God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 104 : ตอนที่ 99 ภูตวารี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,813
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 226 ครั้ง
    12 ก.พ. 63

                นี่เป็นครั้งที่สองที่ซ่งไป่หลางได้พบเจอกับเผ่าพันธุ์กึ่งมนุษย์ ครั้งแรกก็คือลู่เหอหรือจักรพรรดิอสรพิษมาร เผ่าพันธุ์ที่แตกต่างแต่มีลักษณะกายภาพใกล้เคียงกับมนุษย์นั้นอาจกล่าวได้ว่ามีอยู่ไม่น้อยทว่าก็มิได้มีอยู่มากมายจนพบเห็นได้ทั่วไป

            มีเพียงในดินแดนระดับสูงบางแห่งเท่านั้นที่เผ่าพันธุ์กึ่งมนุษย์สามารถอาศัยอยู่ร่วมกับเผ่าพันธุ์มนุษย์ ในขณะที่บางดินแดนเผ่าพันธุ์เหล่านี้ได้ตั้งตัวเป็นศัตรูกับมนุษย์อย่างชัดเจน หากมนุษย์ไม่มีความแข็งแกร่งพอก็มีโอกาสที่จะถูกล่าสังหารจนหมดสิ้นหรืออาจกระทั่งถูกจับเป็นทาสและใช้งานอย่างโหดร้ายทารุณ ในทางกลับกันบางดินแดนมนุษย์เองก็เป็นฝ่ายล่าสังหารและจับเผ่าพันธุ์เช่นนี้เป็นทาส

            เป็นเวลาเดียวกันกับที่เซี่ยหยางได้ส่งจิตวิญญาณกลับมายังร่างของเด็กหนุ่ม เมื่อเห็นรูปลักษณ์ของชางไป่เหอมันก็ตกตะลึงไปชั่วขณะ

            นางเป็นเผ่าพันธุ์ภูตวารีงั้นหรือ ประหลาดนัก ข้าได้ยินมาว่าเผ่าพันธุ์ภูตวารีหายากอย่างมาก บ้างก็ว่าพวกมันได้สูญพันธุ์ไปแล้วหลังจากการพังทลายของดินแดนแห่งภูต

            เผ่าพันธุ์ภูตวารี?” ซ่งไป่หลางเพิ่งเคยได้ยินชื่อของเผ่าพันธุ์นี้เป็นครั้งแรก หลังจากที่เด็กหนุ่มเอ่ยปากออกมา สายตาของชางไป่เหอก็กวาดมองมาที่ร่างของมัน

            ความประหลาดใจพาดผ่านดวงตาของนางเล็กน้อย อย่างไรก็ตามนางมิได้ให้ความสนใจซ่งไป่หลางอีก

            บุคลิกของนางแตกต่างจากว่านหลิง นางมิได้แสดงท่าทีหรือกลิ่นอายอันเย็นชา ทั้งหมดที่นางแสดงออกมีเพียงความเฉยชาเท่านั้น ราวกับว่านางมิได้สนใจสิ่งใดนอกจากมวลพฤกษา อย่างไรก็ตามน่าประหลาดที่นางมิได้ปฏิเสธรั่วอวี่แม้แต่น้อย

            อาจารย์ชาง ข้ามาที่นี่หลังจากที่ได้ยินว่ามีปัญหาเกิดขึ้นกับต้นมังกรอำไพของท่าน รั่วอวี่ยิ้มให้กับอีกฝ่าย

            ชางไป่เหอถอนหายใจช้าๆ ต้นมังกรอำไพกำลังสูญเสียพลังชีวิตของมันอย่างรวดเร็ว บางทีอาจจะเป็นเพราะโรคพฤกษามรณา หลังจากที่มันติดโรคนี้ต่อให้เป็นท่านเจ้าสำนักก็ไม่อาจเยียวยามันได้ ข้าคงต้องตัดใจแล้ว

            ท่านอาจารย์ ต้นไม้นี้สำคัญต่อท่านเป็นอย่างมาก พวกเราไม่ควรปล่อยให้มันตายเด็ดขาด ข้าพาใครบางคนมาที่นี่และไม่น่าว่ามันอาจจะสามารถช่วยท่านรักษาต้นไม้นี้ได้

            ต้นมังกรอำไพที่โตพอทุกปีจะออกผลวิญญาณสีน้ำเงินออกมา นอกจากนี้ทุกสิบปีมันจะออกผลมังกรเรืองรองที่สามารถเสริมสร้างพลังธาตุให้กับผู้กินอย่างน้อยสามส่วน นับตั้งแต่ที่ชางไป่เหอเริ่มปลูกมันนางได้ทุ่มเทความพยายาม หยาดเหงื่อและโลหิตไปกับการดูแลทะนุถนอมมัน เวลานี้หากมันตกตายไปชางไป่เหอก็จะสูญเสียทั้งต้นไม้ที่นางรักและแหล่งทรัพยากรที่ล้ำค่าที่สุดของนางไป

            ผลไม้วิญญาณสีน้ำเงินหนึ่งลูกมีค่าเทียบเท่ากับหยกศิลาลมปราณปริมาณหลายล้านก้อน เนื่องจากว่ามันเป็นทรัพยากรที่มิสามารถหาได้โดยง่าย ต่อให้เป็นสำนักพงไพรเองหนึ่งปีจะสามารถผลิตผลไม้วิญญาณสีน้ำเงินได้เพียงสามลูกเท่านั้น

            สำหรับชางไป่เหอแล้วนางมิได้ให้ความสำคัญกับผลวิญญาณมากนัก จิตวิญญาณของนางทุ่มเทให้กับการเพาะปลูกและการดูแลมวลพฤกษา ต้นไม้ที่นางปลูกทุกต้นล้วนเป็นดั่งบุตรธิดาในสายเลือด ดั่งที่คนในสำนักเอ่ยกัน ชางไป่เหอเกลียดชังมนุษย์เป็นอย่างยิ่งทว่าความรักที่นางมอบให้แก่มวลพฤกษานั้นยิ่งใหญ่เหนือสิ่งอื่นใด

            จะสามารถช่วยข้าได้?” ชางไป่เหอเลิกคิ้ว นางกวาดสายตามองซ่งไป่หลางก่อนจะส่ายหน้า เปล่าประโยชน์ พลังของมันยังมิเพียงพอที่จะใช้รักษาแม้แต่โรคง่ายๆบางโรคเสียด้วยซ้ำ

            บางทีท่านอาจจะให้โอกาสมันทดลองเสียก่อน รั่วอวี่เผยรอยยิ้มเชื่อมั่น

            อันที่จริงข้ามีวิธีที่จะใช้รักษามันได้ แต่มันก็ต้องแลกมาด้วยพลังชีวิตมากกว่าหกส่วนของข้า แม้ว่าข้าจะยินดีสละชีวิตอันเล็กน้อยเหล่านั้น ทว่ามันจะมีประโยชน์อันใดหากข้ายื้อชีวิตของมันเอาไว้เพียงชั่วคราว หลังจากผ่านไปเพียงไม่กี่ปีเมื่อพลังชีวิตของข้าหมดลง โรคพฤกษามรณาก็จะหวนกลับมาอีกครั้ง ชางไป่เหอเอ่ยอย่างเศร้าโศก นางรู้ดีว่าต้นมังกรอำไพกำลังเผชิญหน้ากับความทรมานแสนสาหัส

            รั่วอวี่ขมวดคิ้วเล็กน้อย อาจารย์ชาง อย่าได้สละพลังชีวิตของท่าน ท่านเจ้าสำนักเองก็ต้องห้ามมิให้ท่านทำเช่นนั้นเป็นแน่ สำหรับโรคพฤกษามรณาของต้นมังกรอำไพ เราลองให้ซ่งไป่หลางลงมือดูเสียก่อนเถิด

            เอาเถอะ ทำหรือไม่ทำก็ค่าเท่ากัน เจ้าลงมือได้ ชางไป่เหอเอ่ยอย่างเลื่อนลอย นางมิได้ใส่ใจตัวตนของซ่งไป่หลางแม้แต่น้อย

            ท่านอาจารย์ชางไป่เหอ ก่อนที่จะทดลองข้ามีเรื่องที่อยากจะเอ่ยต่อท่าน ซ่งไป่หลางมิได้ใส่ใจท่าทีเฉยเมยของนาง หลังจากตระหนักว่ามันเป็นบุคลิกปกติมิใช่ท่าทีหยิ่งยโสหรือดูถูกอันใด

            ชางไป่เหอไม่ตอบอะไร ทว่าซ่งไป่หลางกลับพูดต่อทันที หากข้าสามารถรักษาต้นมังกรอำไพได้ ข้าต้องการให้ท่านช่วยชี้แนะเคล็ดลับการใช้พลังธาตุพฤกษาผสานวารีที่ท่านเชี่ยวชาญให้กับข้า

            ชางไป่เหอกวาดตามองซ่งไป่หลางอีกครั้ง หากเจ้ามีปัญญารักษาโรคพฤกษามรณาที่แม้แต่ข้ายังไม่อาจเยียวยา เจ้าจะให้ข้าชี้แนะไปเพื่อสิ่งใด นั่นย่อมหมายความว่าความสามารถในการควบคุมธาตุพฤกษาของเจ้าเหนือกว่าข้าไปแล้ว

            นางมิได้ประชดประชัน เพียงแค่เอ่ยไปตามตรรกะของนางเท่านั้น หากซ่งไป่หลางสามารถรักษาต้นมังกรอำไพได้จริงย่อมต้องหมายความว่ามันก้าวหน้าเหนือนางไปแล้วเช่นกัน

            ซ่งไป่หลางยิ้มเล็กน้อย แล้วท่านจะเข้าใจในสิ่งที่ข้าเอ่ย

            เด็กหนุ่มเดินเข้าไปหาต้นมังกรอำไพ ยิ่งอยู่ใกล้ก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงพลังธาตุพฤกษาและพลังชีวิตที่รั่วไหลออกมา ราวกับว่าวิญญาณของมันได้รับความเสียหายและมีบาดแผลขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น

            เด็กหนุ่มหลับตาลงก่อนจะสัมผัสฝ่ามือลงบนลำต้น หลังจากนั้นจึงเริ่มเชื่อมต่อจิตวิญญาณเข้ากับต้นมังกรอำไพอย่างเชื่องช้า

            ในห้วงความคิดของเด็กหนุ่ม ปรากฏภาพเลือนรางของต้นมังกรอำไพขึ้น ที่กึ่งกลางของลำต้นปรากฏร่องรอยคล้ายรูโหว่ขนาดใหญ่ พลังชีวิตของต้นมังกรอำไพไหลออกจากรูโหว่นั้นอย่างต่อเนื่อง

            ซ่งไป่หลางทดลองใช้พลังธาตุพฤกษาของตนเพื่อกระตุ้นให้ต้นมังกรอำไพเกิดการเปลี่ยนแปลงและปิดลบรูโหว่นั้น ทว่าต้นมังกรอำไพกลับไม่ตอบสนองต่อพลังธาตุพฤกษาของเด็กหนุ่มแม้แต่น้อย หากเปรียบเทียบก็คล้ายกับว่ามันกำลังหมดสติอยู่ ดังนั้นมันจึงไม่อาจตอบรับการกระตุ้นของซ่งไป่หลางได้ เมื่อเทียบกับพลังของชางไป่เหอแล้วพลังของซ่งไป่หลางยังด้อยกว่าหลายเท่า

            หากต้องการฟื้นฟูมันมีเพียงต้องใช้พลังที่แข็งแกร่งกว่าในการกระตุ้นมันเท่านั้น

            ดวงตาของซ่งไป่หลางเปิดออก มุมปากขยับเป็นรอยยิ้มเชื่อมั่น หลังจากตรวจสอบจนมั่นใจแล้วเด็กหนุ่มมีความเชื่อกว่าแปดในสิบส่วนว่าจะสามารถรักษามันได้

            พลังวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ถูกชักนำผ่านห้วงวิญญาณ ผสานรวมเป็นหนึ่งเดียวกับพลังธาตุพฤกษาก่อนจะถ่ายทอดเข้าสู่ลำต้นของต้นมังกรอำไพ

            พริบตาที่พลังวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ถูกถ่ายทอดออกมา สีหน้าเฉยชาของชางไป่เหอพลันแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรง นางสะดุ้งตัวขึ้นก่อนจะอุทานออกมา วารีที่ทรงพลังและบริสุทธิ์เช่นนี้ วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์?”

            ในฐานะที่นางเป็นเผ่าพันธุ์ภูตวารี ถือครองวารีแห่งภูตซึ่งมีพลังและความบริสุทธิ์เป็นอันดับต้นๆของโลก อย่างไรก็ตามยังมีวารีบางอย่างที่ทรงพลังและบริสุทธิ์ยิ่งกว่านั่นก็คือวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ดังนั้นนางจึงสามารถตระหนักได้ในทันที

            ดวงตาของนางสั่นไหวด้วยความรู้สึกหลากหลาย นี่เป็นครั้งแรกที่นางเกิดความตกตะลึง ตัวตนของวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์อยู่นอกเหนือการคาดการทั้งหมดของนาง

            บางทีหากเป็นวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์อาจสามารถรักษาโรคพฤกษามรณาได้

            หลังจากที่นางพิจารณาการใช้พลังวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ของซ่งไป่หลางแล้ว นางได้แต่ขมวดคิ้วก่อนจะลอบด่าอีกฝ่ายในใจ โง่เง่าจริงๆ เจ้าใช้พลังวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์สูญเปล่าเกินไปแล้ว หากควบคุมให้วารีและพฤกษาเป็นหนึ่งเดียวกันได้อย่างสมบูรณ์ละก็...

            ทันใดนั้นนางได้เข้าใจในคำพูดของซ่งไป่หลาง เด็กหนุ่มคนนี้ครอบครองขุมพลังอันยิ่งใหญ่เอาไว้ ทว่ากลับขาดความรู้และเคล็ดลับความชำนาญ

            ชางไป่เหอถอนหายใจ เอาเถอะ ไม่เกี่ยวว่าเจ้าจะสามารถช่วยชีวิตของต้นมังกรอำไพได้หรือไม่ ตั้งแต่ที่เจ้าครอบครองสิ่งล้ำค่าอย่างวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าใช้มันอย่างโง่เขลาและเปล่าประโยชน์เป็นอันขาด

            หลังจากที่ซ่งไป่หลางผสานพลังวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์เข้ากับพลังธาตุพฤกษาของตนเอง เด็กหนุ่มสัมผัสได้ว่าต้นมังกรอำไพเริ่มตอบสนองต่อพลังของตน รูโหว่ที่อยู่ภายในวิญญาณของมันก็ค่อยๆหดเล็กลงทีละน้อย

            ซ่งไป่หลางปล่อยวางความรู้สึกยินดี ตั้งสมาธิไปกับการควบคุมพลังวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ ทว่ายิ่งนานไปกลับยิ่งพบว่าการรักษาเชื่องช้าลงเรื่อยๆ คิ้วของซ่งไป่หลางขมวดเข้าหากัน แย่แล้ว พลังของเราไม่พอสำหรับการรักษาจนหายดี

            หากปล่อยไว้เช่นนี้การรักษาจะล้มเหลว ด้วยสภาพปัจจุบันของต้นมังกรอำไพมิอาจมั่นใจได้เลยว่ามันจะสามารถทนรอให้ซ่งไป่หลางฟื้นพลังและรักษามันอีกครั้งได้หรือไม่

            ระหว่างที่กำลังอยู่ในช่วงรอยต่อของวิกฤติ ซ่งไป่หลางพลันตระหนักได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน พลังวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ที่ส่งเข้าไปยังต้นมังกรอำไพได้ถูกชักนำไปในทิศทางใหม่ สอดผสานกับการไหลเวียนของพลังชีวิตภายในต้นมังกรอำไพอย่างเหมาะเจาะ

            ด้านหลังของซ่งไป่หลาง ร่างเล็กของชางไป่เหอยกฝ่ามือขึ้นทาบไปบนแผ่นหลังของเด็กหนุ่ม ภายใต้เคล็ดลับการควบคุมของนาง นางได้ใช้พลังส่วนหนึ่งชักนำให้กระแสพลังธาตุวารีและพฤกษาของซ่งไป่หลางเคลื่อนไหวไปตามความต้องการของนาง

            เป็นเคล็ดการควบคุมที่ทรงพลังยิ่งนัก แม้แต่เซี่ยหยางยังตกใจเมื่อพบว่านางสามารถชักนำพลังของซ่งไป่หลางจากภายนอกได้อย่างง่ายดาย ด้วยความสามารถเช่นนี้หากนางเป็นศัตรูก็เท่ากับว่านางสามารถชักนำพลังนี้กลับมาสังหารซ่งไป่หลางได้ในพริบตา เห็นได้ชัดว่าชื่อเสียงของนางในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการผสานธาตุวารีและพฤกษาเป็นของจริง

            เมื่อเอ่ยถึงการควบคุมพลังทั้งสองธาตุ มิมีผู้ใดในสำนักเหนือไปกว่านางอีกแล้ว

            ชางไป่เหอใช้จิตวิญญาณของนางตรวจสอบสภาพของต้นมังกรอำไพ รอยยิ้มอันหาได้ยากยิ่งปรากฏขึ้นบนใบหน้างดงาม มันได้ผล พลังวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก

            เซี่ยหยางรีบเอ่ย ไป่หลาง จงจดจำเส้นทางและการควบคุมพลังของชางไป่เหอเอาไว้ หากเจ้าสามารถจดจำเคล็ดลับเหล่านี้ได้ในอนาคตความสามารถของเจ้าจะพุ่งทะยานไปอย่างก้าวกระโดดแน่นอน

            ซ่งไป่หลางหลับตาลงทันทีก่อนจะเลิกควบคุมพลังวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์และพลังธาตุพฤกษา ปล่อยให้ชางไป่เหอเป็นผู้ควบคุมพลังโดยสมบูรณ์และให้นางชักนำไปตามใจชอบ

            ยิ่งสัมผัสก็ยิ่งตระหนักได้ถึงความยอดเยี่ยมของชางไป่เหอ การควบคุมของนางสมบูรณ์แบบและเป็นธรรมชาติอย่างยิ่ง ราวกับว่าพลังวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์เป็นส่วนหนึ่งของต้นมังกรอำไพตั้งแต่ต้น พลังภายนอกผสานรวมกับพลังชีวิตภายใน มิมีแบ่งแยกหรือต่อต้าน ทุกสิ่งล้วนไหลเวียนไปตามธรรมชาติและทำให้ต้นมังกรอำไพฟื้นฟูตัวเองขึ้นด้วยความเร็วที่น่าตกตะลึง

            พลังชีวิตของต้นมังกรอำไพที่รั่วไหลออกเริ่มลดน้อยลง ในที่สุดก่อนที่พลังของซ่งไป่หลางจะหมดลงรูโหว่ของต้นมังกรอำไพก็ได้หายไปและพลังชีวิตของมันได้กลับกลายเป็นมั่นคงอีกครั้ง

            รอยยิ้มแห่งความยินดีปรากฏขึ้นเต็มใบหน้าของชางไป่เหอขับเน้นให้นางยิ่งงดงามและเจิดจ้ามากยิ่งขึ้น

            ขณะเดียวกันซ่งไป่หลางทิ้งตัวลงบนพื้นด้วยสภาวะเหนื่อยอ่อน หยาดเหงื่อหลั่งรินไปทั่วร่าง หลังจากทุ่มเทพลังทั้งหมดในที่สุดก็สามารถรักษาต้นมังกรอำไพได้สำเร็จ

            ทั้งหมดนี้ล้วนต้องขอบคุณความยอดเยี่ยมของวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์และเคล็ดการควบคุมอันแข็งแกร่งของชางไป่เหอ

            นางหันมามองซ่งไป่หลางก่อนจะเอ่ย เจ้าหนู จากวันนี้ไปข้าจะถ่ายทอดเคล็ดการควบคุมและความรู้ทั้งหมดของข้าให้กับเจ้า มิจำเป็นต้องเรียกข้าว่าอาจารย์ สิ่งเดียวที่ข้าต้องการจากเจ้าก็คือขอให้เจ้าใช้สิ่งที่ข้าสอนไปและพลังอันยิ่งใหญ่ของวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ เพื่อฟื้นฟูพฤกษาทั้งมวล

            ซ่งไป่หลางยิ้มอย่างเหนื่อยอ่อน หลังจากความพยายามทั้งหมดในที่สุดก็ประสบผลสำเร็จเสียที

            รั่วอวี่เองก็หัวเราะออกมาเบาๆ นางสามารถช่วยให้ชางไป่เหอถ่ายทอดและชี้แนะเคล็ดลับของนางแก่ซ่งไป่หลาง ขณะเดียวกันก็ได้ช่วยสิ่งสำคัญของชางไป่เหอได้สำเร็จ ทั้งหมดนี้ล้วนทำให้นางพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง

           

            ที่เขตตะวันออก บริเวณเรือนพักของจ้าวหง หลังจากลอบติดต่อกับคนของสำนักห้วงทมิฬ สีหน้าของจ้าวหงแปรเปลี่ยนเป็นดำมืด

            ดูเหมือนจะเป็นความจริงสินะ ซ่งไป่หลางผู้นั้นปรากฏตัวขึ้นที่เขตทิศใต้ก่อนหน้านี้ มีความเป็นไปได้มากกว่าเจ็ดส่วนที่มันจะเป็นเจ้าของโอสถบัวสีชาดชำระโลหิตเหล่านั้น นั่นย่อมหมายความว่ามันได้รับผลประโยชน์มากกว่าสี่ล้านหยกศิลาลมปราณในครั้งนั้น

            คุณชายจ้าว เป็นไปได้หรือไม่ว่าเจ้าสำนักได้เล็งเห็นพรสวรรค์การปรุงโอสถคุณภาพระดับห้าของซ่งไป่หลาง ดังนั้นจึงได้มอบตำแหน่งศิษย์ยอดพฤกษาให้แก่มัน คนของจ้าวหงเอ่ยถาม

            เฮอะ ตำแหน่งศิษย์ยอดพฤกษาแล้วเป็นเช่นไร หากมันมีพรสวรรค์อันน่าตกตะลึงเช่นนั้นจริงก็เท่ากับว่ามันชะตาขาดแล้ว สำนักพงไพรมีศัตรูมากมายที่ไม่ต้องการเห็นพวกเรายิ่งใหญ่ หลังจากที่ข่าวลือเรื่องพรสวรรค์ของซ่งไป่หลางกระจายออกไป พวกเราไม่ต้องลงมือซ่งไป่หลางก็ยังคงต้องตายอยู่ดี จ้าวหงแค่นเสียง

            คุณชายจ้าว หากซ่งไป่หลางมีพรสวรรค์วิเศษเช่นนั้น สำนักพงไพรย่อมต้องปกป้องมันอย่างเต็มที่เช่นกัน ข้าคิดว่าต่อให้สำนักอื่นๆมีความมั่นใจมากกว่านี้หลายเท่า พวกมันก็ยังไม่กล้าลงมือกับซ่งไป่หลางเป็นแน่ อีกฝ่ายไม่เห็นด้วย

            หึหึ เจ้าประเมินสำนักพงไพรสูงส่งเกินไปแล้ว ศิษย์ยอดพฤกษาคนอื่นๆมีใครบ้างที่มิเคยผ่านเหตุอันตรายเฉียดตาย ที่พวกมันรอดมาได้สองส่วนมาจากการสนับสนุนและช่วยเหลือของสำนัก อีกหนึ่งส่วนมาจากโชคของพวกมัน เจ็ดส่วนที่เหลือล้วนเป็นเพราะความแข็งแกร่งที่เกินธรรมดา

            ซ่งไป่หลางอาจจะมีสามส่วนแรก ทว่าเจ็ดส่วนที่เหลือเล่า หากมันมีพลังระดับเดียวกับรั่วอวี่เป็นอย่างน้อย ข้าคงไม่เอ่ยว่ามันจะตกตาย ทว่ามันเป็นเพียงผู้มีพลังขั้นหนึ่งเหนือมนุษย์เท่านั้น ในดินแดนเทพพฤกษามีนับล้านสิ่งที่สามารถสังหารมันได้

            ลูกน้องของจ้าวหงมีท่าทีไม่สบายใจนัก คุณชายจ้าว เนื่องจากซ่งไป่หลางผู้นี้มีพรสวรรค์ที่ไม่ธรรมดา เหตุใดพวกเราจึงไม่เลือกแก้ไขข้อบาดหมาง สร้างมิตรภาพต่อมันสักหน่อยเล่า ขอเพียงพวกเราแสดงความจริงใจและยื่นมือช่วยเหลือมันจากอันตรายสักเล็กน้อย ในอนาคตพวกเราอาจจะได้รับผลประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่ ทั้งโอสถคุณภาพระดับห้า กระทั่งตำแหน่งศิษย์ยอดพฤกษาที่คุณชายจ้าวหมายปอง พวกเราก็อาจจะคว้ามาโดยง่ายดาย

            ไร้สาระ นับตั้งแต่ที่ข้าลงมือกับพวกว่านไฉ่เอ๋อ มันกับข้าก็ยืนอยู่คนละฝั่งแล้ว สำนักพงไพรแห่งนี้มีซ่งไป่หลางก็ต้องไม่มีข้า มีข้าก็ต้องไม่มีซ่งไป่หลาง วันนี้มันโชคดีนำหน้าข้าไปได้ อีกไม่นานมันก็จะถูกดึงลงมาและตกตายไปอย่างโง่งม

            จ้าวหงย่อมไม่มีทางช่วยเหลือซ่งไป่หลาง อย่างไรก็ตามมันมิสามารถบอกกับผู้ใดได้ว่านี่เป็นเพราะคำสั่งของสำนักห้วงทมิฬ ต่อให้เป็นคนของมันเองก็ล้วนไม่รู้ถึงเบื้องหลังของมัน เป้าหมายของจ้าวหงมิใช่เพียงแค่ตำแหน่งศิษย์ยอดพฤกษาหรือพลังอำนาจในสำนักพงไพร แต่ยังรวมถึงการลดทอนพลังอำนาจของสำนักพงไพรอย่างลับๆด้วย

            เมื่อใดก็ตามที่สำนักพงไพรอ่อนแรงมากพอ สำนักห้วงทมิฬจะอาศัยอำนาจของตระกูลหั่วแห่งดินแดนใต้สวรรค์ เข้าแทรกแซงและควบคุมสำนักพงไพรด้วยพลังที่เหนือกว่า ขอเพียงควบคุมสำนักพงไพรได้ตำแหน่งเจ้าสำนักผู้มีอำนาจเหนือสำนักพงไพรก็จะถูกยกให้แก่จ้าวหงในท้ายที่สุด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 226 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #155 Liyanju (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 / 08:59
    ตราบใดที่ยังมีพระเอกก็อย่าหวังจะทำสำเร็จ
    #155
    0