God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 212 : ตอนที่ 202 ปราชญ์เหมันต์วารีเคลื่อนไหว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 398
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    2 ก.พ. 64

ท่ามกลางป่าสนอันเงียบสงัดและหนาวเย็น เมิ่งกั๋วพ่นลมหายใจจนมองเห็นไอควันออกมาจากปากของมัน สองเท้าก้าวย่ำไปบนพื้นหิมะอย่างเร่งร้อนก่อนที่จะหยุดยืนอยู่ที่ด้านหน้าค่ายกลสนหิมะขนาดใหญ่ ค่ายกลสนหิมะนี้เป็นพื้นที่กั้นขวางทางเข้าสู่ตำหนักวิมานเหมันต์ สถานที่พำนักของปราชญ์เหมันต์วารีแห่งสถาบันวิญญาณเหอปิง

 เมิ่งกั๋วหงุดหงิดงุ่นง่านใจอยู่ที่ด้านหน้าค่ายกล กระทั่งหญิงสาวผู้หนึ่งก้าวเดินออกมาจากภายใน ดวงตาของนางกวาดมองเมิ่งกั๋วก่อนที่จะเอ่ยว่า อาจารย์เมิ่ง ท่านมีธุระกับท่านซีหรือ

ซีซู่หรานคือชื่อของปราชญ์แห่งเหมันต์วารี เมิ่งกั๋วมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาซับซ้อน ผสมทั้งความเหยียดหยามและอิจฉาริษยา ตำแหน่งของหญิงสาวผู้นี้เป็นเพียงอาจารย์ระดับกลางๆของสถาบันเหอปิง เทียบกับมันที่เป็นผู้ดูแลระดับสูงของสถาบันแล้วก็ไม่อาจนับเป็นอันใดได้ แต่นางกลับมีโอกาสได้เข้าไปรับใช้ปราชญ์เหมันต์วารีภายในตำหนักวิมานเหมันต์ขณะที่มันทำได้เพียงเฝ้ารออยู่ด้านหน้าค่ายกลสนหิมะเท่านั้น

นี่ก็เพราะกฏเกณฑ์ที่ปราชญ์เหมันต์วารีตั้งขึ้น นางเอ่ยอย่างเด็ดขาดมิให้บุรุษหน้าไหนย่างเท้าเข้าไปด้านในเขตพำนักของตนเอง อนุญาตเพียงหญิงสาวเท่านั้น แม้แต่เมิ่งกั๋วที่เป็นผู้ช่วยมือขวาของนางก็ยังไม่ได้รับสิทธิ์เข้าไปด้านในตำหนักแห่งนี้

หยุนเจี่ย เจ้าไปแจ้งกับท่านซีว่าข้ามีข่าวเรื่องหนิงหว่านมาแจ้งแก่ท่านแม้จะรู้สึกไม่ดีมากเพียงใดมันก็ทำได้เพียงไหว้วานให้อีกฝ่ายที่สามารถเข้าออกตำหนักวิมานเหมันต์ช่วยทำหน้าที่แจ้งข่าวเท่านั้น

ไม่จำเป็น ท่านบอกแก่ข้า ข้าจะเข้าไปแจ้งแก่ท่านซีด้วยตนเองหยุนเจี่ยตอบกลับ

คิ้วของเมิ่งกั๋วกระตุก ตั้งแต่เมื่อใดกันที่แม้แต่คนระดับหยุนเจี่ยก็ยังสามารถเอ่ยโดยไม่ไว้หน้ามันเช่นนี้ หยุนเจี่ย อย่าคิดว่าแค่เพราะท่านซีพึงพอใจในตัวเจ้าก็ทำให้เจ้ากลายเป็นระดับเดียวกับข้า อย่าลืมว่าระดับพลังของเจ้าเพียงแค่อนุเซียนขั้นสามเท่านั้น หากวันใดที่ท่านซีเบื่อหน่ายเจ้าคิดหรือว่าเจ้าจะยังสามารถใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบได้

หยุนเจี่ยหัวเราะสดใส เมิ่งกั๋วไม่จำเป็นต้องให้เจ้ากังวลแทนข้าหรอก ท่านซีดูแลข้าเป็นอย่างดี เจ้าเชื่อหรือไม่ว่าอีกไม่นานตำแหน่งของเจ้าก็จะรักษาเอาไว้ไม่ได้แล้ว ท่านซีสัญญากับข้าว่าจะมอบโอกาสในการฝึกฝนให้ข้าได้กลายเป็นอนุเซียนระดับห้าภายในสิบปี ฮึๆ เมื่อถึงเวลานั้นตำแหน่งมือขวาของท่านซีก็จะเป็นของข้า

เมิ่งกั๋วสีหน้ามืดดำ หยุนเจี่ย เจ้าคงประเมินตัวเองสูงไปสักหน่อยกระมัง คิดหรือว่าเจ้าจะได้เป็นคนโปรดของท่านซีตลอดไป ไปตามท่านซีมาให้ข้าตอนนี้แล้วข้าจะถือว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น มิเช่นนั้นข้าจะทำให้เจ้าต้องสำนึกเสียใจกับความโอหังของเจ้า

พอได้แล้ว เจี่ยเอ๋อ เมิ่งกั่ว พวกเจ้าสองคนควรที่จะทำงานร่วมกัน มิใช่สร้างปัญหาให้แก่กันเช่นนี้ เสียงนุ่มนวลเยือกเย็นดังขึ้นจากภายในค่ายกลสนหิมะ สีหน้าของคนทั้งสองแปรเปลี่ยนก่อนที่จะคุกเข่าหันหน้าไปทางค่ายกลสนหิมะในทันที

เมิ่งกั๋วคารวะท่านซี

หยุนเจี่ยคารวะท่านซี

เสียงหัวเราะเย็นชาดังขึ้นมาเบาๆก่อนที่ร่างอันงดงามจะก้าวเดินออกมาจากค่ายกลสนหิมะ ใบหน้าและสีผิวขาวนุ่มนวลราวกับหิมะที่บริสุทธิ์ ดวงตาใสกระจ่างดุจคริสตัลที่แฝงด้วยความเย็นชากวาดมองคนทั้งสองก่อนที่มุมปากของนางจะยกขึ้นเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มหยิ่งยโส เมิ่งกั๋ว เจ้าจงแจ้งข่าวแก่ข้า

เมิ่งกั๋วพยักหน้า ท่านซี การดึงตัวหนิงหว่านนั้นมีปัญหามากกว่าที่คิด ข้อแรกหงหยุนและสถาบันหลานฮัวไม่ยินดีที่จะปล่อยนาง กระทั่งอ้างว่าพวกมันเองก็มีข้อเสนอที่จะให้หนิงหว่านเป็นศิษย์ของปราชญ์แห่งหมอกเพื่อต่อต้านข้อเสนอของพวกเรา

อ้อซีซู่หรานประหลาดใจเล็กน้อยทว่ารอยยิ้มนางกลับเพิ่มความหยิ่งยโสขึ้นมาหลายส่วน รับหนิงหว่านเป็นศิษย์งั้นหรือ หึ หากมิใช่เพราะเคล็ดวิชาเหมันต์วารีของนางแม้จะมีพรสวรรค์สูงกว่านี้อีกสองถึงสามขั้น ข้าก็ยังไม่คิดจะรับนางเป็นศิษย์ ปราชญ์แห่งหมอกเองก็ปล่อยนางเอาไว้ในสถาบันนานแล้วกลับมาเสนอว่าจะรับเป็นศิษย์เอาตอนนี้ มิต้องสงสัยว่าเป็นเพียงข้ออ้างกันไม่ให้พวกเราดึงตัวไปเท่านั้น

ข้าเองก็เชื่อเช่นนั้นเมิ่งกั๋วพยักหน้าเห็นด้วย ดังนั้นข้าจึงใช้แผนการอื่นนั่นคือเข้าทางตระกูลหนิงของนาง เวลานี้นอกจากหนิงหงที่เป็นบิดาของนางกับผู้อาวุโสอีกไม่กี่คน ที่เหลือของตระกูลหนิงก็ล้วนแต่เห็นด้วยกับข้อเสนอของพวกเราทั้งหมดแล้ว แต่แล้วตระกูลหนิงกลับเกิดปัญหาถูกใครบางคนลอบเข้าไปปล้นสมบัติประจำตระกูลจากคลังสมบัติของพวกมัน ทำให้แผนการที่จะใช้ตระกูลหนิงช่วยกดดันถูกชะลอไปหลายส่วน

ถูกขโมยจากคลังสมบัติเลยงั้นรึ ตระกูลหนิงไม่ใช่ตระกูลระดับล่าง เหตุใดการป้องกันของพวกมันจึงกระจอกถึงเพียงนี้ หรือว่าคนที่ขโมยจะเป็นยอดฝีมือระดับเซียนสวรรค์?” ปราชญ์เหมันต์วารีประหลาดใจเล็กน้อยก่อนที่นางจะส่ายหน้า ไม่น่าเป็นไปได้ หากเป็นเซียนสวรรค์จริงก็ยิ่งไม่มีเหตุผลที่จะลดตัวไปทำตัวเป็นโจรขโมย ก็แค่สมบัติของตระกูลหนึ่งไม่ใช่หรือ ไม่แน่คนที่ลงมืออาจจะเป็นตัวหนิงหงเองก็เป็นได้

เมิ่งกั๋วตกตะลึง ท่านซี เหตุใดจึงคิดว่าหนิงหงเป็นผู้ลงมือกัน หากเป็นเช่นนั้นไม่เท่ากับว่ามันได้ผิดต่อตระกูลหนิงงั้นรึ แม้แต่ตำแหน่งผู้นำตระกูลก็อาจจะไม่สามารถรักษาเอาไว้ได้

เจ้าเอ่ยเองไม่ใช่หรือว่าหนิงหงไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของพวกเรา เช่นนั้นก็เป็นไปได้ว่ามันพยายามยับยั้งไม่ให้ตระกูลเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยการเบนความสนใจ นับว่าเป็นวิธีการที่ดีทีเดียวซีซู่หรานตอบกลับอย่างเยือกเย็น

เรื่องนี้เมิ่งกั๋วพูดไม่ออกในทันที นี่นับว่ามีความเป็นไปได้อย่างมากทว่าขณะเดียวกันก็ดูเป็นเรื่องที่โง่เขลาเช่นกัน เรื่องแบบนี้หากเกิดข้อผิดพลาดก็อาจจะทำให้หนิงหงต้องสูญเสียตำแหน่งผู้นำตระกูลของมันไป เมื่อเป็นเช่นนั้นในอนาคตมันจะไม่เหลือโอกาสที่จะปกป้องบุตรสาวของมันอีก

แต่หากจะเอ่ยถึงความเป็นไปได้ก็นับว่าเป็นไปได้สูงเช่นกัน นั่นเพราะการลงมือครั้งนี้ให้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมมากจริงๆ สามารถเบี่ยงเบนความสนใจของตระกูลออกจากข้อเสนอของปราชญ์เหมันต์วารีได้อย่างหมดจด

เจ้านำเรื่องนี้ไปบอกกับคนของตระกูลหนิงที่เห็นด้วยกับข้อเสนอของเรา เลือกคนที่มีอำนาจภายในตระกูล ไม่ว่าเรื่องนี้จะเป็นฝีมือของหนิงหงจริงหรือไม่ เชื่อว่ามันจะต้องสร้างปัญหาให้กับตระกูลหนิงเป็นแน่

ท่านซีปราดเปรื่องนัก ทว่าข้ายังคงกังวลว่าตระกูลหนิงอาจจะเคลื่อนไหวช้าเกินไป หากรอให้ผ่านช่วงการประลองระหว่างสถาบันไปแล้วก็อาจจะสายเกินไป หนิงหว่านเองก็ใกล้จะบรรลุพลังระดับขั้นจักรพรรดิฟ้าเต็มทีแล้วเมิ่งกั๋วเอ่ยถึงความกังวลของมัน

ดวงตาเย็นชาของซูซีหรานทอประกายเย็นชา เจ้าวางใจเถอะ ไปจัดการกับตระกูลหนิงให้เรียบร้อย ขอเพียงก่อความวุ่นวายภายในตระกูลหนิงได้ ข้าจะออกหน้าด้วยตนเอง อาศัยการกดดันจากทั้งภายในและภายนอก มาดูกันเถอะว่าสถาบันหลานฮัวจะรั้งตัวนางไว้ได้นานเพียงใด

เป็นเวลานับสิบปีแล้วที่พลังฝีมือของซูซีหรานหยุดนิ่งชะงักงัน นับตั้งแต่พลังของนางตีบตันอยู่ที่ระดับเซียนสวรรค์ขั้นสองนางก็ไม่อาจพัฒนามันได้อีก ดังนั้นเคล็ดวิชาเหมันต์วารีที่โดดเด่นและทรงพลังของหนิงหว่านจึงเป็นความหวังที่นางจะสามารถพัฒนาขึ้นไปได้อีกขั้น นางย่อมไม่มีทางยอมปล่อยมืออย่างแน่นอน

            ท่านซีจะออกหน้าด้วยตนเองงั้นหรือ ถ้าหากปราชญ์แห่งหมอกปรากฏตัวออกมาเล่า พวกเราควรทำเช่นไรเมิ่งกั๋วไม่มั่นใจเล็กน้อย

            ในความคิดของข้า เรื่องของหนิงหว่านบางทีอาจจะไม่เกี่ยวข้องกับปราชญ์แห่งหมอกแม้แต่น้อย บางทีสถาบันหลานฮัวอาจจะแค่หาวิธีที่จะรั้งนางเอาไว้ ดังนั้นจึงอ้างชื่อของปราชญ์แห่งหมอกขึ้นมา เฮอะ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าปราชญ์แห่งหมอกที่เก็บตัวเงียบงันเป็นเวลานับสิบปีจะยอมปรากฏตัวออกมาเพียงเพราะเรื่องของหญิงสาวคนหนึ่ง พวกเจ้าไปจัดการตามที่ข้าสั่งเถอะ

            เมิ่งกั๋วรับคำก่อนจะรีบจากไปอย่างรวดเร็ว ซีซู่หรานเหลือบตามองหยุนเจี่ย เมื่อเห็นว่ากำลังถูกจ้องมองดวงตาของหยุนเจี่ยก็สั่นไหวก่อนที่ใบหน้าของนางจะแปรเปลี่ยนเป็นแดงก่ำ นึกถึง ความโปรดปรานที่ซีซู่หรานมอบให้นางก็พลันเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน

            ท่านซี ข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะ

            ซีซู่หรานพยักหน้าไม่ตอบอันใด ในใจของนางพลันรู้สึกเบื่อหน่ายอีกฝ่ายขึ้นมาเล็กน้อย หญิงผู้นี้แรกเริ่มก็นับว่าน่าสนใจอยู่ แต่เมื่อนางเริ่มแสดงท่าทียอมรับอย่างว่าง่ายซีซู่หรานก็เริ่มคิดว่าตนเองน่าจะเปลี่ยนคนโปรดของนางได้แล้ว

 

            ความวุ่นวายบังเกิดขึ้นในตระกูลหนิงอีกครั้ง หลังจากที่ผู้อาวุโสใหญ่ของตระกูลพร้อมกับหนิงหมู่ได้เริ่มกล่าวหาว่าหนิงหงคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังการขโมยสมบัติประจำตระกูล เดิมทีคำกล่าวหาเหล่านี้ล้วนไม่มีผู้ใดเชื่อถือเนื่องจากหนิงหงไม่น่าจะมีความจำเป็นอันใดที่จะขโมยของๆตัวเอง แต่เมื่อหนิงหมู่เอ่ยว่าหนิงหงนั้นทำเรื่องนี้ก็เพราะต้องการเบี่ยงเบนความสนใจปกป้องลูกสาวของตน เท่านั้นก็สามารถสร้างความสั่นคลอนให้กับความเชื่อมั่นของคนในตระกูลจำนวนมากในทันที

            ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้เห็นได้ชัดว่าคนส่วนมากของตระกูลเริ่มที่จะต่อต้านการปกครองของหนิงหงมากขึ้นเรื่อยๆ ปัญหานี้ทำให้หนิงหงรู้สึกราวกับว่าตนเองแก่ชราลงไปหลายปีเลยทีเดียว เนื่องจากตระกูลหนิงไม่ใช่ตระกูลเล็กๆ ดังนั้นปัญหาที่เกิดขึ้นจึงไม่สามารถปกปิดเป็นความลับได้ คนในดินแดนร้อยประตูต่างได้รับรู้ถึงความขัดแย้งที่เกิดขึ้น แน่นอนว่าคนในสถาบันหลานฮัวเองก็รู้เรื่องนี้เช่นกัน

            หนิงหว่านต้องการที่จะกลับไปยังตระกูลของนางเพื่อช่วยเหลือผู้เป็นบิดา ทว่าหนิงหงกลับส่งข่าวมาห้ามนางเอาไว้อย่างเด็ดขาด ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้แม้หนิงหงจะไม่ใช่ผู้อยู่เบื้องหลังแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่องนี้ส่งผลดีต่อมันจริงๆ หนิงหงไม่ต้องการให้บุตรสาวต้องถูกส่งไปอยู่ในมือของปราชญ์เหมันต์วารี เห็นได้ชัดว่ามันเองก็ตระหนักถึงวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของปราชญ์เหมันต์วารีได้แล้ว

            ดังนั้นแม้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นจะทำให้ตำแหน่งผู้นำตระกูลของมันต้องสั่นคลอน หนิงหงก็ยังไม่ยินยอมที่จะเสียสละบุตรสาวที่มันรักไปอยู่ดี

            เหลือเวลาอีกสิบวันก่อนที่การประลองระหว่างสถาบันจะเริ่มต้นขึ้น สถานการณ์ในตระกูลหนิงได้ดำเนินไปจนถึงจุดที่ย่ำแย่ถึงขีดสุด ผู้อาวุโสของตระกูลหนิงต่างรวมตัวกันและแสดงเจตจำนงที่จะให้หนิงหงถูกปลดออกจากตำแหน่งผู้นำตระกูล ทั้งยังถูกลงโทษในข้อหาขโมยสมบัติประจำตระกูลไปด้วย หนิงหมู่ได้ถูกยกให้เป็นผู้นำตระกูลคนใหม่ชั่วคราวและได้สั่งจับตัวหนิงหงเอาไว้ภายในคุกประจำตระกูล

            หนิงหงไม่ได้ลงมือต่อต้านการจับกุมและการยึดอำนาจครั้งนี้ ขณะเดียวกันมันก็ไม่สามารถให้คำตอบได้ว่าสมบัติที่ถูกขโมยไปนั้นอยู่ที่ใดกันแน่ ดังนั้นหนิงหมู่จึงสั่งให้คนของนางทรมานผู้เป็นพี่ชายร่วมสายเลือดอย่างเลือดเย็น

            ทันทีที่ข่าวนี้แพร่ออกไป หนิงหว่านก็ไม่สามารถที่จะทนได้และต้องการมุ่งหน้ากลับไปยังตระกูลทันที ในเวลานั้นเองได้มีการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่จากสถาบันวิญญาณเหอปิง ในที่สุดซีซู่หรานปราชญ์แห่งเหมันต์วารีก็ได้ออกหน้าด้วยตนเอง

            ท่านปราชญ์แห่งเหมันต์วารี ท่านผู้นำตระกูลหนิง เชิญที่เรือนต้อนรับของสถาบันวิญญาณหลานฮัว หงหยุนมีสีหน้าท่าทีเคร่งขรึมพลางเชื้อเชิญ แขกที่ไม่ได้รับเชิญทั้งสองคนให้เข้ามาพูดคุย มันคาดเดาได้ทันทีว่าปราชญ์เหมันต์วารีต้องการใช้โอกาสความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในตระกูลหนิงครั้งนี้เพื่อดึงตัวหนิงหว่านเป็นครั้งสุดท้าย

            ซีซู่หรานปฏิเสธที่จะนั่งลงบนเก้าอี้ของสถาบันหลานฮัว นางสะบัดมือเบาๆเก้าอี้หยกเหมันต์ก็ถูกสร้างขึ้นจากความว่างเปล่าก่อนที่นางจะนั่งลงบนเก้าอี้หยกเหมันต์ที่เย็นเยียบแต่หรูหราอย่างเย่อหยิ่ง

            ด้านหลังของนางยังมีเมิ่งกั๋วรวมถึงหัวหน้าตระกูลหนิงคนใหม่ หนิงหมู่ติดตามมาด้วย ทั้งสองยืนอยู่ด้านหลังของซีซู่หรานอย่างให้เกียรติ

            หงหยุน ท่านไปเรียกตัวหนิงหว่านออกมาหนิงหมู่เอ่ยออกมา เมื่อมีปราชญ์เหมันต์วารีอยู่เบื้องหน้าวาจาของนางจึงเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและไม่ไว้หน้าหงหยุนเลยแม้แต่น้อย

            ศิษย์ของข้ากำลังเก็บตัวฝึกฝนถึงช่วงสำคัญก่อนที่การประลองระหว่างสถาบันจะเริ่มต้นขึ้น ไม่สามารถรบกวนได้คำตอบของหงหยุนทำให้อุณหภูมิของห้องลดลงอย่างฉับพลัน ดวงตาเย็นชาราวน้ำแข็งของซีซู่หรานเหลือบมองหงหยุนเล็กน้อยก่อนที่นางจะเผยรอยยิ้มที่สามารถเยือกแข็งจิตวิญญาณของผู้คน

            หงหยุน ดูท่าเจ้าจะไม่เข้าใจความสำคัญของเรื่องนี้สักเท่าใดนัก เวลานี้ตระกูลหนิงได้อยู่ในจุดที่เปราะบางถึงที่สุด รวมถึงฐานะของหนิงหงบิดาของหนิงหว่านเองก็นับว่าอันตรายอย่างยิ่ง โทษที่หนิงหงได้ขโมยสมบัติประจำตระกูลไปนับว่ารุนแรงถึงตาย แต่ตระกูลหนิงเองก็ไม่ต้องการสูญเสียทั้งคนและของไปอย่างสูญเปล่าหนิงหมู่หัวเราะอย่างเย็นชา

            ในตอนนี้ท่านปราชญ์เหมันต์วารีได้มอบข้อเสนอแก่ตระกูลหนิงของข้า ขอเพียงหนิงหว่านยินยอมเป็นศิษย์ติดตามท่านปราชญ์เหมันต์วารี ตระกูลหนิงก็จะได้รับผลประโยชน์มากมายเพื่อชดเชยความผิดพลาดของหนิงหง เมื่อถึงเวลานั้นข้าในฐานะผู้นำตระกูลคนใหม่ก็จะให้อภัยแก่หนิงหงและไว้ชีวิตของมัน หากเจ้าไม่นำเรื่องนี้ไปแจ้งแก่หนิงหว่านในอนาคตนางคงจะเคียดแค้นเจ้าที่เป็นผู้พรากโอกาสในการช่วยชีวิตบิดาของนางไปอย่างแน่นอน

            หงหยุนขมวดคิ้วของมัน แน่นอนว่าอีกฝ่ายจะต้องใช้วิธีการนี้เพื่อกดดันให้หนิงหว่านตัดสินใจเข้าร่วมกับสถาบันวิญญาณเหอปิง นางย่อมไม่มีทางเลือกนอกจากจะต้องทำเพื่อช่วยชีวิตของผู้เป็นบิดา

            สำหรับคำขู่ของหนิงหมู่ที่ว่าหนิงหว่านจะเคียดแค้นตนเองนั้น หงหยุนไม่ได้นำมาใส่ใจ เนื่องจากเวลานี้หนิงหว่านเองก็ได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมดที่กำลังเกิดขึ้นในการเจรจา เพราะคำขอของซ่งไป่หลางที่ต้องการให้หนิงหว่านรอคอยอย่างเยือกเย็น นางจึงยังไม่ปรากฏตัวออกมา แต่เมื่อได้ยินคำพูดของหนิงหมู่ทั้งหมดหนิงหว่านที่แอบฟังอยู่ก็รู้สึกเย็นยะเยือกและแทบจะไม่อาจอดทนได้อีกต่อไป

            รอก่อนซ่งไป่หลางและรั่วอวี่ห้ามนางเอาไว้ เวลานี้คนทั้งห้าอยู่ภายใต้ค่ายกลปกปิดตัวตนที่ซ่งไป่หลางทุ่มเททั้งแรงและทรัพยากรจำนวนมากสร้างขึ้น ตำแหน่งของพวกมันอยู่ห่างจากเรือนรับรองไม่มากนักแต่กลับไม่ถูกสังเกตเห็นแม้แต่ภายใต้สายตาของปราชญ์เหมันต์วารี นับว่าเป็นค่ายกลปกปิดตัวตนที่สมบูรณ์แบบมาก

            ข้าไม่สามารถปล่อยให้ท่านพ่อของข้าต้องเผชิญหน้ากับความตายได้ขอบตาของหนิงหว่านกลายเป็นสีแดง น้ำตาใสๆค่อยๆไหลรินจากหางตาของนาง

            พวกเราจะไม่ยอมปล่อยให้เกิดเรื่องเช่นนั้น เจ้ารออีกสักพักเถอะซ่งไป่หลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่นาง


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #341 pee01151 (จากตอนที่ 212)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 / 03:49
    ตอนซ้ำ
    #341
    1
    • #341-1 Lanar(จากตอนที่ 212)
      2 กุมภาพันธ์ 2564 / 06:38
      เบลอครับ ขออภัย
      #341-1