God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 28 : ตอนที่ 26 เผชิญหน้าจ้าวฮุย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,050
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 459 ครั้ง
    26 ต.ค. 62

                อันใดกัน มันมีพลังแค่ระดับสิบก่อกำเนิด เหตุใดจึงแข็งแกร่งขนาดนี้ คนของนิกายขุนเขาอัคคีสีหน้าแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรง คนของพวกมันที่ถูกทำร้ายจนต้องถอนตัวออกไปคือสองคนที่อ่อนแอที่สุดในบรรดาคนทั้งห้าที่เข้ามาร่วมการประลองครั้งนี้ ทว่าแม้จะเป็นสองคนที่อ่อนแอที่สุดก็ยังนับว่าแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับคนจากนิกายอื่นๆ

                เจ้าเด็กนี่อันตรายยิ่งกว่าจูเหวินเสียอีก หยูเสี่ยแค่นเสียง นางรู้ดีว่าต่อให้เป็นจูเหวินก็ไม่อาจจัดการกับศิษย์ของนิกายขุนเขาอัคคีสองคนในเวลาเดียวกันง่ายดายเช่นนี้

                ข้ารับมือเจ้าเด็กนี่เอง พวกเจ้ารีบจัดการจูเหวิน หานเซิ่นศิษย์อันดับสองของนิกายขุนเขาอัคคีเอ่ยออกมา พลังของมันอยู่ในระดับเดียวกับอัจฉริยะอันดับหนึ่งของหลายๆนิกาย ย่อมไม่อ่อนด้อยเช่นสองคนที่ถูกซ่งไป่หลางจัดการไป

                อย่าได้บังอาจแตะต้องศิษย์พี่ของข้า เสียงคำรามดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของอู๋หลิว แม้จะถูกจูเหวินส่งออกไปจากพื้นที่ต่อสู้ทว่าเกียรติยศและความเคารพที่มีต่อตัวจูเหวินทำให้อู๋หลิวเลือกที่จะเมินเฉยต่อคำสั่งของศิษย์พี่ของตน ถึงแม้จะต้องพ่ายแพ้ทว่ามันก็ไม่อาจทอดทิ้งจูเหวินไปได้

                ซ่งไป่หลางเลิกคิ้วเล็กน้อย เขามาทันเห็นตอนที่จูเหวินส่งอู๋หลิวหนีไป เดิมทีนึกว่าอีกฝ่ายจะรีบหลบหนีทว่ากลับตัดสินใจย้อนมาช่วยเหลือ คนประเภทนี้แม้จะบ้าบิ่นไปบ้างแต่กลับน่ายกย่องยิ่งกว่า ซ่งไป่หลางรู้สึกว่าตนเองประเมินอัจฉริยะของนิกายบัวสวรรค์ผิดไปไม่น้อย

                ซ่งไป่หลาง อู๋หลิว พวกเจ้าต้องรีบไป จูเหวินกล่าวอย่างเหนื่อยล้า

                ไร้สาระ ถึงข้าจะเคารพท่านและเชื่อในแผนของท่านแต่วันนี้ข้าจะไม่ยอมทิ้งท่านเอาไว้ อู๋หลิวกล่าวเสียงแข็ง

                เดิมทีข้าก็ไม่เชื่อฟังท่านอยู่แล้ว ครานี้ก็อย่าได้ถือสาเลย ซ่งไป่หลางเอ่ยเสียงเรียบ

                พวกเจ้า จูเหวินหมดคำจะกล่าว

                พวกเจ้าร่วมมือกันจัดการอู๋หลิวซะ เจ้าเด็กนี่ข้ารับมือเอง สีหน้าของหานเซิ่นไม่ดีนัก อู๋หลิวกับซ่งไป่หลางมีระดับความแข็งแกร่งที่ค่อนข้างพิเศษ หากให้สู้กันตัวต่อตัวมันย่อมมั่นใจว่าจะจัดการได้ แต่หากสองคนนี้ร่วมมือกันมันย่อมพ่ายแพ้อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามฝ่ายมันยังมีศิษย์นิกายขุนเขาอัคคีอีกสองคนที่ฝีมือรองจากมันไม่มากนักและยังมีอันดับหนึ่งของนิกายหุบเขามืดอยู่ด้วย สามคนร่วมมือกันเอาชนะอู๋หลิวย่อมไม่ยากเกินไป

                เมื่อเป็นเช่นนี้ก็เอาตามนั้น ข้าจะรับมือหนึ่งในพวกมันให้ พวกเจ้าน่าจะจัดการที่เหลือได้ จูเหวินฝืนร่างกายที่บาดเจ็บยืนหยัดเคียงข้างซ่งไป่หลางและอู๋หลิว

                สภาพร่างกายของท่านสู้ไม่ไหวหรอก ไปพักเถอะ อู๋หลิวส่ายหน้า

                หากข้าไม่ไหวข้าจะถอนตัวไปเอง ไม่ต้องห่วง จูเหวินเผยรอยยิ้มแม้สีหน้าจะซีดเซียวแต่กลับเต็มเปี่ยมด้วยความเชื่อมั่น

                เช่นนั้นข้าช่วยท่านสักหน่อย ซ่งไป่หลางชื่นชมคนทั้งสองอย่างมาก อู๋หลิวดูภายนอกเป็นอัจฉริยะที่หยิ่งยโสแท้จริงกลับให้ความเคารพจูเหวินอย่างมาก จูเหวินเองก็นับว่าเหมาะสมกับตำแหน่งศิษย์พี่ นอกจากไม่มีความรู้สึกอิจฉาริษยาในตัวอัจฉริยะรุ่นใหม่ยังเต็มไปด้วยความรู้สึกรับผิดชอบและมีจิตวิญญาณของผู้ปกป้องอย่างเต็มเปี่ยม หากจูเหวินตายไปเขาคงรู้สึกแย่ไม่น้อย

                ไป่หลาง ข้ารู้ว่าเจ้ามีความผูกพันกับฉินจี ตอนนี้นางถูกตามล่าโดยจ้าวฮุย ศิษย์อันดับหนึ่งของนิกายขุนเขาอัคคี เจ้าต้องรีบไปช่วยนางเสียก่อน ไม่เช่นนั้นนางคงต้องถอนตัวจากการประลองรอบแรก จูเหวินกระซิบบอกซ่งไป่หลาง

                สีหน้าของเด็กหนุ่มมืดครึ้มลงรู้แล้ว เช่นนั้นข้าจะรีบจัดการกับคนเหล่านี้แล้วจะรีบตามไปช่วยศิษย์พี่ฉิน

                รีบจัดการพวกเรา จะโอหังเกินไปหน่อยแล้วกระมัง หานเซิ่นแค่นเสียงก่อนจะพุ่งเข้าหาซ่งไป่หลาง ธาตุของหานเซิ่นก็คือธาตุอัคคีเช่นกัน วิชาส่วนมากของนิกายขุนเขาอัคคีย่อมเหมาะกับผู้มีพลังธาตุอัคคี และพลังของวิชาก็นับว่าร้ายกาจเป็นอย่างมาก วิชาของหานเซิ่นเป็นวิชาระดับสูงและฝึกฝนจนชำนาญทั้งหมด หากเป็นอัจฉริยะทั่วไปของนิกายอื่นย่อมไม่อาจต้านทานเขาได้

                ทว่าซ่งไป่หลางนั้นแตกต่างอย่างสิ้นเชิง วิชาที่ซ่งไป่หลางใช้ไม่ใช่วิชาระดับกลางหรือแม้แต่ระดับสูง ทว่าเป็นวิชาระดับสวรรค์!!

                เคล็ดกายาบัวพิสุทธิ์

                ร่างของซ่งไป่หลางอาบไปด้วยแสงสีขาว เผชิญหน้ากับเปลวเพลิงอันร้อนแรงของหานเซิ่นกลับไม่ได้รับความเสียหายแม้แต่น้อย การจัดการกับยอดฝีมือระดับหานเซิ่นวิชาฝ่ามือบัวสวรรค์ที่เชื่องช้านั้นยากที่จะโจมตี ดังนั้นซ่งไป่หลางจึงเลือกโจมตีด้วยร่างกายและกระบวนท่าแทน

                การเผชิญหน้ากับยอดฝีมือผู้มีพลังธาตุไฟในระยะประชิดนั้นเป็นเรื่องค่อนข้างโง่เขลา ทว่าเมื่อหานเซิ่นพบว่าเปลวเพลิงของตนไม่อาจทำอันตรายแก่ซ่งไป่หลางได้ความรู้สึกของเขาก็เริ่มมืดมนลง ความแข็งแกร่งของซ่งไป่หลางนั้นเป็นปริศนามากเกินไป

                กริชสองเล่มปรากฏขึ้นบนมือของหานเซิ่น เมื่อหมุนควงก็แปรเปลี่ยนเป็นคมเขี้ยวอัคคีที่พร้อมจะทะลวงทุกสิ่ง

                เคล็ดกริชอสรพิษเพลิง

                ไม่แม้แต่จะหลบหลีก ซ่งไป่หลางตระหนักได้ว่ายอดฝีมือระดับหานเซิ่นยากจะเอาชนะ หากต้องการทำให้อีกฝ่ายพลาดและบาดเจ็บสาหัสเขาจะต้องชิงจังหวะและจู่โจมอย่างคาดไม่ถึง

                ฉัวะ!! กริชของหานเซิ่นปักลงบนร่างของซ่งไป่หลางพร้อมกับส่งเปลวเพลิงครอบคลุมไปทั่วร่างของเด็กหนุ่ม หานเซิ่นเผยรอยยิ้มโหดเหี้ยม ไม่นึกว่าซ่งไป่หลางแท้จริงจะกระจอกถึงเพียงนี้

                ทว่าวินาทีถัดมารอยยิ้มบนใบหน้าหานเซิ่นก็สลายหายไปจนหมด ร่างที่ถูกเปลวไฟปกคลุมพลันยกมือขึ้นบีบคว้าคอของหานเซิ่นเอาไว้ เปลวไฟสลายไปอย่างรวดเร็วเผยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเยือกเย็นจนน่าขนลุกของซ่งไป่หลาง

                เป็นไปไม่ได้ ถูกเปลวเพลิงของข้าในระยะประชิดแบบนี้ ไม่มีทาง

                ซ่งไป่หลางเผยยิ้มเย็นเยียบ หากเป็นคนทั่วไปคงไม่รอดจากเปลวไฟของหานเซิ่น ทว่าร่างกายของซ่งไป่หลางแฝงด้วยรากฐานศักดิ์สิทธิ์ ทั้งยังมีวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์อยู่กับตัว หากตั้งใจปกป้องตนเองจากเปลวไฟจริงๆก็ยากที่จะได้รับบาดเจ็บ

                ไสหัวไปซะ ซ่งไป่หลางฟาดร่างของหานเซิ่นลงบนพื้นอย่างรุนแรง หานเซิ่นกระอักเลือดออกมาคำหนึ่งและไม่ทันที่จะได้ตั้งตัวก็พบว่าหมัดอันทรงพลังของซ่งไป่หลางกำลังชกลงมาบนตัวเขาอย่างรวดเร็ว สีหน้าของหานเซิ่นขาวซีดรับรู้ได้ว่าหมัดนี้จะต้องทำให้ตนบาดเจ็บไม่น้อยเป็นแน่

                หยุดมือเดี๋ยวนี้!!” เสียงคำรามอันทรงพลังดังขึ้นจากด้านหลัง เมื่อได้ยินเสียงนั้นสีหน้าของหานเซิ่นแปรเปลี่ยนเป็นยินดี คิดว่าตนคงรอดพ้นจากการบาดเจ็บเป็นแน่ ทว่าซ่งไป่หลางกลับทำท่าคล้ายไม่ได้ยิน หมัดชกลงด้วยความเร็วที่มากกว่าเดิมอีกระดับหนึ่ง

                เปรี้ยง!! “อ่อก หานเซิ่นรู้สึกว่าอวัยวะภายในของตนเคลื่อนผิดตำแหน่ง จุดชีพจรลมปราณได้รับความเสียหาย อีกทั้งหมัดนี้ยังส่งพลังลมปราณแฝงเข้ามาในร่างทำให้เลือดลมปั่นป่วนยากจะเยียวยาในเวลาอันสั้น

                ข้าบอกให้ไป ซ่งไป่หลางเอ่ยพร้อมกับง้างเตรียมชกออกเป็นคำรบสอง

                ข้าบอกให้เจ้าหยุด!!” เสียงคำรามดังขึ้นอีกครั้ง ครานี้เสียงใกล้เข้ามาอีกหลายขั้นทั้งยังแฝงด้วยพลังกดดันจนแม้แต่หยูเสี่ยจากนิกายหุบเขามืดยังรู้สึกเข่าอ่อน อู๋หลิวและจูเหวินเต็มไปด้วยความรู้สึกกดดัน แม้แต่คนของนิกายขุนเขาอัคคีก็ยังไม่กล้าขยับ

                ทว่ามีเพียงคนเดียวที่ยังคงไม่หยุดเคลื่อนไหว

                เปรี้ยง!! หมัดที่สองของซ่งไป่หลางชกลงบนพื้นที่ว่างเปล่า นั่นเพราะหานเซิ่นตัดสินใจใช้ยันต์ช่วยชีวิตหลบหนีไปจากมิติรวมนภาเสียก่อน มันมองเห็นแล้วว่าดวงตาของซ่งไป่หลางไม่มีความลังเลเลยแม้แต่น้อย แม้จะอยู่เบื้องหน้าการคุกคามและกดดันของจ้าวฮุยก็ตาม

                ซ่งไป่หลางหันหลันมองไปยังเจ้าของเสียงด้วยสีหน้าเรียบเฉยเย็นชา เบื้องหน้าของเด็กหนุ่มก็คือจ้าวฮุยที่มีสีหน้ามืดดำ ความโกรธฉายชัดอยู่บนใบหน้า พลังปราณอันร้อนแรงและดุร้ายคุกรุ่นไปทั่วบริเวณ

                เจ้าได้เลือกหนทางแห่งความพังพินาศให้กับตนเองแล้ว กล้าขัดขืนข้าจ้าวฮุยผู้นี้ ข้าจะทำให้เจ้าได้รู้ว่านรกมีจริง

                ซ่งไป่หลางแค่นเสียง ไร้สาระ ตอนที่ศิษย์พี่ของข้าบอกให้เจ้าหยุด เจ้าหยุดหรือเปล่าละ ถ้าไม่ก็อย่าได้มาตำหนิข้า

                มองดูแล้วฉินจีคงสามารถหลบหนีจากจ้าวฮุยได้สำเร็จ หรือไม่ก็เพราะนางยอมใช้ยันต์ช่วยชีวิตถอนตัวออกไป ซ่งไป่หลางไม่อาจทราบได้ ทว่าจ้าวฮุยที่อยู่ตรงหน้าทำให้ซ่งไป่หลางไม่กล้าประมาท ความรู้สึกกดดันที่จ้าวฮุยมอบให้กับเขามันไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเลย

                ระวังให้ดีเจ้าหนู เจ้าบ้าพลังนี่แข็งแกร่งกว่าคนที่เจ้าเพิ่งเอาชนะไปมาก ไม่แน่มันอาจมีพลังทัดเทียมกับจุดสูงสุดของระดับเที่ยงแท้เลยก็เป็นได้ เซี่ยหยางเอ่ยเตือนอย่างจริงจัง

                จุดสูงสุดของระดับเที่ยงแท้ ซ่งไป่หลางรู้สึกถึงความแข็งแกร่งของจ้าวฮุยได้อย่างชัดเจน

                “ฮึ่ม ในตอนแรกการลงมือของเจ้าทำให้คนของนิกายข้าต้องบาดเจ็บจนหลบหนีออกไปจากมิติรวมนภา นั่นทำให้ข้าจำต้องถอนตัวจากการไล่ล่าหญิงสาวผู้นั้นเพื่อกลับมาที่นี่ ไม่นึกเลวว่าเจ้าจะถึงกับสามารถบีบบังคับให้หานเซิ่นต้องหลบหนีไปอีกคนหนึ่ง จ้าวฮุยแค่นเสียง ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อยมองดูซ่งไป่หลางอย่างละเอียด

                พลังของเจ้าด้อยกว่าศิษย์ร่วมนิกายข้าแน่นอน แต่ดูเหมือนเจ้าจะมีเคล็ดวิชาระดับที่สูงจนน่าตกใจ อีกทั้งยังมีพลังลมปราณและร่างกายที่แข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปหลายขั้นทำให้ชดเชยความต่างของระดับพลังได้ นอกจากนั้นเจ้าคงมีสมบัติวิเศษที่ทำให้การโจมตีด้วยธาตุไฟส่งผลต่อเจ้าไม่มากนัก ดังนั้นหานเซิ่นจึงพ่ายแพ้ต่อเจ้า

                ซ่งไป่หลางมองอีกฝ่ายด้วยความประหลาดใจ จากที่เขาคาดเอาไว้นิสัยของจ้าวฮุยน่าจะเป็นประเภทเย่อหยิ่งทระนงตน ชื่นชอบการต่อสู้อย่างบ้าคลั่งและไม่ใส่ใจคนที่อ่อนแอกว่า แต่ดูเหมือนเขาจะคิดผิด จ้าวฮุยผู้นี้มีความสามารถในการสังเกตและวิเคราะห์ที่ไม่เลวเลยทีเดียว

                ต่อให้เจ้ามีสมบัติวิเศษ แต่เมื่อเจ้าทำให้ข้าไม่พอใจสมบัติวิเศษก็ช่วยชีวิตเจ้าไม่ได้

                พลังของจ้าวฮุยถูกเร่งเร้าขึ้นในฉับพลัน ร่างของมันเคลื่อนไหวรวดเร็ว ในสายตาของซ่งไป่หลางอีกฝ่ายคล้ายเป็นเงาสีแดงเลือนรางยากจะจับต้องได้

                เคล็ดม่านบัวสวรรค์!!

                เปรี้ยง! เสียงปะทะอันหนักหน่วงดังขึ้นจากนั้นจึงตามมาด้วยแรงปะทะอันเกรี้ยวกราดที่ผลักให้ร่างของซ่งไป่หลางปลิวกระเด็นไปหลายจั้ง ดวงตาของจ้าวฮุยฉายแววประหลาดใจมองไปยังซ่งไป่หลางที่ดูจะไม่ได้รับบาดเจ็บเท่าที่ควร

                โอหังเสียจริง เจ้าจงใจรับการโจมตีของข้าเพื่อประเมินพลังของข้าสินะ

                ซ่งไป่หลางไม่ตอบโต้ พลังของจ้าวฮุยนั้นสมแล้วที่เป็นอันดับต้นๆของการประลอง ลำพังการโจมตีเมื่อครู่ซึ่งดูจะเป็นการลงมืออย่างเรียบง่ายแต่กลับทำให้ซ่งไป่หลางต้องทุ่มเทพลังสร้างม่านบัวสวรรค์ซ้อนกันถึงสามชั้นเพื่อป้องกันตัว มิหนำซ้ำยังไม่สามารถป้องกันเอาไว้ได้หมดยังคงหลงเหลือพลังทำลายล้างโจมตีเข้าใส่ร่างกายของซ่งไป่หลางได้ นี่คือความต่างชั้นระหว่างพลังระดับสิบก่อกำเนิดและพลังระดับสี่เที่ยงแท้ของผู้ที่อยู่ในระดับอัจฉริยะ

                ช่างน่าสนใจนัก หากให้เวลาเจ้าอีกสักหน่อยเจ้าคงสามารถเป็นคู่มือของข้าได้ แต่สำหรับตอนนี้เจ้ายังไม่มีคุณสมบัติที่จะยืนต่อหน้าข้า จงสำนึกเสียใจเสียเถอะที่บังอาจมายั่วโทสะข้า

                เฮอะ ซ่งไป่หลางแค่นเสียง เป็นเพราะเจ้ากล้าลงมือกับสหายของข้า จริงอยู่เวลานี้ข้าไม่อาจเอาชนะ แต่เจ้าก็ไม่มีทางชนะข้าได้เช่นกัน

                อย่าได้ประเมินตัวเองสูงเกินไปนัก จ้าวฮุยหัวเราะเย็นชาก่อนจะพุ่งร่างเข้าหาซ่งไป่หลางอีกครั้ง

                เคล็ดวิชาปีศาจอัคคี กรงเล็บมารอัคคี

                มองดูการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วของฝ่ายตรงข้ามซ่งไป่หลางก็เผยรอยยิ้มออกมาก่อนจะเริ่มเคลื่อนไหวเช่นกัน

                ท่าเท้าแปดบัวดารา

                ราวกับภาพลวงตา ร่างของซ่งไป่หลางพุ่งทะยานแยกย้ายไปคนละทิศทางอย่างรวดเร็ว เพียงพริบตาเดียวก็กลายเป็นเงาร่างลวงตาแปดร่างเคลื่อนไหวแยกย้ายกันไป จ้าวฮุยแค่นเสียงไม่ใส่ใจกับภาพมายาเพียงระเบิดพลังออกมาอย่างรุนแรงร่างมายาของซ่งไป่หลางก็สลายหายไปทั้งหมด

                ตาย

                เคล็ดวิชาปีศาจอัคคี แส้เพลิงสะบั้นเศียร

                เปลวเพลิงก่อตัวหลอมรวมเป็นรูปลักษณ์ของแส้ฟาดผ่าอากาศเข้าหาศีรษะของซ่งไป่หลาง การโจมตีนี้ทั้งเด็ดขาด รุนแรงและโหดเหี้ยมอำมหิตอย่างยิ่ง หากเปลี่ยนเป็นศิษย์ของนิกายอื่นไม่แน่ว่าอาจถูกสะบั้นศีรษะตัดชีวิตภายใต้การโจมตีนี้อย่างง่ายดาย

                เพียะ!! แส้เพลิงฟาดลงบนอากาศธาตุที่ว่างเปล่า จ้าวฮุยมีสีหน้าประหลาดใจก่อนจะคำรามออกมาด้วยความเกรี้ยวกราด เจ้าคนปลิ้นปล้อน

                ดวงตาของจ้าวฮุยกวาดมองไปยังอีกทิศทางหนึ่ง มองเห็นอากาศสั่นกระเพื่อมก่อนที่ร่างเลือนรางของซ่งไป่หลางจะปรากฏออกมา เพียงพริบตาเดียวซ่งไป่หลางก็ทิ้งระยะห่างจากจ้าวฮุยได้ไกลหลายร้อยจั้งแล้ว

                เป็นไปได้ยังไง ซ่งไป่หลางใช้วิธีไหนจึงได้หายตัวไปจากสายตาของจ้าวฮุย นอกจากนั้นเขายังจงใจปล่อยให้ร่างเงาจากท่าเท้าสลายหายไปเพราะการโจมตีของจ้าวฮุยและเหลือไว้เพียงร่างเงาเดียว เขาคาดทั้งหมดเอาไว้แล้วหรือ เหล่าผู้ชมต่างรู้สึกทึ่งกับการเคลื่อนไหวของซ่งไป่หลาง

                “เป็นท่าเท้าที่ร้ายกาจนัก เมื่อใช้ผสานกับวิชาพรางกายลึกลับบางอย่างเขาถึงกับหลอกจ้าวฮุยชิงจังหวะหลบหนีไปปได้ แม้แต่ผู้อาวุโสลู่จากนิกายหมื่นดารายังอดไม่ได้ที่จะเอ่ยชื่นชมซ่งไป่หลาง

                ขณะเดียวกันทางด้านของนิกายหุบเขาอัคคีจ้องมองไปยังภาพของซ่งไป่หลางด้วยสายตาเย็นเยียบ มุมปากปรากฏรอยยิ้มเหี้ยม เจ้าหนูนั่นกล้ามากที่ทำให้ศิษย์ของนิกายข้าต้องพลาดการเก็บคะแนนในรอบแรก ทำให้ได้คะแนนน้อยกว่าที่ควรจะได้หลายเท่านัก ตอนนี้เจ้าอาจจะหนีจ้าวฮุยพ้นแต่ในรอบสามที่เป็นการประลองนั้นเจ้าหนีไม่พ้นแน่นอน

                การประลองรอบแรกจำกัดระยะเวลาอยู่ที่เจ็ดวัน อย่างไรก็ตามนี่เพิ่งวันที่สามกลับมีคนจำนวนมากพลาดท่าตกรอบไป ส่วนใหญ่ตกรอบถอนตัวเนื่องจากการปะทะระหว่างนิกาย ทว่ามีบางส่วนที่พลาดท่าเพราะเผชิญหน้ากับสัตว์ปีศาจที่แข็งแกร่งเกินไป เดิมทีรองเจ้านิกายหุบเขามืดตั้งความหวังว่าสมาชิกของนิกายจะต้องอยู่ได้ถึงวันที่ห้าเป็นอย่างน้อย และหลังจากนั้นจำนวนอาจจะลดลงไปตามความยากที่เพิ่มขึ้น แต่อยู่ๆศิษย์ของนิกายหุบเขาอัคคีก็ตกรอบพร้อมกันถึงสามคนด้วยการลงมือของคนเพียงคนเดียว

                ยังดีที่เจ้าหนูนี่แสดงความโดดเด่นออกมาได้สักพักแล้ว ดังนั้นแม้คนของเราพ่ายแพ้เพราะมันก็ยังไม่นับว่าน่าขายหน้าเท่าใดนัก อัจฉริยะเช่นนี้นับว่าหายากและอันตรายอย่างยิ่ง เห็นทีต้องรีบกำจัด จิตสังหารและเจตนามุ่งร้ายปรากฏขึ้นในใจของรองเจ้านิกายหุบเขาอัคคี

                ภายในมิติรวมนภา หลังจากเห็นซ่งไป่หลางสามารถหลบหนีจากจ้าวฮุยได้อู๋หลิวก็เลิกต่อสู้กับคนของนิกายหุบเขาอัคคีและรีบทะยานร่างหนีจากไปอีกทางหนึ่ง ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้วหน้าที่ของเขาคือการอยู่รอดและเก็บคะแนนเอาไว้ให้มากที่สุด

                จ้าวฮุยไม่ได้ใส่ใจอู๋หลิว เพียงแค่นเสียงอย่างไม่สบอารมณ์เพราะทราบดีว่าตนไม่สามารถไล่ตามจับซ่งไป่หลางได้ทัน  ต่อให้ดันทุรังฝืนไล่ตามไปแต่ตราบใดที่ยังไม่สามารถมองออกถึงกลวิธีในการหลบหนีของอีกฝ่ายเขาก็ไม่มีทางจับซ่งไป่หลางได้เด็ดขาด

                ช่างเถอะ ครานี้เจ้ารอดไปได้แต่เมื่อถึงรอบประลอง อย่าหวังว่าจะรอดเช่นนี้อีก ดวงตาของจ้าวฮุยเปล่งประกายอำมหิต

                ซ่งไป่หลางหลบหนีอย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดพัก ในที่สุดก็สามารถหนีออกมาได้ไกลเกินสิบลี้และพบว่าอีกฝ่ายถอดใจที่จะไล่ล่า ดังนั้นจึงเลิกหลบหนีและหยุดพักในที่สุด

                ขอบคุณอาจารย์ หากไม่ใช่เพราะวิชาลวงตาของท่านจ้าวฮุยคงจับข้าได้โดยง่าย ซ่งไป่หลางถอนหายใจ

                เซี่ยหยางหัวเราะ ก็แค่กลเล็กน้อย อาศัยพลังของวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์เพียงหนึ่งหยดก็สามารถพรางเจ้าจากสายตาอีกฝ่ายได้แล้ว อย่างไรก็ตามเจ้าคงรู้แล้วสินะว่าอัจฉริยะของแท้นั้นแตกต่างกับพวกที่เจ้าจัดการได้อย่างสิ้นเชิง บางทีนังหนูเยว่จิงคนนั้นก็อาจจะมีคุณสมบัติระดับเดียวกับจ้าวฮุยเพียงแต่เพราะนางอายุน้อยกว่าจึงยังมีพลังน้อยกว่าขั้นหนึ่ง ตัวเจ้าในเวลานี้อาจจะเป็นคนที่โดดเด่นในการประลองแต่หากจะคว้าอันดับแรกๆมาได้เจ้ายังต้องพัฒนาให้มากขึ้นกว่านี้ก่อน

                ข้าเข้าใจดีแล้ว ท่านอาจารย์ ซ่งไป่หลางพลันนึกไปถึงหลินหลันเทียน ในเวลานั้นเพียงแค่มองดูเขาก็ประเมินได้แล้วว่าหลินหลันเทียนแข็งแกร่งเพียงใด ต่อให้เป็นจ้าวฮุยก็ยังไม่ใช่คู่มือของคนผู้นั้น หากต้องการอันดับหนึ่งในการประลองเขาไม่เพียงต้องเอาชนะจ้าวฮุยแต่ต้องเอาชนะแม้กระทั่งหลินหลันเทียนด้วย

                ตอนนี้ก็นับได้ว่าเป็นโอกาสดีแล้ว รีบดูดซับพลังของชิ้นส่วนวิญญาณอสูรวารีเสียก่อนเถอะ ซ่งไป่หลางพยักหน้าให้กับคำแนะนำของอาจารย์

                มีเพียงแค่หนทางเดียวที่จะสามารถเป็นผู้ชนะและคว้าชัยในการประลองครั้งนี้นั่นก็คือทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นจนไม่พ่ายแพ้ต่อผู้ใด

                รอก่อนเถอะจ้าวฮุย ครั้งหน้าข้าจะไม่หนีอีกแล้ว ดวงตาของซ่งไป่หลางทอประกายมุ่งมั่น


---------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ใครอยากสนับสนุนหรืออ่านล่วงหน้าอ่านได้ที่นี่เลยน้าา


https://www.kawebook.com/นิยาย/นิยาย-จีน-กำลังภายใน-เทพเซียน/God-of-Holy-Aqua-Martial-เทวยทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 459 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #112 yukai (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 08:18

    ขอบคุณ
    #112
    0
  2. #37 powersem (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2562 / 14:48
    ท่าเท้าแปดบัวดารา ชื่อดี
    #37
    0
  3. #21 Aemy (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 14:46

    สนับสนุรแน่นอน สนุกขนาดนี้

    #21
    0
  4. #16 ILOVEMRCHU (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 06:59
    รอๆๆๆๆ
    #16
    0