ไตรชีวัน || มินเจ,แบคเร็น,คุปส์ฮัน

ตอนที่ 21 : รัตนกรกันต์ : ๗

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    15 เม.ย. 63

            คุณชาย ! หน้าไปโดนอะไรมาครับ !เอกจักรร้องขึ้นทันทีที่ได้เห็นรัตนกรกันต์เดินเข้ามาในบ้าน ใบหน้าของเด็กชายบัดนี้ขึ้นเป็นสีม่วงช้ำชัดเจนจนน่าตกใจ อีกฝ่ายรีบเดินมาดูพร้อมทั้งจับหมุนซ้ายทีขวาทีเพื่อดูว่ามีร่องรอยอื่นบนร่างกายหรือเปล่าจนเขารู้สึกมึนไปหมด จริงๆก็มึนตั้งแต่ตอนโดนต่อยเมื่อครู่แล้ว แต่ด้วยความไม่ยอมแพ้จึงพยายามฝืนตัวเองเอาไว้ แต่ในขณะที่เดินกลับก็เวียนหัวอีกรอบจนมิ่งต้องช่วยประคองให้เดินดีๆถึงได้กลับมาบ้านได้โดยสวัสดิภาพ


            พี่เอกครับ ผมมึนไปหมดแล้ว


            อ่า ขอโทษครับ ว่าแล้วก็ปล่อยมือจากตัวของเขาในทันที ก่อนจะถามต่อ ไปทำอะไรมาครับเนี่ย?


            คุณชายไปมีเรื่องกับคนงานมานิดหน่อยครับ มิ่งตอบ


            ไม่นิดแล้วนะครับเนี่ย หน้าขึ้นเป็นรอยม่วงช้ำขนาดนี้น่ะ สลิลที่เดินตามมาดูเอ่ยขึ้น


            มาครับ เดี๋ยวทำแผลให้นะ คุณหมอตัวเล็กว่าพลางจูงให้เขามานั่งบนเก้าอี้ ก่อนจะเดินหายเข้าไปในครัวสักพักหนึ่ง และออกมาพร้อมด้วยน้ำแข็งก้อนที่ถูกห่อเอาไว้ด้วยผ้าขนหนู เอกจักรนำมันมาประคบบนแก้มของเขา ความเย็นที่กระทบลงมาพาให้รู้สึกชาจนหายปวดขึ้นมาบ้างเล็กน้อย


            เป็นรอยช้ำขนาดนี้คงหลายวันแน่ๆกว่าจะหาย อย่างไรก็ประคบเอาไว้บนแผลก่อนนะครับ จะได้ไม่ปวดมาก เจ้าตัวว่า


            ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวไปตามนายหัวดนัยมาก่อนนะครับ มิ่งว่า ก่อนจะขอตัวเดินออกจากบ้านไป เอกจักรหรี่ตาเล็กน้อยในขณะที่จ้องมายังใบหน้าหวานที่เริ่มมีอาการบวมขึ้นมาของเด็กชาย


            อย่าบอกนะครับว่าพี่ดนัยก็ยังไม่รู้เรื่องน่ะ


            รัตนกรกันต์ส่ายหน้า ยังไม่รู้ครับ แต่อีกประเดี๋ยวน่าจะรู้แล้ว


            ตายๆๆๆ มาทำคุณชายช้ำขนาดนี้ ไอ้คนนั้นคงไม่ตายดีแน่ๆ สลิลว่า


            อืม โมโหยกใหญ่แน่ๆ คุณสลิลก็รู้อยู่ว่าพี่ดนัยตอนโกรธน่ะน่ากลัวจะตาย เอกจักรว่าอย่างเห็นด้วย เด็กชายได้แต่ยิ้มแห้งๆ ขนาดเอกจักรและสลิลยังเคร่งเครียดกับเขาขนาดนี้ ไม่อยากคิดเลยว่าดนัยจะขนาดไหน เขาจะโดนดุยยกใหญ่ไหมหนอกับการกระทำที่ใช้อารมณ์อยู่เหนือความคิดและเหตุผลเช่นนี้


            คุณชายครับ เหมือนคุณหมอหนุ่มจะรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ จึงพูดขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงจริงจัง ผมขอให้คุณชายเล่าให้พี่ดนัยฟังทุกอย่างด้วยความจริงอย่างละเอียดนะครับ อย่าได้ปิดบังอย่างเด็ดอย่าง ไม่อย่างนั้นเขาจะโมโหกว่าเดิมอย่างแน่นอน


            ครับ รัตนกรกันต์รับคำ ก่อนที่ประตูบ้านจะเปิดออกพร้อมกับคนที่ถูกพูดถึงเมื่อครู่เดินสาวเท้าเข้ามาในบ้านอย่างรวดเร็ว อีกฝ่ายหยุดยืนตรงหน้าเขาด้วยใบหน้าเรียบเฉยที่ไม่สามารถเดาอารมณ์ได้


            มาแล้วหรือพี่ดนัย? เอกจักรเอ่ย คุณสลิล เราไปตลาดซื้อของเตรียมอาหารเย็นกันดีกว่า


            ได้ครับคุณเอก ไปกันเถอะ


            สองสามีภรรยาออกไปแล้ว ภายในบ้านเหลือเขาและดนัยเพียงสองคน รัตนกรกันต์ก้มหน้าลงเพราะไม่กล้าที่จะสบตากับอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย


            รัตน์ เงยหน้า เจ้าตัวเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ นั่นยิ่งทำให้เขารู้สึกกลัวเข้าไปใหญ่ การขัดใจดนัยตอนนี้ไม่น่าจะเป็นเรื่องดีเท่าไหร่นัก เขาจึงยอมเงยหน้าเพื่อสบกับดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่กำลังจ้องเขาจนแทบจะทะลุเสียให้ได้


            เล่ามาให้หมดว่าเกิดอะไรขึ้น


            รัตนกรกันต์เลือกที่จะทำตามอย่างที่เอกจักรบอกโดยการเล่าเรื่องทุกอย่างตั้งแต่ต้นออกมามาให้กับดนัยฟัง ซึ่งเจ้าตัวก็ยืนฟังโดยไม่พูดอะไรเลยแม้แต่น้อย มีแต่พยักหน้าสองสามทีระหว่างฟังเท่านั้น จนน้ำเสียงของเขาเริ่มสั่นด้วยความกลัวขณะเล่าออกมา และเมื่อเล่าจบ ดนัยนิ่งไปเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ ก่อนที่จะนั่งลงข้างๆแล้วคว้าตัวเขาเข้ามาไว้ในอ้อมกอดของตัวเอง


            พะ.. พี่ดนัย


            ขอโทษนะรัตน์ ว่าพลางใช้อีกมือหนึ่งลูบหัวของเขาอย่างแผ่วเบา ขอโทษที่ฉันปกป้องเธอไม่ได้


            ไม่ใช่ความผิดของพี่ดนัยหรอกครับ เขาตอบ ผมต่างหากที่ผิด เผลอใช้อารมณ์ไปจนได้เรื่องเลย


            ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะ ถ้าฉันไปส่งเธอแต่แรกเรื่องนี้คงจะไม่เกิด อีกฝ่ายคลายอ้อมกอดลงเล็กน้อย ก่อนจะมองหน้าเขา


            เจ็บมากหรือเปล่า? กลัวมากเลยใช่ไหม?


            แม้จะเป็นคำถามธรรมดาแต่ว่าสัมผัสได้ถึงความห่วงใย ส่งผลให้น้ำตาของเขาไหลออกมาในทันทีอย่างไม่สามารถห้ามเอาไว้ได้ เด็กชายร้องไห้ออกมาพร้อมโผเข้ากอดคนตรงหน้าแน่นก่อนจะพยักหน้ารัวๆแทนคำตอบ ดนัยได้แต่กอดปลอบเขาเอาไว้อย่างนั้น ในใจของอาภาสหนุ่มรู้สึกเจ็บไปด้วยอย่างประหลาด จะว่าห่วงก็แสนห่วง จะว่าสงสารก็สงสาร และนึกโมโหตัวเองอยู่ไม่น้อยที่ปล่อยให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นได้ ทั้งที่สัญญาว่าจะดูแลและปกป้องแล้วแท้ๆแต่เมื่อถึงเวลากลับไปรู้เรื่องและทำอะไรได้เลยจนคนตัวเล็กต้องมาเจ็บตัวแบบนี้ เขานี่มันช่างแย่เสียเหลือเกิน


            กลัวครับ.. ฮึก.. เจ็บด้วย เจ็บมากๆเลยครับพี่ดนัย ร่างเล็กงอแงออกมาราวกับเด็กน้อย ซึ่งก็ไม่ผิดเท่าไหร่นัก เพราะด้วยอายุก็ยังเด็กอยู่จริงๆ


            ฉันอยู่ตรงนี้แล้ว ไม่ต้องกลัวแล้วนะ


            นอกจากเจ็บแล้วยังโมโหด้วย โมโหที่ว่าผมยังไม่เท่าไหร่ แต่ว่าว่าพี่มิ่งกับพี่ดนัยด้วย ผมทนเอาไว้ไม่ได้จริงๆ


            เธอไม่จำเป็นต้องทนเลยรัตน์ เอ่ยขึ้นในขณะที่ยังกอดร่างเล็กเอาไว้พร้อมลูบกลุ่มผมนุ่มอย่างแผ่วเบา


เพราะหากเป็นฉัน ฉันคงทำยิ่งกว่าเธอแน่ๆ แต่ไม่ต้องห่วงนะ คนที่ทำร้ายเธอฉันจะจัดการเอง


            พี่ดนัยจะทำอะไรหรือครับ?


            เธอไม่ต้องรู้หรอกว่าฉันจะทำอะไร ผละอ้อมกอดออกอีกครั้งเพื่อมองหน้าพร้อมกับยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาที่ยังคงไหลอาบแก้มใส


แต่จากนี้ไปฉันจะไม่ปล่อยให้เธออยู่คนเดียวอีกต่อไปแล้วแน่ๆ


สัญญานะครับ


อืม ฉันสัญญา ว่าแล้วก็ยิ้มออกมาบางๆ ไหน ขอฉันดูแผลของเธอหน่อยสิ


รัตนกรกันต์หันหน้าให้อีกฝ่ายดูรอยช้ำม่วงบนแก้มได้อย่างชัดเจน ดนัยลูบรอยนั้นเบาๆเพราะกลัวว่าเจ้าตัวเล็กจะเจ็บไปมากกว่านี้หากเขาสัมผัสแรงเกินไป ในใจนึกด่าตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า เด็กชายไม่ควรจะเจอเรื่องแบบนี้เลยแม้แต่น้อย


เอกเขาบอกว่าอย่างไรบ้างล่ะ?


พี่เอกบอกว่าคงอีกหลายวันเลยครับว่าจะหาย ระหว่างนี้ก็คงต้องประคบไปก่อนที่จะทายา


ฉันมีวิธีที่จะทำให้มันหายเร็วๆนะ อีกฝ่ายว่า เด็กชายมองด้วยความสงสัย


อย่างไรหรือครับ?


อย่างนี้ไง ว่าแล้วก็ยกมือขึ้นประคองใบหน้าเล็กนั้นไว้แล้วจัดการเอาริมฝีปากของตัวเองประทับลงบนรอยช้ำสีม่วงนั้นอย่างแผ่วเบา รัตนกรกันต์ตาโตด้วยความตกใจและนิ่งค้างไปราวกับถูกสาปให้เป็นหิน นี่มันเป็นวิธีที่เกินกว่าที่เขาคิดเอาไว้เสียอีก แถมยังคาดไม่ถึงว่าคนอย่างดนัยจะทำอะไรแบบนี้กับเขา ได้แต่อ้าปากค้างอยู่อย่างนั้นพักใหญ่จนดนัยละออกมามองหน้าพร้อมหัวเราะออกมา


ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะรัตน์?


คือ.. คือ.. คือ.. เจ้าอนธการตัวเล็กเกิดอึกอักขึ้นมากะทันหัน สมองของเขาเหมือนรวนไปเสียหมดจนไม่พูดว่าควรจะพูดอะไรออกมา ใบหน้าร้อนผ่าวพร้อมกับหัวใจที่เต้นแรงกว่าปกติจนรู้สึกอยากจะเป็นลมเสียตรงนั้นให้ได้จนกลิ่นดอกมะลิหอมฟุ้งกระจายออกมาเต็มห้องจนดนัยเองก็รู้สึกแปลกๆไปเหมือนกัน


ตกใจขนาดนั้นเชียวหรือ? ขอโทษนะ ฉันคงจะทำเกินไป


มะ.. ไม่ใช่ครับ.. คือ.. คือมัน.. รัตนกรกันต์พยายามเรียบเรียงคำพูดของตัวเองในหัว ไม่เคยมีใครหอมแก้มผมแบบนี้นอกจากท่านพ่อกับพี่ชายเจษเลย


งั้นหรือ? ถ้าอย่างนั้นฉันก็เป็นคนที่สามน่ะสิ เป็นเกียรติจริงๆ


อย่าทำแบบนี้อีกนะครับ


ไม่ชอบหรือ?


เปล่าครับ แต่มัน... เด็กชายก้มหน้าลง มันทำให้ผมรู้สึกแปลกๆ


ดนัยยิ้มอย่างเอ็นดูให้กับใบหน้าแดงๆของคนตัวเล็กที่ดูแล้วน่ารักไม่เบา


แปลกอย่างไร? บอกฉันได้ไหม?


มันรู้สึกเหมือนหัวใจจะหลุดออกจากอกอย่างไรอย่างนั้นเลย


อย่างนั้นเองหรอกหรือ? เขาหัวเราะออกมา ถ้าอย่างนั้นฉันเองคงรู้สึกแบบเดียวกับเธอ เพราะหัวใจของฉันก็เต้นแรงมากๆเหมือนกัน


พี่ดนัยปล่อยผมได้แล้ว ผมว่าผมควรจะทายาที่แก้มได้แล้ว


เดี๋ยวฉันทาให้


ผมทาเองได้ครับ


รัตน์ อย่าดื้อ ทำเสียงดุไปหนึ่งทีก่อนจะลุกขึ้นไปหยิบกล่องยาที่อยู่บนชั้น นั่งเฉยๆเป็นเด็กดีนะ เดี๋ยวฉันทำให้


ก็ได้ครับ เด็กชายทำหน้างอก่อนจะยอมปล่อยดนัยทายาให้เขาแต่โดยดีพร้อมกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นในใจ


เมื่อได้กลิ่นของต้นไผ่มันยิ่งทำให้เขารู้สึกมากขึ้นและชัดเจนกว่าครั้งไหนๆ มันไม่ใช่ความรู้สึกรักที่เหมือนกับรักท่านพ่อหรือพี่ชายเจษ รัตนกรกันต์รู้สึกได้ว่ามันมากกว่านั้นโดยที่เขาไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้


เขารู้สึกไว้ใจและปลอดภัยเมื่อมีดนัยอยู่ข้างๆ และอยากให้มันเป็นแบบนี้ไปแสนนาน


แต่ทั้งคู่คงไม่รู้ว่าทั้งหมดทั้งมวลอยู่ในสายตาของคนสองคนที่แอบมองอยู่ไม่ไกล


คุณสลิลว่าสองคนนั้นเขาจะรู้สึกเหมือนกันไหม? เอกจักรที่กำลังซ่อนอยู่หลังประตูหน้าบ้านเอ่ยขึ้นเสียงเบาๆอย่างกลัวว่าจะโดนจับได้


ผมว่าน่าจะเป็นอย่างนั้นนะคุณเอก ดูสายตาของพี่ดนัยสิ มันยิ่งกว่าเมื่อครั้งยังคบกับคุณอัจฉราอีกแหน่ะ


เรากลับมาพังงารอบหน้าเกรงว่าน่าจะมีข่าวดี คุณหมอตัวเล็กยิ้มกว้าง


นั่นน่ะสิครับ สงสัยผมต้องเตรียมตัวทำอาหารไว้เลี้ยงงานมงคลเสียแล้ว


ทั้งสองต่างยิ้มให้กับภาพอันแสนน่ารักของทั้งสองคนที่มีหัวใจตรงกันพร้อมกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นโดยที่ต่างฝ่ายต่างไม่รู้สึกตัว


นายแสงและพรรคพวกถูกไล่ออกจากการทำงานที่เหมืองนับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ด้วยอำนาจและบารมีของเด่นชัยและดนัยที่จัดการอย่างเด็กขาดทำให้ใครไม่กล้ายุ่งกับรัตนกรกันต์อีกต่อไป อีกทั้งดนัยยังไม่ปล่อยให้เขาอยู่ห่างตัวเลยแม้แต่น้อย เวลาทำงานหรือไปข้างนอกก็จะพาไปด้วยเสมอจนแทบจะแยกกันแค่ตอนทำธุระส่วนตัวและเข้านอนเท่านั้น ซึ่งเจ้าตัวเล็กเองก็เต็มใจที่จะอยู่ข้างๆไปไหนมาไหนด้วยเสมอจนกลายเป็นว่าติดดนัยเข้าเสียแล้ว เด่นชัยค่อนข้างพอใจมากกับพฤติกรรมของลูกชาย ดนัยดูแลและประคมประหงมรัตนกรกันต์อย่างดีผิดกับวันแรกๆที่พบเจอเลยทีเดียว และหวังว่าในอนาคตคงจะได้รับข่าวที่น่าพอใจ ประมาณจาก


จนกระทั่งเวลาค่อยๆผ่านไป เผลอเพียงครู่เดียวรัตนกรกันต์ก็อยู่ที่นี่ได้สามปีแล้ว จากเจ้าเด็กตัวที่อยู่ข้างๆก็กลายเป็นเด็กหนุ่มเสียแล้ว เมื่อครั้งยังเป็นเด็กชายก็มีใบหน้าที่หวานใสน่ารักอยู่แล้ว พอโตขึ้นก็เริ่มมีเสน่ห์ตามประสาอนธการวัยแรกรุ่นที่งดงามสะพรั่งไปหมด สร้างความหลงใหลให้แก่ผู้พบเห็นยิ่งกว่าเดิมยิ่งนักจนดนัยเริ่มรู้สึกว่าไม่อยากจะพาไปไหนอีกต่อไปเพราะไม่อยากให้ใครเห็นความงามของเด็กหนุ่มไปมากกว่านี้ อาภาสหนุ่มคิดทบทวนกับตัวเองหลายต่อหลายทีว่าเป็นเพราะอะไร จนสุดท้ายเขาก็ได้คำตอบ


เขาเริ่มที่จะ หวง รัตนกรกันต์เข้าแล้ว แถมยังรู้สึกมากขึ้นทุกวันอีกเสียด้วย


สวัสดีครับคุณชาย ไม่เจอกันครู่เดียวโตเป็นหนุ่มเสียแล้ว เอกจักรเอ่ยขึ้นหลังจากลงจากรถมาพร้อมสลิล เพราะงานที่ยุ่งมากคราวนี้จึงนานนักกว่าจะได้กลับมาที่พังงาอีกครั้ง รัตนกรกันต์ยิ้มกว้างก่อนจะเข้าไปกอดพลางจับหน้าท้องของอีกฝ่ายที่ยื่นนูนออกมา


คิดถึงพี่เอกจังเลยครับ เป็นอย่างไรบ้าง กี่เดือนแล้วหรือครับ? น้องแข็งแรงดีไหมครับ?


อีกฝ่ายหัวเราะร่วน ครับ แข็งแรงงปลอดภัยดี ตอนนี้ก็หกเดือนเศษได้แล้ว


ดูสิ เดี๋ยวคุณชายตัวสูงกว่าคุณเอกเสียแล้ว สลิลหัวเราะบ้าง แต่ก็ต้องเงียบลงเมื่อได้รับสายตาพิฆาตจากผู้เป็นภรรยาตัวน้อยของตนเอง


พี่สลิลก็ว่าไปครับ รัตนกรกันต์ยิ้ม


เข้าบ้านกันก่อนเถอะ เดินทางมาไกลคงจะเหนื่อยมาก เตรียมอาหารเย็นไว้รอแล้วด้วย ดนัยว่า


รัตน์ก็เหมือนกัน เข้าไปพักผ่อนได้แล้ว ยังเป็นไข้อยู่แท้ๆแต่ก็ดื้อจะออกมารับจนได้นะ


หืม? คุณชายไม่สบายหรือครับ? เป็นอะไรมากไหม? เอกจักรขมวดคิ้วพลางจับๆตัวของเขา


ไม่เป็นไรมากครับ แค่เป็นไข้หวัดธรรมดาเท่านั้นเอง


ต้องระวังนะครับ ไข้หวัดตอนฤดูร้อนค่อนข้างทรมานทีเดียว รีบเข้าบ้านกันดีกว่าครับ


ทราบแล้วครับ แค่พี่ดนัยคนเดียวก็บ่นผมจะแย่แล้ว


รัตนกรกันต์บ่นออกมาเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าบ้านไปโดยมีดนัยบ่นไล่หลังอยู่ไม่ขาด เป็นภาพที่น่ารักมากในสายตาของสามีภรรยาผู้เพิ่งกลับมา ยิ่งรัตนกรกันต์โตขึ้นมาอย่างงดงามแบบนี้ ดูอย่างไรก็เหมาะสมกับดนัยเสียเหลือเกิน แต่เพราะไม่รู้ว่าความสัมพันธ์นั้นพัฒนาไปถึงขั้นไหนแล้วก็ไม่พูดอะไรออกมา พวกเขาก็คงได้แต่มองจากสายตาของคนนอกแบบนี้ เรื่องของคนสองคนไม่ควรมีคนอื่นเข้าไปเป็นตัวแปร ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาตินั่นแหละดีที่สุดแล้ว


ทานยาด้วยนะรัตน์ แล้วก็ไปอาบน้ำเข้านอนเลยก็ได้ ดนัยเอ่ยขึ้นหลังจากที่มื้ออาหารสิ้นสุดลง รัตนกรกันต์เบ้ปากเล็กน้อย


แต่ผมอยากคุยกับพี่เอกพี่สลิลก่อนนี่ครับ


ไว้พรุ่งนี้ค่อยคุยก็ได้ เอกกับสลิลยังอยู่ที่นี่อีกหลายวัน


จริงครับ ผมว่าคุณชายรักษาสุขภาพก่อนดีกว่า แล้วพรุ่งนี้เราค่อยมาคุยกันทั้งวันเลยดีไหม? เอกจักรยิ้มกว้างจนตาปิด


ก็ได้ครับ และเด็กหนุ่มก็ต้องเป็นฝ่ายที่ยอมแพ้ จึงขอตัวเพื่อไปจัดการธุระของตัวเอง เหลือเพียงเหล่าผู้ใหญ่ที่ยังคงนั่งสนทนาสารทุกข์สุกดิบกันต่อ


เออ นี่ พี่ดนัย ผมมีเรื่องอยากจะถามสักหน่อย เอกจักรเปิดประเด็นขึ้น ดนัยยกแก้วน้ำขึ้นจิบเล็กน้อยก่อนจะวางกลับลงบนโต๊ะ


ถามอะไรกันงั้นหรือ?


คุณชายโตเป็นหนุ่มขนาดนี้แล้ว เข้าฤดูครั้งแรกหรือยัง?


ดนัยนิ่งคิดไปครู่หนึ่งก่อนจะส่ายหน้าเป็นคำตอบ ยังไม่เคยเห็นนะ


แปลก คุณหมอตัวเล็กว่าต่อ อายุก็สิบแปดแล้วแต่ยังไม่เคยเข้าฤดู นี่มันไม่ช้าไปหน่อยงั้นหรือ?


มาถามพี่ที่เป็นอาภาส แล้วจะรู้ไหมล่ะเนี่ย?


แต่เห็นช่วงคุณชายมีไข้อ่อนๆใช่ไหม?


ใช่ ดนัยพยักหน้า เป็นมาสามสี่วันแล้ว ถ้าพรุ่งนี้ยังไม่ดีขึ้นว่าจะไปหาหมอที่ตัวอำเภอสักหน่อย


เอกจักรทำท่าครุ่นคิด ก่อนจะเอ่ย งั้นระวังตัวเอาไว้หน่อยดีกว่าพี่ดนัย


ทำไมหรือ?


ผมเกรงว่าคุณชายกำลังจะใกล้เข้าฤดูครั้งแรกแล้ว


ร่างสูงเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ แล้วอย่างไรล่ะ?


ช่วงเข้าฤดูเป็นช่วงที่อนธการจะเจริญพันธุ์มากที่สุด แถมยังปล่อยกลิ่นออกมามากกว่าปกติเพื่อจับคู่ พี่เองก็เป็นอาภาสระวังตัวเองเข้าไว้เถอะ จะทนไม่ไหวแล้วพุ่งเข้าไปกัดคอคุณชายเอา


มันขนาดนั้นเชียวหรือ? ดนัยหัวเราะ


อย่าดูถูกช่วงเข้าฤดูของอนธการเชียวนะครับพี่ดนัย พี่เองก็อยู่แต่กับอาภาสแล้วก็บริรักษ์มาตลอด คงไม่รู้หรอกว่ามันส่งผลรุนแรงต่ออาภาสอย่างเราๆมากแค่ไหน พอถึงเวลาร้อยทั้งร้อยก็หน้ามืดกตามัวกันทั้งนั้น สลิลเอ่ยขึ้นบ้าง


ใช่ และหากหลงกลิ่นแล้วทำอะไรขึ้นมาในช่วงที่เข้าฤดู โอกาสจะที่จะตั้งครรภ์ก็เป็นไปได้สูงเหมือนกัน เอกจักรว่าต่อ


รู้แล้ว จะระวังเอาไว้ก็แล้วกัน


ผมเตือนพี่แล้วนะ คนเป็นน้องจ้องเขม็ง หมั่นดูอาการของคุณชายเอาด้วย ให้คนไปซื้อยาระงับอาการเข้าฤดูเอาไว้บ้างก็ดี เผื่อเกิดอะไรฉุกเฉินขึ้นมา เพราะถ้าหากมีการเข้าฤดูครั้งแรกแรก หลังจากนี้ก็จะมีอาการทุกเดือน


เดี๋ยวพรุ่งนี้จะให้คนไปซื้อมาไว้ติดบ้านสักหน่อยก็ได้ ดนัยเอ่ยตัดบท


เขายังไม่เคยประสบกับช่วงเข้าฤดูของอนธการกับตัวเองเลยสักครั้ง ไม่รู้หรอกว่าอาการดังกล่าวนั้นจะรุนแรงสักแค่ไหน ก็ได้แต่นึกคิดไปเองในใจ


มันจะสักแค่ไหนกันเชียว?

 

สัพเพเหระ

ตอนต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นหนอ สงสัยจังเลย อิ_อิ
แต่ตอนนี้ได้เห็นมุมที่อ่อนโยนของคุณดนัยกันแล้วนะคะ เขาไม่ได้มีแต่ด้านโหดสักหน่อยน่า ~

แอบเอาสิ่งนี้มาแปะให้ดูกันค่ะ เป็นแบบสติ๊กเกอร์พระ-นายทั้ง 3 คู่ของเรานั่นเอง
กะว่าเอาไว้ถ้ามีโอกาสได้รวมเล่มจะทำเป็นของแถมภายในเล่มค่ะ
แต่ถ้าไม่ได้รวมจะนำมาแจกแทน ให้มันเป็นเรื่องของอนาคตแล้วกันเนอะคะ
!

 

พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ !
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านและให้กำลังใจกันนะคะ
เราได้อ่านทั้งคอมเม้นท์ในเรื่องและที่ติดแท็กในทวิตเลย

มีความสุขมากๆทุกครั้งที่ได้อ่านและคุยกับทุกคนเลยค่ะ
TT
ขอฝากแท็ก
#ไตรชีวัน ด้วยนะคะ มีอะไรคุยกันในแท็กได้เช่นเดิมค่ะ

B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

59 ความคิดเห็น

  1. #55 kkaem (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 23:29
    แค่ไหนเดี๋ยวรู้เลยนะพี่ดนัย แง
    #55
    0