God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 29 : ตอนที่ 27 สัมผัสพลังธาตุวารี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,248
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 434 ครั้ง
    27 ต.ค. 62

                “เข้าวันที่ห้าแล้ว จำนวนคนในการประลองรอบแรกเหลืออยู่น้อยเต็มที ภายนอกของการประลองในมิติรวมนภา ผู้อาวุโสคนหนึ่งทอดถอนใจออกมาเบาๆ ศิษย์นิกายของเขาทั้งห้าคนล้วนตกรอบตั้งแต่วันที่สามจากการปะทะกับคนของนิกายยอดอัสนี ภายใต้การลงมือของวิหคอัสนีโยวหลันศิษย์อันดับหนึ่งเขาสามารถจัดการศิษย์ของนิกายระดับต่ำกว่าได้สามคนในเวลาสั้นๆ ในขณะที่อีกสองคนที่เหลือถูกจัดการโดยศิษย์อันดับสองของนิกายยอดอัสนี

                ยังดีที่นอกจากนิกายของเขาแล้วยังมีอีกหลายนิกายที่พลาดท่าและต้องหลบหนีออกมาจนหมดเช่นกัน นิกายหุบเขามืดนับว่าน่าสงสารที่สุดสี่ในห้าถูกส่งออกมาโดยไม่มีคะแนนแม้สักแต้มเดียว ส่วนคนสุดท้ายคือหยูเสี่ยแม้จะได้รับการช่วยเหลือจากนิกายขุนเขาอัคคีแต่ก็ได้รับคะแนนมาเล็กน้อยไม่สามารถชดเชยความสูญเสียที่เกิดขึ้นได้

                ยังมีเพียงบางนิกายที่มีศิษย์หลงเหลืออยู่ในการประลอง ส่วนมากล้วนเป็นยอดฝีมืออัจฉริยะที่น่าจับตตามองของแต่ละนิกาย ทว่าที่น่าแปลกใจคือการที่นิกายระดับกลางๆอย่างนิกายบัวสวรรค์กลับยังมีคนเหลือรอดถึงสามคน เป็นรองเพียงนิกายหมื่นดาราที่เหลืออยู่สี่คนเท่านั้น

                ด้านของนิกายหมื่นดารา หลินหลันเทียนถอนหายใจออกมาก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงจนใจ พวกเจ้าแน่ใจแล้วรึ อย่างไรข้าก็มั่นใจว่าจะสามารถช่วยพวกเจ้าให้อยู่พ้นวันที่ห้าไปได้

                เบื้องหน้าของหลินหลันเทียนคือศิษย์อันดับสามและสี่ของนิกายหมื่นดารา ทั้งสองคนหันมามองหน้ากันก่อนจะยิ้มออกมาเช่นกัน ศิษย์พี่หลิน พวกเราสองคนตัดสินใจดีแล้ว จริงอยู่ด้วยพลังของท่านการปกป้องพวกเราไม่ใช่เรื่องยาก แต่พวกเราสองคนก็ไม่ต้องการเป็นภาระของถ่วงรั้งท่านไว้เช่นกัน แม้แต่ศิษย์น้องหลิวเองก็ขอแยกตัวออกไปก่อนแล้ว

                เอาเถอะ แล้วแต่พวกเจ้า ยังไงก็ตามให้ระวังการเผชิญหน้ากับอัจฉริยะอันดับหนึ่งของแต่ละนิกาย โดยเฉพาะจ้าวฮุย คนผู้นั้นไม่ธรรมดาคงมีแค่ศิษย์น้องหลิวที่สามารถรับมือได้ หลินหลันเทียนเอ่ยเตือน

                เช่นนั้นพวกเราขอลาก่อน พบกันในรอบถัดไป ทั้งสองคนเอ่ยลาก่อนจะแยกทางออกจากหลินหลันเทียน

                เมื่อไม่มีศิษย์น้องทั้งสองอยู่รอบข้าง หลินหลันเทียนส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนจะเริ่มเคลื่อนไหว ทว่าการแคลื่อนไหวของเขาในเวลานี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ความเร็วที่เคยถูกควบคุมเพื่อให้สามารถรักษาระยะกับเพื่อนร่วมทางได้ถูกปลดปล่อยออกมา ร่างของหลินหลันเทียนพริ้วไหวดุจสายลมรวดเร็วดุจสายฟ้า พริบตาเดียวก็ก้าวเข้าสู่ขอบเขตที่ลึกและอันตรายยิ่งกว่าของมิติรวมนภา

                สมแล้วที่เป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งของนิกายหมื่นดารา หากไม่ใช่เพราะต้องคอยระวังคุ้มกันให้กับศิษย์น้องสองคนของเขา เกรงว่าคะแนนของเขาคงมากกว่านี้หลายเท่า เหล่าผู้อาวุโสของแต่ละนิกายต่างอุทานออกมา ความสามารถของหลินหลันเทียนนั้นสูงส่งยิ่งนัก เกรงว่าเขาอาจจะอยู่ในระดับชั้นเดียวกับผู้อาวุโสหรือแม้แต่รองเจ้านิกายหลายๆคนแล้ว

                นิกายหมื่นดาราแยกออกจากกันแล้ว เกรงว่าภายในวันนี้นอกจากหลินหลันเทียนและหลิวหลี่อีกสองคนที่เหลือน่าจะอยู่ได้มากสุดก็วันนี้ ที่น่าประหลาดก็คือนิกายบัวสวรรค์ อู๋หลิวนั้นถูกจับตามองว่าจะกลายเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งคนสำคัญย่อมไม่ประหลาดที่เขามาถึงจุดนี้ ฉินจีนอกจากจะเอาตัวรอดจากจ้าวฮุยได้นางยังแสดงออกถึงความสามารถที่โดดเด่นไม่น้อยไปกว่าเซียนกระบี่น้อยเยว่จิงและเอาตัวรอดได้ยาวนาน คนสุดท้ายซ่งไป่หลางยิ่งโดดเด่นที่สุด ระดับของเขาต่ำเตี้ยแต่กลับแสดงศักยภาพที่น่าตกตะลึง เกรงว่าอีกไม่นานเขาอาจก้าวไปถึงระดับเดียวกับหลินหลันเทียนได้

                เอ่ยถึงซ่งไป่หลาง เด็กคนนั้นใช้เวลาหนึ่งวันในการดูดซับพลังของชิ้นส่วนวิญญาณอสูรวารี และอีกหนึ่งวันสำหรับซึมซับไข่มุกวารี ด้วยของวิเศษทั้งสองอย่างนี้เขาจะต้องพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดดแน่นอน

                ภาพของซ่งไป่หลางแสดงให้เห็นเด็กหนุ่มที่กำลังนั่งขัดสมาธิหลับตาอยู่บริเวณอาณาเขตของน้ำตกสวรรค์ แรงกดดันของน้ำตกสวรรค์ผลักดันไม่ให้สัตว์ปีศาจกล้าเข้ามาใกล้ ทว่าเมื่อผ่านไปถึงวันที่ห้าสัตว์ปีศาจที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นก็เริ่มปรากฏตัวออกมา มีสัตว์ปีศาจระดับสองขั้นสูงสุดหลายตัวที่ค้นพบการคงอยู่ของเขาและกำลังวนเวียนอยู่ใกล้ๆ คล้ายพิจารณาถึงตัวตนของเขา

                เห็นภาพนั้นรองเจ้านิกายบัวสวรรค์และผู้อาวุโสจางต่างเผยสีหน้าวิตกกังวล หากสัตว์ปีศาจเหล่านี้ตัดสินใจเข้าจู่โจมในสภาวะที่ซ่งไป่หลางกำลังซึมซับไข่มุกวารี เกรงว่าเด็กหนุ่มจะต้องประสบกับปัญหาใหญ่แล้ว

                ในที่สุดสัตว์ปีศาจตัวหนึ่งก็เริ่มเคลื่อนไหว มันคือปักษาสีชาดสัตว์ปีศาจระดับสองขั้นสูงสุด พลังของมันด้อยกว่าอสูรวารีเฝ้าสมบัติเล็กน้อย แต่เพราะมันรู้ได้ว่าอสูรวารีสูญเสียพลังไปมากมันจึงไม่เกรงใจตัวตนของอสูรวารีอีก ถึงกับกล้าเข้ามาในอาณาเขตน้ำตกสวรรค์

                ปักษาสีชาดบินเข้ามาใกล้จุดที่ซ่งไป่หลางนั่งขัดสมาธิอยู่ การบินของมันรวดเร็วแต่เงียบเชียบ พุ่งตรงหมายจะใช้กรงเล็บเจาะทะลวงร่างของซ่งไป่หลางที่กำลังนั่งหลับตาอยู่

                ฉับพลันนั้นร่างหนึ่งปรากฏขึ้นจากด้านหลังของเด็กหนุ่ม มือขาวนวลกวาดออกอย่างแช่มช้าถ่ายทอดพลังธาตุวายุออกเบื้องหน้า ม่านสายลมรูปร่างคล้ายดอกบัวปรากฏขึ้นขัดขวางเบื้องหน้าของปักษาสีชาดเอาไว้ สัตว์ปีศาจกรีดร้องด้วยความโกรธไม่ใส่ใจการป้องกันของมนุษย์ที่ปรากฏตัวขึ้นมา มันอ้าปากออกปลดปล่อยคลื่นอัสนีสีแดงชาดยิงเข้าใส่ร่างบอบบางของหญิงสาวอย่างเกรี้ยวกราด

                ม่านวายุรูปดอกบัวหมุนวนเป็นวงกลมชักนำให้สายอัสนีเคลื่อนไหวไปตามทิศทางก่อนจะพุ่งไปยังอากาศธาตุที่ว่างเปล่า ไม่ปล่อยให้ถูกโจมตีฝ่ายเดียวหญิงสาววาดมือออกอีกครั้งชี้ดัชนีไปที่ร่างของปักษาสีชาดแปลวเพลิงสายหนึ่งก็พวยพุ่งออกมา

                ปักษาสีชาดกู่ร้องก่อนจะบินหลบหลีกเส้นสายดัชนีเพลิงนั้น ทว่าพริบตาเปลวเพลิงก็แปรเปลี่ยนทิศทางไล่ตามร่างของปักษาสีชาดไปอย่างรวดเร็วราวกับว่ามันมีความคิดและจิตใจเป็นของตนเอง

                นี่ก็คือความสามารถของเคล็ดวิชาดัชนีบัวเพลิงที่ฉินจีได้รับคำแนะนำจากซ่งไป่หลางทำให้สามารถพัฒนามันได้อีกหนึ่งขั้น ถึงกับสามารถควบคุมดัชนีบัวเพลิงให้เปลี่ยนทิศทางได้อย่างอิสระ

                สัมผัสได้ถึงภัยคุกคามจากการโจมตีนั้นทำให้ปักษาสีชาดต้องล่าถอยทิ้งระยะห่างออกไปอีก เมื่อมันถอยห่างออกไปจนเกิดเป็นระยะห่างมากพอการโจมตีของหญิงสาวก็สลายหายไป ฉินจีสูดลมหายใจก่อนจะทะยานร่างลงมายืนหยัดเคียงข้างซ่งไป่หลาง นางไม่ยินดีไล่ตามปักษาสีชาดเพราะกลัวว่าจะเป็นการเปิดโอกาสให้สัตว์ปีศาจตัวอื่นๆเข้ามาโจมตีซ่งไป่หลาง

                ไป่หลาง เจ้าในเวลานี้ไม่ใช่เพียงแค่ศิษย์น้องของข้าแต่ยังเป็นถึงความหวังสำคัญของนิกายบัวสวรรค์ แม้แต่ท่านอาจารย์ยังกล่าวว่าเจ้าจะนำพานิกายของเราให้ก้าวไปสู่ระดับเดียวกับนิกายหมื่นดาราได้ อย่างไรข้าก็ต้องปกป้องเจ้า

                นี่เป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด การดูดซับพลังของไข่มุกวารีนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย หากผิดพลาดล้มเหลวพลังแฝงของไข่มุกวารีจะสูญสลายไปอย่างเปล่าประโยชน์ ถึงตอนนั้นจะนึกเสียดายก็ไม่ทันแล้ว

                ปักษาสีชาดกู่ร้องออกมาน้ำเสียงโกรธแค้น มันบินทะยานเข้ามาหาฉินจีอีกครั้งหนึ่งเตรียมพร้อมโจมตี หญิงสาวขมวดคิ้วเร่งโคจรพลังหมายต้านทานทว่าเมื่อสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวอีกสองสายที่เคลื่อนเข้ามาพร้อมกันสีหน้าของนางก็แปรเปลี่ยนเป็นซีดขาว สัตว์ปีศาจระดับสองขั้นสูงสุดอีกสองตัวเริ่มเคลื่อนไหวแล้วเช่นกัน

                เจ้าต้านทานปักษาตัวนั้นไป อีกสองตัวข้ารับมือเอง เสียงใสกระจ่างดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของคนผู้หนึ่ง รังสีกระบี่แหลมคมตวัดออกสร้างรัศมีกระบี่อันคมกริบขัดขวางร่างของสัตว์ปีศาจทั้งสอง บีบบังคับไม่ให้พวกมันเข้ามาใกล้ซ่งไป่หลางได้ชั่วคราว

                ฉินจีมีสีหน้าประหลาดใจทว่าไร้ซึ่งทางเลือก นางควบคุมดัชนีบัวเพลิงยิงเข้าใส่ร่างของปักษาสีชาดอีกครั้ง ครานี้ยังทวีความรุนแรงของพลังดัชนีไปอีกขั้นหนึ่ง

                เปรี้ยง!! ดัชนีบัวเพลิงวิ่งแล่นอย่างลี้ลับและรวดเร็วยิ่ง พริบตาเดียวก็ปะทุใส่ร่างของปักษาสีชาด มันกู่ร้องด้วยความเจ็บปวดแล้วรีบบินถอยหนีออกไป ครานี้มันถึงกับล่าถอยอย่างอับจนหนทาง ไม่กล้าเสี่ยงบาดเจ็บเข้ามาโจมตีอีกครั้ง

                ผู้มาช่วยเหลือกลับเป็นเซียนกระบี่น้อยเยว่จิง การลงมือของนางเพียงหนึ่งกระบี่แต่กลับแฝงด้วยเจตกระบี่อันแหลมคมเผด็จการ ถึงกับสามารถกดดันไม่ให้สัตว์ปีศาจระดับสองขั้นสูงเคลื่อนไหวได้ตามใจชอบ

                ฮึ่ม สหายซ่ง การประลองระหว่างเรายังไม่ตัดสินผลแพ้ชนะชัดเจน ข้าย่อมไม่ปล่อยให้เจ้าเป็นอะไรไปก่อนแน่ เยว่จิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

                แม้การปรากฏตัวของเยว่จิงจะทำให้แรงกดดันจากสัตว์ปีศาจลดน้อยลงทว่าเมื่อการต่อสู้เริ่มขึ้นก็คล้ายกับเป็นสัญญาณลั่นกลองรบ สัตว์ปีศาจตัวอื่นๆที่รอดูท่าทีพลันเริ่มเคลื่อนไหวในเวลาใกล้เคียงกัน พริบตาเดียวสัตว์ปีศาจระดับสองขั้นสูงจำนวนนับสิบต่างก็เริ่มพากันเคลื่อนไหว มองเห็นการคุกคามจากสัตว์ปีศาจจำนวนมากขนาดนี้ทั้งฉินจีและเยว่จิงต่างมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก ต่อให้พวกนางสองคนทุ่มเทเต็มกำลังก็ยากที่จะปกป้องซ่งไป่หลางได้

                อืม เดิมทีข้าคิดว่าจะต้องลงมือเอง นึกไม่ถึงเจ้าหนูนี่จะโชคดีได้พวกนางช่วยถ่วงเวลาไว้ให้ ตอนนี้ก็น่าจะถึงเวลาแล้วกระมัง เซี่ยหยางที่เฝ้าดูสถานการณ์อยู่ครุ่นคิดกับตัวเอง ด้วยการรับรู้ของตนจึงทราบว่าซ่งไป่หลางได้ทำการซึมซับพลังของไข่มุกวารีได้จนหมดสิ้นแล้ว

                ดวงตาของซ่งไป่หลางเปิดออก เป็นจังหวะเดียวกันกับที่สัตว์ปีศาจจำนวนนับสิบถาโถมเข้าจู่โจมใส่ตน ฉินจีและเยว่จิงทะยานร่างมายืนหยัดขวางเบื้องหน้าเอาไว้ คนหนึ่งชักกระบี่ฟาดฟันออกอีกคนใช้สร้างม่านลมปราณธาตุวายุปกป้อง ทว่าน้ำน้อยย่อมพ่ายแพ้แต่เปลวไฟกระบี่ของเยว่จิงสามารถจัดการสัตว์ปีศาจได้เพียงตนเดียว ม่านวายุของฉินจีเองก็แตกสลายหลังจากรับการโจมตีของสัตว์ปีศาจไปสองถึงสามครั้ง

                ฮ่า ซ่งไป่หลางคำรามพร้อมกับระเบิดพลังลมปราณที่อัดแน่นอยู่ภายในร่างออกมา หลังจากดูดซับไข่มุกวารีหมดสิ้นร่างกายของเขาก็คล้ายกับมีญาณรับรู้พิเศษเพิ่มขึ้นมา เป็นความรู้สึกที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนและยังทำให้ความรู้สึกที่เชื่อมต่อเข้ากับวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ทวีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

                ผิวของแม่น้ำสั่นไหวคล้ายกับมีชีวิต พริบตาเดียวสายน้ำก็พวยพุ่งและหมุนวนอย่างบ้าคลั่งก่อตัวเป็นรูปร่างดอกบัว ซ่งไป่หลางหยัดกายยืนขึ้นซัดฝ่ามือออกเบื้องหน้า สายน้ำอันเกรี้ยวกราดที่รวมตัวเป็นรูปดอกบัวก็ขยายใหญ่ขึ้นแล้วสร้างแรงดึงดูดอันน่าตกตะลึงกวาดร่างของเหล่าสัตว์ปีศาจทั้งหมดเข้าไปอย่างรวดเร็ว

                อันใดกัน เวลานี้ทั้งฉินจีและเยว่จิงต่างมีสีหน้าตกตะลึง เช่นเดียวกับบรรดาเหล่าผู้อาวุโสของแต่ละนิกายที่จับตาดูสถานการณ์ของซ่งไป่หลางอยู่ภายนอก ลำพังการโจมตีเพียงครั้งเดียวของซ่งไป่หลางในเวลานี้สร้างความรู้สึกอันน่าเหลือเชื่อให้กับทุกคน

                นี่ก็คือ พลังธาตุ ซ่งไป่หลางพึมพำสีหน้าเผยความยินดี ฝ่ามือบัวสวรรค์นั้นเป็นวิชาโจมตีที่ร้ายกาจทรงพลังจริงทว่าที่ผ่านมายังขาดการหลอมรวมพลังธาตุจึงทำให้ขาดพลังไปหลายส่วน ทว่าเมื่อเขาควบคุมพลังธาตุได้ อาศัยพลังธาตุวารีช่วยหนุนเสริมฝ่ามือบัวสวรรค์จึงกลายเป็นวิชาโจมตีที่สมบูรณ์ในที่สุด

                ใช้พลังธาตุได้ตั้งแต่ยังไม่บรรลุถึงระดับขั้นเที่ยงแท้ เจ้าหนูนี่เป็นอัจฉริยะประเภทใดกัน แม้แต่หลิวจื่อฮวนผู้นำของตระกูลหลิวยังอุทานออกมาด้วยความเหลือเชื่อ เรื่องฝืนกฏฟ้าดินเช่นนี้แม้แต่ตระกูลหลิวของพวกตนก็ยังไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน หลิวหลี่ที่เป็นถึงความภาคภูมิใจของตระกูลก็ยังไม่สามารถทำได้ แม้แต่หลินหลันเทียนที่แข็งแกร่งที่สุดในนิกายหมื่นดาราก็ไม่สามารถทำได้เช่นกัน

                อาจเพราะพลังของไข่มุกวารีทำให้ซ่งไป่หลางสามารถจับสัมผัสกลิ่นอายพลังธาตุวารีได้ ดังนั้นเขาจึงสามารถควบคุมมันได้ก่อน ผู้อาวุโสของนิกายหมื่นดาราวิเคราะห์

                ยังไงก็ตามพลังธาตุนั้นเดิมทีจะต้องเริ่มต้นจากสัมผัสธาตุ จากนั้นจึงเริ่มฝึกการควบคุม แต่เจ้าหนูนี่ดูจะสามารถควบคุมได้อย่างเชี่ยวชาญ ทั้งยังสามารถใช้พลังธาตุวารีได้อย่างทรงพลังยิ่ง ราวกับว่าเป็นผู้ที่ใช้พลังธาตุวารีมาอย่างยาวนานแล้ว ไม่แน่อาจเชี่ยวชาญถึงระดับเดียวกับการใช้ธาตุไฟของจ้าวฮุยเลยทีเดียว รองเจ้านิกายหุบเขาอัคคีแค่นเสียงดวงตาเผยความอำมหิต ตัวตนของซ่งไป่หลางน่าอัศจรรย์เกินไป ภายหน้าอาจส่งผลคุกคามต่อความยิ่งใหญ่ของนิกายหุบเขาอัคคีได้

                ในรอบการประลองมีกฏอยู่ว่าห้ามสังหารฝ่ายตรงข้ามอย่างจงใจ อย่างไรก็ตามโทษของการผิดกฏนั้นไม่ถึงกับร้ายแรงจนรับไม่ได้ หากมีโอกาสต้องให้จ้ายฮุยสังหารเขาทิ้งเสียก่อนที่จะเติบโตขึ้นมากกว่านี้

                ภายในมิติรวมนภา ซ่งไป่หลางมองดูสัตว์ปีศาจที่ถูกพลังดึงดูดของฝ่ามือวารีบัวสวรรค์ดูดกลืน ร่างของสัตว์ปีศาจที่ถูกกลืนเข้าไปภายในใจกลางของดอกบัววารีถถูกคลื่นพลังอันรุนแรงบดขยี้เป็นเศษซากอย่างรวดเร็ว แม้แต่สัตว์ปีศาจระดับสองขั้นสูงที่ก่อนหน้านี้ต้องลงมืออย่างยากลำบากในการสังหารแต่ละตัว ในเวลานี้เขากลับสามารถสังหารพวกมันได้ง่ายดายอย่างยิ่ง

                ยังมีปัญหาอยู่เล็กน้อย ดวงตาของซ่งไป่หลางตวัดมองร่างของสัตว์ปีศาจสามตัวที่สามารถต้านทานพลังดึงดูดของฝ่ามือวารีบัวสวรรค์ได้ พวกมันคือสัตว์ปีศาจระดับสองขั้นสูงสุด ระดับเทียบเคียงได้กับอสูรวารีเฝ้าสมบัติก่อนหน้านี้ ทั้งยังไม่มีจุดอ่อนด้านพลังธาตุที่แพ้ทางให้กับซ่งไป่หลาง ดังนั้นการปะทะกับพวกมันนับว่าไม่ใช่เรื่องง่าย

                เยว่จิง ศิษย์พี่ฉิน ความช่วยเหลือของพวกท่านข้าจะขอจดจำเอาไว้ ทว่าตอนนี้สถานการณ์ที่นี่อันตรายนัก แก่นวิญญาณของสัตว์ปีศาจเหล่านี้มอบให้พวกท่าน ขอให้รีบหลบหนีไปยังพื้นที่ป่าส่วนต้นเสีย ด้วยความสามารถระดับพวกท่านย่อมสามารถเอาตัวรอดอยู่ได้อีกอย่างน้อยหนึ่งวัน ซ่งไป่หลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงขอบคุณ

                สหายซ่ง ข้ามาช่วยเจ้าเพียงเพราะความต้องการที่จะประลองกับเจ้าในสภาพที่สมบูรณ์และแข็งแกร่งที่สุด ของตอบแทนพวกนี้ไม่จำเป็น คะแนนที่ข้าได้จะต้องมาจากสัตว์ปีศาจที่ข้ากำจัดด้วยตัวเองเท่านั้น ในเมื่อเจ้าไม่เป็นอะไรแล้วข้าไปละ เยว่จิงตอบกลับก่อนจะหมุนกายจากไปทันที

                ฉินจีเผยยิ้มอ่อนหวาน ศิษย์น้องซ่ง ค่าตอบแทนสำหรับข้าก็ไม่จำเป็นเช่นกัน การปกป้องศิษย์น้องย่อมเป็นหน้าที่ของศิษย์พี่อยู่แล้ว

                ซ่งไป่หลางส่ายหน้า ศิษย์พี่ฉิน เยว่จิงไม่ยอมรับของตอบแทนนั้นข้าย่อมไม่อาจเอ่ยอันใดได้อีก แต่กับท่านนั้นเป็นอีกเรื่อง ในรอบต่อไปคือโอกาสในการไขว่คว้าสมบัติวิเศษและทรัพยากรล้ำค่า ตัวข้ามีความสามารถด้านค่ายกลและอักขระอยู่ระดับหนึ่งไม่กล้าเอ่ยว่าสามารถจัดการกับค่ายกลได้ทั้งหมดแต่ก็มั่นใจอยู่หลายส่วนว่าจะแก้ไขได้จำนวนไม่น้อย เอ่ยคือข้าไม่จำเป็นต้องใช้คะแนนมากนักในรอบที่สอง แต่ท่านจำเป็นต้องใช้

                แต่ว่า

                เชื่อข้าเถอะศิษย์พี่ฉิน ท่านเสียเวลากับการต่อสู้กับพวกนิกายหุบเขาอัคคีไปมากทั้งยังมาเสียเวลาช่วยปกป้องข้าทำให้พลาดโอกาสเก็บคะแนนไปมาก หากปล่อยไว้เช่นนี้ท่านจะต้องเสียโอกาสมากมายในรอบถัดไปแน่นอน ซ่งไป่หลางยืนกราน

                ท้ายที่สุดฉินจีก็ได้แต่ยอมรับแก่นวิญญาณของสัตว์ปีศาจระดับสองขั้นสูงจำนวนมากไป คะแนนของนางพุ่งจากอันดับกลางๆขึ้นเป็นสิบอันดับแรกในทันที

ศิษย์น้องซ่ง จากนี้ไปพวกเราถอยกลับไปยังเขตป่าชั้นต้นกันเถอะ สัตว์ปีศาจที่แข็งแกร่งจำนวนมากปรากฏตัวออกมาแล้ว หากยังอยู่ในเขตพื้นที่ป่าชั้นกลางต่อพวกเราคงอยู่ต่อได้ไม่นานนัก ฉินจีเอ่ยถาม

ท่านกลับไปที่เขตชั้นต้นเถอะ ข้ายังมีเป้าหมายบางอย่างทำให้ไปไม่ได้ อย่างไรก็ตามท่านก็เห็นแล้วว่าข้าสามารถจัดการกับพวกสัตว์ปีศาจระดับสูงได้ไม่ยาก ไม่ต้องกังวลว่าข้าจะได้รับอันตราย ซ่งไป่หลางเอ่ยด้วยความเชื่อมั่น

เอาเถอะ แต่ไหนแต่ไรข้าก็ไม่เคยห้ามเจ้าสำเร็จ หญิงสาวส่ายหน้าอ่อนใจก่อนจะถอนตัวจากไป

หลังจากฉินจีจากไป สัตว์ปีศาจระดับสูงสุดทั้งสามตัวก็ทำท่าจะไล่ตามนางไป ก่อนหน้านี้ตอนเยว่จิงจากไปนางใช้วิธีอะไรบางอย่างอำพรางร่องรอยและกลิ่นอายของตัวเองเอาไว้ทำให้พวกสัตว์ปีศาจไม่สามารถไล่ตามได้ แต่ฉินจีไม่สามารถทำได้แบบเดียวกันพวกสัตว์ปีศาจจึงเล็งนางเป็นเป้าหมาย

แม้ระดับพลังของนางจะสูงกว่าซ่งไป่หลางแต่ความอันตรายย่อมไม่อาจเทียบเคียงกันได้ สัตว์ปีศาจระดับสองขั้นสูงสุดทั้งสามตัวได้เห็นการลงมือของซ่งไป่หลางแล้วจึงไม่คิดจะยุ่งกับเขาอีกและเปลี่ยนเป้าหมายไปหาฉินจีแทน

ซ่งไป่หลางมองดูสัตว์ปีศาจทั้งสามตัว ในสภาวะปกติการจะจัดการกับพวกมันทั้งสามพร้อมกันนับว่าเป็นเรื่องที่ยากจนแทบเป็นไปไม่ได้ ทว่าเมื่ออยู่ในพื้นที่ของน้ำตกสวรรค์ที่มีพลังธาตุน้ำหนาแน่นเช่นนี้ซ่งไป่หลางรู้สึกได้ว่าพลังของตนเพิ่มพูนขึ้นเป็นเท่าทวี

ก่อนที่สัตว์ปีศาจทั้งสามจะได้เคลื่อนไหวเข้าโจมตีฉินจี ร่างของซ่งไป่หลางกลับเคลื่อนไหวรวดเร็วยิ่งกว่า พริบตาเดียวก็หยัดยืนขวางหน้าของพวกมันทั้งสามเอาไว้

ฝ่ามือวารีบัวสวรรค์!!

ฝ่ามือถูกผลักออกอย่างเชื่องช้าทว่าเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง

คุณสมบัติของฝ่ามือบัวสวรรค์ที่ผสานด้วยพลังธาตุวารีก็คือการดูดกลืน แรงดึงดูดของพลังฝ่ามือสามารถฉุดดึงร่างของสัตว์ปีศาจที่แข็งแกร่งได้อย่างง่ายดาย เมือเผชิญหน้ากับภัยคุกคามนี้เหล่าสัตว์ปีศาจทั้งสามต่างรีบร้อนหลบหนีกระจายไปคนละทิศทาง แม้ฝ่ามือบัวสวรรค์จะทรงพลังอย่างมากแต่ในแง่ของความเร็วยังนับว่าไม่โดดเด่นนัก ยากที่จะจัดการกับพวกมันได้

ซ่งไป่หลางเผยรอยยิ้ม เขารอจังหวะช่วงเวลานี้อยู่แล้ว

ร่างของซ่งไป่หลางเคลื่อนไหวเร็วราวกับเงา พริบตาเดียวก็ปรากฏตัวอยู่ด้านหน้าของสัตว์ปีศาจตัวหนึ่ง หมัดห่อหุ้มไปด้วยพลังลมปราณธาตุวารี อาศัยเคล็ดกายาบัวพิสุทธิ์ชกหมัดเข้าใส่ร่างของมันอย่างรวดเร็วยิ่ง

                ไม่ทันได้กรีดร้องหมัดของซ่งไป่หลางก็ซัดเข้าใส่ใบหน้าของมันอย่างรุนแรง พลังของหมัดที่ผสานกับพลังกายาบัวพิสุทธิ์ธาตุวารีนั้นทรงพลังอย่างไม่ต้องสงสัย ยังมิเอ่ยถึงการที่ร่างกายของซ่งไป่หลางมีความแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปเพราะได้ทำการเพาะสร้างแก่นโลหิตศักดิ์สิทธิ์เอาไว้ ในด้านความแข็งแกร่งทางกายภาพซ่งไป่หลางมีพลังไม่ต่างจากยอดฝีมือขอบเขตเที่ยงแท้ระดับสูง

                 สัตว์ปีศาจระดับสองขั้นสูงสุดย่อมมีร่างกายแข็งแกร่ง ทว่าหากไม่ใช่สัตว์ปีศาจที่มีจุดเด่นด้านกายภาพพวกมันยังไม่คู่ควรจะรับการโจมตีของซ่งไป่หลางเอาไว้ได้ อย่างไรก็ตามการสังหารพวกมันไม่ง่ายดายนัก

                ฮ่า ซ่งไป่หลางไม่ปล่อยให้สัตว์ปีศาจตนนั้นตั้งตัวได้ พริบตาผ่านไปหมัดนับสิบหมัดซัดเข้าใส่ร่างของมันอย่างโหดเหี้ยม สัตว์ปีศาจอีกสองตัวที่เห็นภาพนั้นต่างรู้สึกหนาวสั่นไปถึงส่วนลึกของหัวใจ พวกมันไม่กล้ารีรอรีบหันหลังแล้วกระจายหลบหนีไปคนละทิศทาง

                ซ่งไป่หลางแค่นเสียงหมายจะปลีกตัวไปจัดการกับพวกมัน ทว่ารังสีฆ่าฟันอันดุร้ายของสัตว์ปีศาจตรงหน้าทำให้คิ้วของชายหนุ่มขมวดเข้าหากันอย่างไม่อาจหักห้าม เช่นนี้เอง อย่างไรก็เป็นถึงสัตว์ปีศาจของมิติรวมนภาสินะ

                แม้สภาพของมันจะย่ำแย่เพียงใดสัตว์ปีศาจระดับสองขั้นสูงสุดก็ยังแข็งแกร่งยิ่งกว่าสัตว์ปีศาจระดับสองทั่วไป เมื่อมันพบว่าตนอาจต้องตกตายมันจึงทุ่มเททุกอย่างของตนเองหมายจะลากศัตรูลงนรกไปด้วยกัน

                แย่แล้ว สัตว์ปีศาจตนนั้นคือหมาป่าปฐพี มันต้องการปลดปล่อยจิตวิญญาณพิษปฐพีใส่ไป่หลาง สีหน้าของผู้อาวุโสจางแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรง

-----------------------------------------------------------------------------------------------------

ใครอยากสนับสนุนหรืออ่านล่วงหน้าอ่านได้ที่นี่เลยน้าา


https://www.kawebook.com/นิยาย/นิยาย-จีน-กำลังภายใน-เทพเซียน/God-of-Holy-Aqua-Martial-เทวยทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 434 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #113 yukai (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 08:52

    ขอบคุณ
    #113
    0
  2. #31 นัท (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 08:50

    ว้าวๆ ศิษย์พี่ฉินจี มาคุ้มครองซ่งน้อย แถมยังโชคดีเพื่อนใหม่ที่ประลองเเลกเปลี่ยนวิชายุทธ ฉายา เซียนกระบี่น้อยเยว์จิง ก็เข้ามาช่วยอีกแรง อิอิ ซ่งน้อย รีบดูดซับไข่มุกวารีเร็วๆเข้า รอลุ้นตอนต่อไป

    #31
    0
  3. #17 ILOVEMRCHU (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 07:35
    พระเอกเราต้านพิษนี่นา
    #17
    0