จอมวายร้ายเจ้าหัวใจ

ตอนที่ 6 : ตอนที่ 4 ต้นเหตุของความแค้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4351
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    13 ม.ค. 53

ตอนที่ 4

ต้นเหตุของความแค้น

 

          สี่สิบนาทีต่อมารมิดา อติกานต์ ชนัญชยาแล้วก็พลอยไพลินก็เดินออกมาจากภายในมหาวิหารมาหยุดอยู่ตรงหน้ารูปปั้นของพระเจ้าวิกเตอร์ เอ็มมานูเอลที่ 2 ที่ขี่ม้าอย่างสง่าผ่าเผยอยู่ตรงอนุสาวรีย์ ถ้าหากมองไปรอบๆ มหาวิหารแห่งนี้ก็จะพบเจ้าถิ่นตัวน้อย ฝูงนกพิราบเดินบ้างบินบ้างอยู่ตามลานกว้างหน้ามหาวิหารแห่งมิลานแทบตลอดทั้งวัน

ที่ดูสุดยอดไปกว่านั้นก็คือรถไฟใต้ดินของที่นี่จะวิ่งเข้ามาจอดชานชลาถึงใจกลางลานกว้างแห่งนี้ ไม่ว่านักท่องเที่ยวหรือว่าใครจะมาจากมุมไหนของเมือง

เมื่อโผล่ขึ้นมาจากใต้ดินก็เห็นหน้าดูมหาวิหารแห่งมิลานพอดิบพอดี และที่สำคัญรอบๆ มหาวิหารแห่งนี้เต็มไปด้วยแหล่งช๊อปปิ้ง เต็มไปด้วยของแบรนด์เนม แต่หากเขาไปภายในมหาวิหาร ก็จะพบกับความงดงามวิจิตรตระการตาของสถาปัตยกรรมแบบนีโอโกธิคที่งดงามจนยากที่จะเอ่ยออกมา

อติกานต์ยืนมองรอบๆ มหาวิหารจนเต็มตาเต็มหัวใจแล้ว หญิงสาวก็เลยหันมาถามพี่สาวว่าเราจะไปไหนต่อค่ะพี่น้ำ

เราจะเข้าไปในอาการตรงนั้น เห็นหรือยังรมิดายกนิ้วชี้ไปยังอาคารที่มีชื่อติดอยู่ว่าแกลเลอเรีย หญิงสาวหันมามองน้องสาวคนเล็ก ก่อนจะหันไปมองสองเพื่อนรักที่หันมามองเธออยู่เช่นกัน

งั้นเราก็ไปกันเถอะ อย่าให้เสียเวลา

แกเดินนำไปเลยยัยน้ำ เดี๋ยวฉันกับยัยลินจะเดินปิดท้ายแกกับน้องเล็กเอง

พลอยไพลินอธิบายให้รมิดาฟังคร่าวๆ จากนั้นไม่นานทั้งสี่สาวก็เดินตรงไปยังถนนด้านหน้า ก่อนจะเลี้ยวขวาแล้วเดินเข้าไปภายในอาคารแกลเลอเรีย

 เสียงแรกที่พวกเธอได้ยินก็คือเสียงหวานน้องเล็กๆ ของอติกานต์ จะร้องออกมาอย่างตื่นเต้น สายตาคู่สวยกวาดสายตาไปทางด้านซ้ายและด้านขวาด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะทีเดียว เพราะภาพที่เธอเห็นตรงหน้าก็คือ ร้านเสื้อผ้า กระเป๋า แว่น กันแดด หมวกที่เป็นแบรนด์เนมดังๆ แทบทั้งนั้นเลย

ของแบรนด์เนมทั้งนั้นเลย โห้ สุดยอดเลยค่ะพี่น้ำ พี่หวาน พี่ลิน

ใช่ แบรนด์ทั้งนั้นเลย พี่ว่าน้องเล็กเดินไปดูได้เลย อยากได้อะไรก็บอกพวกพี่มาก็แล้วกัน

จะซื้อให้น้องเล็กกันหรือค่ะอติกานต์ทำเสียงหวานใส่พี่สาวทั้งสาวทันที แต่พอเธอได้ยินคำตอบที่ออกมาจากปากของพี่สาวนี่สิ ใบหน้าหวานถึงกับอมยิ้มแทบจะทันที

เปล่าหรอกจ้า เดี๋ยวพี่จะเอาบิลที่น้องเล็กซื้อไปเบิกกับพี่ใหญ่ของน้องเล็กไง

รมิดาบอกอย่างอารมณ์ดี อติกานต์จะซื้อเท่าไหร่เธอจะไม่ว่าสักคำ เพราะเธอจะจ่ายให้น้องสาวคนนี้ทั้งหมด แต่พอกลับไปถึงเมืองไทย เธอก็จะเอาบิลที่อติกานต์ซื้อของไปเบิกเงินกับชนาธิปทันที ไม่แน่ว่าของที่เธอกับพลอยไพลิน และชนัญชยาซื้อ เธอก็จะรวมบิลไปที่เขาด้วยเหมือนกัน

ฉันจะทำให้นายกระเป๋าฉีกเลย นายชนาธิป

 อิโธ่ น้องเล็กนึกว่าพี่น้ำจะเป็นคนซื้อให้น้องเล็กเสียอีก แต่ก็ช่างเถอะค่ะ เงินพี่น้ำก็เหมือนเงินพี่ใหญ่อยู่แล้ว ตอนนี้พี่น้ำจ่ายให้น้องเล็ก เดี๋ยวพี่น้ำก็ไปเปิดกับพี่ใหญ่เองก็แล้วกัน

 อติกานต์พูดขึ้น หญิงสาวไม่สนใจอาการตื่นเต้นของพี่สาวคนดีเลยว่า ตอนนี้อีกฝ่ายมีสีหน้าและท่าทางเป็นยังไง หากเธอรู้ว่าพี่ชายและพี่สาวที่แสนดีไม่ถูกกันอย่างหนัก เธอจะไม่มีวันใช้เงินของรมิดาอย่างเด็ดขาด

พลอยไพลินกับชนัญชยาได้แต่ส่ายหน้ากับแผนการของเพื่อนรัก พวกเธอรู้ดีว่าชนาธิปกับรมิดาไม่กินเส้นกัน แต่ไม่คิดว่ามันจะร้ายแรงขนาดนี้ แล้วดูสิแผนแก้แค้นชนาธิปแต่ล่ะแผนเด็ดๆ ทั้งนั้น

คราวก่อนรมิดาบังคับให้อติกานต์ซื้อของไปเกือบล้าน ตอนไปเที่ยวที่แอลเอ พอถึงเมืองไทย เพื่อนรักของเธอก็ยื่นบิลค่าของที่อติกานต์ซื้อไป ส่งให้ชนาธิปทันทีที่เห็นหน้า ไม่ต้องบอกว่าชนาธิปทำสีหน้ายังไง

ชายหนุ่มทำเพียงแค่ก้มลงมามองหน้าของเพื่อนรักของพวกเธอด้วยความสงบ ไม่แสดงอาการว่าพอใจหรือไม่พอใจ จากนั้นชายหนุ่มก็ดึงกระเป๋าสตางค์ออกมา พร้อมกับยื่นบัตรเครดิตสีทองส่งให้รมิดาทันทีเหมือนกัน

นี่แกคิดจะแกล้งพี่ใหญ่อีกใช่ไหม น้ำ

ชนัญชยาหันมากระซิบถามรมิดาอย่างอ่อนอกอ่อนใจ หญิงสาวนึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย ว่าชนาธิปไปทำอะไรให้เพื่อนรักของเธอโกรธกันแน่ ยัยเพื่อนรักจอมอาฆาตถึงได้ตามล้างแค้นไม่จักจบจักสิ้นเสียที

นั่นสิน้ำ คราวก่อนน้ำก็เอาเงินของพี่ใหญ่มาตั้งเยอะนะ เงินที่น้องเล็กซื้อของไปจริงๆ ไม่ถึงล้านด้วยซ้ำ อีกอย่างมันรวมของพวกเราไปด้วยนะ น้ำดันรูดบัตรของพี่ใหญ่เกินมาตั้งหลายแสนไม่ใช่เหรอ

พลอยไพลินกระซิบถามริดา หญิงสาวก็สงสัยไม่ต่างจากชนัญชยาหรอก ชนาธิปกับรมิดามีปัญหาอะไรกันแน่ ทำไมเพื่อนรักของเธอคนนี้ถึงได้แค้นฝังหุ่นถึงขนาดนี้

ฉันเกลียดไอ้พี่ใหญ่จอมลามกนั่น

รมิดาเริ่มเผยความลับที่เธอโดนชนาธิป ทำเอาไว้กับเธอโดยไม่รู้ตัว ใบหน้าสวยหวานเริ่มแดงระเรื่อ เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เธอโดนชนาธิปขโมยจูบแรกของเธอไปเมื่อหลายปีก่อน ที่สำคัญชายหนุ่มยังเห็นสภาพไม่เรียบร้อยของเธออีกด้วย พอคิดถึงตรงนี้ ความแค้นที่อัดแน่นอยู่ในใจก็ยิ่งเดือดดาลขึ้นมาอีกแล้ว

หมายความว่ายังไงน้ำ แกโดนพี่ใหญ่ทำอะไร บอกฉันมาเดี๋ยวนี้นะน้ำพลอยไพลินถึงกับตกใจน้องเล็กน้อย เมื่อได้ยินรมิดาเรียกชนาธิปว่า ไอ้พี่ใหญ่จอมลามกออกมาเช่นนี้

รมิดาเริ่มชะงักเท้าอย่างตกใจ เมื่อเธอนึกขึ้นมาได้ว่าเผลอพูดอะไรที่ไม่สมควรออกมาเสียแล้ว หญิงสาวหันไปชนัญชยาสลับกับพลอยไพลินอย่างตกใจน้องเล็กน้อย ดีนะที่ตรงนี้ไม่มีอติกานต์ยืนอยู่ด้วย ไม่งั้นเธอต้องแย่อย่างแน่นอน

พูดออกมาเดี๋ยวนี้นะน้ำชนัญชยาเริ่มคาดคั้น หญิงสาวสบตามองรมิดาอย่างเอาเรื่อง ยัยเพื่อนบ้านี่มีปัญหาใหญ่ถึงขนาดนี้แต่ดันปิดเธอเอาไว้เสียสนิท

ว่าไง ตกลงพี่ใหญ่ทำอะไรยัยน้ำ

เมื่อหลายปีก่อนไอ้พี่ใหญ่มันขโมยจูบแรกของฉันไป

ห๊า!” ชนัญชยากับพลอยไพลิน ถึงกับร้องออกมาพร้อมกัน ต่างมองหน้ากันอย่างไม่เชื่อหูของตัวเองนัก ตอนนี้พวกเธอรู้แล้วล่ะว่าทำไมรมิดาถึงแค้นชนาธิปนัก ที่แท้ก็เพราะแบบนี้นี่เอง แต่ก็ว่าหากเป็นพวกเธอสองคน ก็คงจะทำแบบรมิดานี่แหละ

โทษฐานที่ขโมยจูบแรกของฉัน ไอ้พี่ใหญ่โรคจิตนั่น จะต้องได้รับผลกรรมที่ร้ายแรงที่สุด พวกแกสองคนคอยดูกันไปล่ะกัน

รมิดาเอ่ยขึ้น ก่อนจะเดินตรงไปหาหญิงสาวร่างบอบบางที่กำลังเดินเลือกเสื้อผ้าในร้านเสื้อแบรนด์ดังของโลก การที่เธอและอติกานต์ช่วยกันผลาญเงินน้องเล็กๆ น้อยๆ ของชนาธิป ถือว่าพวกเธอช่วยชายหนุ่มใช้เงินก็แล้วกัน เธอเชื่อว่าชนาธิปเสียเงินแค่นี้ไม่จนหรือว่าล้มละลายหรอก

แม้บางครั้งเธอจะรู้ว่ามันไม่ดี ที่สอนให้น้องใช้เงินแบบนี้ แต่ถ้าอติกานต์รู้เรื่องที่พี่ชายที่แสนน่ารักของอติกานต์รู้เรื่องที่ชายหนุ่มทำกับเธอ น้องสาวของเธอคนนี้ก็คงจะเข้าใจในสิ่งที่เธอทำอยู่

            ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยนะลินว่าพี่ใหญ่จะกล้าทำเรื่องแบบนี้

                นั่นสิหวานพลอยไพลินเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ชนาธิปกล้าทำเรื่องไม่ดีไม่งามแบบนี้ได้ยังไงกัน

            สองสาวได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างปลงๆ กับเรื่องที่พวกเธอเพิ่งได้รู้จากปากของรมิดา เห็นทีเรื่องที่พวกเธอคิดจะเตือนเรื่องการใช้เงินของอติกานต์และรมิดาคงจะต้องหยุดชะงักไปเสียเลย

เพราะตอนนี้พวกเธอกลับเห็นด้วยในสิ่งที่รมิดาคิดจะเอาคืนชนาธิปน้องเล็กๆ น้อยๆ ด้วยวิธีนี้ เอาเป็นว่าพวกเธอมาช่วยรมิดาแก้แค้นพี่ชายจอมลามกคนนี้ดีกว่า...

 

            เกือบห้าชั่วโมงต่อมา รมิดา ชนัญชยา พลอยไพลิน และ อติกานต์ก็เดินทางกลับมาถึงโรงแรมหรูกลางเมืองมิลาน เสียงพูดคุยเจี้ยวแจ้วดังขึ้นมา เสียงหัวเราะใสๆ ของพวกเธอทำให้แขกที่มาพักหรือกับอีกสี่หนุ่มที่นั่งอยู่ตรงหน้าร้านคอฟฟี่ช๊อปภายในโรงแรมถึงกับหัวมามองเจ้าของเสียงหวานใส

            ที่หัวเราะออกมาอย่างมีความสุข ยิ่งได้เห็นรูปร่าง หน้าตา รอยยิ้มสวยๆ หวานๆ ของพวกเธอ ต่างก็พลอยอมยิ้มหัวเราะไปตามๆ กันยิ่งพวกเขาเห็นสภาพของพวกเธอด้วยแล้ว พวกเขาไม่อยากจะคิดเลยว่าผู้หญิงหน้าตา สวย น่ารัก ดูบอบบางขนาดนี้จะสามารถถือถุงนับสิบใบด้วยแขนเรียวน้องเล็ก

ดูยังไงก็เหมือนจะไม่มีแรงที่จะหยิบจับอะไรได้เลย แต่มันคงเป็นไปอย่างที่พวกเขาคิดไม่ได้ เพราะตอนนี้พวกเขาก็เห็นอยู่เต็มตา ว่าทั้งสี่สาวหนุ่มน้องเล็กบอบบางทั้งสี่ ถือถุงมาจนเต็มสองมือ แต่ไม่ได้ทำให้พวกเธอรู้สึกว่าเหนื่อยหรืออ่อนล้าแต่อย่างใดเลย

ให้ตายสิ ยัยพวกบ้านี่ซื้ออะไรกันมาเยอะแยะ

ชนาธิปเอ่ยขึ้น เมื่อเขาเห็นรมิดาเดินเข้ามาภายในโรงแรมเป็นคนแรก ชายหนุ่มจ้องมองไปยังข้าวของในมือของหญิงสาวด้วยสายตาขุ่นๆ เห็นทีเขาคงจะโดนผู้หญิงคนนี้แกล้งเอาอีกแน่ๆ คราวที่แล้วเขาก็เสียเงินไปตั้งเยอะแถมเจ้าหล่อนยังรูดเกินจำนวนที่น้องสาวของเขาซื้อของเสียอีก

ชายหนุ่มจ้องมองทั้งสี่สาวเดินเข้ามาภายในโรงแรมอย่างหงุดหงิด เพราะทั้งสี่สาวต่างก็ถือข้าวของกันมาเต็มมือทีเดียว ไม่ต้องบอกหรอกนะว่าทั้งหมดที่เขาเห็นมันเท่าไหร่กัน เพราะรู้ดีว่าจำนวนเงินมันคงไม่น้อยทีเดียว จากถุงที่เห็นเป็นถุงแบรนด์เนมทั้งนั้น

แต่ที่ทำให้เขารู้สึกขัดหูขัดตามากที่สุดก็เมื่อเขาเห็นชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา เดินตรงเข้าไปหารมิดา ท่าทางที่เขาเห็น บอกได้เลยว่าผู้ชายคนนี้รู้สึกยังไงกับคู่อริของเขา ส่วนชนัญชยา พลอยไพลิน แล้วก็น้องสาวของเขาก็เดินเข้ามาติด จากนั้นทั้งสี่ก็หยุดอยู่ตรงหน้าชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ นัยน์ตาสีฟ้าเข้ม ที่ยืนยิ้มให้กับทั้งสี่สาว

ฉันขอตัวก่อนนะ เพราะฉันจะไปช่วยแฟนฉันถือของ

กวินท์เอ่ยขึ้น ก่อนจะรีบลุกขึ้นไปจากโต๊ะอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มไม่ได้สนใจเลยว่าตอนนี้เพื่อนรักทั้งสามจะทำสีหน้ายังไง โดยเฉพาะชนาธิป เขารู้เพียงแต่ว่าจะต้องรีบเดินไปหาคนรักให้เร็วที่สุด ก่อนที่เขาจะตะบันหน้าไอ้ฝรั่งชีกอที่มันยืนสนทนาอยู่หน้าประตูโรงแรม

ไอ้เอกมันเป็นแฟนกับใคร

ชนาธิปถามขึ้นอย่างงุนงง ก่อนจะหันไปมองสี่สาวที่ยืนสนทนาอยู่กับฝรั่งหน้าประตูโรงแรม ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นยืนแล้วเดินตามกวินท์ไปอย่างไม่พอใจสักเท่าไหร่นัก เขาไม่รู้เลยว่าเพื่อนรักเป็นแฟนกับแม่สามสาวมหาประลัยนั่น ว่าแต่มันคนไหนกันล่ะที่เป็นแฟนของกวินท์

ฉันจะไปรู้เหรอเตชิตตอบ เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ากวินท์ไปเป็นแฟนกับหนึ่งในสี่สาวนี้เมื่อไหร่ แต่ที่แน่ๆ คงจะไม่ใช่น้องสาวของชนาธิปอย่างแน่นอน

เตชินท์ลุกขึ้นยืนอีกคน ก่อนจะสาวเท้าเดินตรงไปหาสี่สาวที่ยืนคุยอยู่กับฝรั่งร่างใหญ่ยักษ์ เขาดูยังไงผู้ชายเหล่านั้นก็ดูเจ้าชู้อยู่ดี ทางที่ดีเขาน่าจะเดินเข้าไปร่วมวงสนทนาด้วยจะดีว่า จะได้รู้เสียทีว่าแฟนของกวินท์เป็นใคร

 เฮ้อ...ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาจะช้ากว่ากวินท์เสียอีก เพื่อนรักของเขาคนนี้ไปแอบคบกับสาวๆ กลุ่มนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน คบใครเป็นแฟนเขาไม่ว่าหรอก ขออย่าให้เป็นสาวน้อยใจดวงใจของเขาก็พอ ไม่งั้นเขากับกวินท์คงจะต้องวางมวยก็แน่นอน

เตชิตส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจเมื่อเห็นแฝดผู้พี่กับอีกสองเพื่อนรักกำลังสาวเท้าเดินตรงเข้าไปหาบรรดาสาวๆ ที่ยืนสนทนาอยู่กับฝรั่งร่างใหญ่อยู่หน้าประตูโรงแรม ในที่สุดเขาเองก็ตัดสินใจลุกขึ้นยืนแล้วเดินตามทั้งสามหนุ่มไปติดๆ เช่นกัน

 

หวานครับ

 น้ำเสียงคุ้นหูดังมาจากด้านหลัง ทำให้ชนัญชยาถึงกับตกใจ เพราะน้ำเสียงทุ้ม อ่อนโยนแบบนี้มันเป็นของคนรักเธอนี่นา ว่าแต่ชายหนุ่มมาอยู่ที่มิลานได้ยังไง ใบหน้างามหันมามองเจ้าของร่างสูงใหญ่ ด้วยอาการอึ้ง ตกใจ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นดีใจ รอยยิ้มหวานส่งไปให้คนรักทันที

พี่เอก มาได้ยังไงค่ะเนี่ยเธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่า ตอนนี้กวินท์อยู่ตรงหน้าเธอ กำลังยืนนิ่ง ส่งยิ้มมาให้เธออย่างอ่อนโยน ชนัญชยารีบสาวเท้าเดินผ่านบรรดาเพื่อนรักตรงไปหาคนรักอย่างตื่นเต้น

มามิลานทำไมไม่ชวนพี่มาด้วยล่ะครับ

กวินท์เอ่ยถามคนรักเสียงหวาน จากนั้นก็ดึงร่างระหงเข้ามากอดด้วยความคิดถึง ชายหนุ่มไม่ได้สนใจสายตาของแขกที่อยู่ภายในโรงแรม เขาสนใจผู้หญิงในอ้อมกอดของเขาเท่านั้น และเขาก็รู้ดีว่า อีกไม่นานเขาจะต้องตอบคำถามของเพื่อนรักทั้งสามอย่างแน่นอน เรื่องที่เขากับชนัญชยาเป็นแฟนกัน

ก็หวานเห็นพี่เอกทำงานนี่ค่ะ จะชวนมาเที่ยวด้วยได้ยังไง

แต่หวานก็น่าจะชวนพี่ก่อนนิน้ำเสียงดูจะน้อยใจน้องเล็กน้อย แต่พอเห็นสีหน้าซึมๆ ของคนรัก ชายหนุ่มก็เอ่ยขึ้นมาว่า ช่างเถอะ ยังไงพี่ก็บินมาหาหวานที่มิลานแล้วนี่นา จริงไหม

รมิดาหยุดการสนทนากับฝรั่งหนุ่มรูปหล่อ แล้วก็หันมากวินท์กับชนัญชยาด้วยความรอยยิ้มหวาน ไม่นึกเลยว่าชายหนุ่มจะบินมาหาเพื่อนรักของเธอถึงที่นี่ แต่ก็อย่างว่าแหละ สองคนนี้เป็นแฟนกันนี่นา การที่เขาจะบินมาหาเพื่อนรักของเธอถึงมิลานก็ไม่แปลก

สวัสดีค่ะพี่เอก มาได้ยังไงค่ะเนี่ย

ไม่ใช่เธอรมิดาที่หันมาสนใจกวินท์กับชนัญชยา พลอยไพลินกับอติกานต์ ก็หันมามองทั้งสองเหมือน แต่ก่อนที่พวกเธอจะเดินไปหาทั้งสอง พวกเธอก็หันมาขอตัวกับหนุ่มฝรั่งที่ยืนสนทนากันก่อนหน้านี้ เมื่อเอ่ยเสร็จ พวกเธอก็รีบสาวเท้าเดินไปหาเป้าหมายทันที

สวัสดีค่ะพี่เอก มาเที่ยวหรือว่าแอบมาเช็คความประพฤติของใครกันค่ะพลอยไพลินเอ่ยขึ้น เมื่อเดินเข้าไปหากวินท์และชนัญชยา

สวัสดีค่ะพี่เอกอติกานต์เอ่ยทักทายเพื่อนรักของพี่ชาย แต่จะให้เธอไหว้ก็คงเป็นไปไม่ได้หรอก เพราะตอนนี้มือของเธอดันไม่ว่างนั่นเอง

สวัสดีครับสาวๆ ว่าแต่ชื้ออะไรกันมาล่ะเนี่ย เยอะแยะเต็มไปหมดเลย

ชายหนุ่มเอ่ยถามเสียงทุ้ม เห็นแล้วเขารู้สึกสงสารแทนจริงๆ ถือกันมาได้ยังไงคนล่ะเกือบสิบถุง แล้วไม่รู้จะซื้อกันทำไมนักหนา ซื้อไปก็ไม่รู้ว่าจะได้ใช้หมดหรือเปล่า

ชนาธิป เตชินท์และเตชิต จ้องมองกวินท์ด้วยสายตาประหลาดใจ ยิ่งเห็นชายหนุ่มยืนกอดชนัญชยาแบบนี้อีก พวกเขาไม่อยากคิดเลยว่า ไอ้เพื่อนบ้าคนนี้มันกล้าแหกกฎ ไปจีบลูกสาวของบรรดาลุงๆ ป้าๆ ของพวกเขาได้ยังไงกัน ที่ร้ายไปกว่านั้น พวกเธอทั้งสี่ก็รู้เห็นเรื่องนี้ด้วยนี่สิ

มันเป็นแบบนี้ได้ยังไงวะไอ้โรม

ชนาธิปถามเพื่อนรักอย่างแปลกใจ เขาไม่อยากจะเชื่อ เรื่องที่กวินท์เป็นแฟนกับชนัญชยา หากสองคนนี่แฟนกันจริงๆ แล้วเมื่อหลายปีที่เขาเห็นรมิดา ชนัญชยา กับพลอยไพลินกอดจูบกัน มันหมายความว่ายังไงกัน

ฉันจะไปรู้เหรอไอ้ใหญ่

เตชินท์ตอบอย่างไม่ใส่ใจ เพราะเขารู้มานานแล้วว่า รมิดา ชนัญชยา กับพลอยไพลินไม่ได้เป็นอย่างที่ชนาธิปเข้าใจ แต่สิ่งที่เขาแปลกใจก็คือ ทำไมกวินท์กล้าแหกกฎที่เขาพวกเคยตั้งกันเอาไว้

ขนาดเขารักอติกานต์มาตั้งหลายปี เขายังไม่กล้าแสดงความรู้สึกอะไรออกไปมากมายเลย เขาทำได้แต่คอยดูแล เทคแคร์ผู้หญิงที่เขาหลงรักอยู่เพียงห่างๆ เท่านั้นเอง

ไอ้บ้านั่นกล้าแหกกฎที่พวกเขาตั้งเอาไว้ได้ยังไงกัน

เตชิตบอกอย่างหงุดหงิด สายตาคู่คมกล้าจ้องมองเพื่อนรักยืนกอดชนัญชยาอย่างไม่ค่อยจะพอใจสักเท่าไรนัก เพราะหลายปีที่ผ่านมา เขาพยายามเอาตัวและหัวใจออกห่างสามสาวนี้ตลอด

แม้จะรักหนึ่งในสามสาวนี้มากแค่ไหน ที่เขาก็ไม่เคยได้เผยความรู้สึกเลยสักครั้ง แต่ดูสิ เขาพยายามออกห่าสามสาวให้มากที่สุด แต่กวินท์กลับเข้าใกล้สามสาวแทนเสียอย่างงั้น

เรื่องของความรัก มันบังคับกันไม่ได้หรอกวะ การที่ไอ้เอกยอมแหกกฎ นั่นก็หมายความว่าไอ้เอกมันจริงจังกับยัยหวานจริงๆ และถ้ามันจริงจัง งานแต่งงานของไอ้เอกกับยัยหวานก็จะต้องมีขึ้นอย่างแน่นอน

แต่งงานเลยเหรอเตชิตเอ่ยขึ้นอย่างประหลาดใจ

ตามกฎที่พวกเราตั้งเอาไว้ก็คือ ถ้าคิดจะเล่นๆ ไม่จริงก็อย่าได้แตะต้องทั้งสามสาว แต่ถ้าหากคิดจริงจังจนถึงขั้นแต่งงาน ก็ไม่มีปัญหา พวกแกจำไม่ได้หรือยังไง

เตชินท์เอ่ยขึ้น นี่ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เขาและกวินท์รักผู้หญิงในกลุ่มนี้ สำหรับกวินท์อาจจะไม่มีปัญหา เพราะคนรักของเพื่อนอยู่ในกลุ่มสามสาว แต่ผู้หญิงที่เขารักดันเป็นน้องสาวของเพื่อน นี่แหละประเด็นหลักของเขา ห้ามรักน้องสาวหรือพี่สาวของเพื่อนเด็ดขาด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

326 ความคิดเห็น

  1. #37 **~Mink~** (@minkkiez) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 มกราคม 2553 / 11:37
    กฎน่ะมีไว้ให้ละเมิดเจ้าค้าาา
    แล้วก็ตั้งกันมาเองท้างงงน้านนนน ก็เลิกไปเองเลยสิคะจะมามัวนั่งทำตาละห้อย
    แคร์กฎแต่ว่าอดได้หัวใจสาวเจ้านะเออ..อิอิ
    มิ้งมีประโยคเด็ดๆ ไว้ให้สี่หนุ่มพูดยามต้องการทำอะไรที่มันแหกจากกฏเกณฑ์นะคะ
    นั้นก้อคือ
    "One thing that i like to do most is breaking the rule" 555+
    #37
    0
  2. #28 cattycall (@catty_call) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 มกราคม 2553 / 12:09
    สนุกจังเลยอยากอ่านต่อมากๆๆๆๆ
    #28
    0