ผมว่า...ผมรักคุณ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 74 Views

  • 6 Comments

  • 2 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    0

    Overall
    74

ตอนที่ 2 : เส้นทางความรักของฉันและเขา ไม่ใช่สิ ของเขาคนเดียว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    27 ก.พ. 62

"ไม่!"

"ไม่อะไร ไม่ได้ขออนุญาตย่ะ แค่บอก รู้จักมั้ย แค่บอก เฉยๆ"
ฉันกลอกตามองบนก่อนตักไอศกรีมเข้าปาก

"โดนหลอกแน่ๆ แกตามมันไม่ทันหรอก"

"แหมมมมม รู้จักเขาหรอยะ หมดโลกนี้แกนั่นแหละ ที่ไม่น่าคบที่สุด"

"แกไม่รู้จักผู้ชาย"

"ขอประทานโทษนะคะ ฉันมีพี่ชาย ฉันรู้จักแกมาค่อนชีวิต นี่ฉันยังไม่รู้จักผู้ชายอีกหรอ"
ฉันกลอกตามองบนอีกครั้ง นี่คิดผิดคิดถูกที่มาบอกมันเนี่ย รู้งี้บอกพี่ไนล์ก่อน แล้วให้พี่ไนล์ไปบอกมันอีกที
ผู้ชายตรงหน้า เท้าสะเอวจ้องหน้าฉันอย่างเหนื่อยหนาย 

"แกไม่เคยมีแฟน แกโสดมาทั้งชีวิต "

"ก็ใช่ไง ฉันไม่เคยมีแฟน ฉันโสดมาทั้งชีวิต แล้ว?"

"โถ่เว้ย แม่งไม่เข้าใจหรือไงวะ"

"แล้วจะให้เข้าใจอะไรวะ"
ฉันมองหน้าเพื่อนรักที่ทำท่าเหมือนจะคลุ้มคลั่งเต็มที 

ฉันขอลำดับเหตุการณ์สักครู่ 
ก่อนหน้านี้ฉันไปรับมันที่สนามบิน เม้าส์มอยสัพเพเหระ พอจอดรถที่โรงรถเสร็จ ฉันก็นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้บอกมันเรื่องที่ฉันมีแฟนแล้ว ฉันก็แค่บอกมัน แล้วก็เดินเข้าบ้านตัวเอง แต่ไอ้บ้านี้ เงียบไปสักพัก ก็มาตะโกนใส่หูว่า ไม่ ไม่ ไม่ แถมยังเดินตามหลังฉันมาต้อยๆ บ้านตัวเองก็ไม่กลับ ทั้งที่บ่นเรื่องอยากนอนตั้งแต่ที่สนามบินละ 
ถ้าจะบ้า! ฉันยังไม่รู้ว่ามันต้องมากังวลอะไร 
ฉันแค่มีแฟน ฉันไม่ได้ท้องซะหน่อย!!
ใช่ ฉันไม่เคยมีแฟน ชีวิตความรักฉันคือเหี่ยวเฉามาก ฉันก็ไม่คอยเข้าใจเหมือนกัน พูดตรงๆฉันก็ไม่ได้จะขี้ริ้วขี้เหร่ โอเค ฉันอาจจะไม่สวยเท่าดารานางแบบหรืออะไรทำนองนั้น แต่มันก็ไม่น่าจะทำให้ไม่มีใครมาแจกขนมจีบสักหน่อย นิสัยหรอ ฉันก็ปกติ อาจจะอารมณ์สุดโต่งบ้าง แต่ก็ธรรมดานะ คนปกติเขาก็เป็นกัน แต่ก็นั่นแหละ มันแค่อาจจะยังไม่ถึงเวลาก็ได้ แล้วตอนนี้มันก็ถึงแล้วไง เวลาของฉัน
ผิดกับไอ้บ้านี้ มันฮอตระเบิดระเบ้อมาตั้งแต่นับเลข 1-100 ไม่ได้ด้วยซ้ำ


อนุบาล3


'นี่แฟนขุน ชื่อกอหญ้าห้องกระตาย'

'อ้อ...'
เด็กชายเขมชาติ อัครกิจติ จูงมือเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักมาแนะนำกับเพื่อนสนิทตัวน้อย เด็กหญิงนินลินีย์ จงไพรโรจน์ เงยหน้าจากที่กำลังขุดดินก่อปราสาทมามองหน้าพวกเขาเล็กน้อย
แล้วก็กลับไปขุดต่อ


2 วันต่อมา


'นี่แฟนขุน ชื่อหลิวห้องหมีพูห์'

'อ้อ...'
เด็กหญิงเงยหน้าจากสมุดระบายสีมองหน้าพวกเขาแล้วก็กลับไประบายสีต่อ


1 เดือนต่อมา


'ขอกินน้ำหน่อย'
เด็กชายนั่งลงที่สนามหญ้าข้างๆเด็กหญิง ก่อนจะหยิบเอาขวดน้ำสีชมพูไปกรอกใส่ปากตัวเอง

'ฉันบอกแล้วว่าอย่าลืมขวดน้ำตัวเอง ทำไมชอบมาแย่ง'

'ก็บอกไปรอบที่สิบแล้วว่าลืม ลืมก็คือลืม ลืมคือจำไม่ได้ไง ก็ลืม'

'ตอนเย็นเอาขวดน้ำมาที่บ้านฉันเลย ตอนเช้าฉันจะได้เอามาด้วย'

'ก็ได้'
เด็กชายยิ้มจนตาหยี

'ถ้าตอนเที่ยง ได้นมรสสตอเบอร์รี่ ขุนจะเอาให้นิน'

'ค่อยคบได้หน่อย แล้วแบบนี้ตอนเที่ยงไม่ต้องไปกินข้าวกับชมพู่ ห้องทานตะวันหรอ'

'ไม่ไปแล้ว ขุนเลิกกันแล้วเมื่อวาน'
เด็กหญิงทำสีหน้าสงสัย

'ก็ขุนชวนชมพู่ว่าไม่ต้องนอนกลางวันหรอก แล้วลองเล่นซ่อนแอบครูด้วยกัน ชมพู่ก็ไม่เอา ขุนว่าความคิดเรา มันไปด้วยกันไม่ได้'

'อ้อ... แต่ขุนลำบากแล้วหล่ะ ขุนคบผู้หญิงหมดทั้งชั้นอนุบาลสามแล้ว ต่อไปนี้ขุนต้องคบน้อง อนุบาลแทน หรือไม่ก็คงต้องข้ามฟากไปจีบพี่ป.1 กับพี่ ป.2 ดู'

'พี่ ป.2 หรอ... ก็น่าสนอยู่'
เด็กชายยิ้มเจ้าเล่ห์เพียงแค่เสี้ยววินาที ก่อนจะหันมายิ้มตาหยีอีกครั้งให้คนข้างๆ

'นินๆ งั้นตอนช่วงนอนกลางวัน เรามาเล่นซ่อนแอบครูด้วยกันนะ'
เด็กหญิงเงียบก่อนส่งยิ้มหวานให้กับเด็กชาย

'ไม่เอา นินจะนอน'



ประถมศึกษาปีที่ 3


'นิน ไปบอกฝ้ายให้หน่อยดิ ว่าเลิกตามขุนได้แล้ว เราเลิกกันแล้ว ฝ้ายมาตามขุนแบบนี้ น้อยหน่าเค้าโกธรขุน'
เด็กหญิงหยุดเหลาดินสอสี ก่อนว่างกบเหลาดินสอลงบนโต๊ะนักเรียน

'ขุนก็ไปบอกเองดิ นินยุ่งอยู่'

''งั้นขุนเหลาดินสอสีแทนนินเอง เหลาให้แหลมทุกแท่งเลย'
เด็กหญิงเลิกคิ้วสูง แสดงสีหน้าลังเล


'เหลาให้แหลมหมดนี่เลยนะ'

'ใช่แล้ว หมดนี่เลย ดินสอวาดรูปในกล่องนี่ก็ด้วย'
เด็กหญิงสีหน้าครุ่นคิด

'ไม่เอาดีกว่า ขุนไปเคลียร์เรื่องของตัวเอง ไปบอกฝ้ายให้ชัดๆเอง แล้วก็ไปของ้อน้อยหน่าเองด้วย ทุกเรื่องมันเกิดจากขุน ขุนก็ต้องแก้เอง'
เด็กหญิงพูดด้วยสีหน้าจริงจัง เด็กชายหน้าจ๋อยลงเล็กน้อย 

'ก็ได้'
เด็กชายคอตก หันหลังเดินออกจากห้องเรียน

'ขุน'

'อะไร'

'ขุนโกรธนินหรอ'

'ไม่ได้โกรธ'

'ไม่เชื่อหรอก ขุนโกรธนินที่นินไม่ยอมช่วยขุน'

'ไม่ได้โกรธจริงๆ'
เด็กชายหันกลับมา

'ก็เห็นอยู่ชัดๆว่าขุนไม่พอใจนิน'

'ก็ไม่เชิงไม่พอใจหรอก แต่ก็ไม่ได้โกรธ'

'นั่น เห็นไหม ไม่พอใจจริงๆด้วย'
เด็กสาวก้มหน้าลง เด็กชายรู้สึกถึงบรรยากาศไม่ดี จึงรีบสาวเท้ามายังโต๊ะเด็กหญิงอีกครั้ง

'ไม่ได้โกรธจริงๆนะนิน ไม่พอใจก็ไม่ได้หมายถึงแบบนั้น'

'...'

'นินอ่ะ ขุนไม่ได้โกรธนินนะ ต้องให้ขุนทำยังไงนินถึงจะเชื่อเนี่ย'

เด็กหญิงเงยหน้าขึ้นมองเด็กชาย ฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวเรียงซี่สวย 
'งั้นขุนช่วยนินเหลาดินสอสีก่อนแล้วค่อยไปนะ' 



ประถมศึกษาปีที่ 6


'โหขุน เค้กส้ม ของใครเนี่ย'

'ของขุนเอง เมื่อกี้พึ่งมีคนเอามาให้'
เด็กชายมองลอดหน้าต่างห้องเรียนไปยังสนามฟุตบอล

'ฮอตสุดๆเลยคุณเพื่อนร๊าก นี่โสดครบสัปดาห์หรือยังเนี่ย สาวๆเค้าแย่งกันทำคะแนนแล้ว'
นินลินีย์วางกระเป๋าลงบนโต๊ะ ก่อนนั่งลงยังเก้าอี้นักเรียนข้างๆเขมชาติ

'นินเอาไปกินดิ ขุนไม่กินของหวานนินก็รู้'

'ก็รู้ แต่อันนี้มันแฮนด์เมค เขาอุตส่าห์ทำ นินไม่กล้ากินหรอก'

'ตามใจ'
เด็กชายปลดกระดุมคอออก ก่อนจะสะพายกระเป๋านักเรียน

'นี่ขุนจะไปไหน เหลืออีกคาบหนึ่งถึงจะเลิกนะ'

'รู้แล้ว ขุนจะไปเล่นบอลกะพวกห้อง 6 ครูพละน่าจะไม่เข้าสอน ขุนมองอยู่สักพักละ'
นินลินีย์มองออกไปนอกหน้าต่างสลับกลับมามองที่เขมชาติแล้วพยักหน้า

'ก็ตามใจ'

เขมชาติส่งยิ้มให้ ก่อนเดินออกไป เธอไม่คิดที่จะต้องห่วงการเรียนของเขมชาติหรอก เด็กป.6 ที่นี่มีที่เรียนแล้วเกือบทุกคน โรงเรียนเอกชนเครือข่ายดังและใหญ่โตอย่างเซนต์ลาซิเฟีย แม้ค่าเทอมจะแพงมหาศาล แต่ก็ใช่ว่านักเรียนที่นี่จะมีแต่ความพร้อมด้านการเงินเท่านั้น ระดับมันสมองจากความพร้อมด้านการเงินที่ถือว่าเป็นทุนทรัพย์สนับสนุน ทำให้เด็กนักเรียนที่นี่เก่ง และมีความพร้อมในทุกๆด้าน

'เค้กส้มน่ากินจังเลย'
นินลินีย์เท้าคางมองเค้กส้มที่ถูกตั้งทิ้งไว้

'น่ากินขนาดนี้คงตั้งใจทำน่าดู ไม่ถูกกินเลยอาจจะน่าเศร้ากว่า... งั้นนินจะเป็นคนเสียสละเองละกัน'



มัธยมศึกษาปีที่ 3



เด็กสาววัยรุ่นยืนอ่านหนังสือ สลับกลับมองนาฬิกาข้อมือเป็นระยะๆ บริเวณร้านกาแฟหน้าโรงเรียน

'นิน ขอโทษที่ให้รอนะจ๊ะ เพราะวิวแท้ๆเลย ไปบ่นว่าอยากกินทาร์ตไข่ให้ขุนได้ยิน'
เด็กสาวหน้าตาน่ารัก ยื่นมือไปกุมมือเด็กสาวผู้ซึ่งยืนรอมาไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมง

'พอดีร้านขายหมดพอดี เขาพึ่งทำล็อตใหม่ เลยรอนาน'
เด็กชายวัยรุ่ย เสียงเริ่มแตกเล็กน้อยอธิบาย

'ก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ทีหลังไม่ต้องลากมาคอยก็ได้นะ นินเดินกลับบ้านคนเดียวได้ แค่ 4 ป้ายรถเมล์เอง ยกโขยงกันมา มันเสียเวลาคนที่ไม่อิน'
เด็กสาวบิดข้อมือเล็กน้อย เพื่อให้หลุดจากการเกาะกุม



'งั้นนินกลับก่อนนะ สองคนไปสวีทกันเถอะ นินขี้เกียจรอ'

'เอ่อ...'

'เออ เดินกลับดีๆหล่ะ อย่าไปขโมยของใครระหว่างทาง'
เด็กสาวยิ้มเหยียดมองเด็กชายตรงหน้า ก่อนชูนิ้วกลางให้และเดินจากไป



มัธยมศึกษาปีที่ 6


'เธอ เอากระเป๋ากลับบ้านให้ด้วย วันนี้มีเดทหว่ะ'
ชายหนุ่มเอามือจิ้มต้นแขนของหญิงสาว เพื่อเรียกร้องความสนใจ

'ไม่ หนัก ทำไมไม่แบกไปด้วยวะ'

'ต้องไปรับผักหวานที่โรงเรียนเขาอีก แล้วก็จะไปหลายที่ด้วย ขี้เกียจถือ เดี๋ยวก็ต้องไปถือกระเป๋าให้ผักหวาน แล้วพอช็อปปิ้ง ก็ต้องถืออีกหลายถุง แค่คิดก็เหนื่อยแล้วเนี่ย'
หญิงสาวหยุดเก็บของใส่กระเป๋า ก่อนมองหน้าอย่างไปสบอารมณ์

'ถ้าลำบากนักก็ไม่ต้องไป หรือไม่ก็ทิ้งกระเป๋าไว้โรงเรียนนี่แหละ แบกแค่หัวกลวงๆไป เบาสบายดี'

'โหย ไมต้องด่าด้วยเนี่ย เออๆ ทิ้งไว้นี่ก็ได้'
ชายหนุ่มส่งเสียงจิจ๊ะในลำคอ

'ขุน นี่คะแนนสอบพรีมหาลัยมึง 99.5 คะแนน ไม่เอาให้เต็มเลยวะ'

'ก็เอาไว้ให้หมาถามไงครับ'

'อ้าว ไอ้นี่ แล้วนี่ก็ของนินค่ะ'

'ขอบใจนะเบิ้ม'
หญิงสาวรับกระดาษคะแนนสอบมาไว้ 

'คะขาเชียว ไอ้เวรนี่ นี่นินคนเดิมนะครับ ตามึงมีปัญหาแล้วหล่ะ มานี่ลูกพี่จะสอนวิธีดูสาวงามให้'
ชายหนุ่มเกี่ยวคอเพื่อนแล้วลากพาจากไป หญิงสาวกลอกตา หน่อยไอ้บ้านี่หลอกด่าชัดๆ 

'63 คะแนน'
โดนหลอกด่าว่าขี้เหร่ยังไม่เจ็บใจพระเจ้าที่ลำเอียงมอบความฉลาดให้ไอ้บ้านั่นเลย!



มหาวิทยาลัยปี 3


'นินไม่ต้องรอไอ้ขุนมันหรอก มันพาน้องเกี๊ยว ไปกินข้าวตั้งแต่เมื่อเย็นวาน ตอนนี้ยังไม่เข้าคณะเลย'
หญิงสาวยิ้มรับ มิน่าโทรหาไม่รับ ไอ้เพื่อนเวร

'พอดีนินแวะไปเอางานให้ขุนหน่ะ ขุนฝากเข้าเล่มไว้ที่ร้านพี่แพง เห็นว่าต้องส่งวันนี้ กำชับนินนักหนาว่าไม่ส่งวันนี้ เตรียมลงเรียนซ้ำอีกทีปีหน้า'

'อ้อ โปรเจคอาจารย์สมยศ งั้นฝากไว้ที่มาร์ทก็ได้ เดี๋ยวเจอขุน มาร์ทจะเอาให้มันเอง'
ชายหนุ่มยื่มมือมารับรายงานเล่มหนาจากหญิงสาว ก่อนชะงักมือไว้

'ไม่เอาดีกว่า อีกสักพักไอ้ขุนน่าจะมา มาร์ทนั่งรอเป็นเพื่อนนินดีกว่า'
ชายหนุ่มส่งยิ้มให้

'มาร์ทไม่ต้องรอเป็นเพื่อนนินก็ได้ นินเกรงใจ'

'เกรงใจทำไม ขุนเป็นเพื่อนมาร์ท นินเป็นเพื่อนขุน เท่ากับนินก็เป็นเพื่อนมาร์ท นอกเสียจากนินจะไม่อยากเป็นเพื่อนมาร์ท หรือมาร์ทต่างหาย ที่ไม่อยากเป็นแค่เพื่อนนิน'

'ฟังดูงงๆดี เพื่อนกันไปกันมา ฮ่าๆ เพื่อนก็เพื่อน'

'มาร์ทหมายความว่า มาร์ทชอ...'

'อ้าวไอ้มาร์ท มึงมายืนคุยกับนินระหว่างรอกูหรอ ช่างน้ำใจงามจริง'
ชายหนุ่มผู้มาใหม่ กระชากคอเสื้อเพื่อนจากด้านหลังเพื่อคว้าตัวเพื่อนมากอดไว้อย่างเต็มกำลัง

'เออๆ มึงๆปล่อยกูก่อน กูหายใจไม่ออก แค่กๆๆ'
เขาสะบัดตัวออกจากอ้อมกอดอันร้อนแรง

'รอนานมั้ย พอดีฉันต้องไปส่งน้องเกี๊ยวที่คณะนิเทศ ไม่รู้ว่าคณะเขามีงาน วนรถออกยากชิป'
ชายหนุ่มหันมาส่งยิ้มให้หญิงสาว

'อ้อ น้องเกี๊ยวดาวปี 1 คณะนิเทศปีนี้ใช่มั้ย มิน่าไม่กลับบ้านกลับช่อง โทรไปก็ไม่รับ'

'ใจเย็นครับคุณผู้หญิง มันรับไม่ทัน ตอนนั้นควงพวงมาลัยยูเทิร์นพอดี กำลังดริฟครับพี่น้อง'

'อะ นี่รายงาน'

'เห้ย อะเมซิ่ง ไม่โกรธเลยดิ ฉันไม่รับโทรศัพท์ตั้ง 2สาย 2สายเลยนะ'

'หึ คิดว่ารายงานนี้จะได้คะแนนเท่าไหร่ 80 คะแนนถึงมั้ย'
หญิงสาวเหยียดยิ้ม ชายหนุ่มขนลุกซู่ เขาคุ้นชินรอยยิ้มนี้ เป็นรอยยิ้มประเภทที่เขาไม่อยากเห็นบ่อยๆ

'ก็... ก็น่าจะถึง แกจะทำอะไร'

'ก็ดี'
หญิงสาวทำท่าจะฉีกปกหนังสือออก ชายหนุ่มยกมือห้าม

แคว้ก~

หญิงสาวฉีกประดาษปกหลังออกเสี้ยวเล็กๆ

'ฉันไม่ใช่คนลงกับข้าวของ แกก็รู้ แต่ถ้าฉันโทรไปหรือคนที่บ้านโทรไป แกก็ควรรับ ถึงไม่รับก็โทรกลับสิ ทั้งบ้านเราคุยเรื่องนี้กันแล้ว หายหัวไปเป็นวันๆ'

'ว่าแล้ว ว่าต้องโกรธเรื่องนี้'

'อะ เอาไป อย่าทำอีกหล่ะ'
ชายหนุ่มถอนหายใจ ก่อนอดขยี้หัวคนตรงหน้าไม่ได้

'รู้แล้วครับ ต่อไปจะโทรกลับทุกสายที่ไม่ได้รับเลย'

'แกต้องบอกว่าจะรับทุกครั้งต่างหาก ไอ้โง่'



3 เดือนก่อน


'น้องนินต้องช่วยพี่นะคะ ช่วยพูดกับขุนให้หน่อย พี่รอได้ค่ะ พี่รอได้'

'นินรับปากจะคุยให้ค่ะ แต่เรื่องการตัดสินใจ ยังไงก็ต้องคงต้องแล้วแต่ขุน นินขอวางสายนะคะ'
นินลินีย์ตัดสายสนทนาทิ้ง พร้อมต่อสายหาตัวต้นเรื่องทันที

ตืด ตือ~

'ฮัลโหล อะไรวะ นี่มันตีสาม แกไปคึกอะไรมาถึงได้โทรมาตอนนี้เนี่ย'
ปลายสายเสียงงัวเงีย 

'คึกเพราะเรื่องรักกัลปาวสานของแกหน่ะสิ ไอ้ขุนแผน!! ก็ใช่ไง มันตี3แล้ว แกกล้าดียังไงเอาเบอร์โทรฉันไปแจกบรรดากิ๊กแก!'
ต้นสายแผดเสียง

'เฮ้ย ใจเย็นก่อน คราวนี้ใคร'

'นี่แกแจกเบอร์ฉันไปหลายคนแล้วหรอ!! แกอยากตายใช่มั้ย!!'

'เฮ้ยไม่ใช่ เลิกเอาเบอร์แกให้สาวมานานแล้ว ถึงได้ถามแกไงว่าใคร จะได้วิเคราะห์ถูกว่าเบอร์นี้มาจากฉัน หรือเขาไปสืบหามาเอง'

'แกจะให้หรือไม่ให้ ยังไงแกก็ตัวต้นเรื่อง!'

'เอ่อน่า ยอมรับผิดแล้วเนี่ย ใครโทรหาแก'

'ชื่อจอยหรือจ๊อยซ์นี่แหละ ฟังไม่ชัด ง่วง เขาบอกว่าแกไปเตาะเขาไว้ แล้วแกรักเขาไม่ได้เพราะแกมีแฟนอยู่แล้ว เขาโทรมาให้ฉันบอกแกว่า จะรอ จะรอ พี่รอได้ พูดแบบนี้เป็นร้อยๆรอบ!'
หญิงสาวสถบเสียงหายใจถี่หอบเล็กน้อย หลังจากพูดรัวยาวแทบไม่ได้เว้นช่องไฟ

'ไม่เห็นคุ้นเลยวะ เอาเป็นว่าฉันไม่ได้ให้เบอร์แกกับใครมาเป็นปีๆแล้ว'

'แกไม่ควรให้เบอร์ฉันกับใครตั้งแต่แรก!'

'นานมาแล้วไง ตั้งแต่แกห้ามให้ฉันเอาเบอร์บ้านไปแจกสาว ฉันก็...'

'ก็แน่หล่ะสิ ตอนช่วง ม.ปลายมั้ง บรรดาสาวๆแกได้โทรเข้าบ้านทั้งวันทั้งคืน เรื่องนี้พูดที่ไรก็โมโห พ่อกับแม่ก็ดันเข้าข้างแกอีก'
หญิงสาวย้อนคิดถึงเสียงโทรศัพท์บ้านที่ดังระงมแทบจะทุกชั่วโมงในอดีต

'ใช่ไงครับ มันก็ต้องมีช่วงเวลาที่ผมต้อซื่อสัตย์กับแฟน พอมีสาวอื่นมาขอเบอร์ ไอ้ผมก็ดันเกรงใจ ไม่ให้เขาก็กลัวเขาจะหาว่าแล้งน้ำใจ เบอร์เพื่อนรักก็เหมือนเบอร์ผมนั่นแหละ'

'หึ ไอ้ขุนแผน ไอ้มากรัก เป็นคนดีซื่อสัตย์กับแฟน จะอ้วก'

'ก็จริงนี่หว่า คบใครฉันไม่เคยนอกใจนะเว้ย แกนั่นแหละรู้ดีเป็นพยานให้ฉันได้เลย'
หญิงสาวกลอกตา

'พยานกับผีแกหน่ะสิ กะล่อนจริง อย่าเอาฉันไปเกี่ยววังวนรักของแก แล้วนี่คือยังไง เลิกให้เบอร์โทรฉันแล้ว แจกแชท ไลน์ แทน งี้หรอ'

'บ้า อันนั้นมันต่างจากให้เบอร์ตรงไหนวะ'

'แล้วแกทำยังไง'

'ให้เบอร์พี่ไนล์ไปแทน'

'ห๊ะ'

'เออ เอาเบอร์พี่ไนล์ไปแจกแทน'

'ฮ่าๆๆ โอ้ย พี่ไนล์ตายแน่ ลำพังสาวๆตัวเองก็เคลียร์ไม่ได้ อีลุงตุงนังไปหมด แกนี่เลวจริงๆ ฮ่าๆๆๆๆๆ'
ชายหนุ่มอดยิ้มไม่ได้เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะเจื้อแจ้วจากต้นทาง คงอารมณ์สงบลง

'แล้วไง จะนอนต่อมั้ยครับคุณลินิน หรือจะคุยถึงเช้าเลย'

'นอนสิยะ พรุ่งนี้ประชุมงบประมาณอีก ฉันจะไปซึมหลับกลางวงประชุมได้ไง แล้วแกถามยังงี้คือตื่นแล้วหรอ'

'อื้อ เดี๋ยวจะขึ้นไปดูห้องช่างเลย แล้วก็จะรวดไปดูพระอาทิตย์ขึ้นกลางทะเลด้วย'

'ย่ะ พ่อนักรักผู้โรแมนติก งั้นฉันนอนนะ '

'ฝันดีนะ แล้วจะถ่ายรูปพระอาทิตย์ขึ้นไปฝาก'

'อื้อ...'
ชายหนุ่มหยุดฟังเสียงหายใจสม่ำเสมอของคู่สนทนาที่คาดว่าจะเข้าสู่ห้วงนิทราแล้ว ครู่ใหญ่ ก็กดตัดสายไป






ถึงได้บอกแล้วไงว่านี้มันถึงเวลาของฉันแล้ว!! ขณะที่มันมีแฟนจนเบื่อ ฉันยังไม่รู้จักความรักด้วยซ้ำ แล้วที่ยิ่งไม่เข้าใจคือก็ตรงที่มันบอกว่าฉันไม่เข้าใจนี่แหละ 

“เฮ้อ เออๆไม่ชวนทะเลาะละ”
ขุนถอนหายใจ ก่อนเอื้อมมือมาเช็ดมุมปากที่เลอะคราบไอศกรีมให้ฉัน ก่อนจะฉวยแก้วไอศกรีมไปกินหน้าตาเฉย แล้วก็หย่อนตูดมานั่งโซฟาข้างๆฉัน

“แกไม่มีสิทธิมาถอนหายใจใส่ฉัน ฉันสิต้องถอนหายใจใส่แก”

“พี่ไนล์รู้เรื่องนี้หรือยัง”

“ยังไม่ได้บอก”
ฉันยักไหล่

“มิน่า”

“มิน่าอะไร นี่แกไม่ต้องเอาพี่ไนล์มาเป็นพวก พวกแกมันเป็นพวกเห็นแก่ตัว คนหนึ่งก็ไปเรียนไกลๆ ทิ้งบริษัทให้ฉันปวดหัว  ส่วนแกก็ไปทำงานไกลๆกลางทะเล ทิ้งบ้านไว้ให้ฉันกวาด แล้วเรื่องความรักทั้งแกและพี่ไนล์มีเป็นสิบๆ แล้วฉันจะมีสักคน จะมาห่วงเพื่อ”

“ฉันไม่ได้ห่วง”

“เหอะ!”
เชื่อก็โง่สิยะ เมื่อต้นชั่วโมงยังบอกว่าฉันจะโดนหลอกอยู่เลย

“แล้วผู้ชายคนนั้นเป็นใคร ชื่ออะไร”

“ชื่อคุณพบ พบรักหน่ะ คุณพบบริษัทเขาออกแบบเฟอร์นิเจอร์อยู่ เลยเจอกันบ่อยๆ”
ฉันเล่าให้ขุนฟังเรื่อยๆ ไม่ได้คิดจะปิดบังคนอย่างหมอนี่หรอก ถึงไม่บอกยังไงก็ไปสืบจนรู้อยู่ดี

“อ้อ เข้าทางเรื่องงานนี่เอง งานแกก็ออกแบบตกแต่งภายใน งานออกแบบเฟอร์นิเจอร์ทำไมไม่ทำเอง”

“มันเหมือนกันที่ไหนเล่า แล้วถึงฉันจะออกแบบได้ แต่ก็ไม่มีปัญญาผลิตอยู่ดี ปล่อยงานให้สหสาขาช่วยกันตามความถนัดหน่ะดีแล้ว ฉันทำงานทุกขั้นตอนเองไม่ได้หรอก คุณCEOเจ้าของบริษัทยังหนีไปเรียนต่อด็อกเตอร์ ไม่ปรึกษาน้องสาวคนนี้สักคำ!”
ฉันบ่นยาวเหยียด พูดแล้วก็ขึ้น

“นัดเจอให้หน่อยดิ แฟนแกอ่ะ ฉันอยากเจอ”

“ฝันไปเถอะย่ะ แกไปขู่คำรามใส่เขา ฉันก็พลาดโอกาสรถไฟนี้พอดี ฉัน 28 แล้วนะยะ”
ฉันไม่รู้ว่าไอ้คุณขุนเพื่อนรักคิดอะไร แต่ฝันไปเถอะย่ะ แกจะได้เจอกับเขาก็วันแต่งงานของฉันนู่นแหละ

“เอาน่า จะได้ช่วยแกดูไง ถ้าเขาเป็นคนดี ฉันก็ไม่ห้ามหรอกนะ จะสนับสนุนด้วยซ้ำ เดี๋ยวช่วยพูดกับพี่ไนล์ให้ ถ้าแกถึงขั้นรักเขาเข้าจริงๆ เผื่อได้แต่งงานกัน ฉันออกหน้าคุยกับพ่อแม่แกให้ด้วยก็ได้”
ขุนพูดพลางมองหน้าฉัน ฉันหรี่ตามอง แม้จะไม่ไว้ใจ แต่ก็ไม่เห็นพิรุธในแววตา เรื่องพี่ไนล์ฉันไม่กังวลหรอก คดีพี่แกก็เยอะ น้องสาวคนนี้คอยช่วยเหลือก็มาก ล่าสุดหนีไปเรียนอีก ฉันยังไม่มีโอกาสได้อาละวาดใส่เลย แต่เรื่องพ่อกับแม่นี่แหละที่กังวล แม้ฉันอายุเข้าเลข3 อยู่รอมร่อ ท่านๆก็ยังคิดว่าฉันอายุ 15 ปีอยู่เลย ผิดกับผู้ชายบ้านนี้ ที่ปล่อยตัวปล่อยใจได้เต็มเหนี่ยว

“เอาไง ถ้าแกตกลงตอนนี้ ไอติมที่เหลือครึ่งแก้ว ฉันให้แกกินเลย”

“ไอ้ทุเรศ ไอติมนี่ ของฉันแต่แรกแล้วย่ะ”

“ว่าไง จะรับข้อเสนอมั้ย”
ฉันยอมรับว่าลังเลนิดหน่อย ไม่ใช่เรื่องไอศกรีมหรอกนะ ประเด็นนี้ตัดทิ้งได้เลย

“ว่าไง ติ๊กตอกๆ”

“เออๆ ถ้านัดได้นะ ฉันใช่คำว่าถ้า”

“ดีมาก แกตัดสินใจถูกต้องที่สุด ยังไงแกก็ได้ผลประโยชน์เห็นๆ แถมยังได้ไอติมไปกินด้วย”

“ย่ะ เอาคืนมาได้ละ”

“อะ…อ้ำ”
ขุนพลตักไอศกรีมเข้าปากฉัน ก่อนยัดถ้วยไอศกรีมคืนใส่มือ ขยี้หัวฉันและก็ลุกเดินกลับบ้านตัวเองไป 
ฉันหยิบช้อนไอศกรีมออกจากปากก่อนถอนหายใจ ยังไงวันหนึ่งฉันก็ต้องพึ่งเขาในการช่วยพูดกับพ่อแม่ ต่อให้ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่พี่พบรัก ขุนพลก็ต้องเป็นกำลังสำคัญที่สนับสนุนฉันอยู่ดี







--------------------------------------—————————-

ด้วยรัก❤️
Lady-k

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #2 Ciel En Rose (@jingin) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:04
    ชื่อขุนแผนช่างเหมาะสมจีๆ
    #2
    1
    • #2-1 Lady-k (@Lady-k) (จากตอนที่ 2)
      17 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:59
      ไม่อยากนับสรุปตอนท้ายเลยว่านางมีแฟนมาแล้วกี่คน 555
      #2-1