H O P E N O T ❀ #อย่าลืมHH (HunHan)

ตอนที่ 2 : บทที่ ๑ ความต่าง (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 505
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 69 ครั้ง
    26 เม.ย. 62








บทที่ ๑

 

 

 

 

 

 

          Mercedes-Benz M Class 2014 สีดำขลับถูกขับเข้ามาจอดยังคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งใจกลางกรุง  แต่เซฮุนกลับยังคงนั่งค้างอยู่อย่างนั้นไม่ยอมไปไหนจนกระทั่งกาลเวลาผ่านไปเกือบห้านาทีที่เขาถอนหายใจออกมาเป็นรอบที่สาม เซฮุนฟุบหน้าลงกับพวงมาลัยรถด้วยสีหน้าเหนื่อยอ่อน  ต่อจากนี้สามเดือนที่เขาจะต้องย้ายออกมาอยู่คนเดียวโดยไม่มีภรรยากับลูก และหวังว่ามันคงจะเพียงพอสำหรับการพิสูจน์ตัวเองระหว่างเราทั้งสองคน  ซึ่งอันที่จริงเซฮุนไม่อยากกลายเป็นคนเห็นแก่ตัวเช่นนี้เลย แต่ว่าเขาเหนื่อยมากแล้วจริงๆ  เพราะตลอดสามปีมานี้ลู่หานเอาแต่วีน โมโหแล้วก็เหวี่ยง เธอเปลี่ยนไปกลายเป็นคนที่เขาไม่รู้จักและนั่นมันทำให้อัยการหนุ่มรู้สึกอ่อนล้า


           รู้ไหมว่าในหัวของเขาตอนนี้มันมีเรื่องอะไรที่ให้คิดเต็มไปหมด  ทั้งเรื่องงาน เรื่องลูก แล้วก็เรื่องเมีย  เขาเป็นห่วงความรู้สึกของจีฮุนว่าถ้าเกิดวันหนึ่งที่เจ้าตัวเกิดรู้ว่าความสัมพันธ์ของพ่อแม่เป็นเช่นไร แกก็อาจจะกลายเป็นเด็กมีปม  แต่ถ้าหากเซฮุนยอมทนอยู่กับลู่หานแบบนั้นโดยที่ไม่ตัดสินใจทำอะไรสักอย่างเลย มันก็จะกลายเป็นปัญหาเรื้อรังจนสักวันเราอาจจะทนอยู่ด้วยกันไม่ได้


          ดีไม่ดีจากตอนแรกคนที่เคยรักกันสุดหัวใจ แต่พอต่างฝ่ายต่างเริ่มทำร้ายความรู้สึกกันมากขึ้น  เซฮุนกลัวว่าในสักวันความรู้สึกดีๆที่เขามีให้ภรรยาอาจจะพลันกลายเป็นความเกลียดชังไปโดยไม่รู้ตัว   และหากวันใดที่เราทั้งสองจะต้องจบความสัมพันธ์ลงด้วยกันจริงๆ อย่างน้อยๆก็ขอให้หลงเหลือความรู้สึกดีๆต่อกันบ้าง  ไม่ใช่เลิกราทั้งๆที่ความเคียดแค้นยังมีอยู่เต็มอก เพราะสุดท้ายแล้วคนที่ต้องมารับกรรมโดยไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรเลยก็คือลูก                  


          และเพราะเหตุนี้อัยการหนุ่มจึงต้องรีบตัดสินใจทำอะไรบางอย่างเพื่อแก้ปัญหาก่อนที่เรื่องพวกนั้นจะเกิดขึ้น


          ใจของคนเราน่ะ มันไม่แน่นอนหรอกนะ  เมื่อรักได้ก็เกลียดได้ แล้วยิ่งครอบครัวของเราชอบหาเรื่องมาทะเลาะกันอยู่บ่อยๆ เซฮุนเลยค่อนข้างกลัวใจตัวเองรวมถึงใจของเมียเขา...


          ทุกครั้งที่เธอโมโหร้าย เซฮุนไม่เคยรู้เลยว่าภรรยาของตนกำลังคิดอะไรอยู่  เธอไม่ยอมฟังเหตุผลของเขาเลย เพราะฉะนั้นลองให้ต่างฝ่ายต่างแยกกันอยู่แบบนี้นี่แหละดีที่สุดแล้ว  ให้เวลากันได้กลับไปทบทวนตัวเองดูสักพัก ถ้าหากคิดว่าการอยู่คนเดียวโดยไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแล้วมันดีกว่าก็คงต้องยอมจบความสัมพันธ์ในรูปแบบของสามีภรรยากันไปโดยที่ต้องเจ็บปวดให้น้อยที่สุด


          มีเพื่อนคนหนึ่งเคยบอกกับเซฮุนเอาไว้ว่า หากต้องการจบความสัมพันธ์กับใครสักคน ก็ขอให้จบแบบที่ยังหลงเหลือความรู้สึกดีๆต่อกัน แค่ในฐานะเพื่อนหรือคนรู้จักก็ได้  เพราะอย่างน้อยๆมันก็ดีกว่าการที่ต้องเลิกกันไปพร้อมๆกับความเกลียดชัง


          ซึ่งพอมาลองคิดดูแล้วมันก็คงจริงอย่างที่เพื่อนเขาว่า เพราะถ้าหากวันใดวันหนึ่งที่เราสองคนต้องเลิกรากันไปพร้อมกับความรู้สึกเกลียดชังจริงๆ  ท้ายที่สุดแล้วคนที่ต้องมารับรู้ความเจ็บปวดที่พ่อแม่สร้างเอาไว้ก็คือลูก...


           เขาไม่อยากให้ลูกต้องมารับรู้เรื่องพวกนี้ เพราะนั่นหมายถึง มันอาจจะกลายเป็นปมติดตัวแกไปจนโต


          เซฮุนได้แต่หวังว่าทั้งเขาและเธอคงจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม คือการสมานรอยร้าวพวกนี้ให้หายได้ในเร็ววัน...


          แต่ถ้ามันมองไม่เห็นหนทางหรือไม่สามรถกลับมาได้อีกแล้วจริงๆ  อย่างน้อยๆบทบาทหน้าที่ของความเป็นพ่อเป็นแม่ก็ควรจะดำเนินต่อไปได้ แม้อาจไม่ใช่ในฐานะของสามีภรรยาเหมือนอย่างเก่าก็ตาม


          อัยการหนุ่มเดินลากกระเป๋าออกมาจากลิฟต์ด้วยท่าทีอ่อนแรง  ในตอนนี้เซฮุนไม่สามรถรับรู้อะไรอีกแล้วนอกจากดำดิ่งลงไปในความคิดอันหนักอึ้งของตัวเอง  เขาจัดการทาบคีย์การ์ดลงไปตรงประตู แต่แล้วอยู่ๆก็ต้องหยุดชะงักลงเมื่อเพื่อนข้างห้องได้ส่งเสียงทักทายอย่างคุ้นเคย


          “อ้าวอัยการโอ...จะย้ายมาอยู่ที่นี่ถาวรแล้วหรอคะ?”  หญิงสาวเอ่ยถามเสียงใส


          เซฮุนเพียงแค่ยิ้มรับบางๆก่อนจะพยักหน้าให้เธอเบาๆ  เพื่อนบ้านคนนี้อันที่จริงเขาพึ่งมีโอกาสได้รู้จักเธอเมื่อไม่กี่เดือนก่อน ตอนที่เริ่มระหองระแหงกับลู่หานจนถึงกับต้องหนีออกมานอนที่นี่  เธอชื่อว่า พัค ซูยอง เคยได้ยินมาว่ากำลังเรียนอยู่ชั้นปีที่สี่ของมหาวิทยาลัยดังแห่งหนึ่งในโซล แต่เซฮุนก็ไม่ได้รู้ลึกถึงขนาดที่ว่าเจ้าตัวเรียนอยู่คณะอะไรหรอกนะ  แต่เท่าที่สัมผัสได้เวลาพบเธอเลยก็คือ เด็กคนนี้เป็นคนมองโลกในแง่ดีมากๆ ซูยองจัดได้ว่าเป็นคนที่มีมนุษย์สัมพันธ์ดีประเภทหนึ่งเลยทีเดียวล่ะ  พบหน้ากันทีไรส่วนใหญ่ก็มักจะมีรอยยิ้มสดใสฉายชัดอยู่บนความหมดจดนั้นตลอด  รวมถึงครั้งนี้เองก็เช่นกัน  มันทำให้เซฮุนเผลอหยุดนิ่งค้างมองดวงหน้าหวานนั้นไปโดยไม่รู้ตัว 


          หากแต่เหตุผลที่ทำให้เซฮุนหยุดมองนั้นไม่ใช่เพียงเพราะรอยยิ้มซูยองแต่อย่างใด  ทว่าความเป็นจริง มันกลับเป็นรอยยิ้มของลู่หานเมื่อนานมาแล้วที่กำลังซ้อนทับขึ้นมาบนใบหน้าของพัคซูยองตางหากล่ะ


          ไม่รู้ว่าภรรยาผู้น่ารักคนเดิมหายไปนานเท่าไหร่แล้ว  จำได้แค่ว่าเดี๋ยวนี้พอกลับบ้านมาทีไรก็มักจะพบเจอแต่ความไม่สบอารมณ์ประดับอยู่บนใบหน้านั้นตลอดเวลา


          “ครับ  พอดีที่บ้านมีปัญหานิดหน่อย” เสียงนุ่มเอ่ยตอบอย่างสุภาพไม่ได้ขยายความอะไรต่อ เพราะคิดว่านี่เป็นเรื่องส่วนตัวและคนอื่นคงไม่จำเป็นต้องรู้


          “อ๋า...อย่างนั้นเองหรอคะ  อ้อ คุณอัยการรอฉันอยู่ตรงนี้สักครู่นะคะ พอดีอบคุกกี้ไว้เยอะเลยเดี๋ยวฉันไปเอามาให้นะคะ”


             เซฮุนเงียบลงไปสักพัก เขาค่อนข้างรู้สึกเกรงใจเล็กน้อย เพราะเราเองก็ไม่ได้สนิทกันถึงขั้นนั้น  อันที่จริงเขาพึ่งมีโอกาสได้เจอซูยองเพียงไม่กี่ครั้งด้วยซ้ำ 


        เซฮุนเหลือบตามองใบหน้าเธอด้วยความลังเล


          แต่ในที่สุดอัยการหนุ่มก็ยอมตอบออกมา


          “เอ่อ อย่าดีกว่าครับรบกวนเปล่าๆ” เขาว่าพลางยกมือขึ้นปัดอากาศเบาๆด้วยท่าทางเกรงใจ  หากแต่หญิงสาวตรงหน้ากลับหัวเราะคิกคักพลางทาบคีย์การ์ดลงไปยังประตูห้องของตัวเอง


          “รบกวนอะไรกันล่ะคะ  เพื่อนบ้านกันแท้ๆ  ยังไงก็ถือเสียว่าต้อนรับเพื่อนบ้านอย่างเป็นทางการแล้วกันนะคะ”


          ซูยองเอ่ยเสียงใส  แต่เซฮุนกลับรู้สึกเกรงใจเพราะกลัวจะรบกวนเอาเปล่าๆ  ทว่าอีกใจหากเขาไม่รับก็คงดูเสียมารยาทแย่ เพราะไหนๆเจ้าตัวก็อุตส่าห์ออกปากว่าจะเอามาให้ขนาดนั้นแล้ว บางทีแค่รับไว้ก็คงไม่น่าเสียหายอะไร


          “งั้น...รบกวนด้วยนะครับ”

 







 

 

 

 

 

          ผ่านมาเกือบสองชั่วโมงแล้วที่เอาแต่นั่งร้องไห้อยู่เงียบๆคนเดียวโดยที่ไม่มีใครเห็น  พอร่างหนาของคนรักคล้อยหลังไปได้ไม่นาน ความอ่อนแอทั้งหมดก็ถูกปลดปล่อยออกมาผ่านเสียงสะอื้นบ่งบอกถึงความเจ็บปวดและรวดร้าวที่ต้องเผชิญหน้าและผ่านมันไปให้ได้  แม้จะสาหัสขนาดไหน แต่สุดท้ายก็ต้องยอมรับความจริงว่าต่อให้จะรั้งไว้ยังไงก็คงไม่มีประโยชน์


          มันคงถึงขีดสุดของเซฮุนแล้วจริงๆสินะเขาถึงได้ติดสินใจทำอะไรแบบนี้ลงไป 


          ร่างบางยกมือขึ้นกุมขมับ พลางเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น ปล่อยให้น้ำตาเม็ดใสไหลรินลงอาบพวงแก้มทั้งสองข้างอย่างเชื่องช้า  เธอพยายามอย่างมากกับการคิดหาวิธีที่จะทำให้เราทั้งคู่กลับมาเป็นเหมือนเดิม  แต่มันก็เกิดความขัดแย้งขึ้นภายในใจมากมายว่าเรื่องราวทั้งหมดที่ผ่านมาลู่หานเองก็ไม่ใช่ฝ่ายเดียวที่ผิดเสียหน่อย แล้วทำไมเซฮุนถึงชอบทำเหมือนกับเธอเป็นตัวต้นเหตุเสมอกัน


           แต่ช่างมันเถอะ  คิดไปก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรขึ้นมาอยู่ดี เพราะยังไงเสียเรื่องพวกนี้มันเกิดขึ้นจนเกินจะเยียวยาแล้ว


          “ฉันจะไม่ยอมให้พี่ไปไหนเด็ดขาด”  ร่างเล็กพูดกับตัวเองพลางยกมือขึ้นปาดน้ำตาลวกๆ  หากเซฮุนบอกให้ลู่หานทบทวนตัวเองเธอก็จะทำ จะพยายามอย่างถึงที่สุดเพื่อพาเขากลับมาก่อนใบหย่าจะถูกเซ็นในอีกสามเดือน

 

 

 

 



 

 

#อย่าลืมHH

 

 

 

 

 




 

          ตลอดช่วงบ่ายที่ผ่านมา ลู่หานพยายามหยิบนั่นจับนี่เพื่อให้ตัวเองเลิกคิดแล้วก็หยุดฟุ้งซ่าน แต่ดูเหมือนมันจะไม่ค่อยได้ผลเท่าไหร่นัก เมื่อเดินไปทางไหนก็พบแต่รูปครอบรัวในตอนที่เรายังมีความสุขด้วยกัน  สถานที่เดิมๆภายในห้องนอนยังคงมีกลิ่นของเซฮุนหอมระเรื่ออยู่บนเตียง  ภาพเรื่องราวในวันวานหลั่งไหลเข้ามาในหัวราวกับเขื่อนแตก


           ทั้งสุขทั้งเศร้า และรอยยิ้มเคล้าน้ำตาของเราทั้งสองในวันแต่งงาน  ลู่หานคิดถึงบรรยากาศเหล่านั้นมากมายเหลือเกิน จนอยากจะทำทุกอย่างให้ย้อนกลับไปเหมือนอย่างเก่า.....แต่มันกลับมองไม่เห็นแม้แต่หนทาง 


           เพราะโอ เซฮุน เป็นคนทำลายความเชื่อใจของลู่หานลงเองกับมือ


           เวลามีปากเสียง หรือถามไถ่ในเรื่องที่ค้างคาใจ ชายหนุ่มก็มักจะแสดงออกมาทางสีหน้าอย่างชัดเจนว่าเขาทั้งเบื่อแล้วก็เหนื่อยหน่ายมากขนาดไหน  เซฮุนไม่เคยคิดจะอธิบายอะไรทั้งนั้น นอกจากเอาแต่เดินหนี แล้วปล่อยให้ร่างเล็กคิดฟุ้งซ่านอยู่คนเดียวจนสุดท้ายก็มาลงเอยด้วยการทะเลาะกันจนบ้านแตก


          ความหวังดีจากภรรยาที่เคยหยิบยื่นให้ บ่อยครั้งก็ถูกอีกฝ่ายปฏิเสธกลับมาอย่างตัดน้ำใจ  เซฮุนไม่เคยคิดถึงจิตใจของเธอเลย


          พี่คะ ดึกแล้วไปนอนเถอะ


          อืม


            'พี่คะ--’


         'ขอล่ะ ลู่หานพี่อยากทำงานเงียบๆ


          นั่นเป็นครั้งแรกที่สามีของเธอเริ่มเปลี่ยนไป  ลู่หานพยายามทำความเข้าใจมาโดยตลอดว่าเขาคงเหนื่อยจากการทำงานแล้วก็คงมีแต่เรื่องมากมายให้คอยคิดหนัก  ลู่หานค่อยๆปรับตัวกับหลายสิ่งหลายอย่างที่เริ่มเปลี่ยนไปทีละนิด  ทุกครั้งเวลาเซฮุนเหนื่อย เธอจะพยายามเอาใจเขาอยู่เสมอ แต่ดูเหมือนว่าทุกๆสิ่งที่เพียรทำจะสูญเปล่าไปทั้งหมด เพราะเซฮุนเลือกที่จะมองข้ามมัน


          ทำไมวันนี้กลับดึก  โทรไปหาตั้งหลายสายก็ไม่รับ


          เห้อ...วันนี้พี่เหนื่อยมาทั้งวันแล้วอย่าพึ่งชวนทะเลาะตอนนี้ได้ไหม


          นี่ฉันไม่ได้จะชวนทะเลาะนะ!!  พี่เซฮุน หยุดก่อน เดี๋ยว!!’


        เขามักจะทึกทักไปเองเสมอว่าลู่หานน่ะ ชอบมาชวนทะเลาะในทุกๆครั้งที่กลับบ้านมา  ทั้งที่จริงๆเธอก็แค่เป็นห่วง เพราะบางทีเซฮุนก็กลับบ้านแบบมืดๆค่ำๆ แถมยังขับรถมาคนเดียวเลยกลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นในระหว่างทาง  หากแต่ความหวังดีของลู่หานก็ถูกชายหนุ่มมองว่ามันเป็นเรื่องที่น่ารำคาญ  ซึ่งถ้าหากเซฮุนได้ลองหันกลับมาสังเกตมันดูสักนิด เขาก็จะพบว่าเธอเป็นห่วงจริงๆไม่ได้มีความคิดที่อยากจะชวนทะเลาะอะไรแบบนั้นกันเลยด้วยซ้ำ


          แต่ทั้งหมดที่ทำ เซฮุนก็ไม่เคยรู้ตัวหรอกว่ามันทำร้ายจิตใจกันมากมายขนาดไหน


          พอนึกถึงเรื่องเก่าๆในอดีตน้ำตาก็พาลไหลออกมาราวกับหยาดฝน  ริมฝีปากบางสั่นระริกเบะคว่ำลงเหมือนกับเด็กๆ ให้ทายว่าสภาพเธอในตอนนี้มันคงจะน่าเกลียดเอามากๆ  ใบหน้าหวานที่ในตอนแรกมันเคยขาวผ่องกลับกลายเป็นสีแดงก่ำเมื่อพึ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักหน่วง คราบน้ำตาอันเก่าบนพวงแก้มยังไม่ทันแห้งดีรอยใหม่ก็ถูกความเปียกชื้นซ้ำทับลงมาอีกรอบ  ดวงตากวางกลมโตที่เคยถูกเซฮุนชมว่าชอบนักชอบหนา แต่มาบัดนี้กลับบวมเป่งยิ่งกว่าอะไร


          ลู่หานยกมืออีกข้างขึ้นกุมอกตัวเองเอาไว้เมื่อเหลือบไปเห็นรูปแต่งงานที่ตั้งตระหง่านอยู่บนหัวเตียง นึกถึงวันที่เคยสัญญากันอย่างดิบดี ชุดสีขาวแห่งความบริสุทธิ์พร้อมรอยจูบอันแสนนุ่มนวลที่ประทับลงมาบนอวัยวะเดียวกันเหมือนกับอีกฝ่าย  ทุกคนต่างร่วมแสดงควายินดีกับเราทั้งสองผ่านทางรอยยิ้มและหยดน้ำตาแห่งความภูมิใจ


          “ทำไม...ถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้” แต่สุดท้ายแล้ว ความสุขเหล่านั้นก็กลับตาลปัตรไปหมด เมื่อมันถูกภาพแห่งความทรงจำอันแสนเจ็บปวดซ้อนทับเข้ามาแทนรอยยิ้มและความปิติยินดี


         เพราะในวันหนึ่ง


          สามีของเธอเดินเข้ามาในบ้านด้วยสภาพโซซักโซเซ  ทั้งกลิ่นเหล้าบุหรี่ตีกันจนแทบมึนหัว  ลู่หานรีบถลาตัววิ่งไปพยุงชายหนุ่มเอาไว้  จนสามารถรับรู้ได้ถึงกลิ่นหอมฉุนอะไรบางอย่าง พอพินิจดูแล้วช่างคล้ายกับน้ำหอมของผู้หญิง แต่ร่างเล็กก็พยายามบอกตัวเองว่ามันคงไม่มีอะไร  ลู่หานแบกเขาขึ้นมาบนห้องด้วยความทุลักทุเล จัดการวางคนตัวโตลงเตียงนอนอย่าเบามือพลางจัดท่าทางเพื่อให้รู้สึกสบายตัว


          ร่างเล็กก้มลงไปถอดถุงเท้าให้ผู้เป็นสามีอย่างไม่นึกรังเกียจ ก่อนจะเดินออกไปหยิบผ้าขนหนูกับน้ำเปล่ามาเพื่อหวังจะเช็ดตัวให้  แต่ทว่า ในจังหวะที่กำลังจะปลดกระดุมเสื้อ เธอกลับเหลือบไปเห็นร่องรอยอะไรบางอย่างที่ปรากฏเด่นชัดอยู่บนแผงอกนั้น  ซึ่งแน่นอนล่ะว่าคงไม่ใช่ยุงกัดแน่ๆ  แต่กระนั้นลู่หานก็ยังคงพยายามจะเช็ดตัวทำความสะอาดร่องรอยพวกนั้นให้เขา  เธอร้องไห้อยู่เงียบๆคนเดียวและพยายามกลั้นเสียงสะอื้นตัวเองเอาไว้เพราะกลัวว่าคนตรงหน้าจะตื่นมาเห็น


           ความรู้สึกที่ทั้งโกรธ โมโหและเสียใจเหมือนถูกหักหลังแล่นพรานไปทั่วร่างกายทำให้ลู่หานตัวสั่นราวกับภูเขาไฟที่พร้อมปะทุออกมาได้ทุกเมื่อ  มันจุกอกไปหมดจริงๆนะ  เซฮุนไม่น่าทำลายความเชื่อใจของเธอเลย


          พี่ทำอะไรลงไปเซฮุนตอบมาเดี๋ยวนี้นะ!!’


          ก็บอกว่าไปเที่ยวกับเพื่อนมันไม่ได้มีอะไรเกินเลยจริง ฟังหน่อยสิ


          ฉันไม่ฟัง!! พี่แอบไปมีเมียน้อยที่ไหนพูดออกมาให้หมดเลยนะ โอเซฮุน!!’


          นี่เธอชักจะก้าวร้าวเกินไปแล้วนะ สงบสติตัวเองหน่อยสิ  ไม่กลัวลูกตื่นรึงไง!


          ฮึก! พี่มันสารเลว!!  พี่มันแย่ พี่มันเป็นสามีที่ห่วยแตกที่สุดเลยรู้ไหม!!!’


          และอีกหลากหลายถ้อยคำหยาบคายที่ถูกพ่นออกมาคนตัวเล็ก  แรงทุบตีมหาสารจากอารมณ์ครุกกรุ่นที่ที่คอยสาดมันใส่คนตรงหน้าราวกับอยากฆ่าให้ตาย  ลู่หานทั้งเสียใจและเคียดแค้นจนสติพร่ามัว  ไม่ได้สนใจว่าตนจะเผลอทำร้ายร่างกายสามีจนเขาเจ็บระบมไปขนาดไหน  แต่พอรู้ตัวอีกทีก็ถูกรวบมือทั้งข้างไว้ก่อนจะทรุดนั่งร้องไห้อยู่ในอ้อมกอดอุ่นๆของเขาเสียแล้ว


           ครั้งนั้นเป็นครั้งที่เราสองคนทะเลาะกันรุนแรงที่สุดเท่าที่เคยเป็นมา  ลู่หานทั้งรู้สึกผิดหวังและหมดความเชื่อใจในตัวสามีของตนจนแม้แต่หน้าก็ไม่อยากมอง  เชื่อไหมว่าพอเหตุการณ์ทุกอย่างจบลงบรรยากาศในบ้านก็มีแต่ความมึนตึงจนแทบจะหาความสุขเหมือนกับเมื่อก่อนไม่เจออีกเลย


          จากครอบครัวที่เคยมีแต่ความอบอุ่น แต่บัดนี้กลับเอาแต่สาดอารมณ์ใส่กันไม่เว้นวันเพราะแค่เรื่องเล็กๆน้อยๆ.....


        มันช่าง...ไม่มีความสุขเอาเสียเลย










(ต่อ)










 

กริ๊ง

 

 

          เสียงออดจากหน้าบ้านที่ดังขึ้นทำให้ลู่หานสะดุ้งตัวตื่นขึ้นจากโซฟาหลังจากที่นั่งจมอยู่กับความเศร้าโศกมาตั้งแต่เช้าจรดเย็น ร่างบางเหลือบตามองนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนังซึ่งเป็นเวลาประมาณบ่ายสามครึ่ง รู้สึกใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อยเพราะคิดว่าคนที่อาจจะยืนอยู่หลังประตูนั้นบางทีคงเป็นร่างของคนรักที่พึ่งกลับมาหลังจากตัดสินใจหอบผ้าหอบผ่อนหนีออกจากบ้านไปเมื่อเช้า...


          แต่พอลองย้อนกลับมาคิดดูดีๆแล้ว  ปรกติเวลาเซฮุนกลับมาจากทีทำงาน เขาก็มักจะเปิดประตูรั้วเองและขับรถเข้ามาเลย คงไม่มัวยืนกดออดรอให้เธอเดินออกไปรับแบบนี้หรอก


          แทบจะในทันทีที่ใบหน้าหวานเริ่มหม่นลง  แต่ลู่หานก็ต้องจำใจปั้นรอยยิ้มให้เป็นปรกติเพื่อเผชิญหน้ากับแขกที่กำลังมาเยือนอยู่ภายหน้า  จะให้ใครรู้ไม่ได้ว่าเธอกำลังเสียใจจากสาเหตุที่ว่าครอบครัวของเรากำลังแตกแยก  เพราะมันอาจจะส่งผลกะทบต่อชื่อเสียงของสามีไม่มากก็น้อยในฐานะที่ต้องคอยอาศัยภาพลักษณ์ความหน้าเชื่อถือในการทำงานเจ้าตัว


          มือบางถูกยกขึ้นปาดน้ำตาลวกๆก่อนที่ท่อนขาเรียวจะก้าวออกไปตามทางเดินเพื่อเปิดประตูให้กับแขกที่มาเยือน


          “พี่สะใภ้!”  


          ทันทีที่บานประตูเปิดออก ดวงตากลมของหญิงสาวร่างเล็กก็ถึงกับไหววูบไปชั่วขณะ เด็กสาววัยสิบเจ็ดปีในชุดนักเรียนยืนส่งยิ้มกว้างๆสวนมาให้เธอด้วยท่าทางเป็นมิตร หากจะทำหน้านิ่งกลับไปก็เกรงว่าคงจะไม่เหมาะสมเท่าไหร่นัก  ร่างบางจึงตัดสินใจฝืนยิ้มเจื่อนส่งกลับให้เธอตามมารยาทแม้ความจริงจะเจ็บจนตัวแทบชาก็ตามที


          สุดท้ายแล้วก็เซฮุนก็ไม่กลับมาจริงๆ  


          จะทำอย่างไรดีเมื่อสิ่งที่คาดหวังเอาไว้ถูกพังทลาย ความรู้สึกทั้งหมดมันช่างไม่ตางกับถูกเหยียบหัวใจซ้ำไปซ้ำมาเลยสักนิด     


         “เข้ามาก่อนสิ” ลู่หานเอ่ยบอกเสียงแผ่วเหมือนกับปรกติที่เราทั้งสองเคยพบกันมาก่อนหน้า  เธอเดินนำเด็กสาวเข้าไปในบ้านแล้วจัดแจงที่นั่งให้อย่างเรียบร้อยโดยไม่ได้มีท่าทีมึนตึงหรือว่าอึดอัด เพราะค่อนข้างรู้จักและสนิทสนมกันในระดับหนึ่ง


          โอ เซจองเป็นน้องสาวเพียงคนเดียวของโอ เซฮุนสามีของเธอ ส่วนสาเหตุหลักๆที่ทำให้เราทั้งสองสนิทกันนั่นก็อาจจะเพราะเจ้าตัวดันชอบหนีแม่ออกมานอนค้างที่บ้านหลังนี้ด้วยกันอยู่บ่อยๆในยามที่มีเรื่องไม่สบายใจ หรือปัญหาสุดคลาสสิคเช่นความไม่ลงรอยกันระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่  ซึ่งแน่นอนแหละว่านอกจากเพื่อนที่โรงเรียนก็คงไม่มีใครที่จะสามรถรับฟังปัญหาของเด็กสาวได้ดีอีกแล้วยกเว้นลู่หานที่คิดว่าอยู่ในวัยใกล้เคียงกันมากที่สุด


          คืนนี้ยังไงเสียเซฮุนก็ไม่อยู่  ถ้าให้นอนด้วยกันก็คงไม่รู้สึกเหงา เพราะจีฮุนเองก็ติดคุณอาเซจองยิ่งกว่าอะไร


          ดีเหมือนกัน


          “กินอะไรดีล่ะเดี๋ยวพี่ไปเอามาให้”


          “อยากกินน้ำส้มค่ะ เดี๋ยวหนูไปหยิบเองก็ได้” เด็กสาวว่าส่งยิ้มๆ แม้จะแอบรู้สึกแปลกๆกับทั้งสีหน้าและท่าทางของผู้หญิงตรงหน้าที่มีศักดิ์เป็นถึงพี่สะใภ้ก็ตามที


           เซจองสัมผัสได้มาหลายคราแล้วแต่ก็ไม่กล้าทักออกไปว่าเมื่อก่อนบรรยากาศรอบๆตัวมันเคยสดใสกว่านี้ แต่ว่าช่วงหลังๆมาดูเหมือนระหว่างพี่ลู่หานจะมีอะไรแปลกๆไป  เพราะถ้าหากลองมองจากภายนอกแล้วล่ะก็จะเห็นได้ชัดเลยว่าร่างกายนั้นดูซูบผอมจากเดิมลงไปมาก แถมยังดูเศร้าสร้อยแล้วก็หม่นหมองเหมือนกับไม่ใช่พี่สะใภ้คนเดิมที่เธอเคยรู้จัก


          หากสุดท้ายแล้วพอลอบสังเกตไปได้สักพักความสงสัยก็ทำให้เด็กสาววัยสิบเจ็ดตัดสินใจเปล่งเสียงเอ่ยถามออกมา


          “มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าคะ  รู้ไหมว่าช่วงนี้พี่น่ะผอมเกินไปแล้วนะ”


          เมื่อสิ้นประโยคการกระทำต่างๆก็ถึงกับหยุดชะงักลง ลู่หานหันกลับมามองใบหน้าเด็กสาววัยสิบเจ็ดก่อนสุดท้ายจะตัดสินใจฝืนยิ้มเจื่อนๆให้  “พอดี...ช่วงนี้พี่ป่วยบ่อยน่ะ เลยไม่ค่อยอยากอาหารเท่าไหร่”


          ให้ตายเถอะ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะลองตะโกนออกไปดังๆให้รู้แล้วรู้รอดเลยว่าพี่ลู่หานโกหกโคตรจะไม่เนียน  เซจองพยายามทำเป็นเชื่อแม้ในใจจะมีคำถามมากมายอยู่เต็มอก  แต่ทว่าพอดูจากทรงแล้วเหมือนกับลู่หานเองก็ไม่ค่อยอยากจะเล่าให้คนอื่นฟังสักเท่าไหร่ ฉะนั้นแล้วเด็กสาวเลยได้แต่เออ ออห่อหมกตามไปแล้วค่อยรอเมื่อตอนที่พี่เขาพร้อมจะเล่าให้ฟังเองก็แล้วกัน...


           แต่ไม่รับประกันหรอกนะ เพราะถ้าหากมันนานเกินไปจนรอไม่ไหวก็จะสืบเอง  เรื่องแค่นี้น่ะไม่ยากหรอก


         “เอ้อ แล้วนี่เจ้าพี่ชายตัวดีของฉันไปไหนล่ะคะ อย่าบอกนะว่างานยุ่งจนไม่ได้กลับบ้านอีกแล้ว...หนอย คอยดูเถอะฉันจะเอาเรื่องนี้ไปฟ้องแม่ เตรียมตัวไว้เลยโอเซฮุน” เซจองพูดติดตลกพลางทำท่าทางประกอบเพื่อหวังจะให้เกิดเสียงหัวเราะขึ้นระหว่างเรา ในขณะเดียวกันก็คอยลอบสังเกตอาการของพี่สะใภ้ว่าเป็นเช่นไร และใช่


         ดวงตาคู่นั้นวูบไหวทุกครั้งยามที่เธอเอ่ยปากถึงพี่ชาย


            และทุกอย่างมันอยู่ในกรอบสายตาของโอเซจองคนนี้ทั้งหมด


           เพียงเท่านั้นก็สามารถทำให้รับรู้ได้แล้วว่าระหว่างพี่ชายกับพี่สะใภ้จะต้องมีบางอย่างที่กำลังแปลกไป


          “เอ่อ..เซจองอยากกินขนมไหม พี่มีพายแอปเปิ้ลอยู่ในตู้เย็น ถ้าเราอยากก


          “พี่กำลังมีปัญหากับเซฮุนอยู่ใช่ไหม?”


          ชั่ววินาทีที่เซจองตัดสินใจถามออกมาอย่างเด็ดขาดทำให้ลู่หานชะงักนิ่งไปพักพักหนึ่ง  ความเหมือนกันของพี่น้องคู่นี้เท่าที่สังเกตได้ทุกครั้งเวลาคุยกันเลยก็คือความเอาแต่ใจไม่ยอมเป็นสองรองใคร  ถ้าหากอยากรูอะไรเลยก็จะถามโดยไม่รอคิดหน้าคิดหลัง แถมยังชอบทึกทักไปตามความคิดของตัวเองแล้วค่อยมาฟังคำอธิบายจากคนอื่นเอาทีหลัง


          ลู่หานไม่ได้จะสื่อว่าการกระทำเช่นนี้ของเซจองมันแย่นะ  เพราะเท่าที่ดูจากองค์ประกอบต่างๆทั้งจากที่สีหน้า แววตาและท่าทางแล้ว บางทีเด็กคนนี้คงอาจจะกำลังเป็นห่วงเธออยู่จริงๆ


          แต่ยังไงเสียลู่หานก็ไม่อยากบอกเรื่องส่วนตัวกับใครอยู่ดีเพราะกลัวว่าจะเป็นเรื่องใหญ่


          หากคุณแม่ของเซฮุนมารู้เข้ามีหวังสถานการณ์ต่างๆมันคงแย่ลงเสียยิ่งกว่าเดิมแน่


          ไม่อยากให้เป็นแบบนั้นเลย  แต่ดูเหมือนจะไม่สามรถโกหกคนอย่างเซจองได้เสียแล้ว


          “ม..มันก็แค่เรื่องเล็กๆน้อยๆน่ะ  เราสองคนก็แค่ทะเลาะกันนิดหน่อยตามประสานั่นแหละ ” ลู่หานตอบกลับออกไปด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักพลางทอดสายตามองเด็กตรงหน้าที่กำลังหรี่ตาจ้องมายังเธออย่างจับผิด “เอ่อ..คืนนี้จะค้างที่นี่หรือเปล่า พี่จะได้เตรียมอาหารเย็นที่เราชอบไว้ถูก”


          เปลี่ยนเรื่องเก่งเวลาจนมุมแล้วดวงตาก็จะลอกแลกไปมาแบบนี้นี่ล่ะถึงทำให้คนอื่นจับพิรุธได้  โอเซจองไม่ได้พูดอะไรต่อเธอเพียงแค่ถอนหายใจออกมาเพราะคิดว่าบางทีพี่สะใภ้เองก็คงยังไม่พร้อมจริงๆ ฉะนั้นแล้วเด็กสาวจึงทำได้เพียงแค่นั่งยิ้มๆก่อนจะเลิกจับผิดไปเองในภายหลังเมื่อน้ำส้มคั้นของโปรดถูกยกมาวางเสิร์ฟอยู่ตรงหน้า


        เห้อ...ก็บอกว่าจะไปหยิบเองยังไงเล่า


         “อีกประเดี๋ยวจีฮุนก็คงถึงบ้านแล้ว รอหน่อยนะ รายนั้นน่ะบ่นหาคุณอาแทบทุกวันเลย”


         “หืม..งั้นคืนนี้จะนอนฟัดเจ้าหมูอ้วนให้พุงย้วยเลย ฮ่าๆๆ”


          “เกินไปแล้วยัยเด็กบ๊อง”


          หลังจากนั้นบทสนทนาอันแสนกระอักกระอ่วนในคราแรกก็เริ่มดีขึ้น เซจองสามารถทำให้พี่สะใภ้ของตนยิ้มขึ้นมาได้บ้าง แม้จะไม่มากแต่มันก็ดีกว่านั่งหน้าบูดยิ่งกว่าคนแบกโลกเอาไว้ทั้งใบ  เด็กสาวดื่มน้ำส้มคั้นสดหมดไปสองแก้วถ้วน ในขณะเดียวกันลู่หานก็คอยทำงานบ้านกระจุกระจิกไปพลางรอลูกชายตัวเล็กกลับมาบ้าน


          มันคือเรื่องปรกติที่ทุกๆวันตั้งแต่จันทร์จนถึงศุกร์เซฮุนจะเป็นคนขับรถไปรับไปส่งลูกเองแทนการขึ้นรถโรงเรียนเพราะความเป็นห่วง แม้บางครั้งบทบาทระหว่างสามีภรรยาของพวกเขาจะย่ำแย่ลงมากขนาดไหน แต่สิ่งหนึ่งที่ทั้งสองจะไม่มีวันละเลยไปได้เลยก็คือฐานะของความเป็นพ่อและแม่


          ลู่หานเหลือบตามองนาฬิกาบนผนังอีกครั้ง เมื่อเข็มยาวชี้เลขสิบสองก็จะเป็นเวลาเลิกเรียนของจีฮุนพอดี ไม่รู้ว่าถ้าหากเซฮุนพาลูกมาส่งบ้านในวันนี้ลู่หานควรจะวางตัวอย่างไรเมื่อต้องพบหน้ากับเขา อีกอย่างเซจองเองก็ทำท่าเหมือนจะจับพิรุธได้ว่าเราสองคนทะเลาะกันเสียด้วย  บอกตามตรงว่าลู่หานไม่ได้ต้องการให้คนอื่นมารับรู้ด้วยเลยเพราะกลัวจะเป็นเรื่องใหญ่ แล้วยิ่งถ้าคุณนายโอดันมาทราบเข้าไปอีกคน มีหวังเรื่องคงต้องวุ่นวายหนักยิ่งกว่าเดิมแน่


 

ครืนนน


 

          เสียงล้อเหล็กที่ลากไปกับพื้นปูนซีเมนต์บ่งบอกได้ดีว่ามีใครบางคนกำลังเปิดมันออก  โอเซจองจากตอนแรกที่เคยนั่งๆนอนๆอยู่บนโซฟา ทว่าอยู่ๆเจ้าตัวก็ดีดตัวขึ้นก่อนจะปรี่วิ่งออกไปด้านนอกด้วยสีหน้าและท่าทีเริงร่าจนปิดไม่มิด  ลู่หานคิดว่าเซฮุนคงจะพาลูกกลับมาส่งแล้ว  เธอจำเสียงรถยนต์ของเขาได้  ร่างบางเอาแต่ยืนเก้ๆกังๆเฝ้าแอบมองผู้เป็นสามีและลูกอยู่ตรงประตู ไม่รู้ว่าควรจะออกไปหาดีไหม เพราะกลัวว่าเซฮุนคงจะไม่อยากเห็นหน้า  อีกอย่างเธอกลัวว่ามันจะพาลทำให้บรรยากาศรอบตัวของเราแย่ลงยิ่งกว่าเดิม  หรือเอาง่ายๆคือ..เราทั้งสองยังคงไม่พร้อมที่จะพบหน้ากันในตอนนี้


          “อ้าวพี่สะใภ้! มัวยืนอะไรอยู่ตรงนั้นเล่าออกมาซี่” ในขณะที่กำลังยืนทอดสายตามองใครบางคนอยู่อย่างเลื่อนลอย  หากแต่อยู่ๆก็กลับมีเสียงใสๆของเด็กสาววัยสิบเจ็ดดังขัดขึ้นมาเสียก่อน  ลู่หานกระพริบตาปริบ เกิดอาการอึกอักระคนทำตัวไม่ถูก เพียงชั่ววินทีที่ดวงตากลมเหลือบไปเห็นใบหน้าของสามี เขาจ้องมองมาที่เธอด้วยสีหน้าและแววตาอันยากจะขาดเดา หากแต่ก็ไม่นานนักหรอก เพราะสุดท้ายแล้วเซฮุนก็เปลี่ยนเป้าหมายไปเป็นเด็กชายตัวเล็กตรงหน้าแทน


          “จะ..จีฮุนครับ เอากระเป๋าไปเก็บในบ้านกันนะลูก” ลู่หานเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงติดขัด ก่อนจะค่อยๆย่างก้าวเข้าไปหาลูกชายในอ้อมอกของคนเป็นพ่อ


          “นี่พี่น่ะ ส่งหลานมาให้ฉันเถอะ เดี๋ยวพาจีฮุนไปเข้าเก็บในบ้านเอง”


          “เอางั้นหรอ?”


          “อื้ม.. ส่งมาเร็วๆสิ เนาะจีฮุน” เซจองหันไปรับคำพี่ชายก่อนจะเปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นหลานรักในภายหลัง


          “ครับอา”


          “เอ่อ..ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวฉันพาลูกเข้าบ้านเองก็ได้” ทันทีที่ซุ่มเสียงหวานนั้นจบลง ทั้งเซฮุนแล้วก็เซจองต่างพากันหันหน้ากลับมามองยังร่างเล็กพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย  หากแต่ลู่หานกลับเลือกที่จะโฟกัสไปที่ลูกเพียงอย่างเดียว เพราะไม่อยากรับรู้ว่าผู้ชายตรงหน้ากำลังมองเธอมาด้วยสายตาแบบไหน 


          บรรยากาศรอบตัวพาลเงียบลง  ในคราแรกจากที่เคยคิดเอาไว้ไม่จริงจังนักว่าทั้งพี่ชายแล้วก็พี่สะใภ้คงจะมีปัญหากัน เดี๋ยวอีกสักพักก็คงหายไป หากแต่ตอนนี้ดูเหมือนเธอคงต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ เพราะบรรยากาศแบบนี้ต่อให้มองจากดาวอังคารก็รู้ว่าทั้งสองกำลังระหองระแหงกันอยู่แหงๆ


              “เอ่อ...จีฮุนเข้าบ้านกับอานะครับ” พอว่าจบเด็กสาวร่างเล็กก็รีบปรี่เข้าไปอุ้มเด็กชายตัวน้อยออกจากอ้อมอกของคนเป็นพ่อทันทีก่อนรีบวิ่งหนีเข้าไปในบ้านเพราะคงไม่อาจทนกับบรรยากาศอึดอัดเช่นนี้ต่อได้ หลงเหลือเอาไว้เพียงความเงียบงันจากสองสามมีภรรยาที่เอาแต่ยืนหลบตาทำราวกับกลายเป็นคนแปลกหน้าต่อกันและกัน


          “เซจอง...มากวนอะไรเธอหรือเปล่า?” ไหนๆก็ได้มาพบกันทั้งที อีกอย่างลู่หานก็เป็นภรรยาของเขา ถ้าหากไม่ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบอะไรกันเลยก็คงดูจะไม่ใช่  เซฮุนตัดสินใจเปล่งเสียงถามออกไปเพื่อทำลายความเงียบที่กำลังก่อตัวขึ้นบนช่องว่างระหว่างเรา  เขายกยิ้มน้อยๆให้ภรรยาก่อนที่ลู่หานจะยิ้มตอบกลับมา  หากแต่แล้วสุดท้ายดูเหมือนสิ่งที่ทำจะไม่เป็นผลสักเท่าไหร่


          ช่องว่างของเรามันกว้างเกินไป...


          “ไม่ค่ะ...เธอแค่มาค้างด้วย”


          “อืม...ก็ดีแล้วล่ะ..เธอกับลูกจะไดไม่เหงา”


              อยากจะพูดออกไปเหลือเกินว่าทำไมไม่กลับมาอยู่ด้วยกัน...แต่อยู่ๆก็กลับหาเสียงตัวเองไม่เจอขึ้นมาเสียนี่


          ร่างเล็กเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น  บอกตามตรงเลยว่าตั้งแต่แต่งงานกันมาไม่เคนคิดว่าจะมีครั้งไหนที่ทำให้เรารู้สึกอึดอัดเวลาคุยกันเท่าครั้งนี้มาก่อน


          “งั้นพี่ไปก่อนนะ”


          “เอ่อเดี๋ยว!” เมื่อเห็นแผ่นหลังกว้างนั้นกำลังถอยห่างออกไป รู้ตัวอีกทีก็เผลอเรียกรั้งเข้าไว้เสียแล้ว ลู่หานมีท่าทีเลิกลั่กเล็กน้อยเมื่อร่างหน้าตรงหน้าหมุนตัวกลับมา เขาเลิกคิ้วขึ้นถามประมาณว่ามีอะไร หญิงสาวเกิดอาการอึกอักขึ้นมาเฉียบพลัน “ไม่อยู่...ทานข้าวด้วยกันก่อนหรอ?”   


          ใจเต้นไม่เป็นจังหวะ แอบลุ้นว่าคำตอบที่ได้กลับมาจะเป็นยังไง มือบางเผลอกำเข้าหากันแน่น ลู่หานจ้องมองไปยังใบหน้าของสามีด้วยความหวังเล็กๆว่าอย่างน้อยๆถ้าหากเขายังคงเห็นใจกันอยู่บ้างก็น่าจะตอบตกลง


          ลู่หานแค่อยากใช้โอกาสตรงนี้ช่วยให้เรากลับมาคืนดีกัน แม้มันจะเป้นเพียงจุดเล็ก แต่เธอรักเซฮุนมาก และไม่ต้องการหย่ากับเขาเลยสักนิด


          อยากพยายามที่จะปรับปรุงตัว


          แต่ทว่า


          “ขอโทษนะ...พี่กลัวว่ามันจะอึดอัดเปล่าๆน่ะ”  พอจบประโยคนั้นก็เหมือนในหัวของเธอมันตื้อไปหมด 

          เซฮุนตัดสินใจหมุนตัวเดินจากออกมาพร้อมกับความรู้สึกผิดมากมายที่ถาโถมเข้าใส่  วันนี้จากเท่าที่สังเกตได้ดูเหมือนใบหน้าช่างดูอ่อนล้าและเศร้าหมองยิ่งนัก  รู้สึกสารอยู่เหมือนกัน หากแต่จะให้เขาทำอย่างไรได้ก็ในเมื่อเรามีแต่จะอึดอัดใส่กันเสียเปล่า


          ลองดูจากที่ยืนคุยกันเมื่อครู่สิ  มันทำให้เขารู้สึกราวกับกลายเป็นคนแปลกหน้าสำหรับอย่างไรอย่างนั้น


          “อย่าพึ่งไป!” น้ำเสียงหวานของภรรยาร่างเล็กโพร่งดังขึ้น  รู้สึกเสียใจ ทั้งผิดหวัง ว่าทำไมผู้ชายคนนี้ถึงชอบปิดโอกาสในระหว่างที่เธอกำลังพยายามเพื่อที่จะทำให้เราสองคนย้อนกลับมาเป็นเหมือนเดิม   


        มันไม่แฟร์  ไม่แฟร์เลยสักนิด


          เซฮุนหยุดฝีเท้าของตัวเองลงเพียงเท่านั้น  เขายอมหยุดเพื่อรอฟังว่าภรรยากำลังจะพูดอะไร แต่จากเท่าที่คิดไว้ก็คงไม่น่าจะพ้นไปจากเรื่องเดิมๆ อัยการหนุ่มถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายเพราะช่างเบื่อกับการทะเลาะกันโดยเรื่องไม่เป็นเรื่องเต้มที  แต่ดูเหมือนว่าลู่หานจะชอบนัก เธอถึงได้ขยันหามันมาใส่หัวเขาได้ทุกวันจนสุดท้ายพอทนไม่ไหว เขาเลยต้องตัดสินใจย้ายหนีออกมาอยู่ที่อื่นเพื่อหยุดปัญหาที่แม้จะทำได้เพียงชั่วคราวก็ตามที


        หากแต่ความเป็นจริง


        “เมื่อไหร่พี่จะเลิกมองข้ามความพยายามของฉันสักที....



           พี่น่ะ...ไม่เคยโทษตัวเองบ้างเลย”          

         


             ไม่ได้มีการด่าทอหรือมีปากเสียงอย่างทีตัวเองคิด 


         เพราะกลับกัน น้ำเสียงนั้นช่างเต็มไปด้วยความเจ็บปวด สั่นเครือ และอ่อนแรง

 








 

 

          คิดไว้แล้วจริงๆเชียวว่าสองคนนี้จะต้องทะเลากันแน่ๆ เซจองรีบย้ายร่างของตัวเองเข้ามาหาหลานชายที่ห้องนั่งเล่นอย่างเดิมพร้อมกับภาพเมื่อสักครู่ที่พึ่งประสบพบเจอมาตั้งแต่ต้นจนจบ


          ไม่รู้ว่าปัญหานี่เกิดมานานเท่าไหร่แล้ว  แต่ว่าเธอจะไม่ยอมให้มันเป็นเช่นนั้นแน่


          “จีฮุนครับ”


          “ครับคุณอา” เด็กน้อยเอ่ยตอบพลางต่อเลโก้ตัวโปรดไปในขณะเดียวกัน


          “พ่อกับแม่เขาเคยทะเลาะกันบ่อยหรือเปล่า?” เซจองหันซ้านแลขวาลอบมองว่าพี่สะใภ้ของตนเข้ามาหรือยังก่อนจะพบกับความว่างเปล่า  และเมื่อทางสะดวกเธอจึงเอ่ยปากถามหลานชายตัวเล็กทันทีที่มีโอกาสหวังจะได้คำตอบที่ตัวเองต้องการ


        เพราะเด็กมักจะไม่โกหก


        “อื้ม...พ่อกับแม่เสียงดังจีฮุนไม่ชอบเลย  ...."


        "..."


          "แล้วคุณแม่ก็ร้องไห้ด้วย  จีฮุนไม่ชอบเหมือนกันนะคุณอา”


          เด็กน้อยกล่าวตอบอย่างไร้เดียงสา ดวงตากลมโตที่ถอดแบบออกมาจากแม่กระพริบไปมา รู้แค่ว่าพ่อแม่ชอบเสียงดังแต่ก็ไม่เข้าใจว่าพวกท่านกำลังเสียงดังกันเรื่องอะไร  หากผู้เป็นอาที่พอได้ยินดังนั้นก็ถึงกับเกิดอาการสงสารหลานชายขึ้นมาจับใจ เธอรีบคว้าร่างน้อยๆนั้นมากอดไว้แนบอก เพราะไม่รู้ว่าตัวเองควรจะช่วยให้ครอบครัวนี้กลับมาเป็นเหมือนเดิมอย่างไรดี


        ก็อย่างว่าแหละ มันเป็นเรื่องของคนในครอบครัว  ส่วนคนนอกอย่างเธอเองก็ไม่รู้ด้วยว่าทั้งสองคนนั้นจะมีปัญหาระหองระแหงทะเลาะกันมาเท่าไหร่แล้ว...


        มิน่าล่ะจีฮุนถึงจำแล้วก็เอามาเล่าให้เธอฟังได้  ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาทั้งพี่ชายแล้วก็พี่สะใภ้คงจะทะเลาะกันบ่อยมากเลยล่ะสินะ

        











TALK






รีดคิดว่าไรท์ควรเปลี่ยนภาพปกดีมั้ย แบบว่าอันนี้มันดูน่ากลัว


อัพฟิคเก่าจบแล้ว!!! ได้เวลาออกโรงเรื่องใหม่ สัญญาจะมาบ่อยขึ้นเพราะสามรถอัพได้อย่างเต็มที่


เห็นจากคอมเม้นต์บอกกลัวซูยอง  ไรท์จะสปอยล์เฉยๆว่าอย่าเกลียดซูยองเลยนะคะ รออ่นตอนต่อไป เพราะเราจะค่อยๆเปิดเผยตัวแปรออกมาเรื่อยๆ



มาแล้วสำหรับตอนแรก  ในที่นี้ไรท์จะเขียนอธิบายมุมมองของแต่ละคนนะคะ ซึ่งยอมรับเลยว่าฟิคเรื่องนี้เป็นการเขียนที่ยากและท้าทายมาก  มันเขียนยากจริงๆ เพราะไม่รู้ว่าจะสื่อความรู้สึกของทั้งสองออกมาในมุมมองที่ต่างกันยังไงจึงจะดูมีเหตุผลที่สุด  ไรท์จะพยายามปรับปรุงภาษานะคะ  แบบมันยากจริงๆ อื่อออจะร้อง

  


ภาษาอาจจะไม่สวยหรือขัดใจไปบ้างแต่ไรท์จะพยายามปรับปรุงนะคะ



ปล. ไรท์เปลี่ยนชื่อเรื่องกับชื่อแท็กใหม่นะคะ 


อย่าลืมคอมเม็นต์เป็นกลจ.ให้ไรท์ด้วยเน้ออออออ เม้นต์ซ้ำๆก็ได้ไรท์ชอบอ่านไม่เบื่อโล้ย เพื่อแรงอัพฟิคในตอนต่อๆไป


ถ้าหากใครที่ไม่ได้ล็อกอินเด็กดีแล้วคอมเม็นต์ไม่ได้ก็สามารถ สกรีมแท็ก




#อย่าลืมHH  กันล่วยเน้อออออ








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 69 ครั้ง

163 ความคิดเห็น

  1. #121 เซฮาน (@luhunexosehan) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 18:06
    อ๊อยยย น้ำตาไหลเลย ช่วยฟังกันบ้างสักหน่อยก็ยังดีน่ะนะ เห้ออ
    #121
    0
  2. #52 zonya1220 (@zonya1220) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 09:02
    เครียด
    #52
    0
  3. #39 sxhun (@sxhun) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 22:36
    ทะเลาะก้นหนักกว่าเดิมแน่ๆ
    #39
    0
  4. #38 cplove (@cplove) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 08:17

    เราอ่านไปน้ำตาไหลไปทุกตอนเลยไรท์​ขา สงสารลู่มาก TT

    #38
    0
  5. #36 S'sunshine'E (@kai857978) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 01:06
    น้ำตาจะไหล
    #36
    0
  6. #35 Serummydear (@Serummydear) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 23:33
    เหมือนเซไม่รักกันแล้วอ่ะ หมดใจก็บอกตรงๆ สงสารลู่
    #35
    0
  7. #34 KimTomElfElf (@KimTomElfElf) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 09:22
    เกิดเป็นผญนี่มันลำบากจริงงงง เป็นห่วง หวง มากก็ไม่ได้ อีกคนก็รำคาญ ดูกลายเป็นคนขี้จุกจิกไปหมด 55555555555555 ไม่ชอบเวลาเซฮุนถอดหายใจเลย รู้สึกแบบเหนื่อยเหลือเกินกับความสัมพันธ์แบบนี้ เอาจริง ๆ นะ นี่เคยลองห่างกับแฟน ห่างจนลืมไปเลยว่าเคยมีแฟน 55555555 สุดท้ายก็เลิกกัน ถึงแม้อีกคนจะร้องไห้ โวยวายแค่ไหน แต่ใจมันเปลี่ยนไง นี่กลัวเซฮุนเป็นแบบนั้นมาก ยิ่งแบบย้ายมาอยู่คนเดียว ความสบายใจมันก็มีมากกว่า ที่ไม่ต้องมีเสียงทะเลาะกันอ่ะ แต่ยังไงก็สงสารลู่หานอ่ะ อยากให้ลู่หานออกไปหางานทำนะ อย่างน้อยก็ลดความคิดมากลงได้บ้าง ยังดีนะมีเซจองเข้ามาเป็นเพื่อน อย่างน้อยก็มาเล่นกะหลานได้อยู่บ้าง ลู่พยายามใจเย็นมากเลย ทั้ง ๆ ที่ในใจอาจจะอยากเหวี่ยงตะโกนใส่แล้วก็ได้ เซก็ไม่พยายามเลยอ่ะ คิดดูสิลู่ยืนหลบอยู่แถวประตูอ่ะ คิดว่าตัวเองควรออกไปไหม คือแบบบบบ แล้วชวนกินข้าว ก็ไม่กินอีก กลัวลู่จะคิดมากจนเป็นโรคอ่ะ กลายเป็นคนขาดความมั่นใจได้เลยนะ
    #34
    0
  8. #33 Namfahmini (@Namfahmini) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 01:58
    ภาษาดีมากๆเลย

    ไม่รู้ว่าเราอินเกินไปมั้ยแต่ร้องไห้เลย

    ความพยายามที่ทำมาทั้งหใดกลับถูกมองไม่เห็นค่านี้มันเจ็บจริงๆนะ

    คำว่า"ครอบครัว"ทำไมเวลามีปัญหาไม่ช่วยกันแก้ กลับให้คนๆนึงแก้ มันจะเรียกว่าครอบครัวได้ไง !
    #33
    0
  9. #32 QwaZZ (@QwaZZ) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 00:35
    ไม่อยากแบ่งฝั่งแต่ อดเข้าข้างน้องลู่หานไม่ได้อ่ะแม๊!!!! อิพี่ม้าง จัยรว้ายว่ะ ก็ต้องบอกกันตรงๆว่าน้ำตานุไหลแบบ ไม่มีสาเหตุเว่อ จับไม่ได้เลยว่าไหลทำไม แต่มันจุกหน่วงอยู่ตรงอกทั้งตอน ไรท์สื่อมันออกมาได้โคตรดีเลย รักไรท์จ้าเป็นกำลังใจให้ นุไม่อยากเดาต่อว่าตอนต่อไปจะเป็นอย่างไร ตอนนี้ในหัวคือคิดเข้าข้างน้องลู่โดยแท้ คิดแต่เรื่องของพวกเขามันจะแย่ลง คิดแต่ว่าน้องจีฮุนจิตใจของน้อง ฮืออ หนูลูก ป้าสงสารหนูเหลือเกิลลล /กอดหัวน้อง/
    #32
    0
  10. #31 ppploycb (@ppployployju) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 23:46
    สงสารน้องจีฮุน ตอนนี้แบบเหมือนพ่อไปทางแม่ไปทาง ถ้าลูกถามว่าพ่อไปไหน ก็ทิ้งลู่หานให้เผชิญหน้าคนเดียวหรอ ทำไมถึงทิ้งปัญหาไว้ ลู่หานงี่เง่าก็เพราะเป็นห่วง เซฮุนต่างหากที่ไม่เข้าใจและคิดอคติกับลู่หาน
    #31
    0
  11. #30 Peacehunhan (@peacelu) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 21:19
    เขียนดีแล้ววค่าาา
    ชอบมากกเลยอัพบ่อยๆๆนะคะ
    #30
    0
  12. #29 pcreamyeol20 (@pcreamyeol20) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 01:42
    เนื่อเรื่องสนุกมากฮือออนี่ร้องไห้ตามเลยยยยเเงงงงสู้ๆนะคะะ✌🏻✌🏻
    #29
    0
  13. #28 KimTomElfElf (@KimTomElfElf) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 01:31
    เนี่ย ถ้าเซฮุนพูดดี ๆ อธิบายลู่หานไป ลู่ก็คงไม่เป็นแบบนี้ เวลาที่คนเราอารม์เสียจากเรื่องอื่น แล้วมาพาลใส่อีกคน บอกตรง ๆ นี่ไม่ชอบเลย แต่อีกคนก็คือไม่รู้ไงว่าอารมณ์ดีหรือไม่ดีอยู่ในตอนนั้น ยิ่งตอนไปเที่ยวผับก็คือถ้าเราเป็นลู่เราก็คงคิดอ่ะ มีรอยฝากมาพร้อมลิปสติกอีก จะให้เมียรู้สึกยังไงเหรอ พอถามก็ไม่ตอบอ่ะ ถ้าอธิบายแล้วขอโทษก็ว่าไปอย่าง นี่คือไม่พูดอะไรเลย จะโทษแต่ลู่หานเปลี่ยนไปก็คงไม่ได้อ่ะ ต้องโทษเซฮุนด้วยที่ไม่พูดอธิบายอะไรเลย แล้วแยกกันอยู่แล้วมีเพื่อนบ้านที่เธอหยุดมองรอยยิ้มเขาอีก ถถถถถถถถถถ หวังว่าจะไม่คิดว่าซูยองคือแบบที่อยากได้อีกนะ กลัวแต่ลู่หานสติแตกบุกคอนโดแล้วเจอเซอยู่กับเพื่อนบ้านอ่ะ เซได้หย่าก่อน 3 เดือนแน่ ๆ ทางที่ดีลู่ต้องใจเย็น ๆ แล้วสงบสติอารมณ์ตัวเองให้ได้อ่ะตอนนี้ ไม่งั้นพังแน่ ๆ สงสารลู่หานชะมัด เฮ้ออออออออ
    #28
    0
  14. #25 sweethoney (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 21:28

    รอติดตามนะคะ พล็อตเรื่องน่าอ่านมาก TT

    #25
    0
  15. #24 Peacehunhan (@peacelu) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 22:59
    รอทุกวันเลยยยยย
    #24
    0
  16. #23 MiLd MildzMildz (@mild2112) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 00:26
    เอาล่ะ ฝั่งตัวผัวเริ่มชะนีน้อยเข้ามาเด้อจ่ะ เดี๋ยวก็กิ๊กกันแน่นอน เหอะ ทีมน้องลู่นะคะ
    #23
    0
  17. #22 Kusama Daniel (@pakkard2504) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 23:11
    ถ้าเราเป็นลู่หานเจอแบบนี้เราก็เป็นแบบลู่แหละ
    #22
    0
  18. #20 sxhun (@sxhun) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 22:19
    มีตัวแปรฝั่งเซฮุนโผล่มาแล้ว ทีมคุณแม่จะมีใครมาช่วยเลี้ยงไหมคะ จะโดเนทไปให้รำพระเอกกก
    #20
    0
  19. #18 Bookni (@Bookni) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 14:48

    สงสารลู่หานบอกเลย ยังไงก็ทีมลู่หาน ไม่ชอบห้องข้างๆเซเลยเดะก็ลงเอยด้วยการกิ๊กกัน

    #18
    0
  20. #17 ppploycb (@ppployployju) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 11:37
    น่าจะหันหน้าคุยกันดีๆ ไม่น่าใช้อารมณ์กันเลย ถ้าเซฮุนไม่มองข้ามก็จะเห็นความห่วงของลู่หาน ลู่หานก็ควรใจเย็นๆอย่าวู่วาม ฟังเซฮุนอธิบายก่อน แล้วตอนนี้น่าเป็นห่วงที่สุดก็คือน้องจีฮุน พ่อแม่แยกคนละแบบนี้ หลานจะรู้สึกยังไง เซฮุนอย่าเพิ่งมีคนอื่นนะ
    #17
    0
  21. #16 yaaa_naka (@yaaa_naka) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 08:02
    อัพอีกงับบบบ งื้ออออ
    #16
    0
  22. #15 nnlhw (@nnlhw) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 07:09
    อย่าพึ่งไปรักใครได้ไหม กลับมาฟังเหตุผลลู่หานก่อน อย่ามองว่าเป็นตัวน่ารำคาญในสายตาพี่ ช่วยเห็นใจหน่อยนะ
    #15
    0
  23. #13 Namfahmini (@Namfahmini) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 23:05
    รอติดตามเลยยย
    #13
    0
  24. #12 Peacehunhan (@peacelu) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 22:40
    ชอบบบบ
    อัพบ่อยๆๆๆ
    😭😭😭
    #12
    0
  25. #11 C_pcy (@C_pcy) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 22:26

    พี่ฮุนน่าจะมองในแนวลู่บ้าง
    #11
    0