God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 106 : ตอนที่ 101 อู๋เจ้อ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,755
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 230 ครั้ง
    14 ก.พ. 63

            นี่มันไม่ยุติธรรมสักนิด พื้นที่ส่วนหนึ่งของเขตชั้นใน เรือนพักของอู๋เจ้อเป็นเรือนพักที่มีอาณาบริเวณกว้างใหญ่ที่สุด สาเหตุส่วนหนึ่งเป็นเพราะอู๋เจ้อใช้วิธีการบางอย่างแลกเปลี่ยนพื้นที่ส่วนนี้มาจากเจ้าของเดิม ภายในอาณาเขตเรือนพักอันกว้างใหญ่นั้นเต็มไปด้วยเรือนที่ไร้ชีวิต นั่นเพราะภายในเรือนพักแทบทุกหลังล้วนเต็มไปด้วยข้าวของจำนวนมาก

            จริงอยู่ว่าอู๋เจ้อสามารถเก็บทรัพย์สินของตนเอาไว้ในแหวนมิติ ทว่าด้วยรสนิยมส่วนตัวมันจึงเลือกที่จะปล่อยให้ของวิเศษจำนวนมากถูกกองทิ้งเอาไว้จนท่วมเรือน จากนั้นจึงใช้การวางอักขระค่ายกลป้องกันมิให้มีผู้ใดเข้ามาขโมยมันไป

            อันที่จริงต่อให้ไร้ซึ่งอักขระค่ายกลก็มิมีผู้ใดคิดจะลอบเข้าไปขโมยของเหล่านี้อยู่แล้ว เนื่องจากเรือนพักของอู๋เจ้อตั้งอยู่ที่บริเวณเขตชั้นในของสำนักพงไพร ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าออกพื้นที่ระดับนี้ได้มีจำนวนจำกัดยิ่งนัก ทั้งหมดล้วนเป็นผู้มีเกียรติและชื่อเสียงในสำนัก จะมีผู้ใดยินยอมลดเกียรติเพื่อย่องเข้าไปขโมยของกันเล่า

            นอกจากนี้แม้ว่าอู๋เจ้อจะครอบครองสมบัติมีค่าจำนวนมาก ทว่าสมบัติมากกว่าแปดส่วนที่มันเก็บเอาไว้ล้วนแต่เป็นของประหลาดที่ไม่อาจนำมาใช้ประโยชน์ได้จริง จะมีหัวขโมยคนใดต้องการเสียเวลาเพื่อเข้าไปค้นหาสิ่งมีค่าในกองขยะกัน

            เสียงโวยวายของชายผู้หนึ่งดังขึ้นเป็นระยะจากด้านในเรือนรับรองหลัก อาจารย์ หากท่านทำกับข้าเช่นนี้ข้าจะบีบคอตัวเองตาย

            เสียงราบเรียบของสตรีดังขึ้น เอาสิ ลงมือได้เลย หลังจากที่เจ้าตายแล้วข้าก็ยังจะเอาก้านพฤกษาวิเศษกลับไปอยู่ดี

            อ้า อาจารย์ ท่านช่างโหดร้ายยิ่งนัก ให้ชางไป่เหอตายเถอะ เสียงของบุรุษดังขึ้นอีกครั้ง

            ซ่งไป่หลางและรั่วอวี่ที่เดินมาจนถึงด้านหน้าเขตเรือนพักหยุดชะงักเล็กน้อย เสียงโวยวายนั้นดังจนแม้แต่ด้านนอกก็ยังได้ยิน

            อาจารย์อู๋เจ้อกำลังคุยกับแขกบางคน เราควรมาหลังจากนี้หรือเปล่า ซ่งไป่หลางถามอย่างไม่มั่นใจ ฟังจากเสียงแล้วคาดว่าอู๋เจ้อไม่น่าจะอยู่ในอารมณ์ที่อยากพบเจอผู้คนนัก

            รั่วอวี่ยิ้ม มิมีปัญหาอันใดหรอก รอตรงนี้สักพักแล้วกัน

            เสียงทรงอำนาจของสตรีดังขึ้นอีกครั้ง พวกเจ้าเข้ามาเถอะ

            ซ่งไป่หลางตกตะลึง ที่แท้เป็นท่านเจ้าสำนักนี่เอง หลังจากได้ยินอย่างชัดเจน เด็กหนุ่มจดจำได้ทันทีว่านี่เป็นเสียงของเจ้าสำนักพงไพร

            พวกเราเข้าไปกันเถอะ รั่วอวี่หัวเราะเสียงใส

            หลังจากเข้าไปด้านในเรือนรับรอง ซ่งไป่หลางได้พบกับเจ้าสำนักพงไพรที่ยังคงมีท่วงท่างามสง่าและสูงส่ง ขณะเดียวกันด้านข้างของนางมีร่างของชายรูปร่างท้วมยืนอยู่ ชายผู้นี้มีดวงตาเฉียบคมทว่าแลดูเจ้าเล่ห์มากแผนการ สีหน้าของมันเต็มไปด้วยความตัดพ้อและไม่ยินยอม

            อู๋เจ้อ ข้าจะให้โอกาสเจ้าเลือกอีกครั้ง มอบก้านพฤกษาวิเศษของเจ้าแก่ข้า เจ้ายังจะได้รับก้อนหินอัสนีระดับสวรรค์เป็นการแลกเปลี่ยน มิเช่นนั้นข้าก็จะนำมันไปโดยมิสนใจว่าเจ้าจะยินยอมหรือไม่ เจ้าสำนักพงไพรหันกลับมาหาอู๋เจ้อก่อนจะเอ่ยด้วยท่าทีสงบนิ่ง

            อู๋เจ้อกัดฟัน ท่านอาจารย์ บุญคุณที่ท่านมีต่อศิษย์ข้าไม่มีวันชดใช้หมด ทว่าเหตุใดท่านจึงต้องโหดร้ายกับข้าถึงเพียงนี้ด้วยเล่า หากเปลี่ยนเป็นชางไป่เหอท่านคงยินดีตามใจนางทุกประการ ได้ยินมาว่าก่อนหน้านี้ท่านถึงขนาดมอบโอสถเยียวยาเขียวขจีที่ท่านปรุงขึ้นด้วยตัวเองเพื่อให้นางใช้รักษาต้นมังกรอำไพ ท่านย่อมรู้ดีอยู่แล้วว่าต้นมังกรอำไพอย่างไรก็ต้องตายแต่ท่านกลับทุ่มเทอย่างมากเพื่อช่วยเหลือนาง ตรงกันข้ามท่านกลับมาขูดรีดจากข้า นี่มันยุติธรรมอย่างไร

            ตั้งแต่เมื่อใดกันที่ข้าต้องอธิบายถึงการกระทำของตนเองต่อพวกเจ้า เจ้าสำนักเอ่ยด้วยรอยยิ้มเย็นชา เอาเถอะ ในเมื่อเจ้าไม่ยินยอมข้าก็จะยอมอธิบายสักเล็กน้อย ที่ผ่านมาต้นมังกรอำไพของไป่เหอได้มอบทรัพยากรที่มีคุณค่าให้กับสำนักของพวกเราจำนวนมาก ยังไม่นับสมุนไพรล้ำค่าที่มีเพียงนางจึงจะสามารถเพาะปลูกได้ ทั้งหมดนี้เพียงพอแล้วที่ข้าจะมอบโอสถตอบแทนช่วยเหลือนาง

            สำหรับเจ้า เฮอะ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใดที่ต้องการความช่วยเหลือจากเจ้ามักจะต้องเผชิญหน้ากับการขูดเลือดขูดเนื้ออย่างไร้ความยุติธรรม กี่คนแล้วที่ต้องกรีดเลือดตัวเองแลกกับความช่วยเหลือเล็กน้อยของเจ้า เพียงแค่คำขอเล็กน้อยจากอาจารย์ของเจ้า ยังกล้าปฏิเสธอีกหรือ?”

            อู๋เจ้อพูดไม่ออกเล็กน้อย นิสัยของมันเป็นดั่งที่อาจารย์ว่ากล่าวจริงๆ มันมักจะอิจฉาที่อาจารย์ทำดีกับชางไป่เหอเสมอทั้งที่ทั้งสองต่างก็เป็นศิษย์รุ่นเดียวกัน ที่ผ่านมาอู๋เจ้อพยายามที่จะแข่งขันกับชางไป่เหอในทุกด้านโดยมิได้สนใจแม้แต่น้อยว่าชางไป่เหอคิดจะแข่งขันกับมันหรือไม่

            อู๋เจ้อเหนือกว่าชางไป่เหอในด้านของศาสตร์การปรุงโอสถ อันที่จริงมันเป็นอัจฉริยะที่ยอดเยี่ยมทางด้านนี้ซึ่งมีเพียงไม่กี่คนที่สามารถเทียบเคียงได้ ในขณะที่ศาสตร์ด้านพลังธาตุพฤกษามันกลับพ่ายแพ้อย่างย่อยยับ

            ท่านอาจารย์ ที่ผ่านมาข้าปรุงโอสถให้แก่สำนักจำนวนมากมาย สองในสิบส่วนของกำไรที่ได้จากการขายสมุนไพรก็ล้วนมาจากข้าคนนี้ ขณะที่ชางไป่เหอปีหนึ่งปรุงโอสถไม่เกินสามครั้ง แบบนี้จะเรียกว่ายุติธรรมได้อย่างไร อู๋เจ้อยังคงไม่ยินยอม

            ก้านพฤกษาวิเศษนั้นข้าได้ทุ่มเทหยาดเหงื่อและโลหิตตั้งมากมายกว่าจะได้มันมาครอบครอง ข้ายังวางแผนที่จะใช้มันปรุงโอสถวิเศษชีพอมตะเพื่อมอบเป็นของขวัญให้แก่ท่านในอนาคตอีกด้วย หากท่านนำมันไปก็เท่ากับทำร้ายความหวังดีของข้าแล้ว

            เจ้าสำนักเลิกคิ้ว มุมปากเผยยิ้ม โอ้ เช่นนั้นข้าขอรับความหวังดีของเจ้าแล้ว ในเมื่อท้ายที่สุดก้านพฤกษานี่ก็จะกลายเป็นโอสถสำหรับข้า เช่นนั้นมิสู้เจ้ามอบมันให้กับข้าในเวลานี้เลย แน่นอนว่าข้าจะจดจำความปรารถนาดีของเจ้าเอาไว้

            อู๋เจ้อได้แต่น้ำตานองหน้า

            เจ้าสำนักพงไพรหัวเราะเบาๆก่อนจะหันมาหาซ่งไป่หลางและรั่วอวี่ พวกเจ้ามาที่นี่มีธุระอันใดกับอู๋เจ้อรึ?”

            ท่านเจ้าสำนัก ข้าพาซ่งไป่หลางมาที่นี่เพื่อขอความช่วยเหลือบางอย่างจากอาจารย์อู๋เจ้อ รั่วอวี่ตอบกลับ มีเพียงนางและเจ้าสำนักพงไพรที่รู้ดีว่าเรื่องนี้ได้ผ่านการวางแผนเอาไว้ก่อนแล้ว

            โอ้ เจ้าสำนักพงไพรแสร้งแสดงสีหน้าประหลาดใจ บางทีเจ้าอาจจะสนใจเคล็ดลับการปรุงโอสถของอู๋เจ้อ แม้ว่าเจ้าหนูนี่จะมีความสามารถด้านนี้ค่อนข้างดีทว่านิสัยของมันไม่เหมาะจะเป็นอาจารย์สอนผู้คน เจ้าเปลี่ยนใจเถอะ ลองไปหาชางไป่เหอดูก็แล้วกัน ความสามารถของนางอาจจะไม่เท่ากับอู๋เจ้อแต่ก็นับว่าไม่เลว

            อู๋เจ้อทำตาโต ท่านอาจารย์กล้าแนะนำให้มันไปหาชางไป่เหอรึ ท่านก็รู้ว่ายัยหูแหลมนั่นผลักไสผู้คนนับหมื่นลี้ ส่งเจ้าหนูนี่ไปหานางต่อให้คุกเข่าร้อยปีก็มิมีทางได้รับความช่วยเหลือ อีกทั้งหากมันต้องการเรียนรู้ด้านเคล็ดลับศาสตร์การปรุงโอสถชางไป่เหอจะนับเป็นอันใด ความสามารถของนางมีเพียงไม่ถึงครึ่งหนึ่งของข้า

            หรือเจ้ายินดีจะชี้แนะมัน?” เจ้าสำนักพงไพรยิ้มถาม

            อู๋เจ้อส่ายหน้าทันที เรื่องอันใดเล่า เคล็ดการหลอมโอสถของข้าล้วนได้รับมาจากการหลั่งเลือดและพยายามอย่างหนัก เหตุใดข้าต้องถ่ายทอดให้กับคนอื่นโดยง่าย

            ได้ยินเช่นนั้นเจ้าสำนักพงไพรจึงพยักหน้า ก็เป็นเช่นนี้แหละ ซ่งไป่หลางเจ้าไปหาชางไป่เหอเถอะ เจ้าได้ช่วยเหลือนางไว้และนางยินดีตอบรับที่จะสอนเคล็ดลับการใช้พลังธาตุพฤกษาผสานกับวารีต่อเจ้าแล้ว ดังนั้นเพียงแค่เรื่องเคล็ดลับการปรุงโอสถนางย่อมยินดีถ่ายทอดแก่เจ้าเช่นกัน ด้านเคล็ดลับการปรุงโอสถที่ยอดเยี่ยมของเจ้าอู๋เจ้อข้าเชื่อว่าเจ้าฝึกฝนต่ออีกสักสิบปีก็น่าจะทำได้เช่นกัน มิต้องไปใส่ใจมากหรอก

            อู๋เจ้อพลันแสดงสีหน้าตกตะลึง ท่านว่าอันใด!! ให้ชางไป่เหอตายเถอะ นางยินดีที่จะถ่ายทอดเคล็ดลับพลังธาตุพฤกษาผสานวารีของตนเองแก่เจ้าหนูนี่รึ? เจ้าหนูนี่ไปทำสิ่งใดไว้กัน กระทั่งยัยหูแหลมนั่นยังยอมรับและยินยอมถ่ายทอดเคล็ดลับให้แก่มัน

            นี่ไม่ใช่เรื่องของเจ้า เจ้าสำนักพงไพรปรายตามองอู๋เจ้ออย่างเย็นชา

            รั่วอวี่รีบเอ่ย ท่านเจ้าสำนักเอ่ยถูกต้องแล้ว แม้จะน่าเสียดายที่เจ้าไม่อาจเรียนรู้ยอดเคล็ดลับของอาจารย์อู๋เจ้อได้ทว่าอาจารย์ชางไป่เหอเองก็มิได้ด้อยไปกว่ากันเท่าใดนัก ในรุ่นของพวกท่านทั้งสองนับได้ว่ามีความสูสีคู่คี่กันมาอย่างยาวนานอยู่แล้ว พวกเราไปกันเถอะ

            ซ่งไป่หลางแสดงสีหน้าเสียใจทว่าภายในใจกลับพยายามกลั้นหัวเราะอย่างสุดความสามารถ ด้วยสติปัญญาของเด็กหนุ่มย่อมสามารถตระหนักได้แล้วว่าเจ้าสำนักและรั่วอวี่กำลังร่วมมือกันแสดงละครล่อให้อู๋เจ้อตกลงสู่กับดัก

            อย่างไรผลประโยชน์นี้ก็ตกสู่ตนเช่นนั้นเหตุใดจึงจะไม่ร่วมลงมือเล่นละครด้วยเล่า

            อืม ท่านเจ้าสำนักเอ่ยถูกต้องแล้ว สหายรั่วอวี่พวกเราไปกันเถอะ กลับไปหาอาจารย์ชางไป่เหอกัน

            หน้าของอู๋เจ้อเต็มไปด้วยความไม่ยินยอม มันเปลี่ยนจากสีแดงไปเป็นสีดำคล้ำ ช้าก่อน เจ้าต้องการเรียนรู้ศาสตร์การปรุงโอสถมิใช่หรือ ในด้านนี้ชางไป่เหอจะมีอันใดมาเทียบข้าได้กัน หากเจ้าอยากเรียนข้าก็จะสอนเจ้าเอง ชางไป่เหอจะเก่งไปกว่าข้าได้อย่างไร

            เจ้าสำนักพงไพรแสดงสีหน้าไม่พอใจ อู๋เจ้อ นี่มิใช่เรื่องที่จะเอ่ยอย่างส่งๆ เจ้าจะสอนหรือไม่สอนผู้ใดข้าก็ไม่ว่า แต่หากเจ้าเพียงรับปากเพื่อให้รู้สึกชนะไป่เหอ ข้าจะลงโทษเจ้าอย่างหนัก

            อู๋เจ้อเชิดหน้า อาจารย์ ท่านมองข้าต่ำเกินไปแล้ว ในเมื่อข้าเอ่ยว่าจะสอนข้าก็จะสอนอย่างแน่นอน ให้มันรู้กันไปว่าระหว่างเคล็ดลับสวรรค์ชำระโอสถของข้ากับเคล็ดลับพลังพฤกษาวารีของชางไป่เหอ สิ่งใดจะทำให้เจ้าหนูนี่โด่งดังกว่ากัน ให้ชางไป่เหอตายเถอะ นี่เป็นครั้งแรกที่ข้ารู้สึกเลือดสูบฉีดในรอบสามปี ข้าจะทำให้ชางไป่เหอต้องร้องไห้หลังจากพบว่าเจ้าหนูนี่มุ่งหน้าสู่เส้นทางการปรุงโอสถมากกว่าการดูแลสมุนไพร

            ซ่งไป่หลางอึ้งเล็กน้อย แม้จะสัมผัสได้ถึงความต้องการเอาชนะของอู๋เจ้อแต่มันไม่นึกเลยว่าคนผู้นี้จะขัดแย้งกับชางไป่เหอถึงเพียงนี้ อันที่จริงคงจะมีเพียงอู๋เจ้อผู้เดียวที่ยึดถือเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ สำหรับชางไป่เหอแล้วนางคงไม่เก็บอู๋เจ้อไปใส่ใจแม้แต่น้อย

            เจ้าสำนักพงไพรจ้องเขม็งไปที่อู๋เจ้อ ในเมื่อเจ้ารับปากแล้วก็จงทำให้เต็มที่

            ท่านวางใจเถอะ เจ้าหนูนี่จะกลายเป็นศิษย์โดยตรงคนแรกของข้า อู๋เจ้อเผยยิ้มเจ้าเล่ห์

            ได้ยินเช่นนั้นเจ้าสำนักพงไพรก็วางใจ รั่วอวี่ เจ้ามากับข้า มีธุระบางอย่างที่ต้องอาศัยเจ้าจัดการ ซ่งไป่หลาง เจ้าอยู่ที่นี่ทำความรู้จักกับอาจารย์คนใหม่ของเจ้าไปก่อนแล้วกัน

            หลังจากเจ้าสำนักพงไพรและรั่วอวี่จากไป สีหน้าของอู๋เจ้อจึงแปรเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว มันรีบมองสำรวจซ่งไป่หลางก่อนจะแค่นเสียง เจ้าหนู แม้ว่าเจ้าจะมีพลังเพียงขั้นหนึ่งเหนือมนุษย์ แต่ดูจากการที่เจ้าได้รับตำแหน่งอันทรงเกียรติอย่างศิษย์ยอดพฤกษาฝีมือและพรสวรรค์ของเจ้าคงจะไม่เลวร้ายกระมัง

            หลังจากวันนี้ไป เจ้าจะต้องเรียกข้าว่าอาจารย์ แต่ข้ามีกฏประจำตัวอยู่ข้อหนึ่งนั่นก็คือศิษย์ของข้าจะต้องไม่นับถือชางไป่เหอเป็นอาจารย์ ดังนั้นเจ้าห้ามเรียกนางว่าอาจารย์เด็ดขาด

            ซ่งไป่หลางเลิกคิ้วเล็กน้อยมองดูอู๋เจ้อที่ยิ้มอย่างภาคภูมิใจราวกับกำลังยินดีกับความสำเร็จของตน

            ขอเพียงซ่งไป่หลางรับปากก็เท่ากับว่าเด็กหนุ่มได้เลือกมันเป็นอาจารย์มากกว่าที่จะเลือกชางไป่เหอ แค่นี้ก็พิสูจน์ได้แล้วว่ามันยอดเยี่ยมยิ่งกว่า

            ตกลง ข้าจะเรียกท่านว่าอาจารย์ ซ่งไป่หลางตอบกลับ

            ดีมาก เช่นนั้นจากนี้ไปเจ้าก็ไม่ต้องไปเสียเวลากับชางไป่เหอแล้ว ข้าจะสอนให้เจ้ากลายเป็นสุดยอดนักปรุงโอสถเอง ฮ่าๆ ด้วยเคล็ดลับของข้าต่อให้พลังเจ้ามีอยู่น้อยนิดเจ้าก็สามารถปรุงโอสถชั้นยอดออกมาได้

            ซ่งไป่หลางยิ้มน้อยๆ ท่านอาจารย์อู๋เจ้อ อย่างไรข้าก็ยังต้องไปหาผู้อาวุโสชางไป่เหอ นางมิได้ต้องการให้ข้าเรียกขานเป็นอาจารย์อยู่แล้ว เพียงแค่ต้องการชี้แนะข้าเท่านั้น ดังนั้นนี่จึงไม่ผิดต่อกฏของท่าน

            อู๋เจ้อนิ่งอึ้งไปเล็กน้อย มันลืมไปได้อย่างไรว่าชางไป่เหอมีตรรกะที่ผิดเพี้ยนไม่เหมือนคนทั่วไป เช่นนี้กฏของมันจะมีความหมายอันใดเล่า อีกทั้งซ่งไป่หลางเรียกขานมันว่าอาจารย์แต่เรียกชางไป่เหอว่าผู้อาวุโส เช่นนี้จะกลายเป็นว่าชางไป่เหอมีศักดิ์สูงกว่ามันไปอีกมิใช่หรือ

            ฮึ่ม เจ้าห้ามเรียกข้าว่าอาจารย์อีก เรียกข้าว่าผู้อาวุโส ส่วนจะเรียกชางไป่เหอว่าอันใดมันก็เรื่องของเจ้าเถอะ อู๋เจ้อโวยวาย

            ซ่งไป่หลางได้แต่ยักไหล่ให้กับความเอาแต่ใจของอีกฝ่าย

            ก่อนที่ข้าจะสอนเจ้า ข้าต้องการรู้พื้นฐานของเจ้าเสียก่อน มาตรฐานของผู้ปรุงโอสถสามารถดูได้จากโอสถที่คนผู้นั้นปรุงขึ้น นำโอสถที่เจ้าปรุงขึ้นออกมาให้ข้าดู

            ซ่งไป่หลางมีโอสถบัวสีชาดชำระโลหิตบางส่วนและโอสถอื่นๆอีกสองสามอย่าง ดังนั้นจึงหยิบโอสถทั้งสี่ประเภทส่งให้กับอู๋เจ้อ

            โอ้ะ กลิ่นอายของโอสถบัวสีชาดชำระโลหิต อืมยังมีโอสถอื่นๆทว่าล้วนเป็นโอสถที่ปรุงได้ง่าย อย่างไรก็ตามเพียงแค่กลิ่นก็บอกได้เลยว่ามันมีระดับคุณภาพค่อนข้างดี อู๋เจ้อสมกับเป็นยอดนักปรุงโอสถ เพียงแค่ดมกลิ่นมันก็แยกแยะได้ในทันที

            ทว่าหลังจากที่มันเปิดขวดและนำโอสถออกมาดู ดวงตาของมันก็ต้องเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง

            บ้าแล้ว ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นโอสถคุณภาพระดับห้า

            โอสถคุณภาพระดับห้านั้นหาได้ยากมาก อีกทั้งยังมีราคาแพงจนน่าตกตะลึง ต่อให้เป็นอู๋เจ้อเองก็ไม่อาจสรรหามาได้โดยง่าย หากจะให้มันปรุงด้วยตนเอง โอกาสที่มันจะสามารถปรุงโอสถระดับห้าสำเร็จมีเพียงหนึ่งในสองร้อยส่วนเท่านั้น โดยทั่วไปอู๋เจ้อจะปรุงโอสถคุณภาพระดับสามและสี่เป็นหลักเสียมากกว่า

            ความเชี่ยวชาญในการปรุงโอสถของอู๋เจ้อมิใช่การเพิ่มระดับคุณภาพ แต่เป็นการลดปริมาณพลังที่ใช้ในการปรุงโอสถ เร่งความเร็วของกระบวนการและการผลิตจำนวนมากเป็นหลัก

            อย่าได้คิดว่านี่เป็นความสามารถที่ดูธรรมดาสามัญ ด้วยเคล็ดสวรรค์ชำระโอสถของอู๋เจ้อจะช่วยให้ผู้ปรุงโอสถระดับทองแดงคนหนึ่งสามารถปรุงโอสถที่มีความยากในระดับเงินได้สำเร็จ เพียงแค่ความสามารถนี้ก็มีผู้ปรุงโอสถมากกว่าแปดส่วนของสำนักพงไพรต้องการเรียนรู้เคล็ดลับนี้แล้ว

            อย่างเช่นอู๋เจ้อที่แม้จะเป็นผู้ปรุงโอสถระดับเงินขั้นแปด แต่มันกลับสามารถปรุงโอสถระดับสูงที่มีเพียงผู้ปรุงโอสถระดับทองจึงจะปรุงได้ อันที่จริงหากมิใช่เพราะอู๋เจ้อยอมแพ้ในศาสตร์การปลูกสมุนไพรและพลังธาตุพฤกษาเพราะไม่อาจสู้กับชางไป่เหอได้ ไม่แน่ว่ามันอาจจะกลายเป็นผู้ปรุงโอสถระดับทองไปนานแล้ว

            ตรงกันข้ามหากชางไป่เหอให้ความสนใจกับศาสตร์การปรุงโอสถอีกสักหน่อย นางก็คงจะกลายเป็นผู้ปรุงโอสถระดับทองได้เช่นกัน

            เจ้าหนู โอสถคุณภาพระดับห้าเหล่านี้เจ้าปรุงมันด้วยตนเอง?” อู๋เจ้อรีบถามซ่งไป่หลางด้วยความตื่นเต้น

            แน่นอนท่านผู้อาวุโสอู๋เจ้อ ข้าปรุงพวกมันด้วยตัวเองทั้งหมด ซ่งไป่หลางพยักหน้า

            บางทีเจ้าอาจจะมีเคล็ดลับบางอย่างทำให้มีอัตราความสำเร็จในการปรุงโอสถคุณภาพระดับห้าได้มากขึ้น น่าสนใจนัก หากเจ้ายินดีมอบสูตรเคล็ดลับเหล่านั้นให้กับข้า นอกจากเคล็ดสวรรค์ชำระโอสถแล้ว ข้ายังยินดีมอบสมบัติวิเศษระดับสวรรค์ให้กับเจ้าอีกสองอย่างด้วย อู๋เจ้อยื่นข้อเสนอ

            ซ่งไป่หลางหัวเราะ ผู้อาวุโสอู๋เจ้อ ขออภัยที่ข้าต้องทำให้ท่านผิดหวังแล้ว ข้าไม่มีเคล็ดลับวิเศษอันใด ทั้งหมดล้วนเป็นเพราะความบังเอิญทั้งสิ้น หากท่านมีข้อสงสัยท่านจะลองให้ข้าปรุงโอสถให้ท่านดูต่อหน้าก็ย่อมได้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 230 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น