God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 214 : ตอนที่ 204 อาณาเขตหมอกวารี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 327
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    3 ก.พ. 64

                ปัญหาของหนิงหว่านถูกจัดการเรียบร้อยแล้วนางและหงหยุนจึงได้แยกย้ายกันกลับไปพักผ่อนเตรียมความพร้อมสำหรับการประลองระหว่างสถาบัน ซ่งไป่หลางและคนอื่นๆยังคงอยู่ที่เรือนรับรอง ร่างวิญญาณของเซี่ยหยางค่อยๆปรากฏตัวขึ้น ทันทีที่เซี่ยหยางและหลินอี้ซินกลับมาถึงดินแดนร้อยประตู ซ่งไป่หลางก็ได้บอกเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้เซี่ยหยางฟัง นั่นจึงทำให้หลินอี้ซินได้รับข่าวไปด้วยนางจึงลงมือได้อย่างเหมาะสมเช่นนี้

            อาจารย์ พวกท่านเจอกับปัญหาในดินแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์งั้นหรือซ่งไป่หลางรู้สึกว่าการที่คนทั้งสองหายตัวไปเป็นเวลานานน่าจะเพราะเกิดปัญหาบางอย่างในการสืบข่าวในดินแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ เพราะเมื่อเทียบกับที่หลินอี้ซินลอบเข้าไปครั้งก่อน นับว่าทั้งสองคนใช้เวลามากกว่าหลายเท่า

            ก็ไม่เชิงเซี่ยหยางถอนหายใจ สถานที่ที่พวกเราเข้าไปก็คือตำหนักวิจัยของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ นับว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีความสำคัญมากที่สุดของตระกูลศักดิ์สิทธิ์เลยทีเดียว เพื่อยืนยันให้แน่ใจว่าร่างของข้าอยู่ที่นั่น ข้ากับอี้ซินจึงได้แทรกซึมเข้าไปด้านในของตำหนัก

            พวกท่านเข้าไปถึงด้านในตำหนักเลยหรือซ่งไป่หลางตกตะลึงเล็กน้อย จากที่หลินอี้ซินเคยพูดเอาไว้ นางเพียงต้องการให้เซี่ยหยางไปที่นั่นเพื่อยืนยันว่านั่นคือสถานที่ที่ร่างกายของมันถูกเก็บรักษาเอาไว้หรือไม่ เพราะวิญญาณและร่างกายของคนๆหนึ่งจะมีความเชื่อมต่อบางอย่างที่พิเศษต่อกัน ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องเสี่ยงเข้าไปพิสูจน์ถึงด้านใน

            เซี่ยหยางพยักหน้า เดิมทีพวกเราก็คิดว่ามันค่อนข้างเสี่ยง แต่นี่เป็นเรื่องที่สำคัญมาก แม้ว่าข้าจะมั่นใจมากกว่าหกส่วนว่าร่างกายของข้าจะอยู่ที่นั่นแต่ก็ไม่อาจยืนยันว่ามันจะถูกเก็บรักษาในสภาพสมบูรณ์ หากร่างกายของข้าไม่อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์พอที่จะใช้คืนชีพ ต่อให้ชิงกลับมาได้ก็ไร้ความหมาย ดังนั้นข้ากับอี้ซินจึงตัดสินใจเสี่ยงเข้าไปตรวจสอบให้ชัดเจน

            ซ่งไป่หลางถอนหายใจ แม้จะเป็นเรื่องอันตรายอย่างมากแต่ในเมื่อทั้งสองคนกลับมาแล้วก็แปลว่าพวกมันผ่านจากช่วงที่อันตรายที่สุดมาได้ เช่นนั้นผลลัพธ์เป็นอย่างไร

            เซี่ยหยางยิ้มอย่างพึงพอใจ ร่างกายของข้าถูกรักษาเอาไว้ในสภาพดีเยี่ยม เพียงแค่เพราะมีพิษศักดิ์สิทธิ์แทรกซึมอยู่ทั่วร่างเท่านั้น ในอนาคตหากชิงร่างของข้ากลับมาได้รวมกับโอสถจิตวิญญาณเทวะก็จะมีโอกาสคืนชีพได้ทันที

            เช่นนั้นก็นับว่ายอดเยี่ยมนักซ่งไป่หลางรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที หากสามารถคืนชีพเซี่ยหยางได้สำเร็จโอกาสที่จะเอาชนะตระกูลศักดิ์สิทธิ์ก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ควรทราบว่าระดับพลังของเซี่ยหยางในเวลานี้อ่อนแอกว่าตอนที่ยังมีชีวิตเพราะร่างวิญญาณนั้นมีข้อจำกัดหลายอย่าง นอกจากนั้นยังมีจุดอ่อนใหญ่หลวงอย่างพลังธาตุอัสนีอยู่ด้วย วิญญาณนั้นไม่อาจต้านทานอัสนีได้ หากเผชิญหน้ากับคนของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ที่มีพลังวิญญาณอัสนีศักดิ์สิทธิ์เซี่ยหยางก็ทำได้เพียงหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าเท่านั้น

            เรื่องนี้ไม่นับว่าเร่งด่วนอันใด การชิงร่างกับการแทรกซึมเข้าไปในตำหนักวิจัยนั้นมีระดับความยากแตกต่างกันมาก เจ้ายังไม่ต้องกังวลเรื่องนี้เซี่ยหยางเอ่ยขึ้นมาอย่างจริงจัง

            ท่านอาจารย์ ที่จริงแล้วนอกจากเรื่องของหนิงหว่านยังมีอีกเรื่องที่ข้ายังไม่ได้เล่าให้ท่านฟัง ก่อนหน้านี้ข้าบังเอิญเจอคนที่มาจากตระกูลศักดิ์สิทธิ์ คนหนึ่งเป็นชายชราที่เรียกตัวเองว่าต้าฟง อีกคนหนึ่งเป็นหญิงที่เรียกว่าเหมยอัน จากการคาดเดาของข้า ตำแหน่งของต้าฟงผู้นี้นับว่าสูงส่งเป็นอย่างมากในตระกูลศักดิ์สิทธิ์ ระดับพลังของมันก็สูงมากเช่นกัน ข้าและลู่เหอจึงไม่กล้าเสี่ยงเข้าไปสืบหาตัวตนของมันมากเกินไป

            อันใดนะสีหน้าของเซี่ยหยางและหลินอี้ซินแปรเปลี่ยนเป็นตกตะลึงในทันที

            เห็นท่าทางเช่นนี้ของผู้เป็นอาจารย์ ซ่งไป่หลางก็ตระหนักได้ว่ามีบางสิ่งไม่ถูกต้อง หรือว่าต้าฟงผู้นั้นจะเป็นบุคคลสำคัญอย่างยิ่งของตระกูลศักดิ์สิทธิ์

            เจ้าเอ่ยว่าหญิงสาวผู้นั้นเรียกว่าอันใด!!?” เซี่ยหยางถามย้ำอีกครั้ง

            ซ่งไป่หลางชะงักงัน อาจารย์ นางเรียกว่าเหมยอัน จะว่าไปแล้วนางยังดูคล้ายกับท่านอย่างมาก

            ที่แท้ก็เป็นนางเซี่ยหยางสูดลมหายใจเย็นเยียบ เช่นเดียวกันหลินอี้ซินก็มีท่าทางตื่นตะลึงและยังแสดงความตื่นเต้นออกมาทางดวงตาคู่งามของนาง

            อาจารย์ ท่านรู้จักนางหรือซ่งไป่หลางอดสงสัยไม่ได้

            เซี่ยหยางถอนหายใจ เจ้าเองก็รู้จักนาง จำได้หรือไม่ตอนที่หงเสวี่ยมาหาเจ้าที่แคว้นสิบนภา นางได้เล่าเกี่ยวกับครอบครัวที่แท้จริงให้เจ้าฟัง เหมยอัน เซี่ยเหมยอัน นั่นก็คือมารดาที่แท้จริงของเจ้า น้องสาวแท้ๆของข้า

            ทันใดนั้นซ่งไป่หลางก็พลันตะลึงค้างไปทันที มิน่าไม่เพียงนางจะดูคล้ายกับเซี่ยหยาง ซ่งไป่หลางยังรู้สึกคุ้นเคยกับนางอย่างน่าประหลาด กระทั่งชื่อเรียกของนางก็รู้สึกคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน เหตุใดมันจึงลืมชื่อของนางไปได้ อาจเพราะตอนนั้นมันมัวแต่ตื่นเต้นมากเกินไปที่รู้ว่าตนเองมีน้องสาว ทั้งยังความสัมพันธ์ทางสายเลือดระหว่างมันกับอาจารย์ทำให้มันลืมสิ่งสำคัญเช่นนี้ไปได้

            เจ้าเล่ามา นางเป็นอย่างไรบ้างเซี่ยหยางรีบถามออกมาทันที ตามความเข้าใจของมันหน้าตาของซ่งไป่หลางนั้นไม่คล้ายผู้เป็นน้องสาว เช่นนั้นก็ต้องเหมือนกับผู้เป็นบิดาไม่ใช่หรือ เซี่ยเหมยอันแต่งงานกับซ่งเฮยหลงและอยู่ด้วยกันจนมีบุตรแฝดทั้งสองคน จะเป็นไปได้อย่างไรที่นางจะไม่รู้สึกคุ้นตาเมื่อเห็นหน้าซ่งไป่หลาง

            เมื่อซ่งไป่หลางเล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้ฟัง เซี่ยหยางก็พลันเข้าใจทุกสิ่ง ที่แท้นางสูญเสียความทรงจำไป มิน่านางถึงได้ยังอยู่กับตระกูลศักดิ์สิทธิ์ที่พรากชีวิตของบิดาเจ้าไปทั้งยังทำให้ครอบครัวของพวกเจ้าต้องแตกแยกกระจัดกระจาย

            เซี่ยหยาง ต้าฟงผู้นั้นบางทีน่าจะเป็นเฉินฟงซุนหลินอี้ซินเอ่ยออกมาอย่างไม่มั่นใจนัก

            เซี่ยหยางพยักหน้า จากข่าวที่หงเสวี่ยบอกแก่ข้า เหมยอันเคยเป็นศิษย์ของหนึ่งในสามยอดผู้อาวุโสของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ เช่นนั้นอาจารย์ของนางก็จะต้องเป็นเฉินฟงซุนไม่ผิดแน่

            สามยอดผู้อาวุโสศักดิ์สิทธิ์ ซ่งไป่หลางสั่นสะท้านด้วยความหวาดผวา โชคดีนักที่หน้ากากเงาทมิฬทำงานได้ดีเยี่ยมปกปิดกลิ่นอายวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ในร่างของมันเอาไว้ มิเช่นนั้นเกรงว่าตัวตนของมันคงถูกเฉินฟงซุนเปิดโปงไปนานแล้ว

            เฉินฟงซุนต้องการฟื้นฟูความทรงจำให้นางงั้นหรือเซี่ยหยางครุ่นคิดด้วยความสงสัย หากเซี่ยเหมยอันได้รับความทรงจำกลับคืนมา มิต้องสงสัยเลยว่านางจะเกลียดชังต่อตระกูลศักดิ์สิทธิ์มากเพียงใด บางทีเฉินฟงซุนอาจจะแค่แสดงออกว่าต้องการช่วย แต่แท้จริงมันกลับเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังความทรงจำที่หายไปของนาง แต่หากเป็นเช่นนั้นก็ควรจะมีร่องรอยบางอย่างที่บอกได้ว่าความทรงจำของนางหายไปได้อย่างไรมิใช่หรือ

            ไม่ใช่อักขระอย่างแน่นอน หากเป็นอักขระซ่งไป่หลางที่มีพรสวรรค์จนน่าตื่นตะลึงย่อมตระหนักได้ก่อนแล้ว หากเป็นวิธีอื่นก็นับว่ายังพอมีความเป็นไปได้ แต่ไม่ว่าจะเป็นวิธีใดมันก็ควรจะมีร่องรอยที่ระบุได้ถึงที่มาของมัน หรือบางทีเซี่ยเหมยอันอาจจะแค่สูญเสียความทรงจำไปโดยบังเอิญมิได้เกี่ยวข้องกับตัวเฉินฟงซุนจริงๆ

            ที่น่าตกตะลึงยิ่งกว่าก็คือนางได้รับรากฐานศักดิ์สิทธิ์มาแล้ว สำหรับตระกูลศักดิ์สิทธิ์แล้วพวกมันแทบจะไม่เคยยินยอมให้คนนอกได้รับสิทธิ์นี้มาก่อน อีกทั้งเซี่ยเหมยอันยังมีโอกาสกลายเป็นศัตรูของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ในอนาคต เหตุใดพวกมันจึงมอบรากฐานศักดิ์สิทธิ์ให้นางกัน

            อาจารย์ พวกเราควรทำอย่างไรต่อดีเมื่อรู้ความจริงว่าเซี่ยเหมยอันก็คือมารดาของตน ซ่งไป่หลางก็พลันรู้สึกจนปัญญาขึ้นมา ไม่รู้ว่าควรทำสิ่งใดต่อไปกันแน่

            เซี่ยหยางถอนหายใจ เรื่องนี้ต้องรอไปก่อน อย่างน้อยก็ยังดีที่รู้ว่านางยังปลอดภัย ในเมื่อเฉินฟงซุนดูแลนางอย่างก็นับว่าวางใจได้ระดับหนึ่ง พวกเรายังไม่สามารถทำอะไรกับเรื่องนี้ได้ ตอนนี้เจ้าจะต้องให้ความสนใจกับการประลองระหว่างสถาบันก่อน

            หลินอี้ซินพยักหน้า ได้ยินว่าพวกเจ้าต้องการกุญแจแห่งโชคชะตาทั้งหมดสี่ดอกสินะ ข้ามีอยู่แล้วหนึ่งดอก ในการประลองระหว่างสถาบันน่าจะหาเพิ่มได้สักสองดอก สำหรับดอกสุดท้ายข้าจะหาวิธีให้ แต่เงื่อนไขแรกก็คือพวกเจ้าจะต้องเอาชนะในการประลองให้ได้ก่อน

            หลินอี้ซินรู้สึกพอใจมากที่พวกซ่งไป่หลางเลือกลงประลองรอบพลังไม่เกินจักรพรรดิปฐพี นี่นับว่าเป็นบททดสอบที่เหมาะสมกับความสามารถของพวกมันพอดี

            เหลือเวลาอีกไม่กี่วันก็จะถึงช่วงประลองแล้ว พวกเจ้าแยกย้ายไปเก็บตัวฝึกฝนเถอะหลินอี้ซินเอ่ยสรุปก่อนจะไล่เด็กๆกลับไปฝึกฝน

           

            ซ่งไป่หลางกลับมาฝึกฝนภายในห้องพักส่วนตัว เซี่ยหยางในร่างวิญญาณจับตามองอยู่ใกล้ๆด้วยความรู้สึกชั่งใจ ในที่สุดมันก็ตัดสินใจเอ่ยออกมา

            ไป่หลาง อันที่จริงแล้วเจ้ามีคุณสมบัติเพียงพอที่จะฝึกฝนหนึ่งในวิชาหลักของข้าได้แล้ว วิชานี้ไม่ใช่วิชาที่ใช้โจมตีโดยตรงดังนั้นผลสะท้อนของมันจึงไม่ได้รุนแรงเกินไป ด้วยระดับพลังของเจ้าในตอนนี้สมควรที่จะรับผลสะท้อนได้ไหว

            ซ่งไป่หลางมองอาจารย์ของมันด้วยความรู้สึกตื่นเต้น เคล็ดวิชาทุกอย่างของเซี่ยหยางล้วนมีพลังสะท้านฟ้าสะเทือนดิน ดูอย่างเคล็ดหยาดวารีหมื่นสังหารที่ทำให้มันสามารถสังหารศัตรูที่แข็งแกร่งกว่าได้ ในเมื่อวิชานี้ต้องการคุณสมบัติสูงกว่าเช่นนั้นก็หมายความว่ามันจะต้องเป็นวิชาระดับสูงกว่าอย่างแน่นอน

            เตรียมใจให้พร้อม แม้จะมีเวลาไม่มากแต่วิชานี้ก็ไม่ได้ต้องการระยะเวลาฝึกฝนมากนักเช่นกัน สิ่งสำคัญก็คือการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ หากต้องการใช้ออกให้ชำนาญเจ้าจะต้องใช้มันในการต่อสู้ให้มากขึ้น จะใช้ออกได้ดีหรือแย่ก็ล้วนขึ้นอยู่กับไหวพริบและประสบการณ์ของเจ้าเอง

            ทันใดนั้นซ่งไป่หลางก็พลันรู้สึกได้ว่าอากาศโดยรอบหนาแน่นไปด้วยพลังวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ ประสาทสัมผัสของมันถูกปิดกั้นไปมากกว่าแปดส่วน กระทั่งสิ่งของที่อยู่ไม่ไกลยังสัมผัสได้อย่างเลือนรางและไม่ชัดเจน

            นี่ก็คือ?” ซ่งไป่หลางค่อนข้างคุ้นเคยกับเคล็ดวิชานี้ เซี่ยหยางมักจะใช้มันออกมาเสมอเวลาที่เผชิญหน้ากับศัตรู มันเป็นดั่งอาณาเขตที่ใช้ลดทอนพลังอำนาจของศัตรูและเพิ่มความได้เปรียบให้กับตนเอง

            เคล็ดวิชาระดับบรรพกาล อาณาเขตหมอกวารีเซี่ยหยางตอบกลับ

            เคล็ดวิชาระดับบรรพกาลซ่งไป่หลางตกตะลึงในทันที ที่ผ่านมาเคล็ดวิชาที่แข็งแกร่งที่สุดที่มันครอบครองก็คือเคล็ดวิชาระดับสวรรค์ นี่เป็นครั้งแรกที่มันจะได้เรียนรู้เคล็ดวิชาระดับบรรพกาล

            แม้จะเอ่ยว่าเป็นเคล็ดวิชาระดับบรรพกาล ทว่าเมื่อเทียบกันแล้วเคล็ดกายาบัวพิสุทธิ์ต่อต้านสวรรค์ของเจ้าก็ยังนับว่ายอดเยี่ยมยิ่งกว่า เพียงแต่วิชานี้จะส่งผลต่อศัตรูเป็นหลัก ภายในอาณาเขตหมอกวารีศัตรูของเจ้าจะสูญเสียประสาทสัมผัสทั้งยังถูกกดดันด้วยพลังของเจ้า ในทางตรงกันข้ามเจ้าจะสามารถสัมผัสถึงศัตรูที่อยู่ภายในอาณาเขตได้อย่างชัดเจนเซี่ยหยางอธิบาย

            หากเป็นพลังธาตุวารีทั่วไป เคล็ดวิชานี้อาจจะไม่ได้ส่งผลรุนแรงมากนัก ทว่าวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์นั้นจะเทียบกับวารีธรรมดาได้อย่างไร เพียงละอองหมอกของวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ก็มากพอที่จะปิดกั้นประสาทสัมผัสของคู่ต่อสู้ระดับจักรพรรดิต่างๆได้อย่างง่ายดายแล้ว แต่ข้อเสียก็คือวิชานี้ไม่เลือกเป้าหมาย หากเจ้าใช้ออกอย่างไม่ระวังกระทั่งสหายของเจ้าก็จะได้รับผลถูกปิดกั้นประสาทสัมผัสไปด้วย

            ซ่งไป่หลางพยักหน้าเข้าใจ น่าเสียดายที่วิชานี้อาจจะไม่มีประโยชน์ในการประลองนัก เพราะหากใช้โดยไม่ระวังก็จะทำให้รั่วอวี่ เทียนอี้และเยว่จิงได้รับผลกระทบไปด้วยเช่นกัน

            ถึงอย่างไรเจ้าก็ควรจะฝึกวิชานี้เอาไว้ มันจะช่วยให้เจ้าเอาตัวรอดได้ดียิ่งขึ้นและทำให้ศัตรูของเจ้าต้องพบเจอกับความยากลำบาก ทว่าจงอย่าลืมว่านี่เป็นหนึ่งในเคล็ดวิชาหลักที่ข้าใช้ออกเป็นประจำ หากเจ้าแสดงวิชานี้ออกไปพร้อมกับการใช้วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ เวลานั้นตัวตนของเจ้าก็จะถูกเปิดเผยอย่างรวดเร็ว

            อันที่จริงเซี่ยหยางไม่ได้กังวลเรื่องนี้มากนัก บางทีตัวตนของซ่งไป่หลางคงจะปกปิดเอาไว้ได้อีกไม่นานแล้ว กระทั่งการประลองระหว่างสถาบัน ขอเพียงใช้วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ในการต่อสู้ก็คงไม่แปลกที่จะมีคนรู้ตัวตนของมันทันที แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อันใด ภายในดินแดนร้อยประตูและสถาบันหลานฮัว ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ย่อมไม่กล้าลงมืออย่างโจ่งแจ้ง อย่างน้อยดินแดนนี้ก็ยังถูกควบคุมดูแลโดยปราชญ์ทั้งสิบที่ไม่ขึ้นตรงต่อตระกูลศักดิ์สิทธิ์

            หลังจากที่ตัวตนของซ่งไป่หลางเปิดเผย กว่าตระกูลศักดิ์สิทธิ์จะเคลื่อนไหวมันก็คงเข้าไปในประตูแห่งโชคชะตาแล้ว ถึงตอนนั้นตระกูลศักดิ์สิทธิ์อยากจัดการกับซ่งไป่หลางก็ทำได้เพียงต้องรอให้ศิษย์ของมันปรากฏตัวออกมาเองอีกครั้งเท่านั้น

            หรือหากตระกูลศักดิ์สิทธิ์ต้องการที่จะมุ่งเป้าไปที่สำนักพงไพร หากกล้าพอก็ลองดูเถอะ อย่าลืมว่าดินแดนเทพพฤกษาอยู่ในการดูแลของผู้อาวุโสรั่ว หากไม่ทุ่มสามยอดผู้อาวุโสเข้าไปลงมือพร้อมกันก็ยากที่จะสร้างปัญหาให้กับดินแดนเทพพฤกษาได้ แต่หากตระกูลศักดิ์สิทธิ์ทำเช่นนั้น ก็รอดูเถอะว่าจักรพรรดิมารทั้งสามของดินแดนราชันย์จะยืนดูอยู่เฉยๆหรือไม่ อย่าลืมว่าตระกูลศักดิ์สิทธิ์ได้สร้างปัญหาให้กับดินแดนราชันย์เร็วๆนี้ ความแค้นยังไม่ชำระตระกูลศักดิ์สิทธิ์ย่อมไม่กล้าประมาท

            ทั้งหมดล้วนอยู่ในแผนการของเซี่ยหยาง ตอนนี้ดินแดนเทพพฤกษาและดินแดนราชันย์ได้สร้างความสัมพันธ์ต่อกันแล้วผ่านทางซ่งไป่หลางศิษย์ของมัน ที่เหลือก็มีเพียงปราชญ์ทั้งสิบของดินแดนร้อยประตูเท่านั้น เซี่ยหยางและหลินอี้ซินมีวิธีการที่จะดึงปราชญ์ทั้งสิบมาร่วมมือ อย่างน้อยเพื่อคานอำนาจของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ปราชญ์ทั้งสิบย่อมไม่ปฏิเสธที่จะให้ความร่วมมือกับดินแดนเทพพฤกษาและดินแดนราชันย์เป็นแน่

            หลังจากมั่นใจว่าขั้วอำนาจใหญ่ทั้งสามนี้จะไม่พลาดท่าให้กับตระกูลศักดิ์สิทธิ์ ที่เหลือก็แค่ค่อยๆรอเวลาให้ซ่งไป่หลางแข็งแกร่งขึ้นจนมากพอ เซี่ยหยางเชื่อว่าด้วยพรสวรรค์ของศิษย์ตนรวมกับการชี้แนะของตน ไม่เกินห้าสิบปีซ่งไป่หลางก็จะไปถึงจุดที่สามารถสั่นคลอนตระกูลศักดิ์สิทธิ์ได้แล้ว ร่วมมือกับขั้วอำนาจยิ่งใหญ่ทั้งสามดินแดนถึงเวลานั้นมาดูกันว่าตระกูลศักดิ์สิทธิ์จะยังเย่อหยิ่งได้อีกนานแค่ไหน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #342 dfrdz007 (จากตอนที่ 214)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:21
    thank u
    #342
    0