God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 155 : ตอนที่ 147 การทดสอบชิงตำแหน่งอ๋องมาร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,277
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 88 ครั้ง
    21 ก.ย. 63

                ซ่งไป่หลางใช้เวลาสองชั่วยามในการหลอมโอสถสร้างกระดูกและอีกสามชั่วยามสำหรับโอสถหลอมเส้นเอ็น โอสถทั้งสองนี้มีสรรพคุณในการช่วยรักษาและสร้างกระดูกหลอมเส้นเอ็นขึ้นมาใหม่ หากเป็นโอสถคุณภาพระดับสามที่พบเจอได้ทั่วไปก็อาจจะสามารถช่วยรักษาคนที่ได้รับบาดเจ็บที่กระดูกและเส้นเอ็นทั่วไปได้ ทว่าสภาพของซ่งเจียงนั้นมีเพียงต้องอาศัยโอสถคุณภาพระดับห้าจึงจะมีหวังรักษาได้สำเร็จ

            เมื่อซ่งเจียงได้ทานโอสถทั้งสองเข้าไปมันก็สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงภายในร่างกายทันที แขนขาที่เคยอยู่ในสภาพไร้น้ำหนักและความรู้สึกเวลานี้กลับเจ็บปวดขึ้นมาเล็กน้อย นี่เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่ามันกำลังจะกลับมาควบคุมแขนขาของตนเองได้อีกครั้ง

            น้ำตาของซ่งเจียงหลั่งรินออกมาโดยไม่รู้ตัว แม้ว่ามันจะทำใจยอมรับสภาพของตนเองเอาไว้แล้วทว่าหากเป็นไปได้มันก็ไม่ต้องการที่จะจบลงในสภาพนี้ มันยังอยากทำหน้าที่คอยดูแลและปกป้องซ่งหงเสวี่ยต่อไปจนถึงลมหายใจสุดท้ายและตายในฐานะคนรับใช้ที่ซื่อสัตย์ของตระกูลซ่ง

            ท่านอาเจียงพักผ่อนให้มากๆเถอะ โอสถสร้างกระดูกและโอสถหลอมเส้นเอ็นคุณภาพระดับห้านั้นสามารถรักษาท่านได้อย่างแน่นอนเพียงแต่ต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน หลังจากที่กระดูกและเส้นเอ็นของท่านถูกหลอมสร้างจนสมบูรณ์ข้าจะให้โอสถบำรุงกระดูกและเส้นเอ็นแก่ท่านเพิ่มเติมซ่งไป่หลางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม

            ท่านพี่ ท่านเองก็สมควรทานอะไรสักหน่อยซ่งหงเสวี่ยนั้นได้จัดเตรียมอาหารเอาไว้นานแล้วและนางเองก็ยังไม่ได้แตะต้องอาหารเหล่านี้แม้แต่น้อยเนื่องจากนางต้องการรอคอยให้ซ่งไป่หลางปรุงโอสถเสร็จสิ้นเสียก่อน

            แม้ว่าการอดอาหารจะไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรกับผู้ฝึกยุทธ์ที่มีพลังสูงส่งแต่การลิ้มรสชาติของอาหารก็ยังคงเป็นความสุขและวาสนาประการหนึ่งสำหรับมนุษย์ สองพี่น้องตระกูลซ่งร่วมโต๊ะอาหารกันโดยมีซ่งเจียงมองดูอยู่ด้วยแววตาแห่งความสุขและอบอุ่น มันไม่นึกเลยว่าตนเองจะยังมีโอกาสได้เห็นภาพเช่นนี้ นายท่าน ฮูหยินเซี่ย พวกท่านเห็นภาพนี้หรือไม่ บุตรทั้งสองของพวกท่านเป็นพี่น้องที่รักใคร่และอบอุ่นยิ่งนัก

            หลังจากที่ทานอาหารเสร็จ ซ่งไป่หลางได้ปลอมตัวเป็นผู้อาวุโสฟู่อีกครั้งก่อนที่พวกมันจะเดินทางกลับไปยังวังจักรพรรดิมารอัคคี ซ่งไป่หลางได้พักผ่อนอยู่ในตำหนักเพลิงเมฆาซึ่งเป็นตำหนักที่เงียบสงบไร้การรบกวนจากภายนอก ยังมีหยุนฟู่คอยดูแลอยู่ไม่ไกลทำให้มิต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยเลยแม้แต่น้อย

            ระหว่างที่รอให้อาจารย์ของมันทำการรักษาเฉินจือหยา ซ่งไป่หลางเองก็ไม่ได้หยุดอยู่เฉยเช่นกันมันได้ทุ่มเทเวลาไปกับการปรุงหลอมโอสถจำนวนมาก ทั้งโอสถบำรุงกระดูกและเส้นเอ็น โอสถชำระกายพิสุทธิ์ โอสถซึมซับฟ้าดิน ตลอดไปจนถึงโอสถกายาหิมะเพื่อไว้ให้ซ่งหงเสวี่ยใช้แก้อาการเพลิงแฝงร่าง โดยไม่รู้ตัวเวลาได้ผ่านไปจนกระทั่งสิ่งที่เรียกว่าการสอบชิงตำแหน่งอ๋องมารกำลังจะถูกจัดขึ้นแล้ว

            เมื่อได้รับการแจ้งข่าวจากองครักษ์หยุน ซ่งไป่หลางก็เกิดความสนใจขึ้นทันที มันจำได้อย่างชัดเจนว่าตอนที่จวินเฟิงซื่อเทียนเอ่ยถึงการสอบชิงตำแหน่งอ๋องมารน้องสาวของมันได้แสดงสีหน้าวิตกกังวลออกมา ดังนั้นมันจึงรีบสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้

            องครักษ์หยุนอธิบายด้วยรอยยิ้ม คุณชายซ่ง การสอบชิงตำแหน่งอ๋องมารนั้นจัดว่าเป็นประเพณีสำคัญสำหรับวังจักรพรรดิมารอัคคีของเรา ก็เหมือนกับการที่สำนักพงไพรของท่านมีตำแหน่งศิษย์ยอดพฤกษา อ๋องมารเองก็เป็นยศที่จะถูกมอบให้กับรุ่นเยาว์ที่มีความโดดเด่นเหนือล้ำกว่าคนรุ่นเดียวกัน และผู้ที่มีตำแหน่งอ๋องมารก็จะได้รับสิทธิพิเศษและการดูแลจากวังจักรพรรดิมารอัคคีที่คนทั่วไปไม่อาจเอื้อมถึงอีกด้วย

            หรือว่าเสวี่ยเอ๋อก็จะเข้าร่วมการทดสอบนี้?” ซ่งไป่หลางประหลาดใจมากยิ่งขึ้น เห็นได้ชัดว่าตำแหน่งบุตรสาวบุญธรรมของจวินเฟิงซื่อเทียนที่นางถือครองเอาไว้ยังสูงส่งกว่าตำแหน่งอ๋องมารเสียอีก

            ย่อมมิใช่ คุณหนูเป็นบุตรสาวบุญธรรมของท่านจักรพรรดิมารอัคคีย่อมไม่จำเป็นต้องไขว่คว้าตำแหน่งอ๋องมารอีกต่อไปองครักษ์หยุนส่ายหน้า

            ถ้าอย่างนั้นเหตุใดเสวี่ยเอ๋อจึงได้กังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้กันซ่งไป่หลางครุ่นคิดด้วยความประหลาดใจ

            รอยยิ้มลี้ลับปรากฏขึ้นบนใบหน้าขององครักษ์หยุน บางที อาจจะเป็นเพราะนางเป็นกังวลแทนใครบางคนที่กำลังจะเข้าร่วมการทดสอบนี้กระมัง

            หืมซ่งไป่หลางเลิกคิ้ว เป็นสหายของนางงั้นหรือ

            ตอนที่คุณหนูเข้าวังจักรพรรดิมารอัคคีและได้รับตำแหน่งบุตรสาวบุญธรรมมาใหม่ๆ อัจฉริยะรุ่นเยาว์หลายคนของวังจักรพรรดิมารอัคคีไม่ยอมรับในตัวคุณหนูและต่อต้านนางอย่างมาก นั่นทำให้คุณหนูไม่มีสหายรุ่นเดียวกันในวังจักรพรรดิมารอัคคี อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นไม่นานได้มีเด็กหนุ่มผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้นมาและได้ใช้ความพยายามของมันเพื่อเข้าร่วมกับวังจักรพรรดิมารอัคคีได้สำเร็จองครักษ์หยุนเล่า เด็กหนุ่มผู้นั้นมาจากหมู่บ้านเล็กๆที่ชายขอบของอาณาเขตปกครองจักรพรรดิมารอัคคี เป็นหมู่บ้านเดียวกับที่คุณหนูเคยอาศัยอยู่ตั้งแต่ยังเด็ก ดูเหมือนมันจะสนิทสนมกับคุณหนูไม่น้อยและเข้ามายังวังจักรพรรดิมารอัคคีก็เพื่อติดตามคุณหนู

            โอ้ซ่งไป่หลางทวีความสนใจมากยิ่งขึ้น องครักษ์หยุน คนผู้นั้นมีชื่อว่าอะไร

            มันชื่อว่ามู่เทียนหลง อายุของมันเท่ากับคุณหนูและเป็นสหายวัยเดียวกันเพียงคนเดียวของนาง แม้ว่าระดับพลังของมันจะค่อนข้างสามัญ แต่สำหรับคนที่มาจากหมู่บ้านชายขอบเช่นนั้นก็นับว่ามีพรสวรรค์ไม่เลวแล้ว คุณหนูยังเคยยกย่องว่ามันเป็นคนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณแห่งความเชื่อมั่น กล้าหาญและความพยายามมากที่สุดผู้หนึ่งที่นางเคยพบเจอหยุนฟู่อธิบาย

            มู่เทียนหลงดวงตาของซ่งไป่หลางทอประกายลึกลับ บางทีข้าควรจะลองไปพบเจอมันสักหน่อย

            คุณชายต้องการไปพบเจอกับมันนับว่าไม่เหมาะนัก เนื่องจากท่านได้ปลอมตัวเป็นผู้อาวุโสฟู่แห่งสำนักพงไพร เวลานี้ทั่วทั้งวังจักรพรรดิมารอัคคีกำลังจับตามองอยู่ว่าผู้อาวุโสฟู่นั้นถูกเชิญมาด้วยเหตุอันใดกันแน่ หากท่านออกไปหามู่เทียนหลงจะทำให้ผู้คนเกิดความสงสัยมากมายเกี่ยวกับท่านเป็นแน่

            ซ่งไป่หลางหัวเราะ แน่นอนว่าข้าต้องไม่ใช้ตัวตนของผู้อาวุโสฟู่ไปพบเจอกับมัน เพียงแต่จะใช้ตัวตนใดนั้นข้ายังไม่มั่นใจนัก องครักษ์หยุนท่านมีสิ่งใดแนะนำข้าหรือไม่

            มู่เทียนหลงคือหนึ่งในผู้ที่สมัครการทดสอบชิงตำแหน่งอ๋องมารเช่นกัน หากท่านต้องการพบเจอกับมัน เพียงแค่ท่านเข้าร่วมการทดสอบก็มีโอกาสได้พบเจอแล้วหยุนฟู่ตอบกลับด้วยรอยยิ้มลึกลับ

            หืม การทดสอบชิงตำแหน่งอ๋องมารงั้นหรือซ่งไป่หลางครุ่นคิดเล็กน้อย สำหรับมันนี่มิใช่ตำแหน่งสำคัญอันใด มันเป็นศิษย์ยอดพฤกษาของสำนักพงไพรอยู่แล้ว ยังมีอาจารย์อย่างเซี่ยหยางคอยดูแลอยู่อย่างใกล้ชิด ยังต้องการการดูแลของวังจักรพรรดิมารอัคคีไปทำไมกัน ยังมีเรื่องความสัมพันธ์พี่น้องระหว่างมันกับซ่งหงเสวี่ย ต่อให้ไม่มีตำแหน่งอ๋องมารแต่วังจักรพรรดิมารอัคคีก็ไม่กล้าที่จะละเลยฐานะของมันอยู่ดี

            องครักษ์หยุน มิใช่ว่าผู้ที่จะเข้าร่วมการทดสอบต้องเป็นคนของวังจักรพรรดิมารอัคคีหรอกหรือ ท่านต้องการให้ข้าใช้ฐานะใดในการเข้าร่วมการทดสอบกัน

            ท่านสามารถใช้ฐานะปลอมตัวเป็นญาติห่างๆของตระกูยหยุน ข้าจะให้การรับรองตัวตนของท่านด้วยตนเอง ให้ท่านมีสิทธิ์เข้าร่วมการทดสอบได้ แน่นอนว่าท่านจักรพรรดิมารอัคคีย่อมไม่คัดค้านในเรื่องนี้หยุนฟู่ตอบ

            ตกลงตามนั้น ข้าจะปลอมตัวเป็นญาติจากตระกูลหยุนของท่านและเข้าร่วมการทดสอบ อย่างไรก็ตามเป้าหมายของข้าคือการทำความรู้จักกับมู่เทียนหลงผู้นั้น หากเป็นไปได้รบกวนท่านองครักษ์หยุนช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ข้าสักเล็กน้อยด้วยซ่งไป่หลางตอบรับ

            หยุนฟู่พยักหน้า เรื่องที่มันจะส่งซ่งไป่หลางเข้าไปแทรกแซงการทดสอบครั้งนี้นั้นไม่ใช่เรื่องยากเย็นอันใด อันที่จริงจักรพรรดิมารอัคคีเป็นคนเริ่มวางแผนเสียด้วยซ้ำ หลังจากที่มันตรวจสอบข้อมูลของซ่งไป่หลางครั้งล่าสุด มันจึงได้รู้ว่าชายหนุ่มที่มีพลังเพียงขั้นรวมวิญญาณผู้นี้สามารถเอาชนะแม้แต่ยอดฝีมือขั้นราชันยุทธ์ได้ การส่งผู้ที่มีความสามารถโดดเด่นเช่นนี้เข้าร่วมการทดสอบจะทำให้สามารถทดสอบผู้เข้าร่วมได้เป็นอย่างดี วังจักรพรรดิมารอัคคีย่อมไม่ต้องการให้คนอ่อนแอมาเป็นอ๋องมารอยู่แล้ว

            หากไม่สามารถรับมือกับซ่งไป่หลางได้ก็ไม่คู่ควรกับตำแหน่งอ๋องมาร โดยเฉพาะเจ้าหนุ่มมู่เทียนหลงผู้นั้น จักรพรรดิมารอัคคีรู้สึกขัดใจมานานแล้ว มันรู้ว่าบุตรสาวบุญธรรมนั้นมีความรู้สึกที่พิเศษต่อชายผู้นี้เพียงแค่นางยังไม่รู้ถึงความรู้สึกที่แท้จริงของตนเองเท่านั้น เมื่อเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับมู่เทียนหยุนจิตใจของนางมักจะขาดความสงบเยือกเย็นเสมอ ดูอย่างที่นางเป็นกังวลเกี่ยวกับการทดสอบอ๋องมารที่ไม่เกี่ยวข้องอันใดกับตนเองก็รู้แล้ว นางกำลังเป็นห่วงมู่เทียนหลงอยู่ชัดๆ

            จักรพรรดิมารอัคคีไม่สะดวกที่จะออกหน้ามากนัก แม้จะขัดใจเจ้าหนุ่มผู้นี้แต่ก็อดไม่ได้ที่จะยอมรับว่ามันเป็นชายหนุ่มที่มีความมุ่งมั่นและอดทนอย่างเหลือเชื่อ ขนาดมันพยายามสร้างอุปสรรคให้แก่ชายผู้นี้อย่างมากมายแต่มันก็ยังฟันฝ่ามาจนสำเร็จ กลายเป็นหนึ่งในกลุ่มยอดฝีมือรุ่นเยาว์ของวังจักรพรรดิมารอัคคีในที่สุด

            จวินเฟิงซื่อเทียนนั้นเป็นตาเฒ่าที่หวงลูกสาวอย่างมาก แม้จะเป็นเพียงลูกสาวบุญธรรมแต่มันก็รักซ่งหงเสวี่ยดุจบุตรสาวที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขแท้ๆของมัน ดังนั้นแม้จะดูใจดำไปบ้างแต่มันจะปล่อยให้บุตรสาวของตนตกไปเป็นของผู้อื่นง่ายๆงั้นหรือ ในเมื่อมันไม่สะดวกลงมือเองมันก็เพียงแค่ต้องยืมมือคนอื่นช่วยเหลือเท่านั้นเอง

            มันรู้ว่าหากตนเองยื่นมือเข้าจัดการมู่เทียนหลงอย่างชัดเจนเกินไปจะต้องเผชิญหน้ากับความโกรธของลูกสาวเป็นแน่ แต่สำหรับซ่งไป่หลางผู้นี้ เห็นได้ชัดว่าบุตรสาวของมันทั้งรักและนับถือพี่ชายร่วมสายเลือดของนางอย่างหมดหัวใจ หากเปลี่ยนเป็นซ่งไป่หลางลงมือละก็มันเชื่อว่าบุตรสาวคงไม่อาจทำอันใดได้

            ที่น่าเป็นห่วงก็คือแม้ฝีมือของมู่เทียนหลงจะมิได้โดดเด่นมากนักแต่มันก็ยังเป็นถึงราชันยุทธ์ขั้นหก ด้วยอายุของมันพลังระดับนี้ก็นับว่าดีมากแล้ว แม้มันจะมิใช่ผู้ที่สามารถต่อสู้ข้ามระดับชั้นเช่นเดียวกับบุตรสาวแต่คนที่สามารถสู้ข้ามระดับขั้นได้นั้นมิใช่จะหาได้ง่ายๆ ดังนั้นจะโทษว่ามู่เทียนหลงขาดคุณสมบัติก็นับว่าไม่ถูกต้องนัก

            การให้ซ่งไป่หลางทดสอบความสามารถของมู่เทียนหลงนั้นเป็นความคิดที่ชาญฉลาดยิ่งนัก จวินเฟิงซื่อเทียนลอบชมเชยตัวเองอยู่ในใจ หลังจากที่หยุนฟู่ได้รายงานความต้องการของซ่งไป่หลางแล้วมันก็รีบตอบรับในทันทีทั้งยังช่วยอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ทำให้ตัวตนของหยุนหลางผู้ลึกลับปรากฏขึ้นก่อนที่การทดสอบจะเริ่มเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

            ซ่งไป่หลางปลอมตัวเป็นชายวัยประมาณยี่สิบห้าปี ระดับพลังไม่อาจปลอมแปลงดังนั้นจึงถูกมองออกว่าอยู่เพียงขั้นสามรวมวิญญาณเท่านั้น แม้ระดับพลังของมันจะต่ำกว่ามาตรฐานไปมากทว่าเนื่องจากมันถูกระบุว่าเป็นญาติที่ได้รับการรับรองจากองครักษ์หยุนดังนั้นจึงไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยปากคัดค้าน

            อันที่จริงไม่มีผู้ใดสนใจที่จะเอ่ยปากคัดค้านเสียด้วยซ้ำ ระดับพลังและความแข็งแกร่งคือปัจจัยสำคัญที่สุดในการทดสอบชิงตำแหน่งอ๋องมาร ต่อให้มีเส้นสายจากองครักษ์หยุนแล้วได้รับโอกาสเข้าร่วมทดสอบแล้วอย่างไรเล่า สุดท้ายหากอ่อนแอก็มีแต่ต้องพ่ายแพ้และตกรอบไปอย่างน่าอับอายเท่านั้น

            การทดสอบชิงตำแหน่งอ๋องมารจะถูกจัดขึ้นที่หุบเหวเพลิงนรก สถานที่ทดสอบสุดอันตรายของวังจักรพรรดิมารอัคคี ว่ากันว่าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีคนจำนวนมากกว่าหนึ่งแสนคนที่ตกตายอยู่ในสถานที่แห่งนี้ แม้การทดสอบชิงตำแหน่งอ๋องมารจะอยู่ภายใต้การดูแลของวังจักรพรรดิมารอัคคีทว่าไม่เคยมีการรับรองความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมการทดสอบ หากกล้าที่จะเข้าร่วมก็ต้องยอมรับที่จะต้องเสี่ยงชีวิต จากการทดสอบครั้งที่ผ่านมามีคนตายมากกว่าครึ่งในการทดสอบนี้ ดังนั้นซ่งหงเสวี่ยจึงเป็นกังวลต่อความปลอดภัยของมู่เทียนหลง

            แน่นอนว่าซ่งไป่หลางย่อมอยู่ในข้อยกเว้นในแง่ของความปลอดภัย เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ทั้งจวินเฟิงซื่อเทียนและองครักษ์หยุนฟู่ต่างมอบสมบัติวิเศษที่มีไว้ใช้สำหรับเอาชีวิตรอดยามฉุกเฉินให้แก่มันเป็นจำนวนมาก นั่นเพราะหากซ่งไป่หลางได้รับอันตรายถึงชีวิตในการทดสอบครั้งนี้เซี่ยหยางย่อมไม่อยู่เฉยเป็นแน่ ยังรวมถึงซ่งหงเสวี่ยที่คงจะจมอยู่ในความทุกข์เสียใจไปตลอดชีวิต จวินเฟิงซื่อเทียนย่อมไม่ยินยอมเสี่ยงให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้

            ยังมีอีกสาเหตุหนึ่งที่มันส่งซ่งไป่หลางเข้าร่วมการทดสอบนั่นก็คือเพื่อรับรองว่าชีวิตของมู่หลงเทียนจะไม่สิ้นสุดลงในการทดสอบครั้งนี้ เนื่องจากมันไม่ต้องการเห็นบุตรสาวหลั่งน้ำตาอย่างโศกเศร้า หลังจากมอบสมบัติวิเศษจำนวนมากในการเอาชีวิตรอดให้กับซ่งไป่หลาง อย่างน้อยมันก็มั่นใจได้ว่าทั้งซ่งไป่หลางและมู่หลงเทียนจะรอดชีวิตกลับมาได้

            ที่ค่ายกลด้านหน้าหุบเหวเพลิงนรก ร่างของชายหนุ่มผมสีขาวใบหน้าคล้ายคลึงกับหยุนฟู่กวาดตามองไปทั่วบริเวณ แน่นอนว่านี่ก็คือซ่งไป่หลางที่ปลอมตัวมาโดยใช้ชื่อว่าหยุนหลาง มันกำลังมองหาชายที่ชื่อว่ามู่หลงเทียน

            ในที่สุดสายตาของซ่งไป่หลางก็หยุดอยู่ที่ร่างของชายคนหนึ่ง มันเป็นชายที่ดูธรรมดาสามัญและไม่ได้โดดเด่นกว่าผู้ทดสอบคนอื่นๆแม้แต่น้อย อย่างไรก็ตามเมื่อมองเห็นสายตาที่มุ่งมั่นจริงจังของมัน ซ่งไป่หลางก็มีความประทับใจที่ค่อนข้างดี

            สัมผัสได้ว่ามีใครบางคนกำลังมองมันอยู่ มู่เทียนหลงหันมองมาที่ชายแปลกหน้าก่อนจะพยักหน้าแทนการทักทายจากนั้นมันก็มุ่งเป้าไปที่การรวบรวมสมาธิมิได้สนใจสิ่งอื่นอีก

            เอาเถอะ ไม่จำเป็นต้องรีบทำความรู้จักซ่งไป่หลางลอบยิ้ม มันได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการทดสอบมาจากองครักษ์หยุนบางส่วน ด่านแรกของการทดสอบคือการข้ามผ่านทะเลลาวาร้อนระอุที่สามารถละลายกระทั่งเหล็กกล้า แม่น้ำลาวานั้นมีความกว้างกว่าห้าร้อยจั้ง แน่นอนว่าไม่สามารถใช้ความช่วยเหลือจากสัตว์วิเศษหรือสมบัติวิเศษในการข้ามผ่าน จำเป็นต้องไปด้วยพลังของตนเองเท่านั้น

            อัจฉริยะรุ่นเยาว์ส่วนใหญ่ของวังจักรพรรดิมารอัคคีล้วนเป็นผู้มีพรสวรรค์พลังธาตุอัคคี ดังนั้นพวกมันจึงมีภูมิคุ้มกันต่อความร้อนในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตามผู้ที่จะสามารถทนอาบแม่น้ำลาวาเส้นนี้ได้ยังมีอยู่ไม่มากนัก กระทั่งจักรพรรดิฟ้าหลายคนยังไม่อาจทนรับการทดสอบนี้ได้

            ทันทีที่การทดสอบเริ่มต้น ผู้เข้าร่วมทดสอบกว่าพันชีวิตก็มุ่งหน้าเข้าสู่ด้านในหุบเหวเพลิงนรก ซ่งไป่หลางติดตามคนกลุ่มใหญ่ไปอย่างไม่รีบร้อนจนกระทั่งรู้สึกว่าอุณหภูมิเริ่มพุ่งสูงขึ้น พื้นที่เบื้องหน้าก็แปรเปลี่ยนเป็นสีส้มที่ร้อนแรงแผดเผาของแม่น้ำลาวาอันร้อนระอุ

            ซ่งไป่หลางเผยสีหน้าตกตะลึงเล็กน้อย แม่น้ำลาวาเส้นนี้ยังมีไว้ให้ผู้คนข้ามผ่านได้จริงๆหรือ ต่อให้เป็นผู้มีพรสวรรค์สูงสุดของผู้ที่เข้าทดสอบครั้งนี้ก็มีระดับพลังเพียงจักรพรรดิมนุษย์เท่านั้น เนื่องจากถูกจำกัดอายุอยู่ที่ยี่สิบห้าปี ผู้ที่มีพลังต่ำลงมาจะมีปัญญาอันใดข้ามผ่านแม่น้ำลาวานี้ได้กัน

           

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 88 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #276 akechai (จากตอนที่ 155)
    วันที่ 21 กันยายน 2563 / 10:13

    ขอบคุณครับ
    #276
    0
  2. #275 dfrdz007 (จากตอนที่ 155)
    วันที่ 21 กันยายน 2563 / 06:57
    thank u
    #275
    0