God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 124 : ตอนที่ 119 บุกฝ่าทะลวง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,197
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 148 ครั้ง
    10 มี.ค. 63

            เซียนพฤกษาผู้นี้ แท้จริงต้องการคนสืบทอดจึงได้สร้างด่านทดสอบขึ้น หรือเพียงแค่เพราะต้องการรังแกผู้คนกันแน่เซี่ยหยางพึมพำ

            จิตวิญญาณบรรพกาลเปล่งเสียงหัวเราะสดใสย่อมต้องเป็นเพียงด่านทดสอบอยู่แล้ว มิเช่นนั้นแทนที่จะให้เหยี่ยวมายาตัวนั้นคอยปกป้องดูแลพื้นที่ด้านบน มิสู้ปล่อยให้มันเคลื่อนไหวอิสระไปทั่วพื้นที่ ทำเช่นนั้นจึงจะนับว่ารังแกผู้คน

            เซี่ยหยางเงียบงัน เห็นได้ชัดว่าการทะยานขึ้นที่สูงมิใช่หนทางผ่านด่านที่เซียนพฤกษาต้องการ ทว่าบทลงโทษนั้นโหดร้ายเกินไปหรือไม่ เรื่องนี้คงมีเพียงเซียนพฤกษาที่ให้คำตอบได้

            ภาพที่ราชันยุทธ์ผู้หนึ่งหายตัวไปอย่างเป็นปริศนาต่อหน้ากระตุ้นให้พวกหั่วฟู่เกิดการตื่นตัวและหวาดระแวงขึ้น คิดในแง่ดีคือด้านบนนั้นอาจจะมีประตูลับเข้าสู่พื้นที่พิเศษ และราชันยุทธ์ผู้นั้นได้บังเอิญไปเจอกับประตูที่ว่าเข้า อย่างไรก็ตามพวกหั่วฟู่มิได้มองโลกในแง่ดีถึงเพียงนั้น

            ต่อให้ไม่เห็นศพ ไม่เห็นร่องรอยการต่อสู้หรือความเสียหาย แต่หากคิดอย่างรอบคอบที่สุด คนหายไปสามารถแทนที่ได้ว่าตายไปแล้ว นั่นย่อมหมายความว่ามีโอกาสที่จะมีอันตรายอันน่าสะพรึงกลัวอยู่ด้านบนเช่นกัน

            เป็นไปได้หรือไม่ว่าซ่งไป่หลางและรั่วอวี่พบเจอกับชะตากรรมเดียวกันยู่หลงเสียงเอ่ยอย่างไม่มั่นใจ ทั้งไม่มั่นใจว่าซ่งไป่หลางและรั่วอวี่ได้ทำแบบเดียวกันหรือไม่ ทั้งยังไม่แน่ใจว่าชะตากรรมที่ว่าคือสิ่งใด

            เรื่องนี้ไม่มีผู้ใดสามารถให้คำตอบได้ ร่องรอยของซ่งไป่หลางและรั่วอวี่นั้นดูแปลกประหลาดเกินไป เมื่อหั่วฟู่และคนอื่นๆเริ่มพิจารณาอีกครั้งจึงพบว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมีลักษณะที่ไม่ตรงกับร่องรอย บางทีอาจจะเป็นพวกมันที่อนุมานผิดพลาด ซ่งไป่หลางและรั่วอวี่เลือกใช้เส้นทางอื่นในการมุ่งหน้าผ่านไป

            ขณะที่กลุ่มของหั่วฟู่กำลังเผชิญหน้ากับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ซ่งไป่หลางและรั่วอวี่เองก็ตกอยู่ในสภาวะที่ไม่ต่างกัน

            ไม่มีทางลัด มีเพียงต้องฝ่าสิ่งมีชีวิตมายาไปโดยตรง เรื่องนี้หากเอ่ยกันตามตรงซ่งไป่หลางและรั่วอวี่ยังพอมีกำลังทำได้ เพียงแต่ไม่ใช่เรื่องง่ายแน่นอน การฝ่าไปมิได้หมายถึงต้องโค่นล้มเสมอไป อาศัยความเร็วที่เหนือกว่า หรือใช้วิธีบางอย่างหลบหนีให้ไกลพอ เพียงแค่พ้นจากระยะการรับรู้ของพวกสิ่งมีชีวิตมายาก็สามารถทำได้

            อักขระเทวะต้นกำเนิด ค่ายกลเคลื่อนย้ายมิติ ซ่งไป่หลางครุ่นคิดถึงความเป็นไปได้เหล่านี้ น่าเสียดายที่การลงมือจริงไม่ง่ายเหมือนการคิด ซ่งไป่หลางสามารถใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายมิติในสวนสมุนไพรแห่งนี้ได้จริง ทว่าด้วยข้อจำกัดบางอย่างของพื้นที่แห่งนี้ หลังจากทดลองใช้ในการต่อสู้จริงซ่งไป่หลางพลันพบว่าการเคลื่อนย้ายมิติแต่ละครั้งไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ไกลเกินหนึ่งร้อยจั้ง กล่าวคือต่อให้อยากใช้ค่ายกลย้ายมิติหลบการรับรู้ของสิ่งมีชีวิตมายา ระยะก็ยังสั้นเกินไป

            ใช้พิษของรั่วอวี่ถ่วงการเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามแล้วใช้ความเร็วทั้งหมดมุ่งตรงไปด้านหน้า เรื่องนี้พอมีหนทาง แต่ปัญหาก็คือไม่รู้ว่าสิ่งมีชีวิตมายาทั้งสามมีความสามารถอะไรบ้าง หากพวกมันสามารถโจมตีได้ในระยะไกล หรือมีพลังที่สามารถถ่วงรั้งการเคลื่อนไหว แผนการก็จะล้มเหลวและถูกบีบให้ต่อสู้โดยตรง

            ต่อสู้โดยตรง หากตั้งใจอย่างเต็มที่ไม่ขยายขอบเขตการต่อสู้จนรบกวนสิ่งมีชีวิตมายาอีกสองตัว การต่อสู้ก็ยังสามารถทำได้ แต่พวกหั่วฟู่จะยืนมองดูอยู่เฉยๆโดยไม่สอดมืองั้นหรือ เรื่องนี้ย่อมเป็นไปไม่ได้เช่นกัน

            ในห้วงความคิดของซ่งไป่หลางพลันปรากฏความคิดบ้าบิ่นประการหนึ่งขึ้นมา

            เปิดเผยตัวและรวมกลุ่มกับพวกหั่วฟู่ อาศัยพลังระดับราชันยุทธ์ขั้นสูงของอีกฝ่ายช่วยจัดการกับสิ่งมีชีวิตมายาซะ

            ซ่งไป่หลางส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว พวกหั่วฟู่เป็นศัตรูอย่างแน่นอน ต่อให้ร่วมมือกันชั่วคราวกำจัดสิ่งมีชีวิตมายาลงได้ แต่หลังจากนั้นย่อมกลายเป็นการต่อสู้ระหว่างพวกตนและฝ่ายตรงข้าม จำนวนคนเสียเปรียบ ระดับพลังเสียเปรียบ มองไม่เห็นหนทางที่จะรับมือ

            ระหว่างที่กำลังครุ่นคิด ฝ่ายของหั่วฟู่กลับเริ่มมีการเคลื่อนไหวอีกครั้ง คนกลุ่มนี้อย่างไรก็เป็นถึงกลุ่มราชันยุทธ์ขั้นสูง ความภาคภูมิใจของพวกมันนับว่าสูงส่งนัก ต่อให้ศัตรูเป็นถึงจักรพรรดิปฐพีแต่ก็ไม่ได้สร้างความหวาดกลัวอันใดมากมาย

            กลุ่มของหั่วฟู่เหลืออยู่เจ็ดคน ทว่าทั้งหมดล้วนเป็นยอดฝีมือ นำโดยหั่วฟู่และยู่หลงเสียง ในที่สุดก็เลือกพุ่งตัวเข้าปะทะกับกวางเขาดาบ

            การเคลื่อนไหวของคนทั้งเจ็ดรัดกุมอย่างมาก เคลื่อนไหวเรียงกันเป็นเส้นตรงมุ่งหน้าโจมตีกวางเขาดาบ ด้านหน้าเป็นยู่หลงเสียงที่ถือกระบี่เข้าฟาดฟัน ด้านหลังเป็นราชันยุทธ์คนอื่นๆที่ระดมพลังลมปราณใช้วิชาต่างๆเข้าจู่โจมในระยะกลาง ส่วนหั่วฟู่ลอยตัวขึ้นเหนือพื้นเล็กน้อย ในมือปรากฏคันธนูขึ้นง้างยิงเข้าใส่ร่างของกวางเขาดาบอย่างเหี้ยมโหด

            คันธนูของหั่วฟู่ เป็นสมบัติระดับปฐพี นามว่าคันศรทลายทัพ ส่วนวิชาที่ใช้ออกซ่งไป่หลางสามารถบ่งบอกได้ในทันทีว่าคนผู้นี้มีเคล็ดวิชาคล้ายเคียงกับหั่วพั่วตง ยอดฝีมือจักรพรรดิฟ้าที่ตนเคยพบเจอตอนที่อยู่ในดินแดนตราสูญ

            กวางเขาดาบสั่นสะท้านไปทั่วร่าง แม้มันจะมีระดับพลังสูงส่งทว่ากลุ่มของหั่วฟู่ก็มิได้อ่อนแอเช่นกัน กระบี่ของยู่หลงเสียงเฉียบคมและแม่นยำมาก พริบตาเดียวก็สร้างบาดแผลร้ายแรงบนร่างของมัน เช่นเดียวกับศรอัสนีของหั่วฟู่ ทำให้มันสั่นสะท้านและถูกตรึงเอาไว้กับที่ มิอาจเคลื่อนไหวตามใจชอบ

            สร้างค่ายกลกรงอัสนี หั่วฟู่ร้องสั่งการ

            คำสั่งนี้แน่นอนว่าถ่ายทอดให้แก่คนของตระกูลหั่ว สำหรับยู่หลงเสียงที่เป็นตัวแทนจากสำนักห้วงทมิฬย่อมไม่รู้จักค่ายกลกรงอัสนี แต่ด้วยตำแหน่งผู้นำการโจมตีทำให้ยู่หลงเสียงมิจำเป็นต้องร่วมมือสร้างค่ายกล เพียงแค่ช่วยยื้อกวางเขาดาบไว้ชั่วคราวก็เพียงพอ

            คนกลุ่มนี้แข็งแกร่งมาก ซ่งไป่หลางสั่นสะท้านเล็กน้อย ยอดฝีมือกลุ่มนี้มิใช่ยอดฝีมือขั้นราชันยุทธ์ทั่วไป แต่ละคนสามารถต่อสู้กับศัตรูข้ามขั้นได้ทั้งสิ้น สมกับที่เป็นคนของตระกูลรับใช้ตระกูลศักดิ์สิทธิ์

            รั่วอวี่พยักหน้าเห็นด้วย สำหรับนางแล้วหากให้เลือกรับมือหนึ่งคนยังอาจจะสามารถต้านทานแล้วหลบหนีได้ แต่หากต้องเผชิญหน้าทีเดียวหลายคนเกรงว่าคงไม่อาจรักษาชีวิตไว้ได้

            ทว่าแม้กลุ่มของหั่วฟู่จะแข็งแกร่ง แต่ในเวลานี้ทั้งซ่งไป่หลางและรั่วอวี่กลับคิดตรงกัน

            นี่คือโอกาส!!

            กลุ่มของหั่วฟู่เปิดศึกกับกวางเขาดาบแล้ว เวลานี้ย่อมไม่ต้องการสร้างความยุ่งยาก จะเอาชนะกวางเขาดาบได้จำเป็นต้องทุ่มเทพลังและเวลาอย่างหนัก หากพลาดท่าปล่อยให้สิ่งมีชีวิตมายาอีกสองตัวเข้ามาร่วมวง เกรงว่าสถานการณ์ที่กำลังได้เปรียบจะแปรเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง

            ไม่ปล่อยให้โอกาสเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ ซ่งไป่หลางและรั่วอวี่ตกลงแผนการกันอย่างรวดเร็ว ในที่สุดทั้งสองคนเริ่มเคลื่อนไหวทะยานร่างเข้าหากลุ่มของหั่วฟู่จากด้านหลัง

            ระยะห่างของทั้งสองกลุ่มไม่มากไม่น้อย ทว่าภายใต้การเร่งความเร็วถึงขีดสุดของพวกซ่งไป่หลางเพียงสิบช่วงลมหายใจก็มากพอที่จะไปถึงตำแหน่งของพวกหั่วฟู่แล้ว

            กลุ่มของหั่วฟู่แม้จะเผชิญหน้ากับกวางเขาดาบทว่าประสาทสัมผัสและการรับรู้ของพวกมันย่อมไม่ถูกจำกัด ทันทีที่ซ่งไป่หลางและรั่วอวี่เคลื่อนไหว หั่วฟู่และยู่หลงเสียงที่เป็นยอดฝีมือสามารถรับรู้ได้ในทันที

            สีหน้าของหั่วฟู่กลายเป็นน่าเกลียด เจ้าพวกบัดซบนี่ ที่แท้ก็แอบซุ่มอยู่ตรงนั้น

            แย่แล้ว พวกมันต้องการฉวยโอกาสนี้ผ่านจุดนี้ไป ยู่หลงเสียงตระหนักได้ทันที

            คิดว่าจะผ่านพวกเราไปได้ง่ายๆรึ หั่วฟู่แค่นเสียง จากนั้นจึงเปลี่ยนเป้าหมาย ศรทลายทัพยิงออกแต่มิได้เล็งเป้าไปที่กวางเขาดาบ กลับเล็งที่ร่างของซ่งไป่หลางที่มาจากด้านหลัง

            พลังของหั่วฟู่นับว่าแข็งแกร่งนัก ซ่งไป่หลางไม่อาจต้านรับไว้โดยตรง ทว่าแต่ไรมาเด็กหนุ่มก็ไม่คิดจะต้านรับอยู่แล้ว

            ท่าเท้าแปดบัวดารา

            ร่างของซ่งไป่หลางกลายเป็นภาพเลือนราง จากนั้นปรากฏขึ้นในตำแหน่งใหม่อย่างรวดเร็ว ภายใต้ท่าเท้านี้หากใช้ออกก่อนที่หั่วฟู่จะยิงย่อมถูกจับทางได้อย่างง่ายดาย ทว่าหลังจากลูกศรยิงออกมาก็เท่ากับกลายเป็นของตาย ไม่อาจแก้ไขทิศทางได้อีกต่อไป

            ลูกศรพุ่งผ่านร่างเสมือนของซ่งไป่หลางไปทำให้หั่วฟู่ยิ่งมีสีหน้าดำทะมึน เดิมทีมันต้องการจัดการกับซ่งไป่หลางในเสี้ยวพริบตานึกไม่ถึงอีกฝ่ายจะมีความเร็วและท่าเท้าพิสดารเช่นนี้

            เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่อึดใจ ร่างของซ่งไป่หลางและรั่วอวี่ได้มาถึงจุดปะทะของพวกหั่วฟู่และกวางเขาดาบแล้ว ยู่หลงเสียงไม่สามารถเมินเฉยต่อกวางเขาดาบและหันกลับมาโจมตีคนทั้งสองได้ ราชันยุทธ์คนอื่นๆล้วนยุ่งอยู่กับการจัดตั้งค่ายกลกรงอัสนี กว่าจะกักขังและจำกัดการเคลื่อนไหวของกวางเขาดาบได้พวกมันต้องช่วงชิงโอกาสมาอย่างยากลำบาก เวลานี้ไม่สามารถละทิ้งตำแหน่งแล้วไปจัดการกับคนทั้งสองได้

            ผู้ที่ยังสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระก็คือหั่วฟู่ ดวงตาของมันทอประกายวาวโรจน์ มิสนใจร่างของซ่งไป่หลางที่มีท่าเท้าแปลกประหลาดพิสดาร กลับเลือกโจมตีใส่รั่วอวี่ที่ทะยานตามหลังซ่งไป่หลางแทน

            ไม่จำเป็นต้องจัดการพร้อมกันทั้งสองคน เพียงจับไว้ได้หนึ่งคนก็พอแล้ว นี่คือความคิดของหั่วฟู่

            ซ่งไป่หลางยังคงเคลื่อนไหวตรงไปด้านหน้า ไร้ความลังเล ไร้ความวิตกกังวล หั่วฟู่ลงมือคราวนี้ไม่ได้ยิงศรออกไปแต่ใช้วิชาฝ่ามืออัสนีประเภทหนึ่ง เป็นวิชาระดับชั้นปฐพี พลังทำลายรุนแรงน่าหวาดหวั่น

            ขณะที่เป้าหมายของฝ่ามือนี้อย่างรั่วอวี่ กลับยังคงมีสีหน้าสงบนิ่งราวกับไม่เห็นฝ่ามือนี้ในสายตา

            ในที่สุด ฝ่ามือของหั่วฟู่พุ่งทะลวงผ่านร่างของรั่วอวี่ไป เป็นการทะลวงผ่านร่างอย่างแท้จริง

            นั่นเพราะร่างของรั่วอวี่ได้สลายไปต่อหน้าต่อตาของหั่วฟู่ หลงเหลือเพียงละอองเกสรที่ทำให้หั่วฟู่รู้สึกถึงหายนะ ร่างกายอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็ว

            หั่วฟู่สีหน้าแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรง มันรีบกินโอสถต้านพิษเข้าไปทว่าโอสถต้านพิษทั่วไปจะสามารถรับมือกับพิษของรั่วอวี่ได้งั้นหรือ ร่างกายของมันยังคงอ่อนแรง ประสาทสัมผัสทื่อด้านลงอย่างรวดเร็ว หั่วฟู่แค่นเสียงรีบระเบิดพลังลมปราณ ใช้พลังที่แข็งแกร่งกดข่มผลของพิษเอาไว้ ขณะเดียวกันล้วงหยิบโอสถต้านพิษระดับสูงที่พกติดตัวออกมา ดีดเข้าไปในปากอย่างรวดเร็ว

            ร่างของรั่วอวี่ปรากฏตัวบนพื้นที่ใกล้เคียงกับพยัคฆ์สองหัว เป็นผลมาจากค่ายกลเคลื่อนมิติของซ่งไป่หลาง เมื่อส่งร่างของรั่วอวี่ไปยังพื้นที่นั้นร่างของพยัคฆ์สองหัวก็เริ่มขยับเคลื่อนไหว มันกวาดตาทั้งสี่มองมายังร่างของรั่วอวี่ด้วยสายตาแดงก่ำ

            ขณะเดียวกันซ่งไป่หลางทะยานร่างก้าวล้ำไปในพื้นที่ของคางคกมายา กระตุ้นความสนใจของมัน

            หั่วฟู่ที่กำลังฟื้นฟูร่างกายด้วยโอสถต้านพิษระดับสูง กำลังจะแค่นเสียงเหยียดหยามที่อีกฝ่ายพลาดท่าหลุดเข้าไปในพื้นที่ของสิ่งมีชีวิตมายาอีกสองตัว แต่เพียงครู่เดียวสีหน้าก็กลายเป็นซีดเผือด มันย่อมตระหนักได้แล้วว่าซ่งไป่หลางและรั่วอวี่ไม่ได้พลาดท่า แต่เป็นจงใจเข้าไปในพื้นที่ของสิ่งมีชีวิตมายาทั้งสองต่างหาก

            คางคกมายาอ้าปากของมันออก ลิ้นตวัดราวกับแส้ฟาดปะทะเข้าใส่ร่างของซ่งไป่หลาง บนหน้าผากของเด็กหนุ่มปรากฏสัญลักษณ์รูปดอกบัว ใช้งานเคล็ดกายาบัวพิสุทธิ์ก่อนจะก้าวถอยหลังอย่างรวดเร็วย้อนกลับมายังพื้นที่ของกลุ่มหั่วฟู่

            เช่นเดียวกับรั่วอวี่ สร้างม่านเถาวัลย์ขัดขวางการโจมตีของพยัคฆ์สองหัวเอาไว้จากนั้นรีบทะยานร่างกลับมายังพื้นที่เดิม

            สีหน้าของยู่หลงเสียงกลายเป็นซีดขาว แม้จะรับมือกวางเขาดาบอยู่แต่มันก็ประเมินสถานการณ์รอบด้านอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน เวลานี้ยังไม่สามารถจัดการกวางเขาดาบได้ กลับมีสิ่งมีชีวิตมายาระดับจักรพรรดิปฐพีอีกสองตัวเข้ามาใกล้ ในสายตาของสิ่งมีชีวิตมายาย่อมไม่จำแนกอยู่แล้วว่าผู้ใดเป็นผู้เริ่มต้นรบกวนมัน ขอเพียงพบเจอกับมนุษย์ย่อมบุกสังหารอย่างไม่แยกแยะ

            หั่วฟู่กัดฟันด้วยความโกรธแค้น ไม่นึกเลยว่าซ่งไป่หลางและรั่วอวี่ไม่เพียงใช้พวกมันเป็นเหยื่อยังชั่วร้ายถึงขนาดชักนำสิ่งมีชีวิตมายาอีกสองตัวเข้าสู่การต่อสู้ แต่เมื่อเป็นเช่นนี้มันก็ไม่คิดจะปล่อยให้แผนการของอีกฝ่ายสำเร็จโดยง่าย

            คิดจะลอบกัดพวกเรา อย่าหวังว่าพวกเจ้าจะหนีไปไหนรอด หั่วฟู่คำรามกร้าว อาณาเขตพื้นที่โดยรอบพลันแปรปรวนด้วยคลื่นพลังธาตุอัสนีที่เข้มข้น

            เคล็ดวิชาอาณาเขตปราการอัสนี

            นี่คือเคล็ดวิชาระดับสวรรค์ ต่อให้เป็นตระกูลหั่วแห่งดินแดนใต้สวรรค์แต่วิชาระดับนี้ก็มิใช่สิ่งที่หาได้ทั่วไป หั่วฟู่เป็นคุณชายลำดับที่สองของตระกูลหั่ว จึงมีสิทธิ์ได้เรียนรู้เคล็ดวิชาระดับสวรรค์ตั้งแต่อายุไม่ถึงสามสิบปี นับว่าเป็นคุณสมบัติของสายเลือดครึ่งหนึ่งและพรสวรรค์อีกครึ่งหนึ่ง

            ซ่งไป่หลางพลันขมวดคิ้ว ภายใต้อาณาเขตปราการอัสนีบังเกิดเส้นสายอัสนีฟาดผ่าเข้าใส่ร่างของเด็กหนุ่มและรั่วอวี่ตลอดเวลา สายฟ้าเหล่านี้ไม่นับว่าน่าสะพรึงกลัวแต่ก็ยังไม่อาจมองข้าม พลังทำลายล้างของพวกมันมากพอที่จะทำให้ร่างกายเกิดความรู้สึกเจ็บปวดด้านชา อีกทั้งยังทำให้ขยับเคลื่อนไหวลำบากยิ่งขึ้นหลายส่วน

            เมื่อมองไปยังพยัคฆ์สองหัวและคางคกมายา พบว่าแม้พวกมันจะได้รับผลกระทบเช่นกันแต่กลับได้รับน้อยมากเมื่อเทียบกับซ่งไป่หลางและรั่วอวี่ นั่นเพราะระดับพลังของพวกมันสูงส่งเกินไป ภายใต้ปราการอัสนีนี้กลับยังอยู่ในสภาพที่เกือบสมบูรณ์พร้อม อีกไม่นานก็จะเข้าถึงตัวของซ่งไป่หลางและรั่วอวี่ได้แล้ว

            หั่วฟู่ยิ้มเหี้ยม มันต้องการให้ซ่งไป่หลางและรั่วอวี่ตกตายด้วยมือของสิ่งมีชีวิตมายาทั้งสอง จากนั้นแม้จะค่อนข้างยากลำบากแต่มันเชื่อว่ายังสามารถหาวิธีหลบถอยออกจากการต่อสู้ได้ แม้จะต้องเสียสละไปสักสองถึงสามคนก็ไม่เป็นไร

            คางคกมายาเคลื่อนที่เข้าใกล้ซ่งไป่หลางอีกก้าวหนึ่ง จากนั้นมันอ้าปากออกครานี้มิได้ตวัดลิ้นแต่กลับพ่นฟองอากาศสีแดงสดออกมา มองดูคล้ายฟองอากาศโลหิตที่น่าหวาดหวั่น

            ฟองอากาศนี้มิได้มีความเร็วมากมายอันใด ซ่งไป่หลางสามารถหลบพ้นได้อย่างง่ายดาย ทว่าสัญชาตญาณได้กระตุ้นเตือนให้เด็กหนุ่มระมัดระวังตัว มิได้หลบหลีกเพียงเล็กน้อยแต่กลับเลือกถอยห่างจากฟองอากาศให้ไกลที่สุด ระหว่างที่ถอยยังจงใจลากตำแหน่งของตนให้มุ่งหน้าผ่านคนของหั่วฟู่ที่กำลังใช้ค่ายกลคุกอัสนีจำกัดการเคลื่อนไหวของกวางเขาดาบเอาไว้ด้วย

            ฟองอากาศไล่ตามซ่งไป่หลางไปอย่างช้าๆ และเมื่อมันเข้าใกล้ตำแหน่งของยอดฝีมือราชันยุทธ์จากตระกูลหั่ว ฟองอากาศก็พลันระเบิดออกสร้างแรงปะทุอันน่าสะพรึงกลัว ราชันยุทธ์ผู้นั้นก่อนหน้าสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวของซ่งไป่หลางและฟองอากาศสีโลหิตนี้ก่อนแล้ว แต่เนื่องจากความเร็วของมันไม่มากจึงทำให้มิได้ใส่ใจมากนัก หลังจากมองเห็นว่าฟองอากาศเข้ามาใกล้ก็เพียงตั้งใจจะหลบหลีกในจังหวะสุดท้าย นึกไม่ถึงอยู่ๆฟองอากาศนี้กลับระเบิดออกก่อนจะมาถึงตัว

            พลังระเบิดของฟองอากาศนี้ ซ่งไป่หลางเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง หั่วฟู่และคนอื่นๆเองก็ตกตะลึงอย่างมากเช่นกัน เพียงการระเบิดของฟองอากาศที่อยู่ห่างจากร่างไปประมาณห้าจั้ง กลับคว้านร่างของราชันยุทธ์ระดับแปดผู้นั้นจนหายไปกว่าครึ่งส่วน กล่าวคือร่างกายซีกซ้ายของคนผู้นั้นขาดแหว่งไปอย่างน่าสะพรึงกลัว

            ยังดีที่หลบเลี่ยงส่วนหัวใจได้ มิเช่นนั้นเกรงว่าคนผู้นั้นคงตกตายในเสี้ยวพริบตา แต่ถึงอย่างไรก็เสียแขนซ้ายและขาซ้ายไปแล้ว อีกทั้งยังเสียไประหว่างการต่อสู้ ยอดฝีมือราชันยุทธ์ผู้นั้นตกอยู่ในสภาพพิการและบาดเจ็บสาหัสในพริบตา จากนั้นถูกกวางเขาดาบใช้เขาของมันแทงเข้าใส่ที่ลำคออย่างโหดเหี้ยม

            ค่ายกลกรงอัสนีพังทลายลงในเสี้ยวพริบตา

            พยัคฆ์สองหัวเองก็มาถึงตัวรั่วอวี่แล้วเช่นกัน ทว่าหญิงสาวกลับแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการต่อสู้ที่น่าทึ่ง อาศัยเพียงพลังย่อมไม่อาจต้านทานจักรพรรดิปฐพีได้ แต่รั่วอวี่ทางหนึ่งใช้พิษลดทอนพลังของพยัคฆ์สองหัว อีกทางใช้โอสถวิเศษเร่งขีดพลังลมปราณของตนเอง พลังธาตุพฤกษาระเบิดออกต่อเนื่องเวลานี้ด้านหน้าของรั่วอวี่ราวกับการเริงระบำของสวนพฤกษา ต้นไม้จำนวนมากปรากฏขึ้นแล้วรัดพันร่างของพยัคฆ์สองหัวอย่างต่อเนื่อง แม้จะถูกฉีกกระชากออกอย่างรวดเร็วแต่ก็จะมีต้นไม้ต้นใหม่ปรากฏขึ้นมาแทนที่ตลอดเวลา

            บัดซบ หั่วฟู่ยิ่งนานยิ่งกลายเป็นหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัว มันไม่เคยคิดเลยว่าเพียงผู้มีพลังขั้นเหนือมนุษย์และรวมวิญญาณจะสร้างสถานการณ์เช่นนี้ให้กับตนเองได้

            มันง้างสายของคันศรทลายทัพออกอีกครั้ง เล็งเป้าหมายไปที่ร่างของรั่วอวี่

            แต่เวลานี้ซ่งไป่หลางที่กำลังหลบการไล่ล่าของคางคกมายาได้เข้าถึงตัวรั่วอวี่ก่อนแล้ว จากนั้นใช้อักขระเทวะต้นกำเนิดก่อร่างค่ายกลเคลื่อนมิติ พริบตาเดียวก็ส่งร่างของเด็กหนุ่มและรั่วอวี่ให้ไปปรากฏพื้นที่ด้านหลังกวางเขาดาบ ห่างไปราวห้าสิบจั้ง

            เมื่อไปถึงจุดนั้น ซ่งไป่หลางและรั่วอวี่ ร่วมมือกันระเบิดพลังลมปราณธาตุพฤกษา พริบตาเดียวกำแพงพฤกษาก็ปรากฏขึ้นขวางกั้นสายตาของพวกหั่วฟู่รวมทั้งคางคกมายาและพยัคฆ์สองหัวเอาไว้จนหมดสิ้น

            เป้าหมายเดิมหายไปแล้ว แต่เป้าหมายใหม่กลับยืนอยู่มากมายไปหมด คางคกมายาและพยัคฆ์สองหัวไม่เคยจำแนกหน้าตาของมนุษย์พลันหันมาลงมือกับกลุ่มของยู่หลงเสียงอย่างโหดเหี้ยม

            หั่วฟู่กรีดร้องด้วยความเจ็บแค้น มันสั่งให้ยู่หลงเสียงและคนที่เหลือถอยหลบจากการต่อสู้ ทว่าก่อนที่คนทั้งหมดจะถอยออกมา ร่างของคนสามคนพลันอ่อนกำลังไร้เรี่ยวแรงถอยหนี กลับกลายเป็นเปิดโอกาสให้พยัคฆ์สองหัวฉีกกระชากร่างของคนผู้หนึ่ง กวางเขาดาบใช้เขาตวัดแทงปลิดชีพอีกหนึ่ง และคนสุดท้ายถูกลิ้นของคางคกมายาตวัดฉกตัวส่งเข้าไปในปากอย่างรวดเร็ว

            เสียคนไปสามคนในพริบตา ทั้งหมดล้วนเป็นผลกระทบจากพิษของรั่วอวี่ นี่ทำให้หั่วฟู่เจ็บแค้นจนถึงขีดสุด ทว่ากลับไม่อาจระบายความแค้นออกมาได้ แม้สุดท้ายหั่วฟู่ ยู่หลงเสียงและคนที่เหลือหนึ่งคนจะหนีรอดออกมาแต่กลับไม่สามารถฝ่าสิ่งมีชีวิตมายาเข้าไปได้อีก ทำได้เพียงกัดฟันเคียดแค้นซ่งไป่หลางและรั่วอวี่เท่านั้น

 -------------------------------------------

ติดงานนอกเลยหายไปนานเลย ขออภัยด้วยครับ

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 148 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #200 yukai (จากตอนที่ 124)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 14:40

    ขอบคุณมากhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-big-06.png

    #200
    0
  2. #195 ตัว‛วšาย‛ย (จากตอนที่ 124)
    วันที่ 11 มีนาคม 2563 / 14:49

    รอนะค่ะ
    #195
    0
  3. #192 Chatchai Wongcha-oom (จากตอนที่ 124)
    วันที่ 10 มีนาคม 2563 / 11:49
    สะจายยยยย อิอิ
    #192
    0