จอมวายร้ายเจ้าหัวใจ

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 3 วันแห่งความทรงจำที่ดีของชีวิต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4429
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    11 ม.ค. 53

ตอนที่ 3

วันแห่งความทรงจำที่ดีของชีวิต

 

ทันทีที่ลูกชายโทรศัพท์มาหาท่านเมื่อคืน เช้านี้ท่านก็เลยต้องโทรศัพท์ไปหาบรรดาเพื่อนรักด้วยความตื่นเต้นแกมพอใจเล็กน้อย เมื่อรู้ว่าชนาธิปกำลังจะบินไปมิลาน ไปเพื่อรับอติกานต์กลับมาเมืองไทย ท่านเองก็ไม่รู้หรอกว่าเพราะอะไรเจ้าลูกชายคนนี้ถึงคิดที่จะบินไปรับลูกสาวถึงมิลานกัน

แต่อย่างน้อยมันก็ดีต่อตัวท่าน เพราะแผนการที่พวกท่านวางเอาไว้กลับเกิดขึ้นเสียรวดเร็ว จนตัวท่านเองก็แทบจะตกใจไปเหมือนกัน

แกมีเรื่องอะไรวะไอ้หนึ่ง ทำไมต้องโทรฯ เรียกพวกเราออกมาตั้งแต่เช้าด้วยวะ

ท่านวีรพลเอ่ยขึ้น หลังที่ท่านรับโทรศัพท์ของเพื่อนรักตั้งแต่เช้า ท่านก็รีบลุกขึ้นอาบน้ำแล้วก็มานั่งรอที่ร้านคอฟฟี่ช๊อปด้านล่างของโรงแรม

 ก็เรื่องของลูกๆ ของพวกเรานี่แหละ

เมื่อคืนเจ้าโฬม โทรฯ มาบอกฉันว่า วันนี้มันจะบินไปมิลาน

พ่อเลี้ยงตะวันเอ่ยขึ้น หลังจากที่เขาเดินเข้ามานั่งในห้องประชุมอีกคน ท่านรู้สึกสงสัยเหมือนกันว่ามันเกิดอะไรขึ้น เมื่อจู่ๆ เตชิตก็โทรฯ มาบอกท่านว่าวันนี้จะบินไปหาเตชินท์ที่มิลาน

เจ้าเอกก็โทรฯ มาบอกฉันเหมือนกันว่าวันนี้จะบินไปมิลาน

พ่อเลี้ยงนาวินพูดขึ้น ท่านเองก็แปลกใจอยู่ไม่น้อย เมื่อจู่ๆ กวินท์โทรมาบอกท่านว่ากำลังจะบินไปมิลาน พอท่านถาม เจ้าลูกชายตัวดีก็บอกแค่ว่า จะไปหาเตชินท์เท่านั้น

สรุปว่าเจ้าสามคนนี่กำลังจะไปมิลาน

ท่านภูผาเอ่ยขึ้น หลังจากที่ท่านฟังจากเพื่อนรักพูดกันจนจบ เห็นทีแผนการของพวกท่าน คงจะไม่ต้องรอแล้วล่ะมั้ง เพราะตอนนี้บรรดาๆ ลูกของพวกท่าน กำลังจะบินไปรวมตัวอยู่ที่มิลานแล้ว

น่าจะไปแล้วพ่อเลี้ยงเอกราชเอ่ยขึ้น ตอนนี้ชนาธิป กวินท์ แล้วก็ เตชิต น่าจะขึ้นเครื่องบินไปมิลานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพราะเมื่อเช้าสาวใช้ในบ้านก็โทรศัพท์มารายงานท่านเหมือนกัน ว่าชนาธิปกับเพื่อนๆ กำลังเดินทางไปสนามบิน เพียงแต่ไม่รู้ว่าไปไหนก็เท่านั้น

งั้นพวกเราก็น่าจะกลับบ้านกันได้แล้ว คนดูแลบริษัทก็บินไปเที่ยวกันหมดแล้ว พวกเราก็น่าจะกลับไปดูแลงานกันเองพ่อเลี้ยงตะวันเอ่ยขึ้น ก่อนจะลุกขึ้นไปยืนมองท้องทะเลยามเช้าด้วยความปลอดโปร่ง อีกไม่นานเกินรอ ท่านก็คงจะได้อุ้มหลานเสียที

รออีกไม่นานเกินรอ ตอนนี้บรรดาลูกๆ ของเขาก็กำลังจะไปรวมตัวกันที่มิลาน แม้ว่ามันจะเป็นท่านยังจะไม่มั่นใจเต็มร้อย แต่อย่างน้อยแผนการของท่านและเพื่อนรักก็น่าจะสำเร็จไปเกินครึ่ง รออีกเพียงนิดเดียวทุกอย่างก็คงจะสำเร็จ ขอเพียงให้ลูกๆ ของพวกท่านรักกันก็เท่าเอง

ก็ดีเหมือนกัน หรือแกว่าไงวะไอ้วินท่านวีรพลเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นเพื่อนๆ กำลังคุยกันถึงเรื่องของบรรดาลูกชายที่กำลังบินไปมิลานด้วยความพึงพอใจ ตอนนี้พวกท่านก็ทำได้เพียงแค่รอเวลาเท่านั้น

งั้นพวกเราก็แยกย้ายกันกลับไปบ้านของตัวเองได้แล้วพ่อเลี้ยงเอกราชเอ่ยขึ้น ก่อนจะหันมามองบรรดาเพื่อนๆ ที่นั่งดื่มกาแฟ ก่อนจะเดินจากไปอย่างมีความสุข ตอนนี้ท่านทำได้แค่ กลับไปที่บ้านแล้วรอผลเท่านั้น แล้วเจอกันนะชายหนุ่มร่างสูงใหญ่สาวเท้าเดินออกไปจากร้ายคอฟฟี่ช๊อปของโรงแรมอย่างอารมณ์

อีกหน้าหนุ่มใหญ่หันไปมองพ่อเลี้ยงเอกราชเดินจากไป ก่อนจะหันมามองหน้ากันอย่างอารมณ์ดี ในที่สุดแผนของพวกท่านก็เริ่มขึ้นได้เสียที หากทุกอย่างเป็นไปตามที่พวกท่านหวังเอาไว้ อีกไม่นานเกินรอพวกท่านก็จะได้จัดงานแต่งงานให้บรรดาลูกๆ ของพวกท่านอย่างแน่นอน

 

มิลาน, อิตาลี

ชนาธิป กวินท์ และ เตชิตเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิบินตรงไปยังกรุงโรม ด้วยสายการบินไซน่า แอร์ไลน์ส เมื่อถึงสนามบินที่กรุงโรม หลังจากนั้นพวกเขาทั้งสามก็เดินทางจากโรมไปที่มิลานทันที ด้วยรถไฟสะดวกที่สุด ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง ก่อนจะต่อรถไปยังโรมแรมชื่อดังในกลางเมืองมิลาน

ชนาธิปนั่งจากรถแท็กซี่เป็นคนแรก ตามมาด้วยกวินท์แล้วเตชิต ชายหนุ่มหันไปจ่ายเงินค่าแท็กซี่ก่อนจะหันมามองตึกสูงตระหง่าตรงหน้า หลังจากนั้นเขาก็หันไปมองสองเพื่อนรักที่หันมามองเขาเช่นกัน ก่อนจะพยักหน้าแล้วก็เดินเข้าไปภายในโรมแรมทีละคน

แล้วนี่ไอ้โรมมันอยู่ที่ไหนวะ

ฉันว่าแกอยู่เฉยๆ บ้างได้ไหมวะไอ้ใหญ่ เดี๋ยวไอ้โรมมันก็ลงมาเองแหละ ตอนนี้พวกเราก็มาถึงมิลานแล้ว ฉันว่าแกใจเย็นๆ จะดีกว่า

กวินท์เอ่ยขึ้น เมื่อเห็นท่าทางร้อนรนของเพื่อนรัก ชายหนุ่มไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่า ทำไมชนาธิปจะต้องดูกระวนกระวายถึงขนาดนี้ ตอนนี้พวกเขาก็มาอยู่ที่มิลานแล้ว อีกไม่นานเพื่อนของเขาก็จะได้พบกับอติกานต์แล้ว ไม่เห็นจะร้อนโวยวาย หงุดหงิดให้อารมณ์เสียเลย

ขอโทษที่ลงมารับช้าวะ

สามหนุ่มหันไปมองเจ้าของเสียงด้วยความตกใจ อึ้งไปนิดหนึ่ง ก่อนจะเปิดยิ้มกว้างเมื่อเห็นชายหนุ่มร่างสูงใหญ่กำลังเดินตรงมาหาพวกเขาด้วยรอยยิ้มเก๋ ใบหน้าคมสันดูอารมณ์ดีไม่น้อย ยิ่งเห็นสีหน้าของชนาธิปด้วยแล้ว เขาก็ยิ่งแทบจะหัวเราะออกมาให้มันรู้แล้วรู้รอด

เพราะก่อนหน้านี้รมิดาเล่าให้เขาฟังแล้ว เรื่องที่ชนาธิปโทรศัพท์มาหาอติกานต์แล้วหญิงสาวเป็นคนรับโทรศัพท์ ตลอดจนเรื่องที่เธอและเพื่อนรักของเขาทะเลาะกัน หากรมิดาไม่เล่าให้เขาฟัง เขาก็คงไม่รู้หรอกว่า ปัญหาระหว่างชนาธิปกับรมิดานั่นมันเข้าขึ้นรุนแรงขนาดไหน

คิดยังไงมามิลานกันวะ

แล้วแกล่ะ มาทำไมที่มิลานชนาธิปเอ่ยถามเตชินท์อย่างหัวเสีย  ชาหยนุ่มหันมามองกวินท์และเตชิตจากนั้นเขาก็เดินตามเตชินท์เข้าไปในลิฟต์ ตามด้วยเตชิตกับกวินท์ ว่าไงไอ้โรม แกมามิลานทำไม

ฉันมาทำธุระ มีอะไรหรือวะไอ้ใหญ่

เตชินท์ถามชนาธิปอย่างขบขัน ดูท่าเพื่อนรักคนนี้ของเขากำลังคิดไม่ดีอยู่กับเขาแน่ๆ หรืออาจเป็นเพราะเขาอยู่กับรมิดา พลอยไพลิน ชนัญชยา แล้วก็อติกานต์หรือเปล่า ชนาธิปเลยสงสัยการมามิลานของเขา ถ้าเขาไม่รับเสียอย่างใครจะทำไม อีกอย่างก็ไม่มีใครรู้ด้วยว่าเขามามิลานเพราะสาวน้อยที่เขาแอบหลงรักอยู่

ฉันมาทำธุระเขาตอบเพียงสั้นๆ เท่านั้น

ชนาธิปหันหน้ามามองเตชินท์อย่างไม่ค่อยจะสบอารมณ์สักเท่าไหร่นัก เขารู้ดีว่าเพื่อนรักคนนี้จะต้องมีอะไรแอบแฝงสักอย่าง เพียงแต่เขาไม่รู้เท่านั้นเองว่ามันคืออะไร และไม่ว่าอะไรเขาก็จะต้องรู้ให้ได้ ถึงตอนนี้เขาจะไม่รู้ก็เถอะ แต่ไม่นานนี่แหละที่เขาจะต้องรู้ให้ได้

แล้วนี่พวกสาวๆ ไปไหนกันหมดวะไอ้โรมกวินท์เอ่ยถามเมื่อประตูลิฟต์เปิดออก ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ก็เริ่มออกมากันมาทีล่ะคน จนคนสุดท้ายเดินออกมาจากลิฟต์แล้วเอ่ยขึ้นว่า...

น่าจะออกไปเที่ยวกันนั่นแหละ ฉันไม่ได้มาเที่ยวกับพวกเขานี่หว่า ถึงจะได้ไปไหนมาไหนด้วยกันกับพวกเขา อีกอย่างยัยน้ำเขาก็ไม่ชอบให้ผู้ชายไปเดินเที่ยวกับกลุ่มของเขาด้วยสิ

 แม้ว่าเขาจะพูดเกินจริงไปเสียหน่อย แต่มันก็มีส่วนอยู่นิดหนึ่งล่ะ นั่นก็คือรมิดาไม่ชอบให้เขาไปเดินเที่ยวด้วย เพราะหญิงสาวรู้ดีว่าเขาติดธุระ ต้องรอคุยกับเพื่อนที่อยู่มิลาน แต่ลึกลงไปกว่านั้นที่เธอไม่รู้ก็คือ เขาโกหกเรื่องที่มาหาเพื่อนที่มิลาน

แล้วแกรู้หรือเปล่าว่าสี่คนนั่นไปเที่ยวที่ไหนกัน

ไม่รู้เตชินท์ตอบด้วยน้ำราบเรียบ ชายหนุ่มไม่สนใจสีหน้าหงุดหงิดของชนาธิป เพราะตอนนี้เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสี่สาวหายไปเที่ยวที่ไหนกัน เขาตื่นขึ้นมาอีกทีก็ไม่เจอพวกเธอทั้งสี่ ดังนั้นจะให้เขาตอบว่าพวกเธออยู่ไหน เขาก็คงตอบไม่ได้หรอก

อะไรกันวะ พักอยู่โรงแรมเดียวกันทั้งที แกไม่รู้เหรอว่าพวกสี่สาวนั่นไปไหน

ฉันมาทำธุระนะไอ้เอก ไม่ได้มาเที่ยวกับสี่คนนั่น ให้ตายสิ...ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากไปเที่ยวกับพวกเขา แต่สี่คนนั่นไม่ยอมให้ฉันไปต่างหาก

มันจะอะไรนักหนาวะ

ชนาธิปสบถขึ้นมาอย่างหัวเสีย แทนที่เขาจะได้เจอกับน้องสาวทันทีที่มาถึงมิลาน กลับกลายเป็นว่าเขาได้เจอแต่เตชินท์ ส่วนอีกสี่สาวดันออกไปเที่ยว ที่สำคัญไปเที่ยวที่ไหนเขาก็ไม่รู้เสียด้วย เขาเดินตามเพื่อนรักไปยังห้องพักด้วยความหงุดหงิด แล้วนี่เขาจะเจออติกานต์ตอนไหนกัน

ฉันอยากอาบน้ำเหลือเกิน รู้สึกเหนียวตัวยังไงไม่รู้

อย่าว่าแต่แกเลย ฉันก็อยากอาบน้ำเหมือนกันแหละไอ้โฬมกวินท์เอ่ยขึ้น เขาเริ่มรู้สึกว่าตัวเองค่อยข้างจะเหนื่อยล้า เหนียวตัว อึดอัด อยากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าจะแย่อยู่แล้ว

จะบ่นอะไรกันนักหนาวะพวกแก ฉันนะเดินตามยัยน้ำ ยัยหวาน ยัยลิน แล้วก็ยัยเล็ก มาทั้งวัน เจอปัญหาหนักกว่าพวกแกตั้งเยอะ ฉันยังไม่บ่นเลย ฉันว่าพวกแกเลิกบ่น แล้วก็เดินไปยังห้องพักของตัวเองได้แล้ว ฉันจองห้องเอาไว้ให้พวกแกคนล่ะห้องเตชินท์ตัดบท ก่อนจะยื่นคีย์การ์ดส่งให้ชนาธิป กวินท์ แล้วก็แฝดผู้น้อง

ทั้งสามรับคีย์การ์ดมาจากมือของเตชินท์ ก่อนจะก้มลงมองหมายเลขห้อง ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาพักอยู่ชั้นเดียวกันหมด ที่สำคัญห้องติดๆ กันด้วย

ฉันลืมบอกพวกแกไป ห้องยัยน้ำ ยัยเล็ก อยู่ตรงข้ามกับห้องของแกวะไอ้ใหญ่ ห้องยัยหวาน ยัยลินอยู่ตรงข้ามห้องของพวกแกสองคนชายหนุ่มหันมาอธิบายทั้งสามหนุ่ม ก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกว่า

พวกแกอย่าได้แอบเข้าห้องของสาวๆ เด็ดขาด จำเอาไว้ ทำตัวเป็นพี่ที่ดีนะโว้ย

 เขายังจำเรื่องเมื่อห้าปีก่อนได้ ตอนที่พวกเขาไปเที่ยวกันที่ญี่ปุ่น ไอ้พวกเพื่อนบ้าของเขาสองคนรวมทั้งน้องชายฝาแฝดของเขาด้วย แอบเข้าไปในห้องของน้องสาวทั้งสามของพวกเขา

 ที่ร้ายไปกว่านั้นหนึ่งในสามคนนี้เกือบจะสิ้นชีพเพราะความตกใจของสาวๆ และไม่ต้องบอกนะว่าผู้ชายคนนั้นคือใคร ก็คู่ที่กลายมาเป็นอริกันตั้งแต่เรื่องในครั้งนั้นจนถึงปัจจุบันนี่แหละ

ชนาธิปหันมามองเตชินท์อย่างไม่พอใจ เพราะเขารู้ดีว่าเพื่อนรักพูดพาดพิงถึงเขาอย่างแน่นอน เพราะเมื่อหลายปีก่อน เขานี่แหละที่มีเรื่องกับรมิดา ก็ตอนนั้นเขาไม่ได้คิดอะไรนี่นา แค่คิดจะแกล้งพวกสาวๆ นิดหน่อยก็เท่านั้น แต่เขาไม่คิดว่าคืนนี้คนอยู่ในห้องจะมีเพียงรมิดาคนเดียว

ที่สำคัญยัยเด็กบ้านั้นเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ แล้วก็เดินออกมาจากห้องน้ำ โดยที่เขาดันแอบอยู่ในห้อง พร้อมทั้งปิดไฟเอาไว้ แล้วทำเป็นผีมาหลอก ทันทีที่เขากระโดดใส่ร่างระหงที่ยืนอยู่ตรงหน้าตู้เสื้อผ้า เสียงกรี๊ดก็ดังขึ้น พร้อมกับผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ที่พันอยู่บนร่างระหงก็ร่วงลงมากองอยู่กับพื้น

ด้วยความที่เขาตกใจ ก็เลยกระโดดเข้าไปกอดรมิดาที่ยืนร้องกรี๊ดด้วยความตกใจ จนไม่ทันสังเกตว่าตอนนี้บนร่างกายของเธอไม่ได้มีผ้าเช็ดตัวพันเอาไว้เหมือนกัน และที่ร้ายไปกว่านั้น ก็คือรมิดาไม่ยอมหยุดร้องกรี๊ดแล้วก็โวยวาย เขาก็เลยตัดสินใจปิดเสียงร้องด้วยปากของเขา

จากนั้นเป็นต้นมา เรื่องระหว่างเขากับรมิดาก็กลายมาเป็นศัตรูกันไปโดยปริยาย เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมยัยเด็กบ้านั้นถึงต้องโมโหเขา กะอีแค่เขาจูบแค่เนี่ย ยัยบ้านั้นก็ตบเขาซะหน้าชา หลังจากนั้นเขาก็โดนแกล้งสารพัด จนเขาแทบจะสติแตกอยู่บ่อยๆ

เอาล่ะ พวกนายไปพักก่อนจะดีกว่า ตอนเย็นก็ค่อยมาเจอกัน

เตชินท์พูดขึ้น ก่อนจะใช้คีย์การ์ดเปิดประตูห้องพักของตัวเอง ตอนนี้เขาก็อยากพักผ่อนเหมือนกัน อีกสองวันเขากับสี่สาวก็จะกลับเมืองไทยแล้ว

ชายหนุ่มหันมามองอีกสามหนุ่มที่เดินไปยังห้องพักของตัวเองด้วยความขบขัน โดยเฉพาะชนาธิปนี่แหละ ที่ทำให้เขารู้สึกอยากจะหัวเราะให้ตายไปข้าง

หากไม่เพราะเขารู้เรื่องมาจากรมิดามาบ้าง เขาก็คงคิดว่าชนาธิปมาเที่ยวพักผ่อน แต่พอฟังเรื่องที่หญิงสาวเล่า เขาก็เลยรู้ว่า การที่เพื่อนคนนี้บินมามิลานก็เพราะมาคอยขัดขวางรมิดากับอติกานต์นั่นเอง

 

ณ มหาวิหารแห่งเมืองมิลาน

รมิดา พลอยไพลิน ชนัญชยาและอติกานต์ นั่งรถไฟใต้ดินมายังมหาวิหารแห่งเมืองมิลาน ทันทีที่พวกเธอก้าวเท้าเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้ามหาวิหารที่ดูแล้วช่างยิ่งใหญ่สมตามคำเล่าลือทีเดียว

มีการสร้างมหาวิหารหินอ่อนสถาปัตยกรรมแบบนีโอโกธิคที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลีทีเดียว และยังมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสามของโลก ซึ่งมหาวิหารแห่งนี้ใช้เวลาสร้างนานเกือบสี่ร้อยกว่าปีทีเดียว

ที่สำคัญมหาวิหารแห่งนี้มีลักษณะเด่นของวิหารที่นอกเหนือไปจากความวิจิตรงดงามแล้ว ยังมีการประดับประดาไปด้วยรูปปั้นหินอ่อนมากมายและยังมีรูปปั้นทองคำรูปพระแม่มารีบนยอดของโบสถ์แห่งนี้

 ซึ่งชาวมิลานตั้งชื่อเล่นให้ว่า มาดูนีนา (Madunina) หรือ เดอะ ลิตเติ้ล มาดอนน่า (the little Madonna), และกลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้อีกด้วยและในย่านเดียวกันยังมีแกลเลอเรีย วิตโตริโอ เอ็มมานูเอลเล่ ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ที่เก่าแก่ และสวยงามที่สุดในอิตาลีอยู่อีกด้วย

ใครก็ตามที่จะเข้าไปชมด้านในของดูโอโม จะต้องแต่งกายให้สุภาพนะ ประเภทกางเกงขาสั้น สายเดี่ยว เจ้าหน้าที่เขาไม่อนุญาตให้เข้าไปชมความงามของด้านในดูโอโมหรอกรมิดาเอ่ยขึ้น หลังจากที่พวกเธอเดินเข้ามาอยู่ภายในมหาวิหาร

ก็ปกตินี่ค่ะ เพราะวัดที่เมืองไทยเขาก็ไม่อนุญาตให้ประชาชนหรือนักท่องเที่ยวแต่งกายไม่สุภาพเข้าไปในโบสถ์เหมือนกันอติกานต์พูดขึ้น เมื่อเธอมองไปภายในมหาวิหาร นักท่องเที่ยวหรือแม้แต่ประชาชนในอิตาลีต่างก็พากันแต่งกายเรียบร้อย เพื่อที่จะเดินเข้ามาเยี่ยมชมดูความงามภายในมหาวิหารแห่งนี้

แล้วน้องเล็กรู้ไหมว่าดูโอโมแห่งมิลาน ตั้งอยู่ในระดับความสูง 108.5 เมตร จึงทำให้มองดูเล็กนิดเดียว รายล้อมด้วยยอดแหลมอีก 135 ยอดที่แหลมเสียดแทงขึ้นสู่แผ่นฟ้าที่เป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของสถานที่แห่งนี้และยังทำให้อาสนวิหารดูสง่าและแปลกตา รมิดายังอธิบายให้อติกานต์ฟังต่อ เพราะในบรรดาพวกเธอสี่คน คงจะมีแต่อติกานต์นี่แหละที่ยังไม่เคยมาเที่ยวมิลาน ส่วนเธอ พลอยไพลินและชนัญชยาเคยมาที่แล้วถึงสองครั้ง

ที่สำคัญถ้าน้องเล็กสามารถไต่บันได 158 ขั้น ขึ้นไปบนหลังคาเพื่อชมทัศนียภาพของเมืองมิลานได้ แต่เราจะต้องเสียค่าขึ้นชมไปชมอีก 5 ยูโรนะ แต่ถ้าไม่อยากไต่บันไดขึ้นมาน้องเล็กสามารถใช้ลิฟต์ก็ได้นะ แต่ต้องเสียอีก 7 ยูโร ด้านหน้าของดูโอโมประดับประดาด้วยรูปปั้นและรูปสลักหินอ่อนที่ประณีตบรรจง

คราวนี้เป็นพลอยไพลินที่อธิบาย หญิงสาวหันไปมองน้องสาวคนน้องเล็กที่จ้องมองรูปปั้นหินอ่อนที่สลักเอาไว้ตลอดทางเดินด้วยสายตาตื่นเต้น อย่าว่าแต่อติกานต์เลย

ตอนเธอมาครั้งแรก ก็เป็นแบบน้องสาวนี่แหละ ตื่นตาตื่นใจกับการสถาปัตยกรรมแบบนีโอโกธิคเอามากๆ พอกลับไปบ้านเธอก็เริ่มหาข้อมูล ประวัติของมหาวิหารแห่งเมืองมิลานเก็บเอาไว้ทันที จากนั้นไม่นานเธอกับรมิดาแล้วก็ชนัญชยาก็บินมามิลานอีกครั้ง เพื่อมาชมความงามของมหาวิหารแห่งนี้

แล้วน้องเล็กรู้หรือเปล่าว่าดูโอโมใช้เวลาสร่างเกือบสี่ร้อยกว่าปีทีเดียว เรียกเรียกว่าก่อสร้างโบสถ์แห่งนี้ สร้างกันมาหลายชั่วอายุคนเลยทีเดียว นักท่องเที่ยวที่มาที่นี่ ต่างก็ปรารถนาที่จะเข้าไปดื่มด่ำความสงบและความงามภายในของดูโอโมกันทั้งนั้น แต่ในฤดูที่นักท่องเที่ยวชาวยุโรปมาเที่ยว เยี่ยมชมดูโอโม นักท่องเที่ยวจะต้องเข้าแถวต่อคิวกันเพื่อเข้าชมภายในดูโอโมจนยาวเหยียดไม่น้อยไปกว่าคิวที่นักท่องเที่ยวรอที่จะเข้าชมพิพิธภัณฑ์ของวาติกันเลยนะ

รมิดาเริ่มอธิบายต่อจากพลอยไพลินทันที หญิงสาวพาน้องสาวคนน้องเล็กเดินไปเรื่อยๆ ภายในมหาวิหารที่พวกเธอเดินผ่านจะตกแต่งไปด้วยกระจกสีเอาไว้อย่างน่ามอง แล้วยังมีแท่นบูชาที่ช่วยเพิ่มบรรยากาศให้ดูขลังมากยิ่งขึ้น อีกทั้งตลอดทางที่พวกเธอเดินกันมาก็ยังมีรูปปั้นหินอ่อนที่แกะสลักเอาไว้ได้ด้วยความวิจิตรงดงาม ดูตระการตาไม่น้อย

สุดยอดเลยค่ะพี่น้ำ น้องเล็กว่ามันสวยมากเลย ดูงดงาม ละลานตาไปหมด รูปปั้นหินอ่อนที่เขานำมาแกะสลักก็ดูอ่อนช้อย เหมือนจริงมากๆ เลย ลายเส้นนี้สวย ดูโดเด่น น่าหลงใหล ที่สำคัญนักท่องเที่ยวก็เต็มไปหมดเลย คนสร้างนี่สุดยอดเลยนะคะ อดทนมาก กว่าจะเสร็จก็ใช้เวลาตั้งสี่ร้อยกว่าปี สุดยอด

อติกานต์ทำสีหน้าชวนฝัน นึกไปถึงความงดงามภายในมหาวิหารด้วยสายเคลิบเคลิ้ม จนอีกสามสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับอมยิ้ม ไปกับความน่ารักของน้องสาวคนนี้ พวกเธอคิดไม่ผิดจริงๆ ที่ตัดสินใจพาอติกานต์มาเที่ยวมหาวิหารแห่งเมืองมิลานในวันนี้

รมิดาได้แต่อมยิ้มกับท่าทางน่ารัก น่าเอ็นดูของอติกานต์ เพราะนิสัยแบบนี้ยังไงล่ะ พี่ชายที่แสนดีของเธอถึงได้หลงรักมานานหลายปี เรื่องที่เธอรู้ก็คือเตชินท์แอบรักอติกานต์มาหลายปีแล้ว เพียงแต่เธอไม่เคยบอกใครก็เท่านั้น อีกอย่าง เธอคิดว่ามันน่าจะยังไม่ถึงเวลาที่อติกานต์จะมีความรัก

แต่ตอนนี้เธอรู้ดีว่าเวลาแห่งการช่วยเหลือเตชินท์มาแล้ว หากชายหนุ่มสามารถเป็นแฟนกับอติกานต์ได้ เธอก็ดีใจด้วย และที่สำคัญเธอสามารถแก้แค้นชนาธิปได้ด้วย

หญิงสาวรู้ดีว่าชนาธิปนั้นรักและหวงน้องสาวคนนี้มากแค่ไหน หากเธอทำให้อติกานต์รักเตชินท์ เธอก็สามารถแก้แค้น เอาคืนชนาธิปได้บ้าง เธอเกลียดชนาธิปเพราะว่าชายหนุ่มกล้าขโมยจูบแรกของเธอไปเมื่อหลายปีก่อนที่ญี่ปุ่นนั่นเอง

น้องเล็กรู้หรือเปล่าว่าประตูสุดท้ายของดูโอโมสร้างเสร็จเมื่อไหร่ชนัญชยาเอ่ยถามน้องสาวเสียงหวาน

ไม่รู้ค่ะอติกานต์ตอบ ก่อนหันไปหาเจ้าของเสียงหวานทันที พี่หวานบอกน้องเล็กหน่อยสิคะว่าเมื่อไหร่ที่ประตูมหาวิหารแห่งนี้สร้างเสร็จ

ประตูบานสุดท้ายของดูโอโมสร้างเสร็จเมื่อวันที่ 6 มกราคม ค.ศ. 1965 และเปิดให้ใช้ ดังนั้นวันที่ 6 มกราคม ค.ศ. 1965 จึงถือเป็นวันที่สิ้นสุดของการก่อสร้างที่ยาวนานและยิ่งใหญ่อลังการของอาสนวิหารแห่งนี้ รวมระยะเวลาในการ ก่อสร้างทั้งสิ้น 579 ปี ความโดดเด่นของดูโอโม อยู่ที่ยอดแหลมบนหลังคา บนยอดใหญ่ตรงกลางมีพระรูปแม่พระ ทำด้วยทองสัมฤทธิ์ขนาดความสูง 4 เมตร ซึ่งเรียกกันว่า มาดูนีนา (Madunina)”

โห้ สุดยอดเลย เกือบ 600 ปีเลยนะคะ กว่าจะสร้างเสร็จนะ

อติกานต์รู้สึกทึ่งหนักเข้าไปอีก เมื่อเธอรู้ว่ามหาวิหารแห่งเมืองมิลานใช้เวลาในการสร้างยาวนานถึงขนาดนี้ ตอนแรกเธอก็ทึ่งกับสถาปัตยกรรมแบบนีโอโกธิคที่สร้างได้วิจิตรงดงามแล้ว แต่มหาวิหารแห่งนี้ยังใช้เวลาสร้างเกือบจะหกร้อยปีนี่สิ ที่ทำให้เธอรู้สึกทึ่งเอาเสียมากมาย

พี่ว่าเราออกไปดูบรรยากาศด้านนอกดูโอโมกันเถอะ เราเดินอยู่ในดูโอโมมาหลายชั่วโมงแล้วนะ ตอนนี้ถึงเวลาที่เราจะต้องออกไปเดินชม บรรยากาศรอบดูโอโมกันแล้วล่ะ เดี๋ยวน้องเล็กจะรู้สึกตื่นเต้นไปกว่านี้อีก

ทำไมหรือค่ะพี่ลิน

ก็เพราะรอบด้านของดูโอโมคือแหล่งช็อปปิ้งนะสิน้องเล็ก แล้วถ้าออกจากดูโอโมแล้วเลี้ยวขวาเข้าไปภายในอาคารที่ชื่อว่าแกลเลอเรีย  เพราะตรงนี้จะเป็นแหล่งของนักช็อปทีเดียว สินค้าแบรนด์เนมมีเยอะด้วย

พลอยไพลินตอบอติกานต์ด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน หญิงสาวรู้ดีว่าน้องสาวคนนี้ชอบเดินช๊อปขนาดไหน การเดินเข้าไปในแกลเลอเรียในวันนี้ ไม่รู้ว่าน้องสาวของเธอจะเดินช๊อปจนกระเป๋าฉีกอีกหรือเปล่า

งั้นเราก็ไปกันเถอะ ขืนอยู่ในดูโอโมนานกว่านี้ พวกเราคงจะเดินชมด้านนอกดูโอโม ได้ไม่นานแน่ๆ อีกไม่นานก็จะค่ำอีกแล้ว

ชนัญชยาเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นอาการวิบวับในดวงตาของน้องสาว พอพูดถึงแหล่งช๊อปขึ้นมาทีไร อติกานต์ก็จะแสดงอาการเช่นนี้เสมอ ไม่รู้ว่าตอนกลับพวกเธอจะขนของที่อติกานต์ซื้อกลับเมืองไทยไหวหรือเปล่า แต่จะว่าไปเมื่อก่อนเธอก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน จะต่อว่าน้องสาวก็ทำไม่ได้ เพราะเมื่อก่อนเธอก็เคยเป็นแบบนี้

งั้นพวกเราก็ไปกันเถอะรมิดาพูดขึ้น ก่อนจะเดินออกมาจากมหาวิหารเป็นคนแรก ตามด้วยอติกานต์ ชนัญชยาแล้วก็พลอยไพลินเป็นคนสุดท้าย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

326 ความคิดเห็น

  1. #36 **~Mink~** (@minkkiez) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 มกราคม 2553 / 11:29
    พี่ใหญ่ก็ไปทำตัวแสบกับเค้าก่อนนี่น้าาาา
    แต่ว่าดีค่ะ สนุกดี ได้ความรู้เรื่องเมืองมิลานด้วย
    #36
    0
  2. #27 Paa_K (@K_Ice) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 มกราคม 2553 / 23:02
    ตอนหน้าพี่ใหญ่คจะเจอกะน้องน้ำแล้วล่ะ
    #27
    0