God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 213 : ตอนที่ 203 หนิงหว่านตัดสินใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 331
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    3 ก.พ. 64

                ระหว่างที่หนิงหว่านใช้ไม้แข็งข่มขู่คุกคาม ปราชญ์เหมันต์วารีก็พลันรับบทผู้อ่อนโยนคอยปลอบประโลม หงหยุน เจ้าไปตามหนิงหว่านมาเถอะ ถึงอย่างไรนี่ก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับตัวนางโดยตรง เรื่องของบิดาผู้เป็นบุตรย่อมไม่อาจนิ่งเฉย

            เสียงเยือกเย็นของซีซู่หรานทำให้หงหยุนตัวสั่นเล็กน้อย แม้ว่าเวลานี้นางจะแสดงท่าทีอบอุ่นทว่าในความเป็นจริงหงหยุนตระหนักได้ว่าซีซู่หรานเป็นคนที่เย็นชาและเลือดเย็นมากที่สุดในบรรดาปราชญ์ทั้งสิบ การที่นางแสดงท่าทีเช่นนี้ออกมาทำให้หงหยุนหวาดหวั่นในทันที

            อย่างไรก็ตาม หงหยุนได้ปกปิดความหวาดหวั่นของมันอย่างรวดเร็วและเอ่ยว่า ผู้นำตระกูลหนิง ท่านเอ่ยว่าขอเพียงตระกูลหนิงได้รับผลประโยชน์มากมายก็จะสามารถชดเชยโทษของหนิงหงได้ ข้ามีข้อสงสัยสามประการสำหรับเรื่องนี้

            หนิงหมู่ขมวดคิ้วของนาง เจ้าว่ามา

            หงหยุนพยักหน้า ข้อแรก การที่สมบัติประจำตระกูลหนิงหายไปก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่าเกิดจากหัวขโมยที่มีความสามารถสูงผู้หนึ่ง แต่อยู่ๆตระกูลหนิงก็สงสัยในตัวหนิงหงที่เป็นผู้นำตระกูล พวกเจ้ามั่นใจได้อย่างไรว่าการขโมยครั้งนั้นหนิงหงเป็นผู้ลงมือ

            หนิงหมู่แค่นเสียงเย้ยหยัน เฮอะ ทุกคนในตระกูลหนิงต่างก็รู้ดีว่าหนิงหว่านนั้นปฏิเสธที่จะตอบรับข้อเสนออันยอดเยี่ยมของสถาบันเหอปิงและท่านปราชญ์เหมันต์วารี หนิงหงที่ตามใจนางตลอดเวลาย่อมไม่อยากขัดความต้องการของนาง ดังนั้นตัวหนิงหงที่ไม่ต้องการให้คนในตระกูลเข้าไปยุ่งวุ่นวายกับเรื่องนี้จึงไม่แปลกที่จะสร้างปัญหาขึ้นเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของคนทั้งตระกูล จะว่าไปเรื่องนี้เป็นเรื่องภายในของตระกูลหนิงไม่จำเป็นต้องให้คนนอกอย่างเจ้ามาเป็นกังวล

            หงหยุนหัวเราะ ก็แค่ข้อสันนิษฐานเท่านั้นไม่มีแม้แต่หลักฐานแต่พวกเจ้ากลับปักใจเชื่อไปแล้วว่าหนิงหงอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ เอาเถอะก็จริงที่มันเป็นเรื่องภายในของพวกเจ้า แต่ข้ายังมีคำถามอีกข้อหนึ่ง ในเมื่อพวกเจ้าเอ่ยว่าขอเพียงหนิงหว่านตอบรับข้อเสนอและได้รับผลประโยชน์ที่มากพอ โทษของหนิงหงก็จะได้รับการให้อภัย เช่นนั้นหากสถาบันหลานฮัวของข้ายินดีที่จะมอบข้อเสนอแบบเดียวกันแก่หนิงหว่าน พวกเจ้าจะว่าอย่างไร

            เจ้าหมายถึง?” หนิงหมู่งุนงงเล็กน้อย

            ข้า ปราชญ์แห่งหมอกยินดีที่จะรับเด็กน้อยหนิงหว่านเป็นศิษย์ส่วนตัว และดูแลนางจนกว่าพลังของนางจะบรรลุถึงระดับขั้นอนุเซียนเป็นอย่างน้อย พวกเจ้าตระกูลหนิงมีอันใดจะคัดค้านหรือไม่?” เสียงหวานใสดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของร่างบางที่งดงาม ทันทีที่ได้ยินเสียงนั้นหงหยุนก็พลันรู้สึกว่าความหนักอึ้งที่มันได้แบกรับในช่วงหลายวันมานี้ได้ถูกยกออกไปจนได้

            เจ้า?” ดวงตาเย็นชาของซีซู่หรานเบิกกว้างขึ้น นางจ้องมองไปยังหญิงสาวที่เพิ่งก้าวเดินเข้ามาในห้องด้วยความสงสัย อีกฝ่ายเอ่ยอ้างว่าตนเองคือปราชญ์แห่งหมอกแต่ไม่เคยมีใครได้พบเจอตัวตนที่แท้จริงของปราชญ์แห่งหมอกมาก่อน ระดับพลังของหญิงสาวผู้นี้ที่นางสัมผัสได้ก็นับว่าคลุมเครือไม่ชัดเจน แต่การที่สามารถปกปิดการรับรู้ของนางได้ก็สามารถบ่งบอกได้แล้วว่าหญิงสาวผู้นี้ไม่ใช่คนธรรมดา

            หลินอี้ซินกวาดตามองซีซู่หราน มุมปากกระตุกเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มที่แฝงด้วยความเหยียดหยาม แม้ว่าคนทั้งสองจะอยู่ในฐานะใกล้เคียงกันคือตำแหน่งปราชญ์ทั้งสิบแห่งดินแดนร้อยประตู ทว่าปราชญ์ทั้งสิบนั้นมีทั้งคนที่เป็นมิตรต่อกัน เป็นศัตรูและที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกันก็มี หลินอี้ซินอาจจะเป็นปราชญ์ที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้อื่นมากที่สุด ดังนั้นระหว่างนางและซีซู่หรานจึงไม่เคยได้พูดคุยหรือพบเจอกันตรงๆมาก่อน

เจ้ามีปัญหา? เรื่องนั้นไม่สำคัญ เวลานี้ข้าต้องการคำตอบจากคนของตระกูลหนิงหลินอี้ซินเหลือบมองหนิงหมู่ ทันใดนั้นร่างของหนิงหมู่ก็สั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวที่ไม่มีที่มาที่ไป

อันใดกัน นางเพียงแค่มองข้ากลับทำให้ข้ารู้สึกตัวสั่นเพราะความหวาดกลัวได้ แม้แต่ปราชญ์เหมันต์วารีก็ยังไม่มีความรู้สึกคุกคามที่น่าหวาดหวั่นเช่นนี้หนิงหมู่หลบสายตาของนางลงต่ำ ไม่กล้าสบตาหลินอี้ซินแม้แต่ชั่วขณะเดียว

คำตอบละ?” หลินอี้ซินเอ่ยย้ำอีกครั้ง

ซีซู่หรานอุทานในใจว่าไม่ได้การ หากปล่อยให้หลินอี้ซินใช้อำนาจกดข่มหนิงหมู่ต่อไปเกรงว่าผู้นำตระกูลหนิงคนใหม่ที่โง่เขลาจะให้คำตอบที่นางไม่ต้องการออกมา ควรทราบว่าสำหรับตระกูลหนิงแล้วไม่ว่าจะเป็นศิษย์ของปราชญ์เหมันต์วารีหรือปราชญ์แห่งหมอกก็นับว่าเป็นผลประโยชน์ที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ทั้งนั้น

ปราชญ์แห่งหมอก คำพูดของเจ้าทำให้ข้ารู้สึกสงสัยยิ่งนัก ข้าต้องการรับหนิงหว่านเป็นศิษย์ก็เพราะประทับใจพรสวรรค์ของนางที่เหมาะสมกับข้าคือพรสวรรค์ด้านพลังธาตุเหมันต์วารี แต่ตัวเจ้านั้นเฝ้าดูนางที่อยู่ในสถาบันหลานฮัวเป็นเวลานาน จนถึงตอนนี้กลับเพิ่งออกมายื่นข้อเสนอเช่นนี้ เจ้าไม่คิดหรือว่ามันดูไม่จริงใจเกินไปสักหน่อย

คำพูดของซีซู่หรานนั้นมีเหตุผลมาก แม้ว่าหนิงหว่านจะมีพรสวรรค์ที่โดดเด่นแต่ก็ใช่ว่าจะสามารถเป็นศิษย์ของคนอย่างปราชญ์ทั้งสิบได้ การที่หลินอี้ซินไม่เคยสนใจนางมาก่อนจนกระทั่งสถาบันเหอปิงคิดจะชิงตัวจึงออกมายื่นข้อเสนอขัดเอาไว้ ไม่ว่ามองอย่างไรก็ดูเหมือนจะเป็นเพียงการทำเพื่อขัดขาสถาบันเหอปิงมากกว่าต้องการรับหนิงหว่านเป็นศิษย์อย่างจริงใจ

หลินอี้ซินมองซีซู่หรานอย่างเหยียดหยาม ในใจลอบด่าว่าหาว่าข้าไม่จริงใจแล้วเจ้าจริงใจนักหรือ อย่างไรก็ตามภายนอกนางกลับเพียงแค่เผยรอยยิ้มอย่างฝืนทนและเอ่ยว่า คิดจะเป็นศิษย์ของข้า เพียงแค่พรสวรรค์ยังไม่เพียงพอ แต่หนิงหว่านใช้เวลาหลายปีในสถาบันหลานฮัวแสดงให้เห็นถึงความพากเพียรพยายามที่หาได้ยาก นิสัยใจคอของนางก็นับว่าสอบผ่านมีคุณสมบัติครบถ้วน ดังนั้นข้าจึงตั้งใจว่าจะสั่งสอนนาง คิดไม่ถึงคนที่ข้าเฝ้าจับตาดูมานานจะถูกพวกเจ้าพยายามชิงตัวไปเช่นนี้

ซีซู่หรานลอบเหยียดหยามอีกฝ่ายในใจเช่นกัน จับตาดูและตรวจสอบคุณสมบัติงั้นหรือ เหลวไหลไร้สาระสิ้นดี มีแต่คนโง่เท่านั้นที่จะเชื่อข้ออ้างเช่นนี้ ถึงจะคิดเช่นนี้แต่ภายนอกนางกลับเอ่ยว่า ในเมื่อตอนนี้หนิงหว่านยังไม่ใช่ศิษย์ของเจ้า เช่นนั้นก็แปลว่านางยังมีโอกาสเลือก ถึงอย่างไรนางก็เป็นผู้ที่มีพรสวรรค์ด้านพลังธาตุเหมันต์วารี มีข้าเป็นอาจารย์จะทำให้นางพัฒนาจุดเด่นของตนเองได้ถึงขีดสุด ผู้นำตระกูลหนิงท่านว่าข้าพูดถูกหรือไม่

หลินอี้ซินขยับมุมปากเป็นรอยยิ้ม ผู้นำตระกูลหนิง ท่านก็ลองตัดสินใจดูเถอะ ข้าขอยืนยันว่าข้าเองก็สามารถให้ผลประโยชน์ได้ไม่น้อยไปกว่าสถาบันเหอปิงอย่างแน่นอน ถึงอย่างไรหนิงหว่านก็เป็นศิษย์ของสถาบันหลานฮัวมานานหลายปีแล้ว ข้าไม่เชื่อว่าสถาบันเหอปิงจะรู้จักนางดีเท่ากับพวกเรา นอกจากนี้ข้าเชื่อว่าหนิงหว่านเองก็ไม่ได้ต้องการย้ายไปที่สถาบันเหอปิงด้วย

เรื่องนี้หนิงหมู่รู้สึกลำคอและริมฝีปากแห้งผาก ปราชญ์ทั้งสองกำลังพยายามต่อสู้กันเพื่อแย่งชิงตัวคนของตระกูลนาง หนิงหมู่รู้สึกลำบากใจและอิจฉาจนลำไส้แทบกลายเป็นสีเขียว หากเปลี่ยนจากหนิงหว่านเป็นนางนี่จะเป็นเรื่องที่ดีขนาดไหนกัน แต่น่าเสียดายอายุของหนิงหมู่ตอนนี้ก็ราวๆหกสิบเจ็ดสิบปีแล้ว แม้ว่าระดับพลังของนางจะค่อนข้างสูงแต่เมื่อเทียบกับอายุก็ไม่นับว่าเป็นอัจฉริยะที่โดดเด่นอันใดอีกต่อไป

ไม่ว่าหนิงหว่านจะเลือกใครเป็นอาจารย์ ก็แน่ใจได้ว่านางจะมีโอกาสบรรลุระดับขั้นอนุเซียนก่อนอายุสี่สิบปี การก้าวสู่ระดับขั้นอนุเซียนนั้นยากที่สุด แต่เมื่อข้ามไปได้ก็ง่ายที่จะพัฒนาต่อ ยิ่งมีอาจารย์ที่ดีคอยชี้แนะเกรงว่าพออายุเท่ากับหนิงหมู่อย่างน้อยที่สุดนางก็ต้องไปถึงระดับอนุเซียนขั้นห้า ไขว่คว้าโอกาสที่จะบรรลุพลังขั้นเซียนสวรรค์ได้แล้ว

ข้าเลือกที่จะอยู่กับสถาบันหลานฮัว และเป็นศิษย์ของท่านปราชญ์แห่งหมอกไม่รอให้หนิงหมู่ให้คำตอบ หนิงหว่านก็พลันก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจัง

เห็นหนิงหว่านก้าวเข้ามาพร้อมกับให้คำตอบที่นางไม่ต้องการ แววตาของซีซู่หรานก็พลันเย็นเยียบลงไปอีกหลายส่วน หากไม่ใช่เพราะต้องการเคล็ดวิชาเหมันต์วารีของนางมีหรือซีซู่หรานจะยอมลดตัวรับหนิงหว่านเป็นศิษย์ แม้จะไม่ได้เต็มใจรับอีกฝ่ายเป็นศิษย์อย่างจริงใจแต่แรกทว่าเมื่อถูกปฏิเสธซีซู่หรานกลับรู้สึกไม่พอใจยิ่งกว่าเดิม

หลินอี้ซินมองหนิงหว่าน รอยยิ้มของนางเต็มไปด้วยความพึงพอใจและเบิกบานใจ ผู้นำตระกูลหนิง ท่านก็ได้ยินแล้ว ในเมื่อคนของท่านเลือกเป็นศิษย์ข้าเช่นนั้นก็ให้มันเป็นไปตามนั้นเถอะ มีข้าเป็นอาจารย์อนาคตของนางย่อมไร้ขีดจำกัด และตระกูลหนิงก็จะได้รับผลประโยชน์และความรุ่งโรจน์ไปด้วย

ช้าก่อนเสียงของซีซู่หรานดังขึ้นขัดคำพูดของหลินอี้ซิน ผู้นำตระกูลหนิง หากหนิงหว่านเข้าร่วมสถาบันเหอปิงข้าจะมอบ แก่นวิญญาณสัตว์ปีศาจระดับแปดขั้นกลางให้กับท่าน คิดว่าข้อเสนอนี้เป็นอย่างไร

ใจของหนิงหมู่เต้นรัวทันที แก่นวิญญาณสัตว์ปีศาจระดับเจ็ดขึ้นไปนั้นหายากและมีค่ามาก สัตว์ปีศาจระดับเจ็ดมีพลังเทียบเท่าจักรพรรดิมนุษย์ สัตว์ปีศาจระดับแปดขั้นกลางมีพลังเทียบเท่าอนุเซียนแล้ว หากใช้แก่นวิญญาณระดับนี้ในการฝึกฝนนางก็มีโอกาสที่จะบรรลุพลังขั้นถัดไปมากขึ้น สำหรับหนิงหมู่ที่จมอยู่กับพลังระดับอนุเซียนขั้นสามมานานหลายปี นี่เป็นโอกาสที่สำคัญสำหรับนางมาก

อย่าคิดว่าแก่นวิญญาณสัตว์ปีศาจนั้นหาได้ง่าย สัตว์ปีศาจยิ่งระดับสูงก็ยิ่งหาตัวจับยากมากขึ้น สัตว์ปีศาจระดับเจ็ดนั้นแม้แต่ในดินแดนราชันย์ก็ยังมีอยู่ไม่กี่ร้อยตัว สัตว์ปีศาจระดับแปดยิ่งแล้วใหญ่ มีไม่ถึงสิบตัวเท่านั้น แก่นวิญญาณของสัตว์ปีศาจเหล่านี้มีมูลค่าสูงยิ่งกว่าสมบัติวิเศษระดับสวรรค์เสียอีก

สำหรับซีซู่หราน นี่นับเป็นข้อเสนอที่มีราคาแพงมาก กระทั่งตอนที่เอ่ยยังต้องกัดฟันพูดออกไป นางไม่เชื่อว่าหนิงหมู่จะไม่ตอบรับข้อเสนอของนาง

ตกลง ข้าจะให้เสี่ยวหว่านเข้าไปที่สถาบันเหอปิงหนิงหมู่นั้นไม่อยากพลาดโอกาสที่จะพัฒนา ขอเพียงได้รับแก่นวิญญาณนั้นตำแหน่งผู้นำตระกูลคนใหม่ของนางก็จะมั่นคงยิ่งขึ้น

ท่านน้า คนที่มีสิทธิ์เลือกคือข้า ไม่ใช่ท่านคำพูดของหนิงหว่านทำให้รอยยิ้มตื่นเต้นบนใบหน้าของหนิงหมู่ชะงักค้างไปทันที นางมองไปที่หลานสาวด้วยความโกรธ

เสี่ยวหว่าน เจ้าอย่าได้เห็นแก่ตัวนัก ตระกูลหนิงของพวกเราเวลานี้อยู่ในสถานะเปราะบาง สูญเสียทั้งสมบัติประจำตระกูลอีกทั้งบิดาของเจ้าก็ยังมีความผิดทำให้ถูกปลดจากตำแหน่ง เวลานี้ข้าคือหัวหน้าตระกูล หากข้าได้รับแก่นวิญญาณนั้นมาฝึกฝนและพัฒนาขึ้นก็จะทำให้ตระกูลหนิงมั่นคงขึ้นด้วย

หนิงหว่านมองดูน้าของตนเองอย่างเย็นชา ตระกูลหนิงสั่นคลอนก็เพราะคนอย่างท่าน ท่านพ่อของข้าเป็นอนุเซียนขั้นสี่ สามารถปกครองดูแลตระกูลได้อย่างมั่นคงมาตลอดหลายสิบปี ท่านใช้แผนชั่วใส่ร้ายพ่อของข้าทั้งยังต้องการขายข้าเพื่อให้ตัวเองได้ผลประโยชน์ คิดว่าข้าจะยินยอมงั้นหรือ

เจ้า!!” หนิงหมู่ไม่อยากเชื่อว่าหนิงหว่านที่ปกติมักจะทำตัวเงียบๆและไม่โต้เถียงอันใดจะเอ่ยวาจาเช่นนี้ออกมา อย่าลืมว่าบิดาของเจ้ากำลังจะถูกตัดสินความผิด หรือเจ้าไม่อยากช่วยเหลือบิดาของเจ้าแล้ว

หนิงหว่านมองนางด้วยความเหยียดหยาม บิดาของข้ามีอีกฐานะก็คือพี่ชายแท้ๆของท่านเอง หนิงหมู่ ในเมื่อเจ้ากล้าหักหลังพ่อของข้าเช่นนั้นก็อย่าหวังว่าจะได้ใช้ประโยชน์จากข้า คนที่ปราชญ์ทั้งสองต้องการก็คือข้าไม่ใช่ท่าน ในเมื่อข้าไม่ยอมเป็นศิษย์ของปราชญ์เหมันต์วารี เช่นนั้นเจ้าก็จะไม่ได้รับอะไรเลย ตรงกันข้ามเมื่อท่านปราชญ์แห่งหมอกยอมรับข้า ผู้อาวุโสคนอื่นๆของตระกูลหนิงก็จะยินดีกับเรื่องนี้ไปด้วย ในเมื่อเป็นเช่นนี้ท่านจะทำอะไรได้

หนิงหมู่พูดไม่ออกในทันที สิ่งที่หนิงหว่านพูดนั้นถูกต้องทั้งหมด คนที่ปราชญ์ทั้งสองต้องการก็คือตัวหนิงหว่านไม่ใช่นาง ต่อให้นางอยากยอมรับข้อเสนอของซีซู่หรานแต่หากหนิงหว่านไม่ยอมรับแล้วนางจะทำอันใดได้ จะใช้บิดาของนางมาข่มขู่ต่องั้นหรือ ในเมื่อหนิงหว่านสามารถเป็นศิษย์ของปราชญ์แห่งหมอกแล้วผู้อาวุโสคนอื่นๆของตระกูลหนิงจะกล้าเห็นด้วยกับการทำร้ายหนิงหงได้อย่างไร

หากหนิงหมู่ยังดื้อดึงและพยายามที่จะเป็นศัตรูกับหนิงหว่าน เกรงว่าเหล่าผู้อาวุโสที่เคยอยู่ฝ่ายเดียวกับนางนี่แหละที่จะเป็นฝ่ายหักหลังนางซ้ำอีกครั้ง และเชิญหนิงหงกลับมาดำรงตำแหน่งผู้นำตระกูล

อันที่จริงนับตั้งแต่ที่หนิงหว่านมีปราชญ์แห่งหมอกคอยปกป้องช่วยเหลืออยู่ด้านหลัง ฐานะผู้นำตระกูลคนใหม่ของหนิงหมู่ก็ไม่สามารถรักษาเอาไว้ได้อีกแล้ว ขอเพียงหนิงหว่านเอ่ยปากผู้อาวุโสทั้งหมดของตระกูลที่ไม่อยากขัดใจนางก็จะปล่อยตัวหนิงหงและให้กลับมาดำรงตำแหน่งผู้นำตระกูลอีกครั้ง แน่นอนว่าไม่มีใครในตระกูลหนิงที่อยากเป็นศัตรูกับหนิงหว่านที่มีอนาคตไร้ขีดจำกัด

หนิงหว่านเอ่ยถูกต้อง ข้าเองก็ลืมไปเสียสนิท สุดท้ายคนที่จะตัดสินใจเรื่องนี้ก็คือนางไม่ใช่ผู้นำตระกูลหลินอี้ซินชื่นชมนางมากขึ้น ดวงตาคู่งามกวาดมองซีซู่หรานและหนิงหมู่ที่บัดนี้เต็มไปด้วยโทสะแต่กลับไม่สามารถระบายออกได้ด้วยความพึงพอใจ

ซีซู่หรานกวาดตามองหลินอี้ซิน หนิงหว่านก่อนจะเหลือบมองหนิงหมู่ เห็นได้ชัดว่าผู้นำตระกูลคนใหม่นี้ไม่มีประโยชน์ต่อนางอีกต่อไปแล้วนางก็ถอนหายใจออกมา หนิงหมู่ผู้นี้โง่เขลาจริงๆ นางรู้จักแต่ใช้อำนาจกดขี่และควบคุมแต่กลับไม่รู้จักใช้บารมีและความเมตตาเพื่อจูงใจ หากนางฉลาดกว่านี้อีกหน่อยไม่เลือกใช้ชีวิตของหนิงหงมาข่มขู่แต่แรก บางทีอาจจะมีวิธีอื่นที่จะช่วยโน้มน้าวหนิงหว่านได้ แต่ตอนนี้คงไม่มีหวังอีกแล้ว

เอาเถอะ ในเมื่อเจ้าเลือกเช่นนั้นข้าก็ขอให้เจ้าได้รับผลลัพธ์ที่ดีกับทางเลือกของเจ้าซีซู่หรานไม่ฝืนดื้อรั้นอีกต่อไป อย่างไรก็ตามนางไม่ยอมแพ้ในเรื่องเคล็ดวิชาเหมันต์วารีของหนิงหว่าน ในเมื่อไม่สามารถใช้วิธีดึงตัวนางมาได้เช่นนั้นก็เปลี่ยนไปใช้ไม้แข็งแทน เรื่องนี้อาจจะยุ่งยากและใช้เวลาสักหน่อยแต่เพื่อการพัฒนาของตนเองซีซู่หรานก็ยินดีที่จะอดทนรอ

 

ส่งคนของสถาบันเหอปิงและหนิงหมู่กลับไปได้หลินอี้ซินก็พลันสลายท่าทีน่าเกรงขามก่อนจะทิ้งตัวลงบนเก้าอี้อย่างเกียจคร้าน นางมองหนิงหว่านอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยว่า ออกมาได้แล้ว เจ้าพวกเด็กน้อยที่ชอบสร้างปัญหาให้ข้า

สิ้นคำของนาง ซ่งไป่หลาง รั่วอวี่ เทียนอี้และเยว่จิงก็ได้ปรากฏตัวขึ้น มองเห็นสายตาคาดคั้นของหลินอี้ซินแล้วซ่งไป่หลางก็พลันหัวเราะเบาๆก่อนจะเอ่ยเสียงเจื่อน

ท่านจะโทษข้าเรื่องนี้ไม่ได้นะ อันที่จริงท่านควรขอบคุณข้าด้วยซ้ำ หากไม่ใช่เพราะข้ามีหรือที่สถาบันหลานฮัวของท่านจะสามารถรักษาศิษย์ที่ยอดเยี่ยมอย่างหนิงหว่านเอาไว้ได้นานพอที่ท่านจะกลับมา

หลินอี้ซินแค่นเสียงพ่นลมหายใจ เอาเถอะ ถึงอย่างไรหนิงหว่านก็นับว่ามีคุณสมบัติพอใช้ได้ ข้าเองก็ไม่รังเกียจที่จะรับศิษย์สักคนหนึ่ง แต่ขอเตือนไว้ก่อน เมื่อเป็นศิษย์ของข้าแล้วเจ้าจะไม่สามารถใช้ชีวิตอย่างสุขสบายดังเดิมอีกต่อไป ตราบใดที่เป็นคำสั่งของข้าเจ้าจะต้องทำตามอย่างตั้งใจและอย่าได้ทำพลาด มิเช่นนั้นเจ้าจะต้องเจอกับบทลงโทษ

หนิงหว่านได้ยินดังนั้นก็พลันรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที แต่ไหนแต่ไรมาปราชญ์แห่งหมอกผู้นี้ก็เป็นแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ของนางตลอดมา บุคคลลึกลับที่กล้าเผชิญหน้ากับผู้อาวุโสหลักของตระกูลศักดิ์สิทธิ์อย่างห้าวหาญและยังเอาชนะได้อย่างหมดจด แม้กระทั่งปราชญ์คนอื่นๆก็ยังยอมรับนับถือความสามารถของนาง ได้เป็นศิษย์คนเช่นนี้หนิงหว่านจะกล้าทำตัวเฉื่อยแฉะได้อย่างไร นางจึงตอบรับอย่างแข็งขันทันที

เห็นดังนั้นหลินอี้ซินก็แสยะยิ้ม ซ่งไป่หลางและคนอื่นๆนั้นไม่นับว่าเป็นศิษย์ของนาง เพียงแค่รับไว้ดูแลชั่วคราวเท่านั้น ดังนั้นหลินอี้ซินจึงไม่ได้สั่งสอนใครมาเป็นเวลานานหลายสิบปีแล้ว เมื่อคิดถึงศิษย์คนสุดท้ายที่นางพยายามสอน น่าเสียดายที่มันทนความโหดร้ายของการสอนไม่ไหวจนหลบหนีไป หลินอี้ซินก็ไม่ใช่คนที่จะไปฝืนรั้งใครให้มาเป็นศิษย์นางจึงทำเพียงปล่อยให้มันจากไปเช่นนั้น

ดูเหมือนนางจะได้ของเล่นใหม่แล้ว ทั้งยังเป็นของเล่นชั้นดีเสียด้วย ขอเพียงหนิงหว่านอดทนต่อการสั่งสอนของนางได้เชื่อเถอะว่าไม่เกินสิบปีนางจะมีโอกาสบรรลุระดับขั้นอนุเซียนอย่างแน่นอน แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับว่านางจะทนได้หรือไม่ได้


------------

ตอนที่ 204 มาค่ำๆนะครับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น