God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 125 : ตอนที่ 120 ฉู่เย่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,085
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 148 ครั้ง
    12 มี.ค. 63

                ขณะที่สลัดพวกหั่วฟู่และกลุ่มสิ่งมีชีวิตมายาไปได้สำเร็จ ซ่งไป่หลางและรั่วอวี่ไม่เพียงไม่ชะลอความเร็วกลับยิ่งพุ่งตรงไปด้านหน้าด้วยความเร็วที่มากขึ้น

            นั่นเพราะด้วยระยะห่างเพียงเท่านี้ไม่อาจยืนยันได้ว่าปลอดภัย หากหั่วฟู่ตัดสินใจอย่างบ้าคลั่งทำลายม่านเถาวัลย์ทิ้งแล้วพุ่งติดตามมา ชักนำสิ่งมีชีวิตมายาทั้งสามมาด้วย แม้จะต้องเผชิญหน้ากับการไล่ล่าและโจมตีของสิ่งมีชีวิตมายาทั้งสามตัว แต่ก็ยังมีความเป็นไปได้ที่จะลากพวกตนให้ติดร่างแหไปด้วยได้

            ยังดีที่หั่วฟู่มิได้บ้าบิ่นถึงเพียงนั้น ในความเป็นจริงแม้จะโกรธแค้นเพียงใดแต่มันก็เป็นถึงหนึ่งในผู้สืบทอดของตระกูลหั่วแห่งดินแดนใต้สวรรค์ ย่อมให้ความสำคัญกับชีวิตของตนเป็นอันดับแรก

            หลังจากมั่นใจว่าสลัดพวกหั่วฟู่พ้น ซ่งไป่หลางเชื่อมั่นกว่าแปดส่วนว่าอีกฝ่ายจะไม่สามารถไล่ตามมาได้อีก ด้วยกำลังที่เหลือการปะทะกับสิ่งมีชีวิตมายาระดับจักรพรรดิปฐพีโดยไม่พึ่งพาปัจจัยอย่างพิษนั้นนับว่ายากเย็นมาก แม้หั่วฟู่จะแข็งแกร่งเพียงใดก็ไม่อาจกระทำได้ หลังจากนี้คงทำได้เพียงไล่เก็บรวบรวมสมุนไพรตามพื้นที่รอบนอกอย่างไม่เต็มใจเท่านั้น

            ดังนั้นซ่งไป่หลางและรั่วอวี่ไม่ได้เร่งรีบมุ่งหน้าต่อ แต่ใช้เวลาไปกับการเก็บเกี่ยวสมุนไพรรอบๆระยะเวลาหนึ่ง แม้สำนักพงไพรจะมีทรัพยากรและสมุนไพรล้ำค่าจำนวนมาก แต่ในพื้นที่ส่วนลึกของสวนสมุนไพรวิเศษนี้ยังเต็มไปด้วยสมุนไพรที่หลงเหลือเพียงในบันทึกตามตำนานเท่านั้น ซ่งไป่หลางและรั่วอวี่ย่อมไม่ยอมพลาดในการเก็บเกี่ยวพวกมันกลับไปเพื่อใช้ประโยชน์และเพาะพันธุ์เพิ่มเติมในอนาคต

            สมุนไพรส่วนมากสามารถใช้ในการปรุงโอสถได้ คุณสมบัติของพวกมันเมื่อใช้แทนสมุนไพรทั่วไปจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า ขณะเดียวกันก็มีความยากในการปรุงโอสถมากขึ้น อีกทั้งยังไม่มีสูตรสำหรับปรุงโอสถด้วยสมุนไพรโบราณเหล่านี้ จำเป็นต้องทำการทดลองและวิเคราะห์เอง นับว่าเป็นเรื่องที่ยากเย็นแต่ได้ผลลัพธ์คุ้มค่า อย่างไรก็ตามภายใต้พรสวรรค์เจตจำนงโอสถของซ่งไป่หลาง เรื่องเหล่านี้ล้วนไม่สามารถเพิ่มระดับความยากในการปรุงโอสถแก่เด็กหนุ่มได้

            รั่วอวี่เก็บเกี่ยวสมุนไพรได้มากกว่าซ่งไป่หลาง นั่นเพราะนางเชี่ยวชาญพลังธาตุพฤกษายิ่งกว่า ในสถานการณ์เช่นนี้การใช้พลังธาตุพฤกษาเพื่อค้นหาและระบุความยอดเยี่ยมของสมุนไพรเป็นหนึ่งในความสามารถพื้นฐานของผู้ปรุงโอสถ แต่ซ่งไป่หลางนั้นกลับแทบไม่เคยฝึกฝนด้านนี้เลย แม้จะสามารถระบุความยอดเยี่ยมสมุนไพรได้บ้างแต่ก็ไม่อาจเทียบกับความสามารถของรั่วอวี่

            ไม่เพียงสมุนไพรสำหรับปรุงโอสถ รั่วอวี่ยังเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์ของพืชที่เหมาะสำหรับใช้ต่อสู้ได้อีกเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเหล่าสมุนไพรพิษ การเก็บเกี่ยวของเหล่านี้นับว่าเต็มไปด้วยอันตรายใหญ่หลวง หากมิใช่ผู้เชี่ยวชาญอาจจะต้องเผชิญกับผลกระทบของพิษแทรกซึมเข้าสู่ร่างกาย ต่อให้มีโอสถขับพิษยังยากจะขจัดออกได้ แต่รั่วอวี่นั้นสมกับเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านพิษ นางสามารถเก็บเกี่ยวสมุนไพรพิษที่น่าหวาดหวั่นทั้งหมดอย่างง่ายดายโดยไม่มีผลกระทบแม้แต่น้อย

            เจ้าฝึกใช้พิษมาตั้งแต่ยังเด็กเลยงั้นหรือ ซ่งไป่หลางอดถามไม่ได้

            รั่วอวี่หัวเราะ ข้าเพิ่งเริ่มฝึกใช้พิษเมื่อประมาณห้าปีก่อน หลังจากที่ข้าเชี่ยวชาญด้านการปรุงโอสถมากพอ ท่านปู่ได้ให้คำชี้แนะแก่ข้าเล็กน้อยและระบุว่าข้าเป็นผู้มีพรสวรรค์ด้านการใช้มวลพฤกษา มิว่าจะเป็นการใช้ต่อสู้ การใช้ปรุงโอสถ แม้กระทั่งการใช้พิษจากพฤกษา หากข้าต้องการใช้ก็สามารถใช้ได้โดยง่าย มิจำเป็นต้องศึกษาเป็นเวลานานเหมือนกับผู้อื่น

            ซ่งไป่หลางรู้สึกทึ่งเล็กน้อย พรสวรรค์ของรั่วอวี่ช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก อาจจะมิได้โดดเด่นในด้านการปรุงโอสถเท่ากับพรสวรรค์เจตจำนงโอสถของตน แต่ในด้านอื่นที่เกี่ยวกับมวลพฤกษานางล้วนมีความเชี่ยวชาญเหนือกว่าทั้งสิ้น

            ในด้านการควบคุมพลังธาตุพฤกษา ซ่งไป่หลางเชี่ยวชาญในการเพาะปลูกสมุนไพร ใช้พลังธาตุพฤกษาควบคู่กับวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ แต่ในด้านนำพลังธาตุพฤกษามาใช้ต่อสู้กลับไม่ใช่ความถนัดของเด็กหนุ่ม เนื่องจากเรื่องนี้ต้องอาศัยการศึกษาและประสบการณ์ หล่อหลอมเคล็ดวิชาต่างๆผ่านการต่อสู้จริง หากคิดจะฝึกฝนก็ย่อมทำได้แต่ไม่คุ้มค่ากับเวลาที่ต้องเสียไป แนวทางการต่อสู้ดั้งเดิมของซ่งไป่หลางนับว่าดีพออยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาเปลี่ยนแปลง

            การเก็บเกี่ยวรอบนี้เพิ่มศักยภาพด้านการต่อสู้ให้กับรั่วอวี่อีกไม่น้อย หลังจากเก็บเกี่ยวได้มากพอทั้งสองจึงมุ่งหน้าต่อไปเข้าไปยังพื้นที่ส่วนลึกของสวนสมุนไพร

            ยิ่งเข้าใกล้พื้นที่ชั้นในระยะห่างระหว่างรัศมีก็ยิ่งแคบลง อีกทั้งจำนวนสิ่งมีชีวิตมายาก็ได้ทวีเพิ่มจำนวนอย่างต่อเนื่อง ครานี้พบเจอกับสิ่งมีชีวิตมายาที่ยืนอยู่ใกล้กันถึงห้าตัว ตำแหน่งการยืนของพวกมันมีระยะห่างที่แคบสั้นเป็นอย่างมาก กล่าวคือมีโอกาสสูงที่จะต้องรับมือกับสิ่งมีชีวิตมายาสามตัวพร้อมกัน ขณะเดียวกันก็มีโอกาสอีกไม่น้อยที่จะต้องรับมือสิ่งมีชีวิตมายาถึงห้าตัว

            ทว่าซ่งไป่หลางและรั่วอวี่ไม่ได้รู้สึกหนักใจมากนัก หลังจากจัดการกับกลุ่มของหั่วฟู่ได้สำเร็จ หลังจากนี้ย่อมไม่ต้องระแวงการโจมตีจากด้านหลัง สามารถวางแผนรับมือสิ่งมีชีวิตมายาตรงหน้าได้อย่างเต็มที่

            รับมือสิ่งมีชีวิตมายาสามตัวพร้อมกันย่อมเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นซ่งไป่หลางและรั่วอวี่จึงจงใจเคลื่อนไหว ชักนำความสนใจของสิ่งมีชีวิตมายาตัวหนึ่งให้ออกมาจากกลุ่ม บังคับให้มันไล่ตามมาจนมีระยะห่างมากพอจึงเริ่มทำการต่อสู้เร่งจัดการกับสิ่งมีชีวิตมายาด้วยพิษและอักขระ

            ความได้เปรียบของซ่งไป่หลางคืออักขระเทวะต้นกำเนิดที่สามารถจัดการกับสิ่งมีชีวิตมายาโดยง่าย ยังดีที่สิ่งมีชีวิตมายาเหล่านี้ไม่แข็งแกร่งเกินกว่าขั้นจักรพรรดิปฐพี ภายใต้การรับมืออย่างระมัดระวังของคนทั้งสองยังสามารถกำราบพวกมันได้อย่างต่อเนื่อง

            หลังจากจัดการตัวแรกจบจึงเคลื่อนไหวจัดการตัวต่อไป เพียงสองตัวก็สามารถเปิดช่องว่างให้ซ่งไป่หลางและรั่วอวี่สามารถเคลื่อนที่ต่อไปด้านหน้า ไม่จำเป็นต้องจัดการจนครบห้าตัว

            จัดการสิ่งมีชีวิตมายาระดับจักรพรรดิปฐพี เดิมทีเป็นความยากที่ท้าทายจนน่าหวาดหวั่น ทว่าพอจัดการไปได้มากกว่าห้าตัว สำหรับซ่งไป่หลางและรั่วอวี่จึงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป จัดการเพิ่มอีกสองตัว สามตัว สี่ตัวล้วนไม่ใช่ปัญหาที่ยากเกินกำลัง

            ไม่อาจหยั่งวัดว่าเวลาผ่านไปนานเพียงใด ในที่สุดซ่งไป่หลางและรั่วอวี่ก็ผ่านพ้นพื้นที่ของพวกสิ่งมีชีวิตมายา หลุดเข้าไปยังพื้นที่ส่วนลึกของสวนสมุนไพรวิเศษที่ถูกเรียกว่าตำหนักหมื่นสมุนไพร สถานที่ที่มีเพียงการกล่าวอ้างถึงแต่กลับไม่เคยมีผู้ใดเคยเหยียบเข้ามาถึงสถานที่แห่งนี้มาก่อน

            ซ่งไป่หลางและรั่วอวี่ผ่านการต่อสู้อันยากลำบากมาจนถึงจุดนี้ ทั้งสองต่างมองไปยังพื้นที่รอบๆด้วยสายตาตื่นตะลึง ตำหนักหมื่นสมุนไพรที่แท้ช่างยิ่งใหญ่และงดงามจนไม่อาจจินตนาการถึง

            จุดที่ซ่งไป่หลางและรั่วอวี่ยืนอยู่เป็นพื้นที่ลานกว้างขนาดใหญ่ ด้านหน้าของคนทั้งสองก็คือตำหนักที่มีขนาดใกล้เคียงกับตำหนักกลางของสำนักพงไพร อย่างไรก็ตามความยิ่งใหญ่ของพื้นที่ตำหนักหมื่นสมุนไพรก็คือ แปลงสมุนไพรวิเศษที่ทอดยาวเรียงรายกันจนสุดสายตา สมุนไพรทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสมุนไพรล้ำค่าที่หายสาบสูญไปในยุคปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นสมุนไพรที่มีอายุยาวนานมากกว่าพันปีทั้งสิ้น สามารถจินตนาการได้เลยว่าหากนำสมุนไพรเหล่านี้ออกไปภายนอก มูลค่าของพวกมันทั้งหมดยังนับว่าน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าทรัพยากรทั้งหมดของสำนักพงไพรเสียอีก

            หากเปลี่ยนเป็นสำนักเล็กๆสักสำนักที่ได้รับสมุนไพรเหล่านี้ไปเกรงว่าขั้วอำนาจของดินแดนเทพพฤกษาจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในพริบตา

            ซ่งไป่หลางและรั่วอวี่เองย่อมไม่รอช้า สมุนไพรทุกอย่างถูกคนทั้งสองไล่เก็บเกี่ยวจนหมดสิ้น สำหรับรั่วอวี่นางมีสมบัติวิเศษที่ใช้สำหรับเก็บรักษาสมุนไพรโดยเฉพาะ ส่วนซ่งไป่หลางแม้จะไม่มีสมบัติวิเศษทว่าห้วงมิติภายในวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์กลับเป็นพื้นที่เก็บสมุนไพรที่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าสมบัติใดๆ ไม่ว่าสมุนไพรประเภทใดหากเก็บรักษาในวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ไม่เพียงจะไม่ต้องกลัวการเน่าเสีย สมุนไพรเหล่านั้นยังมีโอกาสพัฒนาต่อไปกลายเป็นสมุนไพรที่ล้ำค่ายิ่งขึ้น

            ใช้เวลายาวนานกว่าที่ทั้งสองจะเก็บสมุนไพรที่ถูกปลูกเอาไว้จนหมด บัดนี้ตำหนักหมื่นสมุนไพรที่เคยเขียวชะอุ่มไปด้วยสมุนไพรล้ำค่าปริมาณมากกลับหลงเหลือเพียงพื้นดินรกร้าง มองดูน่าใจหายยิ่งนัก

            เก็บเกี่ยวจนพอใจแล้วซ่งไป่หลางและรั่วอวี่จึงเดินเข้าไปสำรวจด้านในตำหนัก ทว่าเมื่อเดินเข้าไปใกล้พื้นที่ตำหนักทั้งสองพลันสีหน้าแปรเปลี่ยน ตระหนักได้ถึงสนามพลังลมปราณอันยิ่งใหญ่ที่ปกคลุมพื้นที่โดยรอบของตำหนักเอาไว้อย่างหนาแน่น

            เพียงรอบนอกร่างกายก็พบกับน้ำหนักที่ทวีคูณขึ้นอย่างมหาศาล การขยับขาก้าวเพียงหนึ่งก้าวกลับกลายเป็นเรื่องยากเย็นยิ่ง

            ซ่งไป่หลางและรั่วอวี่สบตากันวูบหนึ่งก่อนที่ทั้งสองจะฝืนก้าวต่อไป ทุกย่างก้าวยิ่งทวีความยากลำบากมากขึ้นทีละน้อย

            อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่ความยากลำบากที่มีไว้ฆ่าฟัน แต่มีไว้เพื่อทดสอบขีดจำกัดจิตใจของผู้คนเท่านั้น

            สำหรับรั่วอวี่ ซ่งไป่หลางไม่รู้ว่านางใช้เจตจำนงเช่นใดในการฝ่าฝืนความรู้สึกกดดันและพลังต้านทานเหล่านี้ ทว่าสำหรับซ่งไป่หลาง ความทรมานงั้นหรือ ความยากลำบากงั้นหรือ ทั้งหมดนี้มีสิ่งใดที่เด็กหนุ่มไม่เคยผ่านมาก่อน ซ่งไป่หลางอาจจะมีพรสวรรค์หลายด้าน ทว่าสิ่งที่โดดเด่นที่สุดก็คือความทนทานและมิย่อท้อต่อความยากลำบาก มิเช่นนั้นก่อนที่จะพบกับเซี่ยหยาง เด็กคนหนึ่งต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากแสนสาหัสนานถึงสิบสี่สิบห้าปี ยังจะมีผู้ใดทนทานความรู้สึกเหล่านั้นได้โดยยังรักษาความเยือกเย็นและมุ่งมั่นเช่นนี้ได้อีก

            ซ่งไป่หลางอาจจะมิได้เผชิญหน้ากับความทนทุกข์ที่สาหัสที่สุดเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งสามารถพบเจอ แต่อย่างน้อยเด็กหนุ่มคือผู้ที่ผ่านพ้นมาได้ด้วยความอดทนบากบั่นและไม่ยินยอมสูญเสียจิตวิญญาณของตนไปแม้แต่น้อย

            ฝีก้าวของซ่งไป่หลางยังคงหนักแน่นมั่นคง เป็นความมั่นคงเช่นเดียวกับทุกการย่างก้าวเพื่อพัฒนาขีดจำกัดของตนเองทีละก้าว น้ำหนักที่กดทับจากสนามพลังลมปราณเหล่านี้มิอาจยับยั้งการมุ่งไปด้านหน้าของเด็กหนุ่มแม้แต่น้อย

            ด้านข้างของเด็กหนุ่ม รั่วอวี่ค่อยๆก้าวเดินอย่างช้าๆและนุ่มนวล ท่วงท่าของนางไม่คล้ายคนที่กำลังฝืนมุ่งต่อไปแต่กลับเป็นลักษณะของผู้ที่หลอมรวมไปกับบริบท ก้าวเดินในสนามลมปราณอันแข็งแกร่งราวกับกำลังก้าวเดินชมดอกไม้อยู่ในสวน

            การเดินของคนทั้งสองบ่งบอกถึงลักษณะของจิตวิญญาณ ประสบการณ์และบุคลิกนิสัย ขณะที่ผู้หนึ่งแข็งกร้าวมิยินยอมต่อโชคชะตา อีกคนหนึ่งกลับใช้ความสงบ อ่อนโยนและไม่ต่อต้านเป็นหลัก

            ในที่สุดทั้งสองร่างหยุดยืนอยู่ที่ด้านหน้าของประตูตำหนัก สีหน้าของทั้งสองผ่อนคลายลง พื้นที่นี้มิได้ถูกปกคลุมด้วยสนามลมปราณอีกต่อไปแล้ว

            ซ่งไป่หลางยกมือขึ้น ตั้งใจจะผลักเปิดประตูตำหนัก ทว่าเสียงถอนหายใจอันแก่ชราพลันดังขึ้นทำให้คนทั้งสองสั่นสะท้าน ก่อนหน้านี้ซ่งไป่หลางและรั่วอวี่ได้เร่งประสาทสัมผัสของพวกตนอย่างเต็มที่แต่กลับไม่พบสัญญาณของสิ่งมีชีวิตใดๆ มีเพียงเหล่าสมุนไพรที่ถูกปลูกเอาไว้เท่านั้น

            เด็กหนุ่มผู้ดื้อรั้นมิยินยอมต่อโชคชะตาอันโหดร้าย ใช้พลังแห่งความมุ่งมั่นอันแข็งกร้าวผลักดันตนเองอย่างไม่หยุดยั้ง เด็กสาวผู้ยินยอมทำทุกสิ่งเพื่อบุคคลสำคัญของนาง แม้จะต้องเผชิญหน้ากับชะตากรรมของตนเองอย่างเจ็บปวด ช่างเป็นคนสองคนที่ขัดแย้งยิ่งนัก เสียงชราดังขึ้น

            รั่วอวี่สีหน้าแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย ทว่าเสียงชรายังคงเอ่ยต่อไป แม้จะขัดแย้งแต่ก็กลมกลืน จิตวิญญาณของพวกเจ้าทั้งสอง หนึ่งแข็งขืนหากตึงมากเกินไปก็จะขาด อีกหนึ่งโอนอ่อนแต่มากเกินไปก็จะมิอาจรักษาตนเองไว้ได้ การพบเจอของพวกเจ้าทั้งสอง บางทีส่วนหนึ่งอาจเป็นการชดเชยจากโชคชะตาอันโหดร้ายกระมัง

            ท่านเป็นใคร ซ่งไป่หลางเอ่ยถามออกมา

            ตัวเรามีนามว่าอันใดมิสำคัญ เจ้าสามารถเรียกเราว่าฉู่เย่(พฤกษา)” เสียงนั้นตอบกลับ

            อาวุโสฉู่เย่ หรือท่านก็คือเซียนพฤกษาผู้นั้น ซ่งไป่หลางตกตะลึง

            เซียนพฤกษาเกรงว่าจะเป็นนามที่ผู้คนคิดค้นขึ้นภายหลัง แต่ไรมาเราเพียงขนานนามตนเองว่าฉู่เย่เท่านั้น อีกฝ่ายถอนหายใจ เด็กน้อยทั้งสอง ตั้งแต่ที่พวกเจ้าก้าวเข้ามายังสวนสมุนไพรของเรา ตัวเราก็ได้จับตาดูพวกเจ้าอยู่ตลอดเวลาแล้ว

            เซียนพฤกษาผู้นี้แทนตนเองว่าตัวเรา ฟังดูแปลกประหลาดทว่าขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกสูงส่ง

            พวกเจ้ารู้อยู่แล้วว่าสวนสมุนไพรนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อสิ่งใด แม้การฝ่าด่านของพวกเจ้าจะใช้วิธีที่ผิดไปจากแนวคิดของตัวเรา แต่ก็มิใช่ปัญหาใหญ่อันใด ดีเสียอีกที่เจ้ามีความรู้พื้นฐานอักขระเทวะต้นกำเนิด ทำให้ตัวเรามิจำเป็นต้องเสียเวลามากจนเกินไป

            อาวุโสฉู่เย่ สวนสมุนไพรแห่งนี้เป็นบททดสอบสำหรับคัดเลือกผู้สืบทอดสำหรับท่านจริงๆ?” รั่วอวี่เผยสีหน้าตื่นเต้น นางแสร้งทำเป็นลืมคำพูดก่อนหน้าของอีกฝ่าย

            ถูกต้อง ตัวเราสร้างสวนสมุนไพรรวมทั้งตำหนักหมื่นสมุนไพรขึ้น หนึ่งในเป้าหมายหลักก็คือคัดเลือกผู้สืบทอด ผู้ที่จะดูแลดินแดนเทพพฤกษาและต้นมหาพฤกษานี้ต่อไป

            ผู้ที่ผ่านการทดสอบของท่านจะได้รับสิ่งใด ซ่งไป่หลางเอ่ยถาม

            สถานการณ์ของดินแดนเทพพฤกษาเป็นเช่นใด เด็กน้อยทั้งสองพวกเจ้าตระหนักได้หรือไม่ คำถามนี้ซ่งไป่หลางมีท่าทีสงสัย ทว่ารั่วอวี่กลับเผยสีหน้าลำบากใจ เห็นได้ชัดว่านางรู้เรื่องนี้ไม่น้อย

            ฉู่เย่อธิบายต่อ ยามที่เราปลูกมหาพฤกษาอันเป็นศูนย์กลางของดินแดนแห่งนี้ขึ้น ตัวเราตระหนักได้ว่าอายุขัยของเราใกล้จะดำเนินไปถึงจุดจบแล้ว ดังนั้นในเวลาเดียวกันเราจึงสร้างสวนสมุนไพรวิเศษขึ้นภายในต้นมหาพฤกษา สร้างตำหนักหมื่นสมุนไพรเอาไว้ที่แกนกลาง มิใช่เพียงเพื่อเป็นบททดสอบแต่ยังเป็นศูนย์กลางของพลังทั้งหมดที่เรามีเหลือ แปรเปลี่ยนชีวิตให้กลายเป็นจิตวิญญาณพิทักษ์ ปลดปล่อยพลังธาตุพฤกษาที่มีทั้งหมดจากต้นมหาพฤกษาออกสู่พื้นที่รอบนอก

            หลังจากนั้นดินแดนเทพพฤกษาจึงเต็มเปี่ยมไปด้วยกระแสพลังธาตุพฤกษา กลายเป็นดินแดนสรวงสวรรค์แห่งผู้ปรุงโอสถ ทว่าพลังเหล่านี้เดิมทีกำเนิดขึ้นจากตัวเรา มิใช่ไม่มีวันหมดสิ้น เวลาผ่านไปนานเพียงใดพลังก็ยิ่งถดถอยเจือจาง หากดำเนินต่อไปอีกระยะหนึ่งหลังจากที่พลังของตัวเราสูญสลายไปหมดสิ้น มหาพฤกษาก็จะขาดพลัง พลังธาตุพฤกษาจะหมดไปและดินแดนเทพพฤกษาจะกลายเป็นดินแดนธรรมดาที่ไร้ความพิเศษ

            ซ่งไป่หลางตื่นตะลึง ไม่นึกเลยว่าดินแดนเทพพฤกษากำลังเผชิญหน้ากับปัญหาระดับนี้อยู่ตลอดเวลา

            ดินแดนหนึ่งถูกลดระดับย่อมมิใช่เรื่องแปลกประหลาด ตัวเราเองเดิมทีก็มิได้สนใจว่าดินแดนเทพพฤกษาในอนาคตจะมีสภาพเช่นใด ทว่าหลังจากที่ตัวเราพบกับคนผู้หนึ่ง เราก็ได้รู้ว่ามิอาจปล่อยให้ดินแดนเทพพฤกษาต้องสูญสลาย มิเช่นนั้นในอนาคตศาสตร์แห่งการปรุงโอสถจะต้องเผชิญหน้ากับหายนะ เหล่าผู้ปรุงโอสถทั้งหมดจะต้องเผชิญหน้ากับชะตากรรมอันเลวร้าย

            คนผู้หนึ่ง ซ่งไป่หลางและรั่วอวี่มีสีหน้าเหลือเชื่อ เป็นคนเช่นใดกันจึงทำให้เซียนพฤกษาเกิดความคิดเช่นนี้

            พวกเจ้าเคยได้ยินนามของตระกูลสาปสวรรค์หรือไม่ คำถามของฉู่เย่ รั่วอวี่ส่ายหน้าแต่ซ่งไป่หลางกลับเผยสีหน้าตกตะลึงอีกครั้งหนึ่ง ตระกูลสาปสวรรค์แน่นอนว่าเด็กหนุ่มเคยได้ยินมาก่อนแล้ว เป็นเรื่องราวจากปากของซ่งหงเสวี่ยและเซี่ยหยาง

            ดูเหมือนเจ้าพอจะมีความรู้อยู่บ้าง ผู้ที่เราพบเจอตอนนั้นคือท่านหญิงน้อยในอดีตผู้หนึ่งของตระกูลสาปสวรรค์ นางมีพลังในการทำนายอนาคตอันน่าเหลือเชื่อ การที่นางเดินทางมาที่ดินแดนเทพพฤกษาจนพบกับตัวเราก็เป็นเพราะคำทำนายของนางเช่นกัน

            ในเวลานั้นนางได้บอกเล่าให้เราฟังถึงแผนการลับอันน่าสะพรึงกลัวของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ที่จะเกิดขึ้นและถูกดำเนินการในอนาคต มันคือจุดเริ่มต้นของหายนะที่จะลุกลามไปยังดินแดนทั้งมวลในโลกใบนี้ และหากแผนการของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ดำเนินไปจนถึงจุดจบ เมื่อนั้นทุกดินแดนและทุกชีวิตจะถูกปกครองด้วยตระกูลศักดิ์สิทธิ์ สมุนไพรวิเศษ โอสถวิเศษ กระทั่งชีวิตของผู้ปรุงโอสถจะถูกควบคุมโดยคนเหล่านั้นอย่างเบ็ดเสร็จ แลจะมิมีผู้ใดสามารถต้านทานการปกครองนั้นได้แม้แต่ผู้เดียว

            ซ่งไป่หลางสั่นสะท้าน แต่ที่ตกตะลึงยิ่งกว่าก็คือเซี่ยหยางที่ร่วมรับฟังอยู่จากภายนอก คำพูดของเซียนพฤกษาช่างคุ้นเคย นั่นเพราะคำพูดเหล่านั้นคือส่วนหนึ่งที่มันเคยได้ยินมาจากคำทำนายที่โด่งดังที่สุด คำทำนายสวรรค์พินาศ

            คำทำนายเหล่านี้มิเคยระบุได้ว่าเป็นผู้ใดที่ริเริ่มเผยแพร่หรือทำนายมันออกมา ทว่าจากคำพูดของเซียนพฤกษา เป็นไปได้หรือไม่ว่าท่านหญิงน้อยที่มันเอ่ยถึงจะเป็นเจ้าของคำทำนายที่พลิกชะตาชีวิตของผู้คนจำนวนมากไป ในที่นี้ยังรวมถึงตัวมัน ซ่งไป่หลางและซ่งหงเสวี่ยเอาไว้ด้วย

           

 

                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                         

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 148 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #202 yukai (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 19 มีนาคม 2563 / 14:03

    ขอบคุณมากhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-big-11.png

    #202
    0