God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 105 : ตอนที่ 100 กฏเกณฑ์ของมิติสวนสมุนไพรวิเศษ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,886
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 228 ครั้ง
    13 ก.พ. 63

                หลังจากที่ต้นมังกรอำไพถูกรักษาจนหายดี ชางไป่เหอได้ไล่ให้ซ่งไป่หลางกลับไปพักผ่อนเพื่อเตรียมความพร้อมในการเรียนรู้อย่างเต็มที่วันรุ่งขึ้น

            เมื่อนึกถึงเคล็ดลับของชางไป่เหอที่สามารถเพิ่มพูนประสิทธิภาพของพลังวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ได้มากกว่าสองถึงสามเท่าตัวซ่งไป่หลางยิ่งรู้สึกตื่นเต้น ขอเพียงได้รับคำชี้แนะจากชางไป่เหอศาสตร์พลังธาตุพฤกษาของตนย่อมต้องพัฒนาราวกับมังกรทะยานเป็นแน่

            จริงสิ อาจารย์ กลุ่มคนจากสำนักห้วงทมิฬที่แท้มีเป้าหมายอันใด ซ่งไป่หลางนึกขึ้นได้ หลังจากที่ผู้อาวุโสหั่วจากสำนักห้วงทมิฬพยายามควานหาตัวตนของผู้ปรุงโอสถบัวสีชาดชำระโลหิตระดับห้า เด็กหนุ่มสัมผัสได้ถึงสัญญาณอันตรายบางอย่าง

            อืม ที่แท้สำนักห้วงทมิฬเป็นขั้วอำนาจที่ถูกควบคุมโดยตระกูลหั่วแห่งดินแดนใต้สวรรค์ที่พวกเราคุ้นเคยกันดี เป้าหมายของพวกมันย่อมต้องเป็นการลดทอนอำนาจของสำนักพงไพร และตัวตนของเจ้าที่สามารถปรุงโอสถคุณภาพระดับห้าได้ก็ย่อมเป็นเป้าหมายอันดับหนึ่งอย่างมิต้องสงสัย เซี่ยหยางตอบกลับ

            ที่แท้ก็เป็นพวกมันอีกแล้ว ซ่งไป่หลางขมวดคิ้วเมื่อนึกถึงหั่วพั่วตง ในเวลานั้นตนเกือบจะเอาชีวิตไม่รอดเพราะการไล่ล่าอันน่าหวาดหวั่นของมัน

            เรื่องที่เจ้าสามารถปรุงโอสถคุณภาพระดับห้าได้ เชื่อว่าอีกไม่นานพวกมันคงสามารถตรวจสอบและยืนยันได้สำเร็จ หลังจากนั้นพวกมันจะต้องหาวิธีลงมือกับเจ้าเป็นแน่ เท่าที่ข้าได้ยินมาบางทีพวกมันอาจจะเล็งโอกาสในช่วงเวลาสำรวจมิติสวนสมุนไพรวิเศษของดินแดนเทพพฤกษา

            มิติสวนสมุนไพรวิเศษงั้นหรือ ซ่งไป่หลางจำเรื่องนี้ได้ดี รั่วอวี่ได้ย้ำเตือนมิให้มันแสดงความโดดเด่นมากจนเกินไปเพื่อให้เก็บงำความสามารถและรอคอยช่วงเวลาคัดเลือกตัวแทนเพื่อเข้าสำรวจมิติสวนสมุนไพรวิเศษนั้น ดูเหมือนการสำรวจมิติสวนสมุนไพรวิเศษจะมิได้ถูกจำกัดไว้เพียงคนของสำนักพงไพรเท่านั้น ยังรวมถึงขั้วอำนาจอื่นๆในดินแดนเทพพฤกษาอีกด้วย

            พวกเราควรหาข้อมูลเรื่องนี้ไว้ให้มาก หากเป็นสถานการณ์ทั่วไปมีข้าอยู่เจ้าย่อมไม่ต้องกังวลถึงอันตราย ทว่าข้าสัมผัสได้ถึงลางร้ายเมื่อนึกถึงการสำรวจมิติสวนสมุนไพรวิเศษนั้น บางทีมันอาจจะมีเงื่อนไขหรือข้อกำหนดบางอย่างที่ทำให้เจ้าต้องตกอยู่ในอันตราย

            ประสาทสัมผัสของยอดฝีมือผู้หนึ่งเมื่อพัฒนาไปเรื่อยๆถึงจุดหนึ่งจะสามารถสัมผัสได้กระทั่งลางร้ายต่างๆ สำหรับเซี่ยหยางแล้วมันเชื่อในลางสังหรณ์นี้มากกว่าแปดส่วน เป็นไปได้ว่ามิติสวนสมุนไพรวิเศษจะสามารถสร้างปัญหาที่ร้ายแรงขึ้นได้

            เช่นนั้นข้าควรจะไปพูดคุยกับรั่วอวี่สักหน่อย ซ่งไป่หลางพยักหน้า เมื่อนึกถึงเรื่องนี้คนที่ตนสามารถไว้ใจได้อย่างแท้จริงและสามารถปรึกษาได้อย่างสบายใจก็มีเพียงรั่วอวี่เท่านั้น

            ที่หอเทพพฤกษา หลังจากที่นางช่วยเปิดทางให้ซ่งไป่หลางได้ช่วยเหลือชางไป่เหอแล้ว นางได้ใช้เวลาทั้งหมดที่เหลือไปกับการฝึกฝนพลังของตนเองเช่นกัน

            ก่อนหน้านี้รั่วอวี่มีความเชื่อมั่นในศักยภาพและความเป็นอัจฉริยะของตนเองอย่างมาก ด้วยอายุของนางและระดับความสามารถที่นางมี ทอดตามองไปทั่วทั้งดินแดนเทพพฤกษายังไม่อาจหาอัจฉริยะผู้ใดที่สามารถเทียบเคียงกับนางได้

            กระทั่งต่อให้เป็นผู้มีพลังขั้นราชันยุทธ์ก็ยังมิอยู่ในสายตาของนาง หากรั่วอวี่ลงมืออย่างเต็มกำลังขอเพียงไม่ใช่ผู้มีพลังเหนือกว่าขั้นเจ็ดราชันยุทธ์นางล้วนสามารถรับมือได้ด้วยตนเองได้ทั้งหมด เว้นแต่เพียงอัจฉริยะที่สามารถต่อสู้ข้ามขั้นได้บางคนเท่านั้น

            ในบรรดาศิษย์ยอดพฤกษาทั้งหมดในปัจจุบัน นอกจากลำดับที่หนึ่งอย่างเหยาเสี่ยวฉานและลำดับที่สองแล้ว คนที่เหลือแทบไม่อาจสร้างแรงกดดันอันใดต่อนาง

            อย่างไรก็ตามหลังจากที่ได้รู้จักกับซ่งไป่หลาง รั่วอวี่พลันตระหนักได้ถึงความรู้สึกบางอย่างที่ก่อตัวขึ้น มันทำให้นางสูญเสียความเชื่อมั่นของตนเองไปทีละน้อย

            อัจฉริยะที่แท้จริงได้ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้านาง พลังขั้นหนึ่งเหนือมนุษย์ที่สามารถเอาชนะผู้มีพลังขั้นรวมวิญญาณได้อย่างง่ายดาย ผู้มีเจตจำนงแห่งโอสถทั้งยังถือครองพลังวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์อันยิ่งใหญ่

            รั่วอวี่มิใช่คนที่ชื่นชอบการแข่งขันต่อสู้ นางรักชีวิตที่เงียบสงบและความรื่นรมในการใช้ชีวิตอย่างเชื่องช้า แต่ในเวลานี้นางกลับต้องการผลักดันตนเองให้ก้าวไปด้านหน้า นั่นเพราะแรงกระตุ้นที่เกิดจากการได้พบเจอกับอัจฉริยะอย่างซ่งไป่หลาง

            ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของรั่วอวี่ค่อยๆลืมขึ้นก่อนที่พลังพฤกษาทั้งมวลในหอเทพพฤกษาจะถูกดูดซับเข้าสู่ร่างของนางอย่างบ้าคลั่ง

            ในเวลานั้นกลิ่นอายจิตวิญญาณของนางได้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และพลังของนางก็ค่อยๆทวีความบริสุทธิ์มากยิ่งขึ้น

            แตกต่างจากซ่งไป่หลางที่ใช้พลังธาตุวารีเป็นหลัก สำหรับรั่วอวี่แล้วจิตวิญญาณของนางและพลังธาตุพฤกษาได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวอย่างไม่อาจแบ่งแยก

            พลังธาตุพฤกษาทั่วทั้งหอเทพพฤกษาสั่นไหวไปมาและตอบรับต่อพลังของรั่วอวี่ ยิ่งนางทุ่มเทจิตวิญญาณมากเพียงใดคลื่นพลังธาตุพฤกษาอันทรงพลังก็ยิ่งตอบสนองมากเท่านั้น

            กระทั่งต้นมหาพฤกษาที่ตั้งตระหง่านอยู่ก็ยังสั่นไหวเล็กน้อย

            ด้านหน้าของต้นมหาพฤกษา ร่างของเจ้าสำนักพงไพรยืนมองดูลำต้นของมันอย่างเงียบงัน ก่อนที่จะเผยรอยยิ้มยินดีออกมา ในที่สุดพลังของนางก็ตื่นขึ้นอีกส่วนหนึ่งแล้ว

            บึม!! พลังของรั่วอวี่ทะยานขึ้นแตะจุดสูงสุดของพลังขั้นรวมวิญญาณ ทว่าหากพิจารณาถึงระดับความหนาแน่นของพลังในร่างของนาง เกรงว่าแม้แต่ระดับราชันยุทธ์ขั้นสามก็ยังอ่อนแอกว่าหลายเท่า

            สิ่งที่แตกต่างก็คือขนาดของจิตวิญญาณ สิ่งมีชีวิตแต่ละประเภทจะมีรูปร่างและขนาดของจิตวิญญาณที่แตกต่างกัน สำหรับรั่วอวี่จิตวิญญาณของนางเปรียบดั่งต้นพฤกษาที่ใหญ่โต แผ่ขยายรากและกิ่งก้านออกไปไม่สิ้นสุด ระดับขั้นรวมวิญญาณของนางจึงต้องการพลังปริมาณมหาศาลกว่าคนทั่วไปหลายเท่าก่อนที่จะเติมเต็มจิตวิญญาณของนางในแต่ละขั้นได้

            หากรั่วอวี่สามารถทะยานผ่านระดับขั้นรวมวิญญาณเข้าสู่ขั้นราชันยุทธ์ได้เมื่อใด พลังของนางจะเหนือกว่าคนธรรมดาทั่วไปอย่างน้อยห้าเท่า และการเติบโตของนางจะอยู่เหนือขอบเขตความเข้าใจของผู้คนโดยสิ้นเชิง

            หลังจากเสร็จสิ้นการซึมซับพลัง รั่วอวี่เริ่มผ่อนคลายและทดลองควบคุมพลังธาตุพฤกษาของตนเอง ทันทีที่นางแบมือออกเถาวัลย์เส้นหนึ่งพลันปรากฏขึ้นและฟาดสะบัดไปด้านหน้าสร้างเสียงตัดผ่านอากาศอันน่าหวาดหวั่นดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ

            แส้พฤกษาของรั่วอวี่เป็นการโจมตีที่เฉียบคมและทรงพลังอย่างยิ่ง เกรงว่าต่อให้เป็นยอดฝีมือขั้นราชันยุทธ์ก็ยังยากที่จะต้านทานเอาไว้ได้

            เจ้าแข็งแกร่งขึ้นอีกแล้ว เปรียบเทียบกับข้าเมื่อสิบปีที่แล้ว เจ้าแข็งแกร่งกว่าข้าอย่างน้อยสามเท่าทีเดียว เสียงอันไพเราะดังขึ้นจากพื้นที่ทางเข้าหอเทพพฤกษา

            ศิษย์พี่เหยา หากเปรียบเทียบพลังของข้ากับความสามารถของท่านในตอนนี้ก็คงเป็นเพียงเรื่องน่าขำขันเท่านั้น รั่วอวี่ยิ้มให้กับอีกฝ่าย

            เหยาเสี่ยวฉานส่ายหน้า ความเร็วในการเติบโตของพวกเราแตกต่างกันมาก เจ้ามีศักยภาพที่สูงส่งและสามารถเติบโตไปได้อีกมากมาย ในอนาคตข้าอาจจะมีโอกาสสามารถก้าวผ่านระดับขั้นจักรพรรดิฟ้าไปได้ ทว่าเจ้านั้นสามารถก้าวผ่านไปได้อย่างแน่นอน ทั้งยังจะไม่หยุดอยู่เพียงระดับนั้นอีกด้วย รั่วอวี่เจ้าเป็นความหวังของสำนักพงไพรเราทั้งหมด

            รั่วอวี่เผยสีหน้ายุ่งยากใจเล็กน้อย ศิษย์พี่เหยา ท่านย่อมรู้ดีว่าข้าไม่ต้องการแบกรับตำแหน่งอันใดของสำนักพงไพร หากสำนักมีภัยข้าย่อมยินดีช่วยเหลือสำนักอย่างเต็มที่ ทว่าการแบกรับภาระหน้าที่เหล่านี้มิใช่สิ่งที่ข้าต้องการแม้แต่น้อย

            เหยาเสี่ยวฉานหัวเราะเสียงสดใส เจ้าเป็นเช่นนี้เสมอ เอาเถิด เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของอาจารย์มิได้เกี่ยวข้องอันใดกับข้า สำหรับข้าแล้วเจ้าก็คือศิษย์น้องที่น่ารักผู้หนึ่ง

            เหยาเสี่ยวฉานเลิกคิ้วเล็กน้อย ดูเหมือนว่าเจ้าจะมีแขกมาเยี่ยมเยียน เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน เนื่องจากต้องเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าสู่มิติสวนสมุนไพรวิเศษ เกรงว่าข้าอาจจะต้องเก็บตัวฝึกฝนยาวนานจนกระทั่งถึงช่วงเวลาที่ประตูมิติถูกเปิดออก พวกเราคงจะได้พบกันอีกในตอนนั้น

            รั่วอวี่พยักหน้าและมองดูเหยาเสี่ยวฉานจากไป ไม่นานหลังจากนั้นซ่งไป่หลางได้มาถึงหอเทพพฤกษาและพบเจอกับนาง

            แม่นางรั่ว ข้าต้องการถามเกี่ยวกับรายละเอียดของมิติสวนสมุนไพรวิเศษ ซ่งไป่หลางเอ่ยถามอย่างจริงจัง

            รั่วอวี่ประหลาดใจเล็กน้อยก่อนจะตอบ มิติสวนสมุนไพรวิเศษนี้เป็นมิติลับเฉพาะของดินแดนเทพพฤกษา มิมีใครรู้ที่มาที่แน่นอนของมัน ทว่ามีตำนานบางส่วนบันทึกเอาไว้ว่า มิติสวนสมุนไพรวิเศษนี้ถูกสร้างโดยเซียนพฤกษาในยุคโบราณ มันเป็นสวนที่เก่าแก่และดำรงอยู่ในห้วงมิติที่ซับซ้อนเป็นเวลานับล้านปี อย่างไรก็ตามเนื่องจากความซับซ้อนของมันทำให้นอกจากเซียนพฤกษาแล้วก็ไม่มีผู้ใดสามารถเข้าไปด้านในได้อีก

            ในตำนานบันทึกเอาไว้ว่า เซียนพฤกษารู้ตัวว่ากำลังจะหมดสิ้นอายุขัย จึงได้ลงมือทำอะไรบางอย่างกับมิติสวนสมุนไพรวิเศษของตน นั่นคือการกำหนดเงื่อนไขในการเข้าสู่สวนสมุนไพรวิเศษใหม่ โดยให้มันปรากฏขึ้นในทุกๆช่วงเวลาหนึ่งของแต่ละปี นอกจากนี้ยังได้สร้างเงื่อนไขในการแบ่งแยกพื้นที่ของสวนสมุนไพรออกจากกัน โดยกำหนดเงื่อนไขเป็นระดับพลังของผู้ที่มีสิทธิ์เข้าสู่พื้นที่มิติสวนสมุนไพรได้

            รั่วอวี่ครุ่นคิดเล็กน้อย ตัวอย่างเช่น พื้นที่ระดับขอบเขตราชันยุทธ์ ย่อมหมายความว่าผู้ที่มีขอบเขตพลังเหนือกว่าขั้นราชันยุทธ์จะไม่สามารถก้าวล้ำเข้าไปได้แม้แต่ก้าวเดียว เงื่อนไขนี้ชัดเจนและเด็ดขาดอย่างมาก ต่อให้เป็นยอดฝีมือที่แข็งแกร่งทรงพลังเพียงใดก็ไม่สามารถขัดต่อกฏของมิติได้เด็ดขาด

            ด้วยเหตุผลบางอย่างเซียนพฤกษาได้กำหนดขอบเขตของมิติแบ่งออกเป็นสามระดับ คือระดับขอบเขตราชันยุทธ์ ขอบเขตจักรพรรดิ และขอบเขตอนุเซียน

            เซี่ยหยางขมวดคิ้วก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด ไป่หลาง หากเป็นไปได้เจ้าไม่ควรเข้าร่วมการสำรวจมิติสวนสมุนไพรวิเศษนี้ ขอบเขตทั้งสามล้วนถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจนและข้าไม่สามารถเข้าไปกับเจ้าได้ ต่อให้ข้าเป็นวิญญาณที่อยู่ภายในร่างของเจ้าก็ตาม ตัวตนระดับบรรพกาลของเซียนพฤกษามีความยิ่งใหญ่อย่างมาก ต่อให้เป็นข้าก็ไม่อาจฝืนกฏของมัน หากเจ้าเข้าไปในมิติสวนสมุนไพรก็มีแต่ต้องพึ่งพาตนเองแล้ว

            แม่นางรั่ว เจ้าคิดจะเข้าร่วมการสำรวจมิติสวนสมุนไพรวิเศษหรือไม่ ซ่งไป่หลางเอ่ยถาม

            รั่วอวี่พยักหน้า แน่นอน มิติสวนสมุนไพรวิเศษของเซียนพฤกษาเป็นดั่งขุมสมบัติในสายตาของผู้ปรุงโอสถ ต่อให้สำนักพงไพรจะมีสมุนไพรล้ำค่ามากมายเพียงใด ทว่ามันยังไม่อาจเทียบกับสมุนไพรที่เติบโตอยู่ภายในสวนสมุนไพรวิเศษนั้นได้แม้แต่น้อย มีบันทึกเอาไว้ว่าพลังธาตุพฤกษาภายในมิติแห่งนั้นบริสุทธิ์และทรงพลังยิ่งกว่าของดินแดนเทพพฤกษาหลายสิบเท่า ดังนั้นสมุนไพรด้านในจึงมีคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมอย่างมาก

            นอกจากนี้ยังมีสมุนไพรที่สูญพันธุ์ไปแล้วจำนวนมากที่หาได้จากที่นั่น ยังมีสิ่งที่ทำให้ผู้คนยินยอมที่จะเสี่ยงชีวิตมากที่สุดนั่นก็คือมรดกเซียนพฤกษา แม้จะไม่เคยมีใครพบเจอมันมาก่อนทว่าตามตำนานได้บันทึกเกี่ยวกับมรดกของเซียนพฤกษาเอาไว้ มันกล่าวว่าผู้ใดที่พบเจอและสามารถครอบครองมรดกของเซียนพฤกษาจะกลายเป็นเทพเจ้าแห่งธาตุพฤกษาและมวลพฤกษาคนใหม่

            ซ่งไป่หลางขมวดคิ้ว เป็นไปได้หรือไม่ว่ามรดกของเซียนพฤกษาอาจจะถูกเก็บเอาไว้ในพื้นที่ขอบเขตของผู้มีพลังขั้นอนุเซียน

            รั่วอวี่พยักหน้า ผู้คนมากมายคาดการณ์ไว้เช่นนั้น ทว่าแม้จะเป็นยอดฝีมือขั้นอนุเซียนของดินแดนเทพพฤกษาก็ยังไม่เคยมีผู้ใดพบเจอมันมาก่อนเช่นกัน บางทีมันอาจจะเป็นเพียงตำนานเลื่อนลอยที่ไม่มีอยู่จริงก็เป็นได้

            พลังขั้นอนุเซียนคือขั้นที่เหนือกว่าจักรพรรดิฟ้าขึ้นไป เจ้าสำนักพงไพรเองก็เป็นหนึ่งในผู้ที่มีพลังระดับอนุเซียนเช่นกัน

            หากเจ้าสำนักพงไพรไม่อาจหาพบ บางทีมันอาจจะไม่ได้อยู่ในพื้นที่ขอบเขตพลังขั้นอนุเซียน หรือกระทั่งไม่เคยมีอยู่จริง เรื่องนี้รั่วอวี่ไม่สามารถยืนยันได้

            เจ้าคิดจะเข้าไปสินะ เซี่ยหยางถอนหายใจเล็กน้อย มันเข้าใจความคิดของซ่งไป่หลางเป็นอย่างดี

            อาจารย์ ข้าย่อมเข้าใจความเสี่ยงดี ระดับพลังของข้าในเวลานี้ยังไม่อาจเอาชนะพลังขั้นราชันยุทธ์ได้ ทว่าข้าเชื่อว่าภายในสองเดือนที่เหลือ ข้าจะสามารถปรุงโอสถเพื่อเสริมการฝึกพลังขั้นเหนือมนุษย์ได้สำเร็จ เมื่อไปถึงจุดนั้นข้าก็จะสามารถรับรองความปลอดภัยของตนเองได้

            เช่นนั้นเจ้าควรเร่งมือได้แล้ว โอสถวิเศษแม้จะมีผลอย่างมากทว่าพวกมันก็มิได้ช่วยให้เจ้าเลื่อนระดับพลังในทันที ยังคงต้องใช้เวลาส่วนหนึ่งในการฝึกฝนอีกด้วย ในความคิดของข้าหลังจากที่เจ้าใช้งานโอสถยังต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อยสองเดือนเพื่อฝึกฝนเพิ่มระดับพลัง เซี่ยหยางตอบกลับ

            เจ้ากำลังคุยกับอาจารย์ของเจ้า?” รั่วอวี่ย่อมรู้จักเซี่ยหยางดี ในวันที่ซ่งไป่หลางมาถึงดินแดนเทพพฤกษานางก็เคยได้พบและพูดคุยกับเซี่ยหยางแล้ว

            ซ่งไป่หลางพยักหน้าแทนคำตอบ

            บางทีอาจารย์ของเจ้าคงเป็นกังวลเรื่องมิติสวนสมุนไพรวิเศษสินะ เนื่องจากท่านเป็นวิญญาณที่สถิตอยู่ในร่างของซ่งไป่หลาง โดยทั่วไปแล้วต่อให้เจ้าเจอกับอันตรายแบบใดอาจารย์ของเจ้าก็จะสามารถยื่นมือช่วยเหลือได้ ทว่าในสวนสมุนไพรนั้นแตกต่างออกไป หากเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นเจ้าก็มีแต่ต้องพึ่งตนเองเท่านั้น

            ซ่งไป่หลางหัวเราะ เอาเถอะ ข้ามิได้กังวลมากนัก เนื่องจากกฏระบุอย่างชัดเจนว่าอนุญาตเพียงขอบเขตระดับราชันยุทธ์ นั่นย่อมหมายความว่าข้าจะไม่ต้องกลัวว่าจะพบเจอกับยอดฝีมือขั้นจักรพรรดิด้านในนั้น

            เจ้าวางใจเถอะ ในการสำรวจมิติสวนสมุนไพรวิเศษ สำนักของเราสามารถส่งคนเข้าสู่ขอบเขตขั้นราชันยุทธ์ได้ห้าคน ข้าย่อมเป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน ยังมีศิษย์ยอดพฤกษาคนอื่นๆอีกที่จะไปกับพวกเรา ขอเพียงเจ้าสามารถคว้าสิทธิ์ในการเดินทางได้ ความปลอดภัยคงจะไม่ใช่ปัญหาที่น่าเป็นห่วงเป็นแน่ รั่วอวี่ยิ้ม

            เอ่ยถึงเรื่องนี้ การชิงตำแหน่งผู้เข้าร่วมสำรวจมิติสวนสมุนไพรวิเศษจะใช้หลักเกณฑ์แบบใดงั้นหรือ

            ข้อแรกก็คือระดับความสามารถในการต่อสู้ ข้าเชื่อว่าเจ้าจะสามารถผ่านจุดนี้ไปได้ ข้อต่อมาคือพรสวรรค์ด้านพลังธาตุพฤกษา เนื่องจากสภาพแวดล้อมของสวนสมุนไพรวิเศษนั้นเต็มไปด้วยสมุนไพรและวัตถุดิบชั้นยอด การส่งผู้มีความสามารถด้านพลังธาตุพฤกษาไปจะทำให้สามารถใช้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อมได้อย่างเต็มที่

            หากต้องการคว้าสิทธิ์เอาไว้ ข้อแรกเจ้าจะต้องไปพัฒนาระดับพลังของเจ้า และอีกข้อเจ้าจะต้องสอบเลื่อนขั้นผู้ปรุงโอสถให้ถึงขั้นสิบระดับทองแดงเป็นอย่างน้อย รั่วอวี่ย้ำเตือน

            ซ่งไป่หลางพยักหน้า เงื่อนไขของผู้ปรุงโอสถระดับทองแดงขั้นสิบนั้นมิต้องรอให้ถึงสามเดือน เพียงแค่เงื่อนไขของเจ้าสำนักที่ตั้งเอาไว้คือระยะเวลาหนึ่งเดือนก็เพียงพอแล้ว เวลานี้ซ่งไป่หลางมีความมั่นใจมากกว่าเจ็ดส่วนว่าจะสามารถบรรลุระดับทองแดงขั้นสิบได้ ทว่าหลังจากที่ชางไป่เหอยินดีที่จะสั่งสอนตน เด็กหนุ่มเชื่อมั่นเต็มสิบส่วนว่าจะสามารถบรรลุกระทั่งระดับเงินได้เลยทีเดียว

            จะว่าไปเป้าหมายของเจ้าคือการปรุงโอสถวิเศษที่จะช่วยให้เจ้าพัฒนาร่างกายจนบรรลุจุดสูงสุดของพลังขั้นเหนือมนุษย์สินะ เจ้าได้คิดไว้หรือยังว่าจะเลือกโอสถใด?” รั่วอวี่เอ่ยถาม ในห้วงความคิดของนางเต็มไปด้วยรายชื่อโอสถวิเศษมากมาย

            โอสถชำระกายพิสุทธิ์และโอสถซึมซับฟ้าดิน ซ่งไป่หลางตอบ

            รั่วอวี่มีสีหน้าตกตะลึงเล็กน้อย ทั้งสองนี้ล้วนเป็นโอสถที่มีระดับความยากในการปรุงค่อนข้างสูงทีเดียว โดยทั่วไปมีเพียงนักปรุงโอสถระดับเงินขั้นหกขึ้นไปจึงจะสามารถปรุงได้สำเร็จ เจ้าตั้งใจที่จะปรุงโอสถทั้งสองนี้ด้วยตนเอง?”

            อืม ข้ายังไม่มั่นใจนักว่าจะทำได้สำเร็จ แม้ว่าจะอ่านกระบวนการและขั้นตอนจากหอตำราลับอย่างละเอียดแล้วก็ตาม บางทีในการปรุงโอสถอาจจะเกิดปัญหาบางอย่างขึ้น ซ่งไป่หลางกังวลเล็กน้อย การปรุงโอสถระดับสูงที่มีระดับความยากและความซับซ้อนจะต้องใช้เวลายาวนานหลายชั่วยาม โอสถบางอย่างยังต้องใช้เวลานานหลายวันหรือกระทั่งนานนับเดือน ยิ่งใช้เวลามากเท่าใดก็มีโอกาสเกิดปัญหามากเท่านั้น

            โอสถชำระกายพิสุทธิ์และโอสถซึมซับฟ้าดินจะต้องใช้ระยะเวลาในการสกัดสมุนไพรและส่วนประกอบอื่นๆนานกว่าสิบชั่วยาม กระบวนการในการหลอมและเปลี่ยนรูปลักษณ์อีกมากกว่าห้าชั่วยาม ด้วยระยะเวลาเช่นนี้ซ่งไป่หลางไม่อาจมั่นใจได้ว่าพลังของตนจะเพียงพอที่จะยืนหยัดได้หรือไม่

            รั่วอวี่เม้มริมฝีปากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ตามข้ามาเถอะ จริงอยู่ว่าเจ้ามีพรสวรรค์บางอย่างในการปรุงโอสถ ทว่าบางเรื่องจำเป็นต้องอาศัยเคล็ดลับจากผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ บางทีนี่อาจเป็นเหตุผลที่ท่านปู่ของข้าต้องการให้เจ้าฝึกฝนศาสตร์การปรุงโอสถจากอู๋เจ้อ

            นางอธิบายต่อ ในแง่ของเคล็ดลับการปรุงโอสถและการควบคุมเปลวไฟ ในสำนักของเราอาจารย์อู๋เจ้อคือผู้ที่โดดเด่นที่สุด นอกจากนี้ยังมีชื่อเสียงในด้านของวิชาลับสวรรค์ชำระโอสถ ข้าได้ยินมาว่าเคล็ดวิชานี้ทำให้อู๋เจ้อสามารถปรุงโอสถที่มีความยุ่งยากซับซ้อนได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมนับเท่าตัว ทั้งยังสิ้นเปลืองพลังน้อยลงอย่างน้อยสามส่วน หากเจ้าได้เรียนรู้จากมัน เจ้าน่าจะมีโอกาสปรุงโอสถทั้งสองได้สำเร็จง่ายขึ้น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 228 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #156 nont2520 (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:28
    ชื้อแล้วอ่านไม่ได้
    #156
    0