God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 215 : ตอนที่ 205 คลาดกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 452
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    4 ก.พ. 64

                เวลาค่อยๆไหลผ่านไปจนในที่สุดการประลองระหว่างสถาบันก็ได้ฤกษ์เปิดม่านขึ้น

            สถานที่ที่ถูกใช้จัดการประลองก็คืออนุสรณ์แห่งปราชญ์ สถานที่ที่ปราชญ์ห้าคนแรกของดินแดนร้อยประตูได้ร่วมมือกันสร้างขึ้นอาศัยทั้งค่ายกลและความชำนาญพิเศษของแต่ละคนค่อยๆสรรค์สร้างสถานประลองขนาดมหึมาที่สามารถรับรองความปลอดภัยของผู้คนที่มาเยี่ยมชมและคนที่เข้าร่วมประลองได้อย่างสมบูรณ์

            สนามประลองแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อราวห้าร้อยปีก่อนดังนั้นปราชญ์ทั้งห้าที่เป็นผู้สร้างสนามประลองทั้งยังเป็นผู้ก่อตั้งสถาบันวิญญาณอันโด่งดังในอดีตต่างก็ได้ล้มหายตายจากกันไปหมดแล้ว ปราชญ์ทั้งสิบเหล่านี้ล้วนแต่เป็นชนรุ่นหลัง มีบางคนที่สืบทอดวิชาและเจตนารมณ์ต่อจากปราชญ์ห้าคนแรกแต่ก็นับว่าเป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น

            การประลองระหว่างสถาบันถูกควบคุมโดยปราชญ์แห่งวายุ ผู้ดูแลสถาบันวิญญาณฟงอวิ๋นที่ได้รับอันดับหนึ่งเมื่อครั้งก่อน สถาบันฟงอวิ๋นและสถาบันเหอปิงนั้นครองอันดับที่หนึ่งและสอง จากการประลองรอบระดับไม่เกินจักรพรรดิปฐพีครั้งล่าสุด รอบเดี่ยวนั้นหนิงหว่านเป็นผู้ชนะ ขณะที่รอบคู่สถาบันเหอปิงเป็นฝ่ายชนะส่วนรอบกลุ่มชัยชนะตกเป็นของสถาบันฟงอวิ๋น

            หงหยุนเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในการประลองรอบก่อนหน้าให้กลุ่มของซ่งไป่หลางฟังด้วยความรู้สึกเสียดาย การมีหนิงหว่านอยู่ทำให้สถาบันหลานฮัวสามารถการันตีชัยชนะในรอบเดี่ยวได้อย่างแน่นอน และหากให้นางไปประลองในรอบคู่ก็ยังมีโอกาสที่จะคว้าชัยชนะได้ แต่หากไปประลองในรอบกลุ่ม เนื่องจากขาดอัจฉริยะที่โดดเด่นคนอื่นๆคอยช่วยเหลือจึงไม่อาจส่งหนิงหว่านไปลงรอบกลุ่มได้ มิเช่นนั้นก็จะกลายเป็นการปล่อยให้นางต้องรับภาระสู้กับอัจฉริยะที่โดดเด่นที่สุดของสถาบันอื่นๆสี่คนพร้อมกัน ต่อให้เป็นหนิงหว่านก็ยังยากที่จะเอาชนะ

            ดังนั้นหงหยุนจึงคาดหวังในตัวของซ่งไป่หลางและพรรคพวกมาก ขอเพียงเอาชนะได้โดยเหลือคนบนสนามประลองสองคนขึ้นไป รวมกับแต้มที่หนิงหว่านคว้ามาได้จากการประลองรอบเดี่ยว อันดับหนึ่งก็จะต้องตกเป็นของสถาบันหลานฮัวอย่างแน่นอน

            การประลองระหว่างสถาบันนั้นมีอีกชื่อว่าการชุมนุมของปราชญ์ นั่นเพราะในการประลองนี้มักจะมีสมาชิกของปราชญ์ทั้งสิบปรากฏตัวขึ้นพร้อมกันเสมอ เป็นภาพที่ไม่สามารถพบเห็นได้ทั่วไป ดังนั้นคนของดินแดนร้อยประตูจึงให้ความสนใจกับการประลองนี้มาก เพียงแค่พริบตาเดียวอนุสรณ์แห่งปราชญ์ก็เต็มไปด้วยผู้คนจำนวนนับล้านที่มาร่วมรับชมความสนุก

            ผู้คนมากมายถึงเพียงนี้แต่อนุสรณ์แห่งปราชญ์กลับสามารถรองรับไว้ได้โดยไม่มีปัญหาเลยแม้แต่น้อย ระหว่างที่คนจำนวนมากกำลังรอคอยช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้น เหล่า บุคคลสำคัญก็ค่อยๆทยอยปรากฏตัวกันออกมาดึงดูดความสนใจของผู้คนอย่างรวดเร็ว

            ผู้นำตระกูลระดับสูงของดินแดนร้อยประตูจำนวนมากปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับเหล่าผู้ติดตาม ในจำนวนนั้นแน่นอนว่าต้องมีตระกูลหนิงรวมอยู่ด้วย เวลาผ่านไปไม่กี่วันแต่ตำแหน่งผู้นำตระกูลของหนิงหมู่กลับถูกยึดคืนไปและเวลานี้หนิงหงก็ได้กลับมาดำรงตำแหน่งผู้นำตระกูลอย่างผ่าเผยแล้ว ด้วยฐานะของหนิงหว่านในเวลานี้ผู้อาวุโสทั้งหมดของตระกูลหนิงต่างทำได้เพียงอยู่ฝ่ายเดียวกับหนิงหงและผลักไสหนิงหมู่ออกไป จากที่เคยเป็นผู้นำตระกูลชั่วคราวสุดท้ายกลับกลายเป็นผู้ที่ถูกตระกูลทอดทิ้งอย่างน่าสมเพช

            ดูนั่น ปราชญ์แห่งเถ้าถ่านนำคนของสถาบันหยางหัวมาด้วยตนเอง

            อ้า ปราชญ์แห่งกระบี่ก็มาแล้ว สถาบันกระบี่วิเศษนั้นแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว การประลองครั้งก่อนพวกมันทำผลงานได้ดีในระดับพลังไม่เกินขั้นสิบราชันยุทธ์ น่าเสียดายที่ระดับพลังไม่เกินจักรพรรดิปฐพีพวกมันพ่ายแพ้ไป

            ฮึๆ พูดถึงการประลองรอบพลังไม่เกินขั้นจักรพรรดิปฐพี อย่างไรก็ต้องนึกถึงสถาบันฟงอวิ๋นและสถาบันเหอปิง ทีมที่แข็งแกร่งที่สุดของสถาบันฟงอวิ๋นนั้นแข็งแกร่งมากจริงๆ ทั้งยังนำทัพด้วยหลี่ฮ่าว ผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าจะได้เป็นปราชญ์แห่งวายุคนต่อไป ทั้งพรสวรรค์และคุณสมบัติต่างๆล้วนแต่ครบถ้วนเพียงพอที่จะกำราบอัจฉริยะทุกคนในดินแดนร้อยประตูได้ ไม่ต้องแปลกใจเลยที่มันจะได้รับอันดับหนึ่งในการประลองครั้งก่อน

            เจ้าเอ่ยเช่นนี้ก็ไม่ถูกต้องนัก จริงอยู่ว่าหลี่ฮ่าวนั้นแข็งแกร่งและโดดเด่นมาก แต่เหตุผลที่พวกมันเป็นฝ่ายชนะก็เพราะมีเพื่อนร่วมทีมที่ดีอยู่ด้วย ข้างกายของหลี่ฮ่าวมีฝาแฝดแห่งตระกูลเนี่ยอยู่ ทั้งสองคนนั้นต่างก็เป็นยอดอัจฉริยะที่โดดเด่นเสียจนหากไปเข้าสถาบันอื่นก็มีสิทธิ์ที่จะกลายเป็นอันดับหนึ่งในสถาบันนั้นๆได้ คนสุดท้ายยังเป็นอิ๋งซูเอ๋อที่เชี่ยวชาญการสนับสนุนและบัญชาการต่อสู้ การรวมตัวของสี่คนนั้นทำให้ทีมของสถาบันฟงอวิ๋นแข็งแกร่งมากที่สุดและได้รับอันดับหนึ่งไปอย่างสมศักดิ์ศรีจริงๆ

            อ้า เจ้าพูดถูก ฝีมือของคนทั้งสี่จากสถาบันฟงอวิ๋นนั้นยอดเยี่ยมมากจริงๆ เมื่อเทียบกันแล้วสถาบันเหอปิงเองก็มีคนที่ยอดเยี่ยมอย่างหลิวจื่อฝานและต้านโกวอยู่ด้วย แต่เพราะมีกันแค่สองคนจึงทำได้เพียงคว้าชัยชนะการประลองแบบคู่ การประลองแบบเดี่ยวก็ถูกหนิงหว่านจากสถาบันหลานฮัวแย่งชิงไปทำให้สถาบันเหอปิงเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไปอย่างไม่เต็มใจ

            เอ่ยถึงเรื่องนี้ หนิงหว่านของสถาบันหลานฮัวนับว่าโดดเด่นมากจริงๆ ในการประลองรอบเดี่ยวไม่มีใครสามารถสร้างปัญหาให้นางได้เลยสักคน ก่อนหน้านี้ได้ยินว่าปราชญ์เหมันต์วารีสนใจความสามารถของนางมากจึงต้องการรับนางเป็นศิษย์ ข้าคิดว่าคงต้องการตัวนางมาเพื่อเพิ่มโอกาสได้รับอันดับหนึ่งในการประลองระหว่างสถาบันเป็นแน่ จิ๊ๆ สุดท้ายหนิงหว่านก็เลือกที่จะอยู่กับสถาบันหลานฮัวต่อ ได้ยินว่าปราชญ์แห่งหมอกได้รับนางเป็นศิษย์แล้ว เท่านี้นางก็มีอนาคตไร้ขีดจำกัดไม่ต่างจากหลี่ฮ่าวของสถาบันฟงอวิ๋นแล้วละ

            อา ปราชญ์แห่งหมอกผู้ลึกลับและสูงส่งผู้นั้นแต่ไหนแต่ไรก็ไม่เคยปรากฏตัวให้คนนอกเห็นมาก่อน ข้าอดไม่ได้ที่จะคาดหวังให้ปราชญ์แห่งหมอกปรากฏตัวในการประลองระหว่างสถาบันครั้งนี้

            นอกจากคนของดินแดนร้อยประตูแล้ว แน่นอนว่าคนจากภายนอกเองก็เข้ามาร่วมรับชมความสนุกเป็นจำนวนมากเช่นกัน อย่าลืมว่าคนที่เข้าเรียนในสถาบันวิญญาณต่างๆไม่จำเป็นต้องเป็นคนของดินแดนร้อยประตูเสมอไป มีทั้งคนที่มาจากดินแดนระดับต่ำกว่าและคนจากดินแดนใหญ่ที่แข็งแกร่งอื่นๆ ทำให้แขกที่มาจากต่างแดนสามารถดึงดูดความสนใจของผู้คนได้ไม่น้อย

            ในบรรดา แขกเหล่านั้นไม่มีผู้ใดรู้ว่าหนึ่งในบุคคลที่มีอำนาจมากที่สุดเป็นอันดับต้นๆในโลกอย่าง ยอดผู้อาวุโสของตระกูลศักดิ์สิทธิ์เองก็ร่วมปะปนอยู่ในกลุ่มคนอย่างเงียบงัน เฉินฟงซุนกลอกตาของมันอย่างเหนื่อยใจเมื่อมองเห็นศิษย์รักของตนเองที่กำลังกวาดมองไปทั่วทั้งอนุสรณ์แห่งปราชญ์ด้วยความอยากรู้อยากเห็นราวกับว่าตนเองเป็นเด็กเล็กที่ไม่เคยออกมาผจญโลก

            ท่านอาจารย์ จริงหรือที่ข้าเองก็เคยเข้าร่วมการประลองแบบนี้ด้วย ตอนนั้นข้าทำได้ดีหรือเปล่า ยังไงท่านก็เอ่ยว่าข้าเป็นอัจฉริยะนี่ ข้าจะต้องทำได้ดีแน่ๆใช่ไหมเซี่ยเหมยอันหันมาถามชายชราด้วยความตื่นเต้น คนจำนวนมากที่มาร่วมรับชมการประลองเช่นนี้แปลว่าตอนที่นางเคยประลองก็จะต้องมีคนดูอยู่จำนวนมากเช่นกัน บางทีนางอาจจะเคยเป็นดาวเด่นของดินแดนร้อยประตูเมื่อนานมาแล้ว

            ตอนนั้นเจ้ายังไม่ได้เป็นศิษย์ของข้า ข้าเพียงแค่รู้มาว่าเจ้าเคยอยู่ในสถาบันหลานฮัวช่วงที่มันเพิ่งก่อตั้งขึ้นมาได้ไม่นาน และเป็นตัวแทนของสถาบันหลานฮัวเข้าร่วมประลองในรอบระดับพลังไม่เกินขั้นสิบราชันยุทธ์ ดูเหมือนตอนนั้นเจ้าจะมีอายุสิบแปดปี การที่มีระดับพลังขั้นสิบราชันยุทธ์ก็นับว่ายอดเยี่ยมแล้วเฉินฟงซุนตอบกลับ

            อันที่จริงตัวมันเองก็มีข้อมูลเกี่ยวกับเซี่ยเหมยอันก่อนที่จะมาพบกับมันอยู่ไม่มาก ที่รู้ว่านางเคยศึกษาอยู่ในสถาบันหลานฮัวก็นับว่าใช้เวลาตามสืบค้นหาอยู่นาน ส่วนเรื่องที่นางเคยเข้าร่วมประลองเพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นหลายสิบปีมาแล้วจึงทำให้มีคนจำได้น้อยมาก จะหาข้อมูลอย่างละเอียดย่อมเป็นไปไม่ได้

            โธ่เซี่ยเหมยอันรู้สึกผิดหวัง เอาเถอะ ในเมื่อท่านเอ่ยว่าข้าเคยเรียนอยู่ในสถาบันหลานฮัว ถ้าอย่างนั้นการประลองครั้งนี้ข้าจะคอยเชียร์คนของสถาบันหลานฮัวด้วย

            เราไม่ได้มีเวลามากนัก ข้าเพียงแค่พาเจ้ามาร่วมรับชมเพื่อสัมผัสกับบรรยากาศที่เจ้าอาจจะคุ้นเคย เผื่อว่าความทรงจำในอดีตของเจ้าจะย้อนกลับคืนมาได้ แต่หากมันไม่มีประโยชน์เช่นนั้นเราก็จะจากไปเฉินฟงซุนรู้สึกสงสารศิษย์ของตนเป็นอย่างมาก

            อาจารย์ เหตุใดท่านจึงต้องการฟื้นฟูความทรงจำให้กับข้านัก ทั้งที่ความจริงตอนนี้ข้าก็มีความสุขดีอยู่แล้ว หรือหากท่านต้องการให้ข้ารู้เรื่องในอดีต ท่านเองก็รู้เรื่องของข้าหลายเรื่อง ทำไมไม่เล่าให้ข้าฟังตรงๆไปเลยเล่าเซี่ยเหมยอันเอ่ยถามด้วยความสงสัย

            เฉินฟงซุนถอนหายใจ ข้าไม่ได้รู้เรื่องของเจ้าละเอียดนัก อย่างที่บอกไปว่าเจ้าได้หนีข้าไปเป็นเวลาสิบกว่าปี ตอนที่ข้าเจอกับเจ้าอีกครั้งตัวเจ้าก็อยู่ในสภาพนี้แล้ว ความทรงจำของเจ้าก็ควรที่จะค้นหาและรับรู้ด้วยตนเองถึงจะดี

            แน่นอนว่าเฉินฟงซุนโกหก มันรู้ดีว่าสิบกว่าปีที่ศิษย์ของมันได้หลบหนีจากมันไปก็เพราะนางตกหลุมรักคนของตระกูลซ่ง ทั้งยังขัดคำสั่งของมันแต่งงานกับชายสารเลวผู้นั้นโดยพลการ อย่างไรก็ตามแม้จะโกรธแต่เฉินฟงซุนก็ไม่อาจตัดใจทอดทิ้งศิษย์ที่ตนเลี้ยงดูด้วยความรักใคร่เอ็นดูไปได้

            หลังจากที่รู้ถึงโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นต่อตระกูลซ่ง เฉินฟงซุนไม่ลังเลที่จะมุ่งหน้าไปหาศิษย์ของตนแต่กลับพบว่านางได้ถูกความโศกเศร้ากัดกินจนไม่อาจทานรับไหว สุดท้ายราวกับเพื่อป้องกันไม่ให้จิตใจของตนเองถูกทำลายจนแตกสลาย ความทรงจำของนางได้สูญหายไปและไม่มีทีท่าว่าจะหวนคืนกลับมา

            แรกเริ่มเฉินฟงซุนเตรียมใจที่จะแบกรับความเกลียดชังและสายตาอันเคียดแค้นของนางเอาไว้ก่อนแล้ว ถึงแม้มันจะไม่ได้ลงมือด้วยตนเองแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าตระกูลศักดิ์สิทธิ์ของมันคือสาเหตุที่ทำให้ครอบครัวของนางต้องพังทลายลง ในฐานะที่เป็นทั้งอาจารย์และยอดผู้อาวุโส เฉินฟงซุนรู้ดีว่ามันไม่สามารถหลีกพ้นความรับผิดชอบและความเกลียดชังได้ ดังนั้นมันจึงยินดีที่จะแบกรับไว้ด้วยตนเอง

            แต่นึกไม่ถึงเซี่ยเหมยอันกลับอยู่ในสภาพที่สูญเสียความทรงจำเช่นนี้ เฉินฟงซุนทั้งสับสนทั้งหวาดกลัว มันสงสารศิษย์ของตนที่ต้องสูญเสียครอบครัวของตนเองทั้งยังไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับลูกของนางที่น่าจะยังมีชีวิตอยู่ ขณะเดียวกันมันก็อดไม่ได้ที่จะหวาดกลัวว่าหากวันใดนางได้ความทรงจำกลับคืนมา ดวงตาที่เคยมองมันด้วยความเคารพรักจะแปรเปลี่ยนกลายเป็นเคียดแค้นชิงชัง

            สุดท้ายมันก็ได้ตัดสินใจว่าจะช่วยหาวิธีฟื้นความทรงจำให้นาง แม้ว่าผลสุดท้ายมันอาจจะต้องเผชิญหน้ากับความแค้นของนาง แต่เฉินฟงซุนก็ไม่อาจทำใจหลอกตัวเองและศิษย์ของมันไปได้ตลอดชีวิต

            สิ่งเดียวที่มันคิดไม่ถึงก็คือประมุขของตระกูลศักดิ์สิทธิ์จะชื่นชอบพรสวรรค์ของศิษย์ตนกระทั่งยินยอมให้โอกาสนางได้รับการปลูกสร้างรากฐานศักดิ์สิทธิ์ เรื่องนี้ทำให้เฉินฟงซุนเป็นกังวลมาก หากวันใดนางได้รับความทรงจำกลับคืนมารากฐานศักดิ์สิทธิ์นี้จะกลายเป็นโซ่ตรวนและหนามที่คอยทิ่มแทงจิตใจของนางอย่างไม่อาจถอนออกไปได้ หากเลือกได้เฉินฟงซุนก็อยากให้นางสามารถใช้ชีวิตอย่างอิสระและไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับตระกูลศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไป

            อาจารย์ ท่านคิดเรื่องอะไรอยู่เซี่ยเหมยอันเอ่ยถามอาจารย์ของตนด้วยความสงสัยเมื่อเห็นชายชราจมอยู่ในห้วงความคิดเป็นเวลานาน

            ดวงตาอ่อนโยนของเฉินฟงซุนมองเซี่ยเหมยอันก่อนจะยิ้มอย่างเหนื่อยอ่อน ข้าเพียงแค่เหนื่อยเล็กน้อย คนแก่ก็เป็นเช่นนี้ เจ้าเองก็ระวังเถอะ อีกหนึ่งร้อยปีเจ้าก็จะเป็นแบบเดียวกับข้า

            เซี่ยเหมยอันแสดงท่าทีไม่พอใจทันที อาจารย์ ท่านน่ะอายุสองร้อยกว่าปีแล้วนะ ตัวข้ายังมีอายุเพียงห้าสิบหกสิบปีเท่านั้น ต่อให้ผ่านไปอีกหนึ่งร้อยปีข้าก็ยังไม่มีทางกลายเป็นคนแก่แบบท่านแน่

            ฮ่าๆเฉินฟงซุนหัวเราะให้กับท่าทีโกรธเคืองแบบเด็กๆของนาง ศิษย์หัวดื้อคนนี้อายุเพียงแค่นี้ก็มีระดับพลังแตะขั้นเซียนสวรรค์แล้ว อนาคตของนางยังมีโอกาสเหนือกว่าตนเองไปอีก นี่เป็นสาเหตุที่ประมุขตระกูลศักดิ์สิทธิ์ชื่นชมนาง

            ไปเถอะ การประลองใกล้จะเริ่มต้นขึ้นแล้ว ช่วงแรกๆไม่มีอะไรน่าสนใจนัก เป็นการประลองของพวกระดับพลังระดับทั่วไป ที่น่าสนใจก็คือการประลองรอบพลังไม่เกินจักรพรรดิปฐพี ได้ยินมาว่าการประลองปีที่แล้วดุเดือดมาก มีอัจฉริยะรุ่นใหม่ที่เก่งกาจปรากฏตัวขึ้นมากมาย เจ้าจะต้องชอบแน่ๆ

            ระหว่างที่สองคนศิษย์อาจารย์กำลังสนทนาและเดินกลมกลืนไปกับฝูงชน ห่างออกมาเพียงไม่กี่ก้าวในกลุ่มคนจำนวนมากยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่กำลังเดินสำรวจบรรยากาศของอนุสรณ์แห่งปราชญ์ด้วยความสนอกสนใจ อันที่จริงควรบอกว่ามีเพียงคนเดียวที่สนใจสิ่งรอบตัวขณะที่คนอื่นๆเพียงแค่ติดตามและทำหน้าที่คอยคุ้มกันนางเท่านั้น

            คุณหนู ท่านค่อยๆเดินเถอะ ตอนนี้คนเยอะมากหากไม่ระวังตัวพวกเราอาจจะพลัดหลงกับท่านได้หญิงสาวที่เดินตามนางเอ่ยด้วยน้ำเสียงจนใจ

            หญิงสาวที่ถูกเรียกว่าคุณหนูหันกลับมามองนางทำให้สายตาของนางคลาดโอกาสที่จะได้มองเห็นใครบางคนไปอย่างน่าเสียดาย นางเอ่ยด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย องครักษ์หลี่ ด้วยพลังระดับท่านแค่ฝูงชนที่มากหน่อยจะทำให้พลัดหลงจากข้าไปได้ยังไง อีกอย่างตัวข้าเองก็มีปัญญาปกป้องดูแลตัวเองอยู่ ไม่เข้าใจจริงๆว่าท่านพ่อบุญธรรมจะกังวลเรื่องอะไร

            หลี่เม่ยเม่ยสบตากับโฮ่วเฟิงที่เดินอยู่ข้างๆนางด้วยความจนใจก่อนจะหันไปตอบนาง คุณหนู อย่าลืมว่าดินแดนร้อยประตูเป็นเขตแดนกึ่งกลาง ท่านจักรพรรดิมีศัตรูอยู่มากมาย ไม่แน่อาจจะมีใครบางคนเล็งเป้าหมายอยู่ที่ท่าน หากพวกข้าไม่ระวังและปล่อยให้เกิดเรื่องขึ้นกับท่านละก็ ท่านจักรพรรดิจะไม่ปล่อยพวกข้าเอาไว้แน่

            ซ่งหงเสวี่ยถอนหายใจเบาๆ เอาเถอะๆ พวกเจ้าก็ตามข้ามาดีๆแล้วกัน มีพวกเจ้าคอยติดตามใกล้ชิดถึงเพียงนี้ข้ายังต้องกังวลเรื่องอะไรอีกกัน จริงสิ องครักษ์หลี่ท่านได้ข่าวของพี่ชายข้าบ้างหรือยัง ในเมื่อมีเป้าหมายที่ประตูแห่งโชคชะตาพี่ชายก็น่าจะเข้าร่วมการประลองระหว่างสถาบันเป็นแน่

            คุณชายใช้ฐานะปลอมทำให้ติดตามได้ยาก แต่เนื่องจากมีสหายคนอื่นติดตามมาด้วยข้าจึงหาข่าวได้ในเวลาไม่นาน ดูเหมือนคุณชายและสหายจะเข้าไปในสถาบันหลานฮัว หากข้าคาดเดาไม่ผิดพวกเขาก็น่าจะเป็นตัวแทนในการประลองให้กับสถาบันหลานฮัวด้วย

            ซ่งหงเสวี่ยพยักหน้าอย่างพึงพอใจ สถาบันวิญญาณหลานฮัวสินะ การประลองครั้งนี้จะต้องสนุกอย่างแน่นอน พวกเราไปหาที่ดีๆจับจองคอยรับชมกันเถอะ

            โดยไม่รู้ตัว คนสองคนที่มีความสัมพันธ์ในฐานะมารดาและบุตรสาวได้คลาดกันไปอย่างน่าเสียดายท่ามกลางฝูงชนจำนวนมากมายที่อนุสรณ์แห่งปราชญ์

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น