีวิตชนิดใดสินะ เซี่ยหยางหัวเราะ นั่นเป็นพลังของสัตว์ปีศาจระดับสี่ หมาป่าขนโลหิตเพลิง หากเจ้าหลบหนีออกมาช้ากว่านั้นสักเล็กน้อยเจ้าคงไม่อาจหลบหนีได้ตลอดกาล ความเร็วของมันมากกว่าหมาป่าขนโลหิตที่เจ้าสังหารไปเป็นร้อยเท่า

                สัตว์ปีศาจระดับสี่ ซ่งไป่หลางพลันรู้สึกตกตะลึงยากจะเอื้อนเอ่ย

                สิ่งที่ข้าเก็บไว้ในวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์นั้น เจ้าลองเพ่งสมาธิสำรวจในห้วงวิญญาณก็จะเห็นเอง

                ซ่งไป่หลางทำตามคำแนะนำของอาจารย์ หลับตาลงแล้วสำรวจห้วงจิตวิญญาณอย่างมุ่งมั่น

                ภายในห้วงจิตวิญญาณ ซ่งไป่หลางได้พบกับแก่นวิญญาณชิ้นหนึ่ง แม้จะเคยเห็นแก่นวิญญาณมามากมายทว่าต่อให้เป็นแก่นวิญญาณระดับสามที่ตนเก็บมาได้ก็ยังแลดูด้อยค่านักเมื่อเทียบกับแก่นวิญญาณที่อยู่ตรงหน้า ระดับความบริสุทธิ์และพลังของมันเหนือกว่าแก่นวิญญาณระดับสามอย่างเทียบไม่ติด

                ข้างๆกันนั้นคือหยดโลหิตสีแดงที่แผ่ความร้อนแผดเผาออกมาตลอดเวลา เพียงแค่อยู่ใกล้ๆก็สัมผัสได้ถึงความร้อนลวกจากพลังภายในของหยดโลหิตนั้น

                แก่นวิญญาณสัตว์ปีศาจระดับสี่ ซ่งไป่หลางอุทานอย่างแตกตื่น

                น่าเสียดายนัก ตัวเจ้าในตอนนี้ยังใช้ประโยชน์จากพวกมันไม่ได้ ทว่าขอเพียงพัฒนาจนถึงระดับขั้นเหนือมนุษย์เจ้าก็มีคุณสมบัติที่จะใช้โอสถเพลิงชำระจิตได้ อย่างไรก็ตามนอกจากโลหิตเพลิงแล้วยังคงต้องหาวัตถุดิบอีกหลายอย่าง อีกทั้งยังต้องหาผู้ปรุงโอสถที่ฝีมือดีมาช่วยทำการหลอมโอสถเพลิงชำระจิต ดังนั้นไม่จำเป็นต้องใจร้อนเกินไป เซี่ยหยางเอ่ยยิ้มๆ

                ไป่หลาง เสียงของผู้อาวุโสจางดังขึ้น บรรดาคนจากนิกายบัวสวรรค์ทั้งหมดต่างเร่งร้อนพากันมายืนจุดที่ซ่งไป่หลางอยู่ ควรทราบว่าเวลานี้ซ่งไป่หลางกลายเป็นจุดสนใจของคนทั้งหมดในการประลอง ดังนั้นผู้อาวุโสจางและรองเจ้านิกายจึงให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของซ่งไป่หลางเป็นอย่างมาก

                อาจารย์ ซ่งไป่หลางทักทายผู้อาวุโสจางก่อนจะพยักหน้าทักทายจูเหวินและฟ่งซุย เบื้องหลังของพวกเขายังมีกลุ่มศิษย์สายในทั้งห้าคน ในบรรดาคนเหล่านั้นยังมีซ่งเจียหลานยืนอยู่ด้วย นางมองดูซ่งไป่หลางด้วยความรู้สึกซับซ้อนอย่างยิ่ง ไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้นางคืออันดับหนึ่งในบรรดาคนรุ่นเยาว์ของตระกูลซ่งอย่างแท้จริง ทว่าซ่งไป่หลางผู้นี้อยู่ๆก็เปล่งประกายออกมา ไม่เพียงเป็นประกายแสงธรรมดาแต่กลับสว่างเจิดจ้าราวกับดวงอาทิตย์ พริบตาเดียวกลับขึ้นไปถึงจุดที่นางไม่อาจแม้แต่จะคิดฝันถึง

                ได้ยินซ่งไป่หลางเรียกขานว่าอาจารย์ ผู้อาวุโสจางพลันรู้สึกภาคภูมิใจอย่างไม่อาจหักห้าม ซ่งไป่หลางเองไม่ใช่คนเลวร้ายอันใด แม้ผู้อาวุโสจางจะไม่เคยสั่งสอนอันใดแก่ตนทว่าความหวังดีและการช่วยเหลือในหลายๆครั้งของผู้อาวุโสจางได้ทำให้ซ่งไป่หลางได้รับผลประโยชน์และรอดพ้นจากปัญหามาหลายครั้งหลายครา

ดูนั่น อู๋หลิวกับฉินจีออกมาแล้ว ฟ่งซุยอุทานขึ้นมา

อู๋หลิวและฉินจีสามารถอยู่ได้จนถึงตอนนี้ก็นับว่าเป็นประวัติศาสตร์ใหม่สำหรับนิกายบัวสวรรค์แล้วเช่นกัน อีกทั้งคะแนนของทั้งสองยังนับว่าดียิ่ง ถึงกับติดอยู่ในสิบอันดับแรกของการประลอง

หลังจากทั้งสองจากมาตัวตนของเหล่าอัจฉริยะของนิกายต่างๆก็เริ่มกลับออกมาเช่นกัน ซ่งไป่หลางพยักหน้าทักทายเยว่จิงด้วยรอยยิ้ม นางเองก็เผยรอยยิ้มสดใสออกมาเช่นกัน คะแนนของเยว่จิงถึงกับอยู่ในห้าอันดับแรกเลยทีเดียว

ในที่สุดจ้าวฮุยก็ถูกส่งออกมาเช่นกัน ดวงตาเย่อหยิ่งกวาดมองบุคคลโดยรอบก่อนจะแค่นเสียงแล้วทะยานร่างไปยืนรวมกลุ่มกับคนจากนิกายขุนเขาอัคคี

อัจฉริยะทั้งหมดกลับออกมาแล้วหลงเหลือเพียงสองคนที่ยังรั้งอยู่ในมิติรวมนภา นั่นคือหลินหลันเทียนและหลิวหลี่

ซ่งไป่หลางมองดูภาพของหลินหลันเทียนบนภาพฉายมิติ พลันรู้สึกหนาวเหน็บอย่างไม่อาจหักห้าม คนผู้นั้นถึงกับสามารถสังหารสัตว์ปีศาจระดับสามได้ถึงห้าตัว

คะแนนของหลินหลันเทียนอยู่ในอันดับหนึ่งอย่างแน่นอน ทั้งยังนำห่างไปหลายช่วงตัวยิ่ง

ส่วนหลิวหลี่แม้จะสามารถรับมือสัตว์ปีศาจระดับสามได้อยู่ชั่วครู่ทว่านางก็ไม่สามารถสังหารพวกมันได้ ในที่สุดจำต้องหลบหนีออกมาเพราะถูกล้อมด้วยสัตว์ปีศาจระดับสามจำนวนสี่ตัว

ในที่สุดหลินหลันเทียนก็กลับออกมาเช่นกัน ชายหนุ่มถอนหายใจด้วยความรู้สึกเสียดาย แม้ด้วยความสามารถของเขาจะยังสามารถอยู่ได้จนถึงวันที่หกทว่าด้วยสภาพที่ถูกห้อมล้อมด้วยสัตว์ปีศาจระดับสามจำนวนมากกว่าสิบตัว ต่อให้เอาตัวรอดได้ก็ยากจะเก็บเกี่ยวสิ่งใดได้อีก

อีกทั้งช่วงเวลาก่อนที่จะกลับออกมานั้น หลินหลันเทียนสัมผัสได้ถึงตัวตนของสัตว์ปีศาจระดับสามขั้นกลางและขั้นสูง เกรงว่าหากรอจนถูกพวกมันล้อมอยากจะหลบหนีออกมาก็คงไม่สามารถทำได้โดยง่ายแล้ว

รอบที่หนึ่งจบแล้ว รีบดูคะแนนเร็วเข้า ผู้อาวุโสของนิกายหนึ่งอุทานออกมาอย่างตื่นเต้น

อันดับหนึ่ง หลินหลันเทียน  นิกายหมื่นดารา 4500 คะแนน

เฮือก ทุกคนที่เห็นคะแนนของหลินหลันเทียนต่างสูดลมหายใจด้วยความหนาวเหน็บ นี่เป็นคะแนนที่สูงที่สุดตั้งแต่มีการประลองสิบนภามาอย่างแท้จริง

อันใดกัน สีหน้าของบรรดาอัจฉริยะของแต่ละนิกายต่างแปรเปลี่ยน แม้แต่หลินหลันเทียนยังแสดงความประหลาดใจออกมาเมื่อเห็นชื่อของอันดับสองบนตารางอันดับ

อันดับสอง ซ่งไป่หลาง นิกายบัวสวรรค์ 3200 คะแนน

ฮึ่ม จ้าวฮุยแค่นเสียงด้วยความรู้สึกขุ่นเคืองเมื่อเห็นชื่อของตนอยู่ถัดออกไป เช่นเดียวกับหลิวหลี่หญิงสาวจากนิกายหมื่นดารา นางจ้องมองตารางคะแนนก่อนจะกวาดสายตามองดูซ่งไป่หลางด้วยความตื่นตะลึง

อันดับสาม จ้าวฮุย นิกายขุนเขาอัคคี 2750 คะแนน

อันดับสี่ หลิวหลี่ นิกายหมื่นดารา 2670 คะแนน

อันดับห้า เยว่จิง นิกายหอกระบี่ 2480 คะแนน

อันดับหก ฟงเหยียน นิกายวายุ 2450 คะแนน

อันดับเจ็ด โยวหลัน นิกายยอดอัสนี 2400 คะแนน

อันดับแปด ฉินจี นิกายบัวสวรรค์ 2320 คะแนน

อันดับเก้า ลู่หาน นิกายหมื่นดารา 2250 คะแนน

อันดับสิบ อู๋หลิว นิกายบัวสวรรค์ 2200 คะแนน


---------------------------------------------------------------------------------------------

ใครอยากสนับสนุนหรืออ่านล่วงหน้าอ่านได้ที่นี่เลยน้าา ปัจจุบันอัพถึงตอน 38


https://www.kawebook.com/นิยาย/นิยาย-จีน-กำลังภายใน-เทพเซียน/God-of-Holy-Aqua-Martial-เทวยทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 445 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #18 ILOVEMRCHU (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 06:15
    รอๆๆๆๆ
    #18
    0