H O P E N O T ❀ #อย่าลืมHH (HunHan)

ตอนที่ 4 : บทที่ ๓ เพื่อนสนิท...(100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 437
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    13 พ.ค. 62








บทที่ ๓

 

 

 

 

 

 

          หมดเรี่ยวแรง...


          นี่คงเป็นสิ่งเดียวที่เขากำลังรู้สึกอยู่ในตอนนี้  พนักงานหนุ่มฝ่ายไอทีอย่างพยอน แบคฮยอนกำลังนอนแผ่หลาอยู่บนโซฟาภายในคอนโดมิเนียมของตนอย่างเหนื่อยล้าและอ่อนแรง  อันที่จริง...วันนี้ไม่ใช่วันหยุดของเขาหรอกนะ แต่เป็นเพราะเขากำลังมีเรื่องบางอย่างที่กำลังรบกวนจิตใจจนทำให้ไม่มีกระจิตกระใจจะทำอะไรเลยสักอย่าง


          แบคฮยอนโทรไปขอลางานกับหัวหน้าบอกว่าตัวเองป่วยกะทันหันและจะขอนอนพักอยู่ที่บ้าน โชคดีหน่อยที่หัวหน้าขอเขาไม่ใช่คนจู้จี้จุกจิกก็เลยไม่ได้มีการซักไซร้อะไรให้มากความนัก


 

ต็อก ต็อก ต็อก...


 

          ภายในห้องที่อาศัยอยู่คนเดียวมาหลายสิบปีนี้ช่างเงียบงันจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงเข็มนาฬิกาที่กำลังเดินบอกเวลา  หวนนึกถึงเรื่องเมื่อเช้าที่มีสายเรียกเข้าส่งตรงจากอมริกา มันคือสายจากแม่ของเขาเอง


          เสียงของคุณนายพยอนนั้นช่างสั่นเครือยิ่งกว่าอะไรดี ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าท่าทีแบบนี้หากไม่โง่เกินไปก็คงพอเดาออกมาหล่อนกำลังร้องไห้  ณ วินาทีนั้นที่แบคฮยอนตกใจจนแทบประคองสติตัวเองไม่อยู่เมื่อเขาพบว่าความจริงแล้วที่แม่โทรมานั้นก็เพื่อจะบอกว่าพ่อกำลังป่วย


          ใช่แล้ว กว่าจะตรวจเจอทุกอย่างก็สายเกินไปเมื่อพ่อของแบคฮยอนเป็นมะเร็งลำไส้ระยะสุดท้าย  แม่กับเขาต่างร่ำไห้และพูดคุยกันทั้งน้ำตา ตอนนี้พ่อกำลังนอนอ่อนแรงอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในนิวยอร์ก และแม่ก็บอกให้แบคฮยอนรีบบินกลับไปเพื่อดูใจพ่อและสานต่อกิจการร้านอาหารของครอบครัวที่คงไม่สามารถทอดทิ้งได้เนื่องจากตนเป็นลูกคนเดียว ซึ่งนั่นหมายถึง  แบคฮยอนอาจจะต้องลาออกจากงาน และคงไม่ได้เจอทุกคนที่นี่อีก


          เขาน่ะไม่อยากไปอยู่ที่นั่นเลยด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายในเมื่อมันไม่มีทางเลือกแล้วแบคอยอนก็คงต้องไปอย่างไร้ข้อกังขา  แม่บอกว่าพ่อจะอยู่ได้ต่อไปอีกเพียงสี่เดือนเท่านั้น  เพราะในเมื่อไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว แบคฮยอนจึงตัดสินใจว่าจะขอแม่อยู่เพื่อสะสางงานที่บริษัทต่ออีกสองเดือนโดยในระหว่างนี้จะพยายามหาเวลาว่างบินไปเยียมพ่ออยู่บ่อยๆก่อนที่จะเก็บข้าวเก็บของย้ายไปอยู่ที่นั่นแบบถาวร


          หนุ่มออฟฟิศร่างเล็กได้แต่ยกมือถือขึ้นมาดู กดเข้าแอพลิเคชั่นสนทนาปรากฏรายชื่อของผู้ติดต่อล่าสุดคือ โอ เซฮุน


          ว่าจะโทรชวนมาดื่มเสียหน่อย แต่คิดว่าเวลานี้เจ้าตัวคงทำงานอยู่  แบคฮยอนยกยิ้มกับตัวเองน้อยๆ เหลือบมองกรอปรูปที่ตั้งอยู่บนโต๊ะข้างเตียงซึ่งมันถูกถ่ายขึ้นในวันรับปริญญาของเราสองคน แบคฮยอนดีดตัวลุกขึ้นจากเตียงก่อนจะหยิบมันขึ้นมาดู 


          คนที่ยืนหน้าตี๋ๆอยู่ฝั่งขวาคือเขา  ส่วนอีกคนที่ยืนอยู่ตรงกลางคือโอเซฮุน


          พอเห็นดังนั้นแล้วแบคฮยอนก็ได้แต่กลืนน้ำลายลงคอดังอึก มันจุกไปหมดทั้งหัวอกเพราะในรูปยังมีผู้หญิงอีกคนที่ยืนถือดอกไม้อยูข้างๆเพื่อนหนุ่มของเขา แต่ทว่าสุดท้ายแบคฮยอนก็เลือกที่จะพับเธอซ่อนเอาไว้ ทำให้รูปถ่ายเหลือเพียงเขาและโอเซฮุนอยู่เพียงเท่านั้น


          ใช่แล้ว นี่คือเหตุผลที่ทำให้ชายหนุ่มร่างเล็กหน้าตาดีไม่ยอมมีใคร และเปิดใจหาคู่ชีวิตเข้ามาสักที เพราะว่าเขา


          แอบชอบเพื่อนตัวเอง


          แอบชอบมานานแล้ว...นานก่อนที่เซฮุนจะพบกับเสี่ยวลู่หาน และเขาก็เจ็บทุกครั้งที่หมอนั่นชอบมาขอให้เป็นพ่อสื่อ คอยรับฟังปัญหาชีวิตคู่ของคนที่ตัวเองชอบโดยที่ไม่มีใครรู้ว่าแบคฮยอนต้องรู้สึกเจ็บปวดอยู่เพียงคนเดียวมากมายขนาดไหน


         มันโดดเดี่ยว


           แต่เขาก็ยังทน เพราะไม่อยากเสียเพื่อนไป ทั้งๆที่จริงอยากจะบอกมันด้วยเสียงดังๆเลยว่า เขาชอบมันจะตายแล้ว


           เขารู้ว่าสิ่งที่ทำนั้นมันผิดเพราะโอเซฮุนไม่ได้โสดอีกต่อไป หากแต่บางครั้งเขาก็แอบดีใจเล็กๆใยามที่เพื่อนกำลังมีปัญหากับครอบครัว ซึ่งอันที่จริงแบคฮยอนไม่ได้อยากรู้สึกเช่นนั้นเลยในขณะที่เพื่อนกำลังทุกข์ แต่ว่าเขาก็ปฏิเสธมันไม่ได้


          นี่เขาจะต้องเจ็บปวดแบบนี้ไปอีกเมื่อไหร่มันถึงจะพอกันนะ

 

 

 






 

 

 

          “อัยการคะ ลูกความของท่านมาครบหรือยังคะ?”


          “ครบครับ”


          “ทนายความคะ ลูกความของท่านมาครบหรือยังคะ”


          “ครบแล้วค่ะ”


          “เมื่อมาครบแล้ว อีกสักครู่ศาลจะขึ้นสู่บัลลังก์ขอให้ทุกท่านที่อยู่ในห้องพิจารณาคดีกรุณาอยู่ในความสงบเรียบร้อย และกรณีที่มีการสืบพยาน ขอให้งดการใช้เครื่องมือสื่อสารทุกชนิด ถ้าหากมีผู้ใดฝ่าฝืนจะมีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลค่ะ”  เมื่อการสอบถามเบื้องต้นของเสมียนศาลหน้าบัลลังก์จบลงเป็นที่เรียบร้อย เพียงไม่นานก็เกิดการปรากฏตัวของท่านผู้พิพากษาขึ้นยังบริเวณหน้าประตู ก่อนจะเร่งฝีเท้าเดินเข้ามายังภายในห้อง “ทุกคนทำความเคารพศาล” หน้าบัลลังก์คนเดิมกล่าว ทุกคนภายในห้องต่างลุกขึ้นยืนโค้งหัวเพียงเล็กน้อยเพื่อทำความเคารพผู้ที่มีอำนาจสุดอย่างรู้หน้าที่แล้วหยุดรอจนกระทั่งศาลสามารถก้าวขึ้นไปนั่งยังบนบัลลังก์ของตนได้


          “เชิญนั่งครับ” น้ำเสียงทุ่มต่ำของผู้มีอำนาจสูงสุดกล่าวขึ้นอย่างสุภาพและนิ่งเรียบ ซึ่งไม่แปลกใจว่าทำไมบุคคลที่ทำอาชีพนี้จึงมีแต่คนนับหน้าถือตา แถมยังน่าเกรงขามเนื่องด้วยการวางตัวรวมถึงบุคลิกต่างๆอีกมากมาย


          เหล่าผู้คนภายในห้องพิจารณาคดีทิ้งตัวนั่งลงบนที่ประจำของตนเองทันทีเมื่อสิ้นเสียงของท่านผู้พิพากษา เจ้าหน้าที่หน้าบัลลังก์คนเดิมเดินออกมาก่อนจะหยุดฝีเท้าลงที่หน้าบัลลังก์ เธอจัดการยื่นพยานหลักฐานทั้งหมดที่ทางฝ่ายโจทก์เตรียมมาต่อศาล หลังจากนั้นจึงกลับไปนั่งที่เดิมของตนเมื่อหมดหน้าที่


           “วันที่ 25 มกราคม คริสต์ศักราช 201x คดี xxx หมายเลขดำ.......”


           ร่างสูงสง่าของอัยการหนุ่มในชุดทำงานเต็มยศตัดกับสีผิวขาวยิ่งขับให้เจ้าตัวดูดีอย่างไร้ที่ติ  หากแต่ในขณะเดียวกันทั้งบุคลิกภาพพวกนั้นที่มักจะนั่งเหยียดหลังตรง อกผายไหล่ผึ่ง และดึงหน้าให้นิ่งอยู่ตลอดเวลาก็ทำให้เขาดูมีสง่าราศีและภาพลักษณ์ที่น่าเกรงขามไม่น้อยหน้าไปกว่าใคร  เซฮุนตั้งใจฟังในสิ่งที่ท่านผู้พิพากษากล่าวอย่างตั้งใจเนื่องด้วยตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนของการสืบพยานเนื่องด้วยคดีข่มขืนกระทำชำเรา ซึ่งเขามีหน้าที่เป็นฝ่ายโจทก์ที่ต้องยื่นฟ้อง เพราะฉะนั้นการเตรียมหลักฐานต่างๆเมื่อก่อนหน้านี้จึงค่อนข้างยุ่งยากแถมยังต้องคอยทรีทพยานและซักซ้อมก่อนขึ้นศาลอีกพอสมควร


           ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้มันเป็นภาพที่เซฮุนได้เห็นจนชินตา  และเมื่อก่อนเขายังจำได้อยู่เลยว่าในช่วงที่พึ่งเข้ามาเป็นทนายครั้งแรกเพราะต้องเก็บอายุก่อนไปสอบเป็นอัยการนั้นมันตื่นเต้นแล้วก็ประหม่ามากขนาดไหน ทว่าสุดท้ายชายหนุ่มก็สามรถเอาชนะความกังวลพวกนั้นไปได้ แถมยังกลายเป็นความเคยชินที่ทำให้เขาไม่รู้สึกว่าตัวเองตื่นเต้นอีกต่อไป


           “ตามบัญชีระบุพยาน ขอเบิกตัวนายคิมจงกุกเป็นพยานฝ่ายโจทก์  เชิญพยานเข้ามาได้เลยค่ะ” หน้าบัลลังก์กล่าวดังขึ้นเมื่อท่านผู้พิพากษาได้ทำการอ่านสำนวนคดีจนเสร็จสับ  ก็ปรากฏร่างอันผอมแห้งของชายวัยกลางคนหนึ่งขึ้น เขาพาตัวเองเดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทางกล้าๆกลัวๆพลางลอบตามองคุณอัยการโอเล็กน้อย หากแต่เซฮุนก็เพียงพยักหน้าให้เบาๆ และไม่นานนักชายคนนั้นก็เดินเข้ามาประจำที่ของตนซึ่งก็คือสิ่งที่เรียกว่าคอกพยานตรงบริเวณข้างหน้าหน้าศาล  พยานโค้งหัวทำความเคารพ หลังจากนั้นอัยการโอเซฮุนจึงลุกขึ้นยืน ก่อนจะเดินหลังตรงออกมาจากที่นั่งของตนเพื่อดำเนินการขั้นต่อไป


          “พยานนับถือศาสนาอะไรครับ?” เซฮุนกล่าว


          “ผมนับถือศาสนาพุทธครับ”


          อัยการหนุ่มพยักหน้าเล็กน้อย “เชิญพยานกล่าวคำสาบานตนได้ครับ” เซฮุนพูดจบเพียงเท่านั้น เพื่อเปิดทางให้พยานอย่างคุณคิมจงกุกกล่าวคำสาบานตนต่อหน้าศาลตามศาสนาที่ตนนับถือพร้อมกับข้อความในสคิรปที่เขาเป็นคนเขียนและนำมาติดไว้ให้ตรงคอกพยาน  มันก็จริงที่ว่าเกาหลีค่อนข้างเปิดเสรีในการนับถือศาสนาต่างๆของประชาชน และเพราะเหตุนี้มันจึงทำให้อัยการโอค่อนข้างที่จะหัวหมุนนิดหน่อย เพราะต้องคอยดูว่าพยานแต่ละคนนับถือศาสนาอะไรบ้างจึงจะสามรถเตรียมการไว้ให้ได้ถูก


          “พยานชื่ออะไรครับ?” ท่านผู้พิพากษากล่าว


          “คิมจงกุกครับ”


          “พยานมีอายุเท่าไหร่ครับ?”


          46 ครับ”


          “พยานประกอบอาชีพอะไรครับ?”


          “ผมทำงานก่อสร้างครับ”


          “พยานมีภูมิลำเนาอยู่ที่ใดครับ?”


          “เอ่อ..บ้านเลขที่ XXX …............ครับ”


           เมื่อสิ้นสุดการซักถามระหว่างศาลและพยานแล้ว ผู้อยู่บนบัลลังก์ก็เพียงพยักหน้ารับเบาๆ พลางเสหน้ามองอัยการหนุ่มเล็กน้อยเมื่อถึงเวลา


          “เชิญท่านอัยการครับ”


           “ขอบคุณครับท่าน” เซฮุนว่าพร้อมกับโค้งหัวให้คนด้านบนเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นยืนตัวตรงแล้วเดินออกมาพร้อมกับกระดาษในมืออีกหลายใบ หลังจากนั้นจึงหยุดฝีเท้าลงตรงหน้าของนายคิมจงกุกก่อนจะเริ่มทำการสืบสวนตามหน้าที่ของตนเหมือนอย่างหลายๆคดีที่เคยผ่านมา


          อันที่จริงพวกคดีความพวกทำนองนี้โอเซฮุนค่อนข้างเจอบ่อยและบางรายก็นับว่าหนักพอสมควร แต่โชคดีที่รายนี้ไม่ค่อยยุ่งยากเท่าไหร่นักเหมือนกับเคสที่ผ่านมา แต่ก็กว่าจะเตรียมหลักฐานนัดไกล่เกลี่ยอะไรกันจนเรียบร้อยก็นับว่าสูบพลังงานชีวิตไปเยอะอยู่พอสมควร  เซฮุนตั้งใจทำงานตามหน้าที่ของตนอย่างขมักเขม้น เพราะมันคือสิทธิประโยชน์ของคนๆหนึ่ง ฉะนั้นเขาเลยค่อนข้างเต็มที่กับทุกคดีความเป็นอย่างมาก และไม่ต้องการอยากเห็นใครที่ถูกเอารัดเอาเปรียบอีก


          “พยานช่วยบอกด้วยนะครับว่าทำไมถึงพบจำเลยเดินออกมาจากห้องนอนของผู้เสียหาย”


          “ครับ.....เอ่อ วันที่ 12 ธันวาของปีก่อน ประมาณเที่ยงคืน...........”

 

 

 

 


 

 

#อย่าลืมHH

 

 

 

 

 


 

          กว่างานจะเสร็จก็ปาเข้าไปเกือบสองชั่วโมงเสียแล้ว   เซฮุนเดินออกมาจากศาลพร้อมกับกระเป๋าถือทำงานสีดำและเสื้อครุยที่ถูกพาดไว้บนแขนอีกข้างเพื่อมุ่งตรงไปยังเมอร์เซเดสของตนที่จอดรออยู่ตรงโรงรถ  ชายหนุ่มจัดการนำอุปกรณ์ต่างๆของตนที่พะรุงพะรังอยู่เต็มมือไปเก็บไว้ให้เข้าที่เข้าทาง หลังจากนั้นจึงย้ายตัวเองเข้าไปนั่งในรถแล้วค่อยล้วงเอาโทรศัพท์ภายในกระเป๋ากางเกงออกมาเปิดเครื่องเพื่อเช็คดูว่าเผื่อมีใครที่ต้องการจะติดต่อ และบางทีมันอาจจะเป็นธุระสำคัญ



พยอน แบคฮยอน 5 สายที่ไม่ได้รับ


 

          เมื่อเห็นรายชื่อของผู้ติดต่อเซฮุนก็ถึงกับขมวดคิ้วขึ้นทันทีด้วยความสงสัย  ไม่รู้เหมือนกันว่าแบคฮยอนมีปัญหาอะไร เพราะตั้งแต่รู้จักกันมา แบคฮยอนไม่เคยเป็นฝ่ายโทรหาเขาก่อน แต่ถึงจะโทรก็คงต่อเมื่อเวลามีธุระสำคัญแถมยังไม่เกินทีละสองสายเลยด้วยซ้ำ


          แบคฮยอนเป็นอะไรไป?


          พอคิดได้ดังนั้นเซฮุนก็ไม่รอช้า เขารีบจัดการต่อสายหาแบคฮยอนทันทีเพราะความเป็นห่วงที่มีต่อเพื่อน

 


ตู๊ด...ตู๊ด...ตู๊ด...


 

          (ฮัลโหล...)


          “ไง..แกมีอะไรหรือเปล่--


          (ซะ...เซฮุน)


          น้ำเสียงแหบแห้งแถมยังสั่นเครือราวกับคนที่พึ่งร้องไห้เอ่ยเรียกชื่อของอีกฝ่ายชิงพูดตัดขึ้นทันทีแม้ยังไม่ทันจะได้พูดให้จบประโยคเลยด้วยซ้ำ เซฮุนเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย รู้สึกเป็นห่วงเพื่อนขึ้นมาฉับพลันเพราะแบคฮยอนไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ปรกติเขามักจะเพื่อนนของตัวเองในร่างของหนุ่มร่าเริง ทะเล้น และขี้เล่นอยู่ตลอดเวลา ทว่าครั้งนี้ทุกอย่างมันกลับแปลกไป


          แปลกจนสามารถสัมผัสได้


          “แกเป็นอะไรแบคฮยอน ไม่สบายหรือเปล่า?”


          (ฉัน..ป่าว) แบคฮยอนเงียบไปก่อนจะพูดขึ้นมาอีกครั้ง (แกมาหาฉันหน่อยได้ไหม...ฉันจนหนทางแล้วจริงๆว่ะ)


          “...” อัยการหนุ่มเงียบลงไปอย่างใช้ความคิด เขาตั้งใจไว้แล้วว่าหากเลิกงานวันนี้จะแวะซื้อที่ซุปเปอร์เพื่อเอาเข้าไปให้ภรรยาทำอาหารเย็นแล้วก็อยู่ทานเข้าด้วยกันสามคนแบบพร้อมหน้าพร้อมตาในรอบปี เพราะเหตุการณ์เมื่อเช้าภาพที่น้องกำลังยืนกำชายเสื้อของเขาเอาไว้มันยังคงติดตา และสำหรับเซฮุนแล้วเขาคิดว่าตัวเองไม่ควรจะปล่อยผ่านมันไป


          แต่ว่าตอนนี้ความตั้งใจในตอนแรกลับทำให้เขาลังเลว่าควรจะไปหาใคร ระหว่างเมียหรือว่าเพื่อน เพราะทั้งสองต่างสำคัญกับเขาไม่แพ้กัน.....


          (เซฮุน...ขอร้องเถอะนะ)


          “...” เสียงสั่นๆของแบคฮยอนยิ่งทำให้ชายหนุ่มเริ่มคิดหนัก


          (......อีกแค่สองเดือนที่ฉันจะได้อยู่ที่นี่)


          “แกหมายความว่าไง?”


          เซฮุนแทบจะนั่งไม่ติดเบาะเมื่อได้ยินว่าคนปลายสายพูดอะไรออกมา  ในตอนนี้  คิ้วเรียวหนาขมวดครึ้มเข้าหากันราวกับปมเชือก  หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นอย่างไม่รู้สาเหตุนึกอยากจะบึ่งรถไปตามหมอนั่นเสียให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย ณ จุดๆนี้


          (พ่อฉันเป็นมะเร็ง...และฉันต้องย้ายกลับไปอยู่ที่อเมริกาภายในสองเดือนนี้)


          และแล้วคำตอบนั้นก็ทำให้ชายหนุ่มถึงกับเบิกตากว้าง พอรู้ว่าสาเหตุใดที่ทำให้เพื่อนของตนร้องไห้จนเสียงสั่น โอเซฮุนก็ไม่รอช้า เขารีบวางสายจากอีกฝ่ายทันทีก่อนจะโยนมันไปไว้บนคอนโซลหน้า แล้วรีบออกรถเพื่อขับตรงไปยังจุดหมายปลายทางซึ่งก็คือคอนโดมิเนียมของเพื่อนสนิทโดยไม่สนใจอะไรอีกแล้ว


          ในเวลาที่มีปัญหาพยอแบคฮยอนคือคนที่อยู่ข้างๆเขามาตลอด และโอเซฮุนก็คิดว่าครั้งนี้มันคงถึงเวลาแล้วที่ตนเองควรจะทำอะไรจตอบแทนหมอนั่นบ้าง


          เซฮุนคิดว่าสิ่งที่เขากำลังจะทำนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง  ...หากแต่ความถูกต้องมันก็ทำให้เขาได้เผลอหลงลืมอะไรบางอย่างไป เพราะถูกเรื่องอื่นเข้ามาแทนที่


          เซฮุนลืมความตั้งใจของตัวเองในตอนแรก แล้วเลือกที่จะทิ้งครอบครัวเพื่อไปหาใครอีกคนที่เรียกว่า


          เพื่อน...










(ต่อ)











          ว่าจะรีบขับรถไปหาแบคฮยอนที่คอนโดเสียหน่อยก็พึ่งนึกได้ว่าลูกตัวเองยังรออยู่ที่โรงเรียน เซฮุนก็รีบหักพวงมาลัยแล้วตีรถกลับไปอีกทางทันทีด้วยความเร็วเกือบร้อยเจ็ดสิบโดยหาได้สนใจเสียงก่นด่าตามหลังจากใครหน้าไหนทั้งสิ้น  ใช้เวลาเพียงไม่นานด้วยความที่ขับรถเร็วมากกว่าปรกติ ชายหนุ่มร่างสูงก็สามรถพาตัวองมาถึงยังโรงเรียนอนุบาลของลูกชายได้สำเร็จ  เซฮุนรีบวิ่งลงจากรถเพื่อไปรับเจ้าหมูอ้วนกลับบ้าน  หากทว่าขากลับคนเป็นพ่อก็ไม่กล้าแม้แต่จะเร่งความเร็วรถเหมือนกับตอนมา เพราะเป็นห่วงความปลอดภัยของลูก แล้วอีกอย่างจีฮุนก็ไม่ชอบให้พ่อขับรถเร็วด้วย เพราะฉะนั้นเซฮุนเลยเหยียบแค่ร้อยยี่สิบตลอดทางจนถึงบ้าน


          “ป่ะคนเก่ง” ร่างสูงพูดขึ้นหลังจากที่เปิดประตูรถออกให้ลูก จีฮุนยิ้มรับคนเป็นพ่อก่อนจะกระโดลงแล้วรีบเข้าไปหาแม่ที่ยืนรออยู่ตรงประตู เซฮุนมองตามร่างน้อยๆนั้นของลูกชายด้วยใบหน้าอันเป็นกังวลเพราะกลัวเจ้าตัวเล็กจะล้มเข้า แล้วไหนจะเรื่องของแบคฮยอนที่มันยังคงรบกวนจิตใจเข้าอยู่ไม่หาย


          หากแต่พอได้พบกับรอยยิ้มอันสดใสของใครบางคน จากหัวใจที่ร้อนรุ่มก็พลันเย็นลงจนทำให้อัยการหนุ่มนิ่งค้างไปชั่วขณะ


          ลู่หานกำลังยิ้มให้เขา...


         นี่เซฮุนคงไม่ได้ตาฝาดใช่ไหม...


          มันนานเท่าไหร่แล้วนะ


          รู้ตัวอีกทีก็เผลอเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของภรรยาคนสวยเข้าเสียแล้ว  ลู่หานเอื้อมมือขึ้นมาจัดปกเสื้อให้สามีเพราะเห็นว่ามันกำลังยับไม่เป็นทรง หลังจากนั้นจึงลูบเบาๆไปที่แผงอกกว้างพลางเผยยิ้มออกมาอีกรอบ


          เขาน่ะชอบลู่หานในโหมดนี้ที่สุดเลยล่ะ


          “กลับมาเหนื่อยๆ ดื่มน้ำก่อนไหมคะแล้วค่อยกลับ...วันนี้ทำซุปสาหร่ายที่พี่ชอบด้วย เลยอยากชวนทานด้วยกันน่ะ” ร่างเล็กเอ่ยเสียงใส


          หากแต่ก็ไร้เสียงตอบรับใดๆจากชายหนุ่มตรงหน้า เพราะในขณะนี้เซฮุนกำลังอึ้ง อึ้งเสียจนไม่รับรู้อะไรอีกแล้วนอกจากติดอยู่ในบ่วงของรอยยิ้มนั้น แม้ใบหน้าหวานจะซูบผอมลงไปบ้าง แต่ทว่าสุดท้าย...รอยยิ้มของเธอก็ทำให้เขาตกหลุมรักได้อยู่ซ้ำๆ


          “อืม ด--

 


Rrrrrrrrrr!

 


          กำลังจะตอบว่าได้ออกไปอยู่แล้วเชียว แต่ว่าอยู่ๆเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมาขัดบรรยากาศจนได้เสียนี่ เซฮุนรีบล้วงกระเป๋าหยิบมันอออกมาด้วยท่าทางหงุดหงิด แต่แล้วรายชื่อที่โชว์เด่นหราอยู่บนหน้าจอนั้นก็ทำให้ร่างสูงพึ่งนึกอะไรบางอย่างได้ว่าแบคฮยอนต้องการเขาอยู่


          ให้ตายสิ ลืมไปได้ยังไงกันนะ


          เงยหน้ามองภรรยาสลับกับหน้าจอมือถืออยู่สองสามรอบจนกระทั่งมันดับไปโดยที่ยังไม่ได้รับ  เซฮุนอึกอักพูดอะไรไม่ออกเพราะอีกใจก็อยากจะอยู่กับเมียและลูก แต่ว่าเขาก็ไม่สามรถปล่อยให้แบคฮยอนอยู่คนเดียวได้เหมือนกันเพราะในตอนนี้เจ้าตัวกำลังอ่อนแอ


          เขามองหน้าของภรรยาอย่างลำบากใจ เริ่มกลัวว่าเธอจะวีนแตก


          “มีธุระด่วนหรอคะ?”


          แต่ทุกอย่างก็ไม่ได้เลวร้ายเหมือนอย่างที่คิด


          ไม่มีท่าทีโกรธเกรี้ยว ไม่มีแววตาแข็งกร้าว และไม่มีอีกแล้วแม้แต่คำด่าทอเหมือนกับทุกๆครั้งที่ผ่านมา  เซฮุนรู้สึกแปลกใจจนถึงกับต้องขมวดคิ้วเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว  ร่างสูงได้แต่ถามตัวเองพร้อมกับความคิดที่กำลังตีกันอยู่ในหัวว่านี่เป็นเรื่องจริงหรือแค่ฝันที่ภรรยาของเขากำลังจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม


          ทั้งๆที่เมื่อวานหรือก่อนหน้านั้นสักสองสามวันก็ทะเลาะกันจนแทบจะเป็นจะตายอยู่เลยด้วยซ้ำ


          “ชะ...ใช่ แต่มันไม่ใช่เรื่องงานหรอกนะ” แกล้งพูดออกไปเพื่อลองใจว่าลู่หานจะมีปฏิกิริยาตอบมายังไงถ้าหากรู้ว่าธุระสำคัญของเขาไม่ใช่เรื่องงานแต่เป็นอย่างอื่น


          หากแต่สิ่งที่ได้รับกลับมานั้นมีเพียงความเงียบกับเสียงถอนหายใจราวกับกำลังพยายามอดกลั้นอะไรเอาไว้สักอย่าง แต่ก็ไม่นานนักที่ร่างเล็กตัดสินใจเงยหน้าขึ้นมาเผชิญกับสามีตัวเองใหม่


           ลู่หานกำลังข่มอารมณ์...


          เธอตัดสินใจแล้วว่าจะพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเอง ไม่งี่เง่า ไม่ขี้หึง รวมถึงการก้าวก่ายความเป็นส่วนตัวของอีกฝ่ายมากเกินไป


          “มันคงเป็นธุระสำคัญจริงๆเลยสินะคะ”


          “อ๋อ  อืม...เรื่องของแบคฮยอนน่ะ พ่อเขาพึ่งตรวจเจอว่าเป็นมะเร็ง ดูท่าว่าหมอนั่นคงจะเครียดมากจนถึงกับร้องไห้เลยล่ะนะ”


          ถ้าพูดถึงชื่อๆนี้แน่นอนแหละว่ายังไงลู่หานก็ต้องรู้จัก  เธอเห็นพี่แบคฮยอนมาตั้งแต่สมัยเรียนอยู่มหาวิทยาลัยเพราะเคยเป็นพ่อสื่อให้เราทั้งคู่อยู่บ่อยๆ แถมยังชอบทำตัวติดกับเซฮุนเสียยิ่งกว่าปาท่องโก๋  ลู่หานแค่นยิ้มเล็กน้อย เธอจะไม่ติดใจอะไรนักถ้าหากว่าธุระของเซฮุนคือพี่แบคฮยอน เพราะในอดีตรายนั้นก็เคยช่วยและมีบุญคุณกับเรามากมายจนลู่หานสามารถพูดได้เต็มปากเต็มคำเลยว่าเธอเองก็นับถือพี่แบคฮยอนเสมือนกับพี่ชายแท้ๆคนหนึ่ง


          “งั้นพี่ไปเถอะค่ะ...เรื่องทานข้าวไว้วันหลังก็ได้ ไหนๆพรุ่งนี้ก็ต้องมารับลูกไปส่งที่โรงเรียนอยู่แล้วไม่ใช่หรอ?”


          “แต่เธอโอเคอยู่ใช่ไหม?” เซฮุนถามอย่างไม่แน่ใจนัก


          “พี่แบคฮยอนก็เหมือนพี่ชายฉันคนหนึ่งเหมือนกัน...ถ้าหากพี่เขากำลังเดือดร้อนก็ไปหาเถอะค่ะ ฉันอยู่กับลูกจนชินแล้วล่ะ”

 

...

 

         ประโยคหลังที่ลู่หานไม่ได้ตั้งใจจะพูดมันออกเลยด้วยซ้ำ แต่กลับสามรถทำให้คนที่ฟังรู้สึกสะอึกขึ้นได้ไม่ยาก เขารู้สึกเหมือนกำลังถูกฟ้าผ่าลงกลางใจจนแทบพูดอะไรไม่ออก   จนลู่หานที่พอเห็นว่าสามีของตนเงียบไปก็ถึงพึ่งได้รู้สึกตัว หญิงสาวจึงรีบเอื้อมมือน้อยๆไปกุมอวัยวะเดียวกันของอีกฝ่ายเอาไว้โดยไม่รอช้า


          “ขอโทษนะคะอย่าไปสนใจมันเลย พี่รีบไปเถอะค่ะ บางทีพี่แบคฮยอนอาจจะรออยู่”


          “อ..อืม พี่ไปแล้วนะ ไว้พรุ่งนี้อย่าลืมเตรียมข้าวเช้าไว้รอด้วยล่ะ” เซฮุนว่าพลางแค่นยิ้มด้วยความรู้สึกกระอักกระอ่วนที่มีอยู่เต็มอก


          แต่มันไม่ใช่กับลู่หาน  เพราะทันทีที่คนตัวเล็กได้ยินประโยคนั้นหลุดออกมาจากปากของคุณสามี หญิงสาวก็ถึงกับยิ้มร่ารู้สึกเหมือนแสงไฟที่ใกล้จะมอดดับกำลังถูกจุดขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับความหวังที่รออยู่เพียงแค่เอื้อม “จะรอนะคะ...”


     







#อย่าลืมHH





 

 

 

 

 

          เมื่อน้ำเมาเริ่มออกฤทธิ์  สติที่มีอยู่จึงค่อยๆเลือนรางจนแทบประคองเอาไว้ไม่ได้


          ตอนนี้แบคฮยอนกำลังอยู่ในอารมณ์ที่ดิ่งสุดๆอย่างที่ตัวเองไม่เคยพบเจอมาก่อน เขาไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไรมาตั้งแต่หัววันนอกจากของมึนเมาที่ถูกป้อนเข้าปากอยู่ซ้ำๆเช่นนั้นเพื่อรอการมาของใครอีกคน...แบคฮยอนปรือตามองขวดบรรจุเม็ดแคปซูลที่วางอยู่บนโต๊ะแล้วก็ได้แต่แค่นยิ้มถึงความไร้ยางอายของตัวเองเพียงแค่นึกว่ากำลังจะทำมัน


          นี่แบคฮยอนน่าสมเพชถึงกับขนาดต้องทำเรื่องแบบนี้เพียงเพราะรักเลยใช่ไหม?


          “หึ...แกมันโง่ที่สุดเลยพยอนแบคฮยอน...”


 

เพล้ง!!!

 


          “ฮื่อออแกมันงี่เง่าที่สุดเลยไอ้โง่แบคฮยอน!!!!!”


          แบคฮยอนตวาดดังลั่นพร้อมกับกวาดข้าวของต่างๆที่วางอยู่บนโต๊ะทิ้งราวกับสิ่งไร้ค่า เขาพลิกตัวลับมานั่งพิงพนักโซฟาอย่างเดิมก่อนจะซุกใบหน้าลงบนหัวเข่าเล็ก มือน้อยๆถูกยกขึ้นกอดปลอบตัวเอง ได้แต่หวังว่าหยาดน้ำตาจะหายไป แต่ว่ามันก็ไม่เป็นผลเมื่อทุกครั้งที่เขากำลังพยายาม แต่ดูเหมือนทุกอย่างจะสวนทางกันไปหมด


          น้ำเมาทำให้แบคฮยอนเผลอคิดอะไรตื้นๆ นี่เขากำลังเป็นบ้าอะไรอยู่ถึงได้กล้าคิดที่จะเอาของพรรก์นั้นมาใช้กับเพื่อนตัวเอง


          หึ...น่าสมเพช


          แบคฮยอนคิดว่าตัวเองคงเป็นผู้ชายที่...น่าสมเพชที่สุด


 

แกร่ก...

 


         ได้ยินเสียงดังก็อกแก็กออกมาจากทางประตูห้อง  แบคฮยอนรีบเงยหน้าขึ้นจากเข่าตัวเองทันทีก่อนจะยกมือเช็ดน้ำตาลวกๆด้วยความร้อนรน หัวใจดวงน้อยเริ่มชื้นขึ้นมานิดหน่อยราวกับถูกหยาดฝนชโลมพื้นดินอันแห้งแล้ง หวังให้หลังบานประตูนั้นเป็นร่างหนาๆของใครบางคนที่เขากำลังโหยหา


          และมันก็มีเปอร์เซ็นที่ค่อนข้างจะเป็นไปได้สูง เพราะนอกจากแบคฮยอนกับเซฮุนแล้ว ก็ไม่มีใครล่วงรู้รหัสห้องของเขาอีก


          “เซฮุน!!” ชายหนุ่มร่างเล็กตาเป็นประกายขึ้นมาทันทีเหมือนกับลืมความเจ็บปวดเมื่อครู่นี้ไปเป็นปลิดทิ้ง เซฮุนรีบวิ่งเข้ามาดูอาการเพื่อนพร้อมกับดวงตาคมที่กำลังกวาดมองสภาพห้องอันเละเทะจากซากขวดโซจูและเครื่องดื่มอื่นๆอีกมากมาย


          “นี่แกดื่มไปเยอะเท่าไหร่เนี่ย!” เซฮุนแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองว่าเพื่อนของเขาจะเป็นหนักถึงขนาดนี้ เขาค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ๆอีกฝ่ายผ่านซากข้าวของต่างๆมากมาย แถมยังต้องคอยเตะสิ่งเกะกะพวกนั้นออกระหว่างทางหรือเอาง่ายๆว่า ในตอนนี้ห้องของแบคฮยอนไม่ได้ใกล้เคียงกับคำว่าห้องเลยด้วยซ้ำ


          “เซฮุนแกกมาแล้ว...”


          “เออ” เขาตอบกลับเมื่อได้ยินเสียงยานครางจากคนตรงหน้าโพล่งถามขึ้น  แบคฮยอนพยายามปรือตามองคนตรงหน้าด้วยเนื้อตัวโงนเงนจนเซฮุนต้องช่วยพยุง “ทำไมแกเป็นหนักขนาดนี้วะเนี่ย?” พอว่าจบก็ทิ้งตัวนั่งลงข้างๆอีกฝ่ายทันที


          “มีเรื่องให้เยอะแยะ อึก  เต็มไปหมดเลย...”


          “เพราะบบนี้แกถึงเอาแต่ดื่มใช่ไหม?  ...หัดเป็นห่วงตับตัวเองหน่อย แกเป็นเพื่อนฉันนะ ถ้าหากแกตายไปแล้วใครจะอยู่กับฉัน” เซฮุนว่าเอ็ด


          “งั้นแกก็ดื่มเป็นเพื่อนฉันหน่อยสิ...เราจะได้ตายแพคคู่ไง” แบคฮยอนเอื้อมมือไปหยิบขวดโซจูที่วางอยู่บนโต๊ะมาชูขึ้นต่อหน้าของอีกฝ่าย ซึ่งเซฮุนก็รับมามันแบบงงๆไม่ได้พูดต่อความยาวสาวความยืดอะไรเพราะคิดว่าแบคฮยอนกำลังเมาเลยอาจจะทำให้เจ้าตัวเผลอพูดอะไรไปเรื่อยเปื่อย “มันคงเป็นทางเดียวที่ทำให้ฉันได้อยู่กับแก...”


          “อะไรนะ?” ประโยคหลังนั้นช่างแผ่วเบาจนเขาต้องทวนถามใหม่ขึ้นมาอีกรอบ หากแต่แบคฮยอนก็ไม่ได้ให้คำตอบอะไรนอกจากนั่งแค่นยิ้มอยู่กับตัวเองก่อนจะเงียบไปสักพักแล้วเอนหัวลงซบกับหัวไหล่กว้าง เซฮุนผงะเล็กน้อย แต่ชายหนุ่มก็หาได้ใจร้ายพอที่จะผลักเพื่อนออกเลยได้แน่นั่งแข็งทื่อเตรียมรับมือกับอาการแปลกประหลาดของแบคอยอนอย่างช่วยไม่ได้


          “ช่างมันเถอะว่ะ” แต่แล้วไม่นานหนุ่มออฟฟิศก็ดีดตัวลุกขึ้นมาจากหัวไหล่หนา แล้วเปลี่ยนกลับมานั่งพิงกับพนักโซฟาดังเดิมเพราะสังเกตได้ถึงความอึดอัดจากตัวของของเพื่อนสนิท


          “แบคฮยอน”


          “อะไร?”


          “ขอบคุณมากนะสำหรับคำแนะนำดีๆจากแก” ชายหนุ่มว่าพลางกระดกขวดโซจูขึ้นดื่มก่อนจะพูดต่อ 


          แบคฮยอนเลิกคิ้วมองอีกฝ่ายอย่างนึกสงสัย “ยังไง?”


          “ฉันกำลังจะคืนดีกับลู่หาน...”


          “.....”


          ราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางใจแล้วเอาน้ำเกลือมาราดซ้ำเพื่อให้ริ้มรสถึงความเจ็บปวดแบบไม่รู้จักจบไม่รู้จักสิ้น   สมองที่กำลังทำงานก็พลันตื้อไปโดยไม่รู้สาเหตุเหมือนกับถูกหยุดเวลาไว้ให้ได้ยินแค่เพียงประโยคเมื่อครู่นี้ดังซ้ำๆอยู่ภายในหู  แบคฮยอนกลืนน้ำลายลงคอดังอึกไม่อยากได้ยินชื่อของผู้หญิงคนนั้นเลยเสียด้วยซ้ำ หากเป็นไปได้เขาก็นึกอยากจะพาตัวเองออกไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด แต่ร่างกายมันกลับแข็งทื่ออจนลืมแม้แต่วิธีที่จะขยับตัว


          ผู้หญิงคนนั้นอีกแล้ว.....


          แม้เราจะไม่ได้มีปัญหาหรือบาดหมางกันมาก่อน แต่ว่าในตอนนี้แบคฮยอนก็ยังไม่อยากได้ยินชื่อของผู้หญิงคนนั้น


          “แบคฮยอน...แบคฮยอน เฮ้! แกเป็นอะไรหรือเปล่า” เซฮุนรีบเขย่าตัวของอีกฝ่ายทันทีเมื่อเห็นว่าอยู่ๆคนร่างเล็กก็เงียบไปโดยไร้สาเหตุ

           “เซฮุน...” เสียงเรียกอันแผ่วเบาจากชายหนุ่มร่างเล็กทำให้เซฮุนเริ่มหายกังวลไปได้บาง  ในตอนแรกเขากลัวแทบตายว่าอาการที่อยู่ดีๆก็ไม่ตอบสนองต่อสิ่งรอบข้างของเพื่อนสนิทจะกลายเป็นเรื่องใหญ่จนถึงขั้นต้องพาออกไปหาหมอ แต่ว่าตอนนี้แบคฮยอนไม่ได้เป็นอะไรแล้วนอกเสียจากจะนั่งมองหน้าของเขานิ่งๆพร้อมกับสายตาอันยากจะคาดเดา


          เซฮุนบอกตามตรงว่าเขาค่อนข้างแปกใจนิดหน่อยเพราะไม่รู้ว่าแบคอยอนต้องการอยากจะสื่ออะไรกันนแน่ เพราะตั้งแต่ที่เราสองคนเริ่มรู้จักกันมา เจ้าตัวไม่ค่อยมองเขาด้วยสายตาแบบนี้มาก่อน


         “แกโอเคใช่ไหม?”


         “ฉัน...” ร่างเล็กหลุบตาลงต่ำ ไม่มีใครรู้ว่าเหตการณ์เมื่อครู่ที่แบคฮยอนกำลังจมปลักอยู่ในภวังค์ของตัวเองนั้นมันทำให้ชายหนุ่มร่างเล็กเกิดนึกอะไรบางอย่างออก


          มันไม่ใช่เรื่องดีเลยด้วยซ้ำ หากแต่ฤทธิ์ของน้ำเมาที่ถูกกรอกลงปากไปกว่าหลายสิบแก้ว มันช่วยขับสัญชาตญาณดิบและความต้องการที่ถูกฝังลึกอยู่ในจิตใจให้ออกมา ถึงแม้ว่านั่นจะเป็นเรื่องที่เลวทรามขนาดไหน 


          ถึงใจบอกว่าไม่อยากทำ หากแต่การกระทำก็ช่างสวนทางกันโดยสิ้นเชิง


          “เซฮุน”


          “แกเรียกชื่อฉันมาสองรอบแล้วนะ ไอ้บ้าหนิ” ร่างสูงพูดอย่างไม่จริงจังนักพลางหลุดขำกับท่าทางสุดตลกของเพื่อนสนิทขึ้นมาอย่างอดไม่ได้


          “แกรักลู่หานมากไหม?”


          “ถามอะไรแปลกๆเล่า”


          “ตอบมาสิ!” แบคฮยอนลืมตัวจนเผลอเอื้อมมือขึ้นบีบไปที่ท่อนแขนใหญ่ของอีกฝ่าย เเววตาเหมือนลูกหมาแสนน่ารักก็พลันแข็งกร้าวขึ้นมาทันที เพียงชั่ววูบที่เซฮุนคิดว่านี่ไม่ใช่เพื่อนของเขาก็เลยผงะตัวออกมาเล็กน้อย แต่ดูเหมือนแบคฮยอนจะสังเกตได้ เพราะเพียงไม่นาน การกระทำพวกนั้นก็จางหายไปแล้วถูกแทนที่ด้วยท่าทางปรกติเหมือนดั่งก่อนหน้านี้


          “รักสิ...ฉันน่ะรักเมียฉันคนเดียวจนแกแทบนึกไม่ออกเลยล่ะว่ามันมากมายขนาดไหน” เซฮุนพูดด้วยความสัตย์จริง เขารักลู่หานและจะมีแค่เธอคนเดียว แม้แต่ก่อนอาจจะเกเรไปบ้าง ทว่าตอนนี้เขาไม่ใช่แบบนั้นแล้ว ลู่หานคือความรักและเธอเป็นทุกอย่างในชีวิตของเขา ส่วนที่เคยขู่ไปว่าจะหย่านั้นมันก็ไม่ใช่เรื่องจริงเลยสักนิด


           เซฮุนก็แค่พูดมันออกมาเพราะอารมณ์ชั่ววูบล้วนๆและต้องการอยากจะดัดนิสัยของภรรยา


          เขากล้ายืนยันตรงนี้เลยว่านอกจากแม่กับน้องสาวแล้วลู่หานก็คือผู้หญิงที่เขา...รักมากที่สุด


          กว่านาทีที่เผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว เวลานึกถึงใบหน้าหวานยามพูดเจื้อยแจ้วใส่แล้วก็นึกหมั่นเขี้ยวแปลกๆ สงสัยมันคงจะจริงอย่างที่เขาว่า ถึงต่อให้จะทะเลาะกันหนักแค่ไหน หากแต่คำว่ารักเพียงคำเดียวก็สามารถลบล้างทุกอย่างได้แล้ว


          แต่ก่อนก็ไม่เคยเชื่อหรอกนะ ...แต่ดูอย่างเมื่อเช้านี้สิ โกรธกันมาตั้งนาน พอถูกคนที่ตัวเองรักมากๆทำดีด้วยเข้าหน่อยทุกๆอย่างที่ผ่านมาก็พลันมลายหายไปเป็นปลิดทิ้ง


          เซฮุนยิ้มขำกับตัวเองอย่างลืมตัว แต่ว่ามันคงไม่ใช่กับใครบางคนที่กำลังนั่งมองรอยยิ้มนั้นของผู้ชายที่ตัวเองชอบกำลังพูดถึงผู้หญิงคนอื่น


          สายตาอันว่างเปล่าของแบคอยอนที่ถูกแสดงออกมา แต่น่าเสียดายเพราะเซฮุนไม่ได้เห็นมัน


          “เซฮุน”


          “หื้ม?”


          “แกช่วยไปหยิบถ้วยผลไม้ในตู้เย็นให้ฉันได้หรือเปล่า?”


          “ได้สิ...งั้นรอก่อนนะ”


          “อืม...”


          ร่างเล็กพยักหน้ารับเพียงเท่านั้นก่อนที่แผ่นหลังกว้างจะเดินหายเข้าไปในครัว  ดวงตาเรียวรีเสมองไปยังกระปุกแคปซูลที่ตัวเองพึ่งกวาดมันทิ้งไปเมื่อก่อนหน้านี้กำลังวางแอ้งแม้งอยู่ใต้โต๊ะ สลับกับขวดโซจูของโอเซฮุนไปมา


          นี่จะเป็นครั้งสุด้ทายที่แบคฮยอนขอเห็นแก่ตัว


           เขาก็แค่อยากสร้างความทรงจำดีๆแค่เพียงคืนเดียวกับคนที่ตัวเองรักก่อนที่เราจะไม่ได้พบกันอีก


          ขอโทษนะเซฮุน...


          เพียงแต่ฉันก็แค่--


          รักนาย......มากเกินไป

         

          

 









TALK







 มาร่วมโหวตว่าอยากตบใครที่สุดในเรื่องที่แท็ก #อย่าลืมHH กัน


1. เซฮุน


2.แบคฮยอน


3.ไรท์เตอร์ ฮรี่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่



ก็บอกแร้วว่าอย่าพึ่งด่าตาพระเอกงัยยยย ไม่เชื่อกันเรย ตีดีไหมเนี่ย



วันนี้ไรท์จะมาชี้แจงพระเอกนะคะเพราะถูกด่ามานานสงสารมัน 55555555 เซฮุนเรื่องนี้รักลู่หานจริงๆนะ รักแบบรักคนเดียวอ่ะ แต่เมื่อก่อนอาจจะเคยเกรเรไปบ้างแต่ก็ไม่ได้จริงจังกับใครเหมือนน้งยู่หาน แล้วก็ไม่ได้คิดอะไรกับแบคฮยอนเกินไปกว่าคำว่าเพื่อนด้วย อุ้ยเฟรนส์โซน ซึ่งมีแต่แบคฮยอนที่คิดไปเองคนเดียว



รอติดตามเลยว่าแบคฮยอนจะมาแบบไหน จะมาแบบดีหรือแบบร้าย



ฮื่อทุกคน อีกไม่กี่วันไรท์ก็จะขึ้น ม.5 แล้วเลยคิว่าการเรียนมันอาจจะหนักกว่าตอน ม.4 เยอะเลย แต่ไรท์สัยญาว่าจะพยายามมาอัพให้ได้อาทิตยืละครั้งนะคะ จะไม่ให้รอนาน และไม่ทิ้งด้วย แงงงงง

  


ปล.เนื่องด้วยบทนี้จะมีฉากที่เซฮุนทำงาน ซึ่งไรท์เองก็พยายามจะหาข้อมูลมาเต็มที่แล้วก็สุดความสามารถแล้ว และบางฉากอาจจะไม่สมจริงก็อย่าด่ากันเลยนะคะไรท์ใจบาง เพราะไรท์เองก็ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องนี้เท่าไหร่ เอาง่ายๆเลยก็คือความรู้เป็น 0 แต่ไรท์สัญญาว่าต่อไปจะพยายามพัฒนาให้ดีขึ้นนะคะ


หากชอบก้อย่าลืมแสดงความคิดเห็นเพื่อเป็นกำังใจให้ไรท์กันด้วยนะคะ ต่อกำลังใจให้ไรท์เตอร์ตาดำๆสักคนละเม็นต์สองเม์นต์ เม็นต์ซ้ำๆก็ได้ไรท์ไม่เบื่อเลย ไรท์ชอบอ่านมากจริงๆแล้วก็อ่านของทุกคนด้วย


แต่สำหรับใครที่ไม่สามารถคอมเม้นต์ได้เพราะไม่ได้ล็อกอิน ก็สามารถให้กำลังใจกันในช่องทางอื่นโดยการเล่นแท็กก็ได้เน้ออออ


เพราะไรท์เตอร์กินความคิดเห็นและกำลังใจเป็นอาหารจริงๆนะ T_T




และสุดท้ายนี้ไรท์ขอขอบคุณนักอ่าน ทุกกำลังใจ ทุกเม็นต์ ทุกแฮชแท็กเลยนคะ เพราะหนึ่งกำลังใจเล็กๆของคุณมันเท่ากับความมหาศาลของเราเลย น่ารักๆๆ





#อย่าลืมHH






ไปเล่นแท็กกันป่ะๆๆๆๆๆๆ









ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

163 ความคิดเห็น

  1. #123 เซฮาน (@luhunexosehan) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 18:55
    พออะไรมันจะดีมันก็แบบนี้แหละน้าาาา คิดดีๆก่อนนะแบคฮยอน คิดดีๆ
    #123
    0
  2. #95 Namfahmini (@Namfahmini) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 23:46
    เห้อออ เห็นใจลู่เลย

    ไม่รู้ว่าสามีทำผิดอะไรมา

    แต่ก็พยายามคิดบวก เหนื่อยเหมือนกันนะแบบนี้
    #95
    0
  3. #90 sxhun (@sxhun) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 23:31
    เอาจริงยังไม่ได้อ่านใจบางทากอ่านเรื่องนี้ทีไรทำใจไปหลายวัน สงสารน้องลู่แง เอาเป็นว่าให้กำลังใจค่ะไรท์ สู้ๆจะอ่านอยู่แต่ขอเม้นก่อน555555
    #90
    0
  4. #89 QwaZZ (@QwaZZ) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 20:23
    ถ้าแบบฮั่นแน่ -ได้กันแน่ๆ รุงรังแน่น้องแบค!!!!!!

    ถ้าน้องลู่รู้เรื่อง หึคุณเซฮุนเตรียมว่าความคดีตัวเองได้เล้ย!!!!!!
    #89
    0
  5. #87 Namfahmini (@Namfahmini) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 16:44
    ไม่นะ อย่าทำอะไรแบบนี้เลย เรื่องมันกำลังจะดีๆอยู่แล้ว

    แบคเป็นคนเลิอกเองที่จะไม่บอกความรู้สึกตั้งแต่แรก จะมาทำร้ายคน 2 คนด้วยความเห็นแก่ตัวของตัวเองไม่ได้นะ โอกาสก็มีมากกว่าลู่มาตั้งนาน แต่ไม่รับโอกาสนั้นไว้เอง
    #87
    0
  6. #86 bambyp2104 (@bambyp2104) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 14:28
    อย่าทำไรตื้นๆนะแบค ฮุนอีกถ้าโดนก็ตั้งสตินะคิดถึงลู่เยอะๆหน่อย อุแงงงง:-;
    #86
    0
  7. #84 sehun n. (@ggguitar) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 07:56
    อย่านะฮือออ ม่าพอแล้วววว
    #84
    0
  8. #83 cplove (@cplove) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 07:09

    แบคต้องมีสตินะ เซฮุนรักลู่มาก และเค้ามีลูกเค้ารักกันเป็นครอบครัวที่อบอุ่น อย่าเห็นแก่ตัวเข้าใจว่าอยู่ในช่วงอ่อนแออ่ะ แต่อย่ายุ่งกับครอบครัวเพื่อนเลย เพื่อนก็พูดอยู่ว่ารักภรรยามากขนาดไหน

    ปล.ไรท์​สู้ๆ คะ ตั้งใจเรียนนะคะ สู้​ๆ

    #83
    0
  9. #82 Serummydear (@Serummydear) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 06:12

    ได้แต่รออ่านเงียบๆคนเดียว สนุกกกกกกก
    #82
    0
  10. #81 Me_Youuux (@plyphuaj) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 04:32

    แบค แก.. คือ.. โอ้ยยยย ไม่รู้จะด่ายังไงดี เขามีลูกมีเมียแล้วโว้ยยย แกเข้าใจมั้ย!!! ชอบแค่ไหนก็ต้องหักห้ามใจสิ!!! //ขออภัยที่อินไปหน่อยค่ะ 😅
    #81
    0
  11. #80 hunhan (@koiny) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 03:11
    พูดแบบอินเลยนะ แบคฮย้อนนนน บอกให้ใจเย็นๆ ใจร่ม นี่แค่ ตอนที่4 เอง เกียมสงสารลูกก่อน เซฮุน ฮึ่มๆๆๆ ถ้าทำอะไรให้ลู่เสียใจฉัน จะฟาดหัวแตก ทีมลูก
    ไรท์สู้ๆนะ เป็นกำลังใจให้อยู่กับฮุนฮานชิปเปอร์นานๆนะคะ
    #80
    0
  12. #79 meandmynongluhan (@bbkunaaa) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 22:50
    จริงๆเซฮุนก็คือก้ำกึ่งนะ ดูโง่ๆดีอะ แต่ไม่โกรธนะที่เลือกเพื่อน มองอีกมุมก็เหมือนลองใจลู่หานว่าจะเป็นไปในทิศไหน พอเห็นน้องพยายามปรับปรุงตัว(ทั้งๆที่ไม่ได้ผิดอะไร) แล้วมาเจอเพื่อนคิดไม่ซื่อนี่โคตรจะห่วยแตกเลยอะ หมายถึงแบคฮยอนนะ เห็นแก่ตัว รักแค่ไหนก็ต้องข่มใจอะ มาจนถึงขนาดแต่งงาน มีเมีย ทะเลาะกัน จะมาเสียบไรตอนนี้ หลังจากนี้ไม่มีการให้อภัยค่ะ
    #79
    0
  13. #78 zonya1220 (@zonya1220) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 22:14
    สู้ๆนะไรท์เรียนหนักก็พักบ้างไรบ้างว่างก็มาอัพนะคะรอได้ค่ะ
    #78
    1
    • #78-1 HongHao520 (@Lakornthaisilaud) (จากตอนที่ 4)
      11 พฤษภาคม 2562 / 22:24
      แงงงงขอบคุณนะคะ T_T
      #78-1
  14. #76 nisarmaneetang (@Nisarmaneetang) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 21:16
    เซอาจไม่ได้คิดกับแบคแบบนั้นก็ได้#ทีมน้องลู่
    #76
    0
  15. #75 ppploycb (@ppployployju) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 20:49
    แบคทำแบบนี้ไม่ได้นะ!!! เพื่อนมีครอบครัวแล้ว ไม่ใช่แค่แต่งงาน แต่มีลูก แบคกำลังทำให้ครอบครัวคนอื่นพัง เราควรเห็นคนที่เรารักมีความสุขสิ ถึงจะพูดง่ายทำยาก แต่ก็ไม่ควรเห็นแก่ตัว
    #75
    0
  16. #74 namwanjunsi (@namwanjunsi) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 20:38
    ถึงเซจะไม่ติดแต่ถ้าแบคทำอย่างว่าเซก็อาจจะเลิกกับลู่ได้เพราะรู้สึกผิด
    #74
    0
  17. #73 KimTomElfElf (@KimTomElfElf) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 20:18
    ให้ตายเถอะ !!!! แบคฮยอนจะทำแบบนี้ไม่ได้ เธอรักมากแค่ไหนแต่เธอคือเพื่อน ถ้าคิดว่าตัดใจไม่ได้ก็ควรอยู่ห่าง ๆ ไหม จะทำลายความสัมพันธ์ของคนที่ไม่รู้อะไรไปด้วยไม่ได้ ลู่ไม่ผิดมะ โอ้ยยยยยย เซฮุนถ้าแกพลาดเมื่อไหร่ เราจะกดโกรธใส่แกทุกตอน 55555555555 สงสารลู่อ่ะ ต่อให้อยากถามแต่ก็ต้องอดกลั้นไว้ ได้แต่ยอมและปล่อยผ่านไป ฮรืออออออออ อย่าเลยลู่ หาใหม่ได้
    #73
    0
  18. #72 benbong_bkk (@benbong_bkk) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 12:46
    คำว่า "เพื่อน" เอาดีๆอีพี่ ลำไยมาก สงสารลู่ ลูกสาวแม่😭
    #72
    0
  19. #71 Me_Youuux (@plyphuaj) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 11:00
    คิดในแง่ดี เซอาจจะไม่คิดไรกับแบคก็ได้ (ฉันพยายามเจ้าข้างแกแล้วนะ) ไม่มีอะไรหรอกหน่าาา
    #71
    0
  20. #70 QwaZZ (@QwaZZ) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 00:11
    ... ให้มันได้อย่างนี้เถอะเจ้าโอเซฮุน!!!! เยี่ยมเลยพ่อ เอาให้สุดไปเลยนะ ลู่หานหนูเกียมรับมือได้เลย คราวนี้ล่ะ แค่หนูมองหน้าน้องแบค พี่เซฮุนก็ขอหย่าแล้วมั้ง หึ เยี่ยมเลยไรท์ นี่ว่าแล้วว่าแบคกับอินังพี่เซมันต้องมาอะรวัย เอาล่ะนาทีต่อไป อิฉันอยากให้หนูลู่อดทน ยังไงก็ยืนยันคำเดิมว่า ทีมน้องลู่หาน ค่ะแม่!!! (อินเว้อมากแต่อินมากจีงๆ)​
    #70
    0
  21. #69 bambyp2104 (@bambyp2104) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 22:17
    ว่าแล้วววว่าแบคคิดเกิน ลู่เสียน้ำตาอีกแล้วแน่ๆ:-;
    #69
    0
  22. #68 Serummydear (@Serummydear) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 20:57
    โหหหหห ไรท์เก่งจังงงง รอจ้าๆ
    #68
    0
  23. #67 Peacehunhan (@peacelu) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 19:20
    งืออออออออ
    #67
    0
  24. #66 cplove (@cplove) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 18:43

    ก็รู้ว่าตัวเองจะทำอะไรก็โทรบอกลู่ก่อนไหมว่ายังไม่กลับเพราะอะไร ไม่ใช่อยากจะเลือกทำในสิ่งที่ตัวคิดว่าถูกก็ทำโดยไม่ต้องบอกใครให้รู้ เพราะคิด​อยู่ฝ่ายเดียวว่าสิ่งที่ตัวเองเลือกทำมันถูกที่สุดอ่ะ สงสารลู่มากบอกตรงๆ พี่ฮุน เฮ้ออออ

    #66
    0
  25. #65 namwanjunsi (@namwanjunsi) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 18:11
    ว่าแล้ว จะทำไรก็ทำเถอะเซ ฉันเบื่อพระเอกเรื่องนี้แล้ว
    #65
    0