God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 154 : ตอนที่ 146 การรักษา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,375
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 105 ครั้ง
    19 ก.ย. 63

                ภายในตำหนักวิมานเมฆา ร่างของเฉินจือหยานอนอยู่บนเตียงหยกทับทิมที่อบอุ่น สีหน้าของนางไร้สีเลือดโดยสิ้นเชิง ลมหายใจหอบถี่แสดงให้เห็นถึงความทรมานที่เกิดขึ้น

            อาจารย์ ท่านรู้ว่านางป่วยเป็นอะไรงั้นหรือซ่งไป่หลางจำได้ว่าเซี่ยหยางเคยกล่าวถึงสาเหตุที่นางตกอยู่ในอาการป่วยทว่ามันมิได้เอ่ยถึงรายละเอียดใดๆ

            มิใช่แค่ข้า กระทั่งตาเฒ่าจวินเฟิงซื่อเทียนหรือตัวเฉินจือหยาเองก็รู้ดีว่าเหตุผลของโรคนี้คือสิ่งใด เฉินจือหยานั้นมีวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์อยู่ในห้วงวิญญาณ ขณะที่จวินเฟิงซื่อเทียนถือครองเพลิงมารบรรพกาล การที่คนทั้งสอง.. อาศัยอยู่ร่วมกันนั่นย่อมทำให้เกิดความขัดแย้งที่รุนแรง นี่คือสาเหตุที่พวกมันไม่สามารถมีบุตรเป็นของตนเอง ทั้งยังทำให้ร่างกายของพวกมันต้องได้รับผลกระทบจากพลังที่ขัดแย้งกันเองอีกด้วย

            เช่นนี้เองซ่งไป่หลางพยักหน้า เรื่องนี้นับว่าสมเหตุสมผล

            ทว่าข้าก็ยังประหลาดใจอยู่บ้าง แม้พลังของพวกมันทั้งสองจะขัดแย้งกันเอง แต่ระดับพลังของเฉินจือหยามิได้ด้อยไปกว่าจวินเฟิงซื่อเทียนมากนัก ตามหลักการแล้วมันไม่ควรจะรุนแรงถึงขั้นทำให้สุขภาพของนางย่ำแย่ได้เซี่ยหยางขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นอาการของเฉินจือหยา

            ทั้งหมดเป็นเพราะท่านแม่บุญธรรมฝืนใช้พลังวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ช่วยข้าจากอาการเพลิงแฝงร่างซ่งหงเสวี่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงโศกเศร้า ตั้งแต่ที่ข้าทะลวงสู่ขั้นราชันยุทธ์และได้พบกับโอกาสบางอย่าง พลังเพลิงมารบรรพกาลที่เคยเติบโตอย่างเชื่องช้าก็เกิดความเปลี่ยนแปลง มันปะทุขึ้นอย่างบ้าคลั่งจนทำให้ข้าไม่สามารถควบคุมพลังได้อีกต่อไป ครั้งแรกที่เกิดอาการเพลิงแฝงร่างมันทำให้ข้าทรมานจนเกือบทนไม่ไหวจิตวิญญาณแทบจะแตกสลายไปแล้ว ครั้งนั้นเป็นท่านแม่ที่ช่วยใช้พลังวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ต่อต้านพลังเพลิงมารบรรพกาลเอาไว้ทำให้ข้ารอดมาได้

            หลังจากนั้นท่านแม่ก็ทุ่มเทใช้พลังวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์จนเกินขีดจำกัด ในที่สุดพลังของท่านแม่ก็อยู่ในจุดไม่หวนคืน ไม่สามารถฟื้นฟูกลับมาแข็งแกร่งได้ดังเดิมอีก

            ฮึ่ม ถ้าตอนนั้นเจ้าบอกข้าถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการใช้พลังวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ที่เกินตัวข้าก็ยังมีโอกาสปล่อยให้เจ้าพักฟื้นและสรรหาโอสถวิเศษมาช่วยฟื้นพลังให้กับเจ้า แต่เจ้ากลับไม่ยอมบอกเรื่องนี้ต่อข้า รอจนเกิดผลกระทบรุนแรงเช่นนี้ช่างทำให้ข้าต้องเจ็บปวดทรมานเสียจริงจวินเฟิงซื่อเทียนคำรามอย่างไม่พอใจ หากฮูหยินของมันไม่ปิดปากเงียบเอาไว้เหตุการณ์ก็คงไม่ดำเนินมาจนถึงจุดนี้

            เช่นนี้เอง พลังของนางอ่อนแอลงขณะที่ตาเฒ่านี่ยังคงแข็งแกร่งดังเดิม ไม่แปลกที่นางจะไม่สามารถทนรับเอาไว้ได้เซี่ยหยางถอนหายใจ

            เช่นนั้นต้องใช้วิธีใดในการรักษาซ่งไป่หลางครุ่นคิดถึงโอสถหลายประเภทที่สามารถใช้ช่วยฟื้นฟูพลังที่สูญเสียไปกลับคืนมาได้ อย่างไรก็ตามเวลานี้อาการของเฉินจือหยาเกิดจากการที่นางถูกพลังเพลิงมารบรรพกาลจากร่างของจวินเฟิงซื่อเทียนเข้าแทรกแซงร่างจนไม่อาจทนรับได้ ต่อให้ฟื้นพลังของนางกลับมาสำเร็จก็ไม่อาจแก้ไขอาการของนางได้ ควรเริ่มจากการจัดการกับเพลิงมารบรรพกาลที่ทำร้ายร่างกายของนางเป็นอันดับแรก

            เหมือนกับที่เจ้าใช้วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ช่วยเหลือหงเสวี่ย ทว่าพลังของตาเฒ่านี่แหละเฉินจือหยานั้นสูงส่งกว่าเจ้าหลายเท่า ต่อให้เจ้าทุ่มเทสุดความสามารถก็ยังไม่อาจทำอันใดได้เซี่ยหยางถอนหายใจ ดังนั้นเป้าหมายของตาเฒ่านี้ตั้งแต่แรกไม่ใช่ต้องการความช่วยเหลือจากเจ้า แต่เป็นความช่วยเหลือของข้าต่างหาก

            เช่นนี้เอง ในเมื่อวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ของเซียนเฉินจือหยาสามารถช่วยเหลือเสวี่ยเอ๋อได้ ดังนั้นวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ของอาจารย์ก็ย่อมช่วยเหลือนางได้เช่นกันซ่งไป่หลางพยักหน้าอย่างเข้าใจ เมื่อเทียบกับพลังวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ของผู้เป็นอาจารย์แล้ว พลังของซ่งไป่หลางเป็นเพียงหยดน้ำหยดเล็กต่อหน้ามหาสมุทรอันยิ่งใหญ่เท่านั้น

            ตาเฒ่า โดยทั่วไปแล้วข้าจะไม่ยอมสิ้นเปลืองพลังโดยไม่ได้รับผลตอบแทน อย่างไรก็ตามเนื่องจากว่าเฉินจือหยาเป็นมารดาบุญธรรมของหลานสาวข้า ดังนั้นข้าจะยอมยื่นมือเข้าช่วยเหลือเจ้าสักหน่อยเซี่ยหยางถอนหายใจ ไม่ว่ายังไงก็ตามเฉินจือหยาต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้เพราะนางได้ทุ่มเทช่วยเหลือซ่งหงเสวี่ย หลานสาวแท้ๆของมันเอง หากมันไม่ตอบแทนและช่วยเหลือนางก็คงทำให้มันต้องรู้สึกย่ำแย่ไม่น้อย

            หากเซี่ยหยางยังมีชีวิตอยู่มันคงสามารถใช้พลังวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ของมันช่วยเหลือเฉินจือหยาได้โดยง่าย ทว่าเมื่ออยู่ในสภาพวิญญาณพลังของมันย่อมไม่อาจเทียบเท่ากับยามมีชีวิตได้ แม้จะยังสามารถช่วยเหลือเฉินจือหยาได้เช่นกันทว่ามันก็ต้องทุ่มเทพลังไปมากมายจนทำให้ยากจะฟื้นฟูพลังกลับมาสมบูรณ์ดังเดิมในเวลาสั้นๆ

            ข้าเข้าใจ หลังจากที่เจ้าช่วยเหลือจือหยาพลังของเจ้าย่อมถดถอยลงและไม่อาจฟื้นฟูขึ้นในเวลาสั้นๆ ปัญหาสำคัญก็คือความปลอดภัยของเจ้าหนูนี่ในช่วงเวลานั้น ขอเพียงแค่มันอาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้กับวังจักรพรรดิมารอัคคี ข้าสามารถยืนยันความปลอดภัยของมันได้ตลอดเวลาเจ้ามิต้องเป็นกังวลอันใด

            นอกจากนี้วังจักรพรรดิมารอัคคีของข้ายังมีสถานที่ที่ยอดเยี่ยมมากมายสำหรับให้เจ้าหนูนี่ฝึกฝนเพิ่มพลัง ตัวมันเองก็มาจากตระกูลซ่งย่อมมีพรสวรรค์ธาตุอัคคีไหลเวียนอยู่ในร่างเหมือนกับเสวี่ยเอ๋อ แม้ธาตุหลักของมันจะเป็นธาตุวารีเนื่องจากวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ แต่การฝึกฝนพลังธาตุอัคคีก็ยังช่วยให้มันพัฒนาขึ้นได้ไม่น้อยเช่นกันจวินเฟิงซื่อเทียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ

            นับว่าเป็นข้อเสนอที่ไม่เลว นอกจากเรื่องนี้แล้วข้ายังต้องการให้เฉินจือหยาช่วยสอนศิษย์ของข้าเกี่ยวกับวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์และรากฐานศักดิ์สิทธิ์ตามความเข้าใจของนางด้วย เจ้าไม่ต้องรีบปฏิเสธ ข้ามิได้ต้องการทรมานนาง หลังจากที่ได้รับความช่วยเหลือจากข้าอาการป่วยของนางย่อมดีขึ้น ที่เหลืออาศัยโอสถของศิษย์ข้าใช้เวลาไม่ถึงครึ่งปีนางก็จะกลับมาแข็งแรงเป็นปกติแล้ว เมื่อนางเป็นปกติค่อยเริ่มทำตามข้อตกลงของพวกเรา ตกลงหรือไม่เซี่ยหยางยื่นข้อเสนอเพิ่ม

            จวินเฟิงซื่อเทียนลังเลเล็กน้อยเนื่องจากมันเป็นห่วงว่าฮูหยินของมันจะไม่ได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ อย่างไรก็ตามเซี่ยหยางได้ยืนยันแล้วว่าจะรอจนกว่าเฉินจือหยาหายดีเป็นปกติเสียก่อน อีกทั้งเงื่อนไขของมันก็มิได้ยากเย็นเกินไป เพียงแค่ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับรากฐานศักดิ์สิทธิ์และตระกูลศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น

หลังจากที่จวินเฟิงซื่อเทียนตอบตกลงเซี่ยหยางก็เริ่มต้นการลงมือรักษาทันที วิธีการนั้นมิได้ซับซ้อนยุ่งยากเป็นเพียงการทุ่มเทพลังวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์เข้าไปชำระล้างร่างกายที่เสียหายจากการทำลายของเพลิงมารบรรพกาลเท่านั้น ทว่านี่ก็ต้องใช้พลังของเซี่ยหยางไปจำนวนมากและไม่อาจสำเร็จในเวลาอันสั้น

เซี่ยหยางมิสนใจผลกระทบและความยากลำบากในการลงมือครั้งนี้ ทันทีที่การรักษาจบลงข้อมูลเกี่ยวกับวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์และรากฐานศักดิ์สิทธิ์จากเฉินจือหยาจะช่วยให้ศิษย์ของมันพัฒนาก้าวหน้าไปอีกหลายขั้น ต้องรู้ว่าเฉินจือหยานั้นเป็นคนจากตระกูลศักดิ์สิทธิ์ที่แท้จริง ความรอบรู้และเชี่ยวชาญของนางย่อมมากกว่าเซี่ยหยางที่ศึกษาด้วยตนเอง การเรียนรู้จากนางจะช่วยทดแทนประสบการณ์นับสิบๆปีได้ในเวลาอันสั้น

 ขณะที่เซี่ยหยางต้องทุ่มเทกำลังของมันเพื่อรักษาเฉินจือหยา ซ่งหงเสวี่ยก็ได้พาซ่งไป่หลางออกจากพื้นที่ตำหนักวิมานเมฆาโดยมีองครักษ์หยุนคอยดูแลจากระยะไกลภายใต้คำสั่งของจวินเฟิงซื่อเทียน ในช่วงเวลาที่เซี่ยหยางไม่สามารถปกป้องศิษย์ของมัน จวินเฟิงซื่อเทียนย่อมไม่กล้าปล่อยให้เกิดเรื่องร้ายต่อซ่งไป่หลางเช่นกัน

นี่ก็คือบ้านพักของท่านอาเจียงหรือซ่งไป่หลางประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อซ่งหงเสวี่ยนำมันมายังบ้านพักแห่งหนึ่งในเขตของเมืองรอบนอกวังจักรพรรดิมารอัคคี

            ใช่แล้ว เนื่องจากอาเจียงได้รับบาดเจ็บเพราะข้า ข้าจึงอยากขอความช่วยเหลือจากท่านพี่ บางทีท่านอาจจะสามารถช่วยให้อาเจียงกลับมาแข็งแรงเป็นปกติได้ซ่งหงเสวี่ยเอ่ยอย่างมีความหวัง แม้ว่าผู้ปรุงโอสถจำนวนมากจะส่ายหน้าให้กับอาการบาดเจ็บของซ่งเจียง แต่พี่ชายของนางคืออัจฉริยะที่สามารถปรุงโอสถคุณภาพระดับห้าขึ้นมาได้ จะเหมือนกับผู้ปรุงโอสถเหล่านั้นได้อย่างไร

            นอกจากนี้ท่านอาเจียงเองก็อยากพบเจอกับท่านพี่มาโดยตลอด ความรู้สึกผิดเพียงหนึ่งเดียวในหัวใจของท่านอาเจียงก็คือการที่ไม่ได้ดูแลปกป้องท่านพี่เหมือนที่ทำกับข้า และปล่อยให้ท่านต้องอาศัยอยู่อย่างโดดเดี่ยวในแคว้นสิบนภานั่นซ่งหงเสวี่ยรู้สึกเจ็บปวดหัวใจเล็กน้อย

            ข้าเคยบอกท่านอาเจียงไปแล้วว่าไม่จำเป็นต้องเสียใจในเรื่องนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการที่ท่านอาเจียงได้ทุ่มเททุกสิ่งเพื่อปกป้องเจ้าเอาไว้ กระทั่งยินยอมเอาชีวิตเข้าแลกจนต้องอยู่ในสภาพบาดเจ็บปางตายเช่นนี้ สำหรับข้าแล้วท่านอาเจียงก็คือผู้มีพระคุณผู้หนึ่ง ข้าซาบซึ้งในการกระทำของเขายิ่งนักซ่งไป่หลางถอนหายใจเบาๆ ให้ข้าลองตรวจดูอาการของท่านอาเจียงก่อน แม้ว่าข้าจะมีโอสถที่สามารถรักษาบาดแผลได้อย่างรวดเร็วทว่าหากเป็นอาการบาดเจ็บที่ถูกละเลยอย่างยาวนาน เกรงว่าโอสถทั่วไปอาจจะไม่สามารถรักษาได้โดยง่าย

            ทั้งสองคนก้าวเท้าเข้าไปในบ้าน ซ่งหงเสวี่ยเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ท่านอาเจียง ข้ามาเยี่ยมท่าน ดูสิว่าข้าพาใครมาด้วย

            คุณหนู ท่านไม่ควรเสียเวลากับคนใกล้ตายเช่นข้า เวลานี้ท่านควรฝึกฝนที่วังจักรพรรดิมารอัคคีและควบคุมเพลิงมารบรรพกาลให้สมบูรณ์ เพื่อจะได้หลุดพ้นจากสภาวะเพลิงแฝงร่างที่ทุกข์ทรมานนั่นซ่งเจียงอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่ยิ่งนัก ร่างกายของมันซูบผอมใบหน้าไร้สีของเลือด ซ่งไป่หลางระบุได้ทันทีว่าอวัยวะภายในแทบทั้งหมดของมันได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก ขณะเดียวกันแขนขาของมันก็ถูกทำลายกระดูกและเส้นเอ็นจนไม่สามารถฟื้นฟูได้ตามธรรมชาติ

            เมื่อมองเห็นชายชราแปลกหน้าซ่งเจียงก็ประหลาดใจเล็กน้อย หรือว่าท่านจะเป็นผู้อาวุโสจากสำนักพงไพร ได้ข่าวว่าคุณหนูไปยังดินแดนเทพพฤกษาและได้เชิญผู้อาวุโสท่านหนึ่งกลับมาที่วังจักรพรรดิมารอัคคีด้วย อา คุณหนู ผู้อาวุโสท่านนี้ย่อมถูกเชิญมาเพื่อช่วยเหลือท่านจักรพรรดิมารอัคคี ท่านอย่าให้ผู้อาวุโสต้องมาเสียเวลากับคนใกล้ตายที่ไร้ทางเยียวยาอย่างข้าเลยซ่งเจียงเอ่ยด้วยน้ำเสียงปลงตก นับตั้งแต่ที่มันฟื้นขึ้นมาพร้อมอาการบาดเจ็บ มันก็รู้ดีแล้วว่าชีวิตนี้คงไม่มีทางกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง

            หากข้าเป็นผู้อาวุโสของสำนักพงไพรก็คงจะจากไปทันทีที่เห็นอาการของท่าน ทว่าในมุมหนึ่งท่านคือผู้มีพระคุณของข้าและน้องสาว อีกทั้งข้าเองก็มิใช่ผู้ปรุงโอสถทั่วไป ยังต้องกลัวว่าจะไม่สามารถรักษาท่านได้อีกหรือซ่งไป่หลางหัวเราะและเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แท้จริงของมัน พร้อมกันนั้นมันก็ใช้มือขวาลอกหน้ากากเงาทมิฬออกจากใบหน้า เผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริงที่ถูกซ่อนเอาไว้

            ใบหน้านั้นทั้งคุ้นเคยและไม่คุ้นเคยสำหรับซ่งเจียง อย่างไรก็ตามมันสามารถระบุตัวตนของซ่งไป่หลางได้ในทันที นับจากวันที่มันได้พบกับซ่งไป่หลางครั้งนั้นก็ผ่านมาเพียงสองสามปีเท่านั้น ซ่งไป่หลางเติบโตขึ้นแต่ก็ยังคงเหลือเค้าเดิมที่มันจดจำได้ ดวงตาของมันเอ่อคลอด้วยน้ำตา นายน้อยท่านยังปลอดภัยดีสินะ โชคดีจริงๆ โชคดีมากๆ

            มีอันใดให้ข้าไม่ปลอดภัยกัน ท่านก็รู้ว่าอาจารย์ของข้าเป็นถึงมารเซี่ยที่แม้แต่ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ยังต้องสั่นกลัว เวลานี้ข้ายังเป็นถึงศิษย์ยอดพฤกษาของสำนักพงไพร ให้ข้าตรวจดูอาการของท่านสักหน่อย แม้ข้าจะไม่อาจรับรองว่าจะรักษาให้ท่านกลับมาเป็นดังเดิมได้อย่างสมบูรณ์ แต่อย่างน้อยข้าก็สามารถทำให้ร่างกายของท่านดีขึ้นได้อย่างแน่นอน

            ซ่งเจียงมิได้แสดงท่าทีต่อต้านหรือปฏิเสธอันใดอีก ปล่อยให้ซ่งไป่หลางได้ทดสอบจับชีพจรของมัน ซ่งไป่หลางขมวดคิ้วเล็กน้อย แม้มันจะไม่ได้มีประสบการณ์ทางการแพทย์โดยตรงทว่าจากการศึกษาตำราต่างๆในสำนักพงไพร มันยังพอมีความรู้พื้นฐานในการตรวจชีพจรอยู่บ้างเช่นกัน

            กระดูกและเส้นเอ็นแขนขาของท่านถูกทำลายอย่างสมบูรณ์ โดยทั่วไปแล้วย่อมไม่อาจรักษากลับคืนมาได้ ทว่าข้าจะปรุงโอสถหลอมเส้นเอ็นคุณภาพระดับห้าและโอสถสร้างกระดูกคุณภาพระดับห้าให้กับท่านเช่นกัน ขอเพียงเป็นโอสถคุณภาพระดับห้าก็ย่อมสามารถช่วยสร้างกระดูกและเส้นเอ็นขึ้นมาใหม่ทดแทนของเดิมที่เสียหายได้ ใช้เวลาเพียงหนึ่งเดือนแขนขาของท่านจะกลับมาเป็นปกติในที่สุด

            สำหรับอวัยวะภายใน ข้าไม่เชี่ยวชาญในการตรวจสอบนักแต่ข้าระบุได้ว่าอวัยวะสำคัญอย่างหัวใจ ปอดและจุดตันเถียนนั้นยังอยู่ในสภาพที่ใช้การได้ เพียงแค่อ่อนแรงและได้รับบาดเจ็บ ส่วนอวัยวะอื่นๆแม้จะบาดเจ็บรุนแรงแต่ก็ยังอยู่ในระดับที่โอสถบัวสีชาดชำระโลหิตคุณภาพระดับห้ายังสามารถช่วยเหลือได้ ท่านกินโอสถบัวสีชาดชำระโลหิตคุณภาพระดับห้าจำนวนสิบเม็ดนี้โดยแบ่งกินทีละเม็ดทุกสองวัน เท่านี้อวัยวะภายในของท่านก็จะฟื้นฟูขึ้นอย่างช้าๆ ยี่สิบวันอวัยวะภายในของท่านจะกลับมาอยู่ในสภาพปกติ และสามารถฝึกฝนพลังได้อีกครั้ง

            ซ่งเจียงรับฟังอย่างเหม่อลอย นี่นายน้อยของมันกำลังเอ่ยถึงเรื่องใดอยู่กัน มันมิเพียงตะลึงเกี่ยวกับเรื่องที่ว่ามันจะสามารถกลับมาเป็นปกติได้ แต่ที่มันตกตะลึงก็เพราะชื่อของโอสถคุณภาพระดับห้าทั้งสามอย่าง มูลค่าของโอสถเหล่านี้แม้จะเป็นตระกูลซ่งในช่วงเวลาที่รุ่งเรืองก็ยังต้องกัดฟันเพื่อจ่ายสมบัติแทบทั้งหมดไปประมูลจึงจะพอมีโอกาสได้ครอบครองโอสถชนิดใดชนิดหนึ่ง แต่ซ่งไป่หลางกลับเอ่ยราวกับว่าโอสถเหล่านี้เป็นเพียงโอสถทั่วไปที่หาซื้อได้ตามตลาดเท่านั้น

            ท่านอาเจียงไม่ต้องกังวล โอสถเหล่านี้ในสายตาของผู้อื่นอาจจะล้ำค่าและยากที่จะหามาให้ได้สักอย่าง แต่ข้าเป็นศิษย์ยอดพฤกษาของสำนักพงไพร โอสถเหล่านี้ล้วนเป็นข้าที่ปรุงขึ้นมาด้วยตนเอง ขอเวลาให้ข้าได้ปรุงโอสถหลอมเส้นเอ็นและโอสถสร้างกระดูกสักห้าชั่วยาม ระหว่างนี้ท่านกินโอสถบัวสีชาดชำระโลหิตนี้ไปก่อนหนึ่งเม็ด เสวี่ยเอ๋อเจ้าไปเตรียมอาหารมื้อกลางวันให้ท่านอาเจียงสักหน่อย หลังจากที่กินโอสถอวัยวะภายในของท่านอาเจียงจะต้องการพลังงานเพื่อฟื้นฟูรักษา ย่อมไม่อาจปล่อยให้ซูบผอมเช่นนี้อีกต่อไป

            ซ่งหงเสวี่ยรับคำในทันที เพียงแค่เรื่องอาหารนางสามารถหามาให้ได้ในเวลาไม่นาน ซ่งไป่หลางบังคับให้ซ่งเจียงกลืนโอสถบัวสีชาดชำระโลหิตคุณภาพระดับห้าอย่างไม่เต็มใจ ในความรู้สึกของซ่งเจียงชีวิตของมันยังไม่คู่ควรกับโอสถบัวสีชาดชำระโลหิตคุณภาพระดับห้านี้ด้วยซ้ำไป

            คล้ายกับเข้าใจความคิดของซ่งเจียง ซ่งไป่หลางขมวดคิ้วเอ่ยว่า ท่านอาเจียง หากท่านคิดว่าตนเองไม่คู่ควรกับโอสถนี้ก็เท่ากับว่าท่านกำลังดูถูกทั้งข้าและน้องสาวอยู่ ท่านแลกชีวิตกับการปกป้องเสวี่ยเอ๋อ เช่นนั้นก็ย่อมหมายความว่าชีวิตของท่านมีค่าเทียบเท่ากับน้องสาวของข้า คิดว่าข้าจะปล่อยให้ท่านต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้หรือ ท่านคือผู้มีพระคุณของพวกเราทั้งสองและยังเป็นคนที่อยู่ใกล้ชิดน้องสาวของข้าตลอดมา หากขาดท่านไปนางจะต้องเจ็บปวดและโดดเดี่ยวเพียงใด ท่านลองคิดดูเอาเองเถอะ

            ได้ยินเช่นนี้ซ่งเจียงจึงหยุดต่อต้าน มันอ้าปากแล้วกินโอสถบัวสีชาดชำระโลหิตคุณภาพระดับห้าเข้าไป ทันใดนั้นมันก็รู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในร่างกาย หากมันได้รับโอสถบัวสีชาดชำระโลหิตคุณภาพระดับห้านี้ตั้งแต่ตอนที่เพิ่งได้รับบาดเจ็บ มันอาจจะสามารถรักษาฟื้นฟูอวัยวะภายในทั้งหมดได้ในเวลาเพียงหนึ่งก้านธูปเท่านั้น น่าเสียดายที่อาการบาดเจ็บของมันสะสมมายาวนาน จึงต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูค่อนข้างมากและต้องใช้โอสถช่วยเหลือมากกว่าที่ควร

            เห็นซ่งเจียงยอมกินโอสถเข้าไป ซ่งไป่หลางก็รู้สึกวางใจยิ่งขึ้น มันเริ่มใช้อัขกระเทวะต้นกำเนิดสร้างค่ายกลที่ปิดกั้นตนเองจากภายนอกเพื่อหลอมโอสถ เป็นค่ายกลขนาดเล็กที่มีรูปทรงเป็นกล่องสี่เหลี่ยมครอบคลุมพื้นที่รอบตัวเป็นระยะเพียงสิบจั้งเท่านั้น จากนั้นจึงเริ่มทำการหลอมโอสถทันที

            เมื่อเห็นซ่งไป่หลางลงมือหลอมโอสถ องครักษ์หยุนที่ลอบจับตาดูอยู่ภายนอกก็ได้ใช้พลังของมันสร้างอาณาเขตป้องกันเรือนพักของซ่งเจียงอีกชั้นหนึ่งเช่นกัน ช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้มันย่อมไม่ปล่อยให้มีโอกาสเกิดอันตรายต่อซ่งไป่หลางได้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 105 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #273 dfrdz007 (จากตอนที่ 154)
    วันที่ 19 กันยายน 2563 / 21:32
    thank u
    #273
    0
  2. #272 พระจันทร์เสี้ยว (จากตอนที่ 154)
    วันที่ 19 กันยายน 2563 / 16:18

    ขอบคุณค่า
    #272
    0