ไตรชีวัน || มินเจ,แบคเร็น,คุปส์ฮัน

ตอนที่ 22 : รัตนกรกันต์ : ๘

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    16 เม.ย. 63

            รัตนกรกันต์รู้สึกเหมือนร่างกายของเขาร้อนราวกับเปลวไฟ การอาบน้ำก่อนเข้านอนควรจะทำให้เขาสบายตัวแท้ๆ แต่ด้วยอาการที่เข้าใจว่าเป็นเพราะพิษไข้ที่ทรมานเขามาหลายวันนี้กลับทำให้เขารู้สึกมากกว่าครั้งไหนๆ พยายามที่จะข่มตานอนให้คืนนี้ผ่านพ้นไปแต่ก็ทำไม่ได้สักที อาการแปลกๆเริ่มเกิดขึ้นกับขึ้นเรื่อยๆ ร่างเล็กหอบหายใจถี่ในขณะที่นอนพลิกไปพลิกมาบนเตียงอย่างนั้นอยู่พักใหญ่แต่ก็ไม่สามารถสงบจิตสงบใจตัวเองได้เลย เขารู้สึกเหมือนจิตของตัวฟุ้งซ่านไปหมดพร้อมอาการปวดหนึบที่แล่นไปทั่วร่างกาย หรือบางทีเขาควรจะออกไปกินยาเพิ่มเพื่อระงับอาการไข้ของตัวเอง


            เด็กหนุ่มประคองตัวลุกขึ้นนั่งก่อนจะตบๆแก้มตัวเองเป็นการเรียกสติสักหน่อยแล้วค่อยลุกขึ้นเดินออกไปหาน้ำหายามากินเพื่อที่ได้นอนหลับสักที แต่กว่าจะถึงห้องครัวได้ก็ทุลักทุเลเอาเสียเหลือเกิน ไม่รู้ทำไมเขาถึงได้รู้สึกไร้เรี่ยวแรงในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อนขนาดนี้


            จัดการเทน้ำจากขวดใส่แก้วก่อนจะยกดื่มพร้อมกับเม็ดยาที่ไหลกลืนลงคอ ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาเท่าไหร่กว่ายาจะออกฤทธิ์ แต่ตอนนี้ขอแค่อาการของเขาทุเลาลงบ้างก็พอ


            แต่เหมือนมันจะไม่เป็นอย่างนั้น ...


            รัตนกรกันต์เหมือนได้กลิ่นที่คุ้นเคยโชยมาแตะจมูก กลิ่นหอมอ่อนๆของต้นไผ่ที่ทำให้อาการของเขาเหมือนหนักมากยิ่งขึ้นไปอีก อยู่ๆก็รู้สึกมือไม้อ่อนจนปล่อยแก้วน้ำร่วงลงแตกกระจายบนพื้น ก่อนที่ร่างเล็กจะทรุดนั่งพร้อมกับรู้สึกได้ถึงจังหวะหายใจของตัวเองที่รุนแรงขึ้น เขารู้สึกเหมือนจะตายเสียตรงนี้ให้ได้เลยทีเดียว


            รัตน์ มาทำอะไรตรงนี้? เสียงหนึ่งดังขึ้นเรียกสติของเขาให้กลับมา ดนัยในชุดนอนสีเข้มยืนมองเขาอยู่ด้านหลัง ใบหน้าคมขมวดคิ้วอย่างสงสัยก่อนที่จะรีบเดินเข้ามาใกล้เพื่อประคองให้เขากลับมายืนขึ้นเหมือนเดิม


            เธอทำแก้วแตกงั้นหรือ? เป็นอะไรหรือเปล่า? ไม่ได้เผลอเหยียเข้าใช่ไหม? จัดการถามออกไปอย่างนึกเป็นห่วง ก่อนที่จะได้กลิ่นดอกมะลิหอมแรงจากอีกฝ่ายที่ทำให้หัวใจเต้นระรัวอย่างผิดปกติ


            ก็รู้อยู่ว่ากลิ่นกายของเด็กคนนี้หอมมากแค่ไหน แต่ไม่รู้ทำไมในคราวนี้มันช่างหอมและยั่วยวนกว่าเดิมเสียเหลือเกิน


            อาการเธอไม่ดีขึ้นงั้นหรือ? ดนัยถามอีกครั้ง แต่ก็ได้รับคำตอบมาเป็นการส่ายหน้าแทน ดวงตาคู่สวยของเด็กหนุ่มรื้นไปด้วยน้ำตาที่เอ่อล้นออกมาพาให้เขาสงสัยกว่าเดิมว่าอะไรขึ้น แต่แล้วก็ต้องตกใจเมื่อร่างเล็กนั้นโผเข้ากอดเข้าไว้อย่างเต็มแรงพร้อมร้องไห้ออกมา


            เป็นอะไรงั้นหรือ? ไม่ต้องร้องนะ ฉันอยู่ตรงนี้แล้ว ไหนบอกสิว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดีกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ จึงได้แต่ลูบหัวและกอดตอบเป็นการปลอบโยนโดยที่ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่เมื่อไม่ได้คำตอบกลับมาก็เลยปล่อยให้เจ้าตัวเล็กกอดอย่างนั้นอยู่พักใหญ่ทีเดียว สักพักก็มีเสียงอู้อี้ที่ฟังไม่ได้ศัพท์ดังมาจากในอ้อมอก


            พูดดีๆสิรัตน์ ฉันฟังเธออยู่นะ


            พี่ดนัย...


            ว่าไง


            อย่าทิ้งผมนะ...


            เธอกำลังร้องไห้อยู่แบบนี้แล้วฉันจะทิ้งเธอได้อย่างไรกันล่ะ


            จริงนะครับ?


            จริงสิ


            เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมอง ดวงตากลมโตทั้งสองข้างฉ่ำไปด้วยน้ำตาที่เอ่อล้นออกมา ดนัยยกมือขึ้นจับหน้าของอีกฝ่ายพร้อมใช้ปลายนิ้วเกลี่ยน้ำตาออกพร้อมกับยิ้มให้ แต่รัตนกรกันต์กลับเบะปากยิ่งกว่าเดิม นั่นยิ่งทำให้เขายิ่งสงสัย แต่ก็ต้องแปลกใจยิ่งกว่าเดิมเมื่อแขนคู่น้อยที่โอบกอดตัวเขาอยู่นั้นค่อยๆเลื่อนขึ้นมาเป็นโอบรอบคอ


            จะทำอะไรน่ะรัตน์?


            คนตัวเล็กยังคงไม่ตอบคำถามเช่นเคย หากแต่การกระทำต่อจากนั้นทำเอาดนัยค่อนข้างจะตกใจทีเดียว เมื่อใบหน้าเล็กนั้นขยับเข้ามาใกล้พร้อมกับกดริมฝีปากเล็กๆของเจ้าตัวลงบนริมฝีปากของเขาเอง ดนัยนิ่งค้างไปปล่อยให้อีกฝ่ายจุมพิตและขบเม้มลงมาอย่างนั้นอยู่พักใหญ่ ด้วยสามัญสำนึกที่ดีเขาควรจะดันอีกฝ่ายออกและไม่ควรฉวยโอกาสตอนนี้ แต่ด้วยกลิ่นดอกมะลิอันแสนรุนแรงที่กำลังมอมเมาเขาอยู่ทำเอาสุดท้ายเขาก็หลงระเริงไปกับสัมผัสที่เด็กหนุ่มหยิบยื่นมาให้จนได้ แขนแกร่งโอบเอวร่างเล็กเข้ามาใกล้ก่อนจะเริ่มจูบตอบในทันที


            ไม่รู้ว่าเพราะอะไร เมื่อยิ่งเข้าใกล้กลับยิ่งโหยหา รัตนกรกันต์รู้สึกต้องการมากกว่านี้ เจ้าตัวเล็กจึงส่งปลายลิ้นร้อนเข้าไปเริ่มหยอกล้อกับอีกฝ่ายอย่างซุกซน ก่อนที่จะได้รับการเกี่ยวกระหวัดกลับมาจากอวัยวะเดียวกัน สร้างความรู้สึกพอใจให้เป็นอย่างมากจนต้องส่งเสียงครางเบาๆในลำคอผสมกับเสียงดูดดึงริมฝีปากของกันและกันจนหยดน้ำลายไหลเปรอะเปื้อนไปหมด วินาทีนี้ทั้งคู่ต่างไม่สนอะไรอีกต่อไปแล้ว ไม่สนแม้กระทั่งว่าลมหายใจของกันและกันจะถูกช่วงชิงไปโดยอีกฝ่ายไปมากแค่ไหน ด้วยความต้องการที่จะได้รับการเติมเต็มนั้นมีมากกว่าทำให้ทั้งคู่เป็นดั่งแม่เหล็กที่ดูดเข้าหากัน รัตนกรกันต์รู้สึกเหมือนตัวเองตกอยูในความฝัน


            มันรู้สึกโหวงเหวงเหมือนกำลังเดินอยู่บนก้อนเมฆอย่างไรอย่างนั้น ทั้งคู่ต่างผละออกจากกันครู่หนึ่งเพื่อพักหายใจ ก่อนที่จะประกบเข้าหากันใหม่อย่างไม่รู้เบื่อ ดนัยรู้สึกได้ว่าตัวเองกำลังถูกปลุกเร้าอารมณ์ขึ้นมาโดยเจ้าดอกมะลิตรงหน้า เขาจัดการอุ้มอีกฝ่ายขึ้นก่อนจะละริมฝีปากออกมาอีกครั้ง เจ้าตัวเล็กในอ้อมแขนมองหน้อย่างไม่เข้าใจ นัยน์ตาที่หวานเยิ้มนั่นส่อแววดื้อรั้นเล็กน้อย ดนัยได้แต่ยิ้มบางๆให้ทั้งที่ในใจเขาอยากจะฟัดแรงๆเสียเหลือเกิน


            เดี๋ยวใครออกมาเห็นเข้าจะตกใจเอานะรัตน์


            ยังคงไม่มีคำตอบตอบกลับมา รัตนกรกันต์กอดเขาแน่นราวกับว่าไม่ต้องการที่จะปล่อยไปไหน  ดนัยจึงเลือกที่จะอุ้มอีกฝ่ายกลับไปยังห้องของเจ้าตัว กลิ่นดอกมะลิยังคงติดอยู่ที่ปลายจมูกและไม่มีทีท่าว่าจะเบาลงเลยแม้แต่น้อยจนเขาแทบจะนับหนึ่งถึงร้อยอยู่ในใจเป็นการข่มอารมณ์ เพราะคิดว่าแค่จูบเมื่อสักครู่ก็เป็นการกระทำที่มากเกินพอแล้วสำหรับค่ำคืนนี้


            ดนัยจัดการวางเจ้าตัวเล็กลงบนเตียงนอนก่อนจะลูบหัวไปหนึ่งที รัตนกรกันต์กำแขนเสื้อของเขาเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย แม้จะไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาแต่แววตาและสีหน้านั้นเต็มไปด้วยท่าทีออดอ้อนจนเขาแทบจะอยากเอาหัวโขกกับเตียงให้รู้แล้วรู้รอด


            พี่ดนัย... น้ำตาของเด็กหนุ่มเริ่มไหลออกมาอีกครั้งพร้อมกับขยับตัวเข้ามากอดเขาอีกครั้ง ผมรู้สึกแปลกๆ


            แปลกอย่างไร?


            รู้ว่าว่าอยากให้พี่ดนัยจูบผมแล้วกอดเอาไว้แน่นๆ แต่พอได้ทำแล้วกลับรู้ว่ามันไม่พอเลย อยากทำมากกว่านี้แต่ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี


            อ่า...


            ดนัยพอจะเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นได้ทันที .. นี่คงจะเป็นอาการที่เรียกว่า เข้าฤดู สินะ


            ช่างน่ากลัวอย่างที่เอกจักรและสลิลได้บอกเอาจริงๆ


            พี่ดนัยช่วยผมทีได้ไหม? ผมไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรเลย น้ำเสียงนั้นช่างเต็มไปด้วยความเว้าวอนเสียเหลือเกิน เด็กหนุ่มเลื่อนจากแขนเสื้อมาโอบรอบคอของเขาเอาไว้พร้อมประทับจูบลงเบาๆ


            และแน่นอน ดนัยไม่ใช่พระ เขาไม่ได้มีความอดทนมากขนาดนั้น ... ยิ่งกับอนธการที่กำลังเข้าฤดูแบบนี้ ยิ่งกระตุ้นการตอบสนองของเขาได้เป็นอย่างดี


            รัตนกรกันต์


            ครับ


            เด็กดี


- ฉากที่ถูกตัดออก -
ลิ้งค์อยู่ในแท็กเลยค่ะ
รหัสผ่าน : ปีเกิดน้องรัตน์ค่ะ
คำใบ้ : ตอนนี้เรื่องดำเนินอยู่ในปีพุทธศักราช ๒๕๑๗ และน้องรัตน์อายุ ๑๘ ปี


รัตนกรกันต์ลุกจากเตียงขึ้นนั่งด้วยความอ่อนเพลียอยู่ไม่น้อย ร่างกายที่ขาวผ่องบัดนี้ถูกแต่งแต้มด้วยรอยแดงจางๆไปทั่วร่าง อาการปวดหนึบตรงช่วงล่างแล่นเข้ามาทำร้ายจนทำให้เขาอยากจะล้มตัวลงไปนอนอีกรอบ ร่างกายยังคงรู้สึกหนักอึ้งอยู่เล็กน้อยด้วยอาการไข้ที่ดูเหมือนจะยังไม่หายไป เขานั่งทบทวนตัวเองถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนก็เกิดอาการหน้าร้อนขึ้นมาเสียอย่างนั้น เด็กหนุ่มจำได้ทั้งหมดว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง มันชัดเจนทั้งรูป รส กลิ่น เสียงที่ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท อีกทั้งยังเป็นฝ่ายร้องขอด้วยตัวเองอีกด้วย และจำได้ว่ากว่าจะได้นอนก็ตอนฟ้าเกือบจะสว่างแล้วด้วยซ้ำ


มือเล็กยกขึ้นลูบบริเวณลำคอ รอยกัดของดนัยยังคงเด่นชัดจนสัมผัสได้ เขาไม่ค่อยเข้าใจความหมายของมันเท่าไหร่นัก แต่เหมือนเอกจักรเคยพูดอยู่ว่าอย่าให้ใครยุ่งกับลำคอของตัวเองอย่างเด็ดขาด เพราะถ้าพลาดขึ้นมาอาจจะเสียใจไปตลอดชีวิตได้


แต่พอคิดว่าถ้าเป็นดนัย คงจะไม่เป็นอะไรหรอกกระมัง.. เอาไว้เจอตัวเมื่อไหร่ก็ค่อยถามแล้วกัน


ประตูถูกเปิดออกพร้อมกับร่างของคนที่กำลังถึงอยู่เดินเข้ามา เพียงแค่สบตาก็พาลทำให้หน้าแดงขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งคู่มองหน้ากันอย่างนั้นอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่ต่างฝ่ายต่างเบือนหน้าอีกทางด้วยความเขิน ก็พวกเขาเพิ่งใช้เวลาร่วมกันมาทั้งคืนนี่นะ


เป็นอย่างไรบ้างรัตน์? ดนัยเอ่ยถามขึ้นก่อนจะเดินเข้ามานั่งลงข้างๆเตียง


ปวดไปหมดเลยครับ เด็กหนุ่มตอบ ดนัยพยักหน้า เกิดความเงียบขึ้นมาอีกครั้งท่ามกลางความกระทักกระอ่วนระหว่างพวกเขาทั้งสองคน


และเป็นดนัยที่เอ่ยขึ้นมาทำลายความเงียบที่เกิดขึ้นพักใหญ่


ขอโทษนะ...


พี่ดนัยขอโทษผมทำไมครับ? ถามออกไปอย่างไม่เข้าใจพร้อมกับเงยหน้ามองและขมวดคิ้วน้อยๆ


ฉันฉวยโอกาสตอนที่เธอกำลังมีฤดู แถมยังเผลออดใจไม่ไหวกัดคอเธอเข้าอีก


ช่วยอธิบายให้ผมทราบก่อนได้ไหมครับว่าการกัดคอผมมันจะส่งผลอะไรบ้าง


ดนัยหายใจเข้าลึกๆก่อนจะผ่อนมันออกมา และเริ่มอธิบายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นอันจะส่งผลโดยตรงต่อตัวเด็กหนุ่มเอง


การที่ฉันกัดคอเธอเข้าเท่ากับว่าเราทำพันธะต่อกันเรียบร้อยแล้ว จะไม่มีอาภาสคนไหนได้กลิ่นของเธออีกต่อไปยกเว้นฉัน รวมไปถึงไม่สามารถมีความสัมพันธ์ทางกายกับคนอื่นได้อีกด้วย


ความสัมพันธ์ทางกาย?


แบบที่เราทำด้วยกันเมื่อคืนน่ะ พูดออกมาพลางเกาหัวตัวเองเล็กน้อยเป็นการแก้เขิน


อ้อ... รัตนกรกันต์พยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ ก็ดีแล้วนี่ครับ


ดี? แน่ใจหรือที่พูดออกมาแบบนี้ ดนัยขมวดคิ้ว


ครับ ถ้าเป็นพี่ดนัยก็ดีกว่าอาภาสคนอื่นเป็นไหนๆ เพราะผมมั่นใจว่าพี่ดนัยจะต้องดูแลและปกป้องผมเอาไว้ได้อย่างแน่นอน เด็กหนุ่มยิ้ม


แต่เธอไม่ได้รักฉัน


ถ้าความรู้สึกรักมันหมายถึงการที่อยากอยู่ใกล้ๆ รู้สึกสบายใจและปลอดภัยที่ได้อยู่ด้วยเวลา นั่นก็คงหมายความว่าผมรักพี่ดนัยเข้าแล้วล่ะครับ


ทันทีที่เจ้าตัวเล็กพูดจบ ดนัยก็คว้าอีกฝ่ายเข้ามาไว้ในอ้อมกอดของตัวเองในทันทีพลางเอ่ยขอบคุณซ้ำๆจนรัตนกรกันต์เองก็ไม่เข้าว่าจะขอบคุณอะไรนักหนา แต่ว่าก็ยกมือขึ้นกอดตอบแต่โดยดีพร้อมหลับตาพริ้ม ไม่ว่าเมื่อไหร่ กลิ่นไผ่อ่อนๆจากกายของอีกฝ่ายก็ทำให้เขาสบายใจได้ทุกที


ฉันจะปกป้องเธอให้ดีที่สุด ฉันสัญญา


ทำให้ได้อย่างที่พูดด้วยนะครับ


แน่นอน เธอเป็นคนของฉัน ฉันต้องดูแลเธอให้ดีที่สุดอยู่แล้วรัตน์


รัตนกรกันต์ยิ้มกว้าง แม้จะเป็นเพียงคำพูดธรรมดา แต่ว่ากลับทำให้เขาอิ่มเอมไปทั้งหัวใจ


อย่างที่อีกฝ่ายเคยพูดไว้ นับแต่นี้ไปเพียงแค่มีดนัย ก็ไม่มีอะไรที่เขาต้องกลัวอีกต่อไป

สัพเพเหระ

หน้าร้อนที่ไม่ใช่ฤดูค่ะ ...
ยืนยันคำเดิมว่าเขียนฉากแบบนี้ไม่ถนัดเลย เขียนไปตะหมูกบานไป /จิกเท้า
ผิดพลาดตรงไหนต้องขออภัยเป็นอย่างสูงด้วยนะคะ /กราบ

ส่วนคุณแม่น้องรัตน์ทั้งหลาย เชิญรับกระดาษซับน้ำตาได้ทางนี้เลยค่ะ XD

แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ !
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านและให้กำลังใจกันนะคะ
มีความสุขทุกครั้งที่ได้อ่านคอมเม้นท์ทั้งในนี้และในทวิตเลยค่ะ
ขอฝากแท็ก
#ไตรชีวัน ด้วยนะคะ มีอะไรคุยกันในแท็กได้เช่นเดิมค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

59 ความคิดเห็น

  1. #56 Applecolajelly (@kkaem) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 23:38
    เตรียมรับขวัญเบบี๋แล้วค่ะจุดนี้ ซับน้ำตาแปป 55555
    #56
    0
  2. #53 LilyPotter (@a-little-elf) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 02:18
    คู่คนน้องแซ่บมากกกกก รวดเร็วทันใจ ไม่เหมือนลุงทางภาคเหนือ555555
    #53
    0