God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 123 : ตอนที่ 118 กับดักที่น่าสะพรึงกลัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,315
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 145 ครั้ง
    6 มี.ค. 63

            กับดักของรั่วอวี่ตลอดทางที่ผ่านมามักจะทำได้เพียงยื้อเวลาและทำให้กลุ่มของหั่วฟู่ต้องรู้สึกหงุดหงิดรำคาญใจ ทว่ากับดักที่วางเอาไว้ในเส้นทางอาณาเขตของเต่ามายากลับได้ผลดีเยี่ยม กระทั่งทำให้สมาชิกกลุ่มของหั่วฟู่พลาดท่าเกินครึ่ง บางคนดีหน่อยที่เพียงแค่ได้รับผลกระทบจากพิษนานาชนิด ยังสามารถอยห่างออกมาฟื้นฟูรักษาตน แต่พวกที่พลาดท่าถูกส่งเข้าไปในพื้นที่รอบตัวเต่ามายา สุดท้ายหมดสติภายใต้ผลของละอองสยบดารา ทำได้เพียงนอนรอความตายเท่านั้น

            หั่วฟู่ไม่สนใจกลุ่มคนที่พลาดท่าอีก แม้จะเป็นคนจากตระกูลหั่วเช่นเดียวกันแต่เมื่อกลายเป็นตัวถ่วงแข้งขามันก็ไม่คิดจะเสียเวลาช่วยเหลือแต่อย่างใด

            อย่างไรก็ตามกับดักของรั่วอวี่ได้ช่วยสร้างระยะห่างระหว่างกลุ่มของหั่วฟู่และพวกซ่งไป่หลางได้มากพอสมควร ยิ่งหลังจากที่ซ่งไป่หลางและรั่วอวี่ต่างค้นพบวิธีเอาชนะสิ่งมีชีวิตมายา ภายใต้การร่วมมือของคนทั้งสองสามารถจัดการกับสิ่งมีชีวิตมายาตัวหนึ่งได้ในเวลาอันสั้น เพียงไม่นานก็ผ่านเข้าสู่พื้นที่ชั้นในของสวนสมุนไพรได้สำเร็จ

            พื้นที่ส่วนชั้นในมีสิ่งมีชีวิตมายาอาศัยอยู่เช่นกัน จำนวนของพวกมันยังมากกว่าด้านนอกหลายเท่า หากต้องกำจัดพวกมันให้หมดเพื่อเข้าไปยังพื้นที่ชั้นในเกรงว่าจะต้องใช้เวลานานเกินไป

            ซ่งไป่หลางขมวดคิ้วเล็กน้อย ตั้งแต่ตอนที่เข้าสู่สวนสมุนไพรและค่อยๆเคลื่อนเข้าสู่พื้นที่ขอบเขตด้านในของสวนสมุนไพรกลับพบกับความรู้สึกคุ้นเคยประการหนึ่ง

            นี่เป็นลักษณะของค่ายกล ในที่สุดซ่งไป่หลางก็ตระหนักได้ว่าความรู้สึกคุ้นเคยของตนเองคือสิ่งใด ที่แท้ลักษณะของสวนสมุนไพรนี้ก็คือวงค่ายกลขนาดใหญ่ประเภทหนึ่ง แม้จะไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่าเป็นค่ายกลประเภทใดทว่าซ่งไป่หลางกลับเชื่อมั่นเป็นอย่างมาก

            เด็กหนุ่มดึงรั่วอวี่ให้หยุดเคลื่อนที่ ภายใต้ค่ายกลแบบนี้ต่อให้พยายามเคลื่อนที่หาช่องโหว่และเส้นทางไปต่อเพียงใดก็ไร้ประโยชน์ มีแต่ต้องไล่จัดการกับพวกสิ่งมีชีวิตมายาเพื่อเปิดเส้นทางเท่านั้น

            ซ่งไป่หลางและรั่วอวี่ร่วมมือกันยังสามารถจัดการกับสิ่งมีชีวิตมายาได้ แต่หากเสียเวลานานเกินไปไม่แน่จะถูกกลุ่มของศัตรูไล่ตามทัน ถึงเวลานั้นรับศึกหน้าหลังย่อมต้องเผชิญกับปัญหามากมาย หากเป็นไปได้ก็ไม่ควรแบกรับความเสี่ยงเช่นนี้

            หลังจากอธิบายคร่าวๆให้รั่วอวี่ฟัง อีกฝ่ายเพียงพยักหน้าก่อนจะเผยสีหน้าเหนื่อยใจออกมา เมื่อเป็นเรื่องของค่ายกลนางไม่อาจยื่นมือช่วยเหลืออันใดทำได้เพียงคอยสนับสนุนเท่านั้น

            ซ่งไป่หลางวิเคราะห์ถึงรูปแบบของค่ายกล นับตั้งแต่ที่เข้ามายังสวนสมุนไพรตำแหน่งแรกที่พบกับสิ่งมีชีวิตมายา ตำแหน่งของสิ่งมีชีวิตมายาตัวต่อๆไป ลากไปจนถึงตำแหน่งของสิ่งมีชีวิตมายาที่ขวางอยู่ด้านหน้า

            ลักษณะของค่ายกลน่าจะเป็นรูปวงกลม นั่นหมายความว่าพวกเรากำลังมุ่งหน้าเข้าสู่จุดศูนย์กลางของค่ายกล หากมองเช่นนี้ตำแหน่งของสิ่งมีชีวิตมายาจะถูกวางเรียงรายเอาไว้ตามเส้นรอบวง ดังนั้นในพื้นที่ที่ลึกขึ้นจึงทำให้มีสิ่งมีชีวิตมายามากขึ้น

            เพียงลักษณะของค่ายกลยังไม่อาจบ่งบอกสิ่งใดได้ ที่สำคัญก็คือคุณสมบัติของค่ายกลต่างหาก

            หากคาดเดาไม่ผิด ค่ายกลนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อชี้นำเส้นทางของผู้คน กล่าวคือแม้ว่าจะเป็นพื้นที่เปิดกว้างมีทางให้เลือกมากมายแต่ภายใต้การควบคุมอย่างซับซ้อนของค่ายกล ทุกคนในพื้นที่สวนสมุนไพรจะถูกบังคับโดยไม่รู้ตัวให้เคลื่อนที่ไปตามเส้นวงกลมของค่ายกล และมุ่งหน้าเข้าสู่จุดศูนย์กลางอย่างช้าๆ แม้จะพยายามหลบการกีดขวางของสิ่งมีชีวิตมายาแต่ท้ายที่สุดก็ยังคงถูกบังคับให้มุ่งหน้าไปยังเส้นทางเดิมอยู่ดี

            นี่เป็นเพียงการคาดเดาแบบคร่าวๆ สำหรับรายละเอียดและคุณสมบัติเชิงลึกของค่ายกล หากไม่ทำการสำรวจให้มากกว่านี้ซ่งไป่หลางย่อมไม่สามารถเก็บข้อมูลได้มากพอที่จะระบุออกมา

            ด้านหน้าของคนทั้งสองมีร่างของสิ่งมีชีวิตมายาสามตัว หนึ่งเป็นคางคกยักษ์ตัวหนึ่งที่มีความสูงมากกว่าซ่งไป่หลางถึงสามเท่า หนึ่งเป็นพยัคฆ์ที่มีสองหัว อีกหนึ่งเป็นกวางที่มีเขาแหลมคมราวกับดาบ ระดับพลังของพวกมันทั้งสามล้วนแต่เป็นจักรพรรดิปฐพีทั้งสิ้น

            สิ่งมีชีวิตมายาทั้งสามไม่ได้ยืนชิดติดกันมากนัก แต่ระยะห่างของพวกมันนับว่าสร้างความยุ่งยากลำบากใจให้แก่ซ่งไป่หลางอย่างมาก หากต้องการมุ่งไปด้านหน้ามีเพียงต้องฝ่าไปทางสิ่งมีชีวิตมายาตัวใดตัวหนึ่ง วิธีนี้ฟังดูคล้ายไม่ยากแต่ในทางปฏิบัตินับว่ายากเย็นอย่างมาก

            หากเกิดการต่อสู้ขึ้น พื้นที่ของการต่อสู้ย่อมไม่อาจจำกัดอยู่ในวงแคบๆ หากมีการเคลื่อนไหวมากเกินไปจนทำให้หลุดเข้าไปยังพื้นที่การรับรู้ของสิ่งมีชีวิตมายาอีกตัว ย่อมเท่ากับต้องเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตมายาสองตัวพร้อมกัน ต่อสู้กับจักรพรรดิปฐพีพร้อมกันสองตัวต่อให้ซ่งไป่หลางและรั่วอวี่สามารถใช้ประโยชน์จากพิษและอักขระเทวะต้นกำเนิดก็ยังขาดความเชื่อมั่นที่จะเอาชนะ

            ยังไม่นับเรื่องที่ว่าหากการต่อสู้ยืดเยื้อเกินไป มีโอกาสที่จะขยายขอบเขตจนกลายเป็นดึงสิ่งมีชีวิตมายาตัวที่สามออกมา เช่นนั้นก็เท่ากับปิดประตูชนะ เหลือเพียงแค่จะหลบหนีเอาตัวรอดได้หรือไม่

            ซ่งไป่หลางสูดลมหายใจเข้าพยายามครุ่นคิดอย่างรอบคอบ อย่างไรสวนสมุนไพรนี้ก็เป็นเพียงบททดสอบของเซียนพฤกษา เป็นไปได้หรือที่จะมีการใส่บททดสอบที่ยากเย็นจนไร้ทางผ่านด่านเช่นนี้

            อันที่จริงแนวคิดของซ่งไป่หลางนับว่าเกินเลยไปบ้าง อย่างไรเสียสวนสมุนไพรนี้ก็มีการจำกัดขอบเขตไว้ที่ระดับราชันยุทธ์ ทั้งยังจำกัดจำนวนไว้ที่ยี่สิบคน นั่นหมายความว่าหากซ่งไป่หลางมีพลังระดับสูงสุดของขั้นราชันยุทธ์ และมีผู้ช่วยในระดับเดียวกันอีกสิบเก้าคน แม้จะต้องเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตมายาที่ระดับสูงกว่า อาศัยกลยุทธ์การร่วมมือและการใช้พิษก็ยังมีทางเอาชนะได้

            ปัญหาก็คือเจตนาของเซียนพฤกษาคือสิ่งใดกันแน่ ต้องการทดสอบคุณสมบัติของบุคคลหรือทดสอบการประสานงานและกลยุทธ์ของคนจำนวนมาก วัตถุประสงค์เหล่านี้หากไม่อาจคาดเดาได้อย่างถูกต้องก็ยากที่จะระบุถึงแนวคิดของการทดสอบเช่นกัน

            แม้จะถามจากรั่วอวี่แต่นางก็ทำได้เพียงส่ายหน้าเล็กน้อย นางรู้ว่าเซียนพฤกษาสร้างสวนสมุนไพรเพื่อใช้เป็นด่านทดสอบ ทว่าวัตถุประสงค์ของการทดสอบต่างๆนางกลับไม่รู้ถึงรายละเอียดของมัน ปู่ของนางก็ไม่ได้อธิบายเพิ่มเติมในเรื่องนี้ เช่นเดียวกับที่เจ้าสำนักจวินเม่ย

            ซ่งไป่หลางถอนหายใจ ดูเหมือนจะทำได้เพียงต้องเก็บข้อมูลจากการสำรวจเพิ่มเติม แต่นั่นหมายความว่าจะต้องเปิดศึกกับสิ่งมีชีวิตมายาเหล่านี้

            รั่วอวี่ ปิดซ่อนร่องรอยของพวกเรา อย่าให้กลุ่มของศัตรูรู้ว่าพวกเราอยู่ที่ไหน เราสองคนจะซุ่มอยู่ที่จุดนี้ ซ่งไป่หลางเสนอแผนการ

            หืม เจ้าต้องการใช้พวกเขามุ่งหน้าเปิดเส้นทางแก่พวกเรารึ?” รั่วอวี่เลิกคิ้ว

            ซ่งไป่หลางพยักหน้า นี่เป็นวิธีที่ง่ายแต่ได้ผลมากที่สุดสำหรับเวลานี้ หากซ่งไป่หลางและรั่วอวี่เป็นฝ่ายเปิดศึกด้วยตนเอง เป็นไปได้ว่าจะไม่สามารถผ่านไปได้ในเวลาสั้นๆ มีโอกาสถูกไล่ตามหลังมาทันเวลา ดังนั้นมิสู้ปล่อยให้อีกฝ่ายไล่ตามทัน ใช้ประโยชน์จากกำลังของศัตรูให้ช่วยเปิดทางพวกสิ่งมีชีวิตมายาเหล่านี้แทน

            แม้จะฟังดูดีทว่าวิธีการนี้ก็นับว่าเสี่ยงมากเช่นกัน มิเช่นนั้นซ่งไป่หลางคงเลือกทางนี้ตั้งแต่ต้น เนื่องจากมีโอกาสที่ฝ่ายตรงข้ามจะตรวจพบพวกตน ซ่งไป่หลางไม่รู้ว่าศัตรูมีกันกี่คนแต่มั่นใจว่าจะต้องมีไม่น้อย ทั้งยังสมควรเป็นยอดฝีมือระดับราชันยุทธ์ขั้นสูงอีกด้วย อาศัยเพียงตนและรั่วอวี่รับศึกคนเหล่านี้นับว่ายากเย็นยิ่ง

            ควรทราบว่าจัดการมนุษย์ด้วยกันยังยากยิ่งกว่าต่อกรกับสิ่งมีชีวิตมายา พิษของรั่วอวี่ใช้กับสิ่งมีชีวิตมายาได้แต่ไม่อาจใช้กับคนที่มีโอสถและเคล็ดวิชาสำหรับถอนพิษ

            เวลานี้นับว่ามีทางเลือกไม่มาก ซ่งไป่หลางเลือกทางที่เสี่ยงแต่ขณะเดียวกันก็เป็นทางที่เหมาะสมที่สุด ขอเพียงสามารถปกปิดร่องรอยไม่ปล่อยให้ฝ่ายตรงข้ามหาเจอ หากแผนการนี้เป็นไปได้สวยไม่เพียงจะทำให้เส้นทางถูกเปิดออก ยังเท่ากับเป็นการตัดกำลังของศัตรูไปด้วยในตัว

            หลังจากวางแผนร่วมกับรั่วอวี่เสร็จสิ้น ทั้งสองต่างเริ่มลงมือ รั่วอวี่ใช้พลังธาตุพฤกษาของนางไม่เพียงกลบเกลื่อนร่องรอยจนหมดจด ยังสร้างร่องรอยปลอมในพื้นที่ใกล้เคียงกับสิ่งมีชีวิตมายา หากกลุ่มของศัตรูมองเห็นมีโอกาสหลงคิดว่าซ่งไป่หลางและรั่วอวี่ได้ปะทะกับสิ่งมีชีวิตมายารอบหนึ่ง แล้วใช้วิธีการบางอย่างหลบหนีจากไป

            แน่นอนว่าร่องรอยนี้ไม่ได้สมบูรณ์ บางส่วนขาดหายบางส่วนยังปรากฏอย่างเลือนราง ย่อมเป็นความจงใจของรั่วอวี่เพื่อตบตากลุ่มศัตรู

            หลังจากจัดการสร้างร่องรอยปลอมเสร็จสิ้น ซ่งไป่หลางได้เริ่มสร้างค่ายกลพิเศษขึ้นมาหนึ่งอย่าง เป็นค่ายกลพรางตาที่ประกอบขึ้นโดยอักขระเทวะต้นกำเนิด ด้วยพลังของอักขระเทวะต้นกำเนิดค่ายกลนี้ย่อมไม่ธรรมดา ไม่เพียงปกปิดการมองเห็นแต่ยังถึงขนาดลบกลิ่นอายและพลังลมปราณของคนที่ซ่อนตัวอยู่ด้านใน ซ่งไป่หลางสร้างมันเอาไว้ในจุดที่ห่างจากพวกสิ่งมีชีวิตมายาประมาณครึ่งลี้ สามารถมองเห็นสถานการณ์ได้ชัดเจนทว่าไม่ใกล้จนเสี่ยงที่จะถูกเปิดเผยตัวเมื่อเกิดการต่อสู้ชุลมุนขึ้น

            ค่ายกลพรางตานี้แม้แต่จิตวิญญาณบรรพกาลยังเอ่ยชมเชยขึ้นมา ไม่เลวทีเดียว เจ้าหนูนี่ศึกษาอักขระเทวะต้นกำเนิดได้รวดเร็วและลึกซึ้งมาก ถึงขนาดเรียบเรียงอักขระสำคัญก่อกำเนิดค่ายกลที่มีคุณสมบัติปกปิดตัวตนได้ค่อนข้างสมบูรณ์แล้ว

            เซี่ยหยางเองก็ลอบพยักหน้าชื่นชมศิษย์ของตน ค่ายกลนี้มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับหมอกลวงตาของวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ เพียงแต่หากเซี่ยหยางใช้หมอกลวงตาจนถึงขีดสุดยังนับว่าสมบูรณ์แบบและทรงพลังกว่าค่ายกลนี้อยู่หลายส่วนเช่นกัน

            เฝ้ารออย่างเยือกเย็น ในที่สุดกลุ่มของหั่วฟู่ก็ไล่ตามมาทัน ซ่งไป่หลางตกตะลึงเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าในกลุ่มของศัตรูมีสองคนที่เป็นราชันยุทธ์ขั้นสูงสุด ขณะที่คนอื่นๆล้วนเป็นราชันยุทธ์ขั้นแปดและเก้าทั้งสิ้น รวมแล้วมีจำนวนถึงแปดคน

            บัดซบ ตรงนั้นมีสิ่งมีชีวิตมายาอยู่ถึงสามตัว หนึ่งในนั้นคำรามออกมาด้วยความโกรธ ที่ผ่านมาพวกมันพบเจอสิ่งมีชีวิตมายามาหลายตัวระหว่างทาง บางตัวดีหน่อยที่ถูกซ่งไป่หลางและรั่วอวี่ร่วมมือกันกำราบไปก่อน แต่บางตัวที่รั่วอวี่และซ่งไป่หลางสามารถหาช่องว่างเพื่อทะลวงผ่านไปได้ก็ไม่สนใจจะเสียเวลามากเกินไป ระหว่างพุ่งผ่านรั่วอวี่ยังไม่ลืมที่จะวางกับดักไว้รอพวกมันอีกหลายอย่างทำให้พวกมันต้องเผชิญหน้ากับความยุ่งยากไม่น้อย

            มีสิ่งมีชีวิตมายาถึงสามตัว ทุกตัวล้วนมีสภาพสมบูรณ์ แต่กลับมีร่องรอยประหลาดปรากฏขึ้นเล็กน้อย บางทีพวกมันอาจหาวิธีพิเศษฝ่าออกไปแล้ว หั่วฟู่วิเคราะห์อย่างเยือกเย็น

            อืม พิจารณาจากร่องรอยดูแล้วบางทีอาจจะเป็นการเคลื่อนที่บนที่สูง ยู่หลงเสียงเอ่ยอย่างเชื่อมั่น

            เฮอะๆ มีความเป็นไปได้ สัตว์มายาทั้งสามตัวนี้ หากต้องการผ่านไปมีเพียงต้องเลือกเผชิญหน้าตัวใดตัวหนึ่ง ห้ามพลาดท่าเข้าไปในระยะการรับรู้ของอีกสองตัวที่เหลือ หากเกิดการต่อสู้ขึ้นย่อมไม่อาจรักษาตำแหน่งได้ตลอดเวลา ดังนั้นพวกมันจะต้องใช้วิธีการบุกทะลวงในครั้งเดียวอย่างที่เจ้าคิด หั่วฟู่พยักหน้าเห็นด้วย

            แนวคิดนี้ซ่งไป่หลางก็เคยคิดมาก่อน ในบรรดาสัตว์มายาทั้งสามตัว กวางเขาดาบเป็นตัวที่น่าจะผ่านไปได้ง่ายที่สุดหากใช้วิธีเคลื่อนไหวบนที่สูง ทว่ามันจะง่ายถึงเพียงนั้นเชียวหรือ

            บริเวณพื้นที่นี้มีต้นไม้สูงอยู่มากมาย ปัญหาก็คือต้นไม้เหล่านี้สูงขนาดไหนยังไม่อาจระบุได้ชัดเจน นั่นเพราะเมื่อขึ้นไปถึงความสูงระดับหนึ่งใบไม้จะทวีความหนาแน่นจนไม่อาจมองเห็นด้านบนได้ มีเพียงแสงสว่างรำไรที่สาดส่องลงมาจากด้านบนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

            แม้จะมีช่องว่างเพียงเล็กน้อยแต่ซ่งไป่หลางกลับสังเกตได้ถึงรายละเอียดบางอย่าง นั่นคือบริเวณเหนือพุ่มใบที่หนาแน่นเหล่านั้น มีร่องรอยของสิ่งมีชีวิตมายาเช่นกัน

            นี่ทำให้ซ่งไป่หลางต้องกลืนน้ำลายด้วยความหวาดหวั่น สิ่งมีชีวิตมายาสามตัวหากทะยานขึ้นสูงแล้วหลบผ่านไปได้ก็นับว่าง่ายดายเกินไปแล้ว เซียนพฤกษาย่อมไม่มีทางสร้างช่องโหว่เช่นนี้เอาไว้ เห็นได้ชัดว่านี่ไม่ใช่วิธีการผ่านด่านแต่เป็นกับดักที่ล่อลวงผู้คนสู่ความตาย

            และเวลานี้กลุ่มของหั่วฟู่ก็กำลังจะพิสูจน์ให้ซ่งไป่หลางได้เห็นถึงกับดักที่ว่าแล้ว

            หลังจากยู่หลงเสียงและหั่วฟู่วิเคราะห์จบ ราชันยุทธ์ขั้นแปดผู้หนึ่งได้ถูกสั่งให้ทดลองผ่านด่านเป็นคนแรก พิจารณาจากร่องรอยปลอมๆที่รั่วอวี่ทิ้งเอาไว้ หั่วฟู่บอกแก่คนผู้นั้นว่าต้องทะยานไปในลักษณะใด และเหยียบบนต้นไม้ต้นใด นับว่าความสามารถในการอนุมานของมันค่อนข้างดี สามารถบอกเล่าได้เป็นฉากๆจากร่องรอยปลอมๆ

            ราชันยุทธ์คนนั้นมิได้มีท่าทีหวาดกลัวใดๆ หนึ่งเพราะในความคิดของพวกมัน ในเมื่อซ่งไป่หลางและรั่วอวี่ที่มีระดับพลังอ่อนแอกว่าหลายขั้นยังผ่านไปได้ เหตุใดพวกมันจึงจะไม่สามารถผ่านได้ สองเพราะถึงแม้สิ่งมีชีวิตมายาจะค่อนข้างแข็งแกร่ง แต่ระดับพลังของพวกมันก็มิได้อ่อนแอเกินไป ต่อให้ผิดพลาดร่วงลงมาถูกรุมโจมตีก็ยังมีหนทางหลบหนีเอาตัวรอดได้

            เมื่อหั่วฟู่อธิบายจบ คนผู้นี้ก็เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว

            ซ่งไป่หลางกับรั่วอวี่กลั้นหายใจ จ้องมองภาพนั้นอย่างไม่ละสายตา โดยเฉพาะซ่งไป่หลางที่กำลังลุ้นให้บางสิ่งที่ซ่อนตัวอยู่ด้านบนพุ่มใบอันหนาแน่นเคลื่อนไหวออกมา

            ร่างของราชันยุทธ์ผู้นั้นเหยียบลงบนผิวต้นไม้ หนึ่งต้น สองต้น เคลื่อนที่ไปมารวดเร็วและไม่มีการหยุดยั้งใดๆ นั่นเพราะไม่อาจเหยียบยืนอยู่บนกิ่งไม้ได้ ทำได้เพียงอาศัยลำต้นเพื่อดีดตัวพุ่งทะยานเท่านั้น

            อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับมัน เนื่องจากคนผู้นี้มาจากสำนักห้วงทมิฬมิใช่ตระกูลหั่วแห่งดินแดนใต้สวรรค์ การเคลื่อนไหวโดยอาศัยต้นไม้นั้นเป็นความถนัดทั่วไปของคนในดินแดนเทพพฤกษาอยู่แล้ว ฝึกฝนมาจนถึงขั้นราชันยุทธ์หากพลาดท่าร่วงหล่นเพราะเหยียบต้นไม้ผิดพลาดคงจะน่าขายหน้าจนเกินไป

            ในที่สุดก็เคลื่อนไปจนถึงตำแหน่งเหนือศีรษะของเจ้ากวางเขาดาบแล้ว หั่วฟู่เผยรอยยิ้มเชื่อมั่น จนถึงตอนนี้สิ่งมีชีวิตมายาทั้งสามตัวยังคงยืนแน่นิ่งไม่ขยับ แปลว่าการเคลื่อนไหวนี้มิได้กระตุ้นความสนใจของมัน ย่อมสามารถผ่านไปได้โดยง่าย

            ทว่าอึดใจเดียวรอยยิ้มของพวกมันทั้งหมดต่างสลายสิ้น ร่างที่กำลังเคลื่อนที่กลางอากาศพลันหายวับไปต่อหน้าต่อตาของพวกมันทุกคน ไม่มีเสียงกรีดร้อง ไม่มีเสียงการเคลื่อนไหวอื่นๆ เพียงแค่หายตัวไปเท่านั้น

            สีหน้าของซ่งไป่หลางและรั่วอวี่ซีดขาว ขณะที่พวกหั่วฟู่ไม่อาจมองเห็นสิ่งใด ทั้งสองคนที่อยู่ห่างมาอีกครึ่งลี้กลับเห็นได้ชัดว่าก่อนที่คนผู้นั้นจะหายไป มีเงาสีดำบางอย่างปรากฏขึ้นจากพุ่มใบที่หนาแน่น มันอยู่ด้านหลังของกลุ่มหั่วฟู่ ดังนั้นอีกฝ่ายจึงไม่สังเกตเห็น

            เงานั้นโผล่มาเพียงชั่วพริบตา และในพริบตาเดียวกันนั้น เงานั้นได้หายวับไปพร้อมกับร่างของราชันยุทธ์ผู้นั้นด้วย

            ไม่ทันเห็นว่าเจ้าของเงานั้นคือตัวอะไร ไม่ทันเห็นกระทั่งว่ามันลงมืออย่างไร ความเร็วนั้นทำให้ซ่งไป่หลางและรั่วอวี่ตระหนักได้ถึงอันตรายที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่งยวด หากเปลี่ยนเป็นพวกมันสองคนย่อมไม่อาจหนีพ้นชะตากรรมเดียวกันกับราชันยุทธ์ผู้นี้

            พวกหั่วฟู่ไม่เห็น ซ่งไป่หลางและรั่วอวี่มองเห็นอย่างเลือนราง แต่ผู้ที่เห็นภาพทั้งหมดอย่างชัดเจนย่อมเป็นเซี่ยหยางที่มองผ่านการฉายภาพของจิตวิญญาณบรรพกาล

            เวลานี้สีหน้าของมันแปรเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง ปากอุทานออกมาคำหนึ่ง สิ่งมีชีวิตมายาระดับอนุเซียน

            เป็นระดับขั้นอนุเซียนอย่างแน่นอน เซี่ยหยางอาจจะไม่ได้อยู่ในจุดนั้น ไม่อาจสัมผัสกลิ่นอายและประเมินพลังของมันด้วยตนเอง ทว่าสายตาของมันเฉียบคมเป็นอย่างยิ่ง อนุมานจากระดับความเร็วที่มันแสดงออกมา อย่างน้อยที่สุดจะต้องเป็นสิ่งมีชีวิตมายาระดับอนุเซียนแน่นอน

            ความเร็วที่สูงส่งจนพวกหั่วฟู่และซ่งไป่หลางมองไม่ทัน ในสายตาของเซี่ยหยางไม่ได้น่าตกตะลึงถึงเพียงนั้น เพราะประสาทสัมผัสที่ได้รับการพัฒนาของยอดฝีมือย่อมสามารถจับภาพที่เกิดขึ้นได้ทันการ ภาพที่เซี่ยหยางเห็นก็คือสิ่งที่มีลักษณะเหมือนกับกรงเล็บของเหยี่ยว เคลื่อนที่เข้าหาราชันยุทธ์ที่กำลังทะยานร่างไปมา กรงเล็บนั้นโผล่ออกมาแค่ส่วนปลาย และหลังจากคว้าจับร่างของคนผู้นั้นได้กรงเล็บนั้นก็ถูกดึงกลับไปด้านบนของแนวพุ่มไม้

            เหยี่ยวมายาระดับอนุเซียน ชัดเจนว่าเป็นสิ่งที่โหดร้ายเกินไปสำหรับผู้ที่มีพลังต่ำต้อยเช่นราชันยุทธ์ ในบททดสอบของเซียนพฤกษากลับมีสิ่งมีชีวิตเช่นนี้รวมอยู่ด้วย ช่างเป็นบททดสอบที่ไร้ความปราณียิ่งนัก


-------------------------------------------------------------------

เมื่อคืนแต่งๆอยู่ไฟก็ดับเลยปิดคอมนอน ขออภัยที่ลงช้าครับ ตั้งแต่ตอนนี้ไปจะลงแบบล่วงหน้าอย่างเดียวจนกว่าจะถึงช่วงจบบทน้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 145 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #199 yukai (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 14:32

    ขอบคุณมาก

    #199
    0
  2. #190 Itme501 (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 6 มีนาคม 2563 / 21:19
    จะผ่านไงล่ะที่นี้
    #190
    0