ไตรชีวัน || มินเจ,แบคเร็น,คุปส์ฮัน

ตอนที่ 23 : รัตนกรกันต์ : ๙

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 28
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    21 เม.ย. 63

            “เป็นไงบ้างคุณชาย? อาการดีขึ้นบ้างไหม? คุณหมอตัวเล็กเอ่ยถามขึ้นหลังจากที่ปิดประตูห้อง รัตนกรกันต์ยันตัวขึ้นพยายามจะลุกขึ้นนั่ง แต่ก็โดนห้ามจนต้องกลับไปนอนลงกับเตียงเหมือนเดิม แม้จะผ่านพ้นช่วงเข้าฤดูมาหลายวันแล้วแต่เหมือนร่างกายจะยังไม่ค่อยดีขึ้น เขายังมีอาการระบมอยู่ไม่น้อยอีกทั้งไข้ก็ยังไม่หายดีสักเท่าไหร่นัก เอกจักรจึงสั่งให้พักผ่อนอย่างเดียวไม่ให้ออกไปไหนจนกว่าจะกลับมาเป็นปกติ ซึ่งสร้างความเบื่อหน่ายให้กับเด็กหนุ่มอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน แต่ถึงอย่างนั้นก็คงต้องรอไปก่อนเพราะร่างกายก็ยังขยับไม่ได้ดั่งใจเลยสักนิด


            รู้สึกไม่ค่อยเวียนหัวเท่าไหร่แล้วครับ เขาตอบ อยากออกไปข้างนอกจะแย่แล้ว


            หายปวดเนื้อปวดตัวแล้วหรือครับ?


            จริงๆก็ยังครับ แต่เอาแต่นอนแบบนี้มันค่อนข้างที่จะทำให้เบื่อ


            ถ้าออกไปตอนนี้เดี๋ยวก็โดนพี่ดนัยดุหรอกครับ


            ก็เพราะพี่ดนัยนั่นแหละ... ว่าออกไปก่อนที่ใบหน้าจะขึ้นสีแดงอ่อนๆด้วยความเขินอาย ตลอดเจ็ดวันที่เป็นช่วงเข้าฤดูของเขานั้นมีดนัยคอยอยู่เคียงข้างตลอดเวลาหลังจากที่อีกฝ่ายกลับมาจากทำงานที่เหมือง ทุกครั้งที่กลิ่นต้นไผ่ก็เหมือนถูกกระตุ้นความต้องการออกมาตลอดเวลาโดยที่เขาไม่สามารถควบคุมได้เลย เขารู้สึกเพียงต้องการอีกฝ่ายมากๆเท่านั้น ซึ่งดนัยเองก็คงรู้สึกไม่ต่างกัน จึงกลายเป็นว่านายหัวหนุ่มนั้นมาหลับนอนกับเขาอยู่ทุกคืน


            รัตนกรกันต์รู้ทุกอย่างว่าอะไรเกิดขึ้นมา ซึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าดนัยทำให้เขารู้สึดีอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน มันทั้งอบอุ่น นุ่มนวล และปลอดภัยในอ้อมกอดของอีกฝ่ายอยู่ในทุกค่ำคืน


            เอกจักรหัวเราะจนตาปิด ใหม่ๆก็อย่างนี้แหละครับ แต่หลังจากนี้ถ้าทานยาระงับก็อาจจะพอช่วยได้บ้างอยู่ ผมให้คนไปซื้อมาไว้ให้แล้ว ต่อไปถ้ารู้สึกว่าใกล้จะเข้าฤดูก็รีบทานนะครับ


            ครับ ขอบคุณครับพี่เอก


            แล้วก็ผมมีอีกเรื่องที่จะบอกให้คุณชายได้รับรู้ไว้


            อะไรหรือครับ?


            ช่วงเข้าฤดูของอนธการทำให้มีโอกาสที่จะตั้งครรภ์สูงนะครับ เอกจักรยิ้ม พี่ดนัยเองก็เล่นไม่ถนอมคุณชายเลยสักนิด ผมเลยจะมาบอกว่าให้คุณชายดูแลเนื้อ ดูแลตัวสักหน่อยดีกว่า


            รัตนกรกันต์ขมวดคิ้ว ผมไม่เข้าใจ


            ผมหมายความว่าตอนนี้คุณชายมีความเป็นไปได้ที่ตอนนี้จะเริ่มตั้งครรภ์ครับ


            อะไรนะครับ!? เด็กหนุ่มร้องขึ้นมาเสียงดัง ตั้งครรภ์? คือหมายถึงมีน้องเหมือนที่พี่เอกกำลังมีอยู่หรือ?


            คุณหมอหนุ่มหัวเราะ ใช่แล้วครับ


            แต่.. แต่.. จะเป็นไปได้หรือครับ? ผมเพิ่งอายุสิบแปด...


            ไม่เกี่ยวกับอายุหรอกครับคุณชาย หากอนธการมีการเข้าฤดูเมื่อไหร่ก็เท่ากับว่าร่างกายปรับตัวให้พร้อมสำหรับการสืบพันธุ์เรียบร้อยแล้ว และยิ่งคุณชายได้มีเพศสัมพันธ์กับพี่ดนัยในช่วงเข้าฤดูอีก โอกาสค่อนข้างจะเป็นร้อยละร้อยเลยทีเดียว ซึ่งผมมั่นใจว่าต้องมาแน่ๆ


            เด็กหนุ่มนิ่งเงียบไป ก่อนจะเอ่ย ไม่อยากจะเชื่อเลย...


            หลังจากนี้ก็พยายามสังเกตอาการตัวเองเยอะๆนะครับ ระวังเรื่องการเดินการนั่งด้วย ยิ่งถ้ามีอาการหน้ามืดหรืออยากอาเจียนก็ให้รีบบอกพี่ดนัยทันทีเลย สัปดาห์แรกๆของการตั้งครรภ์จะค่อนข้างอันตรายและเสี่ยงต่อการแท้งได้


            ครับ รัตนกรกันต์พยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ เขายังคงรู้สึกตกตะลึงอยู่ไม่หาย นี่มันเกินกว่าที่เขาคิดเอาไว้เสียอีก ไม่นึกเลยว่าอยู่ๆตัวเองก็อาจจะมีลูกขึ้นในตอนนี้เสียได้


            เสียงประตูเปิดดังขึ้นอีกครั้งปลุกให้เขาตื่นจากห้วงความคิดของตัวเอง คนที่กำลังนึกถึงเดินเข้ามาในห้อง เอกจักรเองเมื่อเห็นว่าเป็นดนัยก็จัดการขอตัวเพื่อไปช่วยดนัยในการเตรียมอาหารเย็นทันที ทิ้งให้พวกเขาอยู่ด้วยกันสองคน ดนัยเดินเข้ามานั่งลงข้างๆเตียงก่อนจะยกมือขึ้นลูบหัวเขาด้วยรอยยิ้ม


            เป็นอย่างไรบ้าง?


            เบื่อครับ ตอบไปแทบจะทันที ทำเขาอีกคนหัวเราะ


            แล้วเอกเขาว่าอย่างไร? คุยอะไรกับเธอบ้าง?


            พี่เอกบอกว่าผมมีโอกาสที่จะตั้งครรภ์ ว่าพลางเงยหน้าขึ้นสบตา กับพี่ดนัย


            ดนัยยิ้มกว้างออกมา งั้นหรือ? ก็ดีเลยสิ


            พี่ดนัยคิดว่าอย่างนั้นหรือ?


            แล้วมันไม่ดีตรงไหนล่ะ? จะมีลูกทั้งคนก็ต้องเป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้ว


            แต่.. รัตนกรกันต์ก้มหน้าลง ผมก็เพิ่งอายุเท่านี้ กลัวว่าจะไม่สามารถเป็นแม่ที่ดีได้...


            เธออย่ากังวลไปเลยรัตน์ ไม่มีใครเก่งตั้งแต่แรกหรอกนะ ฉันเองก็ไม่เคยเป็นพ่อคนเหมือนกัน แต่เรื่องแบบนี้เราสามารถเรียนรู้กันได้ ว่าแล้วก็โอบอีกคนให้เข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของตัวเอง


            อาจจะฟังดูแปลกๆที่มาบอกตอนนี้ แต่ว่าเรามาสร้างครอบครัวที่ดีให้กับเด็กคนนี้ที่จะเกิดมากันเถอะ


            พี่ดนัยพูดเหมือนกำลังจะขอผมแต่งงาน


            ก็ใช่น่ะสิ ฉันกำลังขอเธอแต่งงานอยู่นี่อย่างไรล่ะ อีกฝ่ายหัวเราะ แต่งไหม?


            เจ้าตัวเล็กซุกใบหน้าลงกับอกของอีกฝ่ายด้วยความเขินอาย ก่อนจะเอ่ยเสียงอู้อี้


            ก็... เรากำลังจะมีลูกด้วยกัน ก็ต้องแต่งอยู่แล้วสิครับ


            ได้ยินดังนั้น ดนัยยิ้มกว้างยิ่งกว่าเดิมก่อนจะหอมลงบนหน้าผากของเขา


            ฉันมีของขวัญให้เธอด้วยนะ


            อะไรหรือครับ?


            เธอต้องออกมาดูเอง ลุกไหวไหม?


            รัตนกรกันต์พยักหน้าแทบจะทันที นี่เป็นโอกาสดีที่เขาจะได้ออกไปข้างนอกบ้างสักทีหลังจากที่ต้องอยู่ในห้องอยู่หลายวัน เขาค่อยๆลุกจากเตียง แม้ว่าจะรู้สึกเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวอยู่บ้างแต่ก็มีดนัยคอยประคองให้เดินไปด้วยกัน จนกระทั่งไปถึงห้องนั่งเล่นกลางบ้าน เด็กหนุ่มตาโตก่อนจะร้องออกมาด้วยความตกใจ เมื่อพบว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือเปียโนหลังใหญ่ที่ใหม่เอี่ยมอ่อง เขาเดินไปแตะมันเบาๆด้วยมืออันสั่นเทาอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง


            พี่ดนัย.. นี่มัน ..


            ชอบไหม?


            ได้ยังไง .. เด็กหนุ่มพึมพำออกมาเบาๆ


            ฉันสั่งมาเอง เคยคิดเอาไว้ว่าจะให้เธอเป็นของขวัญวันเกิดเมื่อเธออายุครบยี่สิบปี แต่ไหนๆแล้วก็ให้เป็นของขวัญแต่งงานไปเลยก็แล้วกัน  ดนัยยิ้ม


            เธอชอบมันไหม?


            รัตนกรกันต์ไม่ได้พูดอะไรออกมา หากแต่โผเข้าหาอีกฝ่ายพร้อมกอดแน่นแทนคำตอบซึ่งเป็นการบอกได้เลยว่าถูกใจกับของขวัญชิ้นนี้มาก เมื่อครั้งยังเด็กเขาเคยฝันอยากที่จะเป็นนักเรียนเปียโนให้ได้เหมือนกับครูของตน แต่ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ทำให้เขาลืมความฝันนั้นไปและคิดว่าในชีวิตนี้คงไม่มีโอกาสที่จะได้แตะเปียโนอีกต่อไปแล้ว แต่ดนัยผู้เป็นว่าที่สามีในตอนนี้กลับทำให้เขารื้อฟื้นตัวตนในวัยเด็กกลับคืนมาอีกครั้ง อยู่ๆน้ำตาก็ไหลออกมาโดยความตื้นตันใจอย่างไม่อาจเก็บกลั้นเอาไว้ได้ ใบหน้าเล็กซุกลงกับไหล่กว้างโดยที่มีมือของเจ้าของร่างนั้นลูบหัวลูบหลังอยู่ตลอดเวลา


            ขอบคุณนะครับ พี่ดนัย ขอบคุณมากๆ


            ไม่เป็นไร แค่เธอมีความสุขฉันก็ดีใจ เอาไว้เล่นให้ฉันฟังบ้างนะ


            เด็กหนุ่มยิ้มกว้างจนตาแทบจะปิด ครับ ได้อยู่แล้ว


            แล้วก็อีกเรื่องหนึ่ง ดนัยคลายอ้อมกอดลง อันที่จริงฉันก็รู้สึกเขินที่จะพูดอยู่เหมือนกันนะ แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าฉันยังไม่มีโอกาสได้พูดคำนี้กับเธอเลย


            รัตนกรกันต์เอียงคอด้วยความสงสัย อะไรหรือครับ?


            ฉันรักเธอ


          ....


            ฉันรักเธอมากจริงๆ ขอบคุณทุกอย่างที่ทำให้เราได้เจอกัน ขอบคุณที่ทำให้ฉันได้มีโอกาสได้พูดคำนี้ออกมาอีกครั้ง หลังจากนี้เธอจะเป็นคนเดียวที่ฉันรัก และคงไม่สามารถรักใครได้อย่างที่กำลังเป็นอยู่ในตอนนี้อีกแล้ว


            พะ.. พอแล้วครับพี่ดนัย ใบหน้าของเด็กหนุ่มเห่อร้อน และขึ้นสีแดงจางๆด้วยความเขินอาย ผมทราบแล้ว


            ดนัยจับหัวของอีกฝ่ายให้เข้ามาซบกับอกของตัวเอง มามีความสุขด้วยกันนะ


            เป็นอีกวันหนึ่งที่รัตนกรกันต์รู้สึกมีความสุขมากที่ได้มาอยู่ที่นี่ ที่ๆทำให้เขาได้มาพบกันดนัย แม้จะไม่ชอบใจในทีแรกแต่กลับกลายเป็นว่าเด็กหนุ่มมอบสิ่งที่เรียกว่าความรักให้อีกฝ่ายอย่างหมดหัวใจโดยไม่มีข้อแม้


            นับแต่นี้ไป เขาคิดอยู่ในใจ ว่าจะขอฝากชีวิตไว้กับดนัยไปจนกว่าจะต้องแยกจากกัน


            งานแต่งงานของดนัยและรัตนกรกันต์เป็นเพียงการทำบุญเลี้ยงพระง่ายๆเท่านั้น ไม่ได้มีพิธีรีตองอะไรมากมายเท่าไหร่ตามความต้องการของทั้งสองคน ทุกคนในเหมืองต่างรู้ว่านี่คือภรรยาอย่างเป็นทางการของนายหัวจึงทำให้ไม่มีใครกล้ายุ่งอะไรกับเด็กหนุ่มอีกต่อไป และไม่นานหลังจากนั้นรัตนกรกันต์ก็เริ่มมีอาการแปลกๆอย่างที่เอกจักรเคยเตือนเอาไว้ เริ่มจากรู้สึกเหนื่อยง่ายกว่าปกติและวิงเวียนศีรษะอยู่บ่อยครั้งจนดนัยแทบจะไม่อยากให้ออกไปไหน และอาการอื่นๆจึงค่อยตามมาไม่ว่าจะเป็นเริ่มมีอาการคลื่นไส้และอาเจียนอยู่หลายวัน อีกทั้งยังนำเสื้อผ้าของดนัยมากองเอาไว้บนเตียงและมุดอยู่ในนั้นไม่ยอมออกไปไหนอีกต่างหาก


            ทีแรกดนัยค่อนข้างเป็นกังวลกับอาการเหล่านี้ของผู้เป็นภรรยา แต่เมื่อโทรศัพท์ไปสอบถามผู้มีประสบการณ์อย่างสลิลก็ได้ความในทันทีว่านี่คือสิ่งที่เรียกว่าการ ทำรัง ของอนธการที่กำลังตั้งครรภ์


            ดนัยแทบจะจะเก็บอาการเอาไว้ไม่อยู่ เมื่อพาเจ้าตัวเล็กไปโรงพยาบาลก็ได้ทราบอย่างเป็นทางการในทันทีว่าเขากำลังจะเป็นพ่อคนเรียบร้อยแล้ว ทำเอาอาภาสหนุ่มดีใจจนไม่สามารถเก็บอาการใดๆเอาไว้ได้ทันที


            ในเวลานี้รัตนกรกันต์โดนประคบประหงมอย่างเต็มรูปแบบทั้งจากดนัย เด่นชัย และแดเนียล เขาแทบจะไม่ต้องหยิบจับอะไรเองเลยสักอย่างและมักจะโดนห้ามให้อยู่เฉยๆอย่างเดียวจนเขาเองก็สงสัยว่าทุกคนจะเห่ออะไรกันได้ขนาดนี้ บางทีเขาแค่จะลุกไปเข้าห้องน้ำแต่ทุกคนก็แทบจะถลาเข้ามาช่วยประคองพร้อมกันหมดทั้งสามคนเลยทีเดียว


            และบนโต๊ะอาหารในวันนี้ก็ด้วย ทั้งสามคนต่างแย่งกันตักนู่นตักนี่ให้เขาจนกับข้าวต่างๆกองอยู่บนจานเต็มไปหมด


            พอก่อนครับทุกคน เยอะแยะขนาดนี้ผมทานไม่ทันแล้ว และแล้วก็ต้องออกปากปรามออกมาเพราะว่าจานของเขานั้นแทบจะไม่มีที่ให้วางอะไรเพิ่มเติมเรียบร้อยแล้ว


            ไม่ได้นะคุณชาย กำลังท้องกำลังไส้ ต้องบำรุงเยอะๆสิ เด่นชัยว่า


            ใช่ๆ เด็กจะได้แข็งแรงด้วย แดเนียลเอ่ยอย่างเห็นด้วย        


            แต่นี่มันเยอะไปแล้วนะครับ ขอผมทานที่มีอยู่ให้หมดก่อน รัตนกรกันต์กล่าวก่อนจะลงมือทานอาหารทั้งหมดที่อยู่ในบ้าน ดนัยผู้มองอยู่นานก็อดยิ้มไม่ได้ ถึงปากจะให้พอก่อน แต่ตักอะไรไปให้ก็กินหมดทุกอย่างเลยทีเดียว ก่อนที่เขาจะวางช้อนลงเมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์บ้านดังขึ้น


            เดี๋ยวผมขอไปรับโทรศัพท์สักครู่นะครับ


            ดนัยหายไปครู่ใหญ่ ปล่อยให้ผู้ใหญ่อีกสองคนตักอาหารใส่จานของเขาอย่างต่อเนื่องจนรัตนกรกันต์คิดว่าเขาคงไม่ได้จะน้ำหนักขึ้นเพราะมีครรภ์แน่ๆ แต่จะขึ้นเพราะทุกคนเอาแต่ขุนเขาแบบนี้เสียนี่แหละ


            ใครโทรมาหรือดนัย? เด่นชัยถามขึ้นเมื่อดนัยเดินกลับมาที่โต๊ะอาหาร เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองสามีแล้วพบว่าอีกฝ่ายสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีเท่าไหร่นักจนอดไม่ได้ที่จะสงสัย แต่เพราะมีอาหารอยู่เต็มปากเลยไม่ได้ถามอะไรออกไป


            เอกโทรมา อีกฝ่ายตอบ


            รัตนกรกันต์กลืนอาหารลงคอ ก่อนจะถามบ้าง พี่เอกโทรมาทำไมหรือครับ?


            ดนัยนั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆเขา ก่อนจะคว้ามือมาจับเอาไว้ นั่นยิ่งทำให้เขาสงสัยมากขึ้นไปอีก


            รัตน์ เธอฟังฉันดีๆนะ


            ครับ?


            เอกโทรมาแจ้งกับฉัน ว่าในกรุงเทพเขาพูดคุยกันให้ทั่วว่าท่านพ่อของเธอเสียแล้ว


            รัตนกรกันต์นิ่งเงียบไปพักใหญ่ ใบหน้าหวานไม่ได้แสดงความเศร้าใดๆออกมา มันเต็มไปด้วยความเรียบเฉยจนดนัยสงสัยอยู่ไม่น้อยทีเดียวว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่


            รัตน์? เธอฟังฉันอยู่หรือเปล่า? ถามย้ำไปอีกครั้งพลางบีบมือของเขานเล็กน้อย


            ฟังอยู่ครับ เด็กหนุ่มพยักหน้าก่อนจะถอนหายใจ เป็นอะไรเสียล่ะครับ?


            เห็นว่า.. เอ่อ... ดนัยมีท่าทีลังเลเล็กน้อยกับสิ่งที่จะบอก ฉันว่าฉันไม่ควรบอกให้เธอรู้ เดี๋ยวเธอเครียดขึ้นมาแล้วมันจะกระทบกับลูกในท้อง


            บอกมาเถอะครับ ผมไม่เป็นไร


            เห็นเอกบอกว่าท่านพ่อของเธอผูกคอตาย


            ทุกคนตรงนั้นพร้อมใจกันเงียบ รัตนกรกันต์แค่นหัวเราะออกมาเล็กน้อยอย่างไม่สามารถเดาอารมณ์ได้ก่อนจะเปลี่ยนเป็นถอนหายใจเฮือกใหญ่หนึ่งทีพร้อมเอ่ยสั้นๆ


            ผมจะไปกรุงเทพ


            จะดีหรือ? เด่นชัยว่าขึ้น ไปกรุงเทพต้องใช้เวลาเดินทาง แถมยังกำลังท้องอยู่ด้วย ไปงานศพไม่น่าจะดีเท่าไหร่ ไหวหรือคุณชาย?


            ไหวครับ แค่นี้เอง เด็กหนุ่มยิ้มบางๆ ไม่รู้ว่าจะมีใครจัดการเรื่องงานศพให้ท่านพ่อหรือเปล่า อีกอย่างหนึ่ง เผื่อว่าผมจะมีโอกาสได้เจอกับพี่ชายเจษด้วย


            ถ้าเธอจะไป ฉันก็จะไปด้วย ดนัยเอ่ย วันนี้เดินทางไม่น่าจะทันแล้ว เป็นพรุ่งนี้แล้วกัน


            รัตนกรกันต์พยักหน้ารับ ตกลงครับ


            ตั้งแต่ ณ ตอนนั้นจนกระทั่งอีกวันที่ต้องเดินทางบนรถไฟ รัตนกรกันต์เอาแต่เงียบเหมือนครุ่นคิดอะไรสักอย่างอยู่ตลอดเวลาอย่างที่ดนัยไม่อาจจะคาดเดาได้เลยแม้แต่น้อย แม้จะเอ่ยถามออกไปว่าเป็นอะไรหรือคิดอะไรอยู่ก็ได้รับคำตอบกลับมาเพียงรอยยิ้มน้อยๆและการส่ายหน้าเท่านั้น เขานึกเป็นห่วงเด็กหนุ่มเสียเหลือเกิน กลัวว่าความเครียดจากการสูญเสียบิดาไปจะทำให้อีกฝ่ายเครียดจนส่งผลกระทบกับลูกน้อยที่อยู่ในครรภ์เป็นอย่างมาก แต่สิ่งที่เขาทำได้คืออยู่ข้างๆอีกฝ่ายตลอดเวลาเท่านั้น เพราะตอนนี้เขาแทบจะเป็นครอบครัวเพียงหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่ของรัตนกรกันต์แล้ว พี่ชายของเจ้าตัวก็ไม่รู้ไปอยู่ที่ไหน จะมีโอกาสได้เจอกันอีกหรือไม่ก็ไม่อาจทราบได้เลยแม้แต่น้อย


            เพราะนั่งรถไฟออกมาตั้งแต่เช้าทำให้พวกเขาทั้งคู่เดินทางมาถึงในตอนเย็น เอกจักรและสลิลมารอรับที่สถานีที่รถไฟก่อนจะพาไปที่บ้านของทั้งคู่เพื่อให้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเตรียมเดินทางไปร่วมพิธีสวดอภิธรรมในค่ำคืนนี้  


            งานจัดที่ไหนพอจะรู้บ้างไหมเอก? ดนัยเอ่ยถามในขณะที่พวกเขากำลังเดินทางโดยมีสลิลเป็นคนขับรถ


            เห็นว่าเป็นวัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหารน่ะครับ เอกจักรตอบ


            ใครเป็นคนออกค่าใช้จ่ายล่ะ?


            เห็นว่าเป็นคุณจิรสิน เจ้าของห้างเทวฤทธิ์น่ะครับ


            ดนัยขมวดคิ้ว แปลกจริง เจ้าของห้างคนนั้นรู้จักกับพ่อของรัตน์ด้วยหรือถึงมาออกค่าจัดงานศพให้ แถมยังจัดที่นี่อีก


            ไม่มีใครทราบเลยครับว่าเพราะอะไร แต่ถ้าไปที่งานก็ลองไถ่ถามดูก็น่าจะทราบความอยู่ เอกจักรตอบ


            รัตนกรกันต์ยังคงไม่มีความคิดเห็นใดๆเกี่ยวกับเรื่องนี้ เด็กหนุ่มยังคงนั่งเงียบตลอดเวลาจนทุกคนต่างพากันสงสัย ตั้งแต่รู้ข่าวว่าบิดาเสียชีวิตเจ้าตัวไม่ได้แสดงความรู้สึกใดๆออกมาแม้แต่น้อย ไม่มีน้ำตาสักหยดอย่างที่ควรจะเป็น ไม่มีใครล่วงรู้สิ่งที่อยู่ภายในใจอีกฝ่ายเลยสักนิดเดียว


            จะให้อยู่รอรับไหมครับ? สลิลเอ่ยถามเมื่อรถเลี้ยวเข้าจอดเทียบใกล้ๆกับศาลาที่จัดงาน


            ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันจะรัตน์หาทางกลับเองดีกว่า ดนัยว่า สองสามีภรรยาพยักหน้ารับรู้ก่อนที่เขาและรัตนกรกันต์จะเดินลงจากรถ


            คิดอะไรอยู่งั้นหรือ? บอกฉันได้ไหม? เอ่ยถามออกไปเมื่อเห็นอีกฝ่ายยืนนิ่งยังไม่ยอมเดินขึ้นไปที่ศาลา


            ผม... เสียงเล็กๆถูกเอื้อนเอ่ยออกมาจากริมฝีปากน้อยๆ มันไม่ได้สั่นเครือด้วยความเศร้า แต่เต็มไปด้วยความเรียบเฉยจนน่าฉงน


            ผมกำลังคิดว่าผมควรมาที่นี่หรือเปล่า


            ทำไมคิดแบบนั้นล่ะ?


            ท่านพ่อเป็นฝ่ายทิ้งผม ขายผมให้ไปอยู่กับพี่ดนัย ผมแค่สงสัยว่าท่านพ่อรักผมจริงๆบ้างไหมถึงได้ทำแบบนี้ ผมคิดว่าผมอาจจะต้องรู้สึกโกรธ โกรธจนไม่อยากจะมาที่นี่ และการที่ท่านพ่อจากไปแบบนี้ทั้งที่ควรจะเสียใจแต่ผมกลับไม่รู้สึกอะไรเลยแม้แต่น้อย มันว่างเปล่าแล้วก็สับสนไปหมด


            ฉันจะไม่ตัดสินว่ามันถูกหรือผิดหรอกนะรัตน์ ดนัยว่าพลางเอื้อมมือไปจับมือของอีกฝ่าย แต่การที่เธอมาร่วมงานศพแสดงว่าลึกๆแล้วเธอก็ยังรักและคิดถึงท่านอยู่นั่นแหละ เธอเคยบอกฉันเองไม่ใช่หรือ ว่าให้เก็บแต่เรื่องที่ดีเอาไว้ ไหนๆท่านก็เสียไปแล้ว ฉันอยากให้เธอมองข้ามเรื่องที่ไม่ดีและนึกถึงเรื่องดีๆของเขาดีกว่า


            รัตนกรกันต์เงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้น เข้าใจแล้วครับ ผมจะพยายามคิดอย่างนั้น


            ไปกันเถอะ บางมีอาจจะทีความเป็นไปได้ที่จะได้เจอพี่ชายของเธอด้วยนะ


            ครับ


            ดนัยกอบกุมมือน้อยๆนั้นเอาไว้ เด็กอายุเพียงแค่นี้ต้องผ่านอะไรมามากมาย การที่อยู่มาได้จนถึงตอนนี้นับว่าเข้มแข็งมากทีเดียว เขาสัญญากับตัวเองเอาไว้แล้วว่าหลังจากนี้เขาจะไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายเผชิญอะไรตามลำพังอย่างแน่นอน


            ดนัยและรัตนกรกันต์เดินตรงไปยังศาลา เด็กหนุ่มเห็นใบหน้าของคนที่คุ้นเคยอยู่ลิบๆ แม้จะไม่ได้เจอกันนานแต่ก็สามารถมั่นใจได้ทันทีว่าอีกฝ่ายคือ เจษฎาพิพัฒน์ ผู้เป็นพี่ชายของตนเองแน่ๆ เจ้าตัวกำลังนั่งอยู่หน้าโลงศพกับใครอีกคนหนึ่ง ใบหน้าของเขาเกิดรอยยิ้มน้อยๆขึ้นมาอย่างดีใจที่ได้เห็นอีกคน จากที่คิดว่าคงไม่มีโอกาสได้เจอกันอีกแล้วแน่ๆ บัดนี้สิ่งที่หวังเอาไว้เป็นจริงแล้ว ดนัยสัมผัสได้ในทันทีว่าอีกคนกำลังตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย สังเกตได้จากมือที่เขาจับมือนั้นมีการสั่นด้วยความดีใจเบาๆ


            แต่ก่อนที่จะได้ก้าวขาขึ้นไปบนศาลา กลับไปได้ยินสิ่งที่ไม่น่าฟังเข้าเสียได้...


            ท่านชายก็เสียไปแล้ว หม่อมทั้งสองยังมาหนีหายไปอีก น่าสงสารจริงเชียว


            นั่นสิ แล้วไม่รู้ว่ารู้หรือเปล่าที่ท่านชายเสียเพราะผูกคอตายเพื่อหนีหนี้น่ะ


            ฉันได้ยินว่าคุณชายถูกท่านพ่อเขาขายกินนะ ถ้าอย่างนั้นผู้ชายคนข้างๆนั่นคงจะเป็นคนที่มาซื้อไปน่ะสิ


            นั่นสินะ ได้ยินมาว่าคุณชายเป็นอนธการด้วย คนพ่อคงตั้งใจขายเพื่อหวังจะจับอาภาสรวยๆมาเรียกเงินสูงๆแน่ๆ


            เสียดายนะ ถ้ารู้ว่าคุณชายเป็นอนธการที่น่ารักขนาดนี้ ผมจะรีบขออาสารับมาเลี้ยงดูอย่างดีทีเดียว !


            โทสะบังเกิดขึ้นในทันที รัตนกรกันต์ปล่อยมือของดนัยก่อนจะเดินขึ้นไปด้านบนพร้อมเอ่ยด้วยเสียงอันดังที่ทำให้ใครหลายคนทั้งตกใจและประหลาดใจในการปรากฏตัวของเขาไปพร้อมๆกัน


          มางานศพเพื่อมานั่งนินทาผู้ตายแบบนี้คราวหลังไม่ต้องเสียเวลามาก็ได้นะครับ

สัพเพเหระ

ถึงจุดเชื่อมของทั้งสองเรื่องแล้วค่ะ !
ฉากในงานศพตอนนี้จะเชื่อมกับตอน เจษฎาพิพัฒน์ ๘ ค่ะ และแล้วสองพี่น้องก็ได้เจอกันเนอะ !
จากตอนทั้งหมดพอจะทราบกันแล้วใช่ไหมคะทำไมน้องรัตน์ถึงได้มาถึงก็ฟาดเลยแบบนี้
๕๕๕๕

พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ !
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านและให้กำลังใจกันนะคะ
มีความสุขทุกครั้งที่ได้อ่านคอมเม้นท์ทั้งในนี้และในทวิตเลยค่ะ
ขอฝากแท็ก
#ไตรชีวัน ด้วยนะคะ มีอะไรคุยกันในแท็กได้เช่นเดิมค่ะ

ช่วงโฆษณา

เราเปิดจองเรื่อง ชมจันทร์ รอบพิมพ์ซ้ำอยู่นะคะ
ท่านใดสนใจสามารถดูรายละเอียดและกดสั่งในลิ้งก์นี้ได้เลยค่ะ
!

https://forms.gle/zMJSGR3TTuT2NK3a7

จองได้ตั้งแต่วันที่ – ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๖๓ ครับผม
มารับพี่หมอและน้องจันทร์ไปอยู่ด้วยกันนะคะ


B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

59 ความคิดเห็น

  1. #58 Applecolajelly (@kkaem) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 03:14
    ยินดีกับเบบี๋ด้วยนะคะ ส่วนตอนนี้ไม่แปลกใจแล้วค่ะว่าทำไมน้องฟาด 5555
    #58
    0
  2. #57 LilyPotter (@a-little-elf) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 23:59
    สมเป็นน้องรัตน์
    #57
    0