H O P E N O T ❀ #อย่าลืมHH (HunHan)

ตอนที่ 3 : บทที่ ๒ ที่ปรึกษา (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 401
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 52 ครั้ง
    9 พ.ค. 62








บทที่ ๒

 

 

 

 

 

 

          นานกว่าชั่วโมงที่เอาแต่เหลือบตามองเพดานห้องอยู่อย่างนั้น สิ่งที่ลู่หานพูดไปเมื่อเย็นมันยังคงตามมาหลอกหลอนและวนเวียนรบกวนจิตใจของเขาจนไม่เป็นอันทำอะไร อัยการหนุ่มพลูลมหายใจออกมาอีกครั้งหวังว่ามันจะช่วยพัดพาความว้าวุ่นออกไปได้บ้าง แต่สุดท้ายก็ไม่


          มันไม่ได้ช่วยอะไรเลยนอกจากนอนโง่ๆเหมือนคนตายซาก


          "เห้อ!" เซฮุนถอนหายใจออกมาเสียงดัง หลังจากนั้นจึงจัดการชูนาฬิกาข้อมือขึ้นเพื่อดูเวลาก่อนจะพบว่าตัวเองได้เอาเวลาที่เหลือไปนอนเป็นผักอย่างไร้ประโยชน์เช่นนี้มาร่วมชั่วโมงกว่าแล้ว

          ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะหยิบซองบุหรี่บนโต๊ะข้างเตียงขึ้นมาจุดสูบ  มันเป็นธรรมดาของผู้ชายส่วนใหญ่ที่เวลามีเรื่องให้เครียดมากมายจะต้องพึ่งมัน และในตอนนี้ถ้าหากได้เบียร์สักกระป๋องก็คงจะดีไม่น้อยเลยทีเดียว


          แต่ดื่มคนเดียวก็เหงาแย่


          เมื่อนึกได้ดังนั้นเซฮุนก็จัดการอัดสารนิโคตินเข้าปอดเฮือกใหญ่ก่อนจะพ่นควันสีขาวออกมาทางปาก  มือหนาข้างที่วางพลันล้วงหาสมาร์ทโฟนในกระเป๋ากางเกงแล้วกดต่อสายหาใครบางคนซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของตนมาตั้งแต่สมัยมัธยมปลาย


          “ฮัลโหลแบคฮยอน”

 

 

 

 



 

 

          “เซจองวันนี้จะนอนที่ห้องรับแขกหรือนอนกับหลานเลือกเอาเลยนะ แต่ว่านอนกับหลานก็ดีเหมือนกัน ดูจีฮุนจะติดเธอแจเลย”


          “อ่า..ฉันนอนกับหลานก็ได้ค่ะ คิดถึงเจ้าอ้วนอยากนอนฟัดพุง เนาะจีฮุน”


          “ครับอา!


          “จ้าๆ”


          ลู่หานยกยิ้มน้อยๆให้กับความเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยของสองอาหลาน  ดูท่าว่าเซจองกับจีฮุนคงจะคิดถึงกันจริงๆร่างบางก็เลยต้องยอมปล่อยให้พวกเขาได้อยู่ด้วยกัน ส่วนตนเองก็ขอปลีกตัวออกมาเพื่อกลับไปนอนยังห้องนอนเดิม


          วันนี้พระจันทร์ข้างนอกในความคิดของเธอช่างไม่สวยเอาเสียเลย นั่งทอดสายตาพิจารณามันอยู่นานก่อนสุดท้ายจะตัดสินใจลุกขึ้นไปปิดม่านแล้วเตรียมเข้านอนเสียที หากอยู่ๆไม่มีเสียงเคาะประตูดังก๊อกแก๊กขึ้นมาเสียก่อน หรือบางทีอาจจะเป็นเซจองที่ดันหิวขึ้นมากลางดึกก็เป็นได้


          “อ้าว หิวหรอในครัวมีรามยอนพอดีเลยเดี๋ยวพี่ลงไปต้มมาให้จะเอาหรือเปล่า?”


         เอ่ยปากถามไปเหมือนอย่างทุกที แต่กลับแปลกที่ครานี้มีบางอย่างผิดปรกติไปเมื่อเด็กสาวดันมีสีหน้าที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกราวกับมีคำถามมากมายอยู่ในอก  เซจองถอนหายใจพลางหลับตาพริ้ม


          “พี่คะ”


          “?”


          “อย่าหาว่าหนูละลาบละล้วงเลยนะ แต่มันนอนไม่หลับจริงๆ”


          เอาล่ะ ดูเหมือนพอจะเดาได้แล้วว่าหากเปิดประเด็นมาเช่นนี้เซจองกำลังจะถามอะไร ลู่หานถอนหายใจแผ่วเบา ตอนแรกนึกว่าเนื่องมันคงจะจบไปตั้งแต่เย็นแล้วด้วยซ้ำเพราะคิดว่าเซจองอาจจะแค่สงสัยเดี๋ยวอีกสักพักก็คงปล่อยผ่านและไม่ได้สนใจมัน  แต่ว่าครานี้ดูเหมือนเด็กสาวตรงหน้าจะไปรู้อะไรบางอย่างเข้าเธอถึงได้กล้าเดินขึ้นมาถามถึงห้องนอน


          ลู่หานมีท่าทางอึกอักเล็กน้อย เหมือนอย่างที่เคยบอกไปว่าไม่ค่อยอยากให้ใครรู้เรื่องนี้สักเท่าไหร่ แต่ดูท่าแล้วมันคงไม่สามรถปกปิดเซจองได้อีกต่อไป


           “เซจอง”


          “คะ?”


          “สัญญาได้ไหมว่าที่เล่าให้เธอฟัง เธอห้ามไปบอกคุณแม่เด็ดขาด”

 

 

 

 

 


 

#อย่าลืมHH

 


 

 

 

 

 

          “เห้อ...ไอ้เรื่องปัญหาครอบครัวเนี่ยน้า..ฉันเองก็คงให้ได้แค่คำปรึกษากับแกนั่นแหละ ช่วยอะไรมากกว่านี้ไม่ได้หรอกเพราะฉันเองก็ไม่เคยแต่งงานเหมือนกัน” เป็นเสียงของบยอน แบคฮยอนที่กำลังพูดขึ้นพลางกระดกเบียร์ไฮเนเก้นขึ้นดื่มอย่างไม่ใส่ใจนัก 


          วันนี้เซฮุนเป็นคนโทรชวนเขามาให้มาดื่มที่คอนโดมิเนียมของเจ้าตัวตั้งแต่หัวค่ำ ตอนแรกก็ไม่รู้ว่านึกครึ้มอะไรขึ้นมาถึงได้ชวนดื่มทั้งๆที่มันก็รู้ว่าพรุ่งนี้ตัวเองมีงานแต่เช้าแท้ๆ หากทว่าพอได้ลองคุยกันไปสักพัก แบคฮยอนก็ถึงบางอ้อว่าความจริงแล้วที่เพื่อนสนิทของตนโทรชวนมาในวันนี้ส่วนหนึ่งนั่นก็เพื่ออยากจะขอคำปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องปัญหาภายในครอบครัวเหมือนอย่างทุกที


          แบคฮยอนแค่นยิ้ม


          นี่แหละน้าโอเซฮุน ตอนปรกติล่ะไม่เคยจะนึกถึงกัน แต่พอมีเรื่องเมื่อไหร่แบคฮยอนก็มักจะกลายเป็นคนแรกที่เจ้านั่นนึกถึงอยู่เสมอ


          น้อยใจชะมัด


          “เมื่อไหร่เรื่องบ้าๆพวกนี้มันจะจบไปสักที บอกตามตรงฉันโคตรเหนื่อยเลยว่ะ”


          “แล้วแกได้คุยด้วยกันดีๆหรือเปล่า ผู้หญิงน่ะเวลาเขาคิดอะไรแล้วเขาจะคิดมาก ยากแท้หยั่งถึงนายไม่เข้าใจพวกเธอหรอก”


          “อืม...ฉันถึงได้อยากรู้อยู่นี่ไงว่าลู่หานกำลังคิดอะไรอยู่” เซฮุนพูดก่อนจะกระดกเบียร์ขึ้นดื่มอีกครั้งแล้วกลับมานั่งหน้าเครียดจนหัวคิ้วแทบจะชนกันอยู่รอมร่อ


          “แกก็ค่อยๆเป็นค่อยๆไปสิวะ...ลองจับเข่าพูดกันดีๆฉันว่างบางทีทางออกมันอาจจะอยู่แค่ปลายจมูกก็ได้”


           เซฮุนส่ายหน้าไปมา เมื่อก่อนเขาก็เคยคิดว่าทางออกมันอยู่แค่ปลายจมูกเหมือนที่แบคฮยอนว่านั่นแหละ พยายามใจเย็นก็แล้วพูดคุยด้วยก็แล้ว แต่ดูเหมือนภรรยาตัวเล็กจะไม่ค่อยชอบให้ความร่วมมือกับตนเท่าไหร่นัก เพราะเธอนั้นชอบเอาแต่โวยวายแล้วก็ตีโพยตีพายไปเองจนสุดท้ายภาพก็ตัดเข้าอีหรอบเดิมซึ่งก็คือการทะเลาะกัน


          พอนึกถึงตรงนี้แล้วชายหนุ่มก็นึกอยากจะถอนหายใจออกมาดังๆเสียนี่


          “เห้อ...ไหนแกลองบอกสิว่าเมียแกเริ่มเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?”


          “ตั้งแต่เมื่อไหร่อย่างนั้นหรอ?”


          เมื่อพูดถึงตรงนี้แล้วปมคิ้วหนาก็ยิ่งผูกกันแน่นขึ้นโดยไม่มีทีท่าว่าจะคลายออก เซฮุนนั่งเอนตัวไปข้างหน้าก่อนจะยกมือขึ้นลูบไปที่ริมฝีปากตัวอย่างใช้ความคิด  อันที่จริงชายหนุ่มเองก็ชักไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่นักว่าลู่หานภรรยาของเขาเริ่มเปลี่ยนไปกลายเป็นคนละคนเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ทว่ามันกลับมีเหตุการณ์บางอย่างที่เคยเกิดขึ้นประมาณเกือบๆจะสามปีก่อนที่เขายังคงจำได้ว่ามันเป็นชนวนที่ทำให้เราสองคนต้องทะเลาะกันถึงขั้นมีปากเสียงกันอย่างรุนแรงเป็นครั้งแรก


        ปาร์ตี้ต้อนรับจางฮุน


          อัยการหนุ่มรีบดีดตัวนั่งหลงตรงก่อนจะยกมือขึ้นกอดอกแล้วมองไปยังใบหน้าหวานของเพื่อนสนิทในเวลาถัดมา “แกจำวันที่เราไปเที่ยวผับด้วยกันวันนั้นได้ไหม?”


          “แกหมายถึงปาร์ตี้ตอนรับจางฮุนน่ะหรอ?”


          “อืม..นั่นแหละ”


          “เห้ย! อย่าบอกนะว่าวันนั้นพวกแก..”


          “เออ” เซฮุนตอบรับด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่ไม่ค่อยสบอารมณ์นัก “ฉันเองก็ไม่มั่นใจว่าเราเริ่มทะเลาะกันครั้งแรกนั้นมันเมื่อไหร่ แต่จำได้อยู่อย่างหนึ่งเลยดูเหมือนวันนั้นจะทะเลาะกันหนักที่สุดเป็นครั้งแรก”


          “หยา...อันนี้ฉันเองก็พอจะเข้าใจเมียแกแล้วล่ะนะ”


          “ไอ้บ้านี่!” เซฮุนเงื้อกำปั้นขึ้นสูงทำท่าจะต่อยหมัดหนักๆลงไปที่แขนของเพื่อนสนิท แต่สุดท้ายแล้วเจ้าตัวก็ยอมยั้งมือตัวเองเอาไว้เพราะต้องการแค่จะขู่ให้มันกลัวก็เท่านั้น  อัยการหนุ่มถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ จนถึงตอนนี้แล้วก็ยังไม่เข้าใจว่ามันจะอะไรกันนักหนา


          “โป๊ะเชะตรงนี่แหละที่เป็นต้นกำเนิด ...ถ้าฉันเป็นลู่หานฉันก็โกรธเหมือนกันแหละว่ะ แล้วยิ่งสามีตัวเองไปนัวกับผู้หญิงเสียขนาดนั้น นี่ดีนะที่เธอไม่ตามมาเห็นไม่งั้นล่ะก็แกตายแน่ๆไอ้เพื่อนยาก”


          “แล้วไงวะ ผู้หญิงพวกนั้นก็แค่เด็กนั่งดริ๊งค์หรือเปล่า? อีกอย่างฉันเองก็ไม่ได้มีอะไรกับพวกหล่อนมากไปกว่านี้เสียหน่อย”


          “นี่แกจะบอกว่าแกไม่ผิด?”


          “เปล่า...ฉันก็แค่มองในมุมของฉัน” 


          เซฮุนยกเบียร์ขึ้นดื่มก่อนจะวางลงไปบนโต๊ะเสียงดังจนอีกฝ่ายถึงกับสะดุ้ง  แบคฮยอนพยายามใช้เวลาตรงนี้ในการคิดและพิจารณาถึงเรื่องราวต่างๆว่าเพราะเหตุใดปัญหามันถึงได้ลุกลามขึ้นมาจนถึงขั้นนี้ ก่อนสุดท้ายจะพบว่าที่จริงแล้วเพื่อนเขานี่แหละตัวดีที่จะต้องปรับปรุงแก้ไขตัวเอง


          ตั้งแต่สมัยมัธยมปลายที่เป็นเพื่อนกับหมอนี่มา มีหรือที่แบคฮยอนจะไม่รู้ว่านิสัยของเพื่อนตัวเองนั้นเป็นเช่นไร  โอเซฮุนเป็นพวกสุดเหวี่ยงในทุกๆเรื่อง หากทำอะไรแล้วเจ้าตัวจะไม่มีคำว่าครึ่งๆกลางๆเลยสักครั้งนอกจากความเพอร์เฟคจนบางทีเขาเองก็นึกหมั่นไส้ แล้วเวลาที่แบคฮยอนกับหมอนั่นทะเลาะกัน ส่วนใหญ่แล้วก็มีแต่แบคฮยอนนี่แหละที่มักจะเป็นฝ่ายแพ้   


          เพราะในบางเรื่องหมอนี่น่ะก็ชอบยึดถือเอาแต่ตัวเองเป็นใหญ่ พอเราเถียงปุ๊บ เซฮุนก็จะมีเหตุผลอีกร้อยแปดที่สามารถนำมาโต้แย้งคนอื่นได้อยู่เสมอ


          แต่มันก็ถือว่าไม่ได้แย่อะไรมากนักหรอกนะ  เพราะอย่างไรเสียเจ้านี่ก็เป็นเพื่อนที่ดีคนหนึ่งเหมือนกัน


          “แล้วแกไม่ลองย้อนกลับมามองในมุมของเธอดูบ้างล่ะวะ?”


          “...”


          “ผู้หญิงน่ะเขาแค่ต้องการการเอาใส่ใจ  ลองลดทิฐิลงบ้าง ทำใจเย็นๆเวลาคุยกันอย่าเอาแต่ยึดถือตัวเองตัวเองเป็นใหญ่  เห็นไหมง่ายนิดเดียว”


          “ง่ายกับผีน่ะสิ”


          “เอาน่า พยายามหน่อย”


          “ฉันเคยพยายามแบบนี้ตั้งหลายครั้งแล้ว ถ้ามันได้ผลเรื่องคงไม่จบแบบนี้หรอก” เซฮุนสะบัดหน้าหนีไปทางอื่น นั่นทำให้แบคฮยอนรู้สึกแอบหมั่นไส้นิดหน่อย


          “เออ...ฉันก็ช่วยแกได้แค่นี้แหละแล้วแต่จะรับไม่รับละกัน”


          สุดท้ายแล้วสองเพื่อนรักก็ตัดสินใจเลือกให้ความเงียบเข้ามาคั้นกลางอีกครั้ง  เซฮุนยกเบียร์ขึ้นดื่มอึกใหญ่เป็นรอบสุดท้ายจนหมดกระป๋องก่อนจะปามันออกไปอย่างไร้ทิศทางระคนท้อแท้   ในตอนนี้ไม่มีความรู้สึกไหนเลยนอกจากคำว่าเหนื่อยตัวโตๆที่ถูกเขียนติดไว้บนอยู่หน้าผาก  เขาแอบหันหน้ากลับมาชำเลืองตามองแบคฮยอนเมื่อเห็นว่าเพื่อนตัวเล็กเองก็เอาแต่จมอยู่กับความคิดตัวเองจนไม่ทันรู้ตัวว่ากำลังมีใครแอบมองอยู่


          “แบคฮยอน”


          “หื้อ?” หนุ่มออฟฟิศตัวเล็กครางรับในลำคออย่างไม่ใส่ใจนักเพราะเอาแต่จมปลักอยู่กับรายการทีวีตรงหน้ามากกว่า


          “ความจริงแกก็น่าตาดีนะเว้ย ไม่คิดจะมีครอบครัวหน่อยหรือไง?”

 


กึก!


 

          ทันทีทันใดเมื่อประโยคนั้นจบลงทุกอย่างรอบข้างก็ถึงกับชะงัก ได้ยินเพียงแค่เสียงเครื่องปรับอากาศที่กำลังทำงานเพราะภายในห้องกำลังถูกความเงียบเข้ากลืนกินเป็นรอบที่สอง

          แบคฮยอนหันหน้ากลับมาจ้องเพื่อนสนิทของตนอีกครั้งด้วยเครื่องหมายคำถามที่กำลังปรากฏอยู่เต็มหน้า

          “ยะ..อยู่ๆทำไมถึงถามแบบนี้วะ?”


          “บอกตามตรงว่าฉันไม่อยากเห็นเพื่อนขึ้นคานว่ะ”


          “ย๊าห์ ไอ้บ้านี่!”


          “ฮ่า ฮ่า ฮ่า เวลาแกโมโหนี่หน้าตาตลกชะมัด”


          “หัวเราะกับผีแกน่ะสิว้อยเมื่อเส้นความอดทนขาดผึ่งแบคฮยอนก็ไม่รอช้ารีบจัดการเจ้าเพื่อนตัวยักษ์ทันทีที่มีโอกาส กำปั้นเล็กๆกระหน่ำต่อยส่วนเข้าไปที่ท่อนแข่นหนา เซฮุนร้องโอดโอยก่อนจะล้มกลิ้งลงไปบนพื้นพรหมแทนที่จะนั่งอยู่บนโซฟา  ทั้งเสียงหัวเราะและเสียงโอดครวญดังระงมปะปนกันไปทั่วห้องจนแยกไม่ออกว่าของใครเป็นของใคร  เพียงชั่วครู่ที่พวกเขารู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง ตอนนั้นน่ะไม่เคยมีหรอกเรื่องเครียดๆแบบนี้นอกจากเล่นสนุกไปวันๆ จะเครียดทีก็มีแค่ตอนสอบเท่านั้นแหละ...


          แต่ก็นะ...พอได้เห็นเพื่อนยิ้มแบบนี้แล้ว เขาเองก็อยากจะให้ภรรยาของตนเป็นเหมือนแบคฮยอนบ้างจัง 


          “ถ้าเมียฉันเป็นแบบแกอย่างนี้ก็ดีสิเนาะ” พักหายเหนื่อยได้ไม่ทันไรเซฮุนก็พูดอะไรจาแปลกๆออกมา


          อ่า...จะบอกว่าทำตัวไม่ถูกก็คงใช่ แบคฮยอนค่อยๆคคลานลงจากตัวของเพื่อนหนุ่มก่อนจะกลับขึ้นไปนั่งบนโซฟาดังเดิม เขารู้ว่าในตอนนี้เพื่อนของตัวเองกำลังเมาเพราะแอบได้กลิ่นเบียร์ออกมาจากเจ้าตัวในเมื่อครู่ และแบคฮยอนก็เข้าใจเลยได้แต่ส่งยิ้มแปล่งๆกลับไป “อยู่ๆก็พูดอะไรของแกวะเนี่ย”


          “ทำไม เขินหรือไง?” เซฮุนแกล้งแหย่เล่นก่อนจะพาตัวเองขึ้นมานั่งที่เดิมข้างเพื่อนตัวเล็ก


          “เลิกพูดจาน่าขนลุกแบบนั้นได้แล้วน่าไอ้บ้าหนิ”


          อันที่จริงปรกติเซฮุนมันก็ชอบแกล้งแบคฮยอนแบบนี้อยู่บ่อยๆนั้นแหละ และเขาก็รู้ด้วยว่าเพื่อนตัวสูงเองก็คงไม่ได้คิดอะไรไปมากกว่านี้นอกจากความสนุกที่ได้ปั่นหัวเขาให้โมโห


          “เอาล่ะๆ ฉันไม่เล่นแล้วก็ได้ แต่ว่าเมื่อกี้ที่พูดไปน่ะฉันหมายถึงแบบนั้นจริงๆ”


          “อะไรวะ?”


          “หน้าตาดี แต่งงาน แล้วก็...มีครอบครัว”


          “...”


          “หรือว่าแกมีคนที่ชอบอยู่แล้ว!?”


        “ชอบบ้านแกสิวะ!!” แบคฮยอนทำตัวเหมือนคนตื่นไฟเผลอปทุษร้ายอีกฝ่ายด้วยกำปั้นน้อยๆของตัวเองจนได้ยินเสียงโอดครวญและอ้อนวอนขอให้หยุดจากไอ้บ้าที่มันชอบแกล้งเขา


           มือหนักเหมือนกันแฮะ


          “หน้าแดงเป็นตูดลิงเชียว  นี่เราสามสิบกว่ากันแล้วนะเว้ยโตจนหมาเลียตูดไม่ถึงแล้วยังจะอายอะไรอีกวะ?”


          “ก็มันไม่ใช่เรื่องของแกไงเซฮุน  ฉันกลับละรำคาญโว้ย!” พอว่าจบก็ไม่ทันรอให้เพื่อนตัวสูงได้ซักไซ้อะไรต่อ แบคฮยอนก็รีบดีดตัวขึ้นก่อนจะคว้าเสื้อโค้ทที่พาดอยู่บนพนักโซฟาขึ้นมาสวมทันที พลางส่งสายตามองค้อนไปยังอีกฝ่ายที่ยังคงทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ เอ้อระเหยลอยชายราวกับต้องการจะแกล้งกวนประสาทให้เขาโมโหเล่นอีกรอบ


        "มาฉันไปส่ง"


        "เออ!"


        เซฮุนเดินออกมาส่งแบคฮยอนจนถึงหน้าประตูในฐานะเจ้าบ้านเหมือนอย่างที่ชอบทำพวกเขาบอกลากันเพียงเท่านั้นก่อนสุดท้ายอัยการหนุ่มจะเดินกลับเข้ามาในห้องใหม่เพื่อเก็บกวาดซากกระป๋องเบียร์หลากชนิดที่กองกระจัดกระจายอยู่ทั่วห้องนั่งเล่น


          พอพ้นหลังของแบคฮยอนไปได้ไม่นานห้องทั้งห้องที่เคยมีเสียงหัวเราะในเมื่อครู่ก็ดันกลับมาเงียบอีกครั้ง 


          บางทีการได้อยู่คนเดียวสักพักมันก็สบายใจแบบนี้นี่เอง










(ต่อ)










          กว่าสองอาทิตย์ที่ผ่านมามันไม่ง่ายเลยกับการที่เธอจะต้องพยายามใช้ชีวิตและอยู่คนเดียวโดยที่ไม่ฝันร้าย  ลู่หานหวาดระแวงและกลัวไปหมด เธอกังวลว่าเมื่อครบสามเดือนเมื่อไหร่แล้วถ้าหากเรื่องระหว่างเราไม่มีอะไรดีขึ้น เซฮุนอาจจะขอหย่าเธอเหมือนอย่างที่เขาพูดจริงๆ  ความกังวลและความกลัวทำให้ลู่หานไม่มีแม้แต่สมาธิจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ชอบเหมือนอย่างเคย  ร่างบางชอบเหม่อลอยแล้วก็เอาแต่จมอยู่ในภวังค์ความคิดของตัวเองจนบางครั้งก็ไม่ได้ยินแม้แต่เสียงเรียกของลูกชาย

 

          ลู่หานเคยลองค้นหาและคิดวิธีมากมายเพื่อที่จะทำให้เธอได้เข้าไปอยู่ใกล้ๆสามีอีกครั้ง ทั้งปรึกษาคนรอบข้างหรือแม้แต่การค้นหาทริคดีๆจากอินเตอร์เน็ต อุตส่าห์เตรียมตัวไว้แล้วว่าถ้าพบกันจะต้องทำให้ได้ แต่พอเอาเข้าจริงแล้วมันไม่ง่ายแบบนั้นเลยสักนิด

 

          เรามีโอกาสได้เจอหน้ากันแค่เฉพาะตอนเช้ากับตอนเย็นในเวลาที่เขาต้องคอยไปรับไปส่งลูกที่โรงเรียนตามหน้าที่ เซฮุนทำมันอย่างไม่เคยขาดตกบกพร่อง แต่บางครั้งเขาก็เหมือนจะสนใจแค่ลูกส่วนเธอก็กลายเป็นเพียงธาตุอากาศ ลู่หานไม่รู้ว่าเซฮุนจงใจทำให้เธอรู้สึก หรือว่าเขาแสดงมันออกมาโดยไม่รู้ตัว เพราะบางทีหากคิดในแง่ดีไว้ ชายหนุ่มเองก็อาจจะกังวลจนไม่กล้าเข้าหากันเหมือนกับเธออยู่ก็ได้  ซึ่งลู่หานก็ได้แต่ภาวนาขอให้มันเป็นแบบหลัง เพราะอย่างน้อยๆถ้าหากความคิดตรงกันสักนิดมันก็น่าจะทำให้เราสามารถกลับมาเปิดใจกันได้อีกครั้ง

 

          วันนี้เซฮุนจะเข้ามารับลูกไปโรงเรียนตอนเจ็ดโมง ลู่หานคิดว่าเธอควรจะทำอะไรสักอย่างแม้มันจะเป็นเพียงเรื่องเล็กๆน้อยๆ แต่ทว่าเธอก็อยากให้เซฮุนได้เห็นว่าตนกำลังพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อเขา

 

          “จีฮุนครับจะเจ็ดโมงแล้วนะลูก

 

          “คร้าบบบบบบแม่เด็กชายตัวเล็กขานรับคนเป็นแม่ ไม่นานนักลู่หานก็ได้ยินเสียงฝีเท้าน้อยๆวิ่งตึกตักลงมาจากชั้นสองของบ้านพร้อมกับเครื่องแบบและกระเป๋าเป้ที่เด็กชายจัดการมันจนเรียบร้อย

 

          โชคดีหน่อยที่ลู่หานชอบสอนลูกให้หัดพึ่งพาตัวเอง เพราะฉะนั้นมันเลยช่วยย่นเวลาในการทำกิจวัตรตอนเช้าของเราไปได้เยอะ แถมยังไม่ต้องไปโรงเรียนสายอีก จีฮุนอย่าวิ่งลูก!”

 

 

กริ๊ง!

 

 

          เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์จากแอพพลิเคชั่นสนทนาสีเขียวดังขึ้นมาในขณะที่หญิงสาวกำลังจะตักข้าววผัดกิมจิใส่ถ้วยหมูภูเล็กๆไว้ให้ลูก  ลู่หานเลิกคิ้วขึ้นอย่างฉงนใจก่อนสุดท้ายจะหยิบมันขึ้นมาดู

 

 

 

SejungOOOH

วันนี้อย่าลืมล่ะพี่สะใภ้ ไฟว์ติ้ง!!

 

 

 

          อา...เป็นข้อความจากโอเซจองนี่เอง ยัยเด็กนั่นคงกลัวเธอจะลืมสินะถึงได้ส่งข้อความมาเตือนเอาแต่เช้า

 

          ลู่หานอดยิ้มให้กับความหวังดีของน้องสามีตัวเองไม่ได้  ตั้งแต่วันนั้นหลังจากที่เซจองมาค้างที่บ้านด้วยแล้วมีโอกาสได้เปิดใจกันมันทำให้ลู่หานรู้สึกโล่งแล้วก็ดีขึ้นเยอะพอสมควร เพราะอย่างน้อยก็ไม่ต้องแบกภูเขาทั้งใบเอาไว้คนเดียว  เธอพลั่งพลูความจริงและสิ่งที่ค้างคาออกมาจนหมดเปลือกไหนจะหยาดน้ำตาที่ไม่รู้ว่าต้องเสียมันไปเท่าไหร่ แต่พอตื่นเช้ามาพอได้ลองส่องกระจกดูอีกทีดวงตาของเธอก็บวมเป่งเหมือนกับโดนผึ้งต่อยเอาเสียแล้ว

 

          อ่า...น่าเกลียดชะมัด

 

          ลู่หานได้แต่สะบัดความคิดบ้าๆออกไปจากหัวแล้วนั่งมองลูกชายตัวดื้อทานอาหารเช้าฝีมือตัวเองอยู่เงียบๆ  หลังจากวันนั้นเซจองก็แวะเวียนมาเยี่มเธอกับลูกบ่อยมากขึ้น แถมตอนกลางคืนยังวีดีโอคอลมาคุยเป็นเพื่อนเพราะกลัวเหงา ให้คำปรึกษาต่างๆนานาอย่างดิบดีจนลู่หานไม่รู้สึกโดเดี่ยวอีกต่อไป

 

         ถึงบางครั้งมันจะยังเศร้าอยู่ก็เถอะนะ แต่อย่างน้อยลู่หานก็ไม่ฟุ้งซ่านเท่าเมื่อก่อนอีกแล้วล่ะ

 

         “แม่คราบผมอยากทานอีก

 

          ลู่หานหลุดออกจากภวังค์เพราะเสียงอ้อนแง้วๆขอเพิ่มข้าวจากเจ้าหมูอ้วน ร่างบางยกยิ้มน้อยๆก่อนจะรับถ้วยหมีภูที่ถูกยื่นมาข้างหน้าตักข้าวผัดกิมจิสีสันหน้าทานใส่ลงไปพร้อมกับแฮมอีกหลายชิ้นที่เป็นของโปรดของลูกชาย แต่อันที่จริง...

 

          ข้าวผัดกิมจิใส่แฮมเยอะๆมันเป็นของโปรดของโอเซฮุนตางหากล่ะ

 

          เมื่อก่อนตอนที่เราพึ่งจะแต่งงานกันใหม่ๆ เซฮุนเคยบอกว่าเขาชอบทานมันมากขนาดไหนโดยเฉพาะวันใดที่มีแฮมเยอะๆในจาน เซฮุนก็มักจะทานมันจนหมดเกลี้ยงแถมบางครั้งยังขอเพิ่มไม่ต่ำกว่าสองถ้วยจนลู่หานอดรู้สึกภูมิใจไม่ได้ที่สามารถทำให้สามีติดใจในรสมือของตัวเอง  แต่มันยังไม่พอเท่านั้นหรอกนะ เพราะเมื่อทานเสร็จปุ้บแทนที่จะได้เก็บจานไปล้างให้เรียบร้อย ก็กลับต้องมานั่งเขินคำชมคำหยอดของคุณสามีตัวดีเสียนี่ ทำมาเป็นชมว่าอร่อยอย่างนู้นอร่อยอย่างนี้ แล้วไหนจะไอ้ประโยคแนวๆชอบมากถ้าหากอาหารทุกอย่างมาจากฝีมือของเธออีก...

 

          เพราะแบบนี้ไง ลู่หานถึงได้รักเขามาก และพยายามจะเริ่มต้นทุกอย่างใหม่เพื่อทำให้เราสองคนย้อนกลับไปเป็นเหมือนเดิม

 

          ต่อไปนี้เธอจะไม่ทำตัวงี่เง่า ไม่คิดมาก และจะไม่ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของอีกฝ่ายมากเกินไป  ลู่หานจะพยายามกลับไปเป็นภรรยาที่ดีเหมือนกับเมื่อก่อน และที่สำคัญ เธอจะยอมเชื่อใจสามีตัวเองอีกครั้งเพื่อการเริ่มต้นครั้งใหม่ของเรา

 

          “คุณแม่ยิ้มอีกแล้ว

 

          “ก็ยิ้มให้เจ้าลูกหมูของแม่ไง...รีบกินได้แล้วเดี๋ยวสายถูกคุณพ่อดุไม่รู้ด้วยนะ

 

          “รับทราบ!”

 

          “ดีมากจ้ะ

         

 

 

 

 

 

 

 

#อย่าลืมHH

 

 

 

 

 

 

 

 

 

          Mercedes-Benz M Class 2014 พุ่งทยานออกสู่ถนนอีกครั้งหลังจากที่จอดติดไฟแดงมากว่าสองนาที วันนี้เซฮุนขับรถไปรับลูกที่บ้านเพื่อพาเจ้าหมูอ้วนไปส่งที่โรงเรียนเหมือนกับปรกติก่อนจะออกไปสำนักงาน  ร่างสูงจัดการตีไฟเลี้ยวเข้าซอยอันคุ้นเคยก่อนจะหยุดเครื่องยนต์ลงบริเวณหน้าบ้านของตัวเองอย่างเคยชิน แม้เขาจะไม่ได้กลับมานอนทีนี่ร่วมสองอาทิตย์แล้วก็ตาม

 

          เซฮุนยืนจดจ้องประตูบ้านอย่างชั่งใจ  ไม่รู้ว่าตนเองรู้สึกไปคนเดียวหรือเปล่าที่เหมือนกับช่วงสองสามวันมานี้เวลาเจอหน้ากันลู่หานก็มักจะชอบทำเหมือนกับมีบางอย่างที่อยากพูดคำกับอยู่ตลอด  หากแต่สุดท้ายแล้วก็ไม่มีอะไรนอกจากทักทายกันตามปรกติ

 

          “จีฮุนพ่อมาแล้ว

 

          “คุณพ่อ!” เสียงใสๆของเจ้าเด็กตัวกลมดังขึ้นทันที่ได้เห็นการปรากฏตัวของผู้เป็นพ่อ  แววตาของจีฮุนเปล่งประกายขึ้นอย่างดีใจก่อนสุดท้ายเจ้าตัวจะรีบกระโดดลงจากโต๊ะทิ้งให้ข้าวผัดกิมจิที่เหลืออยู่เพียงครึ่งชามให้เป็นหม้ายไปโดยปริยาย

 

          “ไหนทานข้าวอิ่มหรือยังเด็กดี ต้องรีบแล้วน้าเดี๋ยวสายเข้าใจไหม?” เขาย่อตัวลงให้ใบหน้าอยู่ในระดับต่ำกว่าลูกชาย พลางเอื้อมมือหนาๆขึ้นไปสางผมหน้าม้าที่ปรกตาออก

 

         ทว่า

 

          “เอ่อ...น้ำเสียงอึกอักของภรรยากลับเรียกให้เขาเผลอละหน้าออกจากลูกชายคนตนไปโดยไม่รู้ตัว  ดวงตาคมของอัยการหนุ่มทอดมองใบหน้าหวานของภรรยาอย่างนึกแปลกใจกับทท่าทางที่เหมือนกับต้องการจะสื่ออะไรสักอย่าง และนั่นก็เป็นเครื่องยืนยันให้เซฮุนรู้ว่าเขาไม่ได้คิดไปเองคนเดียวว่าลู่หานต้องการอยากจะพูดบางอย่างกับตน  คิ้วหนาเลิกขึ้นเพียงเล็กน้อยก่อนอัยการหนุ่มจะหยัดกายยืนเต็มความสูง คือ..

 

          แต่ดูเหมือนร่างบางตรงหน้าจะยังคงประหม่าอยู่ เขาจึงสังเกตเห็นมือน้อยๆทั้งสองข้างที่กำลังถูกบีบเข้าหากันแน่นจนขึ้นข้อขาว

 

          “เธอมีอะไรหรือเปล่า?”

 

          ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินประโยคคำถามจากจากคุณสามี เธอมีท่าทีอ้ำอึ้งเล็กน้อยก่อนจะเหลือบมองไปบนโต๊ะอาหาร

 

           หื้อ?

 

           เซฮุนเสมองตามสายนั้นก่อนจะต้องแปลกใจเมื่อพบกับจานอีกใบที่ถูกเตรียมไว้ 

 

          สามงั้นหรอ?

 

          เขาเหลือบกลับมาจ้องหน้าของภรรยาของตนอีกครั้ง 

 

          “ทะ..ทานข้าวมาหรือยังคะ...แม้ในน้ำเสียงนั้นจะสั่นพร่าแถมยังถูกเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบาจนแทบไม่ต่างอะไรกับสายลม แต่เซฮุนก็รู้สึกได้ถึงความจริงใจและความพยายามอะไรบางอย่างที่คนตัวเล็กต้องการจะสื่อมันให้เขาเห็น

 

          หากเป็นเมื่อก่อนช่วงที่ย้ายออกไปใหม่ๆก็คงไม่ได้ยินแม้แต่คำทักทาย ทว่าช่วงสองสามวันมานี้เซฮุนกลับรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง แต่ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่าที่ลู่หานทำเหมือนว่าเธอกำลังพยายามเพื่อที่จะเข้าหาเขาอีกครั้ง

 

          ชายหนุ่มยกยิ้มบาง  ถ้ามันเป็นเหมือนสิ่งที่เขากำลังคิดอยู่จริงๆ เซฮุนก็พร้อมที่จะเริ่มต้นใหม่กับเธอโดยไม่รอช้า

 

          “เอาสิ...พี่เองก็ยังไม่ได้ทานข้าวเช้ามาเหมือนกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

          นาฬิกาบนผนังบอกเวลาว่าเจ็ดโมงยี่สิบแปด เสียงกิ๊งก๊องอันเกิดจากการที่ช้อนกระทบชามยังคงดังขึ้นให้ได้ยินอยู่เรื่อยๆ  แม้จะรู้สึกไม่คุ้นชินและอึดอัดอยู่นิดหน่อย แต่ทว่ามันก็ไม่ได้แย่เท่าไหร่นักเมื่อมีเสียงเจื้อยแจ้วของเด็กชายโอจีฮุนที่คอยดังขึ้นอยู่ไม่ขาดสาย คำถามพื้นฐานที่คอยถามขึ้นถึงสารทุกข์สุขดิบของอีกฝ่ายนับว่าเป็นอีกอย่างที่ค่อนข้างใช้ได้ผล เพราะอย่างน้อยๆมันก็สามรถทำให้กำแพงที่กั้นอยู่ระหว่างกลางของเราทั้งสองพังลงไปได้บ้าง

 

          กว่าจะทานข้าวอะไรกันจนเสร็จสับเข็มยาวของนาฬิกาก็ปาเข้าไปกว่าเจ็ดโมงสี่สิบ เซฮุนนึกหัวเสียอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียวที่มัวแต่นั่งทานข้าวกันจนเผลอลืมดูเวลา หากแต่กลับกัน บางทีมันก็คุ้มอยู่พอสมควรถ้าแลกกับการที่มันจะช่วยลดช่องว่างระหว่างเราให้เล็กลงได้

 

          “ป่ะคนเก่ง ถ้าไม่รีบไปเดี๋ยวจะสายเอานะเซฮุนพูดกับลูกเพียงเท่านั้นก่อนจะเดินอ้อมไปอีกฝั่งเพื่อพยุงเด็กชายให้ลงจากโต๊ะได้อย่างสะดวก  เขาเหลือบตามองภรรยาที่ง่วนอยู่กับการเก็บจานเพียงเล็กน้อย วันนี้สีหน้าของเธอดูดีขึ้นมานิดหน่อยหากเทียบกับวันก่อนๆ พี่..ไปแล้วนะ

 

          ร่างเล็กหยุดชะงักทุกการกระทำลง เงยหน้าขึ้นเพื่อมองสามีด้วยความแปลกใจ แต่แล้วไม่นานักริมฝีปากกระจับอันบางเฉียบกยกยิ้มขึ้นมา ตั้งใจทำงานนะคะ

 

          ใช่

 

           สำหรับลู่หานแล้วเธอต้องการแค่นี้จริงๆ ไม่ต้องแสดงความรักกันอย่างหวือหวาเหมือนกับเมื่อก่อนก็ได้ แต่อย่างน้อยก็แค่ยอมเปิดใจให้กันอีกครั้ง เพียงเท่านั้นเธอก็จะทำให้เห็นว่าตัวเองกำลังพยายามมากแค่ไหน

 

          ช่วยไม่ได้ ก็ในเมื่อเซฮุนเป็นคนที่เธอรักมากๆนี่นา...

 

          โอจีฮุนยกมือขึ้นปิดปากทำท่าส่งจูบให้ผู้เป็นแม่ก่อนจะรีบวิ่งหน้าตั้งไปขึ้นรถของพ่อที่จอดรออยู่หน้าบ้าน  เซฮุนนึกขำกับความร่าเริงของลูกชายนัก แต่แล้วไม่นานชายหนุ่มก็นึกอะไรบางอย่างได้ว่าบางทีเขาก็ควรจะทำแบบนั้นบาง

 

          ร่างสูงเพียงหันกลับมาด้วยท่าทีนิ่งๆ ยกยิ้มบางๆขึ้นเพียงเท่านั้นก็ได้รับรอยยิ้มจากอีกฝ่ายตอบกลับมา  มันเป็นการแสดงออกเช่นเดียวกันกับจีฮุน แต่เขาก็แค่ทำมันออกมาในรูปแบบบของตัวเอง 

 

          เช้าวันนี้ไม่ได้อึมครึมเหมือนกับเมื่อวานอีกแล้ว มันมีแต่ความสดใสและทำให้เขาหวนนึกถึงบรรยากาศเก่าๆอีกครั้ง

 

          เซฮุนคิดว่าเราสองคนควรจะทำแบบนี้กันตั้งนานแล้ว  แต่ไม่รู้ทำไมถึงยังมัวแต่ทะเลาะกันอยู่ซ้ำๆเพราะเอาเข้าจริงมันก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิด  หรือบางทีมันอาจจะติดที่ว่าเราเป็นพวกปากแข็งด้วยกันทั้งคู่เหมือนกับกินอีโก้เป็นอาหารจนคิดว่าเดี๋ยวสักวันคงสำลักตาย

 

          “พี่คะทว่าอยู่ๆก็รับรู้ได้ถึงแรงกระตุกเบาๆที่ชายเสื้อ  เซฮุนรีบหันกลับไปมองด้านหลังอีกครั้งก่อนจะพบกับร่างเล็กของใครบางคนที่กำลังยืนก้มหน้าอยู่ เหลือบตามองมือน้อยๆที่กำลังกำเสื้อของเขาแน่นแล้วอยู่ๆหัวใจก็กระตุกวูบขึ้นมา

 

          ลู่หานไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงวิ่งออกมาแบบนี้ แต่พอรู้ตัวอีกทีก็เผลอคว้าอีกฝ่ายเอาไว้เพียงเพราะแผ่นหลังของเขากำลังจะไกลออกไป  ร่างบางอดนึกถึงคำพูดขงโอเซจองเมื่อหลายวันก่อนไม่ได้ เด็กคนนั้นบอกกับเธอว่าหากไม่ทำอะไรสักอย่างระวังจะต้องเสียเซฮุนไป  เชื่อไหมว่าเพียงแค่คิดลู่หานก็แทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว 

 

          ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นช้าๆพร้อมกับดวงตากลมโตที่เริ่มแดงก่ำ  รู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่กำลังแผ่ซ่านไปทั้งดวงหน้า  ให้ตายเถอะ ลู่หานล่ะเกลียดน้ำตาพวกนั้นจริงๆ.....

 

        แต่เธอก็หยุดมันไม่ได้

 

          คราวนี้อัยการหนุ่มรีบหมุนกลับมาเต้มตัวเมื่อเห็นว่าภรรยาของตนกำลังจะร้องไห้  เขารู้สึกตกใจนิดหน่อยว่ามันเกิดอะไรขึ้นหากแต่ก็ยังคงไม่ได้ถามอะไรนอกจากประคองไหล่เล็กๆทั้งสองข้างนั้นเอาไว้พลางจ้องลึกเข้าไปยังนัยน์ตาโศกของอีกฝ่าย

 

          “ฮึก...เสียงสะอื้นนั้นทำให้เขาแทบจะเป็นบ้า ตั้งแต่เห็นลู่หานร้องไห้มาไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่เขาจะรู้สึกเหมือนถูกฉุดกระชากราวกับตกเหวเท่าครั้งนี้  หรือมันอาจจะเพราะเมื่อก่อนร่างเล็กชอบแสดงมันออกมาพร้อมด้วยกับความแข็งกร้าว แต่ทว่าหนนี้เขากลับพบเพียงแต่ความอ่อนแอและต้องการที่พึ่งพิงเพียงเท่านั้น

 

          มันเป็นด้านที่เขาไม่ค่อยได้เห็นเท่าไหร่นัก แต่กลับทำให้ใจทั้งดวงกระตุกวูบลงได้ไม่ยาก

 

          “ไหนเป็นอะไรบอกพี่ซิ

 

          “ฮึกพี่คะฉันขอโทษร่างเล็กโผเข้ากอดคนตรงหน้าอย่างรวดเร็วก่อนจะฝังใบหน้าชุ่มหยาดน้ำใสลงบนแผงอกแกร่งของอีกฝ่าย

 

         “...” 

 

          เกิดความเงียบขึ้นรอบกายพร้อมกับเสียงสะอื้นที่ดังขึ้นเป็นระยะ  เซฮุนไม่รู้ว่าทำไมครั้งนี้เขาถึงรู้สึกปวดใจมากกว่าทุกครั้งเวลาได้ยินเสียงร่ำไห้ของภรรยา  วงแขนแกร่งกระชับอ้อมกอดหญิงสาวแน่นราวกับไม่อยากให้หายไป รู้สึกเหมือนเราสองคนห่างหายจากสัมผัสพวกนี้ไปนานเหลือเกินจนรู้สึกได้ถึงความโหยหา

 

          “ต่อไปนี้ฉันจะไม่งี่เง่า..ฉันจะเชื่อใจพี่ ฉันจะไม่ก้าวก่าย ไม่หึงหวงพี่อีกแล้ว แต่ขอร้อง ฮึก อย่าทิ้งกันไปเลยนะ.. พลั้งพลูสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจออกมาจนหมดทั้งยังสะอื้นร่ำไห้จนตัวโยน

 

          คำพูดเหล่านั้นทำให้ชายหนุ่มเริ่มรู้สึกผิดจนแทบพูดอะไรไม่ออก

 

          มันจุกไปหมด

 

        “ฉันรักพี่นะ ฮึก...ที่ทำไปทั้งหมดก็เพราะว่าฉันรักพี่ ฮึก เซฮุน อย่าพูดคำว่าหย่ากับฉันอีกเลยนะ...

 

          อยากจะพูดคำว่าขอโทษ...

 

          ขอโทษที่ทำให้เธอต้องเจ็บปวดมากมายขนาดนี้

 

 

 

 










TALK







แท็กร้างมากแงงงง แต่ก็ขอบคุณรีดเดอร์ที่ไปเล่นให้ไรท์นะคะ น่ารัก



เอาล่ะสารภาพว่าชช่วงนี้ไรท์จะยอมให้เขาดูเหมือนจะเข้าใจกันไปก่อนเสร็จแล้วค่อยผลักตกเหวทีเดียวเลย จุกๆ ฮรี่่่่่่่่่่


สวัสดีค่า จะบอกว่าฟิคเรื่องนี้พล็อตธรรมดามากเพราะไรท์คิดพล็อตไม่เกงมันเลยไม่ได้ซับซ้อนอะไรขนาดนั้น แต่ก็อยากให้ทุกคนลองสังเกตุความไม่ชอบมาพากลในตอนนี้ครึ่งแรกดูแล้วไรท์จะมาเฉลยในครึ่งหลังอีกทีแล้วกันนะคะ



สุดท้ายนี้ ถ้าหากส่วนไหนที่ยังติดใจ หรือว่าอ่านไม่เข้าใจก็เม้นต์บอกได้เลยนะคะ จะเห็นได้ว่าไรท์พยายามลดตัวอักษรลงเพื่อให้มันไม่รกหูรกตารีดจนเกินไปเด้อ



สามารถติชมกันได้แต่ว่าอย่าด่าเด้อ ไรท์ใจบางแงๆๆๆ 



สุดท้ายนี้อย่าลืมเม้นต์เป็นกำลังใจให้เค้าด้วยเด้อ  แล้วก็ขอบคุณสำหรับมทุกคอมเม้นต์ด้วยนะคะไม่ว่าจะในทวิตก็ดีหรือเด็กดีก็ดีเด้อ




ไปเล่นแท็กกันนนนนนนน




#อย่าลืมHH







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 52 ครั้ง

163 ความคิดเห็น

  1. #122 เซฮาน (@luhunexosehan) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 18:30
    ขอให้มันดีขึ้นมากกว่านี้อีกนะ
    #122
    0
  2. #77 zonya1220 (@zonya1220) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 21:55
    สงสารน้องจังยอมทุกอย่างเพราะรักคำเดียว
    #77
    0
  3. #62 ppploycb (@ppployployju) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 23:25
    ลู่หานยอมลดทิฐิแล้ว เซฮุนต้องพยายามบ้างสิ อยากให้พยายามเข้าหาและค่อยๆปรับเปลี่ยนกันทั้งคู่ อย่าผลักเราตกเหว;—;
    #62
    0
  4. #61 Kusama Daniel (@pakkard2504) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 22:17
    ฮุนอย่าใจร้ายกับน้องนะ
    #61
    0
  5. #60 bambyp2104 (@bambyp2104) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 22:05
    อยากให้ลู่มีความสุขเร็วๆมากแต่น่าจะมีมาม่ามาต่อเนื่องแน่ๆเลยยㅠㅠ
    #60
    0
  6. #59 cplove (@cplove) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 21:42

    พี่ฮุนอยากพูดก็พูดสิขอโทษ​หน่ะมันยากม่ะ ทีลู่ยังยอมพูดก่อนเลย กลัวความดิ่งของไรท์ ร้องไห้ตลอดเรื่องรอเลยคร่าาาา ไรท์​สู้​ๆ น้าาา

    #59
    0
  7. #58 Peacehunhan (@peacelu) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 20:28
    ตอนแรกกำลังดีใจ
    เจอทอร์คเข้าไปเอิ่มมมม....
    แค่นี้น้ำตาก้คอลเบ้าเเล้วค่าาาา
    มาอัพบ่อยๆๆเถอะ
    มันค้างมากกกกกกกก
    #58
    0
  8. #57 namwanjunsi (@namwanjunsi) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 19:25
    แบคชอบฮุนแน่ๆสงสารลู่ ส่วนฮุนถ้าจะไปจริงๆก็อย่าทำให้ค้างคาอย่าให้ความหวังลู่เลยนะ
    #57
    0
  9. #56 KimTomElfElf (@KimTomElfElf) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 19:16
    กำลังจะยิ้มให้กับความสัมพันธ์ที่กำลังดีขึ้น แต่พออ่านทอล์คไรท์เท่านั้นแหละ 55555555 หมดกัน สงสารลู่อ่ะ ต้องทนไปอีกนานแค่ไหน ต้องเป็นคนที่คอยพยายามอยู่คนเดียวหรือเปล่า ทำไมเซไม่ลองเข้าหาลู่ก่อนบ้าง เง้อออออออ เมื่อไหร่ที่เซต้องเป็นฝ่ายเข้าหาลู่ ขอให้ลู่ใจแข็งมาก ๆ เข้าไว้นะ
    #56
    1
  10. #55 qxwnii (@qxwnii) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 19:11
    กลัวแล้วน้า
    #55
    0
  11. #54 payajuraki (@payajuraki) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 06:52
    น่ากลัวจะมีแววแอบชอบเพื่อนเจ้าค่ะ
    #54
    0
  12. #53 zonya1220 (@zonya1220) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 09:12
    แบคนั่มีอาการนะแอบชอบฮุนแหงๆ
    #53
    0
  13. วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 07:27
    นี่เรายังอ่านไม่ถึงตอนนี้ก็ขึ้นแทนลู่แล้วอ่ะ ลู่เลิกเลย แล้วก็หาพ่อใหม่ให้ลูกศ่ะ จะได้รู้สะบ้างว่าเรารู้สึกยังไง!!
    #50
    0
  14. #49 bambyp2104 (@bambyp2104) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 21:44
    แบคชอบฮุนใช่มั้ยเนี่ยย ฮุนก็นะอยากลองให้ลู่ไปอยู่กับผู้ชายบ้างชั้นรู้เดี๋ยวแกก็เป็นแบบลู่
    #49
    0
  15. #48 Serummydear (@Serummydear) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 19:56
    อยากแช่งให้ลู่ปลงและขอเลิกบ้างงงงงง อยากรู้ตาพี่จะคิดได้ไหม หมั่นไส้
    #48
    0
  16. #46 cplove (@cplove) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 05:27

    ไม่ยอมคุยปรับความเข้าใจ คิดแต่ความคิดตัวเองถูก เอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่ ​ตรรกะป่วย ถ้าไม่ปรับก็คงจะไม่ทีอะไรดีขึ้น ส่วนแบคเองชั้นเริ่มระแวงว่าเธอจะชอบเพื่อนซะแล้วสิ ขอให้แบคมาดีและกัน อย่าให้มาเป็นปมอีก 1 ปมที่ต้องแก้แล้วกัน เฮ้อออ

    #46
    0
  17. #45 Namfahmini (@Namfahmini) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 01:14
    คนความคิดแบบนี้น่าปล่อยให้อยู่คนเดียวจริงๆ ทำอะไรก็คิดน้อยพอผลออกมาเป็นเรื่องใหญ่ก็หาว่าคนอื่นงี่เง่าทั้งที่ไม่ได้ดูสิ่งที่ตัวเองทำ ถ้าเป็นเราก็คงอยากหนีจากผช.แบบนี้อะ คนที่ไม่เห็นค่าความพยายามของเราอยู่ไปเราก็เหนื่อยด้วยเปล่าๆ
    #45
    0
  18. #44 Peacehunhan (@peacelu) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 23:54
    ไม่เอาตอนจบเศร้านะะะ
    งือออออออ
    สงสารรลู่ๆๆๆ
    #44
    0
  19. #43 KimTomElfElf (@KimTomElfElf) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 23:31
    เนี่ยยยยยย ผชก็แบบนี้ ลองให้ลู่หานไปนัวเนียกับผชคนอื่นบ้างไหมละ จะได้รู้ว่าแค่นั่งดริ้งค์จริงไหม ต่างคนต่างมองในมุมตัวเอง แต่เซก็คือแบบแค่เล่น ๆ กับสาวนั่งดริ้งค์ ฟังแล้วรู้สึกเห็นแก่ตัวมาก ในทางกลับกันคือลู่ไม่ได้ออกไปไหนเลย ปาร์ตี้ก็ไม่ไป เพราะต้องดูลูกด้วยหรือเปล่า ในขนาดที่ลู่อยู่บ้านเลี้ยงลูกแต่เซคือไปเมาแล้วนัวเนียกับสาว ๆ อ่ะ โห โคตรเห็นแก่ตัวเลย แล้วมองแต่มุมตัวเองด้วย ไม่มองมุมของลู่เลย ปากบอกก็ใจเย็นลองคุยกันแล้ว แต่เธอไม่อธิบายไง เอาแต่บอกลู่เปลี่ยนไป เห้ออออออ แล้วแบคคงไม่ได้ชอบเซหรอกใช่ไหม TT เห้อออออออ
    #43
    0
  20. #42 ppploycb (@ppployployju) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 22:40
    อย่าบอกว่าแบคชอบเซฮุนนะ5555555555555 เซฮุนต้องลองมองให้มุมของลู่หานบ้าง ไม่ใช่เอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่
    #42
    0
  21. #41 Pritsana9490 (@Pritsana9490) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 21:58
    ขอให้จบเเบบHappyนะคะไรท์
    ไม่ชอบกินมาม่าเเล้วค่ะ
    #41
    0
  22. #40 namwanjunsi (@namwanjunsi) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 21:57
    คิดว่าแบคฮยอนต้องชอบฮุนแน่เลยอ่ะ ไม่เอาม่าแล้วนะคะไรต์หลายปมแล้วฉงฉานทั้งคู่ไม่ได้สวีตกันเลย อิ อิ อย่าลืมมาต่อบ่อยๆนะคะ
    #40
    0