จอมวายร้ายเจ้าหัวใจ

ตอนที่ 7 : ตอนที่ 5 ใครมันจะแน่ไปกว่ากัน(1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4386
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    14 ม.ค. 53

 

ตอนที่ 5

ใครมันจะแน่ไปกว่ากัน(1)

 

กวินท์คลายอ้อมกอดออกอย่างเสียดายเล็กน้อย เขาไม่ได้กอดชนัญชยามาเกือบสามอาทิตย์แล้ว อีกทั้งเขายังอยู่คนล่ะแห่งกับคนรักอีก การที่พวกเขาทั้งสองจะได้เจอกันนับว่าน้อยเต็มที เพราะเขาต้องทำงานคอยดูงานธุรกิจของบิดาอยู่ที่เชียงใหม่

ส่วนชนัญชยาก็อยู่กรุงเทพกับครอบครัว อีกอย่างคุณลุงภูผากับคุณป้าชญานินทร์ก็ออกจะหวงลูกสาวอย่างกับอะไรดี การที่เขาจะเข้าไปหาชนัญชยาแต่ล่ะครั้งก็ถือยากเอาการอยู่เหมือนกัน แล้วดูสิหญิงสาวบินมาเที่ยวที่มิลาน แทนที่จะโทรศัพท์ไปบอกเขาสักหน่อยก็ยังดี หากรู้เขาจะได้บินตามมาที่มิลานด้วย

มาเดี๋ยวพี่ช่วยถือ

ชายหนุ่มเอ่ยขึ้น ก่อนจะยื่นมือไปรับของจากมือของหญิงสาวด้วยความเป็นห่วง มือก็เล็กนิดเดียว แขนก็เรียวเล็ก ไม่รู้ว่าถือถุงเกือบสิบใบมาได้ยังไงกัน

 อ้อ พี่เกือบลืมไปเลย พี่ใหญ่ของน้องเล็กมาด้วยนะ แล้วก็นายโรม กับนายโฬม ก็มาด้วยเหมือนกันทันทีที่เขาพูดจบ สามหนุ่มที่ยืนอยู่อีกด้าน ก็สาวเท้าเดินเข้ามาหากลุ่มของพวกเธอเช่นกัน

รมิดา ชนัญชยา แล้วก็พลอยไพลินหันไปมองอีกสาวหนุ่มด้วยสายตาแปลกใจ พวกเธอไล่มองไปทีล่ะคน จนถึงคนสุดท้ายนี่แหละ ที่ทำให้พวกเธอจ้องมองด้วยสายตาเป็นศัตรูอย่างเปิดเผย

สวัสดีค่ะพี่ใหญ่

อติกานต์เอ่ยทักทายพี่ชายด้วยน้ำเสียงหวาน เพราะเธอไม่รู้เรื่องที่พี่สาวทั้งสามส่งสายตาอาฆาต ไม่เป็นมิตรไปให้พี่ชายของเธอเลยสักนิด อาจเป็นเพราะเธอไม่รู้ว่าหนึ่งในสามสาวที่เธอรักและเคารพกับพี่ชายที่แสนดีของเธอเป็นศัตรูกันนั่นเอง

มาเดี๋ยวพี่ช่วยถือ

ชายหนุ่มเอ่ยกับน้องสาวอย่างอ่อนโยน ก่อนจะยื่นมือไปรับของจากมือของน้องสาว ตอนนี้เขากำลังคำนวณจำนวนเงินที่อติกานต์ซื้อของไป ว่ามันจะสักเท่าไหร่เชียว เขาก็อยากรู้ว่าจริงๆ แล้ว น้องสาวซื้ออะไรไปบ้าง คราวก่อนเขาต้องจ่ายเพราะไม่รู้ว่าอติกานต์ใช้เงินซื้ออะไรไปบ้าง คราวนี้แหละเขาจะได้รู้เสียที เงินเกือบล้านเมื่อคราวก่อนที่รมิดาบอกเขาว่าเป็นของอติกานต์ทั้งหมดนั่นจริงหรือเปล่า

ขอบคุณค่ะอติกานต์ตอบรับเสียงหวาน

งั้นก็ช่วยถือของพวกนี้ด้วยนะคะรมิดาเอ่ยขึ้น เมื่อชนาธิปยื่นมือไปรับของจากน้องสาวเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวยื่นถุงเสื้อผ้าในมือไปตรงหน้าของชายหนุ่มอย่างรวดเร็วเหมือนกัน เรื่องอะไรที่เธอจะต้องถือ ในเมื่อของในมือของเธอเป็นของอติกานต์ทั้งหมด

ก็ถือเองสิ ทำไมฉันจะต้องช่วยเธอถือด้วยชนาธิปพูดขึ้นอย่างไม่พอใจ แต่เขาก็โดนรมิดาสวนกลับทันทีเหมือนกัน

ก็ของในมือของน้ำ เป็นของเล็กทั้งหมด ถ้าพี่ใหญ่ไม่ถือแล้วใครจะถือ

อย่ามาโกหกนะน้ำ ยัยเล็กไม่ซื้อของมากมายขนาดนี้หรอกชนาธิปตอกกลับอย่างรวดเร็ว

งั้นเหรอ

รมิดาทำเสียงกวนอารมณ์อีกอย่างไม่น้อย และแน่นอนว่ามันสามารถทำให้คนที่ยืนมองถึงกับหน้าบึ้งขึ้นมาทันตาเห็นทีเดียว

งั้นพี่ขอก็แล้วกันนะเล็ก เพราะพี่ใหญ่ของเล็กบอกว่าของพวกนี้เป็นของพี่น้ำเสียงหวานหันมาบอกน้องสาวด้วยรอยยิ้มหวาน จากนั้นก็เอ่ยบอกเจ้าของเงินเสียงหวานจ๋อย

ขอบคุณนะคะพี่ใหญ่ที่ซื้อยกของพวกนี้ให้กับน้ำ เดี๋ยวน้ำจะส่งบิลไปเรียกเก็บที่พี่ให้อีกทีนะคะ

ชนาธิปได้แต่ยืนอึ้งทำอะไรไม่ถูกไปเหมือนกัน เมื่อเจอรมิดาพูดแบบนี้ ชายหนุ่มก้มหน้าลงไปมองเข้าของในมือของเรียวเล็กอย่างหงุดหงิดเล็กน้อย

สรุปว่าของในมือของหญิงสาวเป็นของน้องสาวของเขาหรือเนี่ย ช่างเถอะ ถือว่าเขาพลาดท่าเสียทีเอง อย่าให้ถึงทีของเขาบ้างก็แล้วกัน แม่จะถอนให้คุ้มทุนทีเดียว ไม่รู้ว่ารอบนี้เขาจะต้องจ่ายเงินคืนให้กับผู้หญิงร้ายกาจคนนี้อีกเท่าไหร่

มาเดี๋ยวพี่ช่วยน้ำถือดีกว่า ดูสิมือแดงไปหมดแล้ว

 เตชินท์เอ่ยขึ้น ก่อนจะยื่นมือไปแย่งข้าวของในมือของรมิดามาถือเอาไว้เสียเอง เขาเห็นรอยแดงบนฝามือเล็กๆ ก็รู้สึกสงสารไม่น้อย ท่าทางของในถุงจะหนักไม่น้อยทีเดียว เพราะไม่ใช่แต่มือหรอกที่แดง ใบหน้าสวยหวานก็ดูแดงระเรื่อ...

มาเดี๋ยวพี่ช่วยลินถือดีกว่า

เตชิตหันไปพูดกับพลอยไพลิน ก่อนจะยื่นมือไปดึงข้าวของมาจากมือเล็ก ชายหนุ่มส่งยิ้มหวานมาให้ เขาก็สงสารหญิงสาวไม่น้อยเหมือนกัน จะชื้อของทั้งทีก็น่าจะมีคนคอยช่วยถือน่าจะดีกว่า อีกอย่างพลอยไพลินก็ดูรูปร่างบอบบางจนเขาเป็นห่วง แต่จะว่าไปทั้งรมิดา ชนัญชยา แล้วก็พลอยไพลิน ก็มีรูปร่างใกล้เคียงกัน ส่วนสูงก็ไม่น่าจะต่างเท่าไหร่

เพราะขากที่เขาดูรมิดาน่าจะสูงที่สุดก็ประมาณร้อยหกสิบห้าเซนติเมตร ชนัญชยาก็คงประมาณร้อยหกสิบสามเซนติเมตร ส่วนพลอยไพลินนี่ก็จะประมาณร้อยหกสิบแปดเซนติเมตร อาจเพราะเวลาที่สามสาวนี่ยืนด้วยกัน เขามักจะเป็นรมิดายืนกลางเสมอ ส่วนอีกสองสาวอาจจะยืนสลับกันไปมาขวาบ้างซ้ายบ้าง ก็เลยรู้ว่าความสูงของแต่คนนั้นประมาณเท่าไหร่

ขอบคุณค่ะพลอยไพลินเอ่ยขอบคุณเตชิต ไม่ใช่ว่าเธอชอบชายหนุ่มหรอก แต่การที่มีคนช่วยถือของแบบนี้ มันดีจะตายไป ไม่ต้องถือเอง ช่วยประหยัดพลังงานไปในตัวด้วย

พี่ว่าพวกเราเอาของไปเก็บกันดีกว่านะ

เตชินท์เอ่ยขึ้น ก่อนจะเดินเข้าไปในลิฟต์เป็นคนแรก จากนั้นไม่นานอีกเจ็ดคนก็เดินตามเขาเข้าไปในลิฟต์ทันที แม้ว่าจะพวกจะยืนกันอยู่ในลิฟต์ แต่ยังมีอีกคู่หนึ่งที่จ้องมองกันอย่างจะฆ่าให้ได้เสียอย่างนั้น

เห็นทีว่าการมาเที่ยวพักผ่อนแบบนี้น่าจะไม่สนุกขึ้นมาเสียแล้ว เสียงถอยหายใจของใครอีกหลายคนดังขึ้นมาหลายครั้งติดต่อกัน อย่างเหนื่อยหน่ายกับเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้านี้

 

ณ ห้องพักของรมิดากับอติกานต์

เดี๋ยวเล็กเก็บเสื้อผ้าแล้วก็เข้าของไปไว้ในห้องพี่

ชนาธิปเอ่ยขึ้น เมื่อเดินเข้าไปในห้องพักของน้องสาว เขาไม่อยากให้รมิดานอนร่วมห้องกับอติกานต์ เพราะเขาไม่รู้ว่าช่วงที่ทั้งสองนอนห้องเดียวกัน รมิดาทำอะไรไม่ดีกับน้องสาวของเขาไปบ้าง แค่นึกตอนที่เขาคุยโทรศัพท์กับรมิดาเมื่อหลายคืนก่อน เขาก็ยิ่งไม่พอใจ ยิ่งนึกว่าทั้งสองสาวอาบน้ำด้วยกัน เขาก็ยิ่งแค้นใจ

ทำไมต้องย้ายไปนอนห้องของพี่ใหญ่ด้วยล่ะค่ะ น้องเล็กนอนกับพี่น้ำดีกว่า นอนคนเดียวไม่เห็นจะอุ่นเลย อีกอย่างที่นี่อากาศก็เย็น

อติกานต์รำพึงรำพันออกมาอย่างไม่เห็นใส่ ว่าตอนนี้หน้าตาของพี่จะเป็นยังไง ให้เธอไปนอนคนเดียวนะหรือไม่มีทางเสียล่ะ อีกอย่างเธอก็ไม่ชอบนอนในโรงแรมคนเดียวเสียด้วย น่ากลัวจะตาย แล้วเรื่องอะไรที่เธอจะต้องไปนอนอยู่ในห้องพี่ชายเพียงลำพัง

นั่นสิค่ะพี่ใหญ่ ทำไมน้องเล็กจะต้องย้ายไปนอนกับพี่ใหญ่ที่ห้องด้วย น้องเล็กนอนกับพี่แหละดีแล้ว อีกอย่างพี่ก็ไม่ชอบนอนคนเดียวด้วย มันรู้สึกหวิวๆ ยังไงชอบกล น้องเล็กว่าไหม

 รมิดาก้มลงมากระซิบบอกอติกานต์ด้วยรอยยิ้ม หญิงสาวรู้ดีว่าน้องสาวคนนี้กลัวผีมากแค่ไหน ยิ่งมาพักในโรมแรมแบบนี้ ไม่มีทางเสียล่ะที่หญิงสาวจะนอนคนเดียวในห้องที่กว้างเอามากแบบนี้ และที่สำคัญ เรื่องอะไรที่เธอจะยอมให้อติกานต์ไปนอนห้องของชนาธิป หากให้ไปนอน เธอก็หมดแผนที่จะแกล้งเขานะสิ

นั่นสิค่ะพี่น้ำ น้องเล็กของนอนกับพี่น้ำดีกว่า ไปนอนห้องพี่ใหญ่คนเดียวไม่เอาหรอก

แต่พี่จะให้เราย้ายไปนอนห้องของพี่ นี่เป็นคำสั่ง

ชนาธิปสั่งเสียงห้าว ใบหน้าคมจ้องมองรมิดาอย่างไม่พอใจ เมื่อเห็นอาการของสองสาวที่ดูสนิทสนมกันจนเกินเหตุ เขาชักจะไม่แน่ใจเสียแล้วสิว่ารมิดากับน้องสาวเป็นอะไรกัน ยิ่งดูท่าทางดูแลเอาใจใส่ของรมิดาที่มีต่ออติกานต์ยิ่งทำให้เขารู้สึกโมโห ขุ่นเคืองไม่น้อย เห็นทีเขาจะต้องสั่งห้ามน้องสาวให้อยู่ห่างผู้หญิงคนนี้เสียแล้ว

ทำไมค่ะ พี่ใหญ่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องให้น้องเล็กย้ายไปนอนห้องของพี่

รมิดาหันมาถามเสียงเศร้าสร้อย หญิงสาวพยายามทำสีหน้าและท่าทางให้อติกานต์เห็นใจและเป็นห่วงเธอให้ได้มากที่สุด เพราะถ้าหากอติกานต์เข้าข้างเธอ เป็นห่วงเธอ ชนาธิปก็จะหัวเสีย อารมณ์ไม่ดี หงุดหงิดงุ่นง่าน ที่ชายหนุ่มไม่สามารถทำให้น้องสาวยอมเชื่อฟังได้

นั่นสิค่ะพี่ใหญ่ ถ้าน้องเล็กไปนอนห้องพี่ใหญ่แล้วใครจะนอนเป็นเพื่อนพี่น้ำล่ะค่ะ

น้ำเขาคงจะนอนคนเดียวได้แหละ น้องเล็กไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอก

แต่น้ำนอนคนเดียวไม่ได้น่ะค่ะพี่ใหญ่ น้องเล็กก็นอนคนเดียวไม่ได้เหมือนกันใช่ไหมเธอไม่มีทางยอมให้ชนาธิปเอาตัวอติกานต์ไปจากเธอได้หรอก ไม่มีทางเสียล่ะ รักมาก เป็นห่วงอติกานต์มากใช่ไหม เธอนี่แหละที่จะทำให้ผู้ชายคนนี้กระอักเลือดตาย หรือไม่ก็สติแตก ประสาทไปเลย

แต่ฉันต้องการให้น้องสาวของฉันไปนอนกับฉันที่ห้อง เธอมีปัญหาอะไร...รมิดาเขาล่ะอยากจะบ้าตาย ดูผู้หญิงคนนี้ทำหน้าทำตาเข้าสิ เหมือนกับว่าเขาทำร้ายความรู้สึกของเจ้าหล่อนเสียสาหัส ยิ่งแววตาคู่หวานดูเศร้า น้ำตาเริ่มคลออยู่ที่หางตา เขาก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิด ยัยบ้านี่กำลังเล่นบทเจ้าน้ำตากับเขาหรือยังไงกัน

อย่ามาเจ้าน้ำตากับฉันใบหน้าคมโน้มลงมากระซิบบอกคนเจ้าเล่ห์ที่ยืนทำหน้าเศร้า เรียกคะแนนความสงสารจากน้องสาวของเขาอย่างไม่พอใจเล็กน้อย

น้ำไม่ได้เจ้าน้ำเสียหน่อย พี่ใหญ่ใจร้ายทำแบบนี้กับน้ำได้ยังไงน้ำเสียงหวานเริ่มตัดพ้อชายหนุ่มขึ้นมาทันที ให้มันรู้ไปสิว่าเธอจะไม่ชนะในรอบนี้

รมิดา!”

ชนาธิปถึงกับพูดไม่ออก เจอแผนแบบนี้ของรมิดา ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นไปมองน้องสาวเล็กน้อย  พอเห็นอาการเป็นห่วงเป็นใยของน้องสาวที่มีต่อผู้หญิงเจ้ามารยาตรงหน้าของเขา อารมณ์ขุ่นเคืองก็ยิ่งพุ่งขึ้นสูงปรี๊ดทีเดียว เขาไม่มีทางแพ้ยัยผู้หญิงเจ้าเล่ห์ ร้อยมารยาคนนี้อย่างแน่นอน เขาจะต้องไม่ใจอ่อน ไม่อย่างนั้นครั้งหน้าเขาก็ต้องใจอ่อนแล้วยอมให้หญิงสาวแบบนี้อีก

พี่ใหญ่ ทำไมต้องขึ้นเสียงด้วยค่ะ ดูสิพี่น้ำจะร้องไห้แล้ว

อติกานต์เงยหน้าขึ้นไปแหวพี่ชายอย่างโมโห ดูสิพี่สาวที่น่ารักของเธอกำลังจะร้องไห้ เพราะโดนพี่ชายจอมบ้าอำนาจของเธอทำร้ายความรู้สึก ไหนหญิงสาวเคยเล่าให้เธอฟังยังไงว่า พี่ชายของเธอน่ารักอย่างนั้น น่ารักอย่างนี้ ที่แท้ก็โกหกทั้งเพ ดูสิทำพี่สาวที่แสนดีของเธอร้องไห้ แบบนี้มันน่ารักตรงไหน โหดร้ายเสียมากกว่า

ไปเก็บของแล้วคืนนี้ไปนอนกับพี่ที่ห้อง ไม่ต้องมาเถียงเลย นี่เป็นคำสั่งน้ำเสียงเด็ดขาดของชนาธิปทำให้รมิดาเงยหน้าขึ้นมามองอย่างแค้นใจ แต่เธอก็ไม่มีทางยอมแพ้หรอก แผนแรกไม่สำเร็จ ใช้แผนสองก็ได้ ไม่เห็นจะยากเลย ให้มันรู้ไปสิว่าผู้ชายคนนี้จะชนะเธอ

ไม่เป็นหรอกจ้ะน้องเล็ก เดี๋ยวน้องเล็กไปนอนที่ห้องของพี่ใหญ่ก็ได้ เดี๋ยวพี่อาบน้ำเสร็จจะตามน้องเล็กไปนอนที่ห้องของพี่ใหญ่ด้วย เห็นพี่โรมบอกว่า ห้องของพี่ใหญ่เตียงกว้างมากไม่ใช่เหรอ

ใช่ค่ะอติกานต์ตอบรักเสียงหวาน

งั้นเดี๋ยวคืนนี้พี่ไปนอนกับน้องเล็กที่ห้องของพี่ใหญ่ก็แล้วกันให้มันรู้ไปสิว่าผู้ชายคนนี้จะกล้าขัดเธออีก ในเมื่อให้อติกานต์นอนห้องเธอไม่ได้ เธอก็ตัดสินใจไปนอนกับอติกานต์ที่ห้องของเขาเลย ให้มันรู้ไปสิว่าใครจะแน่กว่ากัน

ชนาธิปได้แต่อึ้ง แล้วก็อึ้งกับคำพูดของรมิดา นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน เห็นทีเรื่องที่เขากังวลคงจะเป็นจริงใช่ไหม เรื่องที่รมิดาเป็นเลสเบี้ยนแล้วหญิงสาวยังดึงน้องสาวของเขาเข้าไปรวมด้วยอีกคน

ก็ดีค่ะพี่น้ำ งั้นเดี๋ยวเล็กไปเก็บของก่อนนะคะ

มาเดี๋ยวพี่ช่วยเก็บ

รมิดาอาสาน้องสาวเสียงหวาน หญิงสาวไม่ได้สนใจว่าตอนนี้ชนาธิปจะรู้สึกยังไง เธอรู้แต่ว่ารอบนี้เธอชนะอีกแล้ว และเธอจะต้องชนะต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าผู้ชายคนนี้จะยอมขอโทษเรื่องที่เขาขโมยจูบแรกของเธอไปเสียก่อน เธอถึงจะยอมลามือจากเรื่องแก้แค้น

ชนาธิปถึงกับพูดไม่ออก ทำอะไรไม้ถูกไปทีเดียว เมื่อเจอรมิดาใช้ไม้นี้ ชายหนุ่มหันไปมองหญิงสาวทั้งสองด้วยสายตาเคร่งเครียด กลัดกลุ้มไม่น้อย นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรกับครอบครัวของเขากัน จู่ๆ น้องสาวก็กำลังจะเปลี่ยนใจไปชอบเพศเดียวกัน เกิดบิดามารดารู้เข้า เขาจะทำยังไง

พี่ใหญ่กลับห้องไปก่อนนะคะ เดี๋ยวน้องเล็กจะตามไป

อติกานต์ตะโกนบอกพี่ชายเสียงหวาน ใบหน้างามหันไปมองพี่สาวด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน จนคนที่ยืนมองถึงกับหน้าหงิกขึ้นมาอย่างปัจจุบันทันด่วน ไอ้อาการหัวเราะ ส่งยิ้มหวานๆ ให้กัน แล้วยังบทสนทนาที่ทั้งสองพูดคนกัน ทำให้เขาเหมือนกับเป็นคนนอกอย่างไงไม่รู้ ชนาธิปคิดอย่างไม่พอใจรมิดาเอามากๆ

ชายหนุ่มก้าวเดินออกไปจากห้องพักของทั้งสอง หากแต่สายตาก็สะดุดเข้ากับคีย์การ์ดสีทอง ชายหนุ่มหยิบมันมาใส่กระเป๋า แล้วก็เดินออกไปจากห้องอย่างรวดเร็วแต่ก็ยังไม่ลืมที่จะหิ้วถุงเสื้อผ้าอีกนับสิบใบของน้องสาวติดมือไปด้วย

ตอนนี้เขากลับไปนั่งสงบสติอารมณ์อยู่ที่ห้องก่อนดีกว่า เขาต้องใช้สมองคิดแผนการเอาคืนรมิดาให้ได้เสียก่อน ไม่งั้นคืนนี้เขาจะต้องเป็นบ้าเอาแน่ๆ หากหญิงสาวมานอนที่ห้องของเขากับอติกานต์

 

เกือบห้าทุ่มที่ชนาธิปนั่งรอน้องสาวอยู่ที่ห้องนอน ที่ชายหนุ่มก็ยังไม่เห็นน้องสาวกลับมาเสียที ใบหน้าคมเริ่มตึงเครียดเล็กน้อย เห็นได้อย่างชัดเจนว่ารมิดากำลังจะหาเรื่องเขาอีกแล้ว กี่ครั้งแล้วที่รมิดาพยายามหาเรื่องเขา กี่ครั้งที่เขาต้องปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้เข้ามาวุ่นวายในชีวิต เห็นทีเขาคงจะต้องจัดการขั้นเด็ดขาดเสียที

ในที่สุดชายหนุ่มก็ตัดสินใจออกไปตามอติกานต์ที่ห้องพัก ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นจากเตียงนอน เดินไปหยิบคีย์การ์ดสีทองขึ้นมา นึกหรือว่าฉันจะไม่มีทางพายัยเล็กออกมาจากห้องนอนของเธอได้ รมิดาน้ำเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างขุ่นเคืองเล็กน้อย โชคดีที่นะที่เขาคิดที่จะหยิบคีย์การ์ดห้องพักของน้องสาวมาด้วย

ไม่ถึงห้านาทีชนาธิปก็ยืนอยู่หน้าห้องพักของรมิดากับน้องสาว ชายหนุ่มยกมือขึ้นไปเสียบคีย์การ์ดก่อนจะเปิดประตูห้องพักของสองสาวเข้าไปภายในห้อง ก่อนจะใช้มือดันประตูให้ปิดและเบาที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้

ความเย็นที่กระทบเข้ากับผิวหนังของเขา ทำให้ชายหนุ่มรู้ว่าสองสาวที่นอนอยู่ในห้องคงจะต้องชอบความเย็นไม่น้อย เพราะความเย็นที่เขาสัมผัสมันทำให้เขารู้สึกเย็นวาบเข้าไปถึงหัวใจเลยทีเดียว

ทำไมมันเย็นแบบนี้วะเสียงทุ้มรำพึงรำพันออกมาเบาๆ เท้าใหญ่ก็ก้าวเท้าย่างเข้าไปภายในห้องนอนที่อยู่ลึกเข้าไปอีกนิดหน่อย ภาพที่เขาเห็นเต็มสองตา ก็คือภาพของน้องสาวกับรมิดานอนกอดกันกลมอยู่บนเตียงนอนอย่างมีความสุข

ใบหน้าคมถึงกับขบกรามขึ้นเป็นสันนูน เมื่อเห็นภาพที่ทำให้เขารู้สึกว่าหัวใจถูกบีบรัดอย่างรุนแรง เท้าใหญ่ก้าวตรงเข้าไปยังเตียงนอนอย่างรวดเร็ว แล้วก็หยุดอยู่ตรงกลางเตียงอย่างไม่พอใจ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าสิ่งที่เขาคิดจะเป็นจริง ผู้หญิงหน้าตาสะสวย คนนี้จะเป็นอย่างที่เขาคิด

ในเมื่อเธอกล้าแข็งข้อกับฉัน งั้นเราก็มาสู้กันสักตั้ง ว่าฉันหรือเธอกันแน่ที่จะชนะในเกมนี้

 น้ำเสียงเริ่มกร้าวเล็กน้อย ก่อนจะคิดแผนการดัดหลังรมิดาขึ้นมาปัจจุบันทันด่วน ใบหน้าคมฉายแววเจ้าเล่ห์ขึ้นมาเล็กน้อย สายตาคู่คมจ้องมองร่างระหงที่นอนหลับใหลอยู่ข้างกายน้องสาวอย่างสะใจเล็กน้อย กับสิ่งที่เขาจะทำ อยากรู้เหมือนกันว่าหากหญิงสาวตื่นมาพรุ่งนี้แล้วมีเขานอนอยู่ข้างกาย เจ้าหล่อนจะทำยังไง

แล้วมาดูกันว่าเธอหรือฉันที่จะชนะในเกมนี้หนูน้อย

แล้วร่างสูงใหญ่ก็โน้มตัวลงมาเล็กน้อย จากนั้นก็เอื้อมมือหนาเริ่มขยับร่างระหงกับร่างบอบบางของน้องสาวให้ออกห่างกัน เมื่อเห็นว่าทั้งสองสาวแยกตัวออกจากกัน

ชนาธิปก็ขยับกาย แล้วก็ยกเท้าข้างหนึ่งขึ้นไปบนเตียงอย่างเบาที่สุด เท้าหนาวางเอาไว้ตรงกลางระหว่างสองสาว ก่อนจะขยับอีกข้างขึ้นมา แล้วก็ล้มตัวลงนอนโดยมีสองสาวนอนขนาบเขา

ชายหนุ่มยกมือขึ้นมาดึงผ้าห่มมาคลุมร่างสองสาวที่นอนหลับอย่างมีความสุข ใบหน้าสวยหวานแต้มไปด้วยรอยยิ้มหวาน ยามที่รมิดานอนหลับแบบนี้ก็ดูสวย น่ารัก ไร้เดียงสาเหมือนกันนะเนี่ย

จะว่าไปเธอก็ดูสวยน่ารักดีเหมือนกันนิน้ำ เวลาที่ไม่กวนอารมณ์ฉัน

ชายหนุ่มพึมพำออกมา ก่อนจะหลับตาลงอย่างเหนื่อยล้าเช่นกัน เขาอยากรู้เหมือนกันว่าพรุ่งนี้พอ สาวน้อยคนนี้ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าเขานอนอยู่ด้วย เจ้าหล่อนจะทำยังไง จะโกรธจนหัวฟัดหัวเหวี่ยงเหมือนที่เขาเคยเป็นหรือเปล่า มือหนาดึงร่างระหงเข้ามากอดอย่างมีความสุข

เมื่อนึกถึงวันพรุ่งนี้ อยากรู้เหลือเกินว่าคนในอ้อมกอดจะทำโวยวายเอาเรื่องเขาไหม แล้วจะแก้สถานการณ์ที่เขาสร้างอย่างไร

ใบหน้าคมขยับก้มลงมานิดหน่อยก่อนจะโน้มหน้าลงมาหอมแก้มนวล ที่แนบติดอยู่กับแผงอกกว้างของเขา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ปรากฏขึ้นมา

ชายหนุ่มขยับกายลงมาอีกเล็กน้อย แล้วก็ซุกใบหน้าคมลงข้างซอกคอหอมกรุ่น พร้อมกับกระซับกอดร่างระหงเข้ามาแนบชิดกายแกร่งมากยิ่งขึ้น จากนั้นก็หลับตาลงอย่างพอใจกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในวันรุ่งขึ้น

 

อีกหนึ่งชั่วโมงต่อมาหญิงสาวร่างบอบบางก็ขยับกายลุกขึ้นนั่ง รอยยิ้มสวยเก๋หันมามองสองร่างที่นอนกอดกันกลมอย่างชอบอกชอบใจ เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพี่ชายจะกล้าทำอะไรแบบนี้ คิดยังไงถึงกล้ามานอนกั้นกลางระหว่างเธอกับรมิดา

หญิงสาวขยับกายลงขึ้นยืน ก่อนจะหันมามองพี่ชายและพี่สาวที่แสนดีต่างนอนกอดกันกลม รอยยิ้มแห่งความสุขแต้มอยู่บนใบหน้าของทั้งคู่ เธอก็ยิ้มกว้างออกมาทีเดียว อยากรู้เหมือนกันว่าหากพรุ่งนี้ทั้งสองตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองต่างก็นอนกอดศัตรูของตัวเอง แล้วพวกเขาทั้งสองจะทำยังไง

เจอกันพรุ่งนี้เช้านะคะพี่ใหญ่ พี่น้ำ

อติกานต์เอ่ยขึ้น ก่อนจะตัดสินใจ เดินอ้อมไปหยิบคีย์การ์ดห้องนอนของพี่ชายที่วางซ้อนทับกับคีย์การ์ดของเธออย่างขบขันเล็กน้อย หญิงสาวรู้อยู่แล้วว่าพี่ชายแอบหยิบคีย์การ์ดห้องพักของเธอไป เพียงแต่เธอไม่คิดว่า พี่ชายจะบ้าดีเดือดถึงขนาดนี้

เกิดมีใครมาเห็นเขา พวกเขาก็คงจะคิดเหมือนเธอว่าศัตรูคู่นี้รักกันมากขนาดไหน กลางวันก็ทะเลาะกัน แต่พอกลางคืนก็ดันมานอนกอดกันกลม ท่าทางดูจะมีความสุขไม่น้อยเสียด้วย

ฝันดีนะค่ะพี่ใหญ่ พี่น้ำ

เสียงหวานพึมพำขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะหยิบคีย์การ์ดขึ้นมากำเอาไว้แน่น ไม่นานร่างบอบบางก็เดินไปยังตู้เสื้อผ้า แล้วก็เปิดประตูตู้ออกมา จากนั้นก็เลือกเสื้อผ้าออกมาสองชุด เพื่อจะใช้ใส่ในวันพรุ่งนี้ ที่สำคัญพรุ่งนี้เช้าเธอไม่อยากเข้ามาเจอสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกของพี่ชายกับพี่สาวหรอก

เมื่อเลือกชุดที่ต้องการได้แล้ว อติกานต์ก็ก้มลงไปหยิบของใช้ส่วนตัวอีกเล็กน้อย ไม่นานหญิงสาวก็เดินออกไปจากห้องพักของตัวเองอย่างเงียบเชียบ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

326 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553 / 21:13
    น๊าน งานนี้ เลยไม่รู้คัยดัดหลังคัยสะแล้ว

    จะเปนยังไง น่ะ  
    #200
    0
  2. #40 หม่น้อยบูริน (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มกราคม 2553 / 14:01
    ไม่ได้เข้ามาสะนาน



    วันนี้อ่านรวดเดียวเลย..



    ไรเตอร์จงเจริญ.. (เป็นกำลังใจให้สร้างสรรค์ผลงานต่อไป)
    #40
    0
  3. #38 **~Mink~** (@minkkiez) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มกราคม 2553 / 11:42
    555+
    น้องเล็กร้ายที่สุดซะอย่างนั้น อิอิ
    #38
    0
  4. #32 cattycall (@catty_call) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 มกราคม 2553 / 21:13

    ตัวเล็ก หนีออกมาอย่างนี้ ระวัง .... ดีๆๆๆนะ

    #32
    0
  5. #31 yuechan (@yuechan) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 มกราคม 2553 / 20:20

    โอ้ สรุปแล้วยกนี้หนูเล็กชนะขาด

    #31
    0
  6. #30 Paa_K (@K_Ice) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 มกราคม 2553 / 19:56
    ค้างมากมาย มาต่ออีกนะคะ
    อิอิ
    เป็นอย่างไรต่อไป
    #30
    0